ค้นหา :

ผลการค้นหา "อุตตมสาวนายน"

เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 พ.ค. 62

'อุตตม' ยันไม่มีใครตั้งเงื่อนไขฟอร์มทีมรบ. สกัด 'ประวิตร-อนุพงษ์' - พปชร.ดีลตั้งรบ.เชื่อทะลุ 260 เหตุมีเสียงพิเศษ

อุตตม ยันไม่มีใครตั้งเงื่อนไขฟอร์มทีมรัฐบาล โดยไม่มี พลเอกประวิตร - พลเอกอนุพงษ์ ชี้ 5 ปีทำงานหนักเพื่อประเทศ แนะอย่าเชื่อข่าวลือขอให้ฟังแถลงทางการจากพรรค   นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่ามีการตั้งเงื่อนไขต่อรองจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคการเมืองและนักการเมืองว่า ไม่ควรมีชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้มีการพูดคุยกันเรื่องการมาร่วมกันเดินหน้าประเทศ ยังไม่มีการพูดเรื่องตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะจะต้องรอความพร้อมของทุกพรรคที่จะมาหารือกันอย่างเป็นทางการ เท่าที่ได้มีโอกาสได้พบปะกับนักการเมือง ไม่มีใครตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ และในขณะที่เคยร่วมงานกับทั้ง พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ ทั้งสองท่านมีความตั้งใจและผลงานในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศอย่างแท้จริง   ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ที่ประเทศสงบเรียบร้อยมา 5 ปี ที่ผ่านมาทั้งสองท่านมีบทบาทช่วยงานพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.อย่างมากในการทำงานเพื่อประเทศ โดยเฉพาะในงานด้านความมั่นคง และอื่น ๆ อาทิ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและสิทธิ์ที่ทำกินของประชาชน การพัฒนาสร้างอาชีพในชุมชน นอกจากนั้นยังมีบทบาทในการเจรจาและ แก้ปัญหาประมงไทยจนสหภาพยุโรป ปลดเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะห้ามนำสินค้าประมงไทยเข้าไปขายในตลาดยุโรป นับว่าได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศเป็นอย่างมาก   นายอุตตม กล่าวอีกว่า ส่วนการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลนั้น ยังมีเวลา และขณะนี้ ต้องให้เกียรติกับทุก ๆ พรรค เพราะบางพรรคอยู่ระหว่างการดำเนินการภายใน อย่างพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จึงควรรอให้กระบวนการของแต่ละพรรคเสร็จสิ้นเสียก่อน ทั้งนี้กระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลที่เกิดขึ้น เป็นเพียงคาดคะเนของสื่อมวลชน อาจทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิด ตนในฐานะหัวหน้าพรรคจึงอยากให้ทุกท่านติดตามการแถลงข่าวจากพรรคอย่างเป็นทางการจะดีกว่า   นอกจากนี้ แหล่งข่าวพรรค พปชร. เผยว่าคาดว่าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการจะเริ่มหลังจากการเลือกประธานรัฐสภาเสร็จ โดยทางพรรคมั่นใจว่าตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน และคะแนนเสียงจะมีมากกว่า 255 เสียง เพราะจะมีคะแนนเสียงพิเศษจากพรรคพันธมิตรคู่แข่งบางส่วน ที่ได้เจรจาพูดคุยเรื่องเข้าร่วมการจัดตั้งรัฐบาลไปบ้างแล้ว โดยได้นัดพบปะหารือและทานข้าวกัน และมีส่วนหนึ่งสนใจที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย   นอกจากนี้แกนนำพรรคยังเร่งพบปะกับบรรดาพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งพรรคขนาดกลางและพรรคเล็กเพื่อรวบรวมเสียงให้มากที่สุด ให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จเนื่องจากมีความกังวลว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้เสียงสนับสนุนไม่ครบ 52 เสียงจึงต้องเร่งดีลสำรองไว้ ซึ่งหากประชาธิปัตย์ ตกลงและมาทั้งหมด เสียงของการจัดตั้งรัฐบาลอาจจะได้เกิน 260 เสียง   ในส่วนของการจัดสรรโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น บางกระทรวงที่พรรคมีแนวนโยบายที่ชัดเจนและโปรโมทเป็นแคมเปญหลักในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลพยายามต่อรองเพื่อของตำแหน่ง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ซึ่งเป็นกระทรวงหลักที่พรรคพลังประชารัฐเองต้องการใช้ขับเคลื่อนนโยบาย จึงอาจไม่สามารถแบ่งให้พรรคร่วมรัฐบาลได้ เพราะพรรคพลังประชารัฐได้รับปากกับชาวบ้านไว้ตอนหาเสียงและผลักดันไปแล้วในบางส่วนของช่วงรัฐบาลคสช. โดยเฉพาะโครงการข้าวที่อาจขัดแย้งกับนโยบายประกันราคาของประชาธิปัตย์ โดยนโยบายหลักของพรรคพลังประชารัฐอย่าง เพิ่มชดเชยค่าเกี่ยวข้าว จาก 12 ไร่ เป็น 20 ไร่ ชดเชยจากไร่ละ 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท เกี่ยวปุ๊บรับ 4 หมื่น และเพิ่มค่าเกี่ยวข้าวเพิ่มอีก 3 หมื่น รวมเป็น 7 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังมีนโยบายเกี่ยวกับไร่ยาสูบอ้อย ปาล์มน้ำมันรวมถึงนโยบายที่ดิน ส.ป.ก.ด้วย   โดยทางพรรคพลังประชารัฐมองว่า หากไม่ได้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเหล่านี้ อาจจะกระทบถึงกระแสความนิยมและความเชื่อมั่นจากเกษตรกร โดยเฉพาะประชาชนในภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลางที่เป็นฐานคะแนนหลัก ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐต้องพิจารณาอย่างรอบครอบ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/fQ0Gwc6cAlc

 1,830
การเมืองเข้มข้น
10 พ.ค. 62

พปชร.แจงยังไม่ชัดฮุบเก้าอี้เศรษฐกิจ ไม่กังวลรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มั่นใจจัดการดีอยู่ได้นาน

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง กระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย อยากดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจด้วย นายอุตตมตอบว่า ขณะนี้ยังไปไม่ถึงขั้นใครได้กระทรวงไหน ยังอยู่ขั้นตอนการหารือ ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจพลังประชารัฐที่เอากระทรวงเศรษฐกิจไว้หมด จึงมีแผนแยกตัวไปจับมือกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนาจัดตั้งรัฐบาลแข่งนั้น ไม่เคยได้ยิน ยังไม่เห็นเงื่อนไข ใดๆทั้งสิ้น   แต่ยอมรับเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ พลังประชารัฐได้แถลงนโยบายด้านนี้ต่อประชาชนแล้ว ต้องขับเคลื่อนให้ได้ ต้องมาหารือกัน ส่วนใครจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงใด ยังไม่ถึงตรงนั้น เมื่อถามว่าต้องรอมติพรรคประชาธิปัตย์วันที่ 15 พ.ค.หรือไม่ นายอุตตมตอบว่า ยังไม่แน่ใจมติพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร ต้องรอฟัง   ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคแนวร่วม มีตัวเลข ส.ส.ไม่ครบ 250 เสียง จึงเป็นความชอบธรรมของ พรรคพลังประชารัฐที่จะขยับมาจัดตั้งรัฐบาล และไม่กังวลการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเพราะ ที่ผ่านมาเคยมีรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่อยู่ได้ไม่นาน หากเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แล้วบริหารจัดการดี สามารถอยู่ได้ครบ 4 ปี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาลกับพรรคการเมืองให้ลงตัว หากบริหารจัดการให้ดีก็อยู่ได้นาน การมีพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมากไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค   ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ข้อห่วงใยว่ารัฐบาลปริ่มน้ำอาจอยู่ได้ไม่นาน นั้น อยู่ที่ผลงานของรัฐบาลมากกว่า ถ้ารัฐบาลมีผลงานดี แก้ปัญหาความยากจนได้ ประชาชนก็มั่นใจ รัฐบาลและพรรคการเมืองจะอยู่ได้นาน แต่ ถ้ามีเสียงข้างมากกว่า 300 เสียงแล้วเข้าไปทำเรื่องไม่ถูกต้องเหมือนในอดีต ก็อยู่ได้ไม่นาน มีประชาชนออกมาต่อต้าน มั่นใจว่าพรรคเล็กๆอยากมาร่วมงาน กับพลังประชารัฐ ตัวเลขเท่าที่ประเมินขณะนี้เรามี 254-255 เสียง โดยรวมตัวเลขพรรคเล็กแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i_CPiXX-5t0

 1,127
การเมืองเข้มข้น
09 พ.ค. 62

‘อุตตม’ โต้กระแสข่าวจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี ระบุ ยังอยู่ระหว่างเจรจา

วันที่ 9 พ.ค. 62 นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งแรก หลัง กกต.ประกาศรับรอง ส.ส.อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (8 พ.ค.) ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล    โดยนายอุตตม บอกว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งเป็นเรื่องภายในพรรคที่ตนเอง และเลขาธิการพรรค เป็นผู้ดำเนินการตามมติพรรคในหลายรูปแบบ ทั้งการโทรศัพท์พูดคุยเพราะรู้จักกันดีกับแกนนำพรรคการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาก็คุยกันต่อเนื่อง และวันนี้ก็ต้องคุยให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น    ยืนยันว่าไม่มีทหารคนใดเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยไม่พอใจการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี ที่พรรคพลังประชารัฐกุมกระทรวงด้านเศรษฐกิจพรรคเดียว ยืนยันยังไม่มีการพูดคุยลงลึกในรายละเอียดที่เป็นข้อยุติ แต่ยอมรับการแบ่งงาน เป็นประเด็นสำคัญในการหารือ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะพรรคได้นำเสนอนโยบาย หาเสียงกับประชาชนมาแล้ว ดังนั้นจึงต้องขับเคลื่อนให้ได้    ขณะที่ตัวเลขการรวบรวมเสียง จะได้ 254 เสียงตามกระแสข่าวหรือไม่นั้น นายอุตตม บอกว่าคงตอบไม่ได้ว่ามีกี่พรรค เป็นใครบ้าง เพราะต้องรอกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นก่อน จึงขอไม่พูดเรื่องตัวเลขในขณะนี้ แต่ยอมรับได้พูดคุยกับ 11 พรรคเล็กบางส่วนแล้ว ซึ่งมั่นใจจะสามารถสร้างความเข้าใจกับพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และพรรคพลังประชารัฐจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าทุกอย่างจะชัดเจนหลังวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมและต้องรอฟังผลที่ออกมาอย่างเป็นทางการ    อย่างไรก็ตาม นายอุตตม บอกว่า ไม่เคยได้ยินข่าวการการเมืองขั้วที่ 3 ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนา เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพลังประชารัฐ และยังเชื่อว่า การดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลของพลังประชารัฐ ก็จะเดินหน้าต่อไป และยืนยันสาเหตุที่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อรองตำแหน่ง เพราะทุกพรรค ต่างพยายามให้ประเทศเดินหน้าไปได้    ส่วนกรณีตำแหน่งประธานรัฐสภา ที่นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุว่า พร้อมทำหน้านี้นั้น นายอุตตม บอกว่า นายสุชาติ เป็นผู้ที่มีศักยภาพ แต่การพิจารณาคงต้องพูดคุยกันภายในพรรคอีกครั้ง  

 1,036
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 พ.ค. 62

พปชร.มั่นใจตั้งรัฐบาล แบ่งเก้าอี้ รมต.พรรคร่วม

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตัวเลขที่ประเมินว่าฝั่งพลังประชารัฐรวมเสียงได้ 256 เสียง หลัง กกต.รับรองผล ส.ส.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   สำหรับการจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการจัดโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีเวลานี้ถูกแบ่งเป็นหลายส่วน คือสัดส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. คาดว่าจะมี 4 ตำแหน่งหลักสำคัญ คือนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์, รมว.กลาโหม ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รมว.มหาดไทยของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์   ขณะที่สัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐจะแบ่งออกเป็นกลุ่ม 4 อดีตรัฐมนตรี กลุ่มสามมิตร และกลุ่ม กทม. เช่น นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์ กทม. ,นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้ง, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รองหัวหน้าพรรค, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ, นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง เป็นต้น ส่วนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสานอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะรับตำแหน่งหรือไม่   ขณะที่โควตารัฐมนตรีที่จะจัดสรรให้พรรคร่วมอื่นๆ เช่น พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์จะได้รับจัดสรรพรรคละประมาณ 6 เก้าอี้ทั้ง รมว.และ รมช.คละเคล้ากันไป ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้ 1 เก้าอี้ รมว.และ 1 รมช. นอกจากนี้ ยังมีพรรคเล็กที่รวมกลุ่มกันมาต่อรองเก้าอี้ด้วย   ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังรอการเลือกผู้นำพรรคให้เสร็จสิ้นก่อน โดยพรรคพลังประชารัฐเชื่อว่ามติของพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ โดยจะออกมาเป็นมติพรรค ไม่เคยมีกรณีงูเห่า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gL5Ui3iCYxk

 1,824
การเมืองเข้มข้น
26 เม.ย. 62

เปิดทรัพย์สินอดีต 4 รมต.พลังประชารัฐ 'สนธิรัตน์' อู้ฟู่สุด เพชร-พระเครื่องเพียบ

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีต 4 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 4 คน กรณีการพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2562 ประกอบด้วย   1.นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.อุตสาหกรรม และคู่สมรสมีทรัพย์สิน 220,870,167 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนและที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูก สร้าง เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง รมว.อุตสาห-กรรม วันที่ 19 ธ.ค.2562 ที่มีทรัพย์สิน 207,495,698 บาท มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 13,374,469 บาท   2.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 144,401,978 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 80 ล้านบาท และทรัพย์สินมีค่าจำพวกเครื่องเพชร 34 รายการ มูลค่ารวม 30 ล้านบาท และพระเครื่อง 32 รายการ มูลค่ารวม 30 ล้านบาท   โดยมีพระเครื่องที่น่าสนใจอาทิ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มูลค่า 3 ล้านบาท พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ มูลค่า 3 ล้านบาท พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง สมเด็จวัดระฆัง ทรงเจดีย์ พระท่ากระดาน กาญจนบุรี ราคา องค์ละ 2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ เมื่อเดือน พ.ย.2560 ที่แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 113,227,926 บาท พบว่านายสนธิรัตน์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 31,174,052 บาท   3.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีทรัพย์สิน 86,770,000 บาท โดยทรัพย์สินที่น่าสนใจคือ วัตถุโบราณจำพวกเทวรูปเขมร รูปปั้นโบราณ พระพุทธรูปโบราณ เครื่องปั้นดินเผาสมัยสุโขทัย 129 รายการ มูลค่ารวม 22,978,000 บาท เทียบกับตอนเข้ารับตำแหน่ง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เดือน พ.ย.2560 ที่มีทรัพย์สิน 90,836,749 บาท พบว่านายสุวิทย์มีทรัพย์สินลดลงประมาณ 4 ล้านบาท   4.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 20,009,236 บาท เทียบกับตอนเข้ารับตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ เมื่อเดือน พ.ย.2560 ที่มีทรัพย์สิน 23,005,078 บาท มีทรัพย์สินลดลงประมาณ 3 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LRRq9d1pe_k

 17,022
การเมืองเข้มข้น
11 เม.ย. 62

พปชร.มั่นใจได้ตั้งรัฐบาล เตือนว่าที่ ส.ส.อย่าเพิ่งบวชแก้บน-ให้ของช่วงเทศกาล

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจพรรคจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องทำไปตามขั้นตอน ต้องรอให้ กกต. แถลงรับรองอย่างเป็นทางการวันที่ 9 พ.ค. ถึงตรงนั้นจะชัดเจนขึ้น ขอเรียกร้องให้ กกต.ทำสิ่งเหล่านี้ให้ชัดเจนมากที่สุด   ส่วนเรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พรรคไม่เคยมีแนวคิดเสนอทางเลือกนี้ เดินหน้าภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ยึดมั่นกฎเกณฑ์การเลือกตั้ง การหารือกับพรรคเล็กต่างๆเป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่ แต่ยังไม่ได้มีข้อสรุปอะไร คงไม่มีใครไปพูดอะไรที่ทำให้ผูกมัดได้ตอนนี้   พรรคยืนยันจุดยืนเดิมและจุดยืนเดียวเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ในนามพรรคต่อไป อย่ากังวลว่าจะมีปัญหาเดดล็อกการเมือง อย่าไปคิดถึงตรงนั้นเหตุการณ์ยังไม่เกิด ต้องเชื่อไว้ก่อนว่าจะเดินไปสู่จุดที่คนไทยอยากเห็น คือการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้   ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า กล้าบอกว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้แตกต่างจากพรรคที่บอกว่าเป็นคนรุ่นใหม่เท่าไร เบื้องต้นสิ่งที่สำคัญที่สุดต้องระวังอย่าให้ผิดคุณสมบัติ มีคนบอกว่าชนะแล้วจะบวชแก้บน อย่าเพิ่งบวช จะผิดคุณสมบัติห้ามเป็นภิกษุสามเณร ต้องรีบเตือนกันไว้ดูให้ดีจะทำอะไรอย่าบุ่มบ่าม ช่วงเทศกาลไม่ควรให้ของขวัญหรือสิ่งของใดๆ ไม่สามารถทำได้ต้องเข้มกันไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปให้มีปัญหาคุณสมบัติ เพราะ กกต.ยังไม่ได้รับรอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/iGxrP2RGiBo  

 1,270
การเมืองเข้มข้น
31 มี.ค. 62

'ณัฏฐพล' ชี้อย่านำคะแนนเพิ่มมาเป็นประเด็น เลิกใส่ร้ายพรรคอื่น 'สมศักดิ์' แซะ พท.ดิ้นเฮือกสุดท้าย

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวให้ความเห็นกรณีการประกาศผลการนับคะแนนล่าสุดของ กกต. ว่า โดยปกติ พรรคการเมืองใหญ่แทบทุกพรรค และ ส.ส. ที่ลงสมัครในเขตนั้น ๆ ลงทุนลงแรงมากในการหาเสียงแต่ละครั้ง ดังนั้นทุกครั้งหลังการลงคะแนนเสียง ปิดหีบ ก็จะมีการส่งคนหรือตัวแทน ไปเฝ้าดูการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย แบบไม่กระพริบตา เฝ้าจดคะแนนและแทบจะเป็นคะแนนที่ส่งเข้าพรรคในทันที   ดังนั้น จะแพ้หรือชนะ น่าจะทราบและเห็นผลกันชัดเจนในระดับหน่วยเลือกตั้งย่อยนั้น ๆ โดยข้อมูลทั่วไป ก็จะมีใครได้คะแนนเท่าไหร่ มีคนมาใช้สิทธิ์ บัตรดี บัตรเสีย นี่คือคะแนนดิบระดับหน่วยเลือกตั้ง ที่คนจากทางแต่ละพรรค กับ กกต.เขตตรงกัน หรือคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเห็นว่าทุกพรรคการเมือง ก็จะมีคะแนนที่ใกล้เคียงกับ กกต. อย่างไม่ต้องสงสัย ยกเว้นเขตที่คะแนนพรรคที่ส่งเข้ามามี ชนะกลายเป็นแพ้ ทาง ส.ส. ผู้สมัคร และพรรคนั้น ๆ ก็จะร้องเรียนทันทีเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง   ทั้งนี้ หลังปิดหีบลงคะแนน 24 มี.ค. กกต.แถลงผลการลงคะแนน 95% ว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์ 65.96% รวมจำนวน 33,775,230 คน และเมื่อวันที่ 28 มี.ค. กกต.แถลงผลการลงคะแนน 100% โดยผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 74.69% จำนวนเพิ่มเป็น 38,268,375 คน 4 วันมีบัตรเพิ่มเติมเข้ามา 4,493,145 ใบ โดยมีสัดส่วนคะแนนแต่ละพรรคดังนี้   พรรคพลังประชารัฐ จาก 7.94 เป็น 8.43 เพิ่ม 6.23%  พรรคเพื่อไทย จาก 7.4 เป็น 7.9 เพิ่ม 6.71%  พรรคอนาคตใหม่ จาก 5.87 เป็น 6.27 เพิ่ม 6.74%  พรรคประชาธิปัตย์ จาก 3.7 เป็น 3.95 เพิ่ม 6.57%   ซึ่งสัดส่วนคะแนนก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ทุกพรรคก็เฉลี่ยเพิ่มคะแนนกันอย่างความน่าจะเป็น ดังนั้นจึงขออย่าพยายามใช้ประเด็นการเพิ่มขึ้นมาของคะแนนนั้น เป็นประเด็นการเมือง เพราะสัดส่วนคะแนนที่เพิ่มของพรรคพลังประชารัฐได้น้อยกว่า ทั้งพรรคเพื่อไทย และอนาคตใหม่ พร้อมติดแฮชแท็ก #หยุดสร้างความแตกแยกในประเทศไทย #ตั้งไม่ได้ #เลิกใส่ร้ายพรรคอื่น   ด้าน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแนวทางการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคเป็นแกนนำ ว่า พรรคมีความตั้งใจพัฒนาพรรคพลังประชารัฐ ให้เป็นพรรคการเมืองถาวร เพื่อปฏิบัติตามเจตนารมย์ที่พี่น้องประชาชนเลือกพวกเราเข้ามาทำหน้าที่ การรวมเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ เพื่อดำเนินการไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล พรรคมีจุดยืนชัดเจนที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่แบ่งสี ไม่แบ่งฝ่าย นำประเทศสู่ความสงบสุข   ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐ ต้องดำเนินการหารือกับพรรคอื่นที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยพรรคเราเชื่อว่ายังมีเวลาที่จะเดินสายหารือ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

 750
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
31 มี.ค. 62

'ณัฏฐพล' ชี้อย่านำคะแนนเพิ่มมาเป็นประเด็น เลิกใส่ร้ายพรรคอื่น 'สมศักดิ์' แซะ พท.ดิ้นเฮือกสุดท้าย

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวให้ความเห็นกรณีการประกาศผลการนับคะแนนล่าสุดของ กกต. ว่า โดยปกติ พรรคการเมืองใหญ่แทบทุกพรรค และ ส.ส. ที่ลงสมัครในเขตนั้น ๆ ลงทุนลงแรงมากในการหาเสียงแต่ละครั้ง ดังนั้นทุกครั้งหลังการลงคะแนนเสียง ปิดหีบ ก็จะมีการส่งคนหรือตัวแทน ไปเฝ้าดูการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย แบบไม่กระพริบตา เฝ้าจดคะแนนและแทบจะเป็นคะแนนที่ส่งเข้าพรรคในทันที   ดังนั้น จะแพ้หรือชนะ น่าจะทราบและเห็นผลกันชัดเจนในระดับหน่วยเลือกตั้งย่อยนั้น ๆ โดยข้อมูลทั่วไป ก็จะมีใครได้คะแนนเท่าไหร่ มีคนมาใช้สิทธิ์ บัตรดี บัตรเสีย นี่คือคะแนนดิบระดับหน่วยเลือกตั้ง ที่คนจากทางแต่ละพรรค กับ กกต.เขตตรงกัน หรือคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเห็นว่าทุกพรรคการเมือง ก็จะมีคะแนนที่ใกล้เคียงกับ กกต. อย่างไม่ต้องสงสัย ยกเว้นเขตที่คะแนนพรรคที่ส่งเข้ามามี ชนะกลายเป็นแพ้ ทาง ส.ส. ผู้สมัคร และพรรคนั้น ๆ ก็จะร้องเรียนทันทีเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง   ทั้งนี้ หลังปิดหีบลงคะแนน 24 มี.ค. กกต.แถลงผลการลงคะแนน 95% ว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์ 65.96% รวมจำนวน 33,775,230 คน และเมื่อวันที่ 28 มี.ค. กกต.แถลงผลการลงคะแนน 100% โดยผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 74.69% จำนวนเพิ่มเป็น 38,268,375 คน 4 วันมีบัตรเพิ่มเติมเข้ามา 4,493,145 ใบ โดยมีสัดส่วนคะแนนแต่ละพรรคดังนี้   พรรคพลังประชารัฐ จาก 7.94 เป็น 8.43 เพิ่ม 6.23%  พรรคเพื่อไทย จาก 7.4 เป็น 7.9 เพิ่ม 6.71%  พรรคอนาคตใหม่ จาก 5.87 เป็น 6.27 เพิ่ม 6.74%  พรรคประชาธิปัตย์ จาก 3.7 เป็น 3.95 เพิ่ม 6.57%   ซึ่งสัดส่วนคะแนนก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ทุกพรรคก็เฉลี่ยเพิ่มคะแนนกันอย่างความน่าจะเป็น ดังนั้นจึงขออย่าพยายามใช้ประเด็นการเพิ่มขึ้นมาของคะแนนนั้น เป็นประเด็นการเมือง เพราะสัดส่วนคะแนนที่เพิ่มของพรรคพลังประชารัฐได้น้อยกว่า ทั้งพรรคเพื่อไทย และอนาคตใหม่ พร้อมติดแฮชแท็ก #หยุดสร้างความแตกแยกในประเทศไทย #ตั้งไม่ได้ #เลิกใส่ร้ายพรรคอื่น   ด้าน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงแนวทางการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคเป็นแกนนำ ว่า พรรคมีความตั้งใจพัฒนาพรรคพลังประชารัฐ ให้เป็นพรรคการเมืองถาวร เพื่อปฏิบัติตามเจตนารมย์ที่พี่น้องประชาชนเลือกพวกเราเข้ามาทำหน้าที่ การรวมเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ เพื่อดำเนินการไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล พรรคมีจุดยืนชัดเจนที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่แบ่งสี ไม่แบ่งฝ่าย นำประเทศสู่ความสงบสุข   ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐ ต้องดำเนินการหารือกับพรรคอื่นที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยพรรคเราเชื่อว่ายังมีเวลาที่จะเดินสายหารือ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

 750
การเมืองเข้มข้น
30 มี.ค. 62

'สนธิรัตน์' ขอให้หยุดสร้างวาทกรรมแบ่งแยก ปชช. - 'สุริยะ' ย้ำไม่มีทางที่ พท. จะรวบรวมเสียง ส.ส.ได้เกินกึ่งหนึ่ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน

แกนนำพรรคพลังประชารัฐ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรค นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ร่วมกันออกแถลงแถลงการณ์ 3 ข้อ หลังคณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลคะแนนการเลือกตั้ง   โดยระบุว่า พรรคจะทำหน้าที่ดูแลปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเรียกร้องขอให้ทุกพรรคเคารพการตัดสินใจของประชาชนและทุกคะแนนเสียง เพราะอาจนำไปสู่ความแตกแยก อีกทั้งพรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล ว่าจะสามารถรวบรวมเสียงเป็นแกนนำได้ ดังนั้นการรวบรวมเสียงและการจับขั้วทางการเมือง จึงยังไม่มีผล ครบถ้วนถูกต้อง เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ได้ประกาศและรับรองผลการไปตั้งอย่างเป็นทางการ   ทั้งนี้ นายอุตตม ย้ำว่าความชัดเจนการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลว่ามีพรรคการเมืองใดบ้างที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และการหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล จะชัดเจนที่สุดหลังวันที่ 9 พฤษภาคม หลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยในระหว่างนี้ พรรคจะดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการทำงานหลังได้เป็นรัฐบาล พร้อมปฎิเสธว่า พรรคพลังประชารัฐไม่มีการดูดว่าที่ สส. จากพรรคการเมืองอื่นเพื่อมาสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีของพรรค   ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีที่มีการสร้างวาทกรรมแบ่งแยกประชาชนให้เป็นฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายเผด็จการ นี่คือเหตุผลที่ออกแถลงการณ์ขอให้เคารพทุกเสียงประชาชน ไม่ควรถูกนำไปกล่าวอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรม เรากังวลใจที่แบ่งฝ่ายอ้างความชอบธรรมจนนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต บรรยากาศการเมืองขณะนี้น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการใช้คำพูดปักหมุดเพื่อขยายผลทางการเมือง ทำให้สังคมนำไปพูดตามนั้น ขอให้ใช้ความเป็นจริง และใช้ข้อเท็จจริงในการติดตามข่าวสาร เพราะตอนนี้ไม่มีแล้วเผด็จการ   ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าซื้อตัว ส.ส. เราจะซื้อได้อย่างไรในเมื่อคะแนนยังไม่นิ่ง แต่ขอถามกลับว่าเป็นคนทำให้เกิดงูเห่าคือใครกันแน่ เขาอาจมาซื้อจากเราไปก็ได้ งูเห่าอาจเกิดขึ้นจากอีกฝ่ายก็ได้   ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคอีสานพรรคพลังประชารัฐ เรียกร้อง กกต.เปิดสูตรคำนวน สส.ระบบบัญชีรายชื่อให้มีความชัดเจนเพราะ ขณะนี้แต่ละพรรครวมถึงสื่อมวลชนก็ยังคำนวณไม่ตรงกัน ซึ่งขณะนี้มีการประกาศผลคะแนนอย่างไม่ทางการ 100% แม้กกต.จะมองว่าอาจมีการให้ใบเหลืองใบแดงแก่ผู้สมัครทำให้ตัวเลขยังไม่นิ่ง แต่กกต.ควรตั้งอยู่บนสมมุติฐานในกรณีว่าไม่มีใบเหลืองใบแดง เพื่อให้แต่ละพรรคทราบความชัดเจนและมีตัวเลขที่ตรงกันว่าได้จำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อเท่าไหร่   นายสุริยะย้ำว่า ไม่มีทางพรรคเพื่อไทยที่จะรวบรวมเสียง สส.ได้เกินกึ่งหนึ่งแน่นอน แต่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐอยู่ระหว่างการหารือกับพรรคที่คิดว่าจะสามารถจะสามารถร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถรวบรวมเสียง สส.ได้เกินกึ่งหนึ่งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน พร้อมปฏิเสธยังไม่มีการพูดคุยหารือกับนายอนุทินชาญวีรกูลหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/qxyAVRw-yLI  

 2,221
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
30 มี.ค. 62

'สนธิรัตน์' ขอให้หยุดสร้างวาทกรรมแบ่งแยก ปชช. - 'สุริยะ' ย้ำไม่มีทางที่ พท. จะรวบรวมเสียง ส.ส.ได้เกินกึ่งหนึ่ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน

แกนนำพรรคพลังประชารัฐ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรค นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ร่วมกันออกแถลงแถลงการณ์ 3 ข้อ หลังคณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลคะแนนการเลือกตั้ง   โดยระบุว่า พรรคจะทำหน้าที่ดูแลปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเรียกร้องขอให้ทุกพรรคเคารพการตัดสินใจของประชาชนและทุกคะแนนเสียง เพราะอาจนำไปสู่ความแตกแยก อีกทั้งพรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล ว่าจะสามารถรวบรวมเสียงเป็นแกนนำได้ ดังนั้นการรวบรวมเสียงและการจับขั้วทางการเมือง จึงยังไม่มีผล ครบถ้วนถูกต้อง เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ได้ประกาศและรับรองผลการไปตั้งอย่างเป็นทางการ   ทั้งนี้ นายอุตตม ย้ำว่าความชัดเจนการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลว่ามีพรรคการเมืองใดบ้างที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และการหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล จะชัดเจนที่สุดหลังวันที่ 9 พฤษภาคม หลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยในระหว่างนี้ พรรคจะดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการทำงานหลังได้เป็นรัฐบาล พร้อมปฎิเสธว่า พรรคพลังประชารัฐไม่มีการดูดว่าที่ สส. จากพรรคการเมืองอื่นเพื่อมาสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีของพรรค   ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีที่มีการสร้างวาทกรรมแบ่งแยกประชาชนให้เป็นฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายเผด็จการ นี่คือเหตุผลที่ออกแถลงการณ์ขอให้เคารพทุกเสียงประชาชน ไม่ควรถูกนำไปกล่าวอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรม เรากังวลใจที่แบ่งฝ่ายอ้างความชอบธรรมจนนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต บรรยากาศการเมืองขณะนี้น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการใช้คำพูดปักหมุดเพื่อขยายผลทางการเมือง ทำให้สังคมนำไปพูดตามนั้น ขอให้ใช้ความเป็นจริง และใช้ข้อเท็จจริงในการติดตามข่าวสาร เพราะตอนนี้ไม่มีแล้วเผด็จการ   ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าซื้อตัว ส.ส. เราจะซื้อได้อย่างไรในเมื่อคะแนนยังไม่นิ่ง แต่ขอถามกลับว่าเป็นคนทำให้เกิดงูเห่าคือใครกันแน่ เขาอาจมาซื้อจากเราไปก็ได้ งูเห่าอาจเกิดขึ้นจากอีกฝ่ายก็ได้   ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคอีสานพรรคพลังประชารัฐ เรียกร้อง กกต.เปิดสูตรคำนวน สส.ระบบบัญชีรายชื่อให้มีความชัดเจนเพราะ ขณะนี้แต่ละพรรครวมถึงสื่อมวลชนก็ยังคำนวณไม่ตรงกัน ซึ่งขณะนี้มีการประกาศผลคะแนนอย่างไม่ทางการ 100% แม้กกต.จะมองว่าอาจมีการให้ใบเหลืองใบแดงแก่ผู้สมัครทำให้ตัวเลขยังไม่นิ่ง แต่กกต.ควรตั้งอยู่บนสมมุติฐานในกรณีว่าไม่มีใบเหลืองใบแดง เพื่อให้แต่ละพรรคทราบความชัดเจนและมีตัวเลขที่ตรงกันว่าได้จำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อเท่าไหร่   นายสุริยะย้ำว่า ไม่มีทางพรรคเพื่อไทยที่จะรวบรวมเสียง สส.ได้เกินกึ่งหนึ่งแน่นอน แต่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐอยู่ระหว่างการหารือกับพรรคที่คิดว่าจะสามารถจะสามารถร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถรวบรวมเสียง สส.ได้เกินกึ่งหนึ่งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน พร้อมปฏิเสธยังไม่มีการพูดคุยหารือกับนายอนุทินชาญวีรกูลหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/qxyAVRw-yLI  

 2,221
การเมืองเข้มข้น
30 มี.ค. 62

'อุตตม' ยันไม่มีใครคอยหนุนหรือช่วยเหลือ พปชร.

นาย อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่า ผลการแถลงที่ออกมามันเอื้อประโยชน์ให้ พปชร. หรือไม่ นายอุตตม บอกว่า เราเหมือนพรรคอื่นที่เข้าสู่การเลือกตั้งภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน ไม่ได้มีใครหนุนหรือช่วยเหลือเรา เรามีข้อเรียกร้องไปยัง กกต.เช่นเดียวกัน ว่าต้องเปิดเผยรายละเอียดผลคะแนนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น    กกต.ยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ เราจะไม่แถลงอะไร ก่อนที่ กกต.จะแถลงอย่างเป็นทางการ เรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล เรายังไม่แถลง เราจะรอ ยืนยันว่าไม่มีใครเอื้อช่วยเหลือเรา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/EkMUeEfPX_Q

 3,062
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
30 มี.ค. 62

'อุตตม' ยันไม่มีใครคอยหนุนหรือช่วยเหลือ พปชร.

นาย อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่า ผลการแถลงที่ออกมามันเอื้อประโยชน์ให้ พปชร. หรือไม่ นายอุตตม บอกว่า เราเหมือนพรรคอื่นที่เข้าสู่การเลือกตั้งภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน ไม่ได้มีใครหนุนหรือช่วยเหลือเรา เรามีข้อเรียกร้องไปยัง กกต.เช่นเดียวกัน ว่าต้องเปิดเผยรายละเอียดผลคะแนนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น    กกต.ยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ เราจะไม่แถลงอะไร ก่อนที่ กกต.จะแถลงอย่างเป็นทางการ เรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล เรายังไม่แถลง เราจะรอ ยืนยันว่าไม่มีใครเอื้อช่วยเหลือเรา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/EkMUeEfPX_Q

 3,062
การเมืองเข้มข้น
28 มี.ค. 62

พปชร.เมินเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ชี้เลข ส.ส.ยังไม่นิ่ง วงในแฉ 'สมคิด' ต่อสาย 'มิ่งขวัญ' ตอบรับขั้วนี้

ความเคลื่อนไหวทางฝั่งพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคแถลงตอบโต้ พรรคเพื่อไทยที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคอยู่ในช่วงดำเนินการหารือกับพรรคการเมืองอื่น มีทั้งพรรคขนาดใหญ่ และขนาดเล็กสู่การจัดตั้งรัฐบาล บนจุดยืนคะแนนต้องชัดเจนเป็นทางการจาก กกต.   วันนี้ยังไม่มีกลุ่มไหนที่พูดได้จริงว่าได้คะแนนเสียงเท่าไร ใครมาพูดว่าได้คะแนนเสียงเท่าไรจะพูดก็พูดได้ แต่เป็นการเข้าใจเอง ไม่ใช่ทางการ ตัวเลขยังไม่นิ่ง แล้วถ้าได้ ใบแดงขึ้นมา เปลี่ยนได้เลยเหมือนกัน เมื่อตัวเลขนิ่งจะเดินหน้าได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปแถลงนู่นนี่นั่น ยังมีเวลาทำอย่างรัดกุม และยังไม่ถึงขั้นพูดต่อรองเก้าอี้ แต่มั่นใจรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้แน่   ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า วันนี้ที่บอกรวมเสียงได้ ยังไม่รู้ว่าเสียงจริงเท่าไร เพราะ กกต.ยังไม่ประกาศตัวเลขเปลี่ยนทุกวัน ที่รวมตัวกันแค่กลไกทางการเมืองเพื่อ แสดงความชอบธรรมพยายามช่วงชิงสร้างตัวเองเป็นกลุ่มรวบรวมเสียงข้างมากได้ ดูจากแถลงแล้วยังไม่แน่นอนเลย แค่ฉกฉวยบนสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รู้สึกว่ามีความชอบธรรม   ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาอ้างประกาศชัยชนะ และหยุดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้แล้ว หากคิดว่านี่คือเผด็จการ และการสืบทอดอำนาจ พรรคเหล่านั้นก็ไม่ต้องลงเลือกตั้งครั้งนี้ แต่กระเหี้ยนกระหือรือจะเอาชนะเลือกตั้ง ใช้วาทกรรมประชาธิปไตยเข้าข้างตัวเอง ไม่เคารพเสียงประชาชนที่เลือกพลังประชารัฐ 7.9 ล้านเสียงเลยหรือ เป็นการดูถูกประชาชน เรียกคนอื่นที่ไม่เลือกตัวเองว่าไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตย   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานจากพรรคพลังประชารัฐเพิ่มเติมว่า การเดินเกมต่อสายกับพรรคการเมืองต่างๆ นอกจากมอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นตัวประสานกับพรรคการเมือง อาทิ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาแล้ว ล่าสุดเป็นที่แน่ชัดแล้วว่านายมิ่งชวัญ แสงสุวรรณ์ ตอบรับจะมาร่วมงานกับพลังประชารัฐแล้ว   อีกส่วนได้มอบหมายให้นายธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่ ส.ส.พะเยา ในฐานะแกนนำภาคเหนือของพรรค ต่อสายไปยังพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ โดยนายธรรมนัสได้นำแกนนำพรรคเล็ก เข้าพบ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรม ทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เพื่อยืนยันตัวตนด้วย นอกจากนี้ยังต่อสายไปยังว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้แปรพักตร์ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HSTbPSJT4W0

 18,386
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
28 มี.ค. 62

พปชร.เมินเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ชี้เลข ส.ส.ยังไม่นิ่ง วงในแฉ 'สมคิด' ต่อสาย 'มิ่งขวัญ' ตอบรับขั้วนี้

ความเคลื่อนไหวทางฝั่งพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคแถลงตอบโต้ พรรคเพื่อไทยที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคอยู่ในช่วงดำเนินการหารือกับพรรคการเมืองอื่น มีทั้งพรรคขนาดใหญ่ และขนาดเล็กสู่การจัดตั้งรัฐบาล บนจุดยืนคะแนนต้องชัดเจนเป็นทางการจาก กกต.   วันนี้ยังไม่มีกลุ่มไหนที่พูดได้จริงว่าได้คะแนนเสียงเท่าไร ใครมาพูดว่าได้คะแนนเสียงเท่าไรจะพูดก็พูดได้ แต่เป็นการเข้าใจเอง ไม่ใช่ทางการ ตัวเลขยังไม่นิ่ง แล้วถ้าได้ ใบแดงขึ้นมา เปลี่ยนได้เลยเหมือนกัน เมื่อตัวเลขนิ่งจะเดินหน้าได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปแถลงนู่นนี่นั่น ยังมีเวลาทำอย่างรัดกุม และยังไม่ถึงขั้นพูดต่อรองเก้าอี้ แต่มั่นใจรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้แน่   ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า วันนี้ที่บอกรวมเสียงได้ ยังไม่รู้ว่าเสียงจริงเท่าไร เพราะ กกต.ยังไม่ประกาศตัวเลขเปลี่ยนทุกวัน ที่รวมตัวกันแค่กลไกทางการเมืองเพื่อ แสดงความชอบธรรมพยายามช่วงชิงสร้างตัวเองเป็นกลุ่มรวบรวมเสียงข้างมากได้ ดูจากแถลงแล้วยังไม่แน่นอนเลย แค่ฉกฉวยบนสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รู้สึกว่ามีความชอบธรรม   ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาอ้างประกาศชัยชนะ และหยุดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้แล้ว หากคิดว่านี่คือเผด็จการ และการสืบทอดอำนาจ พรรคเหล่านั้นก็ไม่ต้องลงเลือกตั้งครั้งนี้ แต่กระเหี้ยนกระหือรือจะเอาชนะเลือกตั้ง ใช้วาทกรรมประชาธิปไตยเข้าข้างตัวเอง ไม่เคารพเสียงประชาชนที่เลือกพลังประชารัฐ 7.9 ล้านเสียงเลยหรือ เป็นการดูถูกประชาชน เรียกคนอื่นที่ไม่เลือกตัวเองว่าไม่ใช่ฝั่งประชาธิปไตย   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานจากพรรคพลังประชารัฐเพิ่มเติมว่า การเดินเกมต่อสายกับพรรคการเมืองต่างๆ นอกจากมอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นตัวประสานกับพรรคการเมือง อาทิ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาแล้ว ล่าสุดเป็นที่แน่ชัดแล้วว่านายมิ่งชวัญ แสงสุวรรณ์ ตอบรับจะมาร่วมงานกับพลังประชารัฐแล้ว   อีกส่วนได้มอบหมายให้นายธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่ ส.ส.พะเยา ในฐานะแกนนำภาคเหนือของพรรค ต่อสายไปยังพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ โดยนายธรรมนัสได้นำแกนนำพรรคเล็ก เข้าพบ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรม ทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เพื่อยืนยันตัวตนด้วย นอกจากนี้ยังต่อสายไปยังว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้แปรพักตร์ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HSTbPSJT4W0

 18,386
การเมืองเข้มข้น
27 มี.ค. 62

พปชร. ยังไม่เปิดตัวพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล แย้มมีคุยพรรคใหญ่-เล็ก

วันที่ 27 มี.ค. 62 นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ถึงการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการหารือกับพรรคการเมืองอื่นเพื่อนำไปสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนว่าการดำเนินการจะต้องมีความชัดเจนเรื่องคะแนนก่อน    ซึ่งวันนี้อย่างที่ทราบดีว่าคะแนนเสียงยังไม่เป็นที่ยุติ เพราะฉะนั้นพรรคพลังประชารัฐก็ต้องดำเนินการหารือไป เชื่อว่ายังมีเวลา เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่ลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ คาดหวังว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปโดยราบรื่น   นายอุตตม ยอมรับว่า มีการคุยกับพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งทั้งพรรคใหญ่และพรรคเล็ก ส่วนเสียงที่ได้ของแต่ละพรรคการเมือง ขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใดพูดได้ เพราะคะแนนยังไม่เป็นข้อยุติ ส่วนคุยกับพรรคการเมืองใดบ้างยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ แต่มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถร่วมกับพรรคการเมืองที่มีความเห็นตรงกันจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่วนเสียงจะมีเท่าใดต้องรอดู    สำหรับข่าวลือการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี นายอุตตมบอกว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น เป็นเพียงการพูดคุยได้ระยะหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะขณะนี้เสียงยังไม่ลงตัว หากจะคิดเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีก็ยังไม่พอที่จะคุยได้ แต่เมื่อคะแนนประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้วก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็ถือว่ามีเวลา และสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐจะแถลงก็ต่อเมื่อมีความชัดเจนเท่านั้น ไม่มีวาทกรรมทางการเมือง และยืนยันที่จะใช้แนวทางการสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล    อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ยังไม่เปิดตัวกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น นายอุตตม ย้ำว่าขณะนี้ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการพูดคุย และขอสงวนชื่อ เพราะต้องให้เกียรติแต่ละพรรคได้ตัดสินใจ รวมถึงเมื่อถามเรื่องนโนยายกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทยเป็นแนวทางพรรคจะรับได้หรือไม่ว่า จะต้องพูดคุยกันซึ่งพรรคก็มีแนวทางดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว    ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค บอกว่า การแถลงของพรรคเพื่อไทยและแนวร่วมเป็นการช่วงชิงทางการเมืองเท่านั้น แต่คะแนนที่แท้จริงยังไม่ออกมา ระยะเวลาที่จะดำเนินการยังมีเวลามากอยู่พอสมควร ประกอบกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้มีการคิดคะแนนรวมทั้งประเทศ แต่ยังเชื่อมั่นว่าจะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพียงแค่ไม่สามารถประกาศชัยชนะในขณะนี้เพราะสถานการณ์ยังไม่มีข้อยุติ    และขอให้พรรคการเมืองหยุดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เพราะทุกพรรคการเมืองเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน และคะแนนเสียงที่เลือกพรรคพลังประชารัฐและพรรคการเมืองอื่นๆ ก็ถือเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน ไม่ใช่เพียงฝั่งพรรคเพื่อไทยฝ่ายเดียว ใช้สิทธิ์อะไรว่ามาอ้างตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นการดูถูกพี่น้องประชาชนอ้างประชาธิปไตยสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์สุขพี่น้องประชาชน เป็นเพียงประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์พวกพ้องเท่านั้น   เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ย้ำว่า วันนี้ไม่มีฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายเผด็จการ และยืนยันว่าบุคคลที่เหมาะสมในสถานการณ์ขณะนี้คือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนประชาธิปไตยเพื่อประชาชน พยายามให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ไม่สร้างวาทกรรมแบ่งแยกให้เกิดความรู้สึกเป็นคนละฝั่งคนละฝ่าย ตอกย้ำความแตกแยกของประเทศ  

 3,773

Top