ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงการคลัง"

การเมือง
11 เม.ย. 61

'สมชัย สัจจพงษ์' ยื่นใบลาออก ขอเป็นประชาชนเต็มขั้น หลังโดนย้ายพ้นปลัดคลัง

นายสมชัย​ สัจจพงษ์​ ปลัดกระทรวงการคลัง​ ตัดสินใจลาออกจากราชการ​ หลังถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงาน​คณะกรรมการ​พัฒนาการ​เศรษฐกิจ​และ​สังคม​แห่งชาติ​ (สศช.)​ โดยที่ประชุมคณ​ะรัฐมนตรี​เห็นชอบแต่งตั้งนั้น​   ซึ่งนายสมชัยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางไลน์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างลาการปฏิบัติราชการในต่างประเทศ ว่า ขอบคุณผู้สื่อข่าวที่ช่วยประคับประคองและสนับสนุนตนมาตลอดชีวิตราชการ โดยตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการเป็นที่เรียบร้อย เป็นประชาชนเต็มขั้นแล้ว   ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ว่าได้รับหนังสือลาออกแล้วหรือไม่ แต่ไม่สามารถติดต่อได้   รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การโยกย้ายนายสมชัยไม่ได้เป็นการลงโทษหรือมีความผิด เพราะตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เป็นตำแหน่งใหญ่มีความสำคัญดูภาพรวมของประเทศระยะยาว และต้องเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกครั้ง ดังนั้นรัฐบาลต้องการคนที่มีความสามารถทำงานได้จริงๆ ซึ่งตอนนี้มีน้อยจึงต้องโยกปลัดคลังไปทำหน้าที่นี้   นอกจากนี้ ที่ผ่านมานายอภิศักดิ์ ก็พอใจการทำงานของนายสมชัยอย่างมาก ในการผลักดันนโยบายและมาตรการที่สำคัญไม่ว่า จะเป็นการแจกสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยเฟส 1 และ 2 การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และการผลักดันโครงการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เมนต์ ซึ่งคนที่จะนั่งมาเป็นปลัดคลังคนใหม่ก็หาได้ไม่ง่าย ทำให้รัฐบาลต้องใช้เวลาพิจารณาหาคนมาเป็นหลักคลัง คาดว่าจะเสนอเข้า ครม. หลังเทศกาลสงกรานต์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gTzewGhQkOk  

 8,601
เศรษฐกิจ
25 ม.ค. 61

ก.คลัง เตรียมเสนอ ครม. สัปดาห์หน้า ให้นำค่าใช้จ่ายจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหักภาษีได้ 1.15 เท่า

สมคิด ย้ำ การปรับขึ้นค่าแรงรอบใหม่ เป็นสิ่งจำเป็น หลังไม่ได้ขึ้นมานาน แต่แนะแรงงานต้องพัฒนาตัวเองรองรับเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ด้านคลังเตรียมเสนอครม.สัปดาห์หน้า ให้นำค่าใช้จ่ายจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั้งหมดมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.15 เท่า สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มองว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานไทยที่จะให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณาในเร็วๆนี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะค่าครองชีพ หรือค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ปรับสูงขึ้น หากไม่ปรับค่าแรงให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ก็อาจจะทำให้คนกลุ่มนี้มีปัญหาได้ ซึ่งที่ผ่านมา ค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้มีการปรับขึ้นมานานแล้ว ซึ่งสาเหตุหลักเป็นเพราะผู้ประกอบการ ไม่รู้จักพัฒนาภาคการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพียงต่อการสร้างรายได้ให้สูงขึ้น จึงไม่ต้องการให้มีต้นทุนด้านค่าแรงเพิ่มขึ้น    อย่างไรก็ตามมองว่าในอนาคตเรื่องอัตราแรงงานเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่แรงงานคนมากขึ้น ฉะนั้นแรงงานทุกภาคส่วนเองจะต้องปรับตัวด้วยการพัฒนาตัวเองให้แข่งขันกับเทคโนโลยีให้ได้ต่อไป   นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น รายได้ของผู้ประกอบการต่างๆ ดีขึ้นแล้ว ดังนั้นการจะปรับขึ้นค่าแรงจึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการ แต่กระทรวงการคลังจะมีมารตรการช่วยเหลือด้านภาษีให้กับผู้ประกอบการที่มีภาระต้นทุนด้านค่าแรงมากขึ้น ด้วยการให้นำค่าใช้จ่ายจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั้งหมดมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.15 เท่า สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท ในรอบเดือนเม.ย.-ธ.ค.2561 ซึ่งจะสามารถลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการได้ 9-10 บาท ซึ่งเหมาะสมกับค่าแรงที่เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5-22 บาท โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณาภายในสัปดาห์หน้าต่อไป  ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,335
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
25 ม.ค. 61

'ชูวิทย์' แจงยิบทำไม ก.คลัง ต้องถือหุ้นอาบอบนวด

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อธิบายว่าทำไม กระทรวงการคลัง ต้องถือหุ้นอาบอบนวดใน 4 บริษัทในกลุ่มเดวิส ของนายชูวิทย์ เนื่องจากเป็นการได้มาของหุ้นมาจากการที่ ปปง. ยึดมาตามกฎหมายเมื่อปี 2546 ที่แพ้คดีแพ่ง รวมมูลค่าเงินสดและหุ้นกว่า 3 ล้านบาท พร้อมชี้แจงความแตกต่างของการยึดและอายัดทรัพย์สิน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cJ_Y787JD_s

 49,698
เศรษฐกิจ
17 ม.ค. 61

ปั๊มลูกช่วยชาติ! ครม.ไฟเขียวเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีลูกคนที่ 2 อีก 3 หมื่น หนุนคนไทยเพิ่มประชากร

ที่ประชุมครม. เห็นชอบมาตรการภาษี สนับสนุนการมีบุตร จำนวน 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ หลังจากสถานการณ์อัตราการเกิดลดลง และทิศทางผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าปี 2579 ไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด หรือมีสัดส่วนร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด   ซึ่งสาระสำคัญของมาตรการนี้ จะเป็นการปรับค่าลดหย่อนของบุตร ตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เพิ่มขึ้นอีก 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีภาษี และประกาศร่างกฎกระทรวง นำค่าฝากครรภ์ และ คลอดบุตร ลดหย่อนภาษี ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 6 หมื่นบาท   ทั้งนี้คาดว่ามาตรการนี้ จะะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าหักลดหย่อนการมีบุตรคนที่ 2 จำนวน 1,500 ล้านบาท และค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร จำนวน 1 พันล้านบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1My2GjT9dwE    

 26,152
เศรษฐกิจ
10 ม.ค. 61

ครม.เคาะมาตรากรช่วยผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 เน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ

ครม. เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 ซึ่งเน้นการสร้างงาน-สร้างอาชีพ และที่สำคัญจะเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญของหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์ ที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร โดยมีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน และมีคณะกรรมการระดับจังหวัด และอำเภอ ติดตามอย่างใกล้ชิด   โดยมาตรการที่ออกมา เช่น ธกส.จะเข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้น้อย ด้วยการผ่อนปรนดอกเบี้ย การลดภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบ การพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ โดยการสนับสนุนสินเชื่อปรับเปลี่ยนการผลิต เพื่อพัฒนาอาชีพ   ขณะที่ธนาคารออมสิน เตรียมให้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยต่ำ รายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินในการสร้างอาชีพเสริม หรือ หารายได้เพิ่ม เช่น การทำธุรกิจแฟรนไชส์ เปิดร้านค้าสตรีทฟู๊ด และธุรกิจโฮมสเตย์ ซึ่งจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจขนาดเล็กของตนเองได้มากขึ้น ซึ่งมาตรการของ 2 ธนาคารนี้ จะมีผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์ 4.7 ล้านราย และตั้งเป้า ในปีแรก จะทำให้คนพ้นจากความยากจน คือ มีรายได้เพิ่มมากกว่า 20%   และอีกประเด็นที่เป็นข่าวดี คือ การอนุมัติเพิ่มวงเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยคนที่ได้ 200 บาท จะได้เพิ่มเป็น 300 บาท และคนที่เคยได้ 300 บาท จะเพิ่มเป็น 500 บาท แต่ก็จะให้เฉพาะผู้ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเองในครั้งนี้เท่านั้น เริ่มเดือนมีนาคม เป็นเดือนแรก   นอกจากนี้ในส่วนของภาคเอกชน ที่มีรายจ่ายจากการจ้างผู้มีรายได้น้อยทำงาน และจ่ายค่าอบรมต่อเนื่อง จะสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่าเป็นระยะเวลา 2 ปี หรือถึงธันวาคม 2562   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zknym7eurGY  

 17,866
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 60

เช็คเลย! คลังแจกของขวัญปีใหม่ มอบเงิน-คืนดอกเบี้ยหลายโครงการให้ ปชช.

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โครงการของขวัญปีใหม่ปี 2561 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยโครงการแรกเพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินให้กับประชาชนทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้ของขวัญ 1,000 บาทสำหรับลูกค้ารายย่อยที่ผ่อนชำระหนี้ย้อนหลัง 48 เดือน ไม่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะได้มีวงเงินกู้ รวมวงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกันไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยต้องเป็นผู้กู้ที่มีการชำระเงินงวดของเดือนธ.ค. 2560 ในช่วงระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค. 2560 คาดว่าจะมีผู้ได้รับของขวัญ 165,107 ราย   ต่อมาเป็นโครงการชำระดี มีคืนของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะคืนดอกเบี้ยให้ลูกค้า 30% ของจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระในช่วงระหว่าง 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2561 สำหรับลูกค้าที่มีเงินต้นคงเป็นหนี้ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2560 ไม่เกิน 300,00 บาท คาดว่าจะมีผู้ได้รับของขวัญเป็นเกษตรกร 2.3 ล้านราย   ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองของ ธอส. จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อยทั่วไปและบุคลากรภาครัฐรวม 3 โครงการมีอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและมีระยะเวลากู้ยืมสูงสุดถึง 40 ปี รวมทั้งมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด ซึ่งให้ยื่นขอคำกู้ได้จนถึงวันที่ 28 ธ.ค. 2561 หรือเมื่อธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อเต็มโครงการแล้ว แบ่งออกเป็นประชาชนผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีวงเงิน โครงการรวม 30,000 ล้านบาท วงเงินสูงสุดต่อรายให้กู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก 2.75% ต่อปี กรณีวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท และ 3% ต่อปีสำหรับวงเงินกู้มากกว่า 1 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yee2N1CfqOA    

 13,669
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 60

ครม.ไฟเขียวมาตรการเที่ยว 55 เมืองรอง ลดหย่อนภาษีเงินได้ 1.5 หมื่นบาท

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 จังหวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -31 ธันวาคม 2561 โดยสามารถนำค่าใช้จากการท่องเที่ยวในเมืองรองมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ตามจริง ดังนี้   1.กำหนดให้เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและค่าที่พักโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดท่องเที่ยวรอง ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 15,000 บาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา   2.ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือ รายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมสัมมนาในพื้นที่เมืองรอง 55 จังหวัด หรือเขตพื้นที่อื่นใดที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำหนด   ทั้งนี้เมืองรอง หมายถึง จังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าไปท่องเที่ยวรวมกันไม่เกิน 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งมี 55 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช อุดรธานี เชียงราย ลพบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี อุบลราชธานี นครนายก หนองคาย สระแก้ว เลย ตาก ตราด เพชรบูรณ์ จันทบุรี มุกดาหาร นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม บุรัมย์ ชัยภูมิ พัทลุง ตรัง ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สตูล ชุมพร สุโขทัย สุรินทร์ สกลนคร ลำพูน นครพนม อุตรดิตถ์ ระนอง ลำปาง ร้อยเอ็ด แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ ชัยน่าน น่าน อ่างทอง มหาสารคาม กำแพงเพชร อุทัยธานี นราธิวาส ยะลา พะเยา บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร สิงห์บุรี หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และปัตตานี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DjAS07FqAnU    

 15,038
เศรษฐกิจ
30 พ.ย. 60

กระทรวงการคลัง ปลื้ม! มาตรการช็อปช่วยชาติ 13 วัน ยังคึก มั่นใจตามเป้า 10,000 ลบ.

ปลัดคลัง ปลื้ม มาตรการช็อปช่วยชาติ 13 วัน ยังคึก มั่นใจตามเป้า 10,000 ล้านบาทแน่นอน แต่ปีหน้ามีอีกหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ ต้องรอดูภาวะเศรษฐกิจก่อน    นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน หรือ มาตรการช็อปช่วยชาติ ว่า ตลอด 13 วันที่ผ่านมา มีประชาชนซื้อสินค้าเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีในมาตรการช็อปช่วยชาติกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ที่คาดว่าจะมีคนใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงเชื่อว่ามาตรการนี้จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามที่คาดการณ์ไว้   อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามาตรการนี้ไม่ควรเป็นมาตรการถาวร เพราะอาจทำให้เกิดการชะงักการใช้จ่ายได้ แต่ในปีนี้ต้องการกระจายการใช้จ่ายไปยังท้องถิ่นมากขึ้น จึงได้มีมาตรการขึ้น แต่ปีหน้าจะมีหรือไม่จะต้องดูความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้นด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,742
เศรษฐกิจ
15 พ.ย. 60

คลังปิ๊งไอเดีย! แจกซิมการ์ดพร้อมค่ารายเดือนให้คนจน หวังให้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตสร้างรายได้เพิ่ม

รมว.คลังเผยมีแนวคิดแจกซิมการ์ดพร้อมค่ารายเดือนให้คนจน หวังเข้าถึงอินเตอร์เน็ตสร้างรายได้เพิ่ม แต่ขอศึกษาก่อนว่าจะให้สมาร์ทโฟนด้วยหรือไม่    นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ในขณะนี้กระทรวงการคลังมีแนวคิดในการแจกซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือและค่าบริการแบบรายเดือนให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากต้องการให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีสำหรับการเพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อยได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่ได้สรุปอย่างเป็นทางการว่าจะมีค่ารายเดือนให้เท่าไหร่ และจะมีการให้สมาร์ทโฟนให้กับผู้มีรายได้น้อยไปใช้ด้วยหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นอาจจะใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)   สำหรับหลักการในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 นั้นจะเน้นการเพิ่มรายได้ การหาอาชีพและการให้ความรู้ต่างๆกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะทำให้คนกลุ่มนี้หลุดพ้นจากความยากจน โดยในจุดมุ่งหมายจะช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปีก่อน 

 14,979
เศรษฐกิจ
13 พ.ย. 60

'ออมสิน' เตรียมเสนอ 'การคลัง' ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2

ออมสิน เตรียมเสนอกระทรวงการคลัง ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2   นายชาติชาย พยุพนาวิชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมเสนอให้กระทรวงการคลัง พิจารณามาตรการสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 เพื่อเป็นการเสริมอาชีพตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ได้มีนโดยจะคิดดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีรายได้พิเศษ เสริมจากอาชีพประจำ โดยอาจเป็นสินเชื่อในการทำมาค้าขาย    ทั้งนี้จะร่วมกับสถาบันการศึกษา ในการอบรมเพื่อฝึกอาชีพให้ด้วย และในวันพรุ่งนี้ยังได้เตรียมประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการจัดหาเฟรนไชส์คุณภาพ หรือธุรกิจในลักษณะสตรีทฟู๊ด เพื่อเป็นทางเลือกอาชีพ ให้กับประชาชน โดยสินเชื่อดังกล่าว เป็นสินเชื่อต่อเนื่องไม่จำกัดวงเงิน และมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนในระดับหนึ่ง   ขณะเดียวในวันนี้ธนาคารออมสิน ยังได้ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐ รวมกว่า 9 แห่ง สร้างรายได้ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยจัดตลาดนัดประชารัฐวายุภักษ์รักประชาชนครั้งที่ 3 ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง โดยมีร้านค้ากว่า 100 ร้านครับสินค้าคุณภาพดี สินค้าโอท้อป อาหารสด อาหารแห้งอาหารแปรรูป เครื่องแต่งกาย และสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยจัดขึ้นที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่พหลโยธินระหว่างวันที่ 13 ถึง 15 พฤศจิกายน ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่เป็นผู้ประกอบการขนาดย่อม สามารถเข้าถึงพื้นที่ในการค้าขายทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 34,176
เศรษฐกิจ
13 พ.ย. 60

กระทรวงการคลังชี้ มาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้ หวังให้เงินเข้าระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง ย้ำไม่ดึงกำลังซื้อล่วงหน้า แต่จะช่วยเพิ่มอำนาจซื้อประชาชน

  กระทรวงการคลัง ชี้ มาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้ หวังให้เงินเข้าระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง ย้ำไม่ดึงกำลังซื้อล่วงหน้า แต่จะช่วยเพิ่มอำนาจซื้อประชาชน      นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยัน ว่ามาตรการช็อปช่วยชาติ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. -3 ธ.ค. 2560 นั้น เลื่อนการจับจ่ายของประชาชนให้เร็วขึ้น เพื่อให้เงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากช่วงปลายปี เป็นช่วงที่ประชาชนวางแผนใช้จ่ายอยู่แล้ว แต่การมีมาตรการนี้ จะทำให้คนระดับรายได้ปานกลางที่มีพลังในการเสียภาษี เต็มใจที่จะใช้จ่ายมากขึ้น เช่น เดิมอาจซื้อ 1 ชิ้น แต่เมื่อมีมาตรการลดหย่อนภาษี ทำให้ซื้อเพิ่มเป็น 2 ชิ้น จึงไม่ใช่การดึงเงินในอนาคตมาใช้จ่ายก่อน แต่เป็นการเพิ่มอำนาจซื้อให้กับประชาชน ซึ่งรัฐบาลคิดว่าคุ้มค่า เพราะเป็นการเพิ่มเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ แม้มาตรการครั้งนี้ จะทำให้ต้องสูญเสียรายได้ภาษี ประมาณ 2,000 ล้านบาท    ส่วนรายจ่ายด้านท่องเที่ยวที่ไม่รวมอยู่ในมาตรการปีนี้ เนื่องจากรัฐบาล เห็นว่า ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดี และเป็นช่วงไฮซีซั่น ที่คนวางแผนเดินทางและใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการทางภาษีเข้ามากระตุ้นอีก    สำหรับกรณีที่มีนักวิชาการเสนอให้กระทรวงการคลัง เก็บข้อมูลรายการสินค้าและกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการช้อปช่วยชาติ 2 ปีที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผู้ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ เป็นผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมีประมาณ 6 ล้านคน ส่วนกิจการห้างร้านทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมทั้งเอสเอ็มอี ตลอดจนผู้ผลิตสินค้าต่างๆ จะได้ประโยชน์ทั้งหมดหากเข้ามาอยู่ในระบบภาษี คาดว่า มาตรการช้อปช่วยชาติปีนี้ จะมีมูลค่าการใช้จ่ายเพื่อหักลดหย่อนภาษี มากกว่าที่ประเมินไว้ที่ 22,500 ล้านบาท เพราะเพิ่มระยะเวลาให้ช็อปปิ้งนานขึ้นเป็น 23 วัน ขณะที่ 2 ปีก่อน คือ ปี 2558 มีมูลค่าการใช้จ่าย 12,000 ล้านบาท และปี 2559 เพิ่มมาเป็น 15,000 ล้านบาท   ข่าวที่เกี่ยวข้อง   </iframe</div>

 3,661
เศรษฐกิจ
07 พ.ย. 60

คลังเตรียมเสนอ ครม. ช้อปช่วยชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจ จัดเต็ม 15 พ.ย. - 3 ธ.ค.60

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.นำมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ หรือ ช้อปช่วยชาติ มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2560 นี้อีกครั้ง ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้พิจารณาออกมาตรการดังกล่าว โดยคาดว่าจะดำเนินโครงการ 19 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. - 3 ธ.ค.2560    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46Xa-iMmBj0    

 6,240
เศรษฐกิจ
07 พ.ย. 60

คลังเสนอแนวคิดดึงคนเกษียณมาทำงาน-คนชรารวยสละเบี้ยยังชีพให้คนจน

กระทรวงการคลังจะนำเสนอโครงการเปิดให้ผู้สูงอายุ ที่ได้รับเบี้ยยังชีพ ที่มีฐานะ สามารถสละสิทธิ์รับเบี้ยยังชีพ เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้ไปเข้ากองทุนผู้สูงอายุ รวมกับเงินที่ได้รับจากกองทุนผู้สูงอายุที่ได้รับมาจากร้อยละ 2 ของรายได้ภาษีสุรายาสูบ   นอกจากนี้ยังมีโครงการดึงคนเกษียณมาทำงาน เพื่อเป็นการสร้างรายได้และลดภาระงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งแนวทางอาจมีการใช้มาตรการภาษี เพื่อจูงใจให้บริษัทห้างร้าน เอกชนว่าจ้างผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มแรงงานระดับไม่สูง หรือมีรายได้ขั้นต่ำเข้ามาทำงาน โดยจะสามารถมีสิทธิ์นำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย แต่ส่วนผู้สูงอายุที่เป็นระดับผู้บริหารที่ถูกจ้างไปเป็นผู้บริหาร หรือที่ปรึกษาจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีเพิ่ม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_i_10h6PRoY  

 20,316
เศรษฐกิจ
01 พ.ย. 60

'บิ๊กตู่' สั่งคลังศึกษา 'ช็อปช่วยชาติ' หวังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสิ้นปี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังการประชุมครม.ว่าได้สั่งการกระทรวงการคลังไปพิจารณาหาทางว่าจะทำโครงการช้อปช่วยชาติอย่างไร ซึ่งทำติดต่อกันมาทุกปีในช่วงปลายปี โดยขอให้ศึกษาในรายละเอียดและทำให้รัดกุม ทำระยะเวลาให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่ จะได้เป็นการเพิ่มการซื้อของ และหมุนเวียนเงินได้มากขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายช่วงปลายปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/16dZStsmUR8  

 6,282
เศรษฐกิจ
18 ต.ค. 60

คลังแจงยังอยู่ในระหว่างศึกษา เพิ่มวงเงินบัตรคนจน ตจว.แทนค่าเดินทาง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการเพิ่มวงเงินบัตรผู้มีรายได้น้อย จากเดิมที่ได้ 200 บาท เป็น 700 บาท และ 300 บาท เป็น 800 บาท เพื่อให้ประชาชนต่างจังหวัดไม่ได้ใช้บริการรถไฟ หรือ บขส. เป็นประจำ สามารถ จะนำวงเงินส่วนนี้ไปให้ประชาชนใช้เพื่อซื้อสินค้าบริโภคแทน   ทั้งนี้กระทรวงการคลังระบุนโยบายดังกล่าวอยู่ในระหว่างการศึกษาแต่ยังไม่นำมาปฏิบัติจริง และทางนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้สั่งการให้คลังดำเนินการ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ABH3bp_hSiA

 1,369

Top