ค้นหา :

ผลการค้นหา "พ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยง"

สังคม-อาชญากรรม
15 เม.ย. 62

ตร.คุมตัวพ่อเลี้ยงโหด จำลองเหตุการณ์ฆ่าลูกเลี้ยงตายทั้งกลม สารภาพทำไปเพราะอารมณ์ร้อน ขอรับโทษประหารชีวิต ด้านสามีผู้ตายไม่ขออโหสิกรรม อยากให้ตายทรมานแบบลูกกับเมีย

ความคืบหน้า กรณี นายภูมใจ เหลืองทอง อายุ 57 ปี หรือใจ พ่อเลี้ยงโหด ใช้ค้อนทุบหัว น.ส.นันท์ชยา หรือนุ่น จันทะโมคา สาวท้อง 7 เดือน เสียชีวิตคาบ้านพัก เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเช้าที่ 13 เม.ย. พบว่า นายภูมใจ ได้กินยาเบื่อหนูหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่มีคนไปแล้วช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน     พันตำรวจเอกสิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการ สน. คันนายาว แถลงยกเลิกการนำนายภูมิใจ เหลืองทอง    อายุ 57 ปี พ่อเลี้ยงก่อเหตุใช้ค้อนทุบศีรษะ นางสาวนันท์ชยา จันทะโมคา อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงที่กำลังตั้งท้อง 7 เดือน เสียชีวิตภายในห้องนอน ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น ย่านคลองสามวา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาจำลองเหตุการณ์ตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหา หลังจากญาติและสามีของผู้เสียชีวิตเดินทางมาพูดคุยกับผู้ต้องหา และการเกิดโต้เถียงและต่อว่าอย่างรุนแรง จึงเกรงจะเกิดความวุ่นวาย หลังจากที่ในตอนแรกตำรวจจะมีการนำตัวผู้ต้องหามาจำลองเหตุการณ์ในเวลา 11.00 น.   พันตำรวจเอกสิงห์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวนได้รับตัวผู้ต้องหาจากโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี ด้วยอาการปลอดภัย หลังกินยาฆ่าแมลงเพื่อหนีความผิด นำตัวมาสอบสวนตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ต่อหน้าทนายความ /โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ซึ่งมีอาการเครียด จึงเฝ้าสังเกตอาการตลอด 24 ชั่วโมง /      ส่วนสาเหตุเกิดจากการหึงหวงภรรยา มีปากเสียงกันจนภรรยาหนีออกจากบ้าน และไม่ยอมรับโทรศัพท์ ด้วยความโกรธแค้นจึงหยิบค้อนภายในบ้าน เดินไปเคาะประตูห้องคนตายที่กำลังตั้งครรภ์ 7 เดือน ซึ่งเป็นลูกสาวของภรรยา ที่ภรรยากรักมาก โดยอ้างว่าจะขอยืมเงิน ผู้ตายจึงเปิดประตูให้ ก่อนจะใช้ค้อนกระหน่ำตีจนเสียชีวิต โดยที่ไม่ได้มีความโกรธแค้นกับผู้ตาย แต่เป็นความโมโหภรรยาเท่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับพยานที่พบในที่เกิดเหตุ    โดยหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนกลับเข้ามาที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง กระทั่งมีคนพบว่าผู้ต้องหากินยาฆ่าเบื่อหนูเพื่อฆ่าตัวตาย   พันตำรวจเอกสิงห์ กล่าวด้วยว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหามีอาการเครียด โดยอ้างว่าพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกได้นำสายไฟในโรงแรมที่พักระหว่างหลบหนีมาช็อตตัวเอง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ก่อนกินยาฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ผู้ต้องหาร้องขอโทษประหารชีวิต เนื่องจากสำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไปกับลูกเลี้ยง  โดยด้านสามีของผู้ตายได้ร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ ว่า อยากเข้าไปถามนายภูมใจ ว่า ฆ่าเมียทำไม และเข้าไปชี้หน้านายภูมใจด้วยความโกรธแค้นอย่างยิ่ง และพูดว่า สีหน้าไม่สำนึกผิดเลยสักนิด ซึ่งนายภูมใจ ได้กล่าวแต่ว่า ไม่ได้ตั้งใจ   ซึ่งนายภูมิใจได้กล่าวผ่านห้องขังว่า อยากจะบอกผ่านสื่อไปถึงญาติของผู้เสียชีวิตว่า ตนเองรู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับว่าตอนนั้นโมโหขาดสติ เพราะตนรักแม่ของผู้ตายมาก จนลืมนึกไปว่าผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ เชื่อว่าสิ่งที่ตนเองพูดไปคงไม่สามารถเปลี่ยนใจญาติคนตายได้ จึงอยากจะขออโหสิกรรมกับสิ่งที่ทำลงไป และอยากขอให้ศาล หรือกระบวนการยุติธรรมตัดสินประหารชีวิต หาก 1 ชีวิต แลกกับ 2 ชีวิตได้ก็ยอม    ด้าน นายธนวัตร แก้วคำสอน สามีของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ตอนขึ้นไปสอบถาม ผู้ต้องหา กล่าวขอโทษ และบอกว่า ลุงทำไปเพราะอารมณ์ร้อน ซึ่งตนไม่เชื่อ และดูท่าทางไม่สำนึกผิด ยังมีสีหน้าท่าทางสดใส ไม่ได้กังวลใดๆ   เรื่องที่ผู้ต้องหาให้การว่า ทำทีไปขอยืมเงินสองพันบาท เพื่อเคาะประตูห้องภรรยาให้เปิดประตู ก่อนจะลงมืออย่างทารุณ ตนมองว่าเป็นข้ออ้าง แท้จริงนั้นมีเจตนาจะไปฆ่า เพราะต้องลงไปหยิบค้อนก่อนจะมาเคาะห้อง การฆ่าลูกเมียตนอย่างทรมาณไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร และทำไปเพื่ออะไร   หากบอกว่าจะประชด แม่ของภรรยาที่หนีไปติดต่อไม่ได้ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะหลังจากทะเลาะกับแม่ของผู้ตายแล้ว นายภูมยังไปเที่ยวคาราโอเกะปกติ ไม่มีท่าทางเสียใจหรือตามหาแม่ของผู้ตายแม้แต่น้อย  และจาการตรวจสอบประวัติ ผู้ต้องหา เคยทุบตีทำร้ายภรรยาเก่า ก่อนจะมาเจอกับแม่ของผู้ตาย   คำให้การของผู้ต้องหา ตนไม่เชื่อและไม่ขออโหสิกรรม จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและอยากให้เสียชีวิตแบบทุกทรมานอย่างที่ลูกและภรรยสฃาตนต้องเจอ

 4,461
สังคม-อาชญากรรม
13 เม.ย. 62

พ่อเลี้ยงใจอำมหิต ใช้ค้อนทุบหัวลูกเลี้ยงท้อง 7 เดือนเสียชีวิต กินยาฆ่าตัวตายหนีความผิด ล่าสุดอาการสาหัส

จากกรณีเหตุฆาตกรรม พ่อเลี้ยงใช้ค้อนทุบหัวลูกเลี้ยงท้อง 7 เดือน เสียชีวิต ก่อนหลบหนีไป ล่าสุดพบพ่อเลี้ยงกินยาฆ่าตัวตาย    โดยมีรายงานจากอาสาร่วมกตัญญูและมูลนิธิสยามรวมใจ พบมีคนกินยาฆ่าแมลงสาบ หมดสติ น้ำลามฝูมปาก อยู่บริเวณถนนแฮปปี้แลนด์สาย 2 ไปตรวจสอบปรากฎว่าเป็นพ่อเลี้ยง นายภูมใจ เหลืองทอง อายุ 57 ปี ที่ก่อเหตุทุบหัวลูกเลี้ยง    อาการล่าสุดยังไม่เสียชีวิต ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตน์ อยู่ในอาการสาหัส   พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว ลงพื้นที่ พบข้อมูลว่า พ่อเลี้ยงทะเลาะกับแม่ แม่เลยหนีออกจากบ้าน พ่อเลี้ยงจึงประกาศลั่น ถ้าแม่ไม่กลับมา จะฆ่าให้ตายทั้งบ้าน และก็ลงมือฆ่าลูกเลี้ยงจริงๆ    ซึ่งลำดับญาติกันจริง ผู้ก่อเหตุไม่ใช่พ่อเลี้ยงจริงๆ เนื่องจากผู้เสียีชิวิต ถูกป้านำมาเลี้ยงดู จนเรียกป้าว่าแม่ ก่อนที่ป้าจะมาแต่งงานกับตัวผู้ก่อเหตุคนนี้ จึงอาจบอกได้ว่าเป็นเพียงญาติกัน   โดยสามีผู้ตายบอกว่า อยากจะให้กลับมาขอขมาหน้าโรงศพ 'ชาตินี้จะไม่ขอให้อภัย'          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/hB4fwWp-wbA  

 13,209
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 62

เตรียมออกหมายจับ พ่อเลี้ยงใจอำมหิต ใช้ค้อนทุบหัวลูกเลี้ยงท้อง 7 เดือน กระทืบท้องซ้ำ ดับคาบ้าน เหตุต้องการประชดเมีย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้รับแจ้งเหตุ คนฆ่ากันตายภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านแยกลำกะโหลก แขวงบางชัน เขตคลองสาม   ที่เกิดเหตุเป็นทาวส์เฮาส์สูง 3 ชั้น จากการตวรจสอบภายในห้องนอนชั้น 2 พบศพหญิงสาว(ลูกเลี้ยง) อายุ 29 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมใส่ชุดนอนสีชมพู มีรอยคราบเลือดเต็มพื้นและผนังห้อง พร้อมที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็งเป็นแผลฉกรรจ์ และที่ท้องมีร่องรอยถูกทุบ หูด้านซ้ายขาด โดยข้างศพ พบค้อนตอกตะปู ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ และมีร่องรอยการรื้อค้นภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ   จากการสอบปากคำสามีของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ปกติตนและภรรยาพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว กับพี่สาวของภรรยา / แม่ภรรยาและพ่อเลี้ยงของภรรยา นายภูมิใจ เหลืองทอง อายุ 54 ปี ซึ่งทุกคนก็ต่างไปทำงาน จนกระทั่งเมื่อบ่ายน้องชายของแม่ (อา) ได้กลับมาที่บ้าน เห็นผิดสังเกตจึงเดินตรวจสอบตามห้องต่างๆ จึงพบว่าภรรยาถูกฆาตกรรมอยู่ในห้องนอน   ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุเป็นพ่อเลี้ยงของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นคน จ.ฉะเชิงเทรา อาชีพขับวินรถจักรยานยนต์ ส่วนสาเหตุมาจากพ่อเลี้ยงได้ทะเลาะกับแม่ผู้เสียชีวิตอย่างรุนแรง ซึ่งแม่ผู้เสียชีวิตได้หนีไปอยู่ต่างจังหวัด พ่อเลี้ยงจึงพยายามตามกลับแต่แม่ผู้เสียชีวิตไม่ยอมกลับ ทำให้พ่อเลี้ยงโกรธและขู่ฆ่าลูกเลี้ยง ซึ่งวันนี้อาของผู้เสียชีวิตก็กลับมาพบศพจริงๆ   ขณะที่ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานและคาดว่าจะสามารถขออำนาจสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ภายในวันนี้ (12 เม.ย.) ทั้งนี้จากการชันสูตรศพผู้ตายพบว่า ถูกของแข็งซึ่งการว่าเป็นการกระทืบที่บริเวณหน้าท้องหลายครั้งอย่างรุนแรง ส่งผลให้เด็กในท้อง        อายุครรถ์ 7 เดือนเสียชีวิตทันที    โดยกล้องวงจรปิด ที่หน้าห้องพัก สามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุได้ โดยก่อนเกิดเหตุได้เดินเข้าไปในบ้านก็มีสีหน้าเรียบเฉย และหลังก่อเหตุเสร็จ ก็เดินออกมาด้วยาหน้าเรียบเฉย ไม่พบพิรุธใดๆเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งให้ชุดสืบสวนกระจายกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่   ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนยังคงต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องขออนุมัติต่อศาล เพื่อออกหมายจับผู้ต้องหา ในความผิดฐาน "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ระดมกำลังออกติดตามผู้ต้องหาเพื่อนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป   ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ และจะต้องจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม    พร้อมยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจตราและป้องกันเหตุ ประทุษร้ายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน อย่างจริงจังและต่อเนื่อง มีแผนการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์อาชญากรรม อีกทั้งหากพยานที่ให้ความร่วมมือหรือมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงกลัวว่าจะมีภยันตรายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีมาตรการในการคุ้มครองพยานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยอยู่แล้ว ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชน มีข้อมูลหรือพบเบาะแสสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายในคดีดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น หมายเลข 043-221-162 และ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) หมายเลขโทรศัพท์ 1599

 17,391
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 มี.ค. 62

พ่อเลี้ยงโหด โมโหลูกเลี้ยงวัย 13 กลับบ้านช้า เอาเตารีดนาบมือพอง แม่ทำได้แค่ยืนดูเฉยๆ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก เฌอร์รี่ มะมี๊ของฟีฟ่า ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเด็กคนหนึ่ง หลังถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกาย โดยระบุว่า เธอไปเจอเด็กแถวบ้านคนหนึ่งอายุ 13 ปี สภาพมือเป็นแผล จึงว่าไปโดนอะไรมา ซึ่งน้องคนดังกล่าวก็ตอบว่า กลับบ้านดึกประมาณ 3 ทุ่ม โดนพ่อเลี้ยงเอาเตารีดนาบที่มือจนเป็นแผลพุพองอย่างที่เห็น นอกจากนี้น้องยังบอกว่า แม่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรแค่ยืนดูเฉยๆ   นอกจากนี้ เด็กชายคนนี้ยังเคยโดยพ่อเลี้ยงทั้งเตะและต่อย แถมยังเคยเอามือไปนาบกับเตาแก๊สร้อนๆ ทำให้ในบางวันเด็กต้องออกไปนอนบ้านคนรู้จัก บางทีก็ไปนอนที่สนามหญ้าตามหมู่บ้าน ซึ่งเธอก็อยากจะช่วย แต่น้องบอกว่าไม่อยากไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า   ซึ่งต่อมามีความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า แม่ของเด็กมารับตัวกลับไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ระบุว่าหลังจากน้องกลับบ้านไปกับแม่ น้องจะถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายหรือไม่ ทำเอาคนในโลกออนไลน์ต่างเป็นห่วง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8byXOM-Ya5I

 4,314
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 62

พ่อเลี้ยงสารภาพแล้ว ทุบเด็ก 2 ขวบดับ โมโหดื้อไม่กินข้าว-อาบน้ำ ไม่ใช่ศาลพระภูมิล้มทับ

จากกรณีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของเด็กชายวัย 2 ขวบ โดยพ่อเลี้ยงเด็กอ้างว่าถูกศาลพระภูมิล้มทับ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบพิรุธ เนื่องจากเมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบศาลพระภูมิตามที่กล่าวอ้าง จึงได้ทำการสอบปากคำเค้นอย่างหนักนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยว่า หลังจากตำรวจสอบสวนพบพิรุธหลังจากให้การวกวนว่าเด็กถูกศาลพระภูมิทับ หรือเด็กตกบันไดบ้าง จึงสอบเค้นทั้งคืนจนพ่อเลี้ยงเด็กอายุ 21 ปี ได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกาย แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นทำให้เด็กเสียชีวิต เนื่องจากก่อนเกิดเหตุได้อยู่ในห้องเช่ากับเด็ก 2 คน และจะป้อนข้าวเด็ก แต่เด็กดื้อไม่ยอมกิน   จึงใช้ฝ่ามือตบไปที่หน้าอกของเด็กหลายครั้ง เด็กถึงยอมกินจนอิ่ม จากนั้นอีก 30 นาที จึงพาเด็กไปอาบน้ำ เด็กก็ดื้อไม่ยอมอาบน้ำอีก ทำให้เขาต้องบังคับโดยตบที่หน้าอกของเด็กอีกหลายครั้ง จนอาบน้ำเสร็จสังเกตว่าเด็กเริ่มซึมและไม่รู้สึกตัว เขาจึงอุ้มเด็กออกมาไปหาแม่ซึ่งทำงานอยู่ห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงกับที่พัก ก่อนนำตัวส่งคลินิกและโรงพยาบาลจนเด็กเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยภาพวงจรปิดสามารถจับภาพช่วงผู้ต้องหาอุ้มเด็กไปหาแม่เด็กได้ทั้งหมด   พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำแม่เด็กแล้ว พบว่าพ่อเลี้ยงรักเด็กมาก และได้เข้ามาดูแลหลายเดือนแล้วตั้งแต่ปลดประจำการเมื่อเดือน พ.ย. ก่อนที่ทั้งคู่จะเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องเช่าในที่เกิดเหตุเมื่อประมาณ 20 วันก่อนหน้านี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพ่อเลี้ยงตรวจสอบไม่พบว่าเคยก่อคดีอื่นๆ หรือเสพยาเสพติดแต่อย่างใด เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต พร้อมนำตัวยื่นฝากขังต่อศาล   ต่อมา เวลา 12.30 น. พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ได้ควบคุมตัวพ่อเลี้ยงเด็กวัย 21 ปี เพื่อนำตัวไปฝากขังต่อศาล โดยระหว่างที่เดินทางไปขึ้นรถได้เปิดเผยว่า "ไม่ได้ทุบเด็กแรงตีธรรมดา หลังเด็กผิดปกติก็รีบพาไปหาหมอ เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น"   ด้าน นายเสฐียรพงษ์ จุใจ อายุ 26 ปี พ่อของเด็กบอกว่า ตนมีลูกกับแม่เด็ก 2 คน โดยคนโตเป็นผู้หญิงอายุ 3 ขวบ ส่วนผู้ตายเป็นลูกคนเล็ก หลังจากที่ตนเลิกกับแม่เด็กได้ตกลงแบ่งลูกเลี้ยงซึ่งตนเลี้ยงคนโต ส่วนแม่เด็กเลี้ยงลูกที่ตาย   เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ญาติของแม่เด็กได้โทรศัพท์มาแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบ ซึ่งตอนแรกก็เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุศาลพระภูมิล้มทับเด็กจริง แต่เมื่อเห็นสภาพศพกลับพบร่องรอยฟกช้ำตามตัวหลายจุดเหมือนถูกทำร้ายร่างกาย ตนจึงแจ้งตำรวจว่าติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย ก่อนที่ผู้ต้องหาจะสารภาพในเวลาต่อมา   นายเสฐียรพงษ์  กล่าวต่อว่า ลูกชายเป็นเด็กร่าเริง ดื้อตามวัย แต่เป็นเด็กที่พูดรู้เรื่อง และไม่ค่อยฟ้องว่าตัวเองโดนอะไรมา โดยตนเจอลูกชายคนนี้ครั้งสุดท้ายช่วงสงกรานต์ แต่ตอนนั้นตามตัวของลูกชายก็ยังปกติ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ได้อย่างไร เด็กก็ยังเล็กไม่สามารถสู้แรงของผู้ใหญ่อายุ 20 กว่าได้ และทำไมถึงต้องใช้แรงตีขนาดนั้น แค่ตีเบาๆเด็กก็น่าจะรู้เรื่อง ซึ่งตนยืนยันว่าจะไม่อโหสิกรรมให้เด็ดขาด เพราะยังรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JHgK2rOR7-o

 3,512
สรุปข่าว
15 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 15 ม.ค.62 วิกฤตฝุ่นละอองจิ๋ว-วงจรปิดเขยโหดฆ่ายกครัว-เริ่มใช้ใบขับขี่อัจฉริยะผ่านแอพ

-วิกฤตฝุ่นละอองจิ๋ว นักวิชาการแนะหยุดงานทันที 1-2 วัน ชี้ฉีดน้ำไม่ช่วยอะไร กรมควบคุมมลพิษบอกยังไม่วิกฤต ยังเอาอยู่ ชี้ 65% มาจากควันเสียรถยนต์ ฝุ่นจะลดช่วงต้นเดือน มี.ค.ผู้ว่าฯกทม.บอกการฉีดน้ำแก้ปัญหาได้ ยอมรับแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ยังไงก็ต้องแก้อยู่ดี กรมฝนหลวงเตรียมขึ้นบินทำฝนเทียม โลกโซเชียลแห่แชร์ภาพเปรีบบเทียบก่อนหลังฝุ่นฟุ้งกระจายบนท้องฟ้า ขณะที่หน้ากาก N95 ขาดตลาด กรมการค้าภายในเตือนห้ามกักตุนโก่งราคา ฝุ่นจิ๋ววิกฤตหนักทั่วกรุง สะสมเรื้อรังเป็นมะเร็งปอด แนะหยุดงาน1-2วัน กทม.เร่งฉีดน้ำ-แจกหน้ากากหมื่นชิ้น     -ตร.2จังหวัดอุตรดิตถ์-พิษณุโลก ไล่ล่าเขยโหดฆ่ายกครัว 5 ศพ เหตุเมียไม่ยอมคืนดี นาทีสังหารอำมหิตผิดมนุษย์ วงจรปิดบ้านพ่อตาเห็นชัดหยิบบุหรี่ขึ้นสูบก่อนชักปินยิงไปที่พ่อตา เมียเข้าห้ามโดนยิงวิ่งไปกอดพ่อ ก่อนไล่ยิงน้องเมียแต่ไม่โดน เห็นเมียยังหายใจอยู่ จ่อยิงซ้ำ   ก่อนขับเก๋งคัมรี่จอดทิ้งม่านรูดที่พิษณุโลก ทำทียืม จยย.แม่บ้านอ้างไปรับแฟน วงจรปิดจับภาพอีกจุดจอด จยย.ทิ้งริมทาง ก่อนมีกระบะและเก๋งพาหนี ออกหมายจับแล้ว พบประวัติโชกโชน พัวพันคดียาเสพติด ประสาน ป.ป.ส.สอบเส้นทางการเงิน น่าสงสัย 1 ปี ซื้อรถ 10 คัน ครอบครัวคนตายทำใจไม่ได้ ผวากลัวกลับมาก่อเหตุซ้ำ ขอกำลังคุ้มครอง แกะรอยไล่ล่าเขยโหดฆ่ายกครัว 5 ศพ เผยปมใหม่แค้นให้บ้านเมียปล่อยกู้ 30 ล้านแล้วไม่ได้คืน    -คนร้ายจับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา พรรคพลังชาติไทยพร้อมภรรยามัดมือไขว้หลัง จ่อยิงหัวเสียชีวิต ลูกชาย 5 ขวบวิ่งหนีออกมาได้ ลูกสาวคนโตวัย 16 อุ้มน้องวิ่งหนีรอดตายหวุดหวิด ตร.ตั้ง 3 ประเด็นความไม่สงบในพื้นที่ ผลประโยชน์ทับซ้อน และการเมือง เร่งล่าคนร้าย บุกยิงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา พร้อมภรรยาเสียชีวิตคาบ้าน ลูก 5 ขวบรอดหวุดหวิด    -นายกฯลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำปางก่อน ครม.สัญจร มีกลุ่มชาวนากองหนุนลุงตู่FC สวมเสื้อกองหนุนลุงตู่เชียงใหม่ เฮาฮักลุงตู่ มาให้กำลังใจ และทีมผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐมาต้อนรับด้วย บางช่วงนายกฯพูดพาดพิงนโยบายพรรคอื่นที่มาหาเสียง อย่าไปฟังใครพูดว่าจะให้ที่ดิน ขุดน้ำให้ทุกบ้าน ให้ทุนการศึกษาป.ตรี เป็นไปไม่ได้ ที่ดิน สปก.ต้องทำการเกษตร ไม่ใช่มีที่แล้วเอาไปขาย อย่าให้ใครสอนวิธีคิดผิดๆ ที่ผ่านมารัฐบาลผสม ทำงานไม่ได้เท่ารัฐบาลนี้ ยันไม่ใช่นายกฯบ้าอำนาจ ไม่เบี้ยวเลือกตั้ง เพราะเบี้ยวไม่ได้ 'บิ๊กตู่' นำครม.สัญจรบุกเชียงใหม่ ถิ่นทักษิณ แฟนคลับแห่รับ ยันไม่เบี้ยวเลือกตั้ง   -ทักษิณจัดรายการเป็นคลิปเสียงผ่านเว็บไซต์ ประกาศจะคุบกับ ปชช.ทุกวันจันทร์ จะเล่าอะไรให้ฟังเป็นความรู้ เรื่องที่ไม่สร้างสรรค์จะไม่เสียเวลาพูด Good Monday รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะเสียดายเวลา 12 ปีในต่างแดน ชี้เศรษฐกิจโลกน่าเป็นห่วง วัฏจักรการเงินโลก เป็นแรงกระแทกใหม่ต่อเศรษฐกิจไทย ต้องให้คนฐานรากแข็งแรง ฝึกโปรแกรมใช้ AI สู้กับหุ่นยนต์ 'ทักษิณ' จัดรายการออนไลน์ good monday แข่งกับอีกคนที่ชอบพูดทุกวันศุกร์    -วิวาทะข้ามพรรค ข้ามเวที ระหว่างพลังประชารัฐที่ลงพื้นที่โคราช กับพรรคเพื่อไทยที่ กทม. โดยสุริยะ พปชร. บอกจะเพิ่มเงินสดในบัตรคนจนจาก 300 เป็น 500 บาท เพิ่มให้คนละ 2 ใบ เสียงตอบรับจากชาวอีสาน กระแสแรงมาก ตอบโต้สุดารัตน์ อยู่พรรคเพื่อไทยกระเป๋าตุง อยู่กับลุงตู่กระเป๋าแฟ่บ แต่กระเป๋าใครตุงให้ไปถามนายบุญทรงจะตอบได้ดี ตอนนี้ลุงตู่ทำให้ราคาข้าวพุ่งสูงมากสุดเป็นประวัติการณ์ แสดงว่ายุคลุงตู่ชาวนากระเป๋าตุงจริง ผิดกับบิ่งลักษณ์ ชาวนากระเป๋าแฟ่บ   ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์โต้ว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาปชช.กระเป๋าแฟ่บ แต่สมัยเพื่อไทยเศรษฐกิจดี ไม่ใช่ยิ่งทำ ยิ่งรวยกระจุก จนกระจาย ตอนนี้มีการใช้กติกากดขี่ ใช้อำนาจเอาเปรียบ ถ้าเลือกเขาก็จะเห็นหน้าเขาไปอีก 4 ปี มีทางเดียวที่จะออกจากทุกข์ คือเพื่อไทยเท่านั้น ถ้าเลือกน้อยก็ฟังเพลงลุงตู่ต่อไป ฝากให้สุริยะไปถามชาวบ้านทีละคนว่ากระเป๋าตุงจริงหรือ 'สุดารัตน์-สุริยะ' ซัดกันนัด เหน็บอยู่เพื่อไทยกระเป๋าตุง อยู่ลุงตู่กระเป๋าแฟบ   -กรมการขนส่งเริ่มใช้ใบขับขี่อัจฉริยะวันนี้ เปิดให้ดาวน์โหลดใบขับขี่ลงมือถือ ผู้ที่จะดาวน์โหลดได้ต้องเป็นรุ่นใหม่ มี QR CODE ปชช.จะได้ไม่ต้องพกใบขับขี่ โดยจะเชื่อมข้อมูลใบขับขี่กับแอพ แสดงให้ จนท.ดูเมื่อถูกเรียกตรวจ แจ้งเตือนล่วงหน้าหากจะหมดอายุ ตรวจสอบใบสั่งและแสดง location เวลารถเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือ ในอนาคตคนไทยไม่ต้องพกใบขับขี่ติดตัวอีกต่อไป แสดงได้ผ่านหน้าจอมือถือทันที   -รพ.เอกชนโต้คุมค่ารักษาพยาบาล บอกลงทุนเองหมด 100% ต่างจาก รพ.รัฐใช้เงินภาษี แนะก่อนเข้า ครม.ต้องคุยกันก่อน พาณิชย์ยันเดินหน้าต่อแต่ชง ครม.ไม่ทันสัปดาห์นี้ ด้านมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคย้ำไม่อยากให้ รพ.ขาดทุน แต่ต้องควบคุมราคา แต่ไม่ทำให้ รพ.เจ๊ง ถ้าจะคุยกันก่อนก็ยินดี สมาคม รพ.เอกชนออกโรงต้านคุมค่ายา สวนทางเป้าหมายให้ไทยเป็น medical hub    -พ่อเลี้ยงสารภาพทุบลูกเลี้ยง 2 ขวบตาย ไม่ได้โดนศาลพระภูมิทับตามอ้าง บอกเด็กไม่ยอมกินข้าว-อาบน้ำ เลยตบหน้าอกหลายครั้ง เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พ่อแท้ๆบอกตอนแรกคิดเป็นอุบัติเหตุ แต่เห็นศพแล้วไม่ใช่ ไม่อโหสิกรรมให้เพราะเกินคำว่าทารุณ พ่อเลี้ยงสารภาพแล้ว ทุบเด็ก 2 ขวบดับ โมโหดื้อไม่กินข้าว-อาบน้ำ ไม่ใช่ศาลพระภูมิล้มทับ   -แท็กซี่ระเบิดคาปั๊มแก๊สNGV ย่านบางพลี สมุทรปราการ รถแหลกทั้งคัน โชเฟอร์สาหัส เด็กปั๊มยืนใกล้ๆเจ็บ 2 แท็กซี่อื่นเสียหายอีก 1 คัน จนท.ตรวจสอบสาเหตุทั้งรถ ปั๊มและตัวพนักงาน เพราะเหตุเกิดระหว่างเติมแก๊สยังไม่เสร็จ เกิดแรงอัดจนระเบิด แท็กซี่ระเบิดคาปั๊มแก๊ส ngv ขณะเติมแก๊ส รถแหลกทั้งคัน คนขับ-เด็กปั๊มเจ็บสาหัส 3 ราย   -กองปราบรวบเฒ่าตัณหากลับวัย 73 ปีข่มขืนเด็ก 11 ขวบ สารภาพมีความต้องการทางเพศสูง มีเมีย 4 คน หนีคดีมา 5 ปี เปลี่ยนชื่อเปิดร้านขายของชำที่นราธิวาสบังหน้า แต่ไม่รอดถูกจับ ส่งตัวกละบไปดำเนินคดีที่ร้อยเอ็ด รวบเฒ่าตัณหากลับ วัย 73 ปี ข่มขืนเด็ก 11 ขวบ หนีคดีมา 5 ปี รับมีต้องการทางเพศสูง มีเมีย 4 คน   -ฟุตบอลเอเชียนคัพ ช้างศึกได้ใจคนไทย โดนนำก่อนแต่ไม่ท้อ ฐิติพันธุ์ พ่วงจันทร์ยิงตีเสมอ แบ่งแต้มยูเออี เจ้าภาพ 1-1 มี 4 แต้ม คว้าตั๋วเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ตามหลังเจ้าภาพแชมป์กลุ่ม ถือเป็นการผ่านเข้ารอบเป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี จากทีมที่แพ้ยับเยินในนัดแรก แต่พลิกมาเข้ารอบได้   อีกคู่บาห์เรนได้จุดโทษช่วงทดเจ็บเฉือนอินเดีย 1-0 มี 4 แต้มเท่าไทย แต่เฮดทูเฮดไทยดีกว่า แต่ยังเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด อัดฉีด 10 ล้าน! ช้างศึกรับเพิ่ม เล่นได้ใจคนไทยเจ๊ายูเออี 1-1 ผ่านเข้ารอบเอเชียน คัพ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sOvtjWDd6vc

 4,579
สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 62

พ่อเลี้ยงสารภาพแล้ว! พลั้งมือทำร้ายเด็ก 2 ขวบ จนเสียชีวิต ไม่ได้ถูกศาลพระภูมิล้มทับตามอ้าง

จากกรณีเด็กชายวัย 2 ขวบ เสียชีวิต โดยพ่อเลี้ยงอ้างว่าเด็กถูกศาลพระภูมิล้มทับ บริเวณสนามเด็กเล่นร้างข้างโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.   ความคืบหน้าวันที่ 14 ม.ค. 62 พ.ต.อ. อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยว่า ขณะนี้พ่อเลี้ยงรับสารภาพแล้วว่าได้ใช้ฝ่ามือตบไปที่หน้าอกเด็ก เพราะก่อนเกิดเหตุได้ป้อนข้าวให้แต่เด็กดื้อไม่ยอมกิน จึงใช้ฝ่ามือตบไปที่หน้าอกหลายครั้ง ต่อมาอีก 30 นาที ได้พาเด็กไปอาบน้ำแต่เด็กก็ดื้อไม่ยอมอาบ จึงได้ตบไปที่หน้าอกเด็กอีกหลายครั้ง   หลังจากอาบน้ำเสร็จ สังเกตว่าเด็กเริ่มซึม ไม่รู้สึกตัว จึงอุ้มเด็กออกมาแล้วพ่าไปหาผู้เป็นแม่ที่ห้างสรรพสินค้า แล้วจึงพาไปโรงพยาบาล ก่อนที่เด็กจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการสอบถามแม่เด็ก พบว่าที่ผ่านมาพ่อเลี้ยงรักและดูแลเด็กมาหลายเดือน ซึ่งพ่อเลี้ยงได้ยอมรับว่าทุบเด็ก แต่ไม่คิดว่าจะเสียชีวิต ตรวจสอบไม่พบว่าดื่มสุราหรือมีสารเสพติด โดยพ่อเลี้ยงเด็กเพิ่งปลดประจำการจากทหารมา และปกติเป็นคนรักเด็ก    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ด.ช.2 ขวบดับปริศนา พ่อเลี้ยงอ้างถูกศาลพระภูมิล้มทับ แม่ยันไม่เคยทำร้าย แต่ฟกช้ำเพราะตกบันได    

 5,318
สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 62

ด.ช.2 ขวบดับปริศนา พ่อเลี้ยงอ้างถูกศาลพระภูมิล้มทับ แม่ยันไม่เคยทำร้าย แต่ฟกช้ำเพราะตกบันได

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเด็กถูกศาลพระภูมิล้มทับเสียชีวิต ที่บริเวณสนามเด็กเล่นร้างข้างโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.   ที่เกิดเหตุเป็นที่รกร้างริมถนนพหลโยธินข้างโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ พบ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัส สภาพมีรอยเขียวช้ำตามร่างกายและใบหน้า โดย นายวรนารถ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงได้รีบนำตัวส่ง ร.พ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   โดยนายวรนารถ ให้การอ้างว่าขณะที่ ด.ช.เอ กำลังเล่นอยู่นั้น ได้ไปพลักศาลพระภูมิที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะหล่นลงมาทับร่างจนสลบไป จากนั้นจึงได้รีบพาส่งโรงพยาบาล   แต่จากการตรวจของเจ้าหน้าที่พบว่า ในที่เกิดเหตุไม่มีศาลพระภูมิตามที่ นายวรนารถ กล่าวอ้าง จึงต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างระเอียดอีกครั้ง ก่อนควบคุมตัวตัวนายวรนารถ ไปสอบปากคำที่ สน.บางเขน ซึ่งนายวรนารถ ก็ยังคงยืนกรานว่าเป็นอุบัติเหตุ   จากการสอบปากคำเพิ่มเติม นางอนัญญา รอสูงเนิน อายุ 23 ปี แม่ของเด็ก ให้การว่านาย วรนารถ เพิ่งปลดทหารมาเมื่อเดือน พ.ย. ยังไม่มีงานทำ หลังจากปลดทหารมาจึงได้พบกัน และคบหากัน พักอาศัยที่ห้องเช่าไม่มีชื่อ โดยตนทำงานอยู่ร้านถ่ายเอกสารในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ตนมีลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง อายุ 3 ขวบ อยู่กับสามีเก่า คนเล็กเป็นผู้ชายอยู่ด้วยกันที่ห้องเช่ากับแฟนใหม่ ซึ่งเมื่อคืนลูกคนเล็กลื่นล้มในห้องน้ำทำให้มีแผลฟกช้ำ ส่วนช่วงที่เกิดเหตุตนออกไปทำงาน โดยปกติแล้วนาย วรนารถ ไม่เคยโมโหร้าย และไม่เคยทำร้ายเด็กเลย   ตร.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์พบว่านายวรนารถ อุ้มเด็กในสภาพแน่นิ่งออกจากอาคารวิ่งข้ามถนนไปหาแฟนสาวที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เมื่อพบกันจึงพากันเดินอุ้มเด็กไปคลินิกที่อยู่ใกล้ๆ   ขณะที่พ่อเลี้ยงให้การว่าเด็กงอแงไม่ยอมกินข้าวจึงตีเด็กไป 2 ที เพื่อให้หยุดร้อง และเด็กตกบันไดจึงเกิดบาดแผล เบื้องต้นต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์รพ.ภูมิพล เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบปากคำอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_FDkaEB8Lr8

 2,437
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 61

พ่อเลี้ยงอ้างตีสั่งสอนลูกเลี้ยง 4 ขวบ ปัดไล่ออกจากบ้าน-ให้อดข้าว ถ้าจบคดีขอรับเลี้ยงต่อ

จากกรณีมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. มี ด.ช.เอ (นามสมมติ) วัย 4 ขวบถูกพ่อเลี้ยงทุบตีทำร้ายเป็นแผลทั้งตัว รวมทั้งให้อดข้าวและยังไล่ออกจากบ้านในชุมชนย่านรองเมือง ทำให้เด็กต้องเดินร้องไห้   ก่อนมีพลเมืองดีพบเข้าและนำตัวเด็กไปฝากกับครูที่โรงเรียน โดยไม่สามารถติดต่อแม่เด็กได้ จากนั้นมูลนิธิได้ประสานกับตำรวจในพื้นที่คือ สน.ปทุมวัน พร้อมนักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กฯ เพื่อรับตัวเด็กคนดังกล่าวไปตรวจร่างกาย และรับการคุ้มครองที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ส่วนทางคดีได้มีการแจ้งความกับพ่อเลี้ยงเด็กในข้อหาทำร้ายร่างกายฯ ก่อนที่ต่อมาตำรวจได้มีการออกหมายเรียกพ่อเลี้ยงเด็กให้มาพบพนักงานสอบสวน   ล่าสุดพ่อเลี้ยงวัย 27 ปี ได้เดินทางเข้าพบ ตร.สน.ปทุมวัน เบื้องต้นผู้ต้องหาได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำพร้อมรวบรวมหลักฐานก่อนที่ในวันนี้ (28 ก.ย.) จะได้นำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป   ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้เปิดเผยว่า ตนกับภรรยามีลูกด้วยกัน 1 คนเป็นผู้ชายอายุ 1 ขวบ 6 เดือน โดยภรรยามีลูกติดมาจากสามีเก่าคือ ด.ช.เอ อายุ 4 ขวบ โดยที่ผ่านมาตนก็เลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนมาอย่างดีโดยตลอด เพราะภรรยาต้องออกไปทำงานข้างนอก แต่เนื่องจาก ด.ช.เอ มีนิสัยดื้อและซน รวมทั้งเป็นเด็กสมาธิสั้น  และมักจะเล่นกับน้องอย่างรุนแรง   ซึ่งที่ผ่านมาตนได้เตือนด้วยคำพูดก็ไม่เป็นผล ลงโทษด้วยการให้ออกกำลังกายก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้จำเป็นต้องลงโทษด้วยการตี ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการลงโทษด้วยการตีบ่อยครั้ง ซึ่งนอกจากเรื่องแกล้งน้องแล้วก็มีเรื่องสอนการบ้าน เพราะเด็กไม่เชื่อฟัง   ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นการตีที่หนักมือไป แต่ที่ทำไปก็เพื่อสั่งสอน เนื่องจากตนออกมาเห็นว่า ด.ช.เอ เอาอวัยวะเพศออกมาให้น้องจับเล่น  ด้วยความไม่พอใจจึงใช้ด้ามไม้ตักปลาตีหลายครั้ง พร้อมสั่งสอนว่าไม่ควรทำเพราะสกปรก จากนั้นตนจึงได้ถามว่าทำแบบนี้ทำไม ด.ช.เอ บอกว่าเพราะไม่อยากให้น้องเข้าใกล้ ตนจึงบอกไปว่าถ้าอย่างนั้นให้ออกไปเล่นกับเด็กในซอย จนช่วงเย็นไม่เห็นเด็กกลับบ้านจึงออกตามหา   อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าตนรักลูกทั้งสองคนเท่ากัน และที่กล่าวหาว่าไม่ให้กินข้าวก็ไม่เป็นความจริง แต่กลับกันตนเป็นคนที่ต้องคอยบอกให้กินข้าว พร้อมบังคับให้กินผักและผลไม้ด้วย หากตนให้เขาอดข้าวกิน ตนอยู่กับเด็กมา 3 ปีคงอดข้าวตายแล้ว ยอมรับว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น อยากขอโทษสังคมกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้หากคดีสิ้นสุดก็หวังว่าจะได้เด็กกลับไปเลี้ยงเป็นครอบครัวอีก และจะไม่ตีเด็กอีก ตนไม่อยากให้ครอบครัวแตก   ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งได้ประสานตำรวจ สน.ปทุมวัน พร้อมเจ้าหน้าที่ พม. และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้าให้การช่วยเหลือเด็กคนดังกล่าว โดยพบว่าเป็นแผลและรอยแดงบนใบหน้า แขน ขา ลำตัว และหลัง ตอนนี้ ด.ช.เอ อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ พม. โดยพักที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร   เบื้องต้นพบว่ายังมีความหวาดกลัว กลางคืนยังมีอาการหวาดผวา โดยมีนักจิตวิทยาดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้พูดคุยกับแม่เด็กก็บอกว่าไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงจะทำร้ายรุนแรงแบบนี้ แต่ก็เชื่อว่าเป็นการสั่งสอน โดยยอมรับว่าลูกดื้อทำให้ถูกตีซึ่งบางครั้งแม่เด็กก็ตีเช่นกัน   จากนี้เจ้าหน้าที่ พม. จะได้หารือกับทีมสหวิชาชีพเพื่อประเมินสภาพร่างกายและจิตใจเด็ก รวมถึงประเมินความพร้อมของผู้เป็นแม่ว่าจะสามารถเลี้ยงดูเด็ก และหากพ่อเลี้ยงยืนยันว่าจะกลับไปเลี้ยงเด็กก็ต้องมีการประเมินว่ามีความสามารถและความพร้อมในการเลี้ยงหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FTtbB6c8dTI

 9,782
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ย. 61

รวบพ่อเลี้ยงทุบตีลูกเลี้ยงวัย 4 ขวบ ทรมานให้อดข้าวอดน้ำ โมโหเด็กนำอวัยวะเพศให้ลูกชายคนเล็กจับ

รวบพ่อเลี้ยงตีลูกเลี้ยงวัย 4 ปี บาดเจ็บ และทรมานโดยการให้อดน้ำ และไล่ออกจากบ้าน ระบุโมโหที่นำอวัยวะเพศออกมาให้ลูกชายคนเล็กจับ จึงใช้ด้ามช้อนตักปลาตี จนกระทั่งมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสและประสานไปยังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี   (27 ก.ย.61) โดยนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน หลังจากชนาธิปตำรวจสามารถควบคุมตัวพ่อเลี้ยง ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กชายวัยสี่ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาลหนึ่ง    การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีพลเมืองดี แจ้งมายังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าเด็กชายวัยสี่ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงทุบตีทำร้ายบาดเจ็บ มีแผล และร่องรอยแดง ที่บริเวณใบหน้า แขน ขา หลัง และลำตัว รวมถึงยังให้อดข้าวและไล่ออกจากบ้าน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จนพลเมืองดีพบและพาไปฝากกับคุณครูที่โรงเรียน โดยพยายามติดต่อแม่ของเด็ก แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงร้องขอไปยังมูลนิธิพร้อมถ่ายคลิปวิดีโอ ขณะพูดคุยกับเด็กเป็นหลักฐาน จากนั้นทางมูลนิธิจึงได้พาเด็กมาแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และเชิญเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำ ก่อนที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง    จากการสอบถาม พ่อเลี้ยงเปิดเผยถึงสาเหตุที่ลงมือว่า เนื่องจากลูกเลี้ยงวัยสี่ปี เป็นเด็กสมาธิสั้น และที่ผ่านมาชอบเล่นกับน้องชายวัย 1 ปี 6 เดือน ที่เกิดกับตนเอง และแม่ของเด็กวัย 4 ปีอย่างรุนแรง จึงมีการทำโทษหลายครั้ง ทั้งให้นั่งสมาธิ หรือออกกำลังกาย จนกระทั่งล่าสุดเด็กชายวัยสี่ปีนำอวัยวะเพศออกมาให้น้องชายจับ ตนเองรู้สึกโกรธ จึงนำด้ามช้อนตักปลามาตี โดยไม่ได้นับครั้ง ซึ่งในวันเกิดเหตุพ่อตาของตนก็พยายามห้าม แต่ตนเองก็ยังลงมือ ยืนยันว่าตนเองก็รักลูกคนนี้มาก และที่ลงมือไม่ได้เกี่ยวกับว่าเป็นลูกเลี้ยงแต่อย่างใด    โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหา และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น และขออำนาจศาลฝากขังในวันพรุ่งนี้ 

 13,900
บันเทิง
11 ก.ย. 61

แถลงจับพ่อเลี้ยงโหดใช้หมอนกดลูกเลี้ยงวัย 6 เดือน ก่อนยัดศพใส่ตะกร้าทิ้ง ผงะแม่แท้ๆร่วมด้วย เหตุรำคาญเด็กส่งเสียงดัง

จากกรณีพบศพทารกอยู่ในตะกร้า ถูกทิ้งภายในซอยประชาอุทิศ 19 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว กระทั่งพบวงจรปิดจับภายผู้ต้องสงสัย 2 คนชายหญิงไว้ได้   (11 ก.ย. 61)พลตำรวจตรี เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วย พันตำรวจเอก กำพล รัตนประทีป ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง แถลงข่าวการจับกุมตัว นายวิทัวัส จิตธโนปจัย พ่อเลี้ยงใจยักษ์ใช้ผ้านวมและหมอนกดลูกเลี้ยงวัยหกเดือน ก่อนนอนทับซ้ำจนเสียชีวิต พร้อมด้วยนางสาว กาญจนา เทศสว่าง ผู้เป็นแม่ ซึ่งทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าศพเด็กทารกดังกล่าวเป็นลูกของนางสาวกาญจนา    โดยนายวิทวัส ได้ให้การเพิ่มเติมว่า ตนเองได้เสพยาบ้า และได้ใช้ผ้าห่มในการคลุมตัวน้องวิน เนื่องจากส่งเสียงดังเป็นเวลานานจนตนเองรู้สึกรำคาญ จากนั้นได้นอนหลับไปโดยที่ทับเด็ก จนทำให้เด็กเสียชีวิต หลังจากนั้นจึงได้แจ้งให้นางสาวกาญจนาว่าลูกได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้ปรึกษากันนำศพไปทิ้งบริเวณจุดดังกล่าว โดยการนำผ้ามาห่อเด็กเวลาร้องเสียงดังนั้น นายวิทวัส ได้กระทำเป็นประจำ เมื่อเด็กร้องจะทำในลักษณะนี้    ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อหากับนายวิทวัส ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนนางสาวกาญจนา ได้แจ้งข้อหาให้ความร่วมมือช่วยเหลือ ซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย    หลังจากการแถลงข่าวได้ทำการพาตัวนาย วิทวัส ผู้ก่อเหตุพร้อมด้วยนางสาวกาญจนา มาแสดงพฤติกรรมขณะลงมือก่อเหตุ โดยได้นำผ้าห่มมาห่อเด็กก่อนที่จะนำหมอนเมาวางทับไว้แล้วนอนหลับ เมื่อตื่นมารู้ว่าเด็กเสียชีวิตจึงนำร่างมากอดไว้ เพราะเสียใจกับสิ่งที่ตนเองทำไป พร้อมยอมรับว่าเมื่อเสบยาจะลงมือทุบตีเด็กอยู่เป็นประจำ   คลิป ;

 5,727
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 61

วงจรปิดมัดตัว พ่อเลี้ยงใช้หมอนกดลูกเลี้ยงขาดอากาศ ยัดศพใส่ตะกร้าทิ้งย่านห้วยขวาง แม่แท้ๆร่วมด้วย

จากกรณีพบศพทารกอยู่ในตะกร้า ถูกทิ้งภายในซอยประชาอุทิศ 19 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว กระทั่งพบวงจรปิดจับภายผู้ต้องสงสัย 2 คนชายหญิงไว้ได้   สอบสวนพบว่าเป็น 2 สามีภรรยา คือ พลทหารวิทวัส จิตธโนปจัย อายุ 21 ปี และ น.ส.กาญจนา เทศสว่าง อายุ 22 ปี จับได้ที่หอพักแห่งหนึ่งภายในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ย่านปทุมธานี   ทั้งนี้การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุโดยพบว่ามีชายหญิง 2 คน ถือตะกร้าเดินมายังที่เกิดเหตุ จากนั้นก็นำไปวางไว้ ก่อนจะเดินกลับมาตัวเปล่า ก่อนจะไล่ย้อนไปจนพบว่ามีชายหญิงนั่งรถแท็กซี่ มาบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งขึ้นรถมาจากหอพักแห่งหนึ่งย่านรังสิต จึงได้ประสานตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ตรวจสอบดูว่าเส้นทางที่ทั้ง 2 คน ขึ้นรถแท็กซี่มาจากที่ใด เมื่อสืบทราบว่าเป็นหอพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม และนำตัวมาสอบสวน   จากการสอบสวน พลทหารวิทวัส เป็นพ่อเลี้ยงของเด็กที่เสียชีวิต ยอมรับสารภาพว่าคืนวันเกิดเหตุเด็กร้องเสียงดัง จึงได้ใช้ผ้าห่มคลุมตัวเด็ก จากนั้นก็ได้ใช้หมอนกดทับและตนก็นอนทับพร้อมกับเผลอหลับไป พอตื่นขึ้นมาเด็กก็เสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรศัพท์บอกแฟนและไม่รู้จะทำอย่างจึงได้นำศพลูกเลี้ยงขึ้นรถแท็กซี่ไปทิ้งย่านห้วยขวาง   ส่วนแม่เด็กสารภาพว่า รู้จักแฟนคนนี้มาได้ประมาณ 6 เดือน ซึ่งสามีเก่าตนได้เสียชีวิตไปแล้ว และนิสัยของแฟนคนนี้ชอบทุบตีตน ในวันเกิดเหตุตนออกไปทำงานและได้ปล่อยให้ลูกอยู่กับแฟนเพียง 2 คน และแฟนได้โทรศัพท์ไปบอกว่าลูกเสียชีวิต ตนก็รีบกลับมาที่ห้องพร้อมกับสอบถามว่าลูกเสียชีวิตได้อย่างไร แฟนบอกว่าลูกร้องเสียงดัง และตนก็ไม่ได้ถามอะไรจากนั้นแฟนก็วางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งตนก็บอกว่านำศพลูกไปวางไว้ที่ภายในซอยประชาอุทิศ 19 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. ซึ่งเป็นบ้านของแม่ตน   จากนั้นตนก็ได้ไปเรียกรถแท็กซี่และแฟนก็ได้นำศพลูกห่อด้วยผ้าใส่ตะกร้าขึ้นรถแท็กซี่ไป โดยบอกกับคนขับแท็กซี่ว่าไปห้วยขวาง เมื่อนำศพลูกทิ้งแล้วก็ได้นั่งรถแท็กซี่กลับมาที่หอพักเหมือนเดิม กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ดังกล่าว จากนั้น พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ จึงได้ประสาน พ.ต.ต.ภาคิน มารับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กลับไปดำเนินคดีที่ สน.ห้วยขวาง ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0u_Pri0EkjQ

 20,671

Top