ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงการคลัง"

เศรษฐกิจ
12 พ.ย. 61

คลังเลื่อนคืนภาษี vat ผ่านบัตรคนจน เริ่ม ธ.ค. เหตุวางระบบคอมฯยังไม่เสร็จ

กระทรวงการคลังเลื่อนมาตราการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ผ่านบัตรคนจน หรือบัตรสวัสดิการของรัฐ จากการซื้อของที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ ออกไป 1 เดือน จากเดิมที่จะเริ่มใช้เดือนพฤศจิกายน 61 ถึงเดือนเมษายน 62 เปลี่ยนเป็นเริ่มเดือนธันวาคม 61 ถึงเดือนพฤษภาคม 62 ระยะเวลา 6 เดือนเช่นเดิม เหตุเพราะวางระบบคอมพิวเตอร์ยังไม่แล้วเสร็จ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rzd1AdrJJZw

 3,055
เศรษฐกิจ
01 พ.ย. 61

คลังเดินหน้า กม.ภาษีที่ดิน มั่นใจให้ สนช.พิจารณากลางเดือน พ.ย.นี้

กระทรงการคลังเดินหน้าร่าง พรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญ มั่นใจกลางเดือนพฤศจิกายน เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติแห่งชาติในวาระ 2 วาระ 3 ประกาศบังคับใช้ในปีนี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในปี 63   ตามข้อมูลของร่างพรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งประเภทที่ดินไว้ 4 ประเภท ส่วนของบ้านที่อยู่อาศัย ถ้าเป็นบ้านหลังแรกได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับ 50 ล้านบาทแรก จากนั้นเสียภาษี 200 บาทต่อราคา 1 ล้านบาท  ส่วนบ้านหลังที่สองเป็นต้นไปเสียภาษีตั้งแต่บาทแรก บ้านราคา 10 ล้านเสียภาษีปีละ 2,000 บาท และจะให้เวลาประชาชาชนปรับตัว 4 ปี โดยให้ทยอยเก็บเพิ่ม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z4ZdKo9rMPY

 1,692
เศรษฐกิจ
30 ต.ค. 61

คลังไม่ต่อเวลา มาตรการลดหย่อนภาษี ltf ชี้คนรายได้น้อยไม่ได้ประโยชน์

กระทรวงการคลังระบุ ไม่มีนโยบายที่จะขยายเวลาอายุมาตรการลดหย่อนภาษี จากการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้นระยะยาว หรือ LTF ที่จะสิ้นสุดในปี 2562 และเชื่อว่าไม่กระทบกับตลาดหุ้น เพราะนักลงทุนรู้ล่วงหน้าตั้งแต่ปี 2560 ว่าอีก 2 ปี จะสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนภาษีดังกล่าว เพราะเห็นว่าคนที่ได้ประโยชน์คือคนที่มีรายได้สูง และกองทุนที่บริหารทำกำไร ส่วนผู้มีรายได้น้อยไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาษี LTF เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f_LmZg6dmUE  

 2,951
เศรษฐกิจ
02 ส.ค. 61

ขาช็อปซึม...คลังประกาศปลายปี 61 ไม่มีนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ'

กระทรวงการคลังระบุ นโยบายช็อปช่วยชาติ จะไม่ถูกนำมาประกาศใช้ในช่วงปลายปี 61 เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศอยู่ในเกณฑ์ดีแล้ว การบริโภคโดยรวมฟื้นตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นเหมือนช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_SuZ3-eMm60

 2,267
เศรษฐกิจ
31 ก.ค. 61

คลังเสนอพักหนี้เกษตรกร 3 ปี วงเงิน 1.63 หมื่นล้าน

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงการพักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปีให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในวันนี้ (31 ก.ค.61) โดยขอวงเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล 1.63 หมื่นล้านบาท จะช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายได้ 3.81 ล้านราย   โดย ธ.ก.ส. จะพักชำระเงินต้นให้เกษตรกรตามความสมัครใจ ที่มีหนี้กับธนาคารก่อนวันที่ 31 ก.ค. 2561 เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยให้ผ่อนชำระแต่เฉพาะดอกเบี้ยปีละครั้งเท่านั้น และจะลดดอกเบี้ยเงินกู้ที่เกิดขึ้นใหม่เป็นเวลา 1 ปี สำหรับเงินกู้ 3 แสนบาทแรก ในอัตรา 3% ต่อปี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7arhSZaAaKI

 2,647
เศรษฐกิจ
20 ก.ค. 61

คลังเตรียมเสนอ ครม.พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี พร้อมลดดอกเบี้ย 2-3% หวังเกษตรกรพ้นความจน

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายในเดือนนี้กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เห็นชอบมาตรการโครงการพักชำระหนี้เงินต้น 3 ปี ให้กับลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ที่มีหนี้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ซึ่งมีประมาณ 2-3 ล้านราย   โดยเป็นโครงการสมัครใจให้เกษตรกรไปเจรจากับ ธ.ก.ส.ได้เอง โดยจะขอ ครม.ให้ลูกหนี้ที่เข้าโครงการ ไม่ถูกจัดเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอล เพื่อไม่กระทบกับฐานะการดำเนินงานของ ธ.ก.ส.   นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะช่วยผ่อนชำระดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ธ.ก.ส.ในอัตรา 2-3% ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณที่ต้องนำมาใช้ เพื่อให้ในระหว่างการพักชำระหนี้เงินต้น ซึ่งเกษตรกรสามารถผ่อนชำระดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำลงได้   นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ลูกหนี้ที่เข้าโครงการดังกล่าว ยังสามารถขอกู้เงินเพิ่มจากธ.ก.ส.ได้ แต่ต้องมีโครงการที่จะนำไปใช้อย่างชัดเจน โดยไม่ให้เป็นการกู้เพือนำไปชำระหนี้เก่า หรือไปใช้จ่ายด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวกับภาคการเกษตร ซึ่งมาตรการที่ออกมานั้น จะหลุดพ้นความยากจนได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LZTf9J5F46s

 3,877
เศรษฐกิจ
12 ก.ค. 61

ก.คลังเตรียมออกมาตรการคืน vat 7% ช่วยผู้มีรายได้น้อย

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 11.4 ล้านคน ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้วยการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จากการซื้อสินค้าที่กำหนด   โดยเบื้องต้นจะกำหนดระยะเวลาในการซื้อสินค้าประมาณ 3 เดือน และจะให้ผู้มีรายได้น้อยเติมเงินในบัตรสวัสดิการ และนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าจากร้านที่มีเครื่อง EDC ทั่วประเทศ และต้องใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการเท่านั้น อย่างไรก็ตามคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีความชัดเจนในสิ้นปีนี้ ก่อนนำมาใช้จริงต่อไป   ทั้งนี้จะไม่ได้มีการจำกัดสินค้าที่ผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้อและนำไปลด VAT ได้ ยกเว้นสินค้าประเภท สุรา ยาสูบ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอบายมุขเท่านั้น โดยลักษณะการซื้อสินค้าและขอคืนภาษี จะคล้ายกับมาตรการรถคันแรก ที่ให้ซื้อในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และนำมาคืนภาษีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น   นอกจากนี้รัฐบาลยังยืนยันว่า ปีนี้จะไม่มีมาตรการช็อปช่วยชาติสำหรับประชาชนทั่วไป เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวดีแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TTpQCAcUbs

 5,861
เศรษฐกิจ
11 ก.ค. 61

ครม.ไฟเขียวเก็บภาษีลาภลอย 5% รอบสนามบิน-รฟฟ.-ทางด่วน ยันไม่กระทบบุคคลทั่วไป

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ร่างพรบ.ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ หรือภาษีลาภลอย โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าของ หรือครอบครองที่ดิน หรือ เป็นเจ้าของห้องชุดที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท และใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้างของภาครัฐ   อาทิ รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ท่าเรือ โครงการทางด่วนพิเศษ หรือโครงการอื่นๆ ซึ่งมีขอบเขตรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร รอบพื้นที่โครงการ จะต้องเสียอัตราภาษีจากการได้รับประโยชน์ในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ของราคาประเมินที่เพิ่มขึ้น   ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีดังกล่าวนั้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมและปฏิรูประบบภาษีของประเทศให้ทันสมัย จึงกำหนดให้จัดเก็บภาษีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่ดินและห้องชุดที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่เกิดการลงทุนของรัฐ เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเท่านั้น ดังนั้นพ.ร.บ.ดังกล่าวนั้น เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบกับประชาชนโดยทั่วไป คาดว่าพ.ร.บ.ภาษีลาภลอย จะมีผลบังคับใช้ปี 2562   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_a-078nCsbg

 2,259
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 61

รพ.ฮือขึ้นป้ายประท้วง กรมบัญชีกลางแจง ระเบียบใหม่ไม่กระทบลูกจ้างปัจจุบัน สธ.ชี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด

จากกรณีบุคลากรทางการแพทย์ แสดงความคิดเห็นคัดค้านระเบียบกระทรวงการคลังฉบับใหม่ ระบุห้ามโรงพยาบาลห้ามจ้างลูกจ้าง ห้ามขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง   ซึ่งขณะนี้มีบางโรงพยาบาลได้ขึ้นป้ายคัดค้านประกาศดังกล่าว และโพสต์ในโซเชียล ผ่านเพจชมรมแพทย์ชนบท เช่น รพ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก รพ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เป็นต้น ขึ้นป้ายไว้อาลัย ระบุว่า “รพ.ชาติตระการ ขอไว้อาลัย กระทรวงการคลังที่ออกระเบียบ ห้ามโรงพยาบาลห้ามจ้างลูกจ้าง ห้ามขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง”   ด้านนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับกระทรวงการคลังว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ทำข้อตกลงกับทางกระทรวงการคลังมาก่อนหน้านี้แล้ว โดย สธ.มีระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย เงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2561 อยู่   ดังนั้น สธ. จึงปฏิบัติเหมือนเดิมทุกอย่าง ณ เวลา นี้ จึงขอให้บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยบริการต่างๆ สบายใจ และทำงานได้เต็มที่เหมือนเดิม ไม่ได้กระทบกับกระทรวงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากกระทรวงการคลังออกหนังสือแนบท้ายข้อเท็จจริงดังกล่าว ทาง สธ.จะส่งส่วนแนบท้ายนี้ไปยังหน่วยบริการในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจต่อเรื่องดังกล่าว   ด้านนายสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า กรมบัญชีกลางออกประกาศตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ให้จัดระเบียบการจ้างพนักงาน หรือ ลูกจ้างชั่วคราว และการใช้เงินนอกงบประมาณใหม่ แต่ไม่ได้ยกเลิกสัญญาจ้างรายปี ของพนักงาน หรือ ลูกจ้างชั่วคราว จึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่หากเมื่อหมดสัญญา ก็จะมีการวางแผนของวงเงินนอกงบประมาณ เพื่อจัดจ้างพนักงานใหม่ และในอนาคตทุกหน่วยงานราชการ จะต้องอยู่ภายใต้ระเบียบนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sDc1E4fmT00    

 2,353
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ค. 61

หมอขู่เตรียมนัดประท้วง จวก ก.คลัง ออกระเบียบ รพ.รัฐเลี่ยงจ้างลูกจ้างชั่วคราว-ห้ามขึ้นเงินเดือน

เพจเฟซบุ๊ก ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เคลื่อนไหวของกลุ่มแพทย์ที่ไม่พอใจต่อระเบียบของกระทรวงการคลัง มีระเบียบให้เลี่ยงการจ้างพนักงาน-ลูกจ้างชั่วคราวและขึ้นเงินเดือน จนอาจบานปลายออกมาชุมนุม โดยระบุข้อความว่า   "รัฐบาลนี้ปากบอกจะปฏิรูป แต่ล่าสุดจะทำสิ่งที่เค้าปฏิรูปมาแล้วให้ถอยหลัง นอกจากจะกำลังพยายามแก้กฏหมายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ถอยหลังเข้าคลอง โดยให้ประชาชนร่วมจ่ายไม่พอ   ล่าสุดกระทรวงการคลัง ออกหนังสือสั่งการให้โรงพยาบาลรัฐบาลถอยลงคลองกลับไปปี 2544 หรือเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ให้การจ้างลูกจ้าง รวมไปถึงวิชาชีพต่างๆ แต่ละคนเพิ่ม ไม่ว่าจะจากเงินนอกงบประมาณ เงินบำรุง ต้องไปขอจากกรมบัญชีกลาง และห้ามเพิ่มเงินเดือน ไม่ได้สักคน คงจะเหมือนสมัยก่อนจะจ้างใครสักคนต้องขอล่วงหน้าก่อน 1 ปีงบประมาณ   ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ขอเชิญชวนพี่น้องโรงพยาบาลชุมชน รพ.สต. โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลรัฐบาลทั้งประเทศ. เริ่มจากขึ้นป้ายไว้อาลัย แต่งชุดดำกัน หากรัฐบาลยังไม่เห็นยังไม่ได้ยิน คงต้องนัดกันเตรียมรองเท้าผ้าใบกับใจถึงๆ ไปสมทบกับคนที่อยากเลือกตั้งแล้วแหละครับ"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TIos0BeTcmE    

 10,941
การเมือง
11 เม.ย. 61

'สมชัย สัจจพงษ์' ยื่นใบลาออก ขอเป็นประชาชนเต็มขั้น หลังโดนย้ายพ้นปลัดคลัง

นายสมชัย​ สัจจพงษ์​ ปลัดกระทรวงการคลัง​ ตัดสินใจลาออกจากราชการ​ หลังถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงาน​คณะกรรมการ​พัฒนาการ​เศรษฐกิจ​และ​สังคม​แห่งชาติ​ (สศช.)​ โดยที่ประชุมคณ​ะรัฐมนตรี​เห็นชอบแต่งตั้งนั้น​   ซึ่งนายสมชัยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางไลน์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างลาการปฏิบัติราชการในต่างประเทศ ว่า ขอบคุณผู้สื่อข่าวที่ช่วยประคับประคองและสนับสนุนตนมาตลอดชีวิตราชการ โดยตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการเป็นที่เรียบร้อย เป็นประชาชนเต็มขั้นแล้ว   ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ว่าได้รับหนังสือลาออกแล้วหรือไม่ แต่ไม่สามารถติดต่อได้   รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การโยกย้ายนายสมชัยไม่ได้เป็นการลงโทษหรือมีความผิด เพราะตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เป็นตำแหน่งใหญ่มีความสำคัญดูภาพรวมของประเทศระยะยาว และต้องเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกครั้ง ดังนั้นรัฐบาลต้องการคนที่มีความสามารถทำงานได้จริงๆ ซึ่งตอนนี้มีน้อยจึงต้องโยกปลัดคลังไปทำหน้าที่นี้   นอกจากนี้ ที่ผ่านมานายอภิศักดิ์ ก็พอใจการทำงานของนายสมชัยอย่างมาก ในการผลักดันนโยบายและมาตรการที่สำคัญไม่ว่า จะเป็นการแจกสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยเฟส 1 และ 2 การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และการผลักดันโครงการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เมนต์ ซึ่งคนที่จะนั่งมาเป็นปลัดคลังคนใหม่ก็หาได้ไม่ง่าย ทำให้รัฐบาลต้องใช้เวลาพิจารณาหาคนมาเป็นหลักคลัง คาดว่าจะเสนอเข้า ครม. หลังเทศกาลสงกรานต์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gTzewGhQkOk  

 8,680
เศรษฐกิจ
25 ม.ค. 61

ก.คลัง เตรียมเสนอ ครม. สัปดาห์หน้า ให้นำค่าใช้จ่ายจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหักภาษีได้ 1.15 เท่า

สมคิด ย้ำ การปรับขึ้นค่าแรงรอบใหม่ เป็นสิ่งจำเป็น หลังไม่ได้ขึ้นมานาน แต่แนะแรงงานต้องพัฒนาตัวเองรองรับเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ด้านคลังเตรียมเสนอครม.สัปดาห์หน้า ให้นำค่าใช้จ่ายจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั้งหมดมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.15 เท่า สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มองว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานไทยที่จะให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณาในเร็วๆนี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะค่าครองชีพ หรือค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ปรับสูงขึ้น หากไม่ปรับค่าแรงให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ก็อาจจะทำให้คนกลุ่มนี้มีปัญหาได้ ซึ่งที่ผ่านมา ค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้มีการปรับขึ้นมานานแล้ว ซึ่งสาเหตุหลักเป็นเพราะผู้ประกอบการ ไม่รู้จักพัฒนาภาคการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพียงต่อการสร้างรายได้ให้สูงขึ้น จึงไม่ต้องการให้มีต้นทุนด้านค่าแรงเพิ่มขึ้น    อย่างไรก็ตามมองว่าในอนาคตเรื่องอัตราแรงงานเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่แรงงานคนมากขึ้น ฉะนั้นแรงงานทุกภาคส่วนเองจะต้องปรับตัวด้วยการพัฒนาตัวเองให้แข่งขันกับเทคโนโลยีให้ได้ต่อไป   นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น รายได้ของผู้ประกอบการต่างๆ ดีขึ้นแล้ว ดังนั้นการจะปรับขึ้นค่าแรงจึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการ แต่กระทรวงการคลังจะมีมารตรการช่วยเหลือด้านภาษีให้กับผู้ประกอบการที่มีภาระต้นทุนด้านค่าแรงมากขึ้น ด้วยการให้นำค่าใช้จ่ายจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั้งหมดมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.15 เท่า สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท ในรอบเดือนเม.ย.-ธ.ค.2561 ซึ่งจะสามารถลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการได้ 9-10 บาท ซึ่งเหมาะสมกับค่าแรงที่เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5-22 บาท โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณาภายในสัปดาห์หน้าต่อไป  ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,378
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
25 ม.ค. 61

'ชูวิทย์' แจงยิบทำไม ก.คลัง ต้องถือหุ้นอาบอบนวด

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อธิบายว่าทำไม กระทรวงการคลัง ต้องถือหุ้นอาบอบนวดใน 4 บริษัทในกลุ่มเดวิส ของนายชูวิทย์ เนื่องจากเป็นการได้มาของหุ้นมาจากการที่ ปปง. ยึดมาตามกฎหมายเมื่อปี 2546 ที่แพ้คดีแพ่ง รวมมูลค่าเงินสดและหุ้นกว่า 3 ล้านบาท พร้อมชี้แจงความแตกต่างของการยึดและอายัดทรัพย์สิน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cJ_Y787JD_s

 49,807
เศรษฐกิจ
17 ม.ค. 61

ปั๊มลูกช่วยชาติ! ครม.ไฟเขียวเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีลูกคนที่ 2 อีก 3 หมื่น หนุนคนไทยเพิ่มประชากร

ที่ประชุมครม. เห็นชอบมาตรการภาษี สนับสนุนการมีบุตร จำนวน 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ หลังจากสถานการณ์อัตราการเกิดลดลง และทิศทางผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าปี 2579 ไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด หรือมีสัดส่วนร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด   ซึ่งสาระสำคัญของมาตรการนี้ จะเป็นการปรับค่าลดหย่อนของบุตร ตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เพิ่มขึ้นอีก 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีภาษี และประกาศร่างกฎกระทรวง นำค่าฝากครรภ์ และ คลอดบุตร ลดหย่อนภาษี ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 6 หมื่นบาท   ทั้งนี้คาดว่ามาตรการนี้ จะะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าหักลดหย่อนการมีบุตรคนที่ 2 จำนวน 1,500 ล้านบาท และค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร จำนวน 1 พันล้านบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1My2GjT9dwE    

 26,433
เศรษฐกิจ
10 ม.ค. 61

ครม.เคาะมาตรากรช่วยผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 เน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ

ครม. เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 ซึ่งเน้นการสร้างงาน-สร้างอาชีพ และที่สำคัญจะเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญของหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์ ที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร โดยมีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน และมีคณะกรรมการระดับจังหวัด และอำเภอ ติดตามอย่างใกล้ชิด   โดยมาตรการที่ออกมา เช่น ธกส.จะเข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้น้อย ด้วยการผ่อนปรนดอกเบี้ย การลดภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบ การพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ โดยการสนับสนุนสินเชื่อปรับเปลี่ยนการผลิต เพื่อพัฒนาอาชีพ   ขณะที่ธนาคารออมสิน เตรียมให้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยต่ำ รายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินในการสร้างอาชีพเสริม หรือ หารายได้เพิ่ม เช่น การทำธุรกิจแฟรนไชส์ เปิดร้านค้าสตรีทฟู๊ด และธุรกิจโฮมสเตย์ ซึ่งจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจขนาดเล็กของตนเองได้มากขึ้น ซึ่งมาตรการของ 2 ธนาคารนี้ จะมีผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์ 4.7 ล้านราย และตั้งเป้า ในปีแรก จะทำให้คนพ้นจากความยากจน คือ มีรายได้เพิ่มมากกว่า 20%   และอีกประเด็นที่เป็นข่าวดี คือ การอนุมัติเพิ่มวงเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยคนที่ได้ 200 บาท จะได้เพิ่มเป็น 300 บาท และคนที่เคยได้ 300 บาท จะเพิ่มเป็น 500 บาท แต่ก็จะให้เฉพาะผู้ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเองในครั้งนี้เท่านั้น เริ่มเดือนมีนาคม เป็นเดือนแรก   นอกจากนี้ในส่วนของภาคเอกชน ที่มีรายจ่ายจากการจ้างผู้มีรายได้น้อยทำงาน และจ่ายค่าอบรมต่อเนื่อง จะสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่าเป็นระยะเวลา 2 ปี หรือถึงธันวาคม 2562   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zknym7eurGY  

 17,990

Top