ค้นหา :

ผลการค้นหา "อนุทินชาญวีรกูล"

เศรษฐกิจ
24 ก.ย. 62

ขีดเส้น 'ซีพีเอช' เซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินภายใน 15 ต.ค.

ความคืบหน้าโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน คือดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า   ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปการลงนามสัญญาก่อสร้าง หลังจากกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพีเอช ชนะประมูลมาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และยังไม่ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างเลย โดยที่ประชุมมีมติว่า วันที่ 27 ก.ย.นี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯจะส่งหนังสือถึงกลุ่มซีพีเอช เพื่อให้มาลงนามสัญญาในวันที่ 15 ต.ค.62 ก่อนสิ้นสุดวันลงนาม (หมดระยะเวลายืนราคา) ในวันที่ 7 พ.ย.62   โดยผู้ชนะการประมูลต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ระบุไว้ในทีโออาร์ (หลักเกณฑ์การประมูล) ในฐานะยื่นเสนอราคาต่ำสุด โดยรัฐบาลไทยในฐานะคู่สัญญาจะปรับปรุงเงื่อนไขมากกว่าสัญญาไม่ได้ ที่ผ่านมาเจรจากันหลายรอบและปรับปรุงเงื่อนไขที่ทำได้ เช่น การชำระค่าก่อสร้างสามารถจ่ายตรงให้กับอีอีซีไปยังผู้ชนะการประมูล เป็นต้น จะให้แก้สัญญามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะจะมีผู้เสียหายเกิดขึ้น และผู้แก้สัญญาจะมีความผิดมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่   อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มซีพีเอชไม่มาลงนามภายในวันที่กำหนด คณะกรรมการคัดเลือกฯจะเชิญผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 2 มาเจรจาต่อ โดยกลุ่มซีพีเอชจะถูกริบหลักประกันซอง 2,000 ล้านบาท และอาจถูกขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งจะทำให้กลุ่มซีพีเอชหมดสิทธิ์เข้าร่วมประมูลงานกับภาครัฐ ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้เสนอรายที่ 2 มีราคาก่อสร้างสูงกว่าราคาที่กลุ่มซีพีเอชเสนอ กลุ่มซีพีเอชต้องจ่ายส่วนต่าง จึงต้องการให้ผู้ชนะประมูลดำเนินการโครงการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d0SoLSEuGS4

 1,498
การเมือง
23 ก.ย. 62

'อนุทิน' เตรียมพร้อมเยียวยาจิตใจประชาชนหลังน้ำลด พบเครียดกว่า 100 ราย

อนุทิน เตรียมพร้อมเยียวยาจิตใจประชาชนหลังน้ำลด พบประชาชนเครียดกว่า 100 ราย   วันที่ 23 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเยียวยาพี่น้องประชาชนหลังน้ำลดว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการเตรียมการพร้อมทุกด้านอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยา ,แพทย์ ,สถานพยาบาล รวมถึงอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน มีเพียงพอและพร้อมทุกด้าน ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามเพื่อแก้ไขปัญญาตามสถานการณ์ที่จำเป็นเร่วด่วน   ในส่วนของการประเมินความเสียหายเพื่อเยียวยา นายอนุทิน บอกว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ดูแลรักษาสภาพจิตใจของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีการเช็คเรื่องงบประมาณ ในบางพื้นที่ก็ได้มีการซ่อมแซมสถานบริการทางด้านสาธารณสุขเรียบร้อย เหลือเพียงไม่กี่แห่งที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมอยู่   ส่วนเรื่องของการดูแลสุขภาพจิต และภาวะซึมเศร้า นายอนุทิน บอกว่า มีหน่วย M-CAT ที่จะคอยดูแลเรื่องจิตวิทยาให้กับชาวบ้านอยู่แล้ว เข้าไปสำรวจ เยียวยา ให้สบายใจมากขึ้น ที่ผ่านมามีพี่น้องประชาชนที่เกิดภาวะเครียดกว่า 100 กว่าราย ทางกรมสุขภาพจิตก็ได้เข้าไปเยียวยาใบเบื้องต้นแล้ว   ในตอนนี้ก็ได้รับรายงานว่าทุกรายมีสภาพที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,กระทรวงมหาดไทย ,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงอื่นๆ ก็ได้บูรณาการกันช่วยเหลือ เรื่องของการชดใช้ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้สั่งการให้ดูแลเป็นพิเศษ ทำทุกอย่างให้รวดเร็ว วันนี้จึงได้มีการเซ็นต์ MOU ร่วมกัน กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  

 841
เศรษฐกิจ
22 ก.ย. 62

'อนุทิน' ประเดิมปลูกกัญชาเกรดทางการแพทย์สายพันธุ์ไทย ที่ ม.แม่โจ้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการร่วมปลูกต้นกัญชาเกรดทางการแพทย์สายพันธุ์ไทย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำนวน 12,000 ต้น ซึ่งถือเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรมแห่งแรกของอาเซียน คาดว่าสามารถส่งวัตถุดิบกัญชาแห้ง 2,400 กิโลกรัม ให้กับองค์การเภสัชกรรมประมาณเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพื่อผลิตเป็นน้ำมันกัญชาได้ประมาณ 1 ล้านขวด   ศ.ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการพืชเสพติด ให้ปลูกกัญชาได้ในพื้นที่จำเพาะ เป็นลักษณะของโรงเรือนสมาร์ทฟาร์มเนื้อที่ 3,040 ตารางเมตร มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ส่วนเมล็ดพันธุ์กัญชาที่นำมาใช้ปลูกชื่อพันธุ์อิสระ 01 เป็นสายพันธุ์ไทย สายพันธุ์เด่นของกรมการแพทย์ มีสาร CBD และ THC ในระดับที่สมดุลกัน ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ นอกจากเรื่องของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ไร้สารเคมีสังเคราะห์แล้ว คือ เรื่องของสภาพอากาศ การควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของกัญชาและให้สารสำคัญที่นำมาใช้ในทางการแพทย์   นอกจากนี้ ในอนาคตยังเตรียมขอยื่นดำเนินการในลักษณะของการปลูกแบบกลางแจ้ง ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงเรือน รวมถึงต่อยอดพัฒนาสายพันธุ์ไทยที่ให้สารสำคัญในสัดส่วนที่แตกต่างกัน ตลอดจนดำเนินการเร่งขอจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือเสียประโยชน์จากการที่ต่างชาตินำไปใช้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/0m4kg21Z1lM

 1,042
การเมือง
10 ก.ย. 62

'อนุทิน' ย้ำ! แก้ รธน. ดีต่อ ปชช. แต่ต้องแก้น้ำท่วมก่อน ห่วงน้ำลดโรคจะตามมา

อนุทิน ย้ำ! แก้รัฐธรรมนูญต้องดีต่อประเทศชาติและประชาชน พรรคภูมิใจไทย มีแนวทางของตัวเองแล้ว สั่งการสาธารณสุขจังหวัด เตรียมความพร้อมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยารักษาโรค และเฝ้าระวังโรคที่จะตามมาหลังน้ำลด   วันที่ 10 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง กรณีแนวทางตั้งกรรมธิการศึกษาการแก้รัฐธรรมนูณ ว่า พรรคภูมิใจไทย แนวทางของตัวเอง สิ่งไหนที่มีผลดีต่อประชาชน ต่อประเทศชาติก็จะทำทุกอย่าง แต่สิ่งไหนที่ทำแล้ว แค่ความต้องการของตัวเองก็จะไม่ทำ    ส่วนเวลานี้ยังไม่ถึงเวลาใช่หรือไม่ นายอนุทิน บ่ายเบี่ยงโดยยืนยันว่า ได้กล่าวไปแล้ว และยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย    นายอนุทิน ย้ำถึงการเตรียมความพร้อมของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับภัยพิบัติ เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายจังหวัด ว่า สาธารณสุขจังหวัดได้มีการเตรียมความพร้อมสิ่งของช่วยเหลือ โดยเฉพาะยารักษาโรค ที่ยืนยันว่ามีเพียงพอไม่ขาดแคลน ขณะเดียวกันเทียบเท่าระวังโรคภัยหลังจากน้ำลดด้วย     ขอบคุณภาพ : มติชน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิด 3 โมเดลจาก 3 พรรคเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ส.ว.แย้งยังไม่ถึงเวลาแก้  

 596
การเมือง
09 ก.ย. 62

'อนุทิน' ขับเจ็ทส่วนตัวบินติดปีก รับอวัยวะบริจาคเปลี่ยนหัวใจ จากเชียงใหม่ไป กทม.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะทีมแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาทำการผ่าตัดรับมอบหัวใจ จากผู้ที่ได้แจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะไว้กับทางโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ภายใต้การดำเนินโครงการ "หัวใจติดปีก"   นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า การเดินทางมารับบริจาคหัวใจในครั้งนี้ เริ่มดำเนินการหลังจากทราบว่า มีผู้ป่วยของโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชายวัย 25 ปี ประสบอุบัติเหตุ และได้แจ้งความจำนงขอบริจาคหัวใจและอวัยวะอื่นๆ ไว้กับทางโรงพยาบาล โดยได้รับการยินยอมจากญาติของผู้ป่วยแล้ว   จึงได้นำทีมคณะแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ เดินทางมาทำการผ่าตัดอวัยวะ ประกอบด้วย หัวใจ 1 ดวง ไต 1 ข้าง และดวงตา 1 คู่ จากผู้ป่วยรายดังกล่าว เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นที่รอการช่วยชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ในขณะนี้ โดยเฉพาะการผ่าตัดหัวใจ นั้น ทางทีมแพทย์มีความต้องการและต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดย หัวใจ 1 ดวง จะต้องส่งต่อและปลูกถ่ายอวัยวะทันทีภายใน 4 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นหัวใจจะขาดเลือดนาน ซึ่งทีมงานแพทย์ก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ทันตามเวลาที่กำหนด   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบแล้วพบว่า สภาพของหัวใจของผู้บริจาคยังอยู่ในสภาพที่แข็งแรงดีมาก หัวใจยังมีความสดและมีสัญญาณชีพที่ดี ทำให้มั่นใจว่า ผู้ที่จะรับหัวใจดวงนี้ไป จะต้องมีชีวิตต่อไปได้อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะอื่นๆ ที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็จะมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ มารับไตอีก 1 ข้าง ด้วย ดังนั้น การบริจาคหัวใจและอวัยวะของผู้ป่วยรายนี้ จะสามารถช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นได้ถึง 4 ราย ในครั้งเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง   นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่นำคณะแพทย์มาทำการผ่าตัดหัวใจ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นนั้น ตนเองได้ดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว โดยทำไปแล้ว 25 เคส และเคสนี้ถือเป็นรายที่ 26 โดยมองว่า การบริจาคหัวใจและอวัยวะเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์   อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ควรได้รับการยกย่องมากที่สุด คือ ผู้ที่บริจาคหัวใจและอวัยวะให้กับผู้อื่น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกันทำบุญด้วยการบริจาคหัวใจและอวัยวะให้กับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาและให้การช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีผู้รอรับบริจาคอวัยวะกว่า 6,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้าย และผู้ป่วยด้านสายตา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jSbAFktIZe4

 604
การเมือง
03 ก.ย. 62

'อนุทิน' ปัดถูกวางยา ปมประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงกรณี นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ออกมาแสดงความกังวลต่อประกาศสาธารณสุข ปลดล็อกกัญชงและกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 อาจเอื้อกลุ่มทุน   ยืนยันว่า ได้จัดการปัญหาและความเข้าใจผิดทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีอะไรและไม่มีใครวางยา พร้อมระบุว่าประกาศฉบับดังกล่าว เป็นการปกป้อง คุ้มครอง เกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศไทย ไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุน หรือบริษัทใด รวมถึงยังเป็นการควบคุมสารสกัดกัญชง ให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน โดยย้ำว่าประกาศฉบับดังกล่าวมีส่วนดีมากกว่าไม่ดี   นายอนุทิน ยอมรับว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูเคุยทำความเข้าใจกับนายยืนยง แต่เบื้องต้นได้สั่งให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. แถลงเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนเร็ว ๆ นี้ โดยกำชับให้แถลงด้วยภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์เทคนิค พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา และไม่มีการวางยาใด ๆ ทั้งสิ้น  

 858
การเมือง
02 ก.ย. 62

‘อนุทิน’ ปัดถูกวางยา ปมประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา เตรียมให้ อย. ชี้แจง

วันที่ 2 ก.ย. 62 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงกรณี นายยืนยง โอภากุล หรือ ‘แอ๊ด คาราบาว’ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ออกมาแสดงความกังวลต่อประกาศสาธารณสุข ปลดล็อกกัญชงและกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 อาจเอื้อกลุ่มทุน    ยืนยันว่า ได้จัดการปัญหาและความเข้าใจผิดทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีอะไรและไม่มีใครวางยา พร้อมระบุว่าประกาศฉบับดังกล่าว เป็นการปกป้อง คุ้มครอง เกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศไทย ไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุน หรือบริษัทใด รวมถึงยังเป็นการควบคุมสารสกัดกัญชง ให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน โดยย้ำว่าประกาศฉบับดังกล่าวมีส่วนดีมากกว่าไม่ดี   นายอนุทิน ยอมรับว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูเคุยทำความเข้าใจกับนายยืนยง แต่เบื้องต้นได้สั่งให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. แถลงเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนเร็ว ๆ นี้ โดยกำชับให้แถลงด้วยภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัทพ์เทคนิก พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา และไม่มีการวางยาใด ๆ ทั้งสิ้น   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'แอ๊ด คาราบาว' หวั่น 'อนุทิน' ถูกวางยาเซ็นลงนาม ประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา      

 1,741
เศรษฐกิจ
02 ก.ย. 62

'แอ๊ด คาราบาว' หวั่น 'อนุทิน' ถูกวางยาเซ็นลงนาม ประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยให้ยกเลิกกัญชาออกจากชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5  ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ   มีเนื้อหาโดยสรุปว่า อนุญาตให้นำสารสกัดกัญชาไปใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาได้ รวมถึงเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง แต่ไม่ได้ปล่อยเสรีในการบริโภคเหมือนกับเหล้าหรือบุหรี่   ฉบับแรก เป็นเรื่องกำหนดลักษณะกัญชงเพื่อเป็นประโยชน์ในการควบคุมการผลิต นําเข้า ส่งออก จําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์จากกัญชง   ในส่วนฉบับที่ 2 สาระสำคัญคือให้ยกเลิกชื่อยาเสพติดให้โทษ กัญชา (cannabis) ในบัญชีท้ายประกาศ กระทรวงสาธารณสุข และเพิ่มเงื่อนไขและกำหนดระบุชื่อ "กัญชง" ให้เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 แต่ได้ยกเว้นกรณี   1.สารแคนนาบิไดออล (CBD) ที่สกัดจากกัญชงซึ่งมีความบริสุทธิ์มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 99 โดยมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนัก สรุปคือ Pure 99% เอานำไปผสมในอาหารหรือเป็นส่วนผสมเครื่องสำอางได้   2.สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์จากสารสกัดที่มีสาร CBD เป็นส่วนประกอบหลัก และ มีสาร THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ซึ่งเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ทางยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร เท่านั้น  สรุปคือ เป็นยา และ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้   3.เมล็ดกัญชงหรือน้ำมันจากเมล็ดกัญชงซึ่งเป็นอาหาร และนำไปเพาะพันธุ์ไม่ได้   4.น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชง ซึ่งเป็นเครื่องสำอาง และนำไปเพาะพันธุ์ไม่ได้   5.เปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง   ทั้งนี้สามารถจำหน่ายได้ภายในประเทศเท่านั้น มีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 27 ส.ค.2562     ด้าน แอ๊ด คาราบาว หรือ นายยืนยง โอภากุล โพสต์ข้อความแสดงความกังวลว่า ประกาศ สธ. ปลดล็อกกัญชง-กัญชา ส่อล็อกสเป็กเอื้อบริษัทนายทุน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ถูกวางยาเซ็นลงนาม และกำลังเตรียมหาทางแก้ไข โดยมีข้อความระบุว่า...   พี่น้องผู้สนับสนุน การใช้กัญชาเป็นยารักษาโรคโปรดฟังทางนี้หน่อยนะครับ.....   เมื่อวันที่ 30 สค.2562 ที่ผ่านมามีประกาศของกระทรวงสาฐารณะสุขในราชกิจจาฯยกเลิกกัญชาจากชื่อยาเสพติด....เเต่พออ่านเนื้อในปรากฏว่า ประกาศฉบับนี้กลายเป็นเรื่อง"ล๊อคเสป๊ก"ให้บริษัทที่ประกอบการด้าน กัญชง กัญชาได้ประโยชน์อย่างเต็ม ๆ ตามข่าวที่ออกมาครับ จึงทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน และภาคประชาสังคมหนุนกัญชาเป็นยารักษาโรคต่าง งวยงง และวิตกกังวลไปต่างๆนาๆ รวมทั้งตัวผมด้วย จึงได้สอบถามไปยังเเหล่งข่าวของท่านรัฐมนตรี   ผลปรากฏออกมาว่า "ประกาศฉบับนี้ส่งตรงมาจากกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คน สมคบกับ อย. ชงเรื่องมาโดยอ้างว่า "เป็นเรื่องทางเทคนิค"ท่านรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีระกุล ท่านก็หวังดีจึงต้องเซ็นอย่างเสียไม่ได้ เเต่แล้วกลับกลายเป็นว่า"โดนวางยา เจาะยาง"จากกลุ่มข้าราชการพุงกางเข้าให้เต็มๆ ประกาศนี้คุณอนุทินกำลังวิตกมากและกำลังหาทางแก้ไขอยู่ครับ คาดว่าในสัปดาห์หน้านี้จะหาทางยกร่างกฏหมายฉบับนี้ขึ้นมาใหม่ครับ โดยจะรับฟังประเด็นข้อโต้เเย้งจากภาคประชาสังคมที่ปารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงเกี่ยวข้อง ที่ได้รวบรวมประเด็นต่างมาให้เป็นส่วนสำคัญของการพิจรณายกร่างด้วยครับ.....   ใจหายหมดเลย เมื่อคืนนอนแทบไม่หลับเลยเรื่องนี้ จึงกราบเรียนมายังพ่อแม่พี่น้องเเละองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนผู้สนับสนุนกัญชาเป็นยารักษาโรคให้ได้ทราบโดยทั่วกันนะครับ แล้วช่วยกันแชร์ต่อด้วยนะครับ ว่าท่านรมต.อนุทิน ชาญวีระกุล ท่านเป็นพวกเราครับ แต่สภาพในขณะนี้เหมือนลูกแกะในวงล้อมของสุนัขจิ้งจอก ที่หิวกระหายผลประโยชน์ส่วนตน พวกเราต้องอย่าหวั่นไหวไปกับข่าวนี้นะครับ รวมพลังเดินหน้าสู้ๆกันต่อไปครับ ขอบคุณครับพี่น้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-LyXwqr80Z4

 3,886
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ย. 62

‘เสี่ยหนู’ ขับเครื่องบินส่วนตัว ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย-มอบของช่วยเหลือ

วันที่ 1 ก.ย. 62 เมื่อเวลา 8.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยขับเครื่องบินส่วนตัวออกจากกรุงเทพมหานคร ไปยังท่าอากาศยานจังหวัดร้อยเอ็ด มีกำหนดการเดินทางไปยังจุดพักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่บ้านท่าเยี่ยม ต.วังหลวง ออ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด    โดยนายอำเภอเสลภูมิ จะกล่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม และความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะทางด้านสุขภาพเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา จากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนและแจกสิ่งของให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมด้วย   จากนั้นนายอนุทิน จะเดินทางต่อไปยังจุดพักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่บ้านไค่นุ่น ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของให้กับประชาชน    นอกจากนี้นายอนุทิน จะเดินทางไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านไค่นุ่น ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และจากนั้นจะเดินทางมาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเป็นประธานการประชุม VDO Conference เกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยของเขตสุขภาพที่ 7 ที่ห้องประชุมแก้วมุกดา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฤทธิ์ 'โพดุล' ทำน้ำท่วม เหนือ-อีสาน อ่วม 'ริท เรืองฤทธิ์' เผยภาพน้ำท่วมบ้านที่ร้อยเอ็ด           

 2,200
การเมือง
29 ส.ค. 62

รัฐบาลเร่งให้ความสำคัญสมุนไพรไทยเพื่อเข้าถึงผู้ซื้อทั่วประเทศเพิ่มช่องทางการตลาดจัดจำหน่ายออนไลน์ที่ www.thailandpostmart.com

               รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนเดินหน้าพัฒนาสมุนไพรไทยส่งเสริมเศรษฐกิจ ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่า 360,000 ล้านบาท ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ที่ www.thailandpostmart.com และช่องทางออฟไลน์กับซีพี ออลล์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนไทย รวมถึงจับมือคิงเพาเวอร์นำผลิตภัณฑ์สมุนไพรวางขายให้นักท่องเที่ยงชาวต่างชาติ ร่วมถึงช่องทางออนไลน์ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ www.taobao.com                  เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงนโยบายการพัฒนาสมุนไพรไทยสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาล ในโครงการสมุนไพรไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก (Thailand Kiss the Wold) ได้รับมอบหมายให้ดูแลกรมการแพทย์แผนไทยฯ พบว่า สมุนไพรไทยมีการวางจำหน่ายอยู่ทุกประเทศทั่วโลก และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ จาก 180,000 ล้านบาทในปี 2559 เป็น 360,000 ล้านบาท และถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสมุนไพรเป็นอันดับ 8 ของโลก โดยมูลค่าการตลาดสูงสุดของ Product Champions คือ ขมิ้นชัน คิดเป็นมูลค่าการตลาดทั่วโลกประมาณ 570 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 18,240 ล้านบาท                     นายอนุทินกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดสมุนไพรของประเทศไทยมีการเติบโตมากกว่าร้อยละ 30 กระทรวงสาธารณสุข องค์กรภาครัฐ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและภาคธุรกิจเอกชน เพิ่มช่องทางการตลาดร่วมส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้ง่ายผ่านตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยคัดเลือกผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพที่ได้มาตรฐานมาพัฒนารูปแบบให้สวยงาม น่าสนใจ ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและตลาดค้าปลีกในประเทศ เพื่อสนับสนุน อำนวยความสะดวก และส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นทางคัดเลือดกวัตถุดิบสมุนไพรที่ได้มาตรฐานสู่อุตสาหกรรมการผลิต  สร้างโอกาสทางการตลาดของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร  ส่วนกลางคือพัฒนาคุณภาพสารสกัด คุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่า ส่วนปลายทางคือ การส่งเสริมการขายทั้งในและต่างประเทศ      

 1,128
เศรษฐกิจ
18 ส.ค. 62

'อนุทิน' เปิดคลินิกกัญชาที่นครราชสีมา 'อ.อ๊อด' มองกัญชาเหมาะเป็นยาใช้ภายนอกไปก่อน อย่าเพิ่งกิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เปิดคลินิกกัญชา เพื่อการรักษาทางการแพทย์ ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา       ด้าน อ.อ๊อด รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ในความเห็นของตนในฐานะนักเคมี มองว่ากัญชาเหมาะเป็นยาใช้ภายนอกไปก่อน ผสมทำครีม น้ำมันนวด อย่าพึ่งรับประทาน เพราะมีทั้งบวกและลบ ตอนนี้จะเอาบวกด้านเดียว ต้องรอผลการศึกษาให้นิ่งก่อน   ส่วนสาเหตุที่สนับสนุนกัญชาเป็นเพียงยาใช้ภายนอกก่อน เพราะสารประกอบในกัญชานั้นมีการระบุมาก่อนแล้วว่า พบมากกว่า 483 ตัว และแบ่งได้หลายกลุ่ม คือ สารที่เป็นเอกลักษณ์ของกัญชา คือ กลุ่มแคนนาบินอยด์กว่า 60 ตัว นอกนั้นเป็นสารประกอบที่สามารถพบได้ในพืชอื่นๆ เช่น กลุ่มเทอร์ปีน กลุ่มอัลคาลอยด์ กลุ่มเอไมด์ กลุ่มลิกแนนาไมด์ กลุ่มฟลาโวนอยด์ กลุ่มกรดไขมัน เป็นต้น ซึ่งสารสำคัญต่างๆ นี้ มีบางตัวที่ออฤทธิ์ในการกดประสาท และทำให้เสพติดได้ หากใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม แต่จากสมบัติของสารสำคัญแต่ละตัวที่โดดเด่นพบว่า สารหลายตัวมากที่มีฤทธิ์ที่สามารถเป็นยาภายนอกได้ เช่น สารแคนนาบิเจอรอล สารแคนนาบิโครมีน สารแคนนาบิไดออล หรือแม้แต่สารทีเอชซี ที่มีฤทธิ์แก้ปวด ต้านเชื้อรา ต้านการอักเสบ จะทำครีม น้ำมันมวย ก็ว่าไป   กัญชาไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง ยังมีสมุนไพรหลายตัวที่มีสรรพคุณช่วยรักษาโรค เช่น เจี๋ยวกู่หลาน ว่ากันว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาชาวบ้านที่เป็นโรคไขมันสูงในเส้นเลือด และโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างดี เห็นคนโบราณใช้มาจนปัจจุบัน ว่า ปรับสมดุลของร่างกาย (Adaptogen) ต้านมะเร็ง (Anti-cancer) ชะลอความแก่ (Anti-aging) หรือ ตังเซียม หรือโสมคนจน สมุนไพรจีนที่มีจำหน่ายในไทย จากรายงานทางวิทยาศาสตร์พบว่า มีสาร Tanshinone IIA 0.1-0.4%, Cryptotanshinone 0.04 - 0.46% Tanshinone I 0.03-0.15%, Dihydrotanshinone, Salvianolic acid A และ Salvianolic B ข้อมูลสรรพคุณที่พบก็ประมาณว่า 1. ป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ 2. รักษาภาวะเลือดอุดตัน และการอักเสบของหลอดเลือด โดยเฉพาะคนที่มีเส้นเลือดขอดที่เท้า ทำให้เลือดไม่ไหลเวียน 3. รักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติ 4. ช่วยให้นอนหลับ, ช่วยบำรุงระบบประสาทที่อ่อนแอ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/_290WX4zxhc

 1,546
การเมือง
16 ส.ค. 62

'อนุทิน' ยัน สารสกัดกัญชาใช้ฟรีในบัตรทอง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตั้งเป้าผลิต 1 ล้านขวด

'อนุทิน' ยืนยัน สารสกัดกัญชาเป็นยาในบัญชี ใช้ร่วมกับบัตรทองไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลอง ตั้งเป้าผลิตให้ได้ 1 ล้านขวดให้เพียงพอกับผู้ป่วย   วันที่ 16 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการใช้สารสกัดจากกัญชาในโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ขณะนี้เริ่มมีการใช้แล้ว หลังได้รับสารสกัดจากกัญชามา 4,500 ขวด ซึ่งจะใช้ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะถือว่าอยู่ในบัญชียา เพราะเป็นยาที่ผลิตจากองค์การเภสัชกรรม    และขณะนี้อยู่ในขั้นของการทดลอง แต่ในอนาคตจะผลิตให้เพียงพอ โดยตั้งเป้าอยู่ที่ 1 ล้านขวด และคาดว่าภายใน 3-4 เดือนนี้ จะผลิตได้ 3.5 แสนขวด ทั้งนี้เชื่อว่าการใช้สารสกัดจากกัญชาเป็นยาน่าจะได้ผลดี โดยจะต้องหวังผลไว้ก่อน            

 6,289
การเมือง
13 ส.ค. 62

'อนุทิน' ยัน แก้ปัญหาน้ำ รพ. สุรินทร์แล้ว เผย นายกฯ เตรียมบินดู 19 ส.ค. นี้

'อนุทิน' ยืนยัน แก้ปัญหาน้ำในโรงพยาบาลสุรินทร์แล้ว มีน้ำใช้อีก 1-2 เดือน โดยนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจราชการสุรินทร์ ติดตามปัญหาภัยแล้งด้วย โชว์แว่นส่องพระไว้ส่องพระ ครม. คลายเครียด   วันที่ 13 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในโรงพยาบาลสุรินทร์ โดยยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะได้รับความร่วมมือที่เกี่ยวข้องทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล ที่นำน้ำมาเติมให้ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีปัญหาในเรื่องของการให้บริการตามมาตรฐาน และยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ต้องใช้น้ำอย่างระวัง ซึ่งโรงพยาบาลสุรินทร์จะใช้น้ำเดือนละ 1 ล้านคิวบ์ แต่ตอนนี้มีน้ำถึง 3 ล้านคิวบ์ คาดว่าจะมีน้ำใช้อีก 1-2 เดือน เพราะในพื้นที่มีฝนตกลงมาแล้ว    ส่วนที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ก็คาดว่าจะมีความตั้งใจไปดูแลเรื่องอื่นด้วย    ทั้งนี้ยืนยันว่าในส่วนของโรงพยาบาลอื่นทั่วประเทศยังไม่มีปัญหาในเรื่องดูแลคนไข้ และช่วงนี้ฝนก็เริ่มมาแล้ว อย่างไรก็ตามในการประชุม ครม. วันนี้ นายอนุทิน ได้ห้อยแว่นส่องพระ พร้อมโชว์ต่อสื่อ บอกเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ เอาไว้ส่องพระของคณะรัฐมนตรีเพื่อผ่อนคลาย         ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สุรินทร์แล้งหนักทั้งเมือง รพ.เหลือน้ำสำรองเพียง 1 วัน 'อนุทิน' ลงตรวจอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง สั่งเร่งเจาะน้ำบาดาล

 926
ข่าวภูมิภาค
12 ส.ค. 62

สุรินทร์แล้งหนักทั้งเมือง รพ.เหลือน้ำสำรองเพียง 1 วัน 'อนุทิน' ลงตรวจอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง สั่งเร่งเจาะน้ำบาดาล

จ.สุรินทร์ แล้งหนักทั้งเมือง โรงพยาบาลเหลือน้ำสำรองเพียงแค่ 1 วัน ตัวเมืองไม่มีน้ำประปาใช้ เรือนจำนักโทษขาดน้ำแล้วกว่า 3,000 คน แล้งหนักสุดในรอบ 41 ปี   นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมต.สาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง แหล่งน้ำหนักของ จ.สุรินทร์ พบแห้งขอดหนัก บอกต้องหาทางแก้ไข จะมาพูดแต่เรื่องระเบียบไม่ได้ ประชาชนกำลังเดือดร้อน เตรียมนำเรื่องปรึกษา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะลงพื้นที่ในวันที่ 19 ส.ค.นี้   ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่า รัฐบาลจะเร่งส่งเครื่องขุดเจาะน้ำบาดาล ระดมเครื่องมือไปที่ จ.สุรินทร์         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/fzD2F7IjCp4

 1,834
ข่าวภูมิภาค
11 ส.ค. 62

‘อนุทิน’ ควง ‘ทรงศักดิ์’ บินด่วน เร่งกู้วิกฤต รพ.สุรินทร์ ขาดแคลนน้ำ

วันที่ 11 ส.ค. 62 ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสุรินทร์ โดยให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับบัญชาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่มาตรวจสภาพภัยแล้งและแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ก่อนที่จะนำไปรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 13 ส.ค.นี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมีแผนจะลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ในวันที่ 19 ส.ค. นี้   “ผมกับรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย ที่กำกับการทำงานประปาภูมิภาค อยากเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง ช่วยแก้ไขปัญหาช่วยประชาชน ก่อนจะนำไปรายงาน ครม. ซึ่งปัญหาภัยแล้ง มีมานานเหมือนเป็นเพื่อนเก่า เราต้องรับมือปัญหาอย่างมีสติ จากนี้เราต้องหาวิธีการคาดการณ์และบริหารสถานการณ์ให้ดี เพื่อผ่านวิกฤตภัยแล้งให้ได้ ที่สำคัญทุกคนต้องร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย” นายอนุทิน กล่าว    นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ ได้รับรายงานจากหน่วยราชการและผู้แทนราษฎรว่าเกินกำลังของหน่วยงานท้องถิ่น รัฐบาลจึงได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ บูรณาการทำงานร่วมกัน โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย หน่วยทหาร ภาคเอกชน รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมจะสีงทีมขุดเจาะน้ำบาดาลทันที    นอกจากนี้ ได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกระดับมีแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ทั้งการสำรองน้ำ สำรวจแหล่งน้ำสำรอง จัดเตรียมพร้อมทีมแพทย์ พยาบาลยา เวชภัณฑ์ ป้องกันโรคที่มากับภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหา ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน ยึดหลัก “กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ”   ด้านนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าในช่วงวิกฤตภัยแล้งโรงพยาบาลได้รับสนับสนุนน้ำจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ภาคเอกชน ทำให้มีน้ำใช้ เพียงพอบริการผู้ป่วยในกิจกรรมที่จำเป็น    ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้ประสานหน่วยทหารได้ช่วยขุดเจาะน้ำบาดาลในโรงพยาบาล  8  บ่อ แล้วเสร็จติดตั้งเครื่องกรองน้ำแล้ว 2 บ่อ คาดว่าจะขุดแล้วเสร็จทั้งหมดในวันที่ 15 สิงหาคม นี้ ซึ่งจะผลิตน้ำได้  8 แสนลิตรต่อวัน เพียงพอต่อการใช้น้ำใน 1 วัน ซึ่งแต่ละวันมีผู้ป่วยรับบริการแผนกผู้ป่วยนอกกว่า 1,700 คน ผู้ป่วยในวันละ 800 กว่าคน มีบริการห้องผ่าตัด ฟอกไต ไอซียู มีความต้องการใช้น้ำวันละ 8 แสน -1 ล้านลิตร หลังเปิดวอร์รูมและประกาศมาตรการประหยัดน้ำ ลดการใช้น้ำลงได้ร้อยละ 40-50 เหลือวันละ 6 แสนลิตร ใน ส่วนน้ำดื่มต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่บริจาคมา จะได้นำไปแจกจ่ายผู้ป่วย ญาติและเจ้าหน้าที่ต่อไป   ขอบคุณภาพ : มติชนออนไลน์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สุรินทร์แล้งวิกฤตหนัก! รพ.ขาดแคลนน้ำ กระทบการรักษาผู้ป่วย - ตัวเมืองน้ำประปาไม่ไหล    

 2,752

Top