ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงการคลัง"

เศรษฐกิจ
18 ต.ค. 60

คลังแจงยังอยู่ในระหว่างศึกษา เพิ่มวงเงินบัตรคนจน ตจว.แทนค่าเดินทาง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการเพิ่มวงเงินบัตรผู้มีรายได้น้อย จากเดิมที่ได้ 200 บาท เป็น 700 บาท และ 300 บาท เป็น 800 บาท เพื่อให้ประชาชนต่างจังหวัดไม่ได้ใช้บริการรถไฟ หรือ บขส. เป็นประจำ สามารถ จะนำวงเงินส่วนนี้ไปให้ประชาชนใช้เพื่อซื้อสินค้าบริโภคแทน   ทั้งนี้กระทรวงการคลังระบุนโยบายดังกล่าวอยู่ในระหว่างการศึกษาแต่ยังไม่นำมาปฏิบัติจริง และทางนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้สั่งการให้คลังดำเนินการ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ABH3bp_hSiA

 1,371
เศรษฐกิจ
17 ต.ค. 60

คลังเพิ่มวงเงินบัตรคนจนซื้อสินค้า ให้คน ตจว.ช็อปแทนค่าเดินทาง

กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาโยกวงเงินค่าใช้จ่ายในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ในส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่น ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าโดยสารรถ บขส. มูลค่า 500 บาทต่อเดือน มาเพิ่มในวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เดิมมีอยู่ 200 และ 300 บาท เป็น 700 และ 800 บาท สำหรับผู้ถือบัตรที่อาศัยในต่างจังหวัดทั้ง 2 ประเภท   หลังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้สิทธิ์จากวงเงินดังกล่าว อย่างไรก็ตามวงเงินรวมยังอยู่ภายใต้งบประมาณ 41,940 ล้านบาทเช่นเดิม   ส่วนการติดตั้งเครื่องรูดบัตรเครดิต หรือ EDC ธนาคารกรุงไทย ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์และกรมบัญชีกลาง เร่งดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จทันกำหนดการ ภายในเดือนตุลาคมหรืออย่างช้าต้นเดือนพฤศจิกายนนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PG-xoZN5RKM

 32,096
เศรษฐกิจ
09 ต.ค. 60

รมช.คลัง โต้ ไม่ได้เอื้อรายใหญ่ ทำบัตรผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้ามากขึ้น

รมช.คลัง โต้ ไม่ได้เอื้อรายใหญ่ ทำบัตรผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้ามากขึ้น ยันช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายปชช.มากกว่า พร้อมศึกษาการลงทะเบียนแบบใหม่ หวังเพิ่มความสะดวกปชช.มากขึ้น     นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณที่มีกระแสว่าการใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ มากกว่าการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นการเพิ่มความสามารถในการจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้มีรายได้น้อยให้มากขึ้น เพราะผู้มีรายได้น้อยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากรัฐอยู่ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม โดยร้านค้าที่ผู้มีรายได้น้อยจะเข้าไปใช้บัตรได้นั้น จะต้องเป็นร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเงื่อนไขไว้แล้ว จึงไม่ได้เป็นไปตามกระแสที่ออกมาอย่างแน่นอน   ทั้งนี้ หากในอนาคตผู้มีรายได้น้อยมีรายได้สูงขึ้น ก็ไม่จำเป็นที่ต้องได้รับบัตรดังกล่าวอีก ก็ถือว่าเป็นการลดภาระการดูแลของรัฐลงได้ แต่ในเบื้องต้นก็จะต้องดูแลให้ผู้มีรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก่อน ส่วนเงื่อนไขในการใช้บัตรมีความชัดเจน หากทำผิดระเบียบจะถูกยึดบัตรทันที ซึ่งส่วนนี้กรมบัญชีกลางติดตามดูแลอย่างเต็มที่   อย่างไรก็ตามการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในปีต่อๆไป อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางในการลงทะเบียนใหม่ โดยอาจจะไม่ต้องมาลงทะเบียนเช่นเดิม แต่อาจใช้ข้อมูลเดิมมาพิจารณา เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกมากที่สุด รวมถึงการลงทะเบียนของรายใหม่ด้วย แต่ทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องรอผลการศึกษาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,805
เศรษฐกิจ
02 ต.ค. 60

ก.คลังเตรียมให้สิทธิ์ผู้มีรายได้น้อยลุ้นชิงโชคเงินล้าน จากการรูดใช้บัตรสวัสดิการ คาดเริ่มได้ พ.ย.60

ก.คลังเตรียมให้สิทธิ์ผู้มีรายได้น้อยลุ้นชิงโชคเงินล้านจากการรูดใช้บัตรสวัสดิการ คาดเริ่มได้พฤศจิกายนนี้ ยันพอใจวันแรกคนใช้บัตรเพียบ     นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายในเดือนนี้จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ National E-payment พิจารณาให้ผู้ใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยที่ใช้ชำระสินค้ากับร้านค้าที่กำหนด มีสิทธิ์ลุ้นรับโชครางวัลใหญ่ 1 ล้านบาทเช่นเดียวกับผู้ที่ใช้บัตรเดบิตและได้ลุ้นโชคชิงราวัล เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยใช้บัตรสวัสดิการมากขึ้น โดยคาดว่าจะร่วมนำข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรมาลุ้นรางวัลในเดือนพฤศจิกายนนี้ จากยอดการใช้จ่ายในเดือนตุลาคมนี้    ขณะที่การใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยวันแรกในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นไปอย่างน่าพอใจ เพราะมีผู้มีสิทธิ์ใช้ซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐกว่า 300,000 คนรวมมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท และมีการจ่ายค่าโดยสารรถ บขส.กว่า 400 คน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเปิดใช้งานในวันแรก    อย่างไรก็ตาม ยอมรับผู้มีรายได้น้อยบางส่วนยังไม่รู้ที่ตั้งร้านธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ของตน จึงอาจจะใช้สิทธิ์ได้อย่างไม่เต็มที่ ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงจะเตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์และกรมบัญชีกลาง เพื่อหาแนวทางแก้ไข ส่วนปัญหาด้านระบบอินเตอร์เน็ตและเครื่องรับบัตรสวัสดิการที่ยังไม่ทั่วถึง จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะกระทวงการคลังได้ติดตามสถานการณ์การใช้บัตรสัวสดิการเป็นรายวัน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 10,732
เศรษฐกิจ
13 ก.ย. 60

ครม.ไฟเขียวขึ้นภาษีสรรพสามิต เหล้า-บุหรี่-ไพ่ เริ่ม 16 ก.ย. นี้

ครม.มีมติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อรวมกฎหมายภาษีสุรา ยาสูบ และไพ่ ทั้ง 7 ฉบับเข้าด้วยกัน หลังใช้มานานหลาย 10 ปี เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บในช่วง 20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 16 ก.ย.2560 นี้    โดยสาระสำคัญของพรบ.ฉบับใหม่นี้ประกอบด้วย   1.สินค้ายาสูบ ได้เปลี่ยนการจัดเก็บจากราคาหน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีก คิดตามมูลค่าและปริมาณ เช่น จากเดิม 3 บาทต่อมวล เพิ่มขึ้นเป็น 5 บาทต่อมวลโดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม   2.สินค้าสุรา แบ่งเป็นสุรากลั่น คาดจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.5 เท่า เช่น 35 ดีกรี จากเดิม 160 บาท ต่อขวดเพิ่มเป็น 312 บาทต่อขวด ส่วนสุราแช่ คาดจะเพิ่มขึ้น 0.5 เท่า เช่น เบียร์ 35 ดีกรี จากเดิมประมาณ 41 บาท ต่อขวดเพิ่มเป็น 78 บาทต่อขวด และไวน์ 12 - 15 ดีกรี จากเดิม 225 บาทต่อขวด เพิ่มเป็น 51 บาท - 1 พัน 400 บาทต่อขวด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาจำหน่ายต่อขวด   3.ภาษีเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลมเครื่องดื่มชูกำลัง เกลือแร่และน้ำผลไม้ หากผสมน้ำตาลมากกว่า 6 - 10 กรัมและ10 ต่อ 100 มิลลิลิตร จะเก็บภาษีไม่น้อยกว่า 20% และ 25% ของราคาขายปลีก แต่ในส่วนนี้จะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว 2 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PVw59Kl_aRk    

 45,302
เศรษฐกิจ
12 ก.ย. 60

กค. เสนอพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตใหม่เข้าครม.วันนี้ ดีเดย์ 16 ก.ย. ยันไม่ทำราคาเหล้า-บุหรี่สูงขึ้น

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในวันนี้กระทรวงการคลัง จะต้องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณาพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ เรื่องโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ เพราะจะต้องให้ทันต่อการบังคับใช้ในวันที่ 16 กันยายน 2560 นี้   ทั้งนี้สาระสำคัญของพ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่นั้น มีการปรับแก้ไขในส่วนของการจัดเก็บภาษีสุรา ยาสูบ และไพ่ใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้กรมสรรพสามิตได้รับการอนุมัติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในสินค้าตัวอื่นไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยอัตราการเก็บการจัดเก็บภาษีสุรา ยาสูบ และไพ่ใหม่นั้น จะแบ่งจากระดับราคาของสินค้าแต่ละประเภท โดยจะคำนวณจากราคาขายปลีกขั้นสุดท้าย จากปัจจุบันเก็บจากราคาหน้าโรงงาน เพื่อให้เกิดความสมดุลและคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก   ด้านนายวิสุทธ์ิ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าว ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องมากนัก เนื่องจากในการร่างกฎหมายได้เชิญผู้ประกอบการ ภาคเอกชนมาร่วมแสดงความคิดเห็นตั้งแต่แรก และราคาขายปลีกแนะนำที่จะนำมาคำนวณนั้นก็ต้องเป็นราคาที่เหมาะสม ยอมรับได้ ซึ่งภาคเอกชนเป็นผู้เสนอราคาจากการสำรวจมา และมองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อราคาสินค้าปลายทาง ให้ปรับสูงขึ้นจนเป็นภาระต่อประชาชน ตามที่ผู้ประกอบการเป็นห่วง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,902
เศรษฐกิจ
23 ส.ค. 60

กรมธนารักษ์ ปิดรับจองเหรียญที่ระลึกถวายพระเพลิง ร.9 ชั่วคราว หลัง ปชช.แห่จองยอดทะลัก

กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เปิดจองเหรียญที่ระลึกในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนมาจับจองจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้จัดทำเป็นเหรียญที่ระลึก 4 ประเภท   -เหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 50,000 บาท มีจำนวน 99,999 เหรียญ -เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2,000 บาท มีจำนวน 399,999 -เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000 บาท มีจำนวน 39,999 เหรียญ -และเหรียญที่ระลึกคิวโปรนิกเกิล ราคาเหรียญละ 100 บาท มีจำนวน 39,999,999 เหรียญ   โดยเปิดให้จองได้เพียงคนละ 3 เหรียญ และจะได้รับเหรียญที่จองไว้ในวันที่ 29 มกราคม 2561   ต่อมากรมธนารักษ์ ประกาศจะปิดรับจองเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 เป็นการชั่วคราว เนื่องจากจะต้องขอเคลียร์ยอดจองตกค้างจากวันแรก (22 ส.ค.) ที่มีมากกว่า 474 คิวให้หมดก่อน และหลังจากนั้นจะแจ้งให้ทราบต่อไป คาดจะกลับมาเปิดให้จองได้อีกครั้งในช่วง 1-2 วันนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kmMSpwVButU  

 17,523
เศรษฐกิจ
22 ส.ค. 60

เหรียญที่ระลึก พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.๙ เปิดจองวันนี้-30 ก.ย.

กระทรวงการคลัง โดย กรมธนารักษ์ จัดทำเหรียญที่ระลึก ในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยจัดทำเป็นเหรียญที่ระลึก 4 ประเภท ได้แก่ เหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 50,000บาท เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2,000บาท เหรียญที่ระลึกทองแดงพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000บาท และเหรียญที่ระลึก คิวโปรนิกเกิล ราคาเหรียญละ 100 บาท   โดยด้านหน้ากลางเหรียญ มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยสภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่าง มีข้อความว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร"   ด้านหลังกลางเหรียญมีรูป พระเมรุมาศ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่เหนือลายเมฆ เบื้องบนรูปพระเมรุมาศมีอักษรพระปรมาภิไธย ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องหลังรูปพระเมรุมาศมีรูปแสงอาทิตย์แผ่รังสีปุยเมฆ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่าง มีข้อความว่า "พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ" และข้อความ "วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศุกราช 2560 " ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   กำหนดเปิดจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม -30 กันยายน 2560 สามารถจองได้ที่ สำนักงานการคลังกรมธนารักษ์ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักงานบริหารเงินตราจังหวัดปทุมธานี พิพิธภัณฑ์เหรียญถนนจักรพงศ์ศาลาธนารักษ์1 จังหวัดเชียงใหม่ ศาลาธนารักษ์2 จังหวัดสงขลา สำนักงานธนารักษ์พื้นที่76พื้นที่ทั่วประเทศ ธนาคารต่างๆจำนวน19แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดรับจองเหรียญที่ระลึก 3 ประเภท เว้นเหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย และสามารถรับเหรียญที่ระลึก ณ สถานที่จอง ได้ตั้งแต่ 29 มกราคม 2561 เป็นต้นไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tXiU6ZZyElA    

 13,164
ประชาสัมพันธ์
21 ส.ค. 60

ก.คลัง จัดทำเหรียญที่ระลึก พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 พร้อมเปิดจอง22 ส.ค.เป็นต้นไป

           กระทรวงการคลัง โดย กรมธนารักษ์ จัดทำเหรียญที่ระลึก ในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยจัดทำเป็นเหรียญที่ระลึก 4 ประเภท ได้แก่ เหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 50,000บาท เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2,000บาท เหรียญที่ระลึกทองแดงพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000บาท และเหรียญที่ระลึก คิวโปรนิกเกิล ราคาเหรียญละ 100 บาท               โดยด้านหน้ากลางเหรียญ มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยสภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่าง มีข้อความว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร"                 ด้านหลังกลางเหรียญมีรูป พระเมรุมาศ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่เหนือลายเมฆ เบื้องบนรูปพระเมรุมาศมีอักษรพระปรมาภิไธย ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องหลังรูปพระเมรุมาศมีรูปแสงอาทิตย์แผ่รังสีปุยเมฆ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่าง มีข้อความว่า "พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ" และข้อความ "วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศุกราช 2560 " ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร             กำหนดเปิดจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม -30 กันยายน 2560 สามารถจองได้ที่ สำนักงานการคลังกรมธนารักษ์ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักงานบริหารเงินตราจังหวัดปทุมธานี พิพิธภัณฑ์เหรียญถนนจักรพงศ์ศาลาธนารักษ์1 จังหวัดเชียงใหม่ ศาลาธนารักษ์2 จังหวัดสงขลา สำนักงานธนารักษ์พื้นที่76พื้นที่ทั่วประเทศ ธนาคารต่างๆจำนวน19แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดรับจองเหรียญที่ระลึก 3 ประเภท เว้นเหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย และสามารถรับเหรียญที่ระลึก ณ สถานที่จอง ได้ตั้งแต่ 29 มกราคม 2561 เป็นต้นไป   ภาพจาก ข่าวสด คลิปเหรียญที่ระลึก ขอบคุณเพลงบรรเลิงจากwww.youtube.com :Sek Thongsuwan

 36,656
เศรษฐกิจ
26 ก.ค. 60

คลังปลื้มแจกโชคผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตดันยอดรูดบัตรโต 30% แจกรางวัลล้านต่ออีก 10 เดือน

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีแจกโชคผู้ใช้บัตรเดบิตและร้านค้าที่ติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ EDC ครั้งที่ 2 รวมเงินรางวัล 6.75 ล้านบาทว่า หลังจากที่ภาครัฐได้จัดทำโครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตเพื่อส่งเสริมการลดการใช้เงินสดก็พบว่าประชาชนให้การตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยปริมาณการทำรายการผ่านบัตรเดบิตอยู่ที่ 5.5 ล้านรายการต่อเดือน เพิ่มขึ้นกว่า 30 % โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายกว่าเดือนละ 10,000 ล้านบาท และมีบัตรเดบิทที่ออกในสถาบันการเงินต่างๆในไทยแล้วทั้งสิ้น 54.2 ล้านใบ   ขณะที่การติดตั้งเครื่อง EDC ให้แก่ร้านค้ามีแล้วทั้งสิ้นกว่า 150,000 เครื่อง ตั้งแต่เริ่มเดินหน้าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจากนี้ก็ได้สั่งการให้ธนาคารที่ได้ลงนามเอ็มโอยูกับกระทรวงการคลังในการติดตั้งเครื่องดำเนินงานเชิงรุกต่อไป เน้นลงพื้นที่ติดตั้งในสถานที่ท่องเที่ยว สตรีทฟู้ด และตลาดสด ควบคู่กับการให้ความรู้ ทั้งเรื่องของความสะดวกจากการรูดบัตรเดบิทที่เงินจะส่งตรงเข้าถึงบัญชี และเรื่องของความปลอดภัยที่มีสูงทั้งในเชิงของการถูกโจรกรรมหรือการถูกภัยไซเบอร์เข้าโจมตี รวมถึงเร่งดำเนินสิทธิประโยชน์มอบให้กับผู้บริโภคที่รูดซื้อสินค้า ซึ่งขึ้นกับแต่ละธนาคารว่าจะมีการจัดแคมเปญในรูปแบบใด โดยมั่นใจว่าจะสามารถติดตั้งเครื่องได้ครบจำนวนกว่า 550,000 เครื่องตามที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลงไว้ได้อย่างแน่นอน ขณะที่การแจกรางวัลครั้งที่ 2 ในวันนี้ มีรางวัลรวมทั้งสิ้น 1,007 รางวัล รวมเป็นเงินสด 6.75 ล้านบาท โดยผู้ได้รางวัลที่ 1 ทั้งฝั่งผู้ใช้บัตรและร้านค้าที่รับบัตรจะได้รับเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท   ทั้งนี้การแจกโชคจากบัตรเดบิตจะมีการแจกรางวัลต่อเนื่องอีก 10 ครั้ง รวม 1001 รางวัลต่อเดือน และแจกร้านค้าผู้ให้บริการเครื่องรับบัตร 6-30 รางวัล โดยผู้ที่สนใจร่วมลุ้นโชคยังสามารถใช้บัตรเดบิตรูดซื้อสินค้าได้จนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2561 วิธีการเข้าร่วมง่ายๆ แค่ใช้บัตรเดบิตรูดซื้อสินค้าผ่านหน้าร้าน ที่รับชำระเงินผ่านบัตรที่ใดก็ได้ โดยได้สิทธิ์การใช้จ่าย 1 ครั้ง ได้รับ 1 สิทธิ์ โดยธนาคารจะส่งข้อมูลการชำระเงินมายังระบบกลางเพื่อสุ่มรางวัล และประกาศทุกวันที่ 16 ของทุกเดือนผ่านเว็บไซต์ www.epayment.go.th   (ภาพจาก http://www.epayment.go.th)

 2,611
เศรษฐกิจ
03 เม.ย. 60

ก.คลัง เปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 เริ่มวันนี้ - 15 พ.ค.60

กระทรวงการคลัง เปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย รอบ 2 เริ่ม 3 เม.ย.-15 พ.ค. 2560  สำหรับเงื่อนไขของผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนในรอบนี้ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้   1.สัญชาติไทย 2.มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 พฤษภาคม 2542 3.ว่างงานหรือมีรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2559 ทั้งสิ้นไม่เกิน 1 แสนบาท 4.ไม่มีหรือทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลากธ.ก.ส.พันธบัตร ตราสารหนี้ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1 แสนบาท ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง 5.ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายหรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้ 1.ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง(บ้านพร้อมที่ดิน) กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียวบ้านและหรือทาวนเฮ้าส์ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา ส่วนห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร กรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือ ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่น ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ 2.ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ ส่วนขั้นตอนการลงทะเบียน จะมีหน่วยงานมารับลงทะเบียนเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 3,669 สาขา ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย คลังจังหวัดทั่วประเทศ และ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร   ทั้งนี้ การตรวจสอบผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ค. 2560 และจะประกาศรายชื่อผ่านเว็บไซต์ www.epayment.go.th และ ณ ที่ทำการอำเภอหรือสำนักงานเขตกทม. ซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบันที่ผู้ลงทะเบียนกรอกไว้ในแบบฟอร์ม และจะเป็นที่อยู่ที่จะจัดส่งบัตรสวัสดิการต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FqWltwF4PtE      

 58,857
เศรษฐกิจ
22 มี.ค. 60

ครม.ไฟเขียวเก็บภาษีที่ดิน คิดเพดานแบบขั้นบันได ที่รกร้างปีแรกเก็บ 2%

ที่ประชุมครม. เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังจากกฎหมายผ่านการเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ช่วงประมาณกลางปีนี้ คาดว่าจะเริ่มต้นการจัดเก็บภาษีได้ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ก่อนจะมีผลบังคับใช้จริงต่อจากนั้นอีก 1 ปี หรือนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2562 ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้ทุกน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยให้ดีขึ้น โดยมีอัตราภาษีที่จะแบ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์ 4 กลุ่ม โดย 3 กลุ่มแรกไม่ได้เปลี่ยนแปลงรายละเอียด คือ กลุ่มที่มีที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม เก็บภาษี 0.2% ตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กลุ่มที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เก็บ 0.2% และกลุ่มที่ใช้เพื่อการพาณิชยกรรม เก็บ 2% ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ เดิมจัดเก็บอัตราเดียวที่ 5% เปลี่ยนเป็นเริ่มจัดเก็บในปีแรก 2% หากไม่นำมาใช้ประโยชน์อีก ในปีต่อไปจะจัดเก็บเพิ่มอีก 0.5% ทุก 3 ปี จนสิ้นสุดที่ 5% อย่างไรก็ดี ในกรณีของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรรีการขจัดเก็บภาษีดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการโอนมรดกเป็นบ้านและที่ดินมาก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ กระทรวงการคลังจะออกพ.ร.ฎ.ลดภาษีให้เพื่อช่วยบรรเทาภาระ ซึ่งสามารถลดภาษีลงได้ไม่เกิน 90% ของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C37l3eXN_nc  

 26,957
เศรษฐกิจ
02 มี.ค. 60

ปชช.แห่เเลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 2 เหรียญสุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 9

กรมธนารักษ์เปิดให้ประชาชนจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 2 เหรียญสุดท้าย ในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม ที่หน่วยจ่ายแลก ภายในกระทรวงการคลัง มีประชาชนไปเข้าคิวรอตั้งแต่ตี 4 เพราะไม่ต้องการพลาดโอกาสในการแลกเหรียญครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายที่มีเหรียญรัชกาลที่ 9 ไว้เป็นที่ระลึก โดยหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 2 รุ่นสุดท้ายนี้ ประกอบด้วย เหรียญที่ระลึกการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และโอกาส 100 ปี การสหกรณ์ไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพรมหากรุณาธิคุณ ต่อการส่งเสริมงานสหกรณ์ ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้จ่ายแลกในราคาเหรีญละ 20 บาท จำกัดเพียงคนละ 1 ชุด จำนวน 5 เหรียญ ในราคา 100 บาท ซึ่งใน 5 เหรียญ จะเป็นเหรียญฝนหลวง 1 เหรียญ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nQMB6GINRPI  

 36,360
เศรษฐกิจ
07 ก.พ. 60

รมว.คลัง แจงสถานะเงินคงคลัง ยันการเงินประเทศยังแข็งแกร่ง

รมว.คลัง ยันฐานะการเงินของไทยยังแข็งแกร่ง ชี้เงินคงคลังเหลือ 7.4 หมื่นล้านบาท เหตุจากบริหารเงินสดคงเหลือ หวังประหยัดภาระดอกเบี้ย พร้อมศึกษาแก้ไขกม.เงินคงคลัง กันวงเงินกู้ฉุกเฉินระยะสั้น 8 หมื่นล้านบาท ได้แต่ไม่จำเป็นต้องกู้จริง การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินไม่เกี่ยวกับเงินรัฐหด นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดถึงกรณีที่มีกระแสว่าเงินคงคลังที่มีอยู่ขณะนี้ลดลง และมีผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศว่า สถานะการคลังของประเทศ หรือเงินคงคลังที่หมายถึงเงินสดคงคลังที่เหลืออยู่ ซึ่งในความเป็นจริงมีเพียง 50,000-100,000 ล้านบาทในการบริหารจัดการต่างๆ ก็เพียงพอ ดังนั้นยืนยันเงินคงคลังยังอยู่ในสถานะที่ดีอยู่ ไม่ได้ถังแตก โดย ณ เดือน ธ.ค. 59 ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักลบรายได้และรายจ่ายแล้วคงเหลือทั้งสิ้น 74,907 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดำเนินการตามนโยบายที่ต้องการไม่ให้มีเงินสดคงคลังเหลือสูงเกินไป จนเป็นภาระในการชำระดอกเบี้ยที่ไม่จำเป็น โดยหากลดเงินดังกล่าวได้ 100,000 ล้านบาท จะลดค่าดอกเบี้ยได้ 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมา เคยมีการเก็บเงินคงคลังไว้สูงถึง 4 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมองว่าไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด โดยรายได้ของรัฐบาลมาจากสองส่วนหลักคือ รายได้จากการจัดเก็บภาษี และเงินกู้ รัฐบาลดำเนินนโยบายเรื่องของการกู้เงินตามความจำเป็นไม่กู้มาเก็บเอาไว้ซึ่งจะทำให้เสีย อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คล่องในการบริหารจัดการเงินสดคงคลัง จึงได้สั่งการให้ศึกษาการแก้ไขกฎหมายเงินคงคลัง ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน.ให้สามารถกันเงินกู้ฉุกเฉินระยะสั้นวงเงิน 80,000 ล้านบาท ไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินโดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินไว้ก่อนเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งทำให้สภาพคล่องในการบริหารเงินคงคลังมีประสิทธิภาพและประหยัดภาระดอกเบี้ยมากขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ezWfvrkp9bM  

 34,970
เศรษฐกิจ
06 ก.พ. 60

รมว.คลัง ยันฐานะการเงินของไทยยังแข็งแกร่ง แจงปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

รมว.คลัง ยันฐานะการเงินของไทยยังแข็งแกร่ง ชี้เงินคงคลังเหลือ 7.4 หมื่นล้านบาท เหตุจากบริหารเงินสดคงเหลือ หวังประหยัดภาระดอกเบี้ย พร้อมศึกษาแก้ไขกม.เงินคงคลัง กันวงเงินกู้ฉุกเฉินระยะสั้น 8 หมื่นล้านบาท ได้แต่ไม่จำเป็นต้องกู้จริง การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินไม่เกี่ยวกับเงินรัฐหด   นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดถึงกรณีที่มีกระแสว่าเงินคงคลังที่มีอยู่ขณะนี้ลดลง และมีผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศว่า สถานะการคลังของประเทศ หรือเงินคงคลังที่หมายถึงเงินสดคงคลังที่เหลืออยู่ ซึ่งในความเป็นจริงมีเพียง 50,000-100,000 ล้านบาทในการบริหารจัดการต่างๆ ก็เพียงพอ ดังนั้นยืนยันเงินคงคลังยังอยู่ในสถานะที่ดีอยู่ ไม่ได้ถังแตก โดย ณ เดือน ธ.ค. 59 ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักลบรายได้และรายจ่ายแล้วคงเหลือทั้งสิ้น 74,907 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดำเนินการตามนโยบายที่ต้องการไม่ให้มีเงินสดคงคลังเหลือสูงเกินไป จนเป็นภาระในการชำระดอกเบี้ยที่ไม่จำเป็น โดยหากลดเงินดังกล่าวได้ 100,000 ล้านบาท จะลดค่าดอกเบี้ยได้ 2,000 ล้านบาท    ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมา เคยมีการเก็บเงินคงคลังไว้สูงถึง 4 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมองว่าไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด โดยรายได้ของรัฐบาลมาจากสองส่วนหลักคือ รายได้จากการจัดเก็บภาษี และเงินกู้ รัฐบาลดำเนินนโยบายเรื่องของการกู้เงินตามความจำเป็นไม่กู้มาเก็บเอาไว้ซึ่งจะทำให้เสีย   อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คล่องในการบริหารจัดการเงินสดคงคลัง จึงได้สั่งการให้ศึกษาการแก้ไขกฎหมายเงินคงคลัง ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน.ให้สามารถกันเงินกู้ฉุกเฉินระยะสั้นวงเงิน 80,000 ล้านบาท ไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินโดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินไว้ก่อนเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งทำให้สภาพคล่องในการบริหารเงินคงคลังมีประสิทธิภาพและประหยัดภาระดอกเบี้ยมากขึ้น     ส่วนกรณีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศนั้น ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเงินคงคลังที่ลดลง แต่เป็นการปรับขึ้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากปัจจุบันมีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล อัตรา 5 ต่อลิตร แต่ ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินจัดเก็บเพียง 20 สตางค์ต่อลิตร จึงควรปรับให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้น ส่วนการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารนั้นเป็นดุลยพินิจของแต่ละสายการบินในการแข่งขัน จึงจะไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศให้ลดลงอย่างแน่นอน  

 2,868

Top