ค้นหา :

ผลการค้นหา "พายุปาบึก"

สังคม-อาชญากรรม
06 ม.ค. 62

ปภ.สรุป ‘พายุปาบึก’ ปชช.ได้รับผลกระทบกว่า 6 แสนคน เสียชีวิต 3 ราย สูญหาย 1 ราย

วันที่ 6 ม.ค. 62 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง สรุปภาพรวมอิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. 62 ส่งผลกระทบในพื้นที่ 18 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 407 ตำบล    ประชาชนได้รับผลกระทบ 212,784 ครัวเรือน 696,189 คน เสียชีวิต 3 ราย สูญหาย 1 ราย ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง    โดยที่ จ.นครศรีธรรมราช ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.พิปูน อ.ช้างกลาง อ.ฉวาง และ อ.ชะอวด โดยประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 8 จุด รวม 1,119 คน    เช่นเดียวกับ จ.ชุมพร เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ละแม อ.หลังสวน อ.สวี อ.ทุ่งตะโก อ.เมืองชุมพร และอ.ปะทิว รวม 9 ตำบล 25 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,121 คน    ส่วน จ.สุราษฎร์ธานี มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อ.ไชยา อ.ท่าชนะ อ.ดอนสัก อ.พะงัน อ.บ้านาเดิม อ.พุนพิน อ.เกาะสมุย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์ อ.นาสาร และ อ.พระแสง รวม 48 ตำบล 260 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,791 ครัวเรือน 11,013 คน บ้านเรือนเสียหาย 19 หลัง    ขณะที่ จ.สงขลา เกิดวาตภัยและคลื่นซัดชายฝั่งในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.สิงหนคร อ.ระโนด อ.สทิงพระ และอ.จะนะ รวม 41 ตำบล 251 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,630 ครัวเรือน 71,250 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 2,129 หลัง ถนนเสียหาย 5 สาย    ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง อีกทั้งซ่อมแซมสาธารณูปโภค โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย ทั้ง อาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทา   ความเดือดร้อนในเบื้องต้น สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ให้สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป  

 1,364
การเมือง
06 ม.ค. 62

'บิ๊กตู่-อภิสิทธิ์' เตรียมลงพื้นที่เมืองคอนพรุ่งนี้ 'สุดารัตน์' ถึงก่อนแล้ว รับฟังความเดือดร้อนปชช.จากฤทธิ์พายุปาบึก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช พรุ่งนี้ (7 ม.ค.) เวลา 8.00 น. ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมลงพื้นที่พรุ่งนี้เช่นกัน เวลา 12.00 น. ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ขณะนี้อยู่ในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aYEa6O3lNRo

 8,251
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

ระนอง-พังงา เปิดให้สัญจรทางน้ำระหว่างเกาะได้แล้ว หลังเจอฤทธิ์พายุปาบึก

ที่ จ.ระนอง และพังงา ล่าสุดเปิดให้สัญจรทางน้ำระหว่างเกาะได้แล้ว หลังปิดไปจากพิษพายุปาบึก      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NM3dV3Y6S1A

 477
บันเทิง
06 ม.ค. 62

'ใบเตย' เปิดใจแม่ปลอดภัยดี ชมแม่สตรองมาก ขับฝ่าพายุปาบึกไปศูนย์อพยพคนเดียว

จากกรณี ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน โพสต์คลิปเป็นห่วง ติดต่อคุณแม่ไม่ได้ หลังคุณแม่เป็นห่วงร้านอาหารที่เจอพายุปาบึก เลยขับรถไปดูความเสียหายคนเดียว จนแบตมือถือหมดขาดการติดต่อ ล่าสุด ใบเตยเผยญาติโทรมาบอกเจอคุณแม่แล้ว คุณแม่ไปอยู่ที่ศูนย์อพยพปากพนัง ส่วนบ้านและร้านอาหารเสียหายเยอะ แต่โล่งใจที่ทุกคนปลอดภัย            ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ltnhxRNU9Uc

 1,409
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

กู้ภัยประจวบฯเร่งเคลียร์ต้นไม้ล้มขวางถนน พบต้นไม้ขนาด 3-4 คนโอบอายุนับร้อยปี ต้องใช้เวลา 5 ชม.

ประจวบคีรีขันธ์-ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ได้มีฝนตกหนักลมกระโชกแรงในพื้นที่ อ.บางสะพาน ส่งผลให้มีต้นไม้ล้มขวางถนนในหลายจุด ในพื้นที่ ต.แม่รำพึง และ ต.พงษ์ประศาสน์ เจ้าหน้าที่ทีมงานกู้ภัยเครือสว่าง และทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพาน และเจ้าหน้าที่ฝากปกครองอำเภอบางสะพาน เคลียร์ต้นไม้ออกจากถนนตลอดทั้งคืน   โดยมีรายงานว่า จุดที่ต้นไม้หักโค่นมีต้นไม้ขนาดใหญ่ 1 ต้น ขนาด 3-4 คนโอบ อายุนับร้อยปี หักโค่นลงมาขวางถนนสายเพชรเกษมชายทะเล ทำให้ต้องปิดการจราจรชั่วคราว เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องช่วยกันนำเลื่อยยนต์เข้าตันต้นไม้ขนาดใหญ่ และตัดต้นไม้ที่หักโค่นออก ใช้เวลานาน กว่า 5 ชั่วโมง จึงสามารถดำเนินการแล้วเสร็จ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vQSmt-5MFGI

 692
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

พบศพเกยหาดเซ่นพายุปาบึก จนท.เร่งพิสูจน์เป็นลูกเรือที่สูญหายเหตุเรือล่มหรือไม่

ปัตตานี-เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีชาวบ้านพบศพถูกคลื่นซัดมาเกยตื้น ที่บริเวณชายหาดบ้านปาตาบูดี หมู่ที่ 3 ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นลูกเรือประมงที่สูญหาย จากเหตุเรือประมงนอกพื้นที่ล่มเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ท้องทะเลแหลมตาชี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง หรือไม่ ซึ่งผู้ประสบเหตุครั้งนั้นมีทั้งหมด 6 คน รอดชีวิต 4 คน เสียชีวิต 1 คน และสูญหาย 1 คน คือนายฉลอง จันทนะ      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gf19-Z5sUTk

 1,122
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เคลื่อนเข้าสู่น่านน้ำไทย หลังฝ่าพายุปาบึกมาจากเกาหลี

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เคลื่อนเข้าสู่น่านน้ำไทยอย่างเป็นทางการแล้ว หลังฝ่ามรสุมพายุปาบึก มาจากสาธารณรัฐเกาหลี โดยกองทัพเรือจัดหมู่เรือฟริเกต 3 ลำ ต้อนรับ ประกอบด้วยเรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน และเรือหลวงรัตนโกสินทร์ โดยมีหมายกำหนดการจัดพิธีรับมอบ และขึ้นระวางเรือประจำการ ในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค) โดยมีพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี   สำหรับเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชนั้น ได้พระราชทานชื่อจากเดิมคือ เรือหลวงท่าจีน ถือเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูง เกือบเท่าเรือพิฆาต ที่ต่อขึ้นในสาธารณรัฐเกาหลี ด้วยงบประมาณ เกือบ 1 หมื่น 5 พันล้านบาท มีระวางขับน้ำสูง 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการณ์ประมาณ 4 พันไมล์ทะเล กำลังพล 136 นาย นับว่าเป็นเรือฟริเกตที่มีสมรรถภาพสูงอันดับต้น ๆ ของเอเชีย   มีโครงสร้างแข็งแรง ระบบอำนวยการรบและตรวจการณ์ที่ทันสมัย สามารถรบได้ใน 3 มิติ ทั้งผิวน้ำ ใต้น้ำ และทางอากาศ มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ และระบบโซน่า สามารถโจมตีเรือดำน้ำระยะไกล พร้อมเรด้าตรวจการณ์ 3 มิติ ติดตามเป้าหมายฝ่ายตรงข้าม          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fX63eIbZgqg

 4,133
การเมือง
06 ม.ค. 62

‘บิ๊กตู่’ สั่งเร่งสำรวจความเสียหาย-เยียวยาผู้ประสบภัย ‘ปาบึก’ เตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีฯ พรุ่งนี้

วันที่ 6 ม.ค. 62 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติว่า ขณะนี้พายุดีเปรสชันปาบึกได้อ่อนกำลังลงเป็นยอมความกดอากาศต่ำกำลังแรง มีแนวโน้มว่าจะอ่อนกำลังลงอีก และสลายตัวไปตามลำดับ    จึงถือเป็นข่าวดีของประเทศไทย ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และระวังอันตรายจากฝนที่ยังตกหนักในบางพื้นที่ เช่น จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ชุมพร ระนอง เพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้   โดย นายกฯ ย้ำว่า ช่วงที่ผ่านมาหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุปาบึก สิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น น้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างทั้งที่พักอาศัยและพื้นที่การเกษตร ถนนถูกตัดขาด และประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่เมื่อพายุเคลื่อนผ่านไปแล้วและประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก จึงได้สั่งการให้แต่ละจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ลงไปติดตามสภาพความเป็นอยู่ และเร่งสำรวจประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง และเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบทางราชการ   โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค. 62) นายกฯ จะลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น  

 670
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

ตำรวจทางหลวงนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ความเสียหายจากฤทธิ์ ‘พายุปาบึก’

วันที่ 6 ม.ค. 62 พ.ต.อ. ภาคิน ณ ระนอง ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวงร่วมกับหน่วยบินสงขลา นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจเส้นทางถนนสาย 408 ตั้งแต่ อ.สทิงพระ อ.ระโนด จ.สงขลา และ อ.หัวไทร อ.ปากพนัง จนถึงแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรม สำรวจสภาพความเสียหายของพื้นที่จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึก   โดย พ.ต.อ. ภาคิน ณ ระนอง ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า สภาพถนนสาย 408 ขณะนี้สามารถใช้การได้ดีทั้งขาขึ้นและขาล่อง โดยมีการเคลียร์พื้นที่นำสิ่งกีดขวางทั้งต้นไม้ที่หักโค่นและเสาไฟฟ้าที่ล้มออกจากถนนแล้ว รวมทั้งระบบสัญญาณโทรศัพท์ซึ่งสามารถใช้การได้ตลอด   แต่ในส่วนของพื้นที่ อ.ปากพนัง จนถึงแหลมตะลุมพุกที่พายุขึ้นฝั่งนั้นยังคงมีร่องรอยของความเสียหายของบ้านเรือนที่ถูกพายุพัดถล่มรวมทั้งยังมีน้ำท่วมขัง ซึ่งจะประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป      

 1,692
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

อิทธิพล 'พายุปาบึก' ทำประจวบฯอ่วม คลื่นสูง บ้าน-ร้านอาหารตามชายฝั่งเสียหาย

ประจวบคีรีขันธ์-ที่ อ.ทับสะแก จากอิทธิพลพายุปาบึก ที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย ที่บริเวณชายทะเลทับสะแก มีกระแสลมพัดมาอย่างรุนแรง คลื่นในทะเลสูง 6-7 เมตร และได้พัดเข้าสู่ชายฝั่งหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ตำบลทับสะแก ทำให้คลื่นสูงได้ยกตัวพัดสู่ชายฝั่ง จนบ้านเรือนประชาชน ร้านอาหาร ที่อยู่ตามชายฝั่ง ได้รับความเสียหายหลายหลัง   อย่างบ้านนางมณี คงเจริญ อายุ 49 ปี ซึ่งน้ำซัดเข้าบ้าน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหาย นางมณี กล่าวว่า ชายหาดทับสะแกไม่เคยมีคลื่นสูงถึงขนาดนี้ เมื่อครั้งพายุเกย์ขึ้นยังน้อยกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดในรอบ 40 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยหนักถึงขนาดนี้ ดีที่เขื่อนกั้นคลื่นยังช่วยรับไว้บ้าง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะคลื่นใหญ่และสูงมาก โดยที่ผ่านมาตนเองไม่ได้เก็บของเตรียมไว้ เพราะคิดว่าไม่น่าจะรุนแรง   ขณะที่ ที่บ้านคุ้งโตนด ม.1 ต.เขาแดง อ.กุยบุรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดชายฝั่งทะเล ได้รับผลกระทบจากคลื่นสูง 4-5 เมตร ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้นถ้ำไทร ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว น้ำได้เข้าท่วมร้านค้าจนต้องปิดให้บริการ   นายสินาทร โอ่เอี่ยม นายอำเภอกุยบุรี ได้เข้าตรวจสอบและได้สั่การให้รถบรรทุกทรายมาส่งให้ และได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ร่วมกันนำทรายใส่กระสอบ และนำไปกั้นบริเวณทางลงทะเล เพื่อกันคลื่นที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ชายฝั่ง           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5JRAoe9vuYc

 1,836
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

เรือหลวงตระเวนรับนักท่องเที่ยวติดเกาะจากฤทธิ์ 'พายุปาบึก' กลับขึ้นฝั่ง - จนท.เฝ้าระวังไข่เต่ามะเฟือง

เรือหลวงพร้อมเจ้าหน้าที่ตระเวนรับนักท่องเที่ยวที่ติดเกาะขณะพายุปาบึก พัดถล่ม กลับขึ้นฝั่ง ทั้งที่จังหวัดพังงา ภูเก็ต และระนอง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไข่เต่ามะเฟือง กังวลคลื่นลมแรงทำไข่เต่าเสียหาย         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jGJBgspBGQI

 1,059
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

พายุปาบึก พัด 2 ต้นตะเคียนอายุกว่า 50 ปี ล้มทับกุฏิในวัดเมืองคอน พระรอดหวุดหวิด

หลังจากพายุปาบึก เคลื่อนเข้าฝั่งอ่าวไทยบริเวณชายทะเลอำเภอปากพนัง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง บ้านเรือนของประชาชนพังเสียหายยับ ขณะที่วัดแดง หมู่ 7 ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ ลมพายุพัดกระหน่ำ ทำให้ต้นตะเคียนอายุกว่า 50 ปี ในวัดจำนวน 2 ต้น หักโคนทับกุฏิของพระไพโรจน์ อภิชาโต อายุ 55 ปี   พระไพโรจน์ อภิชาโต เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ของวันที่ 4 ม.ค. ขณะที่กำลังจำวัดอยู่ภายในกุฏิ รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ มีเสียงคล้ายเปลือกไม้แตกดังสนั่น จึงลุกขึ้นจากเตียงนอน จากนั้นเพียงไม่กี่นาที ต้นตะเคียน จำนวน 2 ต้น ที่ปลูกไม่ไกลจากกุฏิหักโค่นลงมา ล้มทับหลังคากุฏิ กิ่งตะเคียนขนาดใหญ่ทะลุหลังคากุฏิลงบนที่นอน ส่วนพระไพโรจน์นั่งอยู่บนเก้าอี้ ห่างจากเตียงนอนที่กิ่งต้นตะเคียนล้มทับไม่ถึงศอก จึงรอดตายหวุดหวิด   ล่าสุดวันนี้พระลูกวัด รวมทั้งชาวบ้านช่วยกันเคลียร์สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นของพระ ภายในกุฏิออกมา จากนั้นช่วยกันเคลียร์ซากต้นตะเคียน แต่การเคลียเป็นไปค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้นตะเคยทั้ง 2 ต้น มีขนาดใหญ่ วัดไม่มีเครื่องมือช่างขนาดใหญ่ จึงอยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาพรัฐช่วยอีกทางหนึ่งด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6oqqGAvNRGQ

 733
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

พิษ 'พายุปาบึก' ทำหลายจังหวัดอ่วม น้ำท่วม-บ้านพังหลายหลัง ยายเกาะขาโต๊ะไหว้ไม่ขออพยพปลอดภัย

สถานการณ์ในหลายพื้นที่ของจังหวัดชุมพร สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย นครศรีธรรมราช หลังพายุปาบึก พัดถล่ม ทำน้ำท่วมขังสูง บ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก ดินโคลนถล่ม และทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย   ทั้งนี้ ที่ จ.นครศรีธรรมราช จากกรณีมีภาพของยายคนหนึ่งที่แหลมตะลุมพุก ที่เกาะขาโต๊ะแน่น ยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ขอไม่อพยพ เพราะเป็นห่วงบ้าน ร้องไห้บอก "ยายไหว้ ยายไม่ไป" แม้เจ้าหน้าที่จะเกลี้ยกล่อมบอกเหตุผลก็ไม่ไป สุดท้ายยายก็อยู่ที่บ้านกับหลานชาย เพียง 2 คน ทั้งคืนนั้น ล่าสุด จากการลงพื้นที่พบยายและหลายชายปลอดภัยดี        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/31KRpZzxU0A

 1,025
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

อุตุฯ เผย 'พายุปาบึก' สลายตัวแล้วแต่ยังส่งอิทธิพล หลายจังหวัดระวังฝนตกหนัก-ลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 26 ลงวันที่ 05 มกราคม 2562 พายุปาบึก อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง มีแนวโน้มว่าจะอ่อนกำลังลงอีกและสลายตัวไปตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดน้อยลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง ในบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้ ส่วนภาคกลางตอนล่างและบริเวณจังหวัดที่ติดกับชายฝั่งของภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพและปริมณฑลจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นไปและทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นไป มีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนทางตอนล่างของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง   ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   นอกจากนี้ ปภ.เตือน 5-7 ม.ค.นี้ 13 จังหวัด เฝ้าระวังฝนตก คลื่นลมแรง ส่วนภาคใต้ 7 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม            ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SW4nB3IVcRs

 717
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

ปภ. สรุปพื้นที่ประสบภัย 'พายุปาบึก' 8 จว.ใต้ อพยพปชช.กว่า 3 หมื่นคน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยภาพรวมพายุปาบึก กระทบพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ อพยพประชาชนกว่า 3 หมื่นคน พร้อมสั่งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และสำรวจความเสียหายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ   (5 ม.ค. 62)นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในฐานะ ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง สรุปภาพรวมสถานการณ์จากอิทธิพลจากพายุโซนร้อนปาบึก ในวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนัก พายุลมแรง คลื่นซัดฝั่ง ส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ รวม 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช,สุราษฎร์ธานี , สงขลา,ชุมพร,พัทลุง,ยะลา,ปัตตานี และ นราธิวาส โดยมีการอพยพประชาชนใน 31 อำเภอ 240 จุดรวม 34,089 คน    โดยจุดหนักที่สุด คือ นครศรีธรรมราช เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพนัง,อ.เมืองนครศรีธรรมราช,อ.หัวไทร,อ.ขนอม,อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา รวมถึงยังเกิดน้ำหลาก และน้ำท่วม ที่ อ.ฉวาง ,อ.พิปูน และ อ.ร่อนพิบูลย์ ขณะที่จากการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น เสาไฟฟ้าล้ม 32 ต้น และมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย   ขณะที่จังหวัดสงขลาสงขลา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสงขลา,อ.ควนเนียง และ อ.รัตภูมิ มีรายงานเสาไฟฟ้าล้ม 17 ต้น หอกระจายข่าวเสียหาย 1 แห่ง บ้านเรือนเสียหายจากคลื่นซัดฝั่ง 475 หลัง    ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดน้ำหลากท่วมในเขต อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก ซึ่งได้อพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวม 27 จุด 1,661 คน    ทั้งนี้ ปภ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย สนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่และอำนวยความสะดวกผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นอกจากนี้ ได้กำชับจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ หากมีประกาศแจ้งเตือนอพยพ ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด

 1,832

Top