ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคไทยรักษาชาติ"

การเมืองเข้มข้น
08 มี.ค. 62

ผู้สมัครไทยรักษาชาติโร่หาที่พึ่ง มองอนาคตใหม่เหมาะสุด แต่บางคนยังหวั่นถูกยุบอีก

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังพรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรค ทำให้ยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยเก็บคะแนน ส.ส.เขต แล้วให้พรรคไทยรักษาชาติเก็บคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อรวมกันให้ได้ ส.ส.ประมาณ 250 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล   แต่เมื่อพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบไป ทำให้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวต้องล่มไป จำเป็นต้องเทคะแนนให้พรรคการเมืองอื่นในฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อให้ได้คะแนน ส.ส.มากที่สุด   ขณะนี้มีแนวคิดว่าจะรณรงค์ให้ผู้สนับสนุนพรรคไปลงคะแนนให้กับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย มีแนวโน้มมากที่สุดคือพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากพรรคเพื่อชาติขณะนี้มีความขัดแย้งภายใน ขณะที่พรรคเสรีรวมไทย หัวหน้าพรรคมีความเป็นตัวของตัวเองสูง อาจเป็นปัญหาในอนาคตได้   แต่ถ้าเทเสียงให้เฉยๆอาจเสี่ยงถูกข้อหาฮั้วกัน จึงมีแนวคิดจะให้สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เลย ขณะที่แกนนำบางส่วนยังมีความคิดว่าพรรคอนาคตใหม่อาจถูกยุบได้เช่นกัน จึงขอรอดูสถานการณ์รอให้ผู้ใหญ่ในพรรคหารือกันก่อน คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้าจึงจะแน่ชัดว่าจะเดินไปทางใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G8mbxSFE-H8  

 30,560
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
08 มี.ค. 62

ผู้สมัครไทยรักษาชาติโร่หาที่พึ่ง มองอนาคตใหม่เหมาะสุด แต่บางคนยังหวั่นถูกยุบอีก

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังพรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรค ทำให้ยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยเก็บคะแนน ส.ส.เขต แล้วให้พรรคไทยรักษาชาติเก็บคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อรวมกันให้ได้ ส.ส.ประมาณ 250 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล   แต่เมื่อพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบไป ทำให้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวต้องล่มไป จำเป็นต้องเทคะแนนให้พรรคการเมืองอื่นในฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อให้ได้คะแนน ส.ส.มากที่สุด   ขณะนี้มีแนวคิดว่าจะรณรงค์ให้ผู้สนับสนุนพรรคไปลงคะแนนให้กับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย มีแนวโน้มมากที่สุดคือพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากพรรคเพื่อชาติขณะนี้มีความขัดแย้งภายใน ขณะที่พรรคเสรีรวมไทย หัวหน้าพรรคมีความเป็นตัวของตัวเองสูง อาจเป็นปัญหาในอนาคตได้   แต่ถ้าเทเสียงให้เฉยๆอาจเสี่ยงถูกข้อหาฮั้วกัน จึงมีแนวคิดจะให้สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เลย ขณะที่แกนนำบางส่วนยังมีความคิดว่าพรรคอนาคตใหม่อาจถูกยุบได้เช่นกัน จึงขอรอดูสถานการณ์รอให้ผู้ใหญ่ในพรรคหารือกันก่อน คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้าจึงจะแน่ชัดว่าจะเดินไปทางใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G8mbxSFE-H8  

 30,560
การเมืองเข้มข้น
08 มี.ค. 62

'ปรีชาพล' เสียงสั่นถูกยุบพรรค ยันเจตนาดีต่อบ้านเมือง หวังโอกาสหน้าพบกันใหม่

ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอ หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีมติ 6 ต่อ 3 ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 13 กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติเป็นเวลา 10 ปี   ระบุว่า รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้สมัคร และประชาชน ในวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. ขอบคุณทุกกำลังใจแม้ว่าไปไม่ถึงสิ่งที่ปรารถนา แต่พรรคไทยรักษาชาติที่มีอายุไม่ยาวนาน เพียง 4 เดือน ถือว่าได้รับเมตตาจากพี่น้องประชาชนอย่างมากแล้ว ยืนยันว่าพรรคมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ไม่มีใครคิดร้าย สำหรับตนไม่ว่าอยู่ในสถานะใดจะยังทำประโยชน์ให้บ้านเมือง หวังว่าพบกันใหม่เมื่อมีโอกาส ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MhrLCs0eOmM

 1,133
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
08 มี.ค. 62

'ปรีชาพล' เสียงสั่นถูกยุบพรรค ยันเจตนาดีต่อบ้านเมือง หวังโอกาสหน้าพบกันใหม่

ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอ หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีมติ 6 ต่อ 3 ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 13 กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติเป็นเวลา 10 ปี   ระบุว่า รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้สมัคร และประชาชน ในวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. ขอบคุณทุกกำลังใจแม้ว่าไปไม่ถึงสิ่งที่ปรารถนา แต่พรรคไทยรักษาชาติที่มีอายุไม่ยาวนาน เพียง 4 เดือน ถือว่าได้รับเมตตาจากพี่น้องประชาชนอย่างมากแล้ว ยืนยันว่าพรรคมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ไม่มีใครคิดร้าย สำหรับตนไม่ว่าอยู่ในสถานะใดจะยังทำประโยชน์ให้บ้านเมือง หวังว่าพบกันใหม่เมื่อมีโอกาส ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MhrLCs0eOmM

 1,133
การเมืองเข้มข้น
08 มี.ค. 62

เปิดคำวินิจฉัยศาล รธน.ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีมติ 6 ต่อ 3 ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 13 กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติเป็นเวลา 10 ปี   คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังค์อ่านคำวินิจฉัย ระบุว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้รับการสถาปนาขึ้นโดยรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรสยาม ฉบับ 2475 และหมวด 1 พระมหากษัตริย์ มาตรา 11 ใน รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวบัญญัติว่าพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปโดยกำเนิด หรือโดยการแต่งตั้ง ย่อมดำรงอยู่เหนือการเมือง อันเป็นไปตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ย่อมดำรงอยู่ในฐานะอยู่เหนือความที่จะถูกติเตียน   ไม่ควรแก่ตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นการงานที่จะนำมาทั้งทางพระเดชและพระคุณ ย่อมอยู่ในวงอันจะถูกติเตียน อีกเหตุหนึ่งจะนำมาซึ่งความขมขื่นเมื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง อันเป็นเวลาที่ต่างฝ่ายโจมตีให้ร้ายกัน เพื่อความสงบเรียบร้อยสมัครสมานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างเจ้านายกับราษฎร ควรถือว่าพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้น ย่อมดำรงอยู่เหนือการเมือง   หลักการพื้นฐานดังกล่าวเป็นเจตนารมณ์ร่วมของการสถาปนาระบอบการปกครองของไทยไว้ในรัฐธรรมนูญแต่เริ่มแรก อันเป็นฉันทามติที่ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรได้ให้การยอมรับปฏิบัติสืบต่อมา พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ควรอยู่เหนือการเมือง โดยเฉพาะในแง่การไม่เข้าไปมีบทบาทเป็นฝักใฝ่ ต่อสู้แข่งขัน รณรงค์ทางการเมือง อันอาจนำมาซึ่งการโจมตี ติเตียน กระทบต่อความสงบเรียบร้อยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างสถาบันกษัตริย์และราษฎร เป็นประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติในการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในนามพรรคการเมือง เพื่อแข่งขันกับพรรคอื่นในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และกระบวนการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลเป็นนายกฯ จึงเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจะส่งผลให้ระบอบการเมือง การปกครองของไทยแปรเปลี่ยนไปมีสภาพการณ์เดียวกับระบอบการเมืองที่พระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ และมีพระบรมวงศานุวงศ์ทำหน้าที่ใช้อำนาจทางการเมืองในการปกครองประเทศ สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมมีผลทำให้หลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย ที่ถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงราชย์ แต่ไม่ได้ทรงปกครองต้องเซาะกร่อน บ่อนทำลายให้เสื่อมทรามไปโดยปริยาย   แม้พรรคไทยรักษาชาติจะมีสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง แต่การใช้สิทธิและเสรีภาพย่อมต้องอยู่บนความตระหนักว่าการกระทำต้องไม่อาศัยสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองที่ได้รับจากรัฐธรรมนูญ ให้มีผลกระทบย้อนกลับมาทำลายหลักการพื้นฐาน และเจตนารมณ์เสียเอง สถานะของพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย เป็นกลางทางการเมือง ทั้งยังต้องระมัดระวังมิให้สถาบันกษัตริย์ของไทยต้องถูกนำไปเป็นคู่แข่ง หรือฝักใฝ่ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดโดยเคร่งครัด   เพราะหากกระทำให้เกิดผลเป็นไปเช่นนั้น สภาวะความเป็นกลางของสถาบันกษัตริย์ย่อมสูญเสียไป จะทำให้ไม่สามารถดำรงพระองค์และสถาบันให้ทรงอยู่เหนือการเมืองได้ ถ้าปล่อยให้การณ์เป็นไปเช่นนั้นสถาบันกษัตริย์จะไม่เป็นศูนย์รวมของประชาชนชาวไทยอีกต่อไป นั่นย่อมทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทย ต้องเสื่อมโทรมลง หรือถึงกับสูญสิ้นไป หาควรปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้นไม่   ถ้าพรรคการเมืองใดมีการกระทำที่เป็นการล้มล้าง หรือเพียงอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พรรคการเมืองนั้นรวมทั้ง กก.บห.ย่อมต้องถูกลงโทษทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี จะอ้างความ ไม่รู้ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความเห็นความเชื่อของตนมาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบไม่ได้ ถึงแม้กฎหมายไม่ได้นิยามศัพท์คำว่าล้มล้างหรือปฏิปักษ์ แต่ทั้งสองคำเป็นคำในภาษาไทยที่มีความ หมายที่ใช้และรู้กันเป็นการทั่วไป ที่ศาลย่อมรู้ได้เอง   สำหรับประเด็นเรื่อง เจตนา มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติชัดเจนเพียงแค่อาจเป็นปฏิปักษ์ก็ต้องห้ามแล้ว ไม่ต้องรอให้ผลเสียหายเกิดก่อน ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรการป้องกันเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดแก่สถาบันหลักของประเทศ จำเป็นต้องดับไฟใหญ่แต่ต้นลม มิให้ไฟกองเล็กกระพือโหมไหม้ ลุกลามขยายไป จนเป็นมหันตภัยไฟที่มิอาจต้านทานได้ในวาระต่อไป บทบัญญัติมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) ที่ว่าอาจเป็นปฏิปักษ์นั้นในทางกฎหมาย ไม่ขึ้นกับเจตนาหรือความรู้สึกส่วนตัวของผู้กระทำ แต่ต้องดูตามพฤติการณ์ว่าความคิดของวิญญูชน หรือคนทั่วไป จะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลเป็นปฏิปักษ์หรือไม่   เมื่อการกระทำของผู้ถูกร้องมีหลักฐานชัดเจนว่า ได้กระทำโดยรู้สำนึก และสมัครใจ กก.บห.พรรคผู้ถูกร้อง ย่อมทราบดีว่าทูลกระหม่อมฯเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะทรงกราบทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์ แต่ยังคงดำรงสถานะสมาชิกพระบรมจักรีวงศ์ การกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เป็นฝักฝ่ายในทางการเมือง   ทั้งยังเป็นการกระทำที่วิญญูชนคนไทยย่อมรู้สึกได้ว่าสามารถทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ต้องถูกนำมาใช้เพื่อความได้เปรียบทางการเมืองอย่างแยบยล และมุ่งหวังถึงผลประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงหลักการพื้นฐาน สุ่มเสี่ยงสูญเสียสถานะที่ต้องอยู่เหนือการเมืองดำรงความเป็นกลาง อันเป็นจุดประสงค์เริ่มต้นของการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย เข้าลักษณะที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) อย่างชัดแจ้งแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองที่ถูกร้อง ตาม ม. 92 วรรค 2   เมื่อศาลมีคำสั่งยุบพรรคแล้ว จึงชอบที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ กก.บห. ที่ดำรง ตำแหน่งดังกล่าวในวันที่ 8 ก.พ.2562 อันเป็นวันที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรค เมื่อวินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว จึงมีการพิจารณาระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้ง ซึ่งต้องพิจารณาให้พอเหมาะ พอควร ระหว่างพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำ ให้ได้สัดส่วนกับโทษที่จะได้รับ ซึ่งเป็นจำกัดสิทธิของบุคคล เมื่อพิจารณาการกระทำของผู้ถูกร้องแล้ว   การกระทำอาจเป็นปฏิปักษ์ ไม่ถึงขนาดกระทำเจตนาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการได้มาซึ่งนายกฯ ยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ และเมื่อพิจารณาสำนึกรับผิดชอบของ กก.บห. ที่ได้น้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าฯทันทีที่รับทราบ แสดงว่าเคารพต่อสถาบันพระ มหากษัตริย์อยู่   จึงเห็นสมควรให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กก.บห.เป็นเวลา 10 ปี นับแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค รวมทั้งห้ามผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง กก.บห. และผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะไปจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็น กก.บห.พรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมใน การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีกไม่ได้ ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่ศาลมีคำสั่งยุบพรรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N6wYIorfyj8

 1,007
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
08 มี.ค. 62

เปิดคำวินิจฉัยศาล รธน.ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีมติ 6 ต่อ 3 ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 13 กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติเป็นเวลา 10 ปี   คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังค์อ่านคำวินิจฉัย ระบุว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้รับการสถาปนาขึ้นโดยรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรสยาม ฉบับ 2475 และหมวด 1 พระมหากษัตริย์ มาตรา 11 ใน รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวบัญญัติว่าพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปโดยกำเนิด หรือโดยการแต่งตั้ง ย่อมดำรงอยู่เหนือการเมือง อันเป็นไปตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ย่อมดำรงอยู่ในฐานะอยู่เหนือความที่จะถูกติเตียน   ไม่ควรแก่ตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นการงานที่จะนำมาทั้งทางพระเดชและพระคุณ ย่อมอยู่ในวงอันจะถูกติเตียน อีกเหตุหนึ่งจะนำมาซึ่งความขมขื่นเมื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง อันเป็นเวลาที่ต่างฝ่ายโจมตีให้ร้ายกัน เพื่อความสงบเรียบร้อยสมัครสมานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างเจ้านายกับราษฎร ควรถือว่าพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้น ย่อมดำรงอยู่เหนือการเมือง   หลักการพื้นฐานดังกล่าวเป็นเจตนารมณ์ร่วมของการสถาปนาระบอบการปกครองของไทยไว้ในรัฐธรรมนูญแต่เริ่มแรก อันเป็นฉันทามติที่ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรได้ให้การยอมรับปฏิบัติสืบต่อมา พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ควรอยู่เหนือการเมือง โดยเฉพาะในแง่การไม่เข้าไปมีบทบาทเป็นฝักใฝ่ ต่อสู้แข่งขัน รณรงค์ทางการเมือง อันอาจนำมาซึ่งการโจมตี ติเตียน กระทบต่อความสงบเรียบร้อยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างสถาบันกษัตริย์และราษฎร เป็นประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติในการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในนามพรรคการเมือง เพื่อแข่งขันกับพรรคอื่นในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และกระบวนการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลเป็นนายกฯ จึงเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจะส่งผลให้ระบอบการเมือง การปกครองของไทยแปรเปลี่ยนไปมีสภาพการณ์เดียวกับระบอบการเมืองที่พระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ และมีพระบรมวงศานุวงศ์ทำหน้าที่ใช้อำนาจทางการเมืองในการปกครองประเทศ สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมมีผลทำให้หลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย ที่ถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงราชย์ แต่ไม่ได้ทรงปกครองต้องเซาะกร่อน บ่อนทำลายให้เสื่อมทรามไปโดยปริยาย   แม้พรรคไทยรักษาชาติจะมีสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง แต่การใช้สิทธิและเสรีภาพย่อมต้องอยู่บนความตระหนักว่าการกระทำต้องไม่อาศัยสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองที่ได้รับจากรัฐธรรมนูญ ให้มีผลกระทบย้อนกลับมาทำลายหลักการพื้นฐาน และเจตนารมณ์เสียเอง สถานะของพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย เป็นกลางทางการเมือง ทั้งยังต้องระมัดระวังมิให้สถาบันกษัตริย์ของไทยต้องถูกนำไปเป็นคู่แข่ง หรือฝักใฝ่ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดโดยเคร่งครัด   เพราะหากกระทำให้เกิดผลเป็นไปเช่นนั้น สภาวะความเป็นกลางของสถาบันกษัตริย์ย่อมสูญเสียไป จะทำให้ไม่สามารถดำรงพระองค์และสถาบันให้ทรงอยู่เหนือการเมืองได้ ถ้าปล่อยให้การณ์เป็นไปเช่นนั้นสถาบันกษัตริย์จะไม่เป็นศูนย์รวมของประชาชนชาวไทยอีกต่อไป นั่นย่อมทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทย ต้องเสื่อมโทรมลง หรือถึงกับสูญสิ้นไป หาควรปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้นไม่   ถ้าพรรคการเมืองใดมีการกระทำที่เป็นการล้มล้าง หรือเพียงอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พรรคการเมืองนั้นรวมทั้ง กก.บห.ย่อมต้องถูกลงโทษทางการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี จะอ้างความ ไม่รู้ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความเห็นความเชื่อของตนมาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบไม่ได้ ถึงแม้กฎหมายไม่ได้นิยามศัพท์คำว่าล้มล้างหรือปฏิปักษ์ แต่ทั้งสองคำเป็นคำในภาษาไทยที่มีความ หมายที่ใช้และรู้กันเป็นการทั่วไป ที่ศาลย่อมรู้ได้เอง   สำหรับประเด็นเรื่อง เจตนา มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติชัดเจนเพียงแค่อาจเป็นปฏิปักษ์ก็ต้องห้ามแล้ว ไม่ต้องรอให้ผลเสียหายเกิดก่อน ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรการป้องกันเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดแก่สถาบันหลักของประเทศ จำเป็นต้องดับไฟใหญ่แต่ต้นลม มิให้ไฟกองเล็กกระพือโหมไหม้ ลุกลามขยายไป จนเป็นมหันตภัยไฟที่มิอาจต้านทานได้ในวาระต่อไป บทบัญญัติมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) ที่ว่าอาจเป็นปฏิปักษ์นั้นในทางกฎหมาย ไม่ขึ้นกับเจตนาหรือความรู้สึกส่วนตัวของผู้กระทำ แต่ต้องดูตามพฤติการณ์ว่าความคิดของวิญญูชน หรือคนทั่วไป จะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลเป็นปฏิปักษ์หรือไม่   เมื่อการกระทำของผู้ถูกร้องมีหลักฐานชัดเจนว่า ได้กระทำโดยรู้สำนึก และสมัครใจ กก.บห.พรรคผู้ถูกร้อง ย่อมทราบดีว่าทูลกระหม่อมฯเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะทรงกราบทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์ แต่ยังคงดำรงสถานะสมาชิกพระบรมจักรีวงศ์ การกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เป็นฝักฝ่ายในทางการเมือง   ทั้งยังเป็นการกระทำที่วิญญูชนคนไทยย่อมรู้สึกได้ว่าสามารถทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ต้องถูกนำมาใช้เพื่อความได้เปรียบทางการเมืองอย่างแยบยล และมุ่งหวังถึงผลประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงหลักการพื้นฐาน สุ่มเสี่ยงสูญเสียสถานะที่ต้องอยู่เหนือการเมืองดำรงความเป็นกลาง อันเป็นจุดประสงค์เริ่มต้นของการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย เข้าลักษณะที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) อย่างชัดแจ้งแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองที่ถูกร้อง ตาม ม. 92 วรรค 2   เมื่อศาลมีคำสั่งยุบพรรคแล้ว จึงชอบที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ กก.บห. ที่ดำรง ตำแหน่งดังกล่าวในวันที่ 8 ก.พ.2562 อันเป็นวันที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรค เมื่อวินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว จึงมีการพิจารณาระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้ง ซึ่งต้องพิจารณาให้พอเหมาะ พอควร ระหว่างพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำ ให้ได้สัดส่วนกับโทษที่จะได้รับ ซึ่งเป็นจำกัดสิทธิของบุคคล เมื่อพิจารณาการกระทำของผู้ถูกร้องแล้ว   การกระทำอาจเป็นปฏิปักษ์ ไม่ถึงขนาดกระทำเจตนาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการได้มาซึ่งนายกฯ ยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ และเมื่อพิจารณาสำนึกรับผิดชอบของ กก.บห. ที่ได้น้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าฯทันทีที่รับทราบ แสดงว่าเคารพต่อสถาบันพระ มหากษัตริย์อยู่   จึงเห็นสมควรให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กก.บห.เป็นเวลา 10 ปี นับแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค รวมทั้งห้ามผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง กก.บห. และผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะไปจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็น กก.บห.พรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมใน การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีกไม่ได้ ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่ศาลมีคำสั่งยุบพรรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N6wYIorfyj8

 1,007
การเมืองเข้มข้น
07 มี.ค. 62

'ปรีชาพล' เสียงสั่นเครือยอมรับเสียใจ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบไทยรักษาชาติ แม้พรรคมีอายุแค่ 4 เดือน

วันที่ 7 มี.ค. 2562 เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยผู้ร้องมี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.นายทะเบียนพรรคการเมือง ส่วนตัวแทนพรรคไทยรักษาชาติ ผู้ถูกร้องนำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ    นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ครบ โดยศาลอนุญาตให้คู่ความนั่งฟังได้และมอบให้ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายทวีเกียรติ  มีนะกนิษฐ 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย   โดยศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง ในการนำสมาชิกชั้นสูงพระราชวงศ์มาฝักฝ่ายการเมืองทำให้วิญญูชนรู้ได้ว่านำมาเพื่อการได้เปรียบทางการเมือง มุ่งหวังผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การกระทำนี้อาจเป็นเพียงปฏิปักษ์ แต่ยังไม่ถึงขั้นทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ และต่อสถาบันที่พระมหากษัตริย์เป็นประมุข พิจารณาความสำนึกของคณะกรรมการพรรคได้มีการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงให้เห็นถึงการเคารพถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเอกฉันท์มีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ   ทั้งนี้การกระทำของผู้ถูกร้องยังไม่ถึงขนาดมีเจตนาล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และยังเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง ยังไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 6 ใน 3 เสียง จึงเห็นสมควรถอดถอนสิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกร้องไม่สามารถจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้เป็นเวลา 10 ปี และมติเอกฉันท์ให้ผู้ถูกร้องไม่สามารถจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้ในเวลา 10 ปี   ด้าน ร.ท.ปรีชาพล กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้าว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ขอบคุณกำลังใจจากพี่น้องประชาชนถึงแม้พรรคไทยรักษาชาติจะมีอายุไม่ยาวเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น แต่พรรคต้องการจะเห็นประเทศเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี แม้จะไปไม่ถึงสิ่งที่เราหวัง ปัญหาบ้านเมืองมีอีกมาก แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็ตามสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

 7,423
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
07 มี.ค. 62

'ปรีชาพล' เสียงสั่นเครือยอมรับเสียใจ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบไทยรักษาชาติ แม้พรรคมีอายุแค่ 4 เดือน

วันที่ 7 มี.ค. 2562 เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยผู้ร้องมี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.นายทะเบียนพรรคการเมือง ส่วนตัวแทนพรรคไทยรักษาชาติ ผู้ถูกร้องนำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ    นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ครบ โดยศาลอนุญาตให้คู่ความนั่งฟังได้และมอบให้ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายทวีเกียรติ  มีนะกนิษฐ 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย   โดยศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง ในการนำสมาชิกชั้นสูงพระราชวงศ์มาฝักฝ่ายการเมืองทำให้วิญญูชนรู้ได้ว่านำมาเพื่อการได้เปรียบทางการเมือง มุ่งหวังผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การกระทำนี้อาจเป็นเพียงปฏิปักษ์ แต่ยังไม่ถึงขั้นทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ และต่อสถาบันที่พระมหากษัตริย์เป็นประมุข พิจารณาความสำนึกของคณะกรรมการพรรคได้มีการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงให้เห็นถึงการเคารพถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเอกฉันท์มีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ   ทั้งนี้การกระทำของผู้ถูกร้องยังไม่ถึงขนาดมีเจตนาล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และยังเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง ยังไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 6 ใน 3 เสียง จึงเห็นสมควรถอดถอนสิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกร้องไม่สามารถจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้เป็นเวลา 10 ปี และมติเอกฉันท์ให้ผู้ถูกร้องไม่สามารถจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ได้ในเวลา 10 ปี   ด้าน ร.ท.ปรีชาพล กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้าว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ขอบคุณกำลังใจจากพี่น้องประชาชนถึงแม้พรรคไทยรักษาชาติจะมีอายุไม่ยาวเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น แต่พรรคต้องการจะเห็นประเทศเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี แม้จะไปไม่ถึงสิ่งที่เราหวัง ปัญหาบ้านเมืองมีอีกมาก แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็ตามสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

 7,423
การเมืองเข้มข้น
07 มี.ค. 62

กองเชียร์ ทษช. จับกลุ่มให้กำลังใจ-ร้องไห้ หลังศาลรธน. ตัดสินยุบพรรค

ทันทีหลังทราบผลการตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติ บรรดาผู้สนับสนุน ก็ต่างจับกลุ่มให้กำลังใจกัน บางส่วนถึงกับร้องไห้ออกมา   (7 มี.ค. 62 ) ความเคลื่อนไหว ที่ พรรคไทยรักษาชาติ บรรดาผู้สนับสนุน ที่เดินทางมารอลุ้นผลการตัดสินคดียุบพรรคตั้งแต่ช่วงบ่าย ทันทีหลังทราบผลจากศาลรัฐธรรมนูญ บางส่วนถึงกับร้องไห้ออกมา - จับกลุ่มพูดคุยกัน และ ยังคงปักหลักรอให้กำลังใจแกนนำ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ เพราะถือเป็นหน้าที่ครั้งสำคัญในฐานะคนไทย    สำหรับพรรคไทยรักษาชาติ มีร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค และ กรรมการบริหารพรรครวมทั้งหมด 13 คน ซึ่งเป็นพรรคเก่าที่เปลี่ยนชื่อใหม่ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2561 นับรวมถึงวันนี้มีอายุสั้นเพียงประมาณ 4 เดือนเท่านั้น   คลิกอ่านข่าว:  ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ 'ยุบพรรคไทยรักษาชาติ'                      เปิด 13 รายชื่อ 'พรรคไทยรักษาชาติ' ถูกตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหาร 10 ปี

 2,190
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
07 มี.ค. 62

กองเชียร์ ทษช. จับกลุ่มให้กำลังใจ-ร้องไห้ หลังศาลรธน. ตัดสินยุบพรรค

ทันทีหลังทราบผลการตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติ บรรดาผู้สนับสนุน ก็ต่างจับกลุ่มให้กำลังใจกัน บางส่วนถึงกับร้องไห้ออกมา   (7 มี.ค. 62 ) ความเคลื่อนไหว ที่ พรรคไทยรักษาชาติ บรรดาผู้สนับสนุน ที่เดินทางมารอลุ้นผลการตัดสินคดียุบพรรคตั้งแต่ช่วงบ่าย ทันทีหลังทราบผลจากศาลรัฐธรรมนูญ บางส่วนถึงกับร้องไห้ออกมา - จับกลุ่มพูดคุยกัน และ ยังคงปักหลักรอให้กำลังใจแกนนำ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ เพราะถือเป็นหน้าที่ครั้งสำคัญในฐานะคนไทย    สำหรับพรรคไทยรักษาชาติ มีร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค และ กรรมการบริหารพรรครวมทั้งหมด 13 คน ซึ่งเป็นพรรคเก่าที่เปลี่ยนชื่อใหม่ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2561 นับรวมถึงวันนี้มีอายุสั้นเพียงประมาณ 4 เดือนเท่านั้น   คลิกอ่านข่าว:  ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ 'ยุบพรรคไทยรักษาชาติ'                      เปิด 13 รายชื่อ 'พรรคไทยรักษาชาติ' ถูกตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหาร 10 ปี

 2,190
การเมืองเข้มข้น
07 มี.ค. 62

เปิด 13 รายชื่อ 'พรรคไทยรักษาชาติ' ถูกตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหาร 10 ปี

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญลงมติเอกฉันท์ ยุบพรรค ไทยรักษาชาติ ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ถึงวันที่ 8 ก.พ. 62 เป็นเวลา 10 ปี และมีมติเอกฉันท์ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคอื่น ภายในระยะเวลา 10 ปี   ทั้งนี้ รายชื่อคณะกรรมการบริหารของพรรคไทยรักษาชาติ มี 13 คน ดังนี้   1. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค 2. น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค 3. นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรค 4. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค 5. นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค 6. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค 7. นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค 8. นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค 9. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค 10. น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค 11. นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค 12. นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค 13. นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค       ปล. รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค ลาออกเมื่อ 4 ก.พ.62

 8,362
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
07 มี.ค. 62

เปิด 13 รายชื่อ 'พรรคไทยรักษาชาติ' ถูกตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหาร 10 ปี

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญลงมติเอกฉันท์ ยุบพรรค ไทยรักษาชาติ ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ถึงวันที่ 8 ก.พ. 62 เป็นเวลา 10 ปี และมีมติเอกฉันท์ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคอื่น ภายในระยะเวลา 10 ปี   ทั้งนี้ รายชื่อคณะกรรมการบริหารของพรรคไทยรักษาชาติ มี 13 คน ดังนี้   1. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค 2. น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค 3. นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรค 4. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค 5. นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค 6. นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค 7. นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค 8. นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค 9. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค 10. น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค 11. นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค 12. นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค 13. นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค       ปล. รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค ลาออกเมื่อ 4 ก.พ.62

 8,362
การเมืองเข้มข้น
07 มี.ค. 62

ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ยุบ ทษช. หรือไม่

ล่าสุด ทั้ง กกต. และพรรคไทยรักษาชาติ ได้เดินทางมาถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เตรียมเข้าฟังคำวินิจฉัย    โดยพรรคไทยรักษาชาตินำ โดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรครวม 40 คนเดินทางมาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย    ขณะที่ฝั่ง กกต. นำโดย พ.ต.อ.เอกจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. พร้อมทีมกฎหมาย และอัยการรวม 15 คน เดินทางมายังศาล ซึ่งทั้ง2 ฝ่ายไม่ได้ให้สัมภาษณ์ ใดๆกับสื่อมวลชน    โดยหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ระบุจะให้ความเห็นหลังจากทราบผลการวินิจฉัยแล้วเท่านั้น สำหรับประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันนี้ เบื้องต้นศาลจะวินิจฉัยอำนาจของศาลในการพิจารณาคำร้อง รวมถึงอำนาจของ กกต. ในการยื่นคำร้องต่อศาลว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ประเด็นสำคัญคือการพิจารณาว่าการเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติโดยเป็นการมิบังควรนั้น    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่าง ที่ศาลเตรียม ออกนั่งบัลลังก์ในเวลา 15.00 น .โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ติดตั้งจอทีวี จำนวน 5 จอ สำหรับถ่ายทอดสดการอ่านคำวินิจฉัยครั้งนี้ เพื่อให้ สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจได้รับทราบ

 3,407
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
07 มี.ค. 62

ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ยุบ ทษช. หรือไม่

ล่าสุด ทั้ง กกต. และพรรคไทยรักษาชาติ ได้เดินทางมาถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เตรียมเข้าฟังคำวินิจฉัย    โดยพรรคไทยรักษาชาตินำ โดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรครวม 40 คนเดินทางมาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย    ขณะที่ฝั่ง กกต. นำโดย พ.ต.อ.เอกจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. พร้อมทีมกฎหมาย และอัยการรวม 15 คน เดินทางมายังศาล ซึ่งทั้ง2 ฝ่ายไม่ได้ให้สัมภาษณ์ ใดๆกับสื่อมวลชน    โดยหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ระบุจะให้ความเห็นหลังจากทราบผลการวินิจฉัยแล้วเท่านั้น สำหรับประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันนี้ เบื้องต้นศาลจะวินิจฉัยอำนาจของศาลในการพิจารณาคำร้อง รวมถึงอำนาจของ กกต. ในการยื่นคำร้องต่อศาลว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ประเด็นสำคัญคือการพิจารณาว่าการเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติโดยเป็นการมิบังควรนั้น    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่าง ที่ศาลเตรียม ออกนั่งบัลลังก์ในเวลา 15.00 น .โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ติดตั้งจอทีวี จำนวน 5 จอ สำหรับถ่ายทอดสดการอ่านคำวินิจฉัยครั้งนี้ เพื่อให้ สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจได้รับทราบ

 3,407
การเมืองเข้มข้น
07 มี.ค. 62

'ปรีชาพล' นำทีมแกนนำนัดรวมตัวที่พรรค ลุ้นฟังคำพิพากษา ยุบ-ไม่ยุบ ‘ไทยรักษาชาติ’

(7 มี.ค. 62) ความเคลื่อนไหวที่พรรคไทยรักษาชาติ เข้านี้ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคในช่างเวลา 15.00 น. มีกรรมการบริหารพรรคทยอยเดินทางเข้าพรรคแล้ว นำโดยร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค    ร้อยโทปรีชาพล ระบุว่า วันนี้คณะกรรมการบริหารพรรครวมถึงแกนนำของพรรคทุกคนจะเดินทางไปรับฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าเป็นวันสำคัญของพรรคที่จะกำหนดอนาคตว่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่ส่วนจะมีการแถลงปิดคดีด้วยวาจาหรือไม่ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากศาลแต่เบื้องต้นทนายความได้ยื่นปิดคดีเป็นรายลักษณ์อักษรครบถ้วนแล้ว   อย่างไรก็ตามจะมีผู้สมัครสส.ของพรรครวมถึงประชาชนที่สนับสนุนหรือสมาชิกเดินทางมารอรับฟังคำตัดสินที่พรรคด้วย ก็อยากให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขหรือถูกนำไปสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ เพราะยังอยากให้บรรยากาศเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็ได้ประสานมายังพรรคเพื่อมาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยโดยหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินจะมีการแถลงท่าทีของพรรคอีกครั้ง   ทั้งนี้กรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรคจะออกเดินทางจากพรรคในเวลา 14.00 น. เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยตัวแทนของพรรค 6 คนตามจำนวนที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้เข้ารับฟังคำวินิจฉัยของศาล ประกอบด้วยร้อยโทปรีชาพล พงษ์พาณิช หัวหน้าพรรคไทย นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคอีก 2 คน นายสุรชัย ชินชัย และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของพรรค    ในขณะที่สมาชิกพรรคบางส่วนจะรอลุ้นฟังคำวินิจฉัยที่ทำการพรรคพร้อมกับบรรดาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จับตายุบพรรคไทยรักษาชาติ ศาลนัดพิพากษาวันนี้ 'ศรีวราห์' สั่งคุ้มกันเข้ม แกนนำขอกองเชียร์อย่ามาศาล  

 1,418

Top