ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงการคลัง"

เศรษฐกิจ
23 ก.ค. 62

คลังสั่งศึกษา นโยบายลดภาษีเงินได้ 10% หวั่นกระทบรายได้ประเทศลดฮวบ

จากนโยบายปรับลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้   ล่าสุด นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า กำลังศึกษาว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ส่วนหากมีการลดภาษีในลักษณะดังกล่าวจริงจะทำให้ฐานภาษีผู้เสียภาษีจริงที่ปัจจุบันมี 4 ล้านคน หายไป 3 ล้านคน และรายได้ภาษีหายไป 180,000 ล้านบาทหรือไม่ ยังต้องรอผลการศึกษา   ซึ่งหากมีการลดอัตราภาษีบุคคลธรรมดา 10% จริง ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลดให้เป็นการชั่วคราว หรือ ลดให้เป็นการถาวร เพราะยังต้องศึกษาว่าการลดภาษีบุคคลธรรมดาตามนโยบายที่หาเสียงไว้จริงๆ คืออะไร   รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หากมีการลดภาษีอัตราภาษีบุคคลธรรมดา 10% ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้จริง จะทำให้ฐานภาษีหายไป 3 ล้านราย และสูญเงินภาษีต่อปี 180,000 แสนล้านบาท ทำให้ต้องหาวิธีการลดภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ให้ได้เพื่อไม่ให้รัฐบาลผิดสัญญาที่หาเสียงไว้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vSI230pufAI

 1,084
เศรษฐกิจ
05 ก.ค. 62

คลังส่งสัญญาณบวก ชี้สถานการณ์ค่าเงินบาทไทยน่าจะทรงตัวแล้ว

กระทรวงการคลังส่งสัญญาณบวก ชี้ค่าเงินบาทไทยน่าจะทรงตัวแล้ว หลังติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุเกิดจากการได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟด ส่งสัญญาณปรับดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้ ทำให้ตลาดประเมินทิศทางของนาคต ทั้งนี้คาดว่าเงินบาทจะไม่แข็งค่าไปกว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่   แต่การวิเคราะห์ดังกล่าวสวนทางกับการวิเคราะห์ของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารกรุงไทย ประเมินค่าเงินบาทส่อหลุด 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าเฟดประกาศลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ค.นี้   ด้านคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ชี้การที่เงินบาทแข็งค่า ส่งผลต่อการส่งออกอ้อยและน้ำตาล วอนแบงก์ชาติคุมค่าเงินบาทให้ได้ 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/DBsskZC2kxg

 1,565
เศรษฐกิจ
01 ก.ค. 62

คลังเตรียมแสนล้านเสนอรัฐบาลใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ

กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่ มีวงเงินเตรียมไว้ประมาณ 1 แสนล้านบาท มาจากงบกลางและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563   โดยมาตรการเข้าไปดูแลในกลุ่มที่ต้องการช่วยเหลือ เช่น เกษตร เอสเอ็มอี ผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย เพราะขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจไทย คือคนยังไม่กล้าใช้จ่าย ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องอัดเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจ   โดยปัญหาของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้คือ ความเชื่อมั่น ซึ่งกระทบต่อความมั่นใจในการบริโภคและการลงทุน ดังนั้นนโยบายการคลังจะต้องเข้ามาเสริม เมื่อได้รัฐบาลใหม่แล้วกระทรวงการคลังจะต้องเร่งกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่น   ทำให้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งและกระตุ้นการบริโภค โดยระยะเร่งด่วน ควรดำเนินการผ่านความช่วยเหลือไปยัง ระดับรากหญ้า โดยเฉพาะในภภาคเกษตรกร ประเภทพืชไร่ต่างๆ เพื่อให้เกิดกำลังซื้อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B373AqqdAC8

 2,056
เศรษฐกิจ
24 มิ.ย. 62

จ่อปรับเกณฑ์บัตรคนจน พิจารณาเป็นครอบครัว คนจนไม่จริงถูกคัดชื่อออก

กระทรวงการคลัง จ่อปรับเกณฑ์ผู้มีสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ให้มีคุณสมบัติและเพิ่มเงื่อนไขใหม่ดังนี้   -สัญชาติไทย -อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป -มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 100,000 บาท -กรณีเป็นเจ้าของบ้าน จะต้องมีขนาดบ้านไม่เกิน 25 ตารางวา (ตร.ว.) และคอนโดขนาดไม่เกิน 35 ตารางเมตร (ตร.ม.) -มีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยเองไม่เกิน 1 ไร่ -มีที่ดินเพื่อการเกษตรจะต้องมีไม่เกิน 10 ไร่   อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการพิจารณาคุณสมบัติเป็นแบบรายบุคคลเท่านั้น ดังนั้น   โดยหลักเกณฑ์ใหม่ที่เตรียมจะเสนอรัฐบาลใหม่ จะปรับเปลี่ยนเป็นการพิจารณาแบบรายครอบครัวแทนการพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยพิจารณารายได้ของครอบครัวนั้นๆ ว่าจะเข้าเกณฑ์ของผู้ที่ได้รับสิทธิ์หรือไม่   ทั้งนี้ การใช้เกณฑ์พิจารณาแบบรายครอบครัว เชื่อว่าจะทำให้สามารถชี้เป้าคนที่สมควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นจำนวนมาก ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เมื่อดูจากฐานะของครอบครัวแล้ว พบว่ามีฐานะดี   นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคนที่ใกล้ชิดกับข้อมูลในระดับพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกในการคัดกรองผู้สมควรได้รับบัตรสวัสดิการ หรือผู้ที่ได้รับบัตรอยู่แล้ว แต่ขาดคุณสมบัติ ต้องถูกคัดชื่อออกไป   จึงคาดว่าจำนวนคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการในรอบใหม่ น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านคน จากปัจจุบันที่มีผู้ได้รับบัตรอยู่ 14.5 ล้านคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ETB-u9jnRxA

 18,980
เศรษฐกิจ
10 พ.ค. 62

คลังเตรียมงบ 7.7 หมื่นล้าน ให้รัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังได้ประเมินแหล่งเงินทุนทั้งเงินสดและเงินกู้ ที่สามารถนำมาใช้ดูแลเศรษฐกิจไทยในอนาคตและใช้สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยพบว่ามีเงินที่รัฐบาลจะสามารถนำมาใช้ได้ 90,000 ล้านบาท และรัฐบาลชุดนี้นำไปใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน สำหรับมาตรการพยุงเศรษฐกิจแล้วจำนวน 13,000 ล้านบาท ดังนั้น งบที่เหลือจึงเป็นงบประมาณที่รัฐบาลใหม่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 77,000 ล้านบาท   โดยนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปีงบประมาณ 2562 ที่เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนไปแล้วจำนวน 13,000 ล้านบาท และมาตรการลดหย่อนภาษี 6 มาตรการ อาทิ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับท่องเที่ยวเมืองรองและเมืองหลัก เป็นต้น จะทำให้รัฐบาลสูญรายได้ราว 8,000 ล้านบาท แต่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น 0.1% หรือเติบโตอยู่ที่ 3.9%   จากเดิมที่กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 3.8% ซึ่งถือเป็นระดับที่กระทรวงการคลังพอใจแล้ว โดยหลังจากนี้คงต้องติดตามผลของมาตรการพยุงเศรษฐกิจและรอดูภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของไทยว่าจะมีทิศทางดีขึ้นหรือไม่ รวมทั้งยังต้องจับตาดูนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่   นอกจากนั้นจะต้องรอดูราคาพืชผลทางการเกษตร ที่มีแนวโน้มจะลดลงด้วย อาทิ ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น รวมถึงต้องรอดูการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งหากรัฐบาลมีเสถียรภาพจะช่วยทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มต่ำกว่า 3.8% คิดว่ารัฐบาลใหม่ต้องมีมาตรการออกมาดูแลอีกระลอกแน่   ทั้งนี้แม้เศรษฐกิจในปีนี้อาจต่ำกว่าฐานการประเมินรายได้ ที่กระทรวงการคลังกำหนดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอยู่ที่ 4% แต่มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณ 2562 แน่นอน เนื่องจากช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ (เดือน ต.ค.2561-มี.ค.2562) กระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้ถึง 1.16 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 81,600 ล้านบาท หรือ 7.6% และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 5,559 ล้านบาท หรือ 0.5% ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ruWbeFWDc4c

 2,286
เศรษฐกิจ
27 เม.ย. 62

คลังพับโครงการแจกเงินเที่ยวเมืองรอง 1,500 บาท ทุ่มใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จากกรณีที่มีข่าวว่าจะแจกเงิน 1,500 บาท ใหเประชาชนไปเที่ยวเมืองรองกันนั้น รายงานจากแหล่งข่าวในกระทรวงการคลังบอกว่า ล่าสุดถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   แต่สิ่งที่กระทรวงการคลังจะเสนอต่อ ครม. คือ เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน ใน 4 กลุ่ม   1.ผู้ปกครองนักเรียน (2.6 ล้านคน) ที่มีลูกหลานกำลังเรียนชั้นมัธยมลงไป   บุตร 1 คน ได้รับ 500 บาท (ครั้งเดียว เดือน พ.ค.) หรือ บุตร 3 คน ได้รับ 1,500 บาท (ครั้งเดียว เดือน พ.ค.) เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียน   2.เกษตรกร (4 ล้านคน) ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้ 1,000 บาท เพื่อนำเงินไปซื้อปุ๋ย และอุปกรณ์เกษตรกรรม   3.คนพิการ (1 ล้านคน) ที่ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเพิ่มคนละ 200 บาทต่อเดือน ช่วงเวลาที่ได้รับ พ.ค.-ก.ย.62 (5 เดือน) *เดิม รัฐช่วยเหลือ 600-800 บาทต่อเดือน   4.ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (14.5 ล้านคน) เพิ่มเงินเป็น 500 บาทเดือน ช่วงเวลาที่ได้รับ พ.ค.- มิ.ย.62  เดิม รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี รับ 300 บาท และรายได้เกิน 30,000 ถึง 100,000 บาทต่อปี รับ 200 บาท     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/_p5qrmRnSlA

 69,492
เศรษฐกิจ
10 เม.ย. 62

รัฐบาลใหม่ยังไม่มา พาความเชื่อมั่นนักลงทุนทรุด - คลังเตรียมเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า(มิ.ย.62) ลดลง 17.72% มาที่ระดับ 107.53 เนื่องจากพบว่านักลงทุนมีความกังวลเสถียรภาพรัฐบาลใหม่เป็นปัจจัยหลัก ที่ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังคงไม่มีความชัดเจนในการการจัดตั้งรัฐบาล   อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วจะมีการดึงเม็ดเงินและความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้   ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ หลังจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ศึกษาแนวทางและมาตรการดังกล่าวไว้เนื่องจากยอมรับว่าขณะนี้ ประชาชนมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ ที่มาจากการรับฟังข่าวสารทางด้านการเมือง ที่อาจก่อให้เกิดการชะลอการใช้จ่าย รวมถึงนักลงทุนอาจชะลอการลงทุน แม้ว่าความจริงแล้วเศรษฐกิจไทยยังขับเคลื่อนได้อยู่ก็ตาม   สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น จะเน้นมาตรการที่เรียกความเชื่อมั่นของประชาชนให้ฟี้นขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่เป็นการใช้เงินที่มีอยู่ให้สามารถเดินหน้าได้ตามแผนอย่างไม่หยุดชะงัก และคงเป็นการทยอยนำออกมาใช้ในช่วงไตรมาส 2-3 รวมถึงอาจจะมีมาตรการที่เร่งด่วนที่ต้องนำออกมาใช้ตั้งแต่ ปลายเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งต้องประเมินภาพรวมเศรษฐกิจอีกครั้ง   ทั้งนี้นายสมคิดมีกำหนดเดินทางมาประชุมกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ โดยได้มีการสั่งให้เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไว้ให้พร้อม เพื่อรับมือ ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ และการส่งออกก็ชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wxSvrWI68qY

 1,370
เศรษฐกิจ
12 มี.ค. 62

คลังแจงหนี้ครัวเรือนสูงเพราะคนกู้ซื้อบ้าน อัดแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ

ศึกระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศหทย หรือ แบงก์ชาติ ยังไม่จบ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับหนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นแต่เป็นหนี้ที่มีคุณภาพ   เกิดจากนโยบายรัฐบาลต้องการให้คนจนกู้ซื้อบ้าน กับการแปลงหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ คนจนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ตอกกลับแบงก์ชาติ ไม่ใช่หนี้ที่กู้มาซื้อโทรศัพท์ ซื้อมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แล้วหมดไป แต่หนี้ครัวเรือนซื้อบ้านเหมือนมีรายได้เพิ่มเพราะเดิมต้องจ่ายค่าเช่าอยู่แล้ว อัดแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตัวการเพิ่มปัญหาความเหลื่อมล้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VExs2aTBOvw

 11,186
สรุปข่าว
12 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 มี.ค.62 จับหนุ่มฆ่าพยาบาล-รวบนางแบบแม็กซิมขายยาลดความอ้วน-สุเทพทวงบุญคุณอภิสิทธิ์

-ฝุ่นควันวิกฤตหลายจังหวัด เชียงใหม่ฟ้าขาวโพลน ค่าฝุ่นขึ้นอันดับ 1 ของโลก ล่าสุดดีขึ้นลงมาอยู่อันดับ 4 ไฟป่ายังโหมหนักหลายจังหวัดเหนือ-อีสาน ชาวชัยภูมิเจอไฟป่าต้องหนีตาย แม่ฮ่องสอนหนักจนต้องยกเลิกเที่ยวบิน ไฟป่าเผาวอดอุทยานถ้ำผาไทย ยังคุมเพลิงไม่ได้ เชียงใหม่วิกฤต ท้องฟ้าขาวโพลน ฝุ่นควันติดอันดับโลก ไฟป่าภาคเหนือยังโหมหลายจุด   -กรณีระเบิดสตูล-พัทลุงรวม 18 จุด สั่งย้าย 2 ผกก.โรงพักเมืองสตูลและปากพะยูนออกจากพื้นที่ บิ๊กป้อมลงพื้นที่ ยันไม่เกี่ยวดิสเครดิตรัฐบาล แต่ก็ไม่เชื่อมโยงเหตุ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล เร่งค้นหาตัวชายต้องสงสัยในวงจรปิด ล่าสุดนราธิวาสระเบิดอีก ทหารพรานเจ็บ มีการแขวนป้ายผ้า 110 ปีการจำนองชาติพันธุ์ปัตตานี พ่นสีสเปรย์ปัตตานี 110 กลางถนน บึ้มทหารพรานเจาะไอร้อง เจ็บ 1 มือป่วนแขวนป้ายผ้า-พ่นสี patani 110 กลางถนนนราธิวาส  เด้ง 2 ผกก.โรงพักเมืองสตูล-ปากพะยูน เซ่นเหตุระเบิด 18 จุด 'บิ๊กป้อม' ลงพื้นที่ ยันไม่โยงเหตุป่วน 3 ชายแดนใต้    -พล.อ.ประยุทธ์ร่วมฟังบรรยายพิเศษการเปลี่ยนแปลงโลก โดย Mr.Salim Ismail  จากนั้นได้ขึ้นกล่าวบนเวที สัญญาถ้ามีโอกาสทำต่อไป จะให้ประเทศเปลี่ยนแปลง ยันนี่ไม่ใช่การหาเสียง สิ่งที่ทำมากำลังออกผล สวนกลับ Mr.Salim ที่บอกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงผู้นำ เปลี่ยนฮิตเลอร์ ชี้บางอย่างไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน อยู่ตรงนี้ต้องมีอำนาจอย่างเด็ดขาด แต่ต้องใช้ระมัดระวัง ต้องทำงานแบบพลังประชารัฐ   สิ่งที่กังวลคือเศรษฐกิจระดับล่าง ยอมรับยังไม่ดี แต่ก็ทรงสภาพ ต้องช่วยกันขับเคลื่อน ถ้ามีโอกาสได้ทำต่อ จะทำให้มากและดีที่สุด อยู่มา 5 ปี อาจเป็นคนเสียงดังโวยวายแต่เป็นคนทำงานและรับผิดชอบ ต้องทำให้สำเร็จเพราะเป็นทหาร ที่ผ่านมาทะเลาะกับนักข่าวเท่านั้น อย่ารังเกียจผมนักเลย บางครั้งก็มีอารมณ์ศิลปิน อารมณ์ทหาร บางครั้งก็อยากหล่อ 'บิ๊กตู่' รับมีหลายอารมณ์ที่ต้องแก้ แต่บางครั้งก็อยากหล่อบ้าง    -อุตตม พรรคพลังประชารัฐ ตอบโต้อภิสิทธิ์ที่ประกาศไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ชี้ขึ้นอยู่กับ ปชช.เป็นคนเลือก จะเดินหน้าหาเสียงต่อ รอให้ผลการเลือกตั้งออกมาก่อน ก็ไม่สายเกินไปว่าจะทำงานร่วมกับใครบ้าง ฝากว่าใครพูดอะไรไว้ก็จำไว้แล้วกัน สุวิทย์ชี้เป็นคำพูดของคนใจแคบ เป็นแค่วาทกรรมทางการเมืองที่หวังผล เชื่อว่า ไม่ดีที่สุด แต่ก็เหมาะสมที่สุดในสภาวะแบบนี้ มั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้เป็นนายกฯต่อ พลังประชารัฐฝาก 'อภิสิทธิ์' จำคำพูดตัวเอง หลังประกาศไม่หนุน 'บิ๊กตู่'   -สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่พอใจอภิสิทธิ์ที่ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงอดีตว่าเคยทำให้อภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ ถ้าไม่มีตนก็ไม่รู้ว่าชาติหน้าจะได้เป็นนายกฯหรือไม่ อยากถามอภิสิทธิ์ว่ายืนอยู่ข้างทักษิณใช่ไหม พร้อมโพสต์ว่าหมดเวลาเกรงใจ ชัดเจนกันเสียที รับเสียดายในฐานะคนคุ้นเคย ที่เคยสร้างปาฏิหาริย์โค่นระบอบทักษิณ การประกาศจุดยืนนี้ก็ทำให้มวลมหาประชาชนที่เคยเลือกประชาธิปัตย์มาตลอดชีวิต จะได้ไปหนุน พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างชัดเจน 'สุเทพ' แหลงใต้เดือด ทวงบุญคุณพา 'อภิสิทธิ์' เป็นนายกฯ แต่มาลืมกัน    ด้านชัชชาติชี้อภิสิทธิ์ ต้องบอกว่าจุดยืนร่วมกับพลังประชารัฐหรือไม่ ไม่ใช่แค่ตัวบุคคล ควรเน้นที่พรรค แต่ก็เป็นสิทธิ์ของอภิสิทธิ์ ปฏิกริยานักการเมือง หลัง 'มาร์ค' ประกาศไม่หนุน 'ประยุทธ์' แต่ยังกั๊กร่วมงานพลังประชารัฐ    -อภิสิทธิ์แถลงย้ำจุดยืนพูดในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นไปตามอุดมการณ์พรรค ตลอด 70 ปี เป็นสิทธิ์ ปชช.ที่จะรู้จุดยืนพรรค ตนแสดงจุดยืน 2 ครั้งชัดเจน จนมีปฏิกิริยาทั้ง 2 ฝ่าย ว่าถ้าไม่เลือกประยุทธ์ ก็ต้องจับมือเพื่อไทยเป็นพวกทักษิณ ยันถ้าเพื่อไทยไม่ออกจากการครอบงำ ก็ไม่สามารถร่วมงานได้ ยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลง ส่วนที่จะร่วมกับพลังประชารัฐหรือไม่ ถ้าต้องการสืบทอดอำนาจ ปชป.คงไม่ร่วมด้วย ไม่ผูกมัดว่าพรรคได้ ส.ส.อันดับ 1 ชี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นศูนย์กลางความขัดแย้ง เราไม่สนับสนุนคนโกง เมื่อเราไม่ร่วมก็เป็นฝ่ายค้าน ไม่จับมือกับใคร ต่างคนต่างทำงาน 'อภิสิทธิ์' พูดอีกชัดๆ ไม่หนุน 'บิ๊กตู่' ไม่ร่วมมือเพื่อไทย สุดท้ายไม่จับมือใคร ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน  'อภิสิทธิ์' ส่งไลน์ยันไม่จับมือเพื่อไทย 'สุเทพ' สลดใจ 'มาร์ค' ประกาศไม่เอา 'พล.อ.ประยุทธ์'   -ศึกคลัง vs แบงก์ชาติยังไม่จบ รมว.คลังยอมรับหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น แต่เป็นหนี้ที่เป็นคุณภาพจากนโยบายรัฐ กู้ซื้อบ้านกับแปลงหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ ไม่ใช่หนี้ที่ซื้อมือถือ จยย.ใช้แล้วก็หมดไป แต่หนี้ครัวเรือนซื้อบ้าน ก็เหมือนมีรายได้เพิ่ม เปลี่ยนค่าเช่าเป็นการซื้อแทน อัดแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ตัวการสร้างปัญหาความเหลื่อมล้ำ คลังแจงหนี้ครัวเรือนสูงเพราะคนกู้ซื้อบ้าน อัดแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ     -จับอดีตหนุ่มเวรเปลฆ่าพยาบาล สารภาพแอบคบมา 5 ปี  โกรธยืมเงินได้ไม่ครบแถมถูกด่า ปาดคอยังไม่ตาย จับหน้ากดจนขาดใจ สามีผู้ตายระบุไม่ใช่เรื่องชู้สาว แฟนเป็นคนดี ด่าผู้ต้องหาไม่ใช่ลูกผู้ชาย คนตายพูดไม่ได้ ไม่ต้องขอขมาศพ พ่อแม่ผู้ต้องหาขอโทษบอกตามใช้หนี้ให้ประจำ ขอให้รับโทษตามกม. จับอดีตเวรเปลฆ่าพยาบาล โกรธยืมเงินได้ไม่ครบแถมถูกด่า อ้างแอบคบมา 5 ปี สามีคนตายไม่เชื่อ ยันไม่มีเรื่องชู้สาว    -จู่โจมจับนางแบบแม็กซิม ตามยุทธการกวาดล้างยาลดความอ้วน ลุยค้น 33 จุด จ้างหมอตามคลินิกสั่งยาแล้วไปขายทางเน็ต คนหลงเชื่อซื้อไปกินถึงตาย ได้ของกลางเป็นยาลดความอ้วน 2 แสนเม็ด ยึดทรัพย์ 43 ล้านบาท อย.เตือนกินแล้วอาการคล้ายคนเสพยาบ้า จับอดีตนางแบบแม็กซิม ขายยาลดความอ้วนเถื่อน ทำคนกินตาย อึ้ง พบมีหมอร่วมขบวนการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/URn9VUa65P4

 2,671
เศรษฐกิจ
11 มี.ค. 62

คลังขอสำนักงบเพิ่ม 3 หมื่นล้านใส่บัตรคนจนถึงสิ้นปี 62

กระทรวงการคลังขอสำนักงบประมาณ เพิ่ม 3 หมื่นล้านใส่กองทุนประชารัฐ ใช้ใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนถึงสิ้นปี 62 ช่วยผู้ถือบัตร 14.5 ล้านคน หลังทำโครงการแจกผู้มีรายได้น้อยหลายโครงการ จนเกลี้ยงกองทุน   โดย น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่ม หลังเงินในกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มีจะใช้หมดภายในเดือน มี.ค.ว่า ภายในเดือน มี.ค.นี้ สำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 3 หมื่นล้านบาทเข้าในกองทุนฯ ซึ่งจะทำให้มีงบใช้ได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2562 หรือเดือน ก.ย.2562 เพียงพอดูแลผู้ถือบัตรทั้ง 14.5 ล้านคน   การจัดสรรงบครั้งนี้ส่งผลให้ตั้งแต่เริ่มโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมีการตั้งกองทุนประชารัฐฯ ตลอดเวลา 2 ปีได้ใช้เงินไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาทในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น 14.5 ล้านคน และในจำนวนนี้ก็มีหลายล้านคนที่พ้นเส้นความยากจน นอกจากนี้ในปีงบประมาณหน้า กรมยังได้เสนอขอจัดทำงบประมาณปี 2563 วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในอนาคตอีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qsx2tAuxP6M

 50,623
เศรษฐกิจ
28 ก.พ. 62

คลังเปิดจอง เหรียญ 'ร.10' บรมราชาภิเษก วันที่ 4 มี.ค.นี้ จัดทำ 3 ประเภท

กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก  เหรียญที่ระลึก และเหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร     โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เหรียญที่ระลึก และเหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 ได้จัดทำขึ้น จำนวน 3 ประเภท รวมผลิตทุกประเภท ไม่เกิน 5 ล้านเหรียญ ประกอบด้วย      เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 3 ชนิดราคา ได้แก่  • เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกทองคำ ชนิดราคา 19,000 บาท ประเภทขัดเงา ราคาจำหน่ายเหรียญละ 40,000 บาท • เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงิน ชนิดราคา 1,000 บาท ประเภทขัดเงา ราคาจำหน่ายเหรียญละ 3,000 บาท  • เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20  บาท , ประเภทธรรมดา จ่ายแลกเหรียญละ 20 บาท    เหรียญที่ระลึก 3 ประเภท ได้แก่ • เหรียญที่ระลึกแพลทินัม (Platinum) จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,000,000 บาท  • เหรียญที่ระลึกเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ จำหน่ายราคาเหรียญละ 5,000 บาท  • เหรียญระลึกทองแดงรมดำพ่นทรายพิเศษ จำหน่ายราคาเหรียญละ 3,000 บาท   เหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบ ชนิดบุรุษ และสตรี จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,600 บาท    นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ประชาชนสามารถจองเหรียญดังกล่าวได้ที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด , กรมธนารักษ์ทั่วประเทศ //และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ,  บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด โดย 1 คน สามารถจองได้ 1 สิทธิ์ หรือ ประเภทละ 1 เหรียญ ยกเว้นเหรียญนิกเกิ้ล 20 บาท จองได้ไม่เกิน 5 เหรียญ ต่อ 1 หมายเลขบัตรประชาชน    การจอง ผ่านช่องทางOnline • บจ. ไปรษณีย์ไทย http://www.thailandpostmart.com • กรมธนารักษ์ http://www.treasury.com • บมจ. ธนาคารกรุงไทย http://www.royalcoin-trd.com • บจ. เคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-11) http://www.allticket.com/shopping     ทั้งนึ้วันกำหนดรับเหรียญ ณ สถานที่สั่งจอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป สำหรับเหรียญเฉลิมพระเกียรติ หรือเหรียญประดับแพรแถบ สั่งซื้อที่กรมธนารักษ์ โดยจะแจ้งกำหนดการจำหน่ายให้ทราบต่อไป   

 5,974
เศรษฐกิจ
07 ก.พ. 62

คลังแนะแบงก์ชาติ ดูแลค่าเงินบาทแข็งให้ชัดเจน

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องว่า เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ที่จะต้องชี้แจงในเรื่องดังกล่าว รวมถึงอัพเดทสถานการณ์ให้มีความใหม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย   ส่วนธปท.จะตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินอย่างไรนั้น จะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่างๆ ด้วย เพราะที่ผ่านมาช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่เกิดขึ้น เกิดจากการดำเนินนโยบายการเงิน ดังนั้นจะต้องดูเรื่องดังกล่าวให้ดี   ด้านที่ประชุม กนง.ยอมรับในประเด็นนี้ แต่ระดับความผันผวน อยู่ในช่วงปานกลางค่อนข้างต่ำ ถ้าเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ จะเข้าบริหารจัดการทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aW5hjZKsGx8

 2,651
เศรษฐกิจ
24 ม.ค. 62

คลังปรับหลักเกณฑ์ คืน vat ช่วงตรุษจีน ขยายคนใช้บัตรเดบิตได้ 10 ใบจากเดิมใบเดียว

กระทรวงการคลัง ปรับหลักเกณฑ์ คืนภาษี 5% ช่วงตรุษจีน ขยายคนใช้บัตรเดบิตได้ 10 ใบ จากเดิมใบเดียว เชื่อทำให้คนสะดวกมากขึ้น พร้อมรับเงินคืนภาษีใน พ.ย.นี้ สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท หากซื้อ 21,400 บาท คาดใช้เงินคืนภาษี 6-7 พันล้าน   จากกรณีกระทรวงการคลังได้มีการปรับหลักเกณฑ์โครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 5% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต หรือ QR Code ระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2562 แต่จะไม่รวมสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ สุรา ยาสูบ น้ำมัน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จากเดิมให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านบัตรเดบิต 1 ใบ เป็นสูงสุดไม่เกิน 10 ใบ และผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกธนาคารได้มากกว่า 1 แห่ง   โดยให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ epayment.go.th เพื่อให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มีสะดวกมากขึ้น เพราะปกติคนทั่วไปมักมีบัตรเดบิตมากกว่า 1 ใบ โดยจากข้อมูลของสมาคมธนาคารไทย พบว่า ปริมาณบัตรเดบิตในระบบมีสูงถึง 50 ล้านใบ จากจำนวน 20 ล้านบัญชี เฉลี่ยมีบัตรเดบิต 3-4 ใบต่อคนด้วยกัน   ทั้งนี้คาดการณ์ผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 1 ราย จากปัจจุบันที่มีผู้มาลงทะเบียนแล้ว 7 รายด้วยกัน โดยให้สามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 มกราคมนี้ ซึ่งผู้ที่เข้าโครงการจะได้รับเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% หรือไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน จากการจับจ่ายสูงสุดอยู่ที่ 21,400 บาท โดยจะได้รับเงินคืนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชนในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคาดการณ์จะใช้งบประมาณปี 2563 ในการคืนภาษีดังกล่าว 6-7 พันล้านบาท   สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในขณะนี้ มีจำนวน 65 ร้านค้า ราม 15,000 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่และร้านสะดวกซื้อ ขณะที่ร้านค้ารายย่อยมีอยู่บางส่วนเท่านั้น ซึ่งประชาชนสามารถดูรายละเอียดการให้บริการชำระเงินของแต่ละธนาคารและรายชื่อผู้ประกอบการร้านค้าได้ที่ทางเว็บไซต์ epayment.go.th   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/bc5vPT2Vy8o  

 1,144
เศรษฐกิจ
19 ธ.ค. 61

ครม.แจกอีก ช็อปคืนแวต 5% ผ่านบัญชีเดบิตช่วงตรุษจีน 62 ยันไม่เกี่ยวหาเสียง

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต ให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิต ในอัตรา 5% ทุกรายการ ยกเว้นเหล้า เบียร์ บุหรี่   โดยวงเงินซื้อสินค้าได้สูงสุด 20,000 บาท คืนภาษี 1,000 บาท โดยมีระยะเวลาการซื้อสินค้าในช่วงวันที่ 1-15 กุมภาพันธุ์ 2562 โดยขั้นตอนการคืนเงินภาษี จะโอนเงินกลับไปยังระบบพร้อมเพย์ ที่ผูกไว้กับบัตรประชาชนภายใน 15 วันหลังการซื้อสินค้า   ทั้งนี้ มาตรการนี้เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้อีเพย์เมนต์ หนุนร้านค้าเข้าระบบบริการเก็บข้อมูลการขาย เเละการจ่ายเงินเมื่อมีการขายสินค้าหรือบริการ หรือระบบพีโอเอส ซึ่งช่วยทำให้ร้านค้าเข้าสู่ระบบภาษีของกรมสรรพากร อย่างไรก็ตาม จากการคำนวณการใช้จ่ายของประชาชน คาดว่าจะใช้เงินคืนภาษีกว่า 9,000 ล้านบาท   อย่างไรก็ตาม รมว.คลัง ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าว ไม่เกี่ยวการเมืองและการเลือกตั้ง แม้จะถูกหลายคนวิจารณ์ว่ามีขึ้นก่อนการเลือกตั้งไม่กี่วันก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OqPJaPU_lDM

 1,873
เศรษฐกิจ
13 ธ.ค. 61

คลังเตรียมรื้อเกณฑ์บัตรคนจน ลงทะเบียนเป็นรายครอบครัว สกัดคนจนไม่จริง

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะประเมินผลการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ โดยเตรียมปรับปรุงแก้ไขในบางจุด เช่น การลงทะเบียนรายบุคคลอาจไม่ตอบโจทย์ 100% เพราะบางครอบครัวมีฐานะดี    แต่เมื่อลงทะเบียนรายบุคคล เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติรายบุคคลแล้วจะผ่านคุณสมบัติ เพราะไม่มีรายได้ ไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินอะไร จึงมีเหตุการณ์ว่าทำไมมีฐานะดีแล้วยังได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ   ดังนั้น ถ้าจะมีการลงทะเบียนรอบใหม่ในปี 2562 ต้องแก้ปัญหานี้ โดยสิ่งที่ดู คือ ต้องเป็นการลงทะเบียนรายบุคคลและรายครอบครัวด้วย เพราะแม้ผู้สูงอายุบางคนไม่มีอาชีพ แต่มีทรัพย์สินโดยใช้ชื่อของคนในครอบครัว และอาจจะเปิดให้ลงทะเบียนซ้ำทุกปี เพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิ์ได้อย่างแท้จริง และระงับสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CW4vsiu5vIU

 31,248

Top