ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงการคลัง"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
17 ม.ค. 61

ปั๊มลูกช่วยชาติ! ครม.ไฟเขียวเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีลูกคนที่ 2 อีก 3 หมื่น หนุนคนไทยเพิ่มประชากร

ที่ประชุมครม. เห็นชอบมาตรการภาษี สนับสนุนการมีบุตร จำนวน 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ หลังจากสถานการณ์อัตราการเกิดลดลง และทิศทางผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าปี 2579 ไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด หรือมีสัดส่วนร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด   ซึ่งสาระสำคัญของมาตรการนี้ จะเป็นการปรับค่าลดหย่อนของบุตร ตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เพิ่มขึ้นอีก 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีภาษี และประกาศร่างกฎกระทรวง นำค่าฝากครรภ์ และ คลอดบุตร ลดหย่อนภาษี ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 6 หมื่นบาท   ทั้งนี้คาดว่ามาตรการนี้ จะะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าหักลดหย่อนการมีบุตรคนที่ 2 จำนวน 1,500 ล้านบาท และค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร จำนวน 1 พันล้านบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1My2GjT9dwE    

 25,574
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 ม.ค. 61

ครม.เคาะมาตรากรช่วยผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 เน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ

ครม. เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 ซึ่งเน้นการสร้างงาน-สร้างอาชีพ และที่สำคัญจะเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญของหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์ ที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร โดยมีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน และมีคณะกรรมการระดับจังหวัด และอำเภอ ติดตามอย่างใกล้ชิด   โดยมาตรการที่ออกมา เช่น ธกส.จะเข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้น้อย ด้วยการผ่อนปรนดอกเบี้ย การลดภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบ การพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ โดยการสนับสนุนสินเชื่อปรับเปลี่ยนการผลิต เพื่อพัฒนาอาชีพ   ขณะที่ธนาคารออมสิน เตรียมให้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยต่ำ รายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินในการสร้างอาชีพเสริม หรือ หารายได้เพิ่ม เช่น การทำธุรกิจแฟรนไชส์ เปิดร้านค้าสตรีทฟู๊ด และธุรกิจโฮมสเตย์ ซึ่งจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจขนาดเล็กของตนเองได้มากขึ้น ซึ่งมาตรการของ 2 ธนาคารนี้ จะมีผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์ 4.7 ล้านราย และตั้งเป้า ในปีแรก จะทำให้คนพ้นจากความยากจน คือ มีรายได้เพิ่มมากกว่า 20%   และอีกประเด็นที่เป็นข่าวดี คือ การอนุมัติเพิ่มวงเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยคนที่ได้ 200 บาท จะได้เพิ่มเป็น 300 บาท และคนที่เคยได้ 300 บาท จะเพิ่มเป็น 500 บาท แต่ก็จะให้เฉพาะผู้ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาตนเองในครั้งนี้เท่านั้น เริ่มเดือนมีนาคม เป็นเดือนแรก   นอกจากนี้ในส่วนของภาคเอกชน ที่มีรายจ่ายจากการจ้างผู้มีรายได้น้อยทำงาน และจ่ายค่าอบรมต่อเนื่อง จะสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่าเป็นระยะเวลา 2 ปี หรือถึงธันวาคม 2562   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zknym7eurGY  

 17,648
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
27 ธ.ค. 60

เช็คเลย! คลังแจกของขวัญปีใหม่ มอบเงิน-คืนดอกเบี้ยหลายโครงการให้ ปชช.

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โครงการของขวัญปีใหม่ปี 2561 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยโครงการแรกเพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินให้กับประชาชนทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้ของขวัญ 1,000 บาทสำหรับลูกค้ารายย่อยที่ผ่อนชำระหนี้ย้อนหลัง 48 เดือน ไม่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะได้มีวงเงินกู้ รวมวงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกันไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยต้องเป็นผู้กู้ที่มีการชำระเงินงวดของเดือนธ.ค. 2560 ในช่วงระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค. 2560 คาดว่าจะมีผู้ได้รับของขวัญ 165,107 ราย   ต่อมาเป็นโครงการชำระดี มีคืนของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะคืนดอกเบี้ยให้ลูกค้า 30% ของจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระในช่วงระหว่าง 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2561 สำหรับลูกค้าที่มีเงินต้นคงเป็นหนี้ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2560 ไม่เกิน 300,00 บาท คาดว่าจะมีผู้ได้รับของขวัญเป็นเกษตรกร 2.3 ล้านราย   ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองของ ธอส. จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อยทั่วไปและบุคลากรภาครัฐรวม 3 โครงการมีอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและมีระยะเวลากู้ยืมสูงสุดถึง 40 ปี รวมทั้งมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด ซึ่งให้ยื่นขอคำกู้ได้จนถึงวันที่ 28 ธ.ค. 2561 หรือเมื่อธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อเต็มโครงการแล้ว แบ่งออกเป็นประชาชนผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีวงเงิน โครงการรวม 30,000 ล้านบาท วงเงินสูงสุดต่อรายให้กู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก 2.75% ต่อปี กรณีวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท และ 3% ต่อปีสำหรับวงเงินกู้มากกว่า 1 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yee2N1CfqOA    

 13,503
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
27 ธ.ค. 60

ครม.ไฟเขียวมาตรการเที่ยว 55 เมืองรอง ลดหย่อนภาษีเงินได้ 1.5 หมื่นบาท

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 จังหวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -31 ธันวาคม 2561 โดยสามารถนำค่าใช้จากการท่องเที่ยวในเมืองรองมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ตามจริง ดังนี้   1.กำหนดให้เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและค่าที่พักโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดท่องเที่ยวรอง ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 15,000 บาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา   2.ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือ รายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมสัมมนาในพื้นที่เมืองรอง 55 จังหวัด หรือเขตพื้นที่อื่นใดที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำหนด   ทั้งนี้เมืองรอง หมายถึง จังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าไปท่องเที่ยวรวมกันไม่เกิน 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งมี 55 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช อุดรธานี เชียงราย ลพบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี อุบลราชธานี นครนายก หนองคาย สระแก้ว เลย ตาก ตราด เพชรบูรณ์ จันทบุรี มุกดาหาร นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม บุรัมย์ ชัยภูมิ พัทลุง ตรัง ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สตูล ชุมพร สุโขทัย สุรินทร์ สกลนคร ลำพูน นครพนม อุตรดิตถ์ ระนอง ลำปาง ร้อยเอ็ด แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ ชัยน่าน น่าน อ่างทอง มหาสารคาม กำแพงเพชร อุทัยธานี นราธิวาส ยะลา พะเยา บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร สิงห์บุรี หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และปัตตานี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DjAS07FqAnU    

 14,904
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
30 พ.ย. 60

กระทรวงการคลัง ปลื้ม! มาตรการช็อปช่วยชาติ 13 วัน ยังคึก มั่นใจตามเป้า 10,000 ลบ.

ปลัดคลัง ปลื้ม มาตรการช็อปช่วยชาติ 13 วัน ยังคึก มั่นใจตามเป้า 10,000 ล้านบาทแน่นอน แต่ปีหน้ามีอีกหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ ต้องรอดูภาวะเศรษฐกิจก่อน    นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน หรือ มาตรการช็อปช่วยชาติ ว่า ตลอด 13 วันที่ผ่านมา มีประชาชนซื้อสินค้าเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีในมาตรการช็อปช่วยชาติกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ที่คาดว่าจะมีคนใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงเชื่อว่ามาตรการนี้จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามที่คาดการณ์ไว้   อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามาตรการนี้ไม่ควรเป็นมาตรการถาวร เพราะอาจทำให้เกิดการชะงักการใช้จ่ายได้ แต่ในปีนี้ต้องการกระจายการใช้จ่ายไปยังท้องถิ่นมากขึ้น จึงได้มีมาตรการขึ้น แต่ปีหน้าจะมีหรือไม่จะต้องดูความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้นด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,626
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
15 พ.ย. 60

คลังปิ๊งไอเดีย! แจกซิมการ์ดพร้อมค่ารายเดือนให้คนจน หวังให้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตสร้างรายได้เพิ่ม

รมว.คลังเผยมีแนวคิดแจกซิมการ์ดพร้อมค่ารายเดือนให้คนจน หวังเข้าถึงอินเตอร์เน็ตสร้างรายได้เพิ่ม แต่ขอศึกษาก่อนว่าจะให้สมาร์ทโฟนด้วยหรือไม่    นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ในขณะนี้กระทรวงการคลังมีแนวคิดในการแจกซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือและค่าบริการแบบรายเดือนให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากต้องการให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีสำหรับการเพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อยได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่ได้สรุปอย่างเป็นทางการว่าจะมีค่ารายเดือนให้เท่าไหร่ และจะมีการให้สมาร์ทโฟนให้กับผู้มีรายได้น้อยไปใช้ด้วยหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นอาจจะใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)   สำหรับหลักการในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 นั้นจะเน้นการเพิ่มรายได้ การหาอาชีพและการให้ความรู้ต่างๆกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะทำให้คนกลุ่มนี้หลุดพ้นจากความยากจน โดยในจุดมุ่งหมายจะช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปีก่อน 

 14,828
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
13 พ.ย. 60

'ออมสิน' เตรียมเสนอ 'การคลัง' ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2

ออมสิน เตรียมเสนอกระทรวงการคลัง ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2   นายชาติชาย พยุพนาวิชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้เตรียมเสนอให้กระทรวงการคลัง พิจารณามาตรการสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 2 เพื่อเป็นการเสริมอาชีพตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ได้มีนโดยจะคิดดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีรายได้พิเศษ เสริมจากอาชีพประจำ โดยอาจเป็นสินเชื่อในการทำมาค้าขาย    ทั้งนี้จะร่วมกับสถาบันการศึกษา ในการอบรมเพื่อฝึกอาชีพให้ด้วย และในวันพรุ่งนี้ยังได้เตรียมประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการจัดหาเฟรนไชส์คุณภาพ หรือธุรกิจในลักษณะสตรีทฟู๊ด เพื่อเป็นทางเลือกอาชีพ ให้กับประชาชน โดยสินเชื่อดังกล่าว เป็นสินเชื่อต่อเนื่องไม่จำกัดวงเงิน และมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนในระดับหนึ่ง   ขณะเดียวในวันนี้ธนาคารออมสิน ยังได้ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐ รวมกว่า 9 แห่ง สร้างรายได้ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยจัดตลาดนัดประชารัฐวายุภักษ์รักประชาชนครั้งที่ 3 ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง โดยมีร้านค้ากว่า 100 ร้านครับสินค้าคุณภาพดี สินค้าโอท้อป อาหารสด อาหารแห้งอาหารแปรรูป เครื่องแต่งกาย และสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยจัดขึ้นที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่พหลโยธินระหว่างวันที่ 13 ถึง 15 พฤศจิกายน ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่เป็นผู้ประกอบการขนาดย่อม สามารถเข้าถึงพื้นที่ในการค้าขายทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 34,063
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
13 พ.ย. 60

กระทรวงการคลังชี้ มาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้ หวังให้เงินเข้าระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง ย้ำไม่ดึงกำลังซื้อล่วงหน้า แต่จะช่วยเพิ่มอำนาจซื้อประชาชน

  กระทรวงการคลัง ชี้ มาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้ หวังให้เงินเข้าระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง ย้ำไม่ดึงกำลังซื้อล่วงหน้า แต่จะช่วยเพิ่มอำนาจซื้อประชาชน      นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยัน ว่ามาตรการช็อปช่วยชาติ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. -3 ธ.ค. 2560 นั้น เลื่อนการจับจ่ายของประชาชนให้เร็วขึ้น เพื่อให้เงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากช่วงปลายปี เป็นช่วงที่ประชาชนวางแผนใช้จ่ายอยู่แล้ว แต่การมีมาตรการนี้ จะทำให้คนระดับรายได้ปานกลางที่มีพลังในการเสียภาษี เต็มใจที่จะใช้จ่ายมากขึ้น เช่น เดิมอาจซื้อ 1 ชิ้น แต่เมื่อมีมาตรการลดหย่อนภาษี ทำให้ซื้อเพิ่มเป็น 2 ชิ้น จึงไม่ใช่การดึงเงินในอนาคตมาใช้จ่ายก่อน แต่เป็นการเพิ่มอำนาจซื้อให้กับประชาชน ซึ่งรัฐบาลคิดว่าคุ้มค่า เพราะเป็นการเพิ่มเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ แม้มาตรการครั้งนี้ จะทำให้ต้องสูญเสียรายได้ภาษี ประมาณ 2,000 ล้านบาท    ส่วนรายจ่ายด้านท่องเที่ยวที่ไม่รวมอยู่ในมาตรการปีนี้ เนื่องจากรัฐบาล เห็นว่า ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดี และเป็นช่วงไฮซีซั่น ที่คนวางแผนเดินทางและใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการทางภาษีเข้ามากระตุ้นอีก    สำหรับกรณีที่มีนักวิชาการเสนอให้กระทรวงการคลัง เก็บข้อมูลรายการสินค้าและกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการช้อปช่วยชาติ 2 ปีที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผู้ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ เป็นผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมีประมาณ 6 ล้านคน ส่วนกิจการห้างร้านทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมทั้งเอสเอ็มอี ตลอดจนผู้ผลิตสินค้าต่างๆ จะได้ประโยชน์ทั้งหมดหากเข้ามาอยู่ในระบบภาษี คาดว่า มาตรการช้อปช่วยชาติปีนี้ จะมีมูลค่าการใช้จ่ายเพื่อหักลดหย่อนภาษี มากกว่าที่ประเมินไว้ที่ 22,500 ล้านบาท เพราะเพิ่มระยะเวลาให้ช็อปปิ้งนานขึ้นเป็น 23 วัน ขณะที่ 2 ปีก่อน คือ ปี 2558 มีมูลค่าการใช้จ่าย 12,000 ล้านบาท และปี 2559 เพิ่มมาเป็น 15,000 ล้านบาท   ข่าวที่เกี่ยวข้อง   </iframe</div>

 3,576
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
07 พ.ย. 60

คลังเตรียมเสนอ ครม. ช้อปช่วยชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจ จัดเต็ม 15 พ.ย. - 3 ธ.ค.60

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.นำมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ หรือ ช้อปช่วยชาติ มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2560 นี้อีกครั้ง ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้พิจารณาออกมาตรการดังกล่าว โดยคาดว่าจะดำเนินโครงการ 19 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. - 3 ธ.ค.2560    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46Xa-iMmBj0    

 6,132
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
07 พ.ย. 60

คลังเสนอแนวคิดดึงคนเกษียณมาทำงาน-คนชรารวยสละเบี้ยยังชีพให้คนจน

กระทรวงการคลังจะนำเสนอโครงการเปิดให้ผู้สูงอายุ ที่ได้รับเบี้ยยังชีพ ที่มีฐานะ สามารถสละสิทธิ์รับเบี้ยยังชีพ เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้ไปเข้ากองทุนผู้สูงอายุ รวมกับเงินที่ได้รับจากกองทุนผู้สูงอายุที่ได้รับมาจากร้อยละ 2 ของรายได้ภาษีสุรายาสูบ   นอกจากนี้ยังมีโครงการดึงคนเกษียณมาทำงาน เพื่อเป็นการสร้างรายได้และลดภาระงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งแนวทางอาจมีการใช้มาตรการภาษี เพื่อจูงใจให้บริษัทห้างร้าน เอกชนว่าจ้างผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มแรงงานระดับไม่สูง หรือมีรายได้ขั้นต่ำเข้ามาทำงาน โดยจะสามารถมีสิทธิ์นำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย แต่ส่วนผู้สูงอายุที่เป็นระดับผู้บริหารที่ถูกจ้างไปเป็นผู้บริหาร หรือที่ปรึกษาจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีเพิ่ม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_i_10h6PRoY  

 20,177
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
01 พ.ย. 60

'บิ๊กตู่' สั่งคลังศึกษา 'ช็อปช่วยชาติ' หวังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสิ้นปี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังการประชุมครม.ว่าได้สั่งการกระทรวงการคลังไปพิจารณาหาทางว่าจะทำโครงการช้อปช่วยชาติอย่างไร ซึ่งทำติดต่อกันมาทุกปีในช่วงปลายปี โดยขอให้ศึกษาในรายละเอียดและทำให้รัดกุม ทำระยะเวลาให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่ จะได้เป็นการเพิ่มการซื้อของ และหมุนเวียนเงินได้มากขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายช่วงปลายปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/16dZStsmUR8  

 6,167
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
18 ต.ค. 60

คลังแจงยังอยู่ในระหว่างศึกษา เพิ่มวงเงินบัตรคนจน ตจว.แทนค่าเดินทาง

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการเพิ่มวงเงินบัตรผู้มีรายได้น้อย จากเดิมที่ได้ 200 บาท เป็น 700 บาท และ 300 บาท เป็น 800 บาท เพื่อให้ประชาชนต่างจังหวัดไม่ได้ใช้บริการรถไฟ หรือ บขส. เป็นประจำ สามารถ จะนำวงเงินส่วนนี้ไปให้ประชาชนใช้เพื่อซื้อสินค้าบริโภคแทน   ทั้งนี้กระทรวงการคลังระบุนโยบายดังกล่าวอยู่ในระหว่างการศึกษาแต่ยังไม่นำมาปฏิบัติจริง และทางนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้สั่งการให้คลังดำเนินการ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ABH3bp_hSiA

 1,219
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
17 ต.ค. 60

คลังเพิ่มวงเงินบัตรคนจนซื้อสินค้า ให้คน ตจว.ช็อปแทนค่าเดินทาง

กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาโยกวงเงินค่าใช้จ่ายในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ในส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่น ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าโดยสารรถ บขส. มูลค่า 500 บาทต่อเดือน มาเพิ่มในวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เดิมมีอยู่ 200 และ 300 บาท เป็น 700 และ 800 บาท สำหรับผู้ถือบัตรที่อาศัยในต่างจังหวัดทั้ง 2 ประเภท   หลังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้สิทธิ์จากวงเงินดังกล่าว อย่างไรก็ตามวงเงินรวมยังอยู่ภายใต้งบประมาณ 41,940 ล้านบาทเช่นเดิม   ส่วนการติดตั้งเครื่องรูดบัตรเครดิต หรือ EDC ธนาคารกรุงไทย ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์และกรมบัญชีกลาง เร่งดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จทันกำหนดการ ภายในเดือนตุลาคมหรืออย่างช้าต้นเดือนพฤศจิกายนนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PG-xoZN5RKM

 31,712
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 ต.ค. 60

รมช.คลัง โต้ ไม่ได้เอื้อรายใหญ่ ทำบัตรผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้ามากขึ้น

รมช.คลัง โต้ ไม่ได้เอื้อรายใหญ่ ทำบัตรผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้ามากขึ้น ยันช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายปชช.มากกว่า พร้อมศึกษาการลงทะเบียนแบบใหม่ หวังเพิ่มความสะดวกปชช.มากขึ้น     นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณที่มีกระแสว่าการใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ มากกว่าการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นการเพิ่มความสามารถในการจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้มีรายได้น้อยให้มากขึ้น เพราะผู้มีรายได้น้อยยังจำเป็นต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากรัฐอยู่ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม โดยร้านค้าที่ผู้มีรายได้น้อยจะเข้าไปใช้บัตรได้นั้น จะต้องเป็นร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเงื่อนไขไว้แล้ว จึงไม่ได้เป็นไปตามกระแสที่ออกมาอย่างแน่นอน   ทั้งนี้ หากในอนาคตผู้มีรายได้น้อยมีรายได้สูงขึ้น ก็ไม่จำเป็นที่ต้องได้รับบัตรดังกล่าวอีก ก็ถือว่าเป็นการลดภาระการดูแลของรัฐลงได้ แต่ในเบื้องต้นก็จะต้องดูแลให้ผู้มีรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก่อน ส่วนเงื่อนไขในการใช้บัตรมีความชัดเจน หากทำผิดระเบียบจะถูกยึดบัตรทันที ซึ่งส่วนนี้กรมบัญชีกลางติดตามดูแลอย่างเต็มที่   อย่างไรก็ตามการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในปีต่อๆไป อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางในการลงทะเบียนใหม่ โดยอาจจะไม่ต้องมาลงทะเบียนเช่นเดิม แต่อาจใช้ข้อมูลเดิมมาพิจารณา เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกมากที่สุด รวมถึงการลงทะเบียนของรายใหม่ด้วย แต่ทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องรอผลการศึกษาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,712
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
02 ต.ค. 60

ก.คลังเตรียมให้สิทธิ์ผู้มีรายได้น้อยลุ้นชิงโชคเงินล้าน จากการรูดใช้บัตรสวัสดิการ คาดเริ่มได้ พ.ย.60

ก.คลังเตรียมให้สิทธิ์ผู้มีรายได้น้อยลุ้นชิงโชคเงินล้านจากการรูดใช้บัตรสวัสดิการ คาดเริ่มได้พฤศจิกายนนี้ ยันพอใจวันแรกคนใช้บัตรเพียบ     นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายในเดือนนี้จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ National E-payment พิจารณาให้ผู้ใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยที่ใช้ชำระสินค้ากับร้านค้าที่กำหนด มีสิทธิ์ลุ้นรับโชครางวัลใหญ่ 1 ล้านบาทเช่นเดียวกับผู้ที่ใช้บัตรเดบิตและได้ลุ้นโชคชิงราวัล เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยใช้บัตรสวัสดิการมากขึ้น โดยคาดว่าจะร่วมนำข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรมาลุ้นรางวัลในเดือนพฤศจิกายนนี้ จากยอดการใช้จ่ายในเดือนตุลาคมนี้    ขณะที่การใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยวันแรกในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นไปอย่างน่าพอใจ เพราะมีผู้มีสิทธิ์ใช้ซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐกว่า 300,000 คนรวมมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท และมีการจ่ายค่าโดยสารรถ บขส.กว่า 400 คน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเปิดใช้งานในวันแรก    อย่างไรก็ตาม ยอมรับผู้มีรายได้น้อยบางส่วนยังไม่รู้ที่ตั้งร้านธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ของตน จึงอาจจะใช้สิทธิ์ได้อย่างไม่เต็มที่ ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงจะเตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์และกรมบัญชีกลาง เพื่อหาแนวทางแก้ไข ส่วนปัญหาด้านระบบอินเตอร์เน็ตและเครื่องรับบัตรสวัสดิการที่ยังไม่ทั่วถึง จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะกระทวงการคลังได้ติดตามสถานการณ์การใช้บัตรสัวสดิการเป็นรายวัน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 10,532

Top