ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสี่ยกำมะลอ"

สังคม
08 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' อัดคลิปแจง ยัน ไม่ได้หนี แต่มีภารกิจที่ต้องทำ รอกลับมาจะเปิดแถลง

จากกรณีนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ แต่งงานก่อนทิ้งหนี้จากการจัดงานแต่งงาน 3.5 ล้านบาท    และภายหลังได้มีการเปิดเผยจากพล.ต.ท สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ว่า จากการตรวจสอบการเดินทาง ในระบบของ สตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าพบชื่อเสี่ยท็อป ได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 06.35 น. ด้วยเที่ยวบิน cx616 ปลายทางประเทศฮ่องกง   ล่าสุด 'เสี่ยท็อป' ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนไม่ได้หนีหายไปไหน แต่ติดภารกิจงานที่ทำอยู่ และจะกลับมาชี้แจงต่อสังคมเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น   นอกจากนี้ 'เสี่ยท็อป' ได้อัดคลิปที่สนาบินพูดถึงการเดินทางไปยังฮ่องกงว่า ไม่ได้มีปัญหาใดๆในการเดินทาง และยังได้รับการต้อนรับดูแลเป็นพิเศษ ไม่ได้ติดปัญหาใดๆกับทาง ตม.ฮ่องกงอย่างที่สำนักข่าวได้กล่าวไว้   โดยในกรณีนี้ 'เสี่ยท็อป' ก็ได้กล่าวกับทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า สำหรับคลิปที่พูดเล่นๆที่สนามบิน ตนไม่ได้มีเจตนา แต่เนื่องจากตนถูกแฮ็คและทำให้คลิปหลุดออกไป   หลังจากให้สัมภาษณ์แล้วนั้น 'เสี่ยท็อป' ส่งข้อความเพิ่มเติมมาด้วยว่า ขอรอแถลงข้อเท็จพร้อมกัน เนื่องจากเกรงจะถูกบิดเบือนความจริง       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'เสี่ยท็อป' เผ่นฮ่องกง เคลียร์ข่าวคบ 'แคทรียา' โวมีภารกิจสำคัญ ไม่มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ  

 22,032
บันเทิง
08 ต.ค. 62

'เทย่า' งงข่าวโดนโยงคบ 'เสี่ยท็อป' กำมะลอ ยันทั้งชีวิตไม่เคยคบคนไทย

เทย่า โรเจอร์ส ดาราสาวที่มีรายชื่อเป็นหนึ่งในดาราที่ถูกเสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลอที่หลอกผู้หญิงแต่งงาน อ้างว่าเคยเป็นแฟนด้วย   โดยเทย่าเปิดใจว่างงกับข่าว เพราะส่วนตัวไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ ยอมรับว่าตกใจที่ถูกอ้างถึง ทั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนแอบอ้างเป็นแฟน มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็สงสารผู้หญิงที่โดนผู้ชายคนนี้หลอก ส่วนตัวเธอก็ไม่ได้กังวลหรือกลัวว่าใครจะเข้าใจผิด เพราะในเมื่อมีข่าวว่าเค้าเคยไปหลอกคนอื่นมาเยอะขนาดนี้ ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่เคยคบกับเค้า   ที่ผ่านมาทั้งชีวิตเธอไม่เคยคบคนไทยเลย เคยคบลูกครึ่งมา 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือสามีของเธอในอนาคต ซึ่งก็คือมีก้านั่นเอง ก็ไม่รู้จะไปคิดอะไรกับคนอื่นที่เอาชื่อตนเองไปใช้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/nR_Nc-1n6_4  

 1,698
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เผ่นฮ่องกง เคลียร์ข่าวคบ 'แคทรียา' โวมีภารกิจสำคัญ ไม่มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

จากกรณีนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ แต่งงานก่อนทิ้งหนี้จากการจัดงานแต่งงาน 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด พล.ต.ท สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการเดินทาง ในระบบของ สตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าพบชื่อเสี่ยท็อป ในลุคทรงผมใหม่ ได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 06.35 น. ด้วยเที่ยวบิน cx616 ปลายทางประเทศฮ่องกง   ทั้งนี้ การเดินทางดังกล่าว สามารถอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงได้ 30 วัน จากนั้นต้องเดินทางกลับ ไม่สามารถตอบได้ว่า เป็นการหลบหนีหรือไม่ ทั้งนี้ หาก ตม. ยังไม่ได้รับการประสานให้ควบคุมตัวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พบว่าชายรายดังกล่าว มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลหลายครั้ง แต่ไม่มีการแจ้งเตือนในระบบแต่อย่างใด   ทั้งนี้เสี่ยท็อป ได้เปิดเผยกับสื่อแห่งหนึ่ง ผ่านทางข้อความแชท ระบุว่า กระแสข่าวเรื่องที่เคยคบกับ แคทรียา อิงลิช นั้น ตนเองไม่เคยพูด ส่วนเรื่องภาพที่ตนถ่ายกับเงินจำนวนมาก เป็นแค่แอปฯ ถ่ายเซลฟี่เล่น ๆ แล้วถูกแฮก ตนโกรธมากคนที่ทำแบบนี้ อีกทั้งบางรูปตนโพสต์บนอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก โดยไม่ได้เปิดสาธารณะ ซึ่งเป็นความสุขส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องแปลก   เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากเรื่องไร้สาระ ตนมีภารกิจที่สำคัญมากกว่า ไม่มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ แต่ที่ยอมเปิดเผยเพราะว่าสื่อฯ อาจทำให้ชื่อเสียงประเทศชาติเสียหาย เพราะเรื่องจริงก็คือเรื่องจริง ถึงเวลาตนก็ต้องเคลียร์ ตอนที่แถลงข่าวก็จะทราบว่ามีขบวนการ และคนที่ร่วมผสมโรง สวมรอย มีคนบิดเบือนข่าว ตนไม่ได้อยากให้ใครออกมาขอโทษหรือรับผิด แต่ถ้าใครทำผิดพลาดก็ขอให้แก้ไขเพื่อประเทศชาติ   ทางฝั่งของพริตตี้สาวที่ถูกหลอกแต่งงานนั้น ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล แต่เพื่อนสนิทระบุว่า วันนี้ (7 ต.ค.) พริตตี้สาวจะออกมาชี้แจง กรณีที่ถูกแม่ของเสี่ยท็อป ออกมาเปิดเผยข้อความแชทลับ บางอย่างถึงความไม่เหมาะสมจนทำให้เสี่ยท็อปรับไม่ได้ ซึ่งเพื่อนยืนยันว่า เสี่ยท็อปรู้เรื่องดังกล่าวมานานแล้วก่อนแต่งงาน  ส่วนแม่ของเสี่ยท็อปยังเคยเจอกันที่สระบุรี เคยมีถามพริตตี้สาวเรื่องเอาของมีค่าไปโรงรับจำนำ และขอเงินเสี่ยท็อปใช้   สำหรับเสี่ยท็อป อดีตเจ้าสาวรู้เรื่องแล้วว่าไปต่างประเทศ และไม่ได้กังวลอะไร ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องมาและมีข่าวแฉประวัติกำมะลอหลอกลวงคนอื่นแบบเป็นหางว่าว เสี่ยท็อปไม่เคยติดต่อมาชดใช้หนี้ที่ตกลงกันไว้  ก็รอว่าหลังจากแจ้งความแล้ว ตร.จะสามารถจับกุมเสี่ยท็อปได้หรือไม่ ซึ่งตัวของพริตตี้สาวไม่ได้ต้องการให้เสี่ยท๊อปโดนจับ แต่อยากให้ใช้หนี้ให้จบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/pY1-DU3BDhc  

 2,585
สังคม
08 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เผ่นฮ่องกง เคลียร์ข่าวคบ 'แคทรียา' โวมีภารกิจสำคัญ ไม่มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

จากกรณีนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ แต่งงานก่อนทิ้งหนี้จากการจัดงานแต่งงาน 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด พล.ต.ท สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการเดินทาง ในระบบของ สตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าพบชื่อเสี่ยท็อป ในลุคทรงผมใหม่ ได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 06.35 น. ด้วยเที่ยวบิน cx616 ปลายทางประเทศฮ่องกง   ทั้งนี้ การเดินทางดังกล่าว สามารถอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงได้ 30 วัน จากนั้นต้องเดินทางกลับ ไม่สามารถตอบได้ว่า เป็นการหลบหนีหรือไม่ ทั้งนี้ หาก ตม. ยังไม่ได้รับการประสานให้ควบคุมตัวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พบว่าชายรายดังกล่าว มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลหลายครั้ง แต่ไม่มีการแจ้งเตือนในระบบแต่อย่างใด   ทั้งนี้เสี่ยท็อป ได้เปิดเผยกับสื่อแห่งหนึ่ง ผ่านทางข้อความแชท ระบุว่า กระแสข่าวเรื่องที่เคยคบกับ แคทรียา อิงลิช นั้น ตนเองไม่เคยพูด ส่วนเรื่องภาพที่ตนถ่ายกับเงินจำนวนมาก เป็นแค่แอปฯ ถ่ายเซลฟี่เล่น ๆ แล้วถูกแฮก ตนโกรธมากคนที่ทำแบบนี้ อีกทั้งบางรูปตนโพสต์บนอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก โดยไม่ได้เปิดสาธารณะ ซึ่งเป็นความสุขส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องแปลก   เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากเรื่องไร้สาระ ตนมีภารกิจที่สำคัญมากกว่า ไม่มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ แต่ที่ยอมเปิดเผยเพราะว่าสื่อฯ อาจทำให้ชื่อเสียงประเทศชาติเสียหาย เพราะเรื่องจริงก็คือเรื่องจริง ถึงเวลาตนก็ต้องเคลียร์ ตอนที่แถลงข่าวก็จะทราบว่ามีขบวนการ และคนที่ร่วมผสมโรง สวมรอย มีคนบิดเบือนข่าว ตนไม่ได้อยากให้ใครออกมาขอโทษหรือรับผิด แต่ถ้าใครทำผิดพลาดก็ขอให้แก้ไขเพื่อประเทศชาติ   ทางฝั่งของพริตตี้สาวที่ถูกหลอกแต่งงานนั้น ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล แต่เพื่อนสนิทระบุว่า วันนี้ (7 ต.ค.) พริตตี้สาวจะออกมาชี้แจง กรณีที่ถูกแม่ของเสี่ยท็อป ออกมาเปิดเผยข้อความแชทลับ บางอย่างถึงความไม่เหมาะสมจนทำให้เสี่ยท็อปรับไม่ได้ ซึ่งเพื่อนยืนยันว่า เสี่ยท็อปรู้เรื่องดังกล่าวมานานแล้วก่อนแต่งงาน  ส่วนแม่ของเสี่ยท็อปยังเคยเจอกันที่สระบุรี เคยมีถามพริตตี้สาวเรื่องเอาของมีค่าไปโรงรับจำนำ และขอเงินเสี่ยท็อปใช้   สำหรับเสี่ยท็อป อดีตเจ้าสาวรู้เรื่องแล้วว่าไปต่างประเทศ และไม่ได้กังวลอะไร ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องมาและมีข่าวแฉประวัติกำมะลอหลอกลวงคนอื่นแบบเป็นหางว่าว เสี่ยท็อปไม่เคยติดต่อมาชดใช้หนี้ที่ตกลงกันไว้  ก็รอว่าหลังจากแจ้งความแล้ว ตร.จะสามารถจับกุมเสี่ยท็อปได้หรือไม่ ซึ่งตัวของพริตตี้สาวไม่ได้ต้องการให้เสี่ยท๊อปโดนจับ แต่อยากให้ใช้หนี้ให้จบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/pY1-DU3BDhc  

 2,585
บันเทิง
08 ต.ค. 62

'เทย่า' ยันไม่รู้จัก 'เสี่ยท็อป' หลังถูกอ้างเป็นแฟน มองเป็นเรื่องไร้สาระ

เทย่า โรเจอร์ส ยืนยันไม่รู้จัก เสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลอ หลังถูกอ้างเคยเป็นแฟน แจงไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า มองเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกคนอ้างว่าเคยเป็นแฟน เผยทั้งชีวิตไม่เคยคบคนไทย ส่วน มีก้า ก็มองเป็นเรื่องไร้สาระเช่นกัน      ไปที่ ‘เทย่า โรเจอร์ส’ ที่ล่าสุดมีรายชื่อเป็นหนึ่งในดาราที่ถูก ‘เสี่ยท็อป’ เสี่ยกำมะลอที่หลอกผู้หญิงแต่งงาน อ้างว่าเคยเป็นแฟนกับ ‘เทย่า’   เมื่อวานนี้นักข่าวได้มีโอกาสเจอ ‘เทย่า’ เจ้าตัวบอกเลยว่างงมาก เพราะไม่รู้จักเค้าเลย ไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ ยอมรับว่าตกใจที่ถูกอ้างถึง ซึ่ง ‘เทย่า’ บอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนแอบอ้างเป็นแฟน มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็สงสารผู้หญิงที่โดนผู้ชายคนนี้หลอก ส่วนตัวเธอก็ไม่ได้กังวลหรือกลัวว่าใครจะเข้าใจผิด เพราะในเมื่อมีข่าวว่าเค้าเคยไปหลอกคนอื่นมาเยอะขนาดนี้ ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่เคยคบกับเค้า   นักข่าวก็ถามต่อว่าแล้ว ‘มิก้า’ เห็นข่าวนี้แล้วเค้าว่ายังไงบ้าง ‘เทย่า’ ก็บอกว่าเค้ามองเป็นเรื่องไร้สาระ ที่ผ่านมาทั้งชีวิตเธอไม่เคยคบคนไทยเลย เคยคบลูกครึ่งมา 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือสามีของเธอในอนาคต ซึ่งก็คือ ‘มีก้า’ นั่นเอง ก็ไม่รู้จะไปคิดอะไรกับคนอื่นที่เอาชื่อตนเองไปใช้    นอกจากนี้ ‘เทย่า’ ยังอัพเดทงานแต่งกับ ‘มีก้า’ ให้ฟังด้วยว่าเหลืออีกแค่ 34 วัน ก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว โดยจะจัดพิธีแต่งงานที่ริมทะเลภูเก็ตในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ และจัดงานฉลองสมรสวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่โรงแรมนายเลิศ ปาร์ค  ซึ่ง ‘เทย่า’ ยอมรับว่าตื่นเต้น ตอนนี้ก็เตรียมงานไปได้ 90 เปอร์เซ็นแล้ว โดยงานก็จัดตามแบบที่เธอเคยฝันไว้ว่าถ้าวันใดวันหนึ่งได้แต่งงานก็คงแต่งที่ชายหาด ส่วนที่ตื่นเต้น ก็ตื่นเต้นที่มีครอบครัวและเพื่อนสนิทบินมาจากหลายประเทศ มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน    ถามว่าหลังแต่งงานจะมีเบบี๋เลยมั้ย ?  ‘เทย่า’ บอกว่า ‘มีก้า’ เค้าอยากมีตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่ตัวเธอไม่ได้รีบ ขอทำหน้าที่ภรรยาแปปนึงก่อน แต่ก็เข้าใจได้ว่าตัวเธอเองก็ไม่สาวแล้ว ก็ควรจะมีลูกได้แล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/G5vDgU4cFxU

 406
สังคม-อาชญากรรม
07 ต.ค. 62

โผล่ฮ่องกง! ‘บิ๊กอู๊ด’ รับ ‘เสี่ยท็อป’ ออกนอกประเทศไปแล้ว

วันที่ 7 ต.ค. 62 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวถึงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลนายท็อป เสี่ยกำมะลอ หลังอ้างตัวเป็นนักธุรกิจหมื่นล้าน และหลอกให้แต่งงานด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับชิ่งหนีไป ไม่ช่วยจ่ายเงินค่าจัดงานแต่ง มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า ได้ออกนอกประเทศไปแล้ว เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.62) โดยใช้เที่ยวบิน cx0616 ปลายทางประเทศฮ่องกง เมื่อเวลา 06.35 น.   พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวว่า ตอนนี้ทราบถึงประเด็นนี้แล้ว ได้ทำการตรวจสอบด้วยระบบ Biometric พบว่าเสี่ยท็อป ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว เมื่อวานนี้ เวลา 06.35 น. โดยทาง สตม. ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นการหลบหนี หรือแค่ไปตั้งหลัก    อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเสี่ยท็อปมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล จำนวนหลายครั้ง และเคยถูกดำเนินคดีในหลายพื้นที่ จึงทำให้ระบบของทาง สตม.ไม่มีการแจ้งเตือน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'เสี่ยท็อป' งานเข้าอีก จีนสั่งสอบด่วนหลังพบแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาไทย ดูงานในเขตหวงห้าม        

 3,362
สังคม
07 ต.ค. 62

โผล่ฮ่องกง! ‘บิ๊กอู๊ด’ รับ ‘เสี่ยท็อป’ ออกนอกประเทศไปแล้ว

วันที่ 7 ต.ค. 62 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวถึงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลนายท็อป เสี่ยกำมะลอ หลังอ้างตัวเป็นนักธุรกิจหมื่นล้าน และหลอกให้แต่งงานด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับชิ่งหนีไป ไม่ช่วยจ่ายเงินค่าจัดงานแต่ง มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า ได้ออกนอกประเทศไปแล้ว เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.62) โดยใช้เที่ยวบิน cx0616 ปลายทางประเทศฮ่องกง เมื่อเวลา 06.35 น.   พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวว่า ตอนนี้ทราบถึงประเด็นนี้แล้ว ได้ทำการตรวจสอบด้วยระบบ Biometric พบว่าเสี่ยท็อป ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว เมื่อวานนี้ เวลา 06.35 น. โดยทาง สตม. ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นการหลบหนี หรือแค่ไปตั้งหลัก    อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเสี่ยท็อปมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล จำนวนหลายครั้ง และเคยถูกดำเนินคดีในหลายพื้นที่ จึงทำให้ระบบของทาง สตม.ไม่มีการแจ้งเตือน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'เสี่ยท็อป' งานเข้าอีก จีนสั่งสอบด่วนหลังพบแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาไทย ดูงานในเขตหวงห้าม        

 3,362
สังคม-อาชญากรรม
06 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' งานเข้าอีก จีนสั่งสอบด่วนหลังพบแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาไทย ดูงานในเขตหวงห้าม

ความคืบหน้ากรณีเสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลออ้างรวยหมื่นล้าน ล่าสุด มีรายงานว่า รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในความควบคุมของรัฐบาลจีน กำลังจะตรวจสอบเสี่ยท็อป หลังพบว่าเสี่ยท็อปได้อ้างตัวว่าเป็นที่ปรึกษาพิเศษของรัฐบาลไทย อ้างเป็นรองเลขาธิการสำนักนายกฯ จนรัฐวิสาหกิจดังกล่าวหลงเชื่อ ต้อนรับและเปิดพื้นที่หวงห้ามหลายแห่งให้เสี่ยท็อป และคณะ เข้าไปเยี่ยมชมและถ่ายถาพ    ขณะที่กรณีที่เสี่ยท็อป อ้างว่าเคยเป็นแฟนกัน แคทรียา อิงลิช ล่าสุด แคทรียา อิงลิช ได้ตอบคอมเมนต์ในไอจี ระบุว่า "555 งงมาก! ไม่เคยรู้จักมาก่อน"     ด้านแม่เสี่ยท็อป ได้กล่าวอ้างว่า ลูกชายได้ไลน์มาหาพร้อมเผยความลับของภรรยาที่เพิ่งแต่งงานและเลิกรากันไป โดยความลับนี้ลูกชายอ้างว่าเมื่อรู้ความจริง ทำให้รับไม่ได้และตัดสินใจเลิกกัน    นอกจากนี้ พบว่าเสี่ยท็อป เดินทางเข้าออกและไปต่างประเทศบ่อยครั้ง วันที่ 14 ก.ค.2562 ไปฮ่องกง วันที่ 1 ก.ย.2562 ไปสิงคโปร์ วันที่ 9 ก.ย.2562 ไปเกาหลีใต้ และกลับจากญี่ปุ่น วันที่ 16 ก.ย.2562    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/1SElHT5zg_Q

 15,181
สังคม
06 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' งานเข้าอีก จีนสั่งสอบด่วนหลังพบแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาไทย ดูงานในเขตหวงห้าม

ความคืบหน้ากรณีเสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลออ้างรวยหมื่นล้าน ล่าสุด มีรายงานว่า รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในความควบคุมของรัฐบาลจีน กำลังจะตรวจสอบเสี่ยท็อป หลังพบว่าเสี่ยท็อปได้อ้างตัวว่าเป็นที่ปรึกษาพิเศษของรัฐบาลไทย อ้างเป็นรองเลขาธิการสำนักนายกฯ จนรัฐวิสาหกิจดังกล่าวหลงเชื่อ ต้อนรับและเปิดพื้นที่หวงห้ามหลายแห่งให้เสี่ยท็อป และคณะ เข้าไปเยี่ยมชมและถ่ายถาพ    ขณะที่กรณีที่เสี่ยท็อป อ้างว่าเคยเป็นแฟนกัน แคทรียา อิงลิช ล่าสุด แคทรียา อิงลิช ได้ตอบคอมเมนต์ในไอจี ระบุว่า "555 งงมาก! ไม่เคยรู้จักมาก่อน"     ด้านแม่เสี่ยท็อป ได้กล่าวอ้างว่า ลูกชายได้ไลน์มาหาพร้อมเผยความลับของภรรยาที่เพิ่งแต่งงานและเลิกรากันไป โดยความลับนี้ลูกชายอ้างว่าเมื่อรู้ความจริง ทำให้รับไม่ได้และตัดสินใจเลิกกัน    นอกจากนี้ พบว่าเสี่ยท็อป เดินทางเข้าออกและไปต่างประเทศบ่อยครั้ง วันที่ 14 ก.ค.2562 ไปฮ่องกง วันที่ 1 ก.ย.2562 ไปสิงคโปร์ วันที่ 9 ก.ย.2562 ไปเกาหลีใต้ และกลับจากญี่ปุ่น วันที่ 16 ก.ย.2562    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :   https://youtu.be/1SElHT5zg_Q

 15,181
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 62

เสี่ยกำมะลอหมื่นล้าน หลอกยันเจ้าอาวาสวัดที่นครพนม จะสร้างศาลา 30 ล้านให้ สุดท้ายกลับเบี้ยว

นครพนม - จากกรณีพริตตี้สาวชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป อ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้านหลอกให้แต่งงานจดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ แต่สุดท้ายทิ้งหนี้ไว้ให้ 3.5 ล้านบาท จนมีการขุดคุ้ยประวัติของเสี่ยกำมะลอรายนี้ จนทราบว่ามีอาชีพขายเห็ดอยู่ย่านลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี    มีเพจดังเปิดเผยว่า นอกจากนายท็อปเสี่ยกำมะลอรวยหมื่นล้าน จะหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงานแล้ว ยังไปหลอกลวงพระในจังหวัดนครพนมอีกด้วย อยู่ที่วัดศรีเทพประดิษฐานราม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบพระมานพ อุฏฐาจี อายุ 51 ปี พระวัดศรีเทพประดิษฐาราม ได้ให้รายละเอียดว่าประมาณปลายปี 2561 มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อเล่น ”โยมแอ๊ด” บอกมีคนประสงค์จะเป็นเจ้าภาพบูรณะศาลาพระเทพสิทธาจารย์ โดยนั่งพูดคุยกันจนเป็นที่ตกลง โดยที่มีชื่อนายธนณัฏฐ์ สิริปิยาพร หรือเสี่ยท็อป และคณะเป็นเจ้าภาพ ในโครงการบูรณะศาลาพระเทพสิทธาจารย์ วงเงิน 30 ล้านบาท เริ่มสัญญาวันที่ 6 มกราคม 2562 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 6 มกราคม 2563 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 250 วัน    ปรากฏว่าผู้รับเหมาได้สั่งอุปกรณ์ในการก่อสร้างมากองไว้ด้านหลังศาลา จากนั้นได้ขอเบิกเงินจากเสี่ยท็อป ก็โดนบ่ายเบี่ยงมาตลอด ขณะเดียวกันโยมแอ๊ดซึ่งไม่ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวกับเสี่ยกำมะลอแบบไหน ได้มาพูดคุยกับพระมหาโดม เจ้าอาวาสวัดศรีเทพฯ เพื่อเปิดบัญชีในนามชื่อของเสี่ยท็อปขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา แต่เจ้าอาวาสเห็นว่าไม่เหมาะสม ทำให้โยมแอ๊ดไม่พอใจรีบออกจากวัดไป และไม่กลับเข้ามาอีกเลยจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ผู้รับเหมาก็ไม่ได้เงินงวดแรกจากเสี่ยท็อปก็ไม่ยอมลงมือสร้าง ก่อนจะขนอุปกรณ์ต่างๆ กลับสำนักงาน คงทิ้งนั่งร้านและเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้างไว้รอบๆ ศาลา โดยยังคงมีความหวังว่าเสี่ยทอ็ปจะจ่ายเงินให้บ้าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/OWTvGlMe10o  

 10,245
สังคม
05 ต.ค. 62

เสี่ยกำมะลอหมื่นล้าน หลอกยันเจ้าอาวาสวัดที่นครพนม จะสร้างศาลา 30 ล้านให้ สุดท้ายกลับเบี้ยว

นครพนม - จากกรณีพริตตี้สาวชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป อ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้านหลอกให้แต่งงานจดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ แต่สุดท้ายทิ้งหนี้ไว้ให้ 3.5 ล้านบาท จนมีการขุดคุ้ยประวัติของเสี่ยกำมะลอรายนี้ จนทราบว่ามีอาชีพขายเห็ดอยู่ย่านลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี    มีเพจดังเปิดเผยว่า นอกจากนายท็อปเสี่ยกำมะลอรวยหมื่นล้าน จะหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงานแล้ว ยังไปหลอกลวงพระในจังหวัดนครพนมอีกด้วย อยู่ที่วัดศรีเทพประดิษฐานราม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบพระมานพ อุฏฐาจี อายุ 51 ปี พระวัดศรีเทพประดิษฐาราม ได้ให้รายละเอียดว่าประมาณปลายปี 2561 มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อเล่น ”โยมแอ๊ด” บอกมีคนประสงค์จะเป็นเจ้าภาพบูรณะศาลาพระเทพสิทธาจารย์ โดยนั่งพูดคุยกันจนเป็นที่ตกลง โดยที่มีชื่อนายธนณัฏฐ์ สิริปิยาพร หรือเสี่ยท็อป และคณะเป็นเจ้าภาพ ในโครงการบูรณะศาลาพระเทพสิทธาจารย์ วงเงิน 30 ล้านบาท เริ่มสัญญาวันที่ 6 มกราคม 2562 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 6 มกราคม 2563 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 250 วัน    ปรากฏว่าผู้รับเหมาได้สั่งอุปกรณ์ในการก่อสร้างมากองไว้ด้านหลังศาลา จากนั้นได้ขอเบิกเงินจากเสี่ยท็อป ก็โดนบ่ายเบี่ยงมาตลอด ขณะเดียวกันโยมแอ๊ดซึ่งไม่ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวกับเสี่ยกำมะลอแบบไหน ได้มาพูดคุยกับพระมหาโดม เจ้าอาวาสวัดศรีเทพฯ เพื่อเปิดบัญชีในนามชื่อของเสี่ยท็อปขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา แต่เจ้าอาวาสเห็นว่าไม่เหมาะสม ทำให้โยมแอ๊ดไม่พอใจรีบออกจากวัดไป และไม่กลับเข้ามาอีกเลยจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ผู้รับเหมาก็ไม่ได้เงินงวดแรกจากเสี่ยท็อปก็ไม่ยอมลงมือสร้าง ก่อนจะขนอุปกรณ์ต่างๆ กลับสำนักงาน คงทิ้งนั่งร้านและเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้างไว้รอบๆ ศาลา โดยยังคงมีความหวังว่าเสี่ยทอ็ปจะจ่ายเงินให้บ้าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/OWTvGlMe10o  

 10,245
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 62

แม่เสี่ยกำมะลอเปิดใจ สุดเอือมพฤติกรรมลูกชาย เชื่อป่วยสร้างเรื่องหลอกคนไปเรื่อย ด้านเจ้าสาวช้ำรักยังไม่แจ้งความรอฝ่ายชายเคลียหนี้

ความคืบหน้ากรณี นายท็อป หรือเสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลอที่หลอก นางสาวดาริน แต่งงานและไม่ยอมจ่ายค่าจัดงานแต่งกว่า 3 ล้านบาท ทิ้งให้ฝ่ายเจ้าสาวรับผิดชอบคนเดียว ก่อนจะขุดประวัติพบว่สไปหลอกลวงผู้เสียหายหลายราย และภาพถ่ายทั้งเครื่องบินส่วนตัวและการใช้ชีวิตหรูหรา และเงินกองโต ซึ่งพบว่าทั้งหมดเป็นแค่เพียงการหลอก เพราะนายท็อปแค่ถ่ายรูปสิ่งของเหล่านี้จากอดีตแฟนสาว    ล่าสุด เมื่อวานนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางญาณี หรือแม่อ้อย อายุ 72 ปี แม่ของนายท็อป เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตกใจและเครียดมากกับข่าวของลูกชาย แม่และนายท๊อปไม่ได้สนิทกันตั้งแต่เรียนมหาลัย ท็อปก็แยกตัวออกมา    ช่วงเรียนก็เคยขโมยสร้อยแม่ไปขายเอาเงินไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าพูดถึงเรื่องท็อปแม่บอกเอือมระอา กับพฤติกรรม ท๊อปมีเมียทั้งหมด 4 คน ลูก 2 แท้จริงชีวิตไม่ได้ลำบากอะไรพอมีพอกิน แต่ท๊อปชอบมโน คิดไปเองคิดฝันว่าตัวเองร่ำรวยมหาศาลมีสิ่งของและไฮโซ  อย่างเช่นการถ่ายรูปกับรถหรู เครื่องบินส่วนตัว กองเงินจำนวนมาก มันไม่ใช่ของท๊อป แต่ก็ถ่ายแอบอ้างเป็นของตัวเอง แม่ว่าท๊อปคงป่วย สร้างเรื่องหลอกคนนั้น คนนี้   เรื่องที่เกิดขึ้นท๊อปทำตัวเองทั้งหมดแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องที่ผ่านมา เคยก่อเรื่องไม่เคยว่างเว้น ตั้งแต่ไปทำธุรกิจถมที่แถวมาบตาพุด ก็ขอเงินไปสามล้าน ก็อ้างว่าถูกโกง เงินหายหมด และมาขอเรื่อยๆ จนหมดโฉนดที่ดินไป 13 ฉบับ มูลค่านับสิบล้านบาท    ตอนที่ท็อปมีภรรยาอีกคนที่ทอดเห็ดขายตลาดนัด ท็อปบอกรักผู้หญิงคนนี้มาก ยอมทำทุกอย่างไปทอดเห็ดขาย ตอนนั้นตนก็สงสารลูก และช่วยลูกโดยท๊อปขอเงินไป 4 แสนบาท จากนั้นก็หายไป เวลาแม่โทรหาไม่เคยรับ แต่จะคุยผ่านไลน์ บางครั้งแม่ถามว่า อยู่ที่ไหนก็ส่งรูปที่อยู่เมืองนอกมาบ้าง ส่งโลเคชั่น ทั้งญี่ปุ่น ฮ่องกง ยุโรปบ้าง ส่วนตัวแม่ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง หลังจากมีเรื่องอื้อฉาวก็ติดต่อท็อปไม่ได้อีกเลย ระหว่างที่คุยกัน แม่ขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยโทรหาท็อปให้ ไม่ว่ากี่เบอร์ก็ปิดเครื่องทุกเบอร์   ส่วนเรื่องดาริน เจ้าสาวคนล่าสุดนี้ ท็อปเคยพามาหาที่บ้านหลังนี้ แม่ก็บอกทำไมรีบแต่ง ท็อปก็บอกจะแต่งท็อปไม่ได้ขอเงินแม่ วันงานแต่ง แม่ก็ไป ยังตกใจว่าทำไมจัดใหญ่จัง พอเสร็จงานแต่งแม่ก็มารู้จากข่าวว่ามีหนี้ที่ท็อปทิ้งไว้ให้ดารินรับผิดชอบ แต่เขาไปหย่ากันแล้วโดยเหตุผลที่หย่า ท็อปบอกแม่ว่า ไปเจออะไรบางอย่างของฝ่ายหญิง ที่ทำงานบางอย่างไม่เหมาะสม จึงขอเลิก    ซึ่งเมียคนอื่นๆ ของท็อปทึ่ผ่านมาเวลามีปัญหาหรือขอเลิกกับท็อปแล้ว บางคนก็เข้ามาหาแม่มาขอค่าเสียหาย แม่ก็ช่วยนะ เหมือนคนที่เชียงใหม่แม่ก็ให้ฉโนดไป 3 ใบ แต่กรณีของดาริน แม่ไม่ใช้ให้แน่นอน    เพราะดารินไปออกข่าว ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ถ้าดารินเข้ามาหาแม่แม่จะชดใช้ให้ แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้แม่ถือว่าชดใช้ด้วยการออกข่าวแล้วกัน   ตอนนี้แม่เครียดมาก ไม่สบายใจ อับอาย ญาติพี่น้อง คนสนิท ต่างโทรมาตำหนิ ทั้งโลกโซเชียลต่างๆ ขนาดตลาดยังไม่กล้าเดิน เคยคิดจะกินยานอนหลับ 10 เม็ด ให้หลับๆไป ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ท็อปทำตัวเอง   หากท็อปดูแม่อยู่ ออกมารับผิดชอบนะ พอได้แล้วเมื่อไหร่หนูจะเป็นคนดี หรือต้องรอแม่ตายก่อน ตอนนี้แม่ไม่คิดถึงและรู้สึกอะไรกับท็อปแล้ว เพราะท็อปก็ไม่เคยดูแลแม่ ไม่ถึงกับตัดหางปล่อยวัด แต่แม่เป็นห่วงหลานคือลูกของท๊อป 2 คนสมบัติแม่ที่เหลือจะเอาไว้ให้หลาน ส่วนท็อปนั้นพอแล้ว ไม่ให้อีกต่อไป หากถูกตร.จับก็ไม่ช่วยปล่อยไปตามกฎหมาย   ส่วนคุณดาริน เจ้าสาวช้ำรักที่ต้องแบกหนี้เงินค่าจัดงานแต่ง 3 ล้าน 5 แสนบาท เปิดเผยว่า จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่แจ้งความเอาผิดกับนายท็อป แต่ขอให้นายท็อปออกมารับผิดชอบกับเรื่องทึ่เกิดขึ้น ตนพร้อมให้อภัย ซึ่งล่าสุดนายท็อปติดต่อผ่านไลน์มาถามว่า ทำไมต้องออกข่าว ทำไปเพื่อ โดยในแชทไลน์นายท็อปก็ระบุว่า จะใช้หนี้ให้รอเงินก่อน   ส่วนสาเหตุที่ไม่แจ้งความตอนนี้ ก็อยากให้เวลากับอดีตคนรัก ได้รับผิดชอบแต่หากไม่ทำตามที่บอกก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย   ขณะที่โลกออนไลน์ ก็ยังคงขุดประวัตินายท็อปออกมาแฉเรื่อยๆ ทั้งการหลอกเปิดบริษัท สุดท้ายลอยแพพนักงาน  การหลอกซื้อของ และหลอกผู้เสียหายหลายราย ร่วมลุงทุนทำบ่อนคาสิโน และบางรายก็ขอยืมถ่ายรูปกับรถ  แต่ยังไม่พบทีผู้เสียหายรายใดเข้าแจ้งความ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/PjxTtT4pt3s

 1,647
สังคม
05 ต.ค. 62

แม่เสี่ยกำมะลอเปิดใจ สุดเอือมพฤติกรรมลูกชาย เชื่อป่วยสร้างเรื่องหลอกคนไปเรื่อย ด้านเจ้าสาวช้ำรักยังไม่แจ้งความรอฝ่ายชายเคลียหนี้

ความคืบหน้ากรณี นายท็อป หรือเสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลอที่หลอก นางสาวดาริน แต่งงานและไม่ยอมจ่ายค่าจัดงานแต่งกว่า 3 ล้านบาท ทิ้งให้ฝ่ายเจ้าสาวรับผิดชอบคนเดียว ก่อนจะขุดประวัติพบว่สไปหลอกลวงผู้เสียหายหลายราย และภาพถ่ายทั้งเครื่องบินส่วนตัวและการใช้ชีวิตหรูหรา และเงินกองโต ซึ่งพบว่าทั้งหมดเป็นแค่เพียงการหลอก เพราะนายท็อปแค่ถ่ายรูปสิ่งของเหล่านี้จากอดีตแฟนสาว    ล่าสุด เมื่อวานนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางญาณี หรือแม่อ้อย อายุ 72 ปี แม่ของนายท็อป เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตกใจและเครียดมากกับข่าวของลูกชาย แม่และนายท๊อปไม่ได้สนิทกันตั้งแต่เรียนมหาลัย ท็อปก็แยกตัวออกมา    ช่วงเรียนก็เคยขโมยสร้อยแม่ไปขายเอาเงินไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าพูดถึงเรื่องท็อปแม่บอกเอือมระอา กับพฤติกรรม ท๊อปมีเมียทั้งหมด 4 คน ลูก 2 แท้จริงชีวิตไม่ได้ลำบากอะไรพอมีพอกิน แต่ท๊อปชอบมโน คิดไปเองคิดฝันว่าตัวเองร่ำรวยมหาศาลมีสิ่งของและไฮโซ  อย่างเช่นการถ่ายรูปกับรถหรู เครื่องบินส่วนตัว กองเงินจำนวนมาก มันไม่ใช่ของท๊อป แต่ก็ถ่ายแอบอ้างเป็นของตัวเอง แม่ว่าท๊อปคงป่วย สร้างเรื่องหลอกคนนั้น คนนี้   เรื่องที่เกิดขึ้นท๊อปทำตัวเองทั้งหมดแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องที่ผ่านมา เคยก่อเรื่องไม่เคยว่างเว้น ตั้งแต่ไปทำธุรกิจถมที่แถวมาบตาพุด ก็ขอเงินไปสามล้าน ก็อ้างว่าถูกโกง เงินหายหมด และมาขอเรื่อยๆ จนหมดโฉนดที่ดินไป 13 ฉบับ มูลค่านับสิบล้านบาท    ตอนที่ท็อปมีภรรยาอีกคนที่ทอดเห็ดขายตลาดนัด ท็อปบอกรักผู้หญิงคนนี้มาก ยอมทำทุกอย่างไปทอดเห็ดขาย ตอนนั้นตนก็สงสารลูก และช่วยลูกโดยท๊อปขอเงินไป 4 แสนบาท จากนั้นก็หายไป เวลาแม่โทรหาไม่เคยรับ แต่จะคุยผ่านไลน์ บางครั้งแม่ถามว่า อยู่ที่ไหนก็ส่งรูปที่อยู่เมืองนอกมาบ้าง ส่งโลเคชั่น ทั้งญี่ปุ่น ฮ่องกง ยุโรปบ้าง ส่วนตัวแม่ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง หลังจากมีเรื่องอื้อฉาวก็ติดต่อท็อปไม่ได้อีกเลย ระหว่างที่คุยกัน แม่ขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยโทรหาท็อปให้ ไม่ว่ากี่เบอร์ก็ปิดเครื่องทุกเบอร์   ส่วนเรื่องดาริน เจ้าสาวคนล่าสุดนี้ ท็อปเคยพามาหาที่บ้านหลังนี้ แม่ก็บอกทำไมรีบแต่ง ท็อปก็บอกจะแต่งท็อปไม่ได้ขอเงินแม่ วันงานแต่ง แม่ก็ไป ยังตกใจว่าทำไมจัดใหญ่จัง พอเสร็จงานแต่งแม่ก็มารู้จากข่าวว่ามีหนี้ที่ท็อปทิ้งไว้ให้ดารินรับผิดชอบ แต่เขาไปหย่ากันแล้วโดยเหตุผลที่หย่า ท็อปบอกแม่ว่า ไปเจออะไรบางอย่างของฝ่ายหญิง ที่ทำงานบางอย่างไม่เหมาะสม จึงขอเลิก    ซึ่งเมียคนอื่นๆ ของท็อปทึ่ผ่านมาเวลามีปัญหาหรือขอเลิกกับท็อปแล้ว บางคนก็เข้ามาหาแม่มาขอค่าเสียหาย แม่ก็ช่วยนะ เหมือนคนที่เชียงใหม่แม่ก็ให้ฉโนดไป 3 ใบ แต่กรณีของดาริน แม่ไม่ใช้ให้แน่นอน    เพราะดารินไปออกข่าว ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ถ้าดารินเข้ามาหาแม่แม่จะชดใช้ให้ แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้แม่ถือว่าชดใช้ด้วยการออกข่าวแล้วกัน   ตอนนี้แม่เครียดมาก ไม่สบายใจ อับอาย ญาติพี่น้อง คนสนิท ต่างโทรมาตำหนิ ทั้งโลกโซเชียลต่างๆ ขนาดตลาดยังไม่กล้าเดิน เคยคิดจะกินยานอนหลับ 10 เม็ด ให้หลับๆไป ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแม่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ท็อปทำตัวเอง   หากท็อปดูแม่อยู่ ออกมารับผิดชอบนะ พอได้แล้วเมื่อไหร่หนูจะเป็นคนดี หรือต้องรอแม่ตายก่อน ตอนนี้แม่ไม่คิดถึงและรู้สึกอะไรกับท็อปแล้ว เพราะท็อปก็ไม่เคยดูแลแม่ ไม่ถึงกับตัดหางปล่อยวัด แต่แม่เป็นห่วงหลานคือลูกของท๊อป 2 คนสมบัติแม่ที่เหลือจะเอาไว้ให้หลาน ส่วนท็อปนั้นพอแล้ว ไม่ให้อีกต่อไป หากถูกตร.จับก็ไม่ช่วยปล่อยไปตามกฎหมาย   ส่วนคุณดาริน เจ้าสาวช้ำรักที่ต้องแบกหนี้เงินค่าจัดงานแต่ง 3 ล้าน 5 แสนบาท เปิดเผยว่า จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่แจ้งความเอาผิดกับนายท็อป แต่ขอให้นายท็อปออกมารับผิดชอบกับเรื่องทึ่เกิดขึ้น ตนพร้อมให้อภัย ซึ่งล่าสุดนายท็อปติดต่อผ่านไลน์มาถามว่า ทำไมต้องออกข่าว ทำไปเพื่อ โดยในแชทไลน์นายท็อปก็ระบุว่า จะใช้หนี้ให้รอเงินก่อน   ส่วนสาเหตุที่ไม่แจ้งความตอนนี้ ก็อยากให้เวลากับอดีตคนรัก ได้รับผิดชอบแต่หากไม่ทำตามที่บอกก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย   ขณะที่โลกออนไลน์ ก็ยังคงขุดประวัตินายท็อปออกมาแฉเรื่อยๆ ทั้งการหลอกเปิดบริษัท สุดท้ายลอยแพพนักงาน  การหลอกซื้อของ และหลอกผู้เสียหายหลายราย ร่วมลุงทุนทำบ่อนคาสิโน และบางรายก็ขอยืมถ่ายรูปกับรถ  แต่ยังไม่พบทีผู้เสียหายรายใดเข้าแจ้งความ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/PjxTtT4pt3s

 1,647
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 62

เพื่อนบ้านแฉเสี่ยกำมะลอ ทำตัวรวยขับรถหรู ควงหญิงไม่ซ้ำหน้า ส.ส.เพื่อไทยโดนอ้างชื่อ ยันไม่เคยรู้จัก

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายท็อป (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยจัดงานแต่งใหญ่โตที่สุดท้ายทิ้งหนี้ 3.5 ล้านบาทให้เจ้าสาวชดใช้ แม้จะเซ็นใบหย่าแต่ไม่ยอมใช้หนี้   ล่าสุด โลกอออนไลน์ต่างออกมาแฉ พฤติกรรมของนายท็อปคนนี้ โดยเพจอยากดังเดี่ยวจัดให้ v.13 ออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งพฤติกรรมของนายท็อป ที่ใช้ชีวิตหรูหรา เดินทางต่างประเทศมีเงินจำนวนมาก และยังมีการซื้อขายคอนโดหรูจำนวนหลายห้อง ซื้อรถเบนซ์ แต่สุดท้ายหลอกลวงทั้งหมด   โดยข้อความในเพจระบุว่า พฤติกรรมของนายท็อปคือ คบผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวย และขอถ่ายรูปทั้งรถหรูและเงินสด เพื่ออัพโปรไฟล์ตัวเอง ส่วนเครื่องบินส่วนตัวนั้น ภาพที่เห็นเป็นเครื่องบินส่วนตัวของบริษัทหนึ่งที่นายท็อปไปติดต่อทำธุรกิจก็ขอถ่ายรูปไว้   ด้วยท่าทางของนายท็อปที่นิ่ง สุขุม และโปรไฟล์ดี จึงทำให้หลายๆคนหลงเชื่อ ธุรกิจที่นายท็อปไปติดต่อ มีมูลค่ากว่าร้อยล้าน บางรายที่หนักสุดโดนถึง 200 ล้าน ไม่ใช่แค่สาวๆ นักธุรกิจ นักการเมืองระดับประเทศก็ตกเป็นเหยื่อของนายท็อปคนนี้ ด้วยโปรไฟล์ดีไม่พอ ยังมีการโชว์เอกสารการเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วย แต่พอตรวจไปก็ไม่พบว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้จริง   เท่านั้นไม่พอ พอเพจแฉประวัติ ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นและเล่าพฤติกรรมของนายท็อป บางคนเกือบเป็นเหยื่อเพราะนายท็อปติดต่อมาชวนทำธุรกิจ บางคนก็ถูกยืมรถไปใช้ถ่ายรูป  บางรายก็ทวงเงินทางแชทไลน์จากนายท็อป โดยตัวนายท็อปก็ตอบว่า “ถ้ามีจะรีบจัดการให้ ตอนนี้แม้แต่บ้านก็ไม่มีอยู่ ข้าวก็ไม่มีกิน ตังก็ไม่มี”   นอกจากนี้ยังพบว่า นายท็อป มีบัตรคณะทำงานของรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2555 เป็นบัตร สร.3-6 ระบุว่าเป็นคณะทำงาน ตำแหน่งเสขานุการ   พฤติกรรมของนายท็อปไม่ธรรมดา อ้างเป็นที่ปรึกษาทักษิณ ชินวัตร หลอกผู้เสียหายหลายราย บางรายแจ้งความบางรายไม่แจ้งความเพราะอาย ล่าสุดพบมีอาชีพขายเห็ดตามตลาดนัดเร่ขาย ย่านลำลูกกา โกงเงินค่าซื้อเห็ดจากเจ้าของฟาร์ม 5หมื่นบาท เคยหลอกซื้อคอนโดหรูหลายห้องมูลค่าหลายร้อยล้าน หลอกซื้อรถหรูราค 16 ล้าน ล่าสุดหลอกสาวแต่งงานเชิดหนี้ไม่จ่ายค่าจัดงาน 3.5 ล้าน   ทั้งนี้นายท็อปมีประวัติ พักอาศัยที่บ้านแห่งหนึ่งในซอย สุขุมวิท 74 ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักพบว่า นายท็อปขายไปแล้ว สภาพบ้านเป็นตึกแถวกึ่งไม้กึ่งปูน 2ชั้น สภาพทรุดโทรม สอบถามชาวบ้านระบุว่า นายท็อปและแม่เคยอาศัยที่บ้านหลังนี้จริงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว   เพื่อนบ้านเล่าว่า ช่วงที่นายท็อปอาศัยที่บ้านหลังนี้กับแม่ทำอาชีพเป็นช่างเสริมสวย แต่จะแต่งตัวเหมือนผู้ดี ชาวบ้านบางคนก็เรียกคุณนาย บางคนก็เรียกคุณแม่ นิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน นายท็อปดูเป็นคนมีฐานะ แต่งตัวดีใส่สูทผูกไท ขับรถหรูเปิดประทุนมาประจำ และมีสาวๆควงมาด้วยไม่ซ้ำหน้า สาวที่มาสวยเหมือนดารา   พฤติกรรมของนายท็อป หากเห็นแค่ภายนอกจะรู้เลยว่านี่คือเสี่ยมีฐานะร่ำรวย แม่ก็ขับรถเบนซ์ แต่พวกตนเห็นสภาพบ้าน ก็งง คนรวยมาอยู่แบบนี้ ตอนนี้รู้ข่าวพฤติกรรมของนายท็อป ก็ตกใจและขำ ว่านี่เหรอคือเสี่ยหมื่นล้าน ตั้งแต่นายท็อปย้ายไป มีทั้งตำรวจและผู้เสียหาย ทยอยมาที่บ้านหลังนี้จำนวนมาก มาตามหานายท๊อปและแม่แต่ก็ไม่เจอ   สำหรับพริตตี้สาว เจ้าสาวที่ถูกนายท็อปหลอกแต่งงาน ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อนายท็อปได้ แม้ว่าที่ผ่านมานายท็อปจะยอมเซ็นใบหย่าและสลักหลังว่าจะชดใช้หนี้สินทั้งหมด 3.5 ล้านบาท แต่ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้ตอนนี้นางสาวดาก็เดือดร้อนและวอนให้นายท็อปออกมารับผิดชอบ เพราะตอนนี้ลำบากมาก ต้องย้ายออกจากห้องที่นายท็อปเคยเช่า บางวันต้องไปนอนที่บ้านเพื่อน หรือนอนในรถ   ด้านแม่ของพริตตี้สาวได้โทรหาแม่นายท็อป บอกว่า เพิ่งรู้ข่าวจากสื่อได้ 2 วัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าท็อปอยู่ไหน ปกติก็ไม่ได้ติดต่อแม่ พอแม่รู้ข่าวก็ติดต่อท็อปไม่ได้ ก่อนหน้านี้แม่ก็ทักแล้วว่า ทำไมแต่งงานกันเร็วจัง รู้จักกับแม่วันเดียวก็แต่งงานแล้ว แม่ไม่สบายก็มารับแม่ไปงานแต่ง   ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ซึ่งถูกพาดพิงว่านายท็อปเคยมาทำงานในคณะ ในช่วงดำรงตำแหน่งรองเลขารัฐมนตรีเมื่อ 7 ปีที่แล้วนั้น ยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับคน คนนี้มาก่อนเลย และไม่เคยเห็นหน้าด้วย เตรียมที่จะไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะเสี่ยกำมะลอรายนี้ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3D-ZHabkaC8

 10,018
สังคม
04 ต.ค. 62

เพื่อนบ้านแฉเสี่ยกำมะลอ ทำตัวรวยขับรถหรู ควงหญิงไม่ซ้ำหน้า ส.ส.เพื่อไทยโดนอ้างชื่อ ยันไม่เคยรู้จัก

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายท็อป (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยจัดงานแต่งใหญ่โตที่สุดท้ายทิ้งหนี้ 3.5 ล้านบาทให้เจ้าสาวชดใช้ แม้จะเซ็นใบหย่าแต่ไม่ยอมใช้หนี้   ล่าสุด โลกอออนไลน์ต่างออกมาแฉ พฤติกรรมของนายท็อปคนนี้ โดยเพจอยากดังเดี่ยวจัดให้ v.13 ออกมาเปิดเผยข้อมูลทั้งพฤติกรรมของนายท็อป ที่ใช้ชีวิตหรูหรา เดินทางต่างประเทศมีเงินจำนวนมาก และยังมีการซื้อขายคอนโดหรูจำนวนหลายห้อง ซื้อรถเบนซ์ แต่สุดท้ายหลอกลวงทั้งหมด   โดยข้อความในเพจระบุว่า พฤติกรรมของนายท็อปคือ คบผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวย และขอถ่ายรูปทั้งรถหรูและเงินสด เพื่ออัพโปรไฟล์ตัวเอง ส่วนเครื่องบินส่วนตัวนั้น ภาพที่เห็นเป็นเครื่องบินส่วนตัวของบริษัทหนึ่งที่นายท็อปไปติดต่อทำธุรกิจก็ขอถ่ายรูปไว้   ด้วยท่าทางของนายท็อปที่นิ่ง สุขุม และโปรไฟล์ดี จึงทำให้หลายๆคนหลงเชื่อ ธุรกิจที่นายท็อปไปติดต่อ มีมูลค่ากว่าร้อยล้าน บางรายที่หนักสุดโดนถึง 200 ล้าน ไม่ใช่แค่สาวๆ นักธุรกิจ นักการเมืองระดับประเทศก็ตกเป็นเหยื่อของนายท็อปคนนี้ ด้วยโปรไฟล์ดีไม่พอ ยังมีการโชว์เอกสารการเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วย แต่พอตรวจไปก็ไม่พบว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้จริง   เท่านั้นไม่พอ พอเพจแฉประวัติ ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นและเล่าพฤติกรรมของนายท็อป บางคนเกือบเป็นเหยื่อเพราะนายท็อปติดต่อมาชวนทำธุรกิจ บางคนก็ถูกยืมรถไปใช้ถ่ายรูป  บางรายก็ทวงเงินทางแชทไลน์จากนายท็อป โดยตัวนายท็อปก็ตอบว่า “ถ้ามีจะรีบจัดการให้ ตอนนี้แม้แต่บ้านก็ไม่มีอยู่ ข้าวก็ไม่มีกิน ตังก็ไม่มี”   นอกจากนี้ยังพบว่า นายท็อป มีบัตรคณะทำงานของรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2555 เป็นบัตร สร.3-6 ระบุว่าเป็นคณะทำงาน ตำแหน่งเสขานุการ   พฤติกรรมของนายท็อปไม่ธรรมดา อ้างเป็นที่ปรึกษาทักษิณ ชินวัตร หลอกผู้เสียหายหลายราย บางรายแจ้งความบางรายไม่แจ้งความเพราะอาย ล่าสุดพบมีอาชีพขายเห็ดตามตลาดนัดเร่ขาย ย่านลำลูกกา โกงเงินค่าซื้อเห็ดจากเจ้าของฟาร์ม 5หมื่นบาท เคยหลอกซื้อคอนโดหรูหลายห้องมูลค่าหลายร้อยล้าน หลอกซื้อรถหรูราค 16 ล้าน ล่าสุดหลอกสาวแต่งงานเชิดหนี้ไม่จ่ายค่าจัดงาน 3.5 ล้าน   ทั้งนี้นายท็อปมีประวัติ พักอาศัยที่บ้านแห่งหนึ่งในซอย สุขุมวิท 74 ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักพบว่า นายท็อปขายไปแล้ว สภาพบ้านเป็นตึกแถวกึ่งไม้กึ่งปูน 2ชั้น สภาพทรุดโทรม สอบถามชาวบ้านระบุว่า นายท็อปและแม่เคยอาศัยที่บ้านหลังนี้จริงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว   เพื่อนบ้านเล่าว่า ช่วงที่นายท็อปอาศัยที่บ้านหลังนี้กับแม่ทำอาชีพเป็นช่างเสริมสวย แต่จะแต่งตัวเหมือนผู้ดี ชาวบ้านบางคนก็เรียกคุณนาย บางคนก็เรียกคุณแม่ นิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้าน นายท็อปดูเป็นคนมีฐานะ แต่งตัวดีใส่สูทผูกไท ขับรถหรูเปิดประทุนมาประจำ และมีสาวๆควงมาด้วยไม่ซ้ำหน้า สาวที่มาสวยเหมือนดารา   พฤติกรรมของนายท็อป หากเห็นแค่ภายนอกจะรู้เลยว่านี่คือเสี่ยมีฐานะร่ำรวย แม่ก็ขับรถเบนซ์ แต่พวกตนเห็นสภาพบ้าน ก็งง คนรวยมาอยู่แบบนี้ ตอนนี้รู้ข่าวพฤติกรรมของนายท็อป ก็ตกใจและขำ ว่านี่เหรอคือเสี่ยหมื่นล้าน ตั้งแต่นายท็อปย้ายไป มีทั้งตำรวจและผู้เสียหาย ทยอยมาที่บ้านหลังนี้จำนวนมาก มาตามหานายท๊อปและแม่แต่ก็ไม่เจอ   สำหรับพริตตี้สาว เจ้าสาวที่ถูกนายท็อปหลอกแต่งงาน ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อนายท็อปได้ แม้ว่าที่ผ่านมานายท็อปจะยอมเซ็นใบหย่าและสลักหลังว่าจะชดใช้หนี้สินทั้งหมด 3.5 ล้านบาท แต่ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้ตอนนี้นางสาวดาก็เดือดร้อนและวอนให้นายท็อปออกมารับผิดชอบ เพราะตอนนี้ลำบากมาก ต้องย้ายออกจากห้องที่นายท็อปเคยเช่า บางวันต้องไปนอนที่บ้านเพื่อน หรือนอนในรถ   ด้านแม่ของพริตตี้สาวได้โทรหาแม่นายท็อป บอกว่า เพิ่งรู้ข่าวจากสื่อได้ 2 วัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าท็อปอยู่ไหน ปกติก็ไม่ได้ติดต่อแม่ พอแม่รู้ข่าวก็ติดต่อท็อปไม่ได้ ก่อนหน้านี้แม่ก็ทักแล้วว่า ทำไมแต่งงานกันเร็วจัง รู้จักกับแม่วันเดียวก็แต่งงานแล้ว แม่ไม่สบายก็มารับแม่ไปงานแต่ง   ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ซึ่งถูกพาดพิงว่านายท็อปเคยมาทำงานในคณะ ในช่วงดำรงตำแหน่งรองเลขารัฐมนตรีเมื่อ 7 ปีที่แล้วนั้น ยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับคน คนนี้มาก่อนเลย และไม่เคยเห็นหน้าด้วย เตรียมที่จะไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะเสี่ยกำมะลอรายนี้ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3D-ZHabkaC8

 10,018

Top