ค้นหา :

ผลการค้นหา "หลอกแต่งงาน"

สังคม
05 ต.ค. 62

เสี่ยกำมะลอหมื่นล้าน หลอกยันเจ้าอาวาสวัดที่นครพนม จะสร้างศาลา 30 ล้านให้ สุดท้ายกลับเบี้ยว

นครพนม - จากกรณีพริตตี้สาวชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป อ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้านหลอกให้แต่งงานจดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ แต่สุดท้ายทิ้งหนี้ไว้ให้ 3.5 ล้านบาท จนมีการขุดคุ้ยประวัติของเสี่ยกำมะลอรายนี้ จนทราบว่ามีอาชีพขายเห็ดอยู่ย่านลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี    มีเพจดังเปิดเผยว่า นอกจากนายท็อปเสี่ยกำมะลอรวยหมื่นล้าน จะหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงานแล้ว ยังไปหลอกลวงพระในจังหวัดนครพนมอีกด้วย อยู่ที่วัดศรีเทพประดิษฐานราม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบพระมานพ อุฏฐาจี อายุ 51 ปี พระวัดศรีเทพประดิษฐาราม ได้ให้รายละเอียดว่าประมาณปลายปี 2561 มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อเล่น ”โยมแอ๊ด” บอกมีคนประสงค์จะเป็นเจ้าภาพบูรณะศาลาพระเทพสิทธาจารย์ โดยนั่งพูดคุยกันจนเป็นที่ตกลง โดยที่มีชื่อนายธนณัฏฐ์ สิริปิยาพร หรือเสี่ยท็อป และคณะเป็นเจ้าภาพ ในโครงการบูรณะศาลาพระเทพสิทธาจารย์ วงเงิน 30 ล้านบาท เริ่มสัญญาวันที่ 6 มกราคม 2562 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 6 มกราคม 2563 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 250 วัน    ปรากฏว่าผู้รับเหมาได้สั่งอุปกรณ์ในการก่อสร้างมากองไว้ด้านหลังศาลา จากนั้นได้ขอเบิกเงินจากเสี่ยท็อป ก็โดนบ่ายเบี่ยงมาตลอด ขณะเดียวกันโยมแอ๊ดซึ่งไม่ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวกับเสี่ยกำมะลอแบบไหน ได้มาพูดคุยกับพระมหาโดม เจ้าอาวาสวัดศรีเทพฯ เพื่อเปิดบัญชีในนามชื่อของเสี่ยท็อปขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา แต่เจ้าอาวาสเห็นว่าไม่เหมาะสม ทำให้โยมแอ๊ดไม่พอใจรีบออกจากวัดไป และไม่กลับเข้ามาอีกเลยจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ผู้รับเหมาก็ไม่ได้เงินงวดแรกจากเสี่ยท็อปก็ไม่ยอมลงมือสร้าง ก่อนจะขนอุปกรณ์ต่างๆ กลับสำนักงาน คงทิ้งนั่งร้านและเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้างไว้รอบๆ ศาลา โดยยังคงมีความหวังว่าเสี่ยทอ็ปจะจ่ายเงินให้บ้าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/OWTvGlMe10o  

 10,297
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 62

แม่เสี่ยกำมะลอเปิดใจ สุดเอือมพฤติกรรมลูกชาย เชื่อป่วยสร้างเรื่องหลอกคนไปเรื่อย ด้านเจ้าสาวช้ำรักยังไม่แจ้งความรอฝ่ายชายเคลียหนี้

ความคืบหน้ากรณี นายท็อป หรือเสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลอที่หลอก นางสาวดาริน แต่งงานและไม่ยอมจ่ายค่าจัดงานแต่งกว่า 3 ล้านบาท ทิ้งให้ฝ่ายเจ้าสาวรับผิดชอบคนเดียว ก่อนจะขุดประวัติพบว่สไปหลอกลวงผู้เสียหายหลายราย และภาพถ่ายทั้งเครื่องบินส่วนตัวและการใช้ชีวิตหรูหรา และเงินกองโต ซึ่งพบว่าทั้งหมดเป็นแค่เพียงการหลอก เพราะนายท็อปแค่ถ่ายรูปสิ่งของเหล่านี้จากอดีตแฟนสาว    ล่าสุด เมื่อวานนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางญาณี หรือแม่อ้อย อายุ 72 ปี แม่ของนายท็อป เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตกใจและเครียดมากกับข่าวของลูกชาย แม่และนายท๊อปไม่ได้สนิทกันตั้งแต่เรียนมหาลัย ท็อปก็แยกตัวออกมา    ช่วงเรียนก็เคยขโมยสร้อยแม่ไปขายเอาเงินไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าพูดถึงเรื่องท็อปแม่บอกเอือมระอา กับพฤติกรรม ท๊อปมีเมียทั้งหมด 4 คน ลูก 2 แท้จริงชีวิตไม่ได้ลำบากอะไรพอมีพอกิน แต่ท๊อปชอบมโน คิดไปเองคิดฝันว่าตัวเองร่ำรวยมหาศาลมีสิ่งของและไฮโซ  อย่างเช่นการถ่ายรูปกับรถหรู เครื่องบินส่วนตัว กองเงินจำนวนมาก มันไม่ใช่ของท๊อป แต่ก็ถ่ายแอบอ้างเป็นของตัวเอง แม่ว่าท๊อปคงป่วย สร้างเรื่องหลอกคนนั้น คนนี้   เรื่องที่เกิดขึ้นท๊อปทำตัวเองทั้งหมดแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องที่ผ่านมา เคยก่อเรื่องไม่เคยว่างเว้น ตั้งแต่ไปทำธุรกิจถมที่แถวมาบตาพุด ก็ขอเงินไปสามล้าน ก็อ้างว่าถูกโกง เงินหายหมด และมาขอเรื่อยๆ จนหมดโฉนดที่ดินไป 13 ฉบับ มูลค่านับสิบล้านบาท    ตอนที่ท็อปมีภรรยาอีกคนที่ทอดเห็ดขายตลาดนัด ท็อปบอกรักผู้หญิงคนนี้มาก ยอมทำทุกอย่างไปทอดเห็ดขาย ตอนนั้นตนก็สงสารลูก และช่วยลูกโดยท๊อปขอเงินไป 4 แสนบาท จากนั้นก็หายไป เวลาแม่โทรหาไม่เคยรับ แต่จะคุยผ่านไลน์ บางครั้งแม่ถามว่า อยู่ที่ไหนก็ส่งรูปที่อยู่เมืองนอกมาบ้าง ส่งโลเคชั่น ทั้งญี่ปุ่น ฮ่องกง ยุโรปบ้าง ส่วนตัวแม่ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง หลังจากมีเรื่องอื้อฉาวก็ติดต่อท็อปไม่ได้อีกเลย ระหว่างที่คุยกัน แม่ขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยโทรหาท็อปให้ ไม่ว่ากี่เบอร์ก็ปิดเครื่องทุกเบอร์   ส่วนเรื่องดาริน เจ้าสาวคนล่าสุดนี้ ท็อปเคยพามาหาที่บ้านหลังนี้ แม่ก็บอกทำไมรีบแต่ง ท็อปก็บอกจะแต่งท็อปไม่ได้ขอเงินแม่ วันงานแต่ง แม่ก็ไป ยังตกใจว่าทำไมจัดใหญ่จัง พอเสร็จงานแต่งแม่ก็มารู้จากข่าวว่ามีหนี้ที่ท็อปทิ้งไว้ให้ดารินรับผิดชอบ แต่เขาไปหย่ากันแล้วโดยเหตุผลที่หย่า ท็อปบอกแม่ว่า ไปเจออะไรบางอย่างของฝ่ายหญิง ที่ทำงานบางอย่างไม่เหมาะสม จึงขอเลิก    ซึ่งเมียคนอื่นๆ ของท็อปทึ่ผ่านมาเวลามีปัญหาหรือขอเลิกกับท็อปแล้ว บางคนก็เข้ามาหาแม่มาขอค่าเสียหาย แม่ก็ช่วยนะ เหมือนคนที่เชียงใหม่แม่ก็ให้ฉโนดไป 3 ใบ แต่กรณีของดาริน แม่ไม่ใช้ให้แน่นอน    เพราะดารินไปออกข่าว ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ถ้าดารินเข้ามาหาแม่แม่จะชดใช้ให้ แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้แม่ถือว่าชดใช้ด้วยการออกข่าวแล้วกัน   ตอนนี้แม่เครียดมาก ไม่สบายใจ อับอาย ญาติพี่น้อง คนสนิท ต่างโทรมาตำหนิ ทั้งโลกโซเชียลต่างๆ ขนาดตลาดยังไม่กล้าเดิน เคยคิดจะกินยานอนหลับ 10 เม็ด ให้หลับๆไป ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ท็อปทำตัวเอง   หากท็อปดูแม่อยู่ ออกมารับผิดชอบนะ พอได้แล้วเมื่อไหร่หนูจะเป็นคนดี หรือต้องรอแม่ตายก่อน ตอนนี้แม่ไม่คิดถึงและรู้สึกอะไรกับท็อปแล้ว เพราะท็อปก็ไม่เคยดูแลแม่ ไม่ถึงกับตัดหางปล่อยวัด แต่แม่เป็นห่วงหลานคือลูกของท๊อป 2 คนสมบัติแม่ที่เหลือจะเอาไว้ให้หลาน ส่วนท็อปนั้นพอแล้ว ไม่ให้อีกต่อไป หากถูกตร.จับก็ไม่ช่วยปล่อยไปตามกฎหมาย   ส่วนคุณดาริน เจ้าสาวช้ำรักที่ต้องแบกหนี้เงินค่าจัดงานแต่ง 3 ล้าน 5 แสนบาท เปิดเผยว่า จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่แจ้งความเอาผิดกับนายท็อป แต่ขอให้นายท็อปออกมารับผิดชอบกับเรื่องทึ่เกิดขึ้น ตนพร้อมให้อภัย ซึ่งล่าสุดนายท็อปติดต่อผ่านไลน์มาถามว่า ทำไมต้องออกข่าว ทำไปเพื่อ โดยในแชทไลน์นายท็อปก็ระบุว่า จะใช้หนี้ให้รอเงินก่อน   ส่วนสาเหตุที่ไม่แจ้งความตอนนี้ ก็อยากให้เวลากับอดีตคนรัก ได้รับผิดชอบแต่หากไม่ทำตามที่บอกก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย   ขณะที่โลกออนไลน์ ก็ยังคงขุดประวัตินายท็อปออกมาแฉเรื่อยๆ ทั้งการหลอกเปิดบริษัท สุดท้ายลอยแพพนักงาน  การหลอกซื้อของ และหลอกผู้เสียหายหลายราย ร่วมลุงทุนทำบ่อนคาสิโน และบางรายก็ขอยืมถ่ายรูปกับรถ  แต่ยังไม่พบทีผู้เสียหายรายใดเข้าแจ้งความ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/PjxTtT4pt3s

 1,660
สังคม
05 ต.ค. 62

แม่เสี่ยกำมะลอเปิดใจ สุดเอือมพฤติกรรมลูกชาย เชื่อป่วยสร้างเรื่องหลอกคนไปเรื่อย ด้านเจ้าสาวช้ำรักยังไม่แจ้งความรอฝ่ายชายเคลียหนี้

ความคืบหน้ากรณี นายท็อป หรือเสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลอที่หลอก นางสาวดาริน แต่งงานและไม่ยอมจ่ายค่าจัดงานแต่งกว่า 3 ล้านบาท ทิ้งให้ฝ่ายเจ้าสาวรับผิดชอบคนเดียว ก่อนจะขุดประวัติพบว่สไปหลอกลวงผู้เสียหายหลายราย และภาพถ่ายทั้งเครื่องบินส่วนตัวและการใช้ชีวิตหรูหรา และเงินกองโต ซึ่งพบว่าทั้งหมดเป็นแค่เพียงการหลอก เพราะนายท็อปแค่ถ่ายรูปสิ่งของเหล่านี้จากอดีตแฟนสาว    ล่าสุด เมื่อวานนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางญาณี หรือแม่อ้อย อายุ 72 ปี แม่ของนายท็อป เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตกใจและเครียดมากกับข่าวของลูกชาย แม่และนายท๊อปไม่ได้สนิทกันตั้งแต่เรียนมหาลัย ท็อปก็แยกตัวออกมา    ช่วงเรียนก็เคยขโมยสร้อยแม่ไปขายเอาเงินไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าพูดถึงเรื่องท็อปแม่บอกเอือมระอา กับพฤติกรรม ท๊อปมีเมียทั้งหมด 4 คน ลูก 2 แท้จริงชีวิตไม่ได้ลำบากอะไรพอมีพอกิน แต่ท๊อปชอบมโน คิดไปเองคิดฝันว่าตัวเองร่ำรวยมหาศาลมีสิ่งของและไฮโซ  อย่างเช่นการถ่ายรูปกับรถหรู เครื่องบินส่วนตัว กองเงินจำนวนมาก มันไม่ใช่ของท๊อป แต่ก็ถ่ายแอบอ้างเป็นของตัวเอง แม่ว่าท๊อปคงป่วย สร้างเรื่องหลอกคนนั้น คนนี้   เรื่องที่เกิดขึ้นท๊อปทำตัวเองทั้งหมดแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องที่ผ่านมา เคยก่อเรื่องไม่เคยว่างเว้น ตั้งแต่ไปทำธุรกิจถมที่แถวมาบตาพุด ก็ขอเงินไปสามล้าน ก็อ้างว่าถูกโกง เงินหายหมด และมาขอเรื่อยๆ จนหมดโฉนดที่ดินไป 13 ฉบับ มูลค่านับสิบล้านบาท    ตอนที่ท็อปมีภรรยาอีกคนที่ทอดเห็ดขายตลาดนัด ท็อปบอกรักผู้หญิงคนนี้มาก ยอมทำทุกอย่างไปทอดเห็ดขาย ตอนนั้นตนก็สงสารลูก และช่วยลูกโดยท๊อปขอเงินไป 4 แสนบาท จากนั้นก็หายไป เวลาแม่โทรหาไม่เคยรับ แต่จะคุยผ่านไลน์ บางครั้งแม่ถามว่า อยู่ที่ไหนก็ส่งรูปที่อยู่เมืองนอกมาบ้าง ส่งโลเคชั่น ทั้งญี่ปุ่น ฮ่องกง ยุโรปบ้าง ส่วนตัวแม่ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง หลังจากมีเรื่องอื้อฉาวก็ติดต่อท็อปไม่ได้อีกเลย ระหว่างที่คุยกัน แม่ขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยโทรหาท็อปให้ ไม่ว่ากี่เบอร์ก็ปิดเครื่องทุกเบอร์   ส่วนเรื่องดาริน เจ้าสาวคนล่าสุดนี้ ท็อปเคยพามาหาที่บ้านหลังนี้ แม่ก็บอกทำไมรีบแต่ง ท็อปก็บอกจะแต่งท็อปไม่ได้ขอเงินแม่ วันงานแต่ง แม่ก็ไป ยังตกใจว่าทำไมจัดใหญ่จัง พอเสร็จงานแต่งแม่ก็มารู้จากข่าวว่ามีหนี้ที่ท็อปทิ้งไว้ให้ดารินรับผิดชอบ แต่เขาไปหย่ากันแล้วโดยเหตุผลที่หย่า ท็อปบอกแม่ว่า ไปเจออะไรบางอย่างของฝ่ายหญิง ที่ทำงานบางอย่างไม่เหมาะสม จึงขอเลิก    ซึ่งเมียคนอื่นๆ ของท็อปทึ่ผ่านมาเวลามีปัญหาหรือขอเลิกกับท็อปแล้ว บางคนก็เข้ามาหาแม่มาขอค่าเสียหาย แม่ก็ช่วยนะ เหมือนคนที่เชียงใหม่แม่ก็ให้ฉโนดไป 3 ใบ แต่กรณีของดาริน แม่ไม่ใช้ให้แน่นอน    เพราะดารินไปออกข่าว ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ถ้าดารินเข้ามาหาแม่แม่จะชดใช้ให้ แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้แม่ถือว่าชดใช้ด้วยการออกข่าวแล้วกัน   ตอนนี้แม่เครียดมาก ไม่สบายใจ อับอาย ญาติพี่น้อง คนสนิท ต่างโทรมาตำหนิ ทั้งโลกโซเชียลต่างๆ ขนาดตลาดยังไม่กล้าเดิน เคยคิดจะกินยานอนหลับ 10 เม็ด ให้หลับๆไป ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ท็อปทำตัวเอง   หากท็อปดูแม่อยู่ ออกมารับผิดชอบนะ พอได้แล้วเมื่อไหร่หนูจะเป็นคนดี หรือต้องรอแม่ตายก่อน ตอนนี้แม่ไม่คิดถึงและรู้สึกอะไรกับท็อปแล้ว เพราะท็อปก็ไม่เคยดูแลแม่ ไม่ถึงกับตัดหางปล่อยวัด แต่แม่เป็นห่วงหลานคือลูกของท๊อป 2 คนสมบัติแม่ที่เหลือจะเอาไว้ให้หลาน ส่วนท็อปนั้นพอแล้ว ไม่ให้อีกต่อไป หากถูกตร.จับก็ไม่ช่วยปล่อยไปตามกฎหมาย   ส่วนคุณดาริน เจ้าสาวช้ำรักที่ต้องแบกหนี้เงินค่าจัดงานแต่ง 3 ล้าน 5 แสนบาท เปิดเผยว่า จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่แจ้งความเอาผิดกับนายท็อป แต่ขอให้นายท็อปออกมารับผิดชอบกับเรื่องทึ่เกิดขึ้น ตนพร้อมให้อภัย ซึ่งล่าสุดนายท็อปติดต่อผ่านไลน์มาถามว่า ทำไมต้องออกข่าว ทำไปเพื่อ โดยในแชทไลน์นายท็อปก็ระบุว่า จะใช้หนี้ให้รอเงินก่อน   ส่วนสาเหตุที่ไม่แจ้งความตอนนี้ ก็อยากให้เวลากับอดีตคนรัก ได้รับผิดชอบแต่หากไม่ทำตามที่บอกก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย   ขณะที่โลกออนไลน์ ก็ยังคงขุดประวัตินายท็อปออกมาแฉเรื่อยๆ ทั้งการหลอกเปิดบริษัท สุดท้ายลอยแพพนักงาน  การหลอกซื้อของ และหลอกผู้เสียหายหลายราย ร่วมลุงทุนทำบ่อนคาสิโน และบางรายก็ขอยืมถ่ายรูปกับรถ  แต่ยังไม่พบทีผู้เสียหายรายใดเข้าแจ้งความ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/PjxTtT4pt3s

 1,660
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 62

เพื่อนบ้านแฉเสี่ยกำมะลอ ทำตัวรวยขับรถหรู ควงหญิงไม่ซ้ำหน้า ส.ส.เพื่อไทยโดนอ้างชื่อ ยันไม่เคยรู้จัก

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายท็อป (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยจัดงานแต่งใหญ่โตที่สุดท้ายทิ้งหนี้ 3.5 ล้านบาทให้เจ้าสาวชดใช้ แม้จะเซ็นใบหย่าแต่ไม่ยอมใช้หนี้   ล่าสุด โลกอออนไลน์ต่างออกมาแฉ พฤติกรรมของนายท็อปคนนี้ โดยเพจอยากดังเดี่ยวจัดให้ v.13 ออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งพฤติกรรมของนายท็อป ที่ใช้ชีวิตหรูหรา เดินทางต่างประเทศมีเงินจำนวนมาก และยังมีการซื้อขายคอนโดหรูจำนวนหลายห้อง ซื้อรถเบนซ์ แต่สุดท้ายหลอกลวงทั้งหมด   โดยข้อความในเพจระบุว่า พฤติกรรมของนายท็อปคือ คบผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวย และขอถ่ายรูปทั้งรถหรูและเงินสด เพื่ออัพโปรไฟล์ตัวเอง ส่วนเครื่องบินส่วนตัวนั้น ภาพที่เห็นเป็นเครื่องบินส่วนตัวของบริษัทหนึ่งที่นายท็อปไปติดต่อทำธุรกิจก็ขอถ่ายรูปไว้   ด้วยท่าทางของนายท็อปที่นิ่ง สุขุม และโปรไฟล์ดี จึงทำให้หลายๆคนหลงเชื่อ ธุรกิจที่นายท็อปไปติดต่อ มีมูลค่ากว่าร้อยล้าน บางรายที่หนักสุดโดนถึง 200 ล้าน ไม่ใช่แค่สาวๆ นักธุรกิจ นักการเมืองระดับประเทศก็ตกเป็นเหยื่อของนายท็อปคนนี้ ด้วยโปรไฟล์ดีไม่พอ ยังมีการโชว์เอกสารการเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วย แต่พอตรวจไปก็ไม่พบว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้จริง   เท่านั้นไม่พอ พอเพจแฉประวัติ ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นและเล่าพฤติกรรมของนายท็อป บางคนเกือบเป็นเหยื่อเพราะนายท็อปติดต่อมาชวนทำธุรกิจ บางคนก็ถูกยืมรถไปใช้ถ่ายรูป  บางรายก็ทวงเงินทางแชทไลน์จากนายท็อป โดยตัวนายท็อปก็ตอบว่า “ถ้ามีจะรีบจัดการให้ ตอนนี้แม้แต่บ้านก็ไม่มีอยู่ ข้าวก็ไม่มีกิน ตังก็ไม่มี”   นอกจากนี้ยังพบว่า นายท็อป มีบัตรคณะทำงานของรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2555 เป็นบัตร สร.3-6 ระบุว่าเป็นคณะทำงาน ตำแหน่งเสขานุการ   พฤติกรรมของนายท็อปไม่ธรรมดา อ้างเป็นที่ปรึกษาทักษิณ ชินวัตร หลอกผู้เสียหายหลายราย บางรายแจ้งความบางรายไม่แจ้งความเพราะอาย ล่าสุดพบมีอาชีพขายเห็ดตามตลาดนัดเร่ขาย ย่านลำลูกกา โกงเงินค่าซื้อเห็ดจากเจ้าของฟาร์ม 5หมื่นบาท เคยหลอกซื้อคอนโดหรูหลายห้องมูลค่าหลายร้อยล้าน หลอกซื้อรถหรูราค 16 ล้าน ล่าสุดหลอกสาวแต่งงานเชิดหนี้ไม่จ่ายค่าจัดงาน 3.5 ล้าน   ทั้งนี้นายท็อปมีประวัติ พักอาศัยที่บ้านแห่งหนึ่งในซอย สุขุมวิท 74 ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักพบว่า นายท็อปขายไปแล้ว สภาพบ้านเป็นตึกแถวกึ่งไม้กึ่งปูน 2ชั้น สภาพทรุดโทรม สอบถามชาวบ้านระบุว่า นายท็อปและแม่เคยอาศัยที่บ้านหลังนี้จริงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว   เพื่อนบ้านเล่าว่า ช่วงที่นายท็อปอาศัยที่บ้านหลังนี้กับแม่ทำอาชีพเป็นช่างเสริมสวย แต่จะแต่งตัวเหมือนผู้ดี ชาวบ้านบางคนก็เรียกคุณนาย บางคนก็เรียกคุณแม่ นิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน นายท็อปดูเป็นคนมีฐานะ แต่งตัวดีใส่สูทผูกไท ขับรถหรูเปิดประทุนมาประจำ และมีสาวๆควงมาด้วยไม่ซ้ำหน้า สาวที่มาสวยเหมือนดารา   พฤติกรรมของนายท็อป หากเห็นแค่ภายนอกจะรู้เลยว่านี่คือเสี่ยมีฐานะร่ำรวย แม่ก็ขับรถเบนซ์ แต่พวกตนเห็นสภาพบ้าน ก็งง คนรวยมาอยู่แบบนี้ ตอนนี้รู้ข่าวพฤติกรรมของนายท็อป ก็ตกใจและขำ ว่านี่เหรอคือเสี่ยหมื่นล้าน ตั้งแต่นายท็อปย้ายไป มีทั้งตำรวจและผู้เสียหาย ทยอยมาที่บ้านหลังนี้จำนวนมาก มาตามหานายท๊อปและแม่แต่ก็ไม่เจอ   สำหรับพริตตี้สาว เจ้าสาวที่ถูกนายท็อปหลอกแต่งงาน ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อนายท็อปได้ แม้ว่าที่ผ่านมานายท็อปจะยอมเซ็นใบหย่าและสลักหลังว่าจะชดใช้หนี้สินทั้งหมด 3.5 ล้านบาท แต่ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้ตอนนี้นางสาวดาก็เดือดร้อนและวอนให้นายท็อปออกมารับผิดชอบ เพราะตอนนี้ลำบากมาก ต้องย้ายออกจากห้องที่นายท็อปเคยเช่า บางวันต้องไปนอนที่บ้านเพื่อน หรือนอนในรถ   ด้านแม่ของพริตตี้สาวได้โทรหาแม่นายท็อป บอกว่า เพิ่งรู้ข่าวจากสื่อได้ 2 วัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าท็อปอยู่ไหน ปกติก็ไม่ได้ติดต่อแม่ พอแม่รู้ข่าวก็ติดต่อท็อปไม่ได้ ก่อนหน้านี้แม่ก็ทักแล้วว่า ทำไมแต่งงานกันเร็วจัง รู้จักกับแม่วันเดียวก็แต่งงานแล้ว แม่ไม่สบายก็มารับแม่ไปงานแต่ง   ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ซึ่งถูกพาดพิงว่านายท็อปเคยมาทำงานในคณะ ในช่วงดำรงตำแหน่งรองเลขารัฐมนตรีเมื่อ 7 ปีที่แล้วนั้น ยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับคน คนนี้มาก่อนเลย และไม่เคยเห็นหน้าด้วย เตรียมที่จะไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะเสี่ยกำมะลอรายนี้ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3D-ZHabkaC8

 10,128
สังคม
04 ต.ค. 62

เพื่อนบ้านแฉเสี่ยกำมะลอ ทำตัวรวยขับรถหรู ควงหญิงไม่ซ้ำหน้า ส.ส.เพื่อไทยโดนอ้างชื่อ ยันไม่เคยรู้จัก

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายท็อป (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยจัดงานแต่งใหญ่โตที่สุดท้ายทิ้งหนี้ 3.5 ล้านบาทให้เจ้าสาวชดใช้ แม้จะเซ็นใบหย่าแต่ไม่ยอมใช้หนี้   ล่าสุด โลกอออนไลน์ต่างออกมาแฉ พฤติกรรมของนายท็อปคนนี้ โดยเพจอยากดังเดี่ยวจัดให้ v.13 ออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งพฤติกรรมของนายท็อป ที่ใช้ชีวิตหรูหรา เดินทางต่างประเทศมีเงินจำนวนมาก และยังมีการซื้อขายคอนโดหรูจำนวนหลายห้อง ซื้อรถเบนซ์ แต่สุดท้ายหลอกลวงทั้งหมด   โดยข้อความในเพจระบุว่า พฤติกรรมของนายท็อปคือ คบผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวย และขอถ่ายรูปทั้งรถหรูและเงินสด เพื่ออัพโปรไฟล์ตัวเอง ส่วนเครื่องบินส่วนตัวนั้น ภาพที่เห็นเป็นเครื่องบินส่วนตัวของบริษัทหนึ่งที่นายท็อปไปติดต่อทำธุรกิจก็ขอถ่ายรูปไว้   ด้วยท่าทางของนายท็อปที่นิ่ง สุขุม และโปรไฟล์ดี จึงทำให้หลายๆคนหลงเชื่อ ธุรกิจที่นายท็อปไปติดต่อ มีมูลค่ากว่าร้อยล้าน บางรายที่หนักสุดโดนถึง 200 ล้าน ไม่ใช่แค่สาวๆ นักธุรกิจ นักการเมืองระดับประเทศก็ตกเป็นเหยื่อของนายท็อปคนนี้ ด้วยโปรไฟล์ดีไม่พอ ยังมีการโชว์เอกสารการเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วย แต่พอตรวจไปก็ไม่พบว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้จริง   เท่านั้นไม่พอ พอเพจแฉประวัติ ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นและเล่าพฤติกรรมของนายท็อป บางคนเกือบเป็นเหยื่อเพราะนายท็อปติดต่อมาชวนทำธุรกิจ บางคนก็ถูกยืมรถไปใช้ถ่ายรูป  บางรายก็ทวงเงินทางแชทไลน์จากนายท็อป โดยตัวนายท็อปก็ตอบว่า “ถ้ามีจะรีบจัดการให้ ตอนนี้แม้แต่บ้านก็ไม่มีอยู่ ข้าวก็ไม่มีกิน ตังก็ไม่มี”   นอกจากนี้ยังพบว่า นายท็อป มีบัตรคณะทำงานของรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2555 เป็นบัตร สร.3-6 ระบุว่าเป็นคณะทำงาน ตำแหน่งเสขานุการ   พฤติกรรมของนายท็อปไม่ธรรมดา อ้างเป็นที่ปรึกษาทักษิณ ชินวัตร หลอกผู้เสียหายหลายราย บางรายแจ้งความบางรายไม่แจ้งความเพราะอาย ล่าสุดพบมีอาชีพขายเห็ดตามตลาดนัดเร่ขาย ย่านลำลูกกา โกงเงินค่าซื้อเห็ดจากเจ้าของฟาร์ม 5หมื่นบาท เคยหลอกซื้อคอนโดหรูหลายห้องมูลค่าหลายร้อยล้าน หลอกซื้อรถหรูราค 16 ล้าน ล่าสุดหลอกสาวแต่งงานเชิดหนี้ไม่จ่ายค่าจัดงาน 3.5 ล้าน   ทั้งนี้นายท็อปมีประวัติ พักอาศัยที่บ้านแห่งหนึ่งในซอย สุขุมวิท 74 ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักพบว่า นายท็อปขายไปแล้ว สภาพบ้านเป็นตึกแถวกึ่งไม้กึ่งปูน 2ชั้น สภาพทรุดโทรม สอบถามชาวบ้านระบุว่า นายท็อปและแม่เคยอาศัยที่บ้านหลังนี้จริงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว   เพื่อนบ้านเล่าว่า ช่วงที่นายท็อปอาศัยที่บ้านหลังนี้กับแม่ทำอาชีพเป็นช่างเสริมสวย แต่จะแต่งตัวเหมือนผู้ดี ชาวบ้านบางคนก็เรียกคุณนาย บางคนก็เรียกคุณแม่ นิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน นายท็อปดูเป็นคนมีฐานะ แต่งตัวดีใส่สูทผูกไท ขับรถหรูเปิดประทุนมาประจำ และมีสาวๆควงมาด้วยไม่ซ้ำหน้า สาวที่มาสวยเหมือนดารา   พฤติกรรมของนายท็อป หากเห็นแค่ภายนอกจะรู้เลยว่านี่คือเสี่ยมีฐานะร่ำรวย แม่ก็ขับรถเบนซ์ แต่พวกตนเห็นสภาพบ้าน ก็งง คนรวยมาอยู่แบบนี้ ตอนนี้รู้ข่าวพฤติกรรมของนายท็อป ก็ตกใจและขำ ว่านี่เหรอคือเสี่ยหมื่นล้าน ตั้งแต่นายท็อปย้ายไป มีทั้งตำรวจและผู้เสียหาย ทยอยมาที่บ้านหลังนี้จำนวนมาก มาตามหานายท๊อปและแม่แต่ก็ไม่เจอ   สำหรับพริตตี้สาว เจ้าสาวที่ถูกนายท็อปหลอกแต่งงาน ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อนายท็อปได้ แม้ว่าที่ผ่านมานายท็อปจะยอมเซ็นใบหย่าและสลักหลังว่าจะชดใช้หนี้สินทั้งหมด 3.5 ล้านบาท แต่ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้ตอนนี้นางสาวดาก็เดือดร้อนและวอนให้นายท็อปออกมารับผิดชอบ เพราะตอนนี้ลำบากมาก ต้องย้ายออกจากห้องที่นายท็อปเคยเช่า บางวันต้องไปนอนที่บ้านเพื่อน หรือนอนในรถ   ด้านแม่ของพริตตี้สาวได้โทรหาแม่นายท็อป บอกว่า เพิ่งรู้ข่าวจากสื่อได้ 2 วัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าท็อปอยู่ไหน ปกติก็ไม่ได้ติดต่อแม่ พอแม่รู้ข่าวก็ติดต่อท็อปไม่ได้ ก่อนหน้านี้แม่ก็ทักแล้วว่า ทำไมแต่งงานกันเร็วจัง รู้จักกับแม่วันเดียวก็แต่งงานแล้ว แม่ไม่สบายก็มารับแม่ไปงานแต่ง   ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ซึ่งถูกพาดพิงว่านายท็อปเคยมาทำงานในคณะ ในช่วงดำรงตำแหน่งรองเลขารัฐมนตรีเมื่อ 7 ปีที่แล้วนั้น ยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับคน คนนี้มาก่อนเลย และไม่เคยเห็นหน้าด้วย เตรียมที่จะไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะเสี่ยกำมะลอรายนี้ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3D-ZHabkaC8

 10,128
สรุปข่าว
04 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 4 ต.ค.62 รุมแฉเสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ-หนีคดี17ปีไปไม่รอด-แม่ค้าจับนกกระจอกใส่ถุงร้อน

-รุมแฉเสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกสาวแต่งงาน ทิ้งหนี้จัดงาน 3.5 ล้าน เพื่อนบ้านเล่าประวัติทำตัวรวย แต่งตัวดีเหมือนนักธุรกิจ ขับรถหรู ควงสาวไม่ซ้ำหน้า งงรวยแต่อยู่ตึกแถว แม่ทำเสริมสวย ทั้งตำรวจและเจ้าหนี้มาหาไม่ซ้ำ ด้านพริตตี้สาวเครียดหนักลำบากมาก ต้องย้ายจากห้องที่ฝ่ายชายเช่าแต่ไม่จ่ายเงิน ไปอยู่บ้านเพื่อน   ล่าสุดฝ่ายชายโทรขู่ ไปลงข่าวให้เสียหายทำไม แม่พริตตี้สาวโทรคุยกับแม่เสี่ยกำมะลอ อ้างติดต่อลูกชายไม่ได้ รุมแฉพฤติกรรมไม่ธรรมดา โพสต์โชว์เงินกินหรูอยู่สบาย เป็นที่ปรึกษาอดีตนายกฯ แท้จริงขายเห็ดตามตลาดนัด โกงเงินค่าซื้อเห็ดชาวบ้านหลายหมื่นบาท หลอกซื้อคอนโดหรู 157 ห้อง ใช้รถหรูหลายคัน พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีอื้อ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เพื่อนบ้านแฉเสี่ยกำมะลอ ทำตัวรวยขับรถหรู ควงหญิงไม่ซ้ำหน้า ส.ส.เพื่อไทยโดนอ้างชื่อ ยันไม่เคยรู้จัก    -กองปราบรวบหนุ่มหนีคดี 17 ปี หลังถูกแฟนสาวบอกเลิก ลงมือทุบทำร้ายโหดเหี้ยม ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาทั้งเป็นคาห้องพักที่นครศรีธรรมราช ทำให้แฟนสาวที่ตอนนั้นอายุ 20 ปีพิการเดินไม่ได้ นอนติดเตียงตลอดชีวิต ตร.สืบผู้ต้องหาหนีมาอยู่กับญาติที่สุพรรณบุรี จนมีเมียและลูก1คน วางแผนจับกุมได้ในที่สุด ครอบครัวเหยื่อดีใจจับได้ หลัง 17 ปีคดีไม่คืบ อีก 3 ปีคดีจะหมดอายุความ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนี 17 ปีไม่รอด! รวบหนุ่มโหดทุบตี-ราดน้ำมันจุดไฟอดีตแฟน จนป่วยติดเตียง จับได้ก่อนหมดอายุความ 3 ปี    -ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข้อกล่าวหาของกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ว่าเคยติดคุกคดียาเสพติดอีกคดีที่ออสเตรเลียเมื่อปี 31 ยันตอนนั้นยังเป็นนักเรียนนายร้อยอยู่ โวยกรรมาธิการควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ ทำให้เสียชื่อเสียง ขู่ให้รับผลการกระทำตามกฎหมาย   ด้านเสรีพิสุทธิ์ แจงคดีเกิดตอนธรรมนัสไปออสเตรเลียเป็นหมู่คณะเมื่อปี 31 ผู้ร่วมคณะถูกตำรวจค้นเจอยาเสพติด ทำให้ธรรมนัสมีความผิดไปด้วย ในข้อหาไม่แจ้งเบาะแสยาเสพติด ทำให้ติดคุก 8 เดือน เมื่อพ้นโทษถูกส่งกลับไทย แต่ธรรมนัสขออยู่ต่อ วางเงินประกันไว้ แต่พอถึงเวลากลับหนีจนถูกจับและส่งกลับไทย จากนั้นปี 36 ไปออสเตรเลียอีกครั้ง จึงถูกจนท.จับตาเพราะมีประวัติอยู่ ในที่สุดถูกจับอีกครั้งและติดคุก 4 ปี   -7 พรรคฝ่ายค้านนัดหารือจัดตัวอภิปรายพรบ.งบประมาณปี 63 สัปดาห์หน้า ด้านนายกฯตั้งความหวัง พรบ.งบผ่านสภา ถ้าไม่ผ่านคนเดือดร้อนทั้งประเทศ ย้ำจะไม่ไปขัดแย้งกับใคร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯหวัง พรบ.งบประมาณผ่านสภา ชี้ถ้าไม่ผ่านคนเดือดร้อนทั้งประเทศ   -ชิมช้อปใช้ยังแรง ครบล้าน 03.53 น. สมคิดเร่งคลังเดินหน้าเฟส 2 ชี้มีผลตอบรับดี แม้มีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ต้องประเมินให้เสร็จ ต.ค.นี้ ก่อนขยายตลอดไตรมาส 4 ฤดูกาลท่องเที่ยว อุตตมยังไม่ลงรายละเอียด แต่เฟส2จะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10 ล้านเปิดให้ร้านค้ารายย่อยเข้าโครงการมากขึ้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สมคิด' สั่งลุย 'ชิมช้อปใช้ เฟส 2' จ่อเปิดให้ลงทะเบียนมากกว่า 10 ล้านคน - เพิ่มร้านค้าอีกเพียบ    -กองทัพเรือแจงยิบสร้างบ้านพักรับรอง ผบ.ทร.หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา 112 ล้าน ยันบ้านพักเดิมมีอายุกว่า 30 ปี ถูกน้ำท่วมเมื่อปี 54 ซ่อมไม่คุ้ม จึงสร้างใหม่ใช้เป็นที่รับรองแขก VIP ของกองทัพเรือ เพื่อความสง่างามและสมเกียรติ ต้องเร่งสร้างเพื่อใช้ให้ทันงานอาเซียนซัมมิท พ.ย.นี้ ยันงบ 112ล้านไม่แพง ชี้แจงได้ เมื่อเสร็จแล้ว ผบ.ทร.ไม่ได้มาอาศัยที่นี่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กองทัพเรือแจงยิบ สร้างบ้านพักรับรองแขก vip ริมเจ้าพระยางบ 112 ล้าน   -อนุทินเดือดด่าคนขู่ฆ่า 2 กรรมาธิการสารเคมีเกษตร เป็นพวกกระจอก หน้าตัวเมีย ท้าแน่จริงมาขู่ตัวเองหรือมนัญญา ลั่นจะตบให้คว่ำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'อนุทิน'เดือด! ด่าคนขู่ 2 กมธ.ควบคุมสารเคมีเกษตรฯ "หน้าตัวเมีย กระจอก"แน่จริงให้มาขู่ผม!   -สาววัย 18 ถูกตร.ปราบยาเสพติดยิง M16 พลาดใส่เกือบพิการ หลังนั่งรถไปกินข้าวกับหนุ่มที่เพิ่งรู้จัก อ้างจะยิงใส่ล้อแต่พลาด ได้เงินเยียวยาแค่ 3 หมื่น ตร.ปัดตอบสื่อ ต้นสังกัดจะสอบข้อเท็จจริง ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาว 18 ร้อง ตร.ใช้ m16 ยิงใส่รถพลาดโดนขา กระดูกแตกเดินไม่ได้ หวิดพิการ โยนเงิน 3 หมื่น แลกไม่เอาเรื่อง   -หนุ่มอุดร VDO call กับภรรยา จับลูกชาย 2 ขวบแขวนคอกับขื่อหน้าบ้าน ก่อนแขวนคอตัวเองตาม ประชดเมียหนีไปทำงานเมืองนอก เมียโทรหาผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วย ญาติอยู่ใกล้รีบมาดูตัดเชือกที่แขวนคอเด็ก ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ส่วนพ่อตกกระแทกถังแก๊สหัวแตก ส่งรพ.ทั้งคู่ล่าสุดปลอดภัย ผู้ใหย่บ้านเผยคู่นี้อยู่กันมา 20 ปี มีลูก 3 คน ระยะหลังสามีเป็นโรคเกาท์ เคยผูกคอตายมาแล้ว กระทั่งเมียไปทำงานนวดแผนโบราณที่สิงคโปร์ ทำให้หึงหวง น้อยใจหาว่าเมียไปขายตัวไม่กลับบ้าน สามีรับทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มวิดีโอคอลจับลูก 2 ขวบ และตัวเองผูกคอ ประชดเมียไปทำงานเมืองนอก   -ทำบุญหรือสร้างบาป? แม่ค้าจับนกกระจอกใส่ถุงร้อน เจาะรูรอคนใจบุญซื้อปล่อยที่ตลาดเช้ากาฬสินธุ์ ทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว ยายขายพวงละ 100 แจงไม่อยากขายแต่คนจับจับมาแบบนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ทำบุญได้บาป? หนุ่มโพสต์นกกระจอกถูกจับใส่ถุงร้อน เจาะรูขายพวงละร้อย ให้คนซื้อปล่อยทำบุญ   -เศร้า หนุ่มอาสาช่วยน้ำท่วมติดเชื้อราทางเดินอาหารลามไปที่ปอดเสียชีวิต พ่อเล่าลูกเป็นคนดีเริ่มทำงานกู้ภัยตั้งแต่ 12 ปี ก่อนไปช่วยน้ำท่วมป่วยเป้นไข้ แต่ห้ามไม่ฟังเพราะใจรัก กลับมาอาการทรุด หัวใจเต้นช้า ก่อนปล่อยลูกให้ไปสบาย ฝากเป้นอุทาหรณ์ก่อนช่วยคนอื่นร่างกายต้องพร้อม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เศร้า กู้ภัยติดเชื้อดับหลังลงช่วยน้ำท่วมอุบล - อีกรายโกงความตาย ฟื้นมาได้หลังช็อกหัวใจหยุดเต้น    -บุกตรวจบ้านปาร์ตี้บางบัวทองรอบ 3 ครั้งใหญ่ ใช้เครื่องกำเนิดแสงหลายความถี่ส่องหาสารคัดหลั่ง สารปนเปื้อนที่โซฟาแดง ส่วนแก๊งปาร์ตี้ถูกเรียกสอบเพิ่ม อัจฉริยะแฉต่อกลุ่มบ้านนี้เก็บเงินเข้าดู จ้างพริตตี้โชว์สยิว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตรวจละเอียดโซฟาแดง บ้านบางบัวทอง 'อัจฉริยะ' หอบคลิปกรุ๊ปลับ โชว์อนาจารเก็บเงินค่าดู    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VdIc5OPqiEA

 8,943
สังคม-อาชญากรรม
03 ต.ค. 62

สาวช้ำ ถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน คนสนิททักษิณ หลอกแต่งงานทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน โดนแฉที่แท้แค่ขายเห็ด

จากกรณีที่ น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมว่า ถูกนายเชษ (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส   โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2562 ที่ผ่านมาโดยได้ว่าจ้างออแกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท / ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท / ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท ค่าเครื่องดื่ม  5 หมื่นบาท / ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท   นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นน้ำหนัก 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสดมูลค่า 1.6. ล้านบาท รวมๆ แล้ว 5,697,000 บาท ซึ่งเธอได้ชำระไปบางส่วนไปแล้วเหลือ 3 ล้าน 5 แสนบาท   โดยนายเชษ ขอให้ออกค่าใช้จ่ายไปก่อนและจะคืนให้หลังจัดงาน แต่จนถึงขณะนี้ยังคงบ่ายเบี่ยง ทำให้ตนเองต้องมาชำระหนี้ก้อนนี้แทน ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก สุดท้ายทนไม่ไหว จึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62   ล่าสุด น.ส.ดา เปิดใจว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่า ผิดเองที่ไว้ใจ เชื่อใจ กับชายคนนี้ แม้คบกันเพียงไม่ถึงเดือนก็แต่งงาน เพราะเชื่อว่าเป็นรักแท้ เขาทำดีกับเราทุกอย่างจนตายใจ ซึ่งล่าสุดได้เซ็นใบหย่าและสลักหลังว่า ขอชดใช้ค่าจัดงานแต่งทั้งหมดเพียงผู้เดียว แต่เหตุการณ์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้จ่าย อ้างว่าให้รอรับเงินจากฮ่องกงก่อน เข้าตำราว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แต่ทางบริษัทที่จัดงานแต่งต่างๆ ก็มาตามทวงเงินตน สร้างความเดือดร้อนไปหมดทั้งครอบครัว   ซึ่งนายเชษ อ้างว่าทำธุรกิจกับต่างประเทศและยังเคยพาผู้เสียหายไปพบกับกลุ่มนักธุรกิจด้วย ทำให้หลงเชื่อทุกๆอย่าง ตอนนี้อยากให้นายเชษ ออกมารับผิดชอบเคลียทุกอย่างก็จบ ยอมรับว่าตอนนี้เครียดและอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด   สำหรับนายเชษนั้น พบว่ามีภูมิลำเนาที่ จ.เพชรบูรณ์ และอาศัยไปในหลายจังหวัด โดยจะอ้างตัวว่าเป็นคนสนิทนักการเมืองชื่อดัง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ทำธุรกิจในประเทศฮ่องกง โดยจะบอกว่ามีทรัพย์สินนับหมื่นล้าน  และไม่ได้หลอกเพียงผู้หญิงเท่านั้น ยังมีหลอกนักธุรกิจชื่อดังร่วมลงทุน เสียเงินหลายล้านบาท   ด้านบ้านฝ่ายหญิงที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ทางญาติบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวเป็นใคร เห็นเพียงมาแนะนำตัว ไม่กี่ครั้งแล้วก็จัดงานแต่ง โดยฝ่ายชายอ้างว่าทำธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำที่ฮ่องกง มีชีวิตหรูหรา มีภาพกับรถหรู อยู่บนเครื่องบิน ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ   พร้อมกันนี้มีรายงานว่าชายคนนี้ทำธุรกิจขายก้อนเชื้อเห็ด เคยแต่งงานกับหญิงอื่นและมักจะหลอกเงินพร้อมทั้งทิ้งหนี้ไว้เช่นเดียวกัน ขณะที่โรงแรมที่จัดงานก็เห็นใจฝ่ายหญิงที่ต้องแบกรับหนี้จากการจัดงานแต่งงาน จึงให้ผ่อนชำระไปก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GxIsvIT2fd0

 55,809
สังคม
03 ต.ค. 62

สาวช้ำ ถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน คนสนิททักษิณ หลอกแต่งงานทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน โดนแฉที่แท้แค่ขายเห็ด

จากกรณีที่ น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมว่า ถูกนายเชษ (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส   โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2562 ที่ผ่านมาโดยได้ว่าจ้างออแกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท / ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท / ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท ค่าเครื่องดื่ม  5 หมื่นบาท / ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท   นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นน้ำหนัก 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสดมูลค่า 1.6. ล้านบาท รวมๆ แล้ว 5,697,000 บาท ซึ่งเธอได้ชำระไปบางส่วนไปแล้วเหลือ 3 ล้าน 5 แสนบาท   โดยนายเชษ ขอให้ออกค่าใช้จ่ายไปก่อนและจะคืนให้หลังจัดงาน แต่จนถึงขณะนี้ยังคงบ่ายเบี่ยง ทำให้ตนเองต้องมาชำระหนี้ก้อนนี้แทน ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก สุดท้ายทนไม่ไหว จึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62   ล่าสุด น.ส.ดา เปิดใจว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่า ผิดเองที่ไว้ใจ เชื่อใจ กับชายคนนี้ แม้คบกันเพียงไม่ถึงเดือนก็แต่งงาน เพราะเชื่อว่าเป็นรักแท้ เขาทำดีกับเราทุกอย่างจนตายใจ ซึ่งล่าสุดได้เซ็นใบหย่าและสลักหลังว่า ขอชดใช้ค่าจัดงานแต่งทั้งหมดเพียงผู้เดียว แต่เหตุการณ์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้จ่าย อ้างว่าให้รอรับเงินจากฮ่องกงก่อน เข้าตำราว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แต่ทางบริษัทที่จัดงานแต่งต่างๆ ก็มาตามทวงเงินตน สร้างความเดือดร้อนไปหมดทั้งครอบครัว   ซึ่งนายเชษ อ้างว่าทำธุรกิจกับต่างประเทศและยังเคยพาผู้เสียหายไปพบกับกลุ่มนักธุรกิจด้วย ทำให้หลงเชื่อทุกๆอย่าง ตอนนี้อยากให้นายเชษ ออกมารับผิดชอบเคลียทุกอย่างก็จบ ยอมรับว่าตอนนี้เครียดและอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด   สำหรับนายเชษนั้น พบว่ามีภูมิลำเนาที่ จ.เพชรบูรณ์ และอาศัยไปในหลายจังหวัด โดยจะอ้างตัวว่าเป็นคนสนิทนักการเมืองชื่อดัง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ทำธุรกิจในประเทศฮ่องกง โดยจะบอกว่ามีทรัพย์สินนับหมื่นล้าน  และไม่ได้หลอกเพียงผู้หญิงเท่านั้น ยังมีหลอกนักธุรกิจชื่อดังร่วมลงทุน เสียเงินหลายล้านบาท   ด้านบ้านฝ่ายหญิงที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ทางญาติบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวเป็นใคร เห็นเพียงมาแนะนำตัว ไม่กี่ครั้งแล้วก็จัดงานแต่ง โดยฝ่ายชายอ้างว่าทำธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำที่ฮ่องกง มีชีวิตหรูหรา มีภาพกับรถหรู อยู่บนเครื่องบิน ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ   พร้อมกันนี้มีรายงานว่าชายคนนี้ทำธุรกิจขายก้อนเชื้อเห็ด เคยแต่งงานกับหญิงอื่นและมักจะหลอกเงินพร้อมทั้งทิ้งหนี้ไว้เช่นเดียวกัน ขณะที่โรงแรมที่จัดงานก็เห็นใจฝ่ายหญิงที่ต้องแบกรับหนี้จากการจัดงานแต่งงาน จึงให้ผ่อนชำระไปก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GxIsvIT2fd0

 55,809
สรุปข่าว
03 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ต.ค.62 จ่อลุยชิมช้อปใช้เฟส2-นักมวยตายขณะเป็นผีน้อยเกาหลี-โดนหลอกแต่งงานแบกหนี้3.5ล้าน

-ฝนช่วยสลายฝุ่น PM2.5 คนกรุงหายใจคล่อง ค่าฝุ่นลดลงไม่เกินค่ามาตรฐานทุกจุด อุตุฯเตือน 4-8 ต.ค.นี้ ความกดอากาศสูงระลอกใหม่จากจีน ทำให้ฝนตกต่อเนื่อง จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา สภาอุตฯชี้ปัญหาฝุ่นไม่ได้เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่มาจากควันไอเสียรถยนต์ที่มีถึง 10 ล้านคัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ทั่วไทยมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง 4-8 ต.ค. จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา / ข้อดีฝนตก กทม.อากาศดีขึ้น ช่วยชะล้างฝุ่น pm2.5 ลดลงทุกพื้นที่    -ครอบครัวลัลลาเบลพอใจฟังคำชี้แจงจากทีมแพทย์นิติเวชเป็นครั้งแรก ผลยันแอลกอฮอล์ในเลือดสูง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่จะเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตหรือไม่ อาจมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้อง   อัจฉริยะหอบหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอตั้งพนักงานสอบสวนร่วม เพราะคดีเกี่ยวพันกัน 2 พื้นที่ เตรียมขึ้นศาลในฐานะพยานซักน้ำอุ่น แฉมีผู้เกี่ยวข้องอีก 4 คน โมเดลลิ่งส่งพริตตี้ให้บ้านปาร์ตี้ปีละ 200-300 คน ด้านผู้บัญชาการ ตำรวจภาค 1 ชี้หลักฐานจากอัจฉริยะมีประโยชน์ต่อคดี ส่ง ปอท.ตรวจสอบคลิปว่าถูกตัดต่อหรือเกิดในงานปาร์ตี้จริงหรือไม่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ญาติ 'ลันลาเบล’ พอใจหลังฟังคำชี้แจงแพทย์นิติเวช ตร.ชี้หลักฐานจาก 'อัจฉริยะ' มีประโยชน์ต่อคดี    -ธนาธรจี้ถามประชาธิปัตย์ ที่เคยชูนโยบายหาเสียงแก้รธน.ผลักดันเป็น 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล จะแสดงท่าทีอย่างไร หลังนายกฯไม่ตอบรับแก้ไข รธน.ซัดนายกฯไม่ทำตามกม. อยู่เหนือรธน.ย้อนถามตอนทำรัฐประหารเมื่อปี 57 ปชช.เห็นด้วยไหม? ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' ซัดคำพูด 'บิ๊กตู่' ไม่แก้ รธน.ย้อนแย้งตัวเอง 'สุดารัตน์' จี้เป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล   -สุดารัตน์ระบุการแก้ไข รธน.อยู่ในนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของรัฐบาล ต้องถามนายกฯว่าถ้าไม่แก้ไขแล้วไปเขียนนโยบายเร่งด่วนทำไม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' ซัดคำพูด 'บิ๊กตู่' ไม่แก้ รธน.ย้อนแย้งตัวเอง 'สุดารัตน์' จี้เป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล   -นายกฯย้ำเรื่องการทำกม.อีกครั้ง หลังปฏิเสธถือธงนำแก้ รธน. ทุกอย่างต้องแก้ด้วยสติปัญญา ไม่ใช่แก้อย่างรวดเร็วแล้วจะเกิดปัญหาใหม่ ขอเวลาให้ทุกคนช่วยกัน ตนรับผิดชอบอยู่แล้ว พูดแต่คำหวานอย่างเดียวไม่ใช่ เพราะนั่นคือยาพิษ การช่วยคนที่ไม่ถูกต้องคือการให้ยาพิษ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯขอคนไทยเคารพกม. ไม่ใช่จ้องแต่จะแก้ ลั่นไม่ชอบพูดคำหวาน เปรียบเป็นการให้ยาพิษ   -ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.เริ่มแล้ว ชัชชาติเปิดตัวในนามผู้สมัครอิสระ เพราะทำงานได้กับทุกภาคส่วนมากกว่าแบบสังกัดพรรค ช่วยหาคนทำงานง่าย คนกรุงเบื่อการเมือง แต่ขอทำโพลสำรวจความเห็นคนกรุงก่อน หากมั่นใจว่ามีโอกาสชนะจะลงสมัคร ถ้าไม่ได้รับการตอบรับจะพิจารณาอีกครั้ง   -คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันระบุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลแรงน้อย กระตุ้นได้แค่ 0.1-0.2% ประกาศการปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจของปีนี้ลงเหลือ 2.7-3% จากเดิม 2.9-3.3% คาดส่งออก 0% ถึงติดลบ 2% วอนรัฐช่วยผู้ประกอบการโดนพิษน้ำท่วม กระทบเศรษฐกิจกว่า 2.5 หมื่นล้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กกร.ปรับลด gdp เหลือ 2.7% ชี้ 'ชิมช้อปใช้' ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่เยอะ    -รัฐบาลเตรียมแจกเงินชิมช้อปใช้เฟส 2 กระตุ้นเศรษฐกิจ อุตตมขอประเมินผลเฟสแรกก่อน คาดใน ต.ค.จะได้ข้อสรุป ถ้าเป็นประโยชน์จะทำต่อ ตัวเลข 3 วันแรกใคนใช้สิทธิ์แล้ว 3 แสนราย ยอดใช้จ่าย 294 ล้าน ขณะที่ยอดลงทะเบียนครบ 10 วันมีคนลงเต็มโควต้า 1 ล้านรายทุกวัน แต่ละวันมีคนลงไม่ผ่าน 2 แสนราย สามารถลงทะเบียนให้ครบ 10 ล้านคนได้ภายใน 15 พ.ย. เช้านี้คนแห่ลงครบ 1  ล้านคนตั้งแต่ 03.15 น. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เก็บตก 'ชิมช้อปใช้' ยังไม่เต็ม 10 ล้านคน กทม.ใช้สิทธิ์มากสุด คลังปัดเอื้อนายทุนใหญ่    -ธรรมนัส ชงเปิดทางให้เกษตรกรสูงอายุกว่า 1.5 ล้านคนคืนที่ดิน สปก.ได้ เสนอใช้ที่ดินบางส่วนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น วังน้ำเขียว ดอยแม่สะลอง จัดสรรที่ใหม่ให้เกษตรกรยากจน ให้เช่า 30-40 ปี จ่ายค่าชดเชยมากสุดไร่ละ 65 หมื่นบาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' เสนอแผนเกษตรกรสูงอายุ คืนที่ดิน ส.ป.ก.จัดสรรใหม่-ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว   -เจ้าสาวช้ำรักวอนเจ้าบ่าวใช้หนี้งานแต่ง 3.5 ล้าน หลังโดนเสี่ยกำมะลอหมื่นล้านหลอกให้รักและแต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรู จ้างออแกไนซ์ 3.5 ล้าน สุดท้ายหย่ากัน ฝ่ายชายเบี้ยวไม่จ่ายเงิน ทำให้ฝ่ายหญิงแบกหนี้ เผยรู้จักกันแค่ 1 วัน ถูกขอแต่งงาน คิดว่าเป็นรักแรกพบ แม่ฝ่ายหญิงบอกเคยเห็นหน้าเสี่ยกำมะลอแค่ครั้งเดียว เชื่อมีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาวช้ำ ถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน คนสนิททักษิณ หลอกแต่งงานทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน โดนแฉที่แท้แค่ขายเห็ด    -สาว 16 อนาคตพังถูกหนุ่มตามจีบ แอบงัดบ้านกลางดึก ข่มขืนจนตั้งท้อง ต้องลาออกจาก ร.ร.กลางคัน เครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นคนพิการติดเตียง แม่ฝ่ายชายควักเงินจ่าย 5 พันสัญญาจะดูแล สุดท้ายก็ทิ้งหาหญิงใหม่ ไม่รับผิดชอบอะไรเลย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาว 16 ถูกหนุ่มตามจีบ งัดบ้านไปข่มขืนจนท้อง เครียดเส้นเลือดสมองแตกนอนติดเตียง ผู้ชายทิ้งไปมีคนใหม่    -อดีตนักมวยดังวัย 29 ปี ทิ้งสังเวียนผ้าใบไปเป็นผีน้อยที่เกาหลี พลัดตกกำแพงตายระหว่างหนีตำรวจ ญาติมารอรับศพเศร้า แม่บอกลูกไปทำงานเกาหลี 11 เดือน ทำงานเป็นคนสวนก่อนย้ายไปทำโรงงาน ส่งเงินให้ที่บ้านตามสมควร ไม่คิดว่าลูกจะตายจากอุบัติเหตุแบบนี้   -รวบตัวผัวโหดแทงเมียตายคาบ้านพัก เจ้าตัวส่ายหน้าไม่ขอโทษ ยันเป็นการบันดาลโทสะ ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน ลูกกับเมียเก่าบอกพ่อมีปัญหาการเงิน แต่ถูกคนตายกดดันหลายอย่าง และระแวงว่าฝ่ายหญิงจะมีคนอื่น จึงก่อเหตุขึ้น   -กองปราบบุกรวบตัวพ่อแก๊งควาย ตุ๋นเหยื่อเล่นพนันกำถั่วนาน 20 ปี รับบทเสี่ยใหญ่ ถ่ายทอดกลโกงจนมีลูกศิษย์นับร้อย มีสมาชิกทั่วประเทศเป็นขบวนการ มีหน้าม้าตีสนิทเหยื่อชวนลงทุน เล่นพนันกำถั่ว หลอกให้เหยื่อชนะแล้วตายใจอยากเล่นต่อ จากนั้นจะเริ่มโกง พอเหยื่อเสียพนันก็อยากได้เงินคืน สุดท้ายกลายเป็นติดหนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับบิดาแห่งแก๊งควาย ตุ๋นเหยื่อเล่นกำถั่ว มีหน้าม้าทำเป็นขบวนการ ลูกศิษย์เรียนกลโกงนับร้อย    -ประทัดระเบิดใส่เด็ก 4 รายซ้อนใน 2 จังหวัด ที่ชัยภูมิประทัดระเบิดใส่ตาเด็ก 12 หมอต้องควักลูกตาทิ้ง ล่าสุดมีเด็ก 7 ขวบประทัดระเบิดใส่ตาอีกราย เขม่าดินปืนเต็มหน้า หมอดูแลใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีเด็กมหาสารคามนิ้วขาดอีก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือนแล้วนะ! ประทัดระเบิดใส่เด็กหลายราย เจ็บเลือดโชก-นิ้วขาด-ควักลูกตา    -ฝนตกหนักที่ชลบุรีทำให้ถนนลื่น รถกู้ภัยขับไปช่วยผู้ประสบเหตุ เสียหลักพุ่งชนขอบสะพาน รถพังเสียหาย หัวรถพาดสะพานหวิดตกลงมาด้านล่าง เคราะห์ดี จนท.เจ็บเล็กน้อย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กู้ภัยรีบไปช่วยอุบัติเหตุรถชน แต่เสียหลักฝนตกถนนลื่น รถชนราวสะพาน หวิดดับซ้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/46Yu-UdqZWc

 12,656
สังคม-อาชญากรรม
02 ต.ค. 62

สาวร้องถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกแต่งงาน หลังรู้จักวันเดียว ก่อนทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน

น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สาวชาวจ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านคดีว่า ถูกนายเท็น (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรูโดยจ้างออร์แกไนซ์มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงาน กว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้มาชดใช้หนี้แทน   อีกทั้งเช็คค่าสินสอดที่ฝ่ายชายให้เป็นเงินจำนวน 1.6 ล้านได้หายไป โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาไป จึงเข้าปรึกษาทางด้านกฎหมายว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง   ผู้เสียหายเผยว่า เจอนายนัท เจ้าบ่าว เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นวันที่ 16 มี.ค.62 นายนัทได้ขอแต่งงาน ตนจึงได้ตกลงไปจดทะเบียนสมรสกันที่ เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 และจัดงานฉลองสมรสเมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ จ้างออร์แกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท, ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท, ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท, ค่าเครื่องดื่ม 5 หมื่นบาท, ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท            นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นจำนวน 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสด 1.6 ล้านบาทที่หายไป ระหว่างการจัดงานผู้จัดต่างๆ ได้ทวงค่าใช้จ่ายซึ่งตนต้องออกไปก่อนเป็นเงินจำนวน 7 แสนบาท   จนถึงขณะนี้นายนัทยังคงบ่ายเบี่ยงผลัดไปว่าจะหาเงินมาจ่ายให้ในวันที่ 9 ก.ย.62 โดยก่อนหน้านี้ได้ผลัดมานับสิบครั้งแล้ว ตนเป็นห่วงว่าตนจะต้องมารับชำระหนี้สินทั้งหมด ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก ตนจึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 และมาร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2t8bY72-Eo

 86,659
สังคม
02 ต.ค. 62

สาวร้องถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกแต่งงาน หลังรู้จักวันเดียว ก่อนทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน

น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สาวชาวจ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านคดีว่า ถูกนายเท็น (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรูโดยจ้างออร์แกไนซ์มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงาน กว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้มาชดใช้หนี้แทน   อีกทั้งเช็คค่าสินสอดที่ฝ่ายชายให้เป็นเงินจำนวน 1.6 ล้านได้หายไป โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาไป จึงเข้าปรึกษาทางด้านกฎหมายว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง   ผู้เสียหายเผยว่า เจอนายนัท เจ้าบ่าว เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นวันที่ 16 มี.ค.62 นายนัทได้ขอแต่งงาน ตนจึงได้ตกลงไปจดทะเบียนสมรสกันที่ เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 และจัดงานฉลองสมรสเมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ จ้างออร์แกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท, ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท, ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท, ค่าเครื่องดื่ม 5 หมื่นบาท, ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท            นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นจำนวน 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสด 1.6 ล้านบาทที่หายไป ระหว่างการจัดงานผู้จัดต่างๆ ได้ทวงค่าใช้จ่ายซึ่งตนต้องออกไปก่อนเป็นเงินจำนวน 7 แสนบาท   จนถึงขณะนี้นายนัทยังคงบ่ายเบี่ยงผลัดไปว่าจะหาเงินมาจ่ายให้ในวันที่ 9 ก.ย.62 โดยก่อนหน้านี้ได้ผลัดมานับสิบครั้งแล้ว ตนเป็นห่วงว่าตนจะต้องมารับชำระหนี้สินทั้งหมด ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก ตนจึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 และมาร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2t8bY72-Eo

 86,659
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 61

รศ.ดร.หญิงวัย 64 ถูกแก๊งต่างชาติลวงแต่งงาน หลอกโอนเงินสูญ 1.2 ล้าน

มีรายงานว่ารองศาสตราจารย์ ดร.หญิงวัย 64 ปี อาจารย์ของมหาวิทยาลัยดัง ถูกแก๊งต่างชาติหลอกลวงผ่านแอพ Whatsapp และ  ว่าจะมาแต่งงานด้วย จะโอนเงินให้ 117 ล้าน แต่ให้ รศ.ดร. โอนค่าธรรมเนียมให้ก่อน ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็โอนไปแล้วกว่า 5 ครั้ง สูญเงิน 1.2 ล้าน เลยตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สน.บางยี่เรือ   ด้าน ผกก.สน.บางยี่เรือ บอกว่า ผู้ก่อเหตุปิดบัญชีแอคเคาท์ไปแล้ว หลังจากนี้ต้องประสาน ตร.ปอท. เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oeAI8MrtYB4

 35,475
สรุปข่าว
23 พ.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 23 พ.ย.61 ลอยกระทงคึกคัก-ดร.ถูกหลอกแต่งงาน-ทิ้งถุงขี้ในแท็งก์น้ำ-แอบถ่ายแพทริเซีย กู๊ด

-ลอยกระทงคึกคักทั่วไทย เชียงใหม่จัดประเพณียี่เป็ง กระทงสายหลายหมื่นกระทงลอยในแม่น้ำ กระบี่ลอยกระทงเที่ยงวัน-เที่ยงคืนในถ้ำ กทม.จัดที่ไอคอนสยามจัดงานใหญ่คึกคัก แต่ที่สะพานพระราม 8 แม่ค้าบ่นคนน้อยกว่าทุกปี (ลอยกระทง 61 ทั่วไทยคึกคัก สุดไฮเทค! กระทงลงลิฟต์-สไลเดอร์-ชิงช้าสวรรค์) -พริตตี้พีอาร์สาวถูกหยอดยาเสียสาว ร้อนวูบวาบทั้งตัวต้องแก้ผ้า หมดสภาพไม่ได้สติ เคราะห์ดีเพื่อนช่วยได้ทัน เชื่อฝีมือแขกต่างชาติ อย.เผยยาเสียสาวลักลอบนำยาโด๊ปม้ามาใช้กับคน ทำให้มีอารมณ์ ร่างกายจะรู้สึกร้อนโดยเฉพาะอวัยวะเพศ เป็นเหตุให้โดนล่วงละเมิดทางเพศ (เปิดใจสาวพีอาร์ถูกหยอดยาเสียสาว ร้อนวูบวาบทั่งตัว เชื่อฝีมือแขกชาวต่างชาติ หมอชี้เป็นยาโด๊ปม้า) -ล่าตัวคนทิ้งถุงอุจจาระในแทงค์น้ำคอนโด ซ.สามัคคี นนทบุรี ลูกบ้านร้องเรียนมีกลิ่นเหม็นเวลาใช้น้ำ โดยเฉพาะเวลาบ้วนปาก ช่างล้างแทงค์น้ำเจอถุงปริศนาคล้ายอุจจาระที่ตึก A-B ลูกบ้านรวมตัวหิ้วหลักฐานแจ้งความโรงพักรัตนาธิเบศร์ หาคนทำผิด (ล่าตัวมือทิ้งถุงอุจจาระในแท็งก์น้ำคอนโด ลูกบ้านขนลุกไม่กล้าอาบน้ำ ลั่นอยากขายทิ้ง นิติฯหิ้วหลักฐานเข้าแจ้งความ) -ปธ.กกต.บอกความชัดเจนว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ หลังประชุมแม่น้ำ 5 สายและตัวแทนพรรคการเมืองเดือนหน้า แต่เบื้องต้นยังไม่มีเรื่องต้องให้เลื่อน กกต.ประชุมกับตัวแทนพรรคการเมือง มี 19 พรรคหนุนให้เลือกตั้ง 24 ก.พ.62 และขอให้ คสช.ปลดล็อคทันที ขณะที่พรรคขนาดเล็ก 13 พรรคขอให้เลื่อนเลือกตั้งเป็น 5 พ.ค.ปีหน้า (กกต.หารือพรรคการเมือง บางส่วนเชียร์เลื่อนเลือกตั้ง แกนนำ พท. ซัดแรงคำสั่ง คสช. หน้าด้าน )   -นายกฯลงพื้นที่กรุงเทพตะวันออก ย่านบางกะปิ สะพานสูง คลองสามวา มีนบุรี บอก ปชช.ว่างบที่ช่วยคนจนและผู้สูงอายุว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ไปซื้อของคนรวย ยันไม่ได้มาโกหก ลั่นไม่ได้อยากสืบทอดอำนาจ และจะไม่ยกเลิกบัตรคนจน ('บิ๊กตู่-วิษณุ' ปัดแจกเงินคนจน เป็นประชานิยม หลายพรรคชี้รัฐบาล หวังคะแนนเสียง ปธ.กกต.เตรียมสอบรัฐทุ่มงบ  )   -พรรคพลังประชารัฐเปิดตัวบิ๊กเนมคึกคัก ล่าสุดวราเทพ รัตนากร อดีต ส.ส.เพื่อไทย เตรียมนำ ส.ส.กำแพงเพชรมาสมทบนอกจากนี้ยังมีเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ลูกชายบุญทรง เตริยาภิรมย์ จะมาร่วมด้วย หลังยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทย รับอึดอัดลำบากใจ เพราะทนายยิ่งลักษณ์ให้ข่าวโจมตีพ่อหลายเรื่อง การทำงานในอนาคตคงลำบาก (พปชร.คึกคัก บิ๊กเนมเพื่อไทยจ่อตบเท้าเปิดตัว - ลูกชายบุญทรงย้ายซบ อึดอัดพ่อถูกโจมตี)   -หมดยุคดอกเบี้ยปรับ ธปท.ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มั่นใจไม่เป็นอุปสรรคกับเศรษฐกิจ ธนาคารพาณิชย์จะไม่เร่งปรับขึ้น ผู้ว่าแบงก์ชาติมองนโยบายผ่อนปรนมีความจำเป็นน้อยลง หากดอเบี้ยสูงขึ้นจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ด้านรมว.คลังชี้การจะขึ้นดอกเบี้ยต้องดูปัจจัยหลายอย่าง (หมดยุคดอกเบี้ยต่ำ! แบงก์ชาติส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ) -รองศาสตราจารย์ ดร.หญิงวัย 64 ปี มหาวิทยาลัยดัง ถูกแก๊งต่างชาติลวงแต่งงานสูญ 1.2 ล้าน คนร้ายทักผ่าน Whatsapp และ Facebook อ้างจะโอนเงินให้ 120 ล้าน แต่ต้องโอนค่าธรรมเนียมให้ก่อน กว่าจะผิดสังเกตก็โอนไปแล้ว 5 ครั้ง แจ้งความสน.บางยี่เรือประสาน ปอท.เร่งติดตามตัว (รศ.ดร.หญิงวัย 64 ถูกแก๊งต่างชาติลวงแต่งงาน หลอกโอนเงินสูญ 1.2 ล้าน) -คืบหน้าคดีหมอสูติ ปธ.ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ชี้คำว่าคนไข้ถูกสเปค หมอพูดได้ไม่ผิดถ้าไม่ได้ล่วงเกิน เหมือนชมว่าสวยอัจฉริยะเดินหน้าร้องแพทยสภาเอาผิดหมอสูติ ชี้พฤติกรรมล่อลวงคนไข้ให้เข้าใจผิด เพื่อประโยชน์ของตัวเอง เข้าข่ายโรคจิต บำบัดความใคร่ด้วยการรักษา ทนายนิด้ายันเหนื่อถูกกระทำจริง หากไม่ใช่กองปราบทำคดีจะยื่นฟ้องเอง ('อัจฉริยะ' ฟันธงหมอสูติทำผิดจริง ลุยร้องแพทยสภา ปธ.ราชวิทยาลัยสูติฯชี้หมอพูด 'คนไข้ถูกสเปค' ไม่ผิดเหมือนชมคนสวย) -วงจรปิดจับภาพกระบะสีบรอนซ์เบรคกะทันหัน จยย.หนุ่ม 15 เบรคไม่ทันพุ่งชนท้าย จังหวะเดียวกับกระบะสีขาวอีกคันวิ่งสวนมาพอดี ชนเสยหัวเสียชีวิตกลางถนน ก่อนขับหนีไม่ลงมาดู ต่อมาหนุ่มกระบะขาวเข้าพบ ตร. ยันไม่ได้ชนคนตาย ที่ไม่จอดช่วยเพราะรีบไปดูเมียคลอดลูก ยินดีจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผลชันสูตรศพเกิดจากหัวกระแทกพื้น ไม่ได้โดนรถเหยียบ ตร.บอกเป็นมุมกล้อง (กระบะปัดชนหนุ่ม 15 แล้วหนี ผลชันสูตรศพชี้หัวกระแทกพื้น ไม่ได้ถูกรถเหยียบ ญาติโอดถึงไม่ผิดก็น่าจะลงมาดูสักนิด) -นร.ชาย ม.ปลายทะเลาะกับเพื่อนสาว กระโดดแม่น้ำวังฆ่าตัวตาย ปู่เชื่อเป็นโรคซึมเศร้า ผิดหวังหลังสอบเข้า ร.ร.นายร้อยตำรวจไม่ติด 2 ครั้ง ก่อนหน้านี้พยายามคิดสั้นมาแล้ว 2 ครั้ง   -แพทริเซีย กู๊ด ตกใจร้องไห้กลางงานอีเว้นท์ ถูกชายนิรนามแฝงตัวเป็นสื่อแอบถ่ายใต้กระโปรง ใช้มือถือซุกถ่ายในรองเท้าที่มีรู ดาราสาวน้ำตาคลอให้สัมภาษณ์ ความรู้สึกเหมือนโดนล่วงละเมิดทางเพศ ด้านคู่กรณีเครียดเอาแต่ขอโทษ ขอไม่เอาเรื่อง บอกจะไม่ทำอีกแล้ว สารภาพรับไม่ได้กับสิ่งที่ตัวเองทำ ตร.คุมตัวฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ ('แพทริเซีย กู๊ด' ปล่อยโฮกลางอีเว้นท์ ถูกแอบถ่ายใต้กระโปรง คนก่อเหตุร้องขออย่าเอาเรื่อง) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nadanZrC1dk

 11,723
สังคม-อาชญากรรม
25 ต.ค. 61

รวบ ดร.เก๊ อ้างจบ ป.เอก 4 ใบ หลอกสาวแต่งงานเอาเงิน เหยื่อแพ้คารมหลงเชื่อหลายราย

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก ชุดเฉพาะกิจ - ต่อต้านทหารปลอม&ตำรวจปลอม ได้มีการเผยแพร่ภาพ และพฤติกรรมชายคนหนึ่ง ใส่ชุดข้าราชการแบบพิธีการ  และอ้างตัวว่าเป็นผศ.ดร.หลอกลวงหญิงสาวมีฐานะร่ำรวย นามสกุลดัง แต่งงานด้วย พอฝ่ายหญิงตรวจสอบว่า ไม่ได้เป็น ผศ.ดร.จริง ก็จะเลิกรา ไปหาเหยื่อรายใหม่ โดยมีผู้เสียหายจำนวนมาก   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ตำรวจกองปราบปราม สามารถจับกุม ดร.เก๊ คนนี้ได้แล้ว คือนายสุรพศ วงษ์ชีพ อายุ 43 ปี  หรือ ดร.กอล์ฟ โดยจับกุมที่บ้านพักย่านวังทองหลาง   เจ้าตัวให้การรับสารภาพว่า ไม่ได้ได้เป็น ผศ.ดร.ตามที่กล่าวอ้าง ทำงานเป็นพนักงานบริษัท แต่ที่ต้องโกหกเพราะต้องการสร้างโปรไฟล์ให้ดูดี เพราะก่อนหน้านี้เคยไปหลอกหญิงสาวรายหนึ่งจนหลงเชื่อ และยอมแต่งงานด้วย แต่มาจับได้ตอนหลังว่าหลอก จึงแยกทางกันไป ส่วนชุดข้าราชการสีขาวนั้น ซื้อมาจากตลาดทั่วไป นำมาใส่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ   โดยพ.ต.ท.ก่อเกียรติ์ เจตจำนงค์ สาวัตรกองกำกับการ 1 กองปราบปรามเปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้ต้องหาจะพกประวัติตัวเองติดตัว คอยหลอกหญิงสาวที่สูงอายุหรือกลุ่มแม่หม้าย โดยจะอ้างว่าเป็น ผศ.ดร.และ นักวิชาการระดับสูง เรียนจบปริญญาเอก 4 ใบที่ต่างประเทศ และปริญญาโท รวมทั้งหมดนับ 10 ใบ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะแค่ดูภาพลักษณ์ภายนอก ภูมิฐานและดูดี ประกอบกับหน้าตาหล่อ ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อมากกว่า 5 คน   ด้าน พ.ต.อ จรูญเกียรติ์ ปานแก้ว รองผู้บังคับการกองปราบปราบระบุว่า พฤติกรรมผู้ต้องหาถือเป็นบุคคลอันตราย เป็นผู้ชายหากิน เอาความรักมาหลอกล่อหญิงสาวผู้เสียหาย บางรายสูญเงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน พอทราบข่าวว่าจับกุมผู้ต้องหารายนี้ ผู้เสียหายบางคนยังไม่เชื่อว่า ที่จะมีพฤติกรรมหลอกลวง ซึ่งโดยรวมแล้วพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ ก็คล้ายกันกับน้องน้ำมนต์ หญิงสาวที่เคยหลอกผู้ชายแต่งงานมาแล้วกว่า 10 คน   ทางด้าน ดร.เก๊รายนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยขณะที่นำตัวไปฝากขัง เจ้าตัวเล่าว่า ไม่ได้มีเจตนาจะหลอก มีงานทำและฝากขอโทษผู้เสียหายทุกคน   ด้านนางสาวกุ้ง (นามมสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกหลอกเล่าว่า ตนคบกับผู้ต้องหาเมื่อปี 2012 โดยเข้ามาจะเข้ามาตีสนิทที่ทำงาน โดยอ้างว่ากำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ ตอนนั้นตนก็แปลกใจว่ายังไม่มีปริญญาโท แต่เรียนปริญญาเอกได้อย่างไร แต่ด้วยความไว้ใจจึงคบหาต่อ   ระหว่างที่คบหา ผู้ต้องหาเป็นคนสุภาพ อบอุ่น ดูแลดี พาไปพบพ่อแม่ที่จังหวัดลำปาง ตลอดเวลาที่คบกันเกือบ 2 ปี เวลาไปกินอาหาร หรือไปเที่ยว ผู้ต้องหาไม่เคยจ่ายเงินใดๆทั้งสิ้น อ้างว่าลืมกระเป๋าเงินบ้าง ลืมบัตรเครดิตบ้าง ขอยืมตนจ่ายตลอด และพอมาช่วงหลังก็จะขอยืมเงิน อ้างว่าพ่อต้องผ่าตัด แม่ป่วยและจำเป็นต้องใช้เงิน จนกระทั่งจะแต่งงานกัน วันนัดรับทองสินสอดที่สั่งไว้กับร้านทอง ผู้ต้องหาก็อ้างว่าถูกตร.จับ ให้ตนออกค่าสินสอดไปก่อน ตนก็แปลกใจ จึงขอล้มเลิกงานแต่งงาน จากนั้นมาก็ไม่สามารถติดต่อ ผู้ต้องหาได้อีก   สำหรับผู้ต้องหารายนี้ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ฉ้อโกงผู้อื่น / กระทำความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ / ปลอมแปลงเครื่องแบบราชการ และจะมีการสอบสวนขยายผลการกระทำผิดอีกหลายข้อหา ส่วนผู้เสียหาย ที่ถูกผู้ต้องหาหลอกลวง ให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองกำกับการ 1 กองปราบปรามเพิ่มเติมได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ifwsbGfP2iE

 13,614
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 61

รวบแล้ว ‘ผศ.ดร.เก๊’ หลอกสาวแต่งงาน อ้างจบปริญญา 4 ใบ พบหญิงตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 5 คน!

วันนี้ (24 ต.ค.) ตำรวจกองปราบปรามคุมตัวนายสุรพศ วงษ์ชีพ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นด็อกเตอร์และอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังก่อเหตุหลอกลวงหญิงสาวแต่งงานเพื่อหลอกเอาเงินผู้เสียหาย ขึ้นรถเพื่อนำตัวไปฝากขังต่อศาล   สืบเนื่องจากตำรวจกองปราบปรามได้รับการร้องเรียน จากผู้เสียหายว่าได้ถูกนายสุรพศ วงษ์ชีพ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นด็อกเตอร์และอาจารย์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเข้ามาตีสนิทผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ อ้างตัวเป็นอาจารย์สอนวิชาคอมพิวเตอร์ ก่อนที่ผู้เสียหายได้หลงเชื่อจึงได้ตกลงปลงใจคบหาด้วย และมีการขอยืมเงินไปจำนวน 8 แสนบาท กระทั่งมาทราบว่านายสุรพศ ไม่ได้เป็นอาจารย์จริงตามที่กล่าวอ้าง จึงแจ้งความ ตำรวจจึงติดตามจนจับกุมได้   เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาวตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 5 คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 3 ล้านบาท จากการตรวจสอบข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายสุรพศมักอ้างตัวเป็นอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์ อีกทั้งในเฟซบุ๊กส่วนตัวมีการปลอมประวัติการศึกษา โดยอ้างว่าจบปริญญาเอก 4 ใบ มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ   ขณะที่การสอบปากคำนายสุรพศ รับสารภาพว่า ไม่ได้เป็นอาจารย์จริงตามที่อ้าง แต่ได้มีการสร้างโปรไฟส์เพื่อหลอกให้หญิงสาวเชื่อถือเพื่อคบหาด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยหลอกหญิงสาวคนหนึ่งจนแต่งงานด้วยกัน แต่ภายหลังถูกจับได้จึงได้เลิกรากันไป ก่อนที่จะไปก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาประมาณ 3 ปี โดยอ้างว่าเป็นอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์ เนื่องจากตนมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เพราะว่าเคยทำงานบริษัทเอกชนด้านซอฟแวร์ ส่วนของรูปตนที่สวมชุดครุยที่อยู่ในเฟซบุ๊กนั้นก็ไปหาซื้อตามร้านเสื้อผ้า มาสวมใส่ถ่ายภาพ เพื่อใช้ในการหลอกลวง   โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไปฝากขัง ผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับสื่อมวลชนถึงสาเหตุที่ก่อเหตุหลอกลวง พร้อมขอโทษผู้เสียหาย และยืนยันว่าไม่ใช่ด็อกเตอร์ตามที่อ้าง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการคุมตัวไปขออำนาจฝากขังเป้นผัดแรก ในข้อหาฉ้อโกง    

 26,409

Top