ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขับรถปาดหน้า"

สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 62

หนุ่มขับเก๋งชน จยย.ล้มคว่ำดับ 2 ก่อนลงมากระทืบซ้ำ ฉุนขับรถปาดหน้า ยังปฏิเสธอ้าง จยย.มาชนแล้วล้มเอง

เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) เป็นอุบัติเหตุรถเก๋งชน รถจักรยายนต์ มีผู้เสียชีวิต 2 คน บริเวณหน้าโรงพยาบาลภูมิพล ถนนพหลโยธิน ทำให้นายศิวะ สิงหะภูกาม และนายชัยวัฒน์ สังข์เผือก เสียชีวิต แต่เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา เพราะมีพยานเห็นว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุ มีชายฉกรรจ์ลงมาเตะที่ร่างผู้เสียชีวิต 2-3 ครั้ง ในขณะที่ร่างผู้เสียชีวิตแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนน   ทาง ตร.สน.สายไหมได้เชิญตัว นายชนินทร์ สุดนิมิตร คนขับรถเก๋งมาสด้าสีดำ มาสอบปากคำ หลังจากที่มีผู้เห็นเหตุการณ์ว่า เป็นผู้ขับรถชนรถจักรยานยนต์ และมีแผ่นป้ายทะเบียนรถตกอยู่ในที่เกิดเหตุ   โดยนายชนินทร์เล่าว่า ตนกำลังเดินทางกลับบ้านพัก ขับรถมาคนเดียวแต่ พอถึงจุดเกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับมาปาดหน้า จึงพยายามเบี่ยงหลบ แต่เฉี่ยวชนจนรถของผู้เสียชีวิตทั้งคนขับคนซ้อนกระเด็นไปถูกรถอีกฝั่งหนึ่ง   ขณะนั้นลงไปตรวจสอบแล้ว แต่เห็นว่ามีรถจักรยานยนต์อีก 2 คันขับตามมา และลงมาทำร้าย พร้อมยื้อแย่งเอาถุงพลาสติกลักษณะเป็นก้อนไปจากคนตาย ด้วยความตกใจจึงไม่ได้อยู่รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขับรถกลับบ้านไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไป ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ทำร้ายหรือขับไล่ตามรถของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน   แต่เรื่องนี้คำให้การของนายชนิน ตรงกันข้ามกับ หลักฐานที่ตำรวจมี โดย พ.ต.ท.ธนู สุขเสริม รอง ผกก.สน.สายไหม กล่าวว่า จากหลักฐานและการสอบปากคำยืนยันว่า รถที่เกิดเหตุนั้น มีเพียง 4 คัน คือ รถเก๋งของนายชนินทร์ ชนกับรถ จยย.ผู้ตาย และรถกระเด็นไปชนกับรถแท็กซี่และรถกระบะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่มีรถจยย. ตามมากระทืบ หรือมาแย่งของจากคนตาย ตามคำกล่าวอ้าง   ซึ่งเรื่องนี้ ตำรวจมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่เห็นว่ามีชายลงมาจากรถ และเตะที่ร่างคนตาย 2-3 ครั้ง และกลับขึ้นรถไป โดยนายชนินทร์เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนอีก 1 คน   จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าทั้งรถเก๋งและคนตาย ขับรถปาดกันไปมาจากถนนเทพารักษ์-สายไหมตัดใหม่ ยาวมาจนถึงถนนพหลโยธิน มีการเฉี่ยวชนกัน จนสุดท้ายก็พุ่งชนจนเสียชีวิต ระยะทางตั้งแต่เริ่มขับรถปาดหน้ากันจนถึงที่เกิดเหตุ เป็นระยะทางไกลกว่า 5 กิโลเมตรระหว่างทางก็ไล่บี้ชนกันปาดกันไปมา จนสุดท้ายก็พุ่งชนบนถนนพหลโยธิน   แม้ว่าคนขับรถเก๋งจะให้การปฏิเสธ แต่ตร.มีหลักฐานแน่นหนา เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนข้อหาอื่นๆยู่ระหว่างการพิจรณา   ขณะที่พ่อของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเล่าว่า ทั้งสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง หรือทะเลาะกับใครมาก่อน วันเกิดเหตุก็ไม่รู้ว่าลูกออกมาทำอะไร และไม่เคยรู้จักกับคนขับรถเก๋ง รถที่นำมาใช้ก็เป็นรถสภาพเดิมไม่ได้มีการแต่งแข่งซิ่ง หากจะมีปัญหาก็น่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุหรือการขับรถปาดหน้ากัน ซึ่งหากเป็นอุบัติเหตุก็ไม่ได้ติดใจ แต่ที่รับไม่ได้คือ พฤติกรรมของคนที่ลงมากระทืบลูกตน ถือว่าแย่มาก ทำกับคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NgYrbKHDcQg

 6,960
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ธ.ค. 61

ทหารอากาศหัวร้อน ถือท่อนเหล็กทุบกระจกเก๋ง เหตุฉุนโดนปาดหน้า ตามด่าพลเมืองดีมีกล้องหน้ารถ "เสือกอะไร!"

กรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์ชายคนหนึ่งเป็นภาพชายไทยตัดผมสั้น สวมเสื้อกั๊กคล้าย หน่วยงานราชการ ได้ใช้ของแข็งทุบกระจกรถยนต์เก๋งคันหนึ่งบนถนนจนได้รับความเสียหาย โดยไม่ทราบสาเหตุก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในโลกโซเซียล โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เวลาประมาณ 07.14 น. บนถนนพหลโยธิน ก่อนถึงแยกพลาธิการ ประมาณ 200 เมตร   ตำรวจ สน.สายไหม ได้ทำการตรวจสอบคลิปดังกล่าวสืบทราบว่ารถคันที่ถูกชายรายนี้ใช้เหล็กทุบนั้นเป็นรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ ทะเบียน ญท 8930 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายถาวร การสุภาพ อายุ 43 ปี เป็นผู้ขับขี่ เมื่อวานนี้ผู้เสียหายเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อแจ้งความดำเนินคดี โดยความเสียหายของรถยนต์เก๋งในเบื้องต้นพบว่ากระจกรถยนต์ประตูหลังฝั่งขวาแตก 1 บาน   ส่วนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นรอยฟกช้ำบริเวณแขนขวา เนื่องจากถูกเหล็กฟาด ขณะที่พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย   นายถาวร เผยกับผู้สื่อข่าวว่าวันเกิดเหตุตนขับรถมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังจะไปรับเจ้านาย ย่านบางเขน ระหว่างนั้นรถ จยย.ของคู่กรณีขี่มาปาดหน้ารถยนต์ของตน 2 ครั้ง แล้วบีบแตรรถใส่ คิดว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ตนจึงขับรถชิดรถขอบทางแล้วโบกมือให้คู่กรณีจอดจากนั้นตนลดกระจกลงถามคู่กรณีว่า   “พี่มีอะไรหรือเปล่า” คู่กรณีตอบว่า “มึงขับรถเก่งนักเหรอ ว่าปาดหน้ากู”แล้วก็เดินมาต่อยเข้าที่ใบหน้าของตน 1 ครั้ง แล้วดึงกุญแจรถออกปาทิ้งบนถนน ตนยกมือไหว้ขอโทษแต่คู่กรณีไม่ฟัง คว้าท่อนเหล็กออกมาฟาดไม่ยั้ง ตนพยายามยกมือขึ้นป้องถูกฟาดเป็นรอยฟกช้ำ   “ในใจคิดว่าจะสู้เพราะผมเจ็บตัวแล้ว แต่พอมองหน้าและดูการแต่งตัวคล้ายกับเจ้าหน้าที่ เสื้อกั๊ก ด้านหลังปักคำว่าการ์ด จึงไม่คิดสู้เพราะไม่อยากมีเรื่องกลัวไม่ปลอดภัย ระหว่างที่เขาฟาดผมใช้มือแย่งท่อนเหล็กได้ แล้วคู่กรณีก็เอื้อมมือไปคว้ามีดพกซึ่งเหน็บอยู่ที่กางเกงขู่ว่า “แทงแม่งเลย” ยิ่งทำให้ผมไม่กล้าสู้ หลังจากก่อเหตุเสร็จคู่กรณีขี่รถหนีไป   จากนั้นมีพลเมืองเดินมาบอกว่า มีภาพนะเดี๋ยวส่งให้ ระหว่างที่คุยกันคู่กรณีขี่รถย้อนศรมาบนฟุตบาทด่าพลเมืองดีว่า มึงเสือกอะไร! ทั้งนี้อยากให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพราะตอนก่อเหตุผมขอร้องแล้วแต่คู่รณีก็ไม่ฟัง อยากให้กฎหมายช่วยผม”   สำหรับชายที่ใช้ท่อนเหล็กทุบกระจกทราบชื่อแล้ว คือ นายธนวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ทำงานอยู่แผนงานซ่อมบริภัณฑ์ กองทัพอากาศ ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังหน่วยงานต้น สังกัดแล้วให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้จากทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่นายธนวัฒน์ขับขี่ โดยกล้องหน้ารถพลเมืองดีจับภาพชัดเจน   อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) ทางต้นสังกัดของนายธนวัฒน์ ส่งตัวแทนมาพูดคุยกับผู้เสียหาย ที่โรงพักและขอทราบรายละเอียดทางคดี เพื่อแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบดำเนินการทางวินัย ทราบว่ามีการนัดหมายนายธนวัฒน์แล้วแต่ไม่รู้จะเข้าพบพนักงานสอบสวนวันไหน ฝ่ายสืบสวน ระบุสั้น ๆ ว่า ทางต้นสังกัดอยากให้ลงโทษ   ขณะที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสอบสวนให้ความ เป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ,ทำให้ผู้อื่น เกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ ,พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VmnBj2p8vSs

 12,227
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 61

รวบแล้วมือยิงคนขับรถตู้ดับ ค้นบ้านพบอาวุธ-กระสุนอื้อ สารภาพไม่รู้จักมาก่อน แค่ฉุนขับรถปาดหน้า

ปทุมธานี-จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ได้เกิดเหตุคนขับรถตู้ถูกยิงขณะกำลังขับรถอยู่บนถนนสายบางขัน-หนองเสือ บริเวณหน้าสำนักปฏิบัติธรรมพุทธชินวงศ์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยผู้ตายทราบชื่อภายหลังคือ นายสิทธิชัย ชอบธรรม อายุ 50 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่หัวไหล่ข้างขวา   ต่อมาตำรวจ สภ.คลองห้า ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบภาพวงจรปิดและพยานหลักฐานอื่นๆ จนขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุคือ นายภาสกร ภาประจง อายุ 26 ปี โดยพบว่าทั้งผู้ตายและผู้ต้องหาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คาดว่าสาเหตุมาจากการกระทบกระทั่งขณะใช้รถใช้ถนนนั้น   ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยตำรวจ สภ.คลองห้า ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวคือ  นายภาสกร ภาประจง อายุ 26 ปี พร้อมของกลางที่ยึดได้จากบ้านพักเป็นอาวุธปืนยาว 1 กระบอก, ปืนสั้น 2 กระบอก, ปืนยาวอัดลม ไม่มีทะเบียน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนชนิดต่างๆ 325 นัด รวมทั้งยังพบยาเสพติดเป็นกัญชา 142.20 กรัม และยาบ้า 47 เม็ด   เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเปิดเผยสาเหตุว่าเป็นเพราะบันดาลโทษะ เนื่องจากมีการขับปาดหน้ากันไปมากับรถของผู้ตาย   ต่อมาได้ควบคุมตัวนายภาสกร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าสำนักปฏิบัติธรรมพุทธชินวงศ์ โดยนายภาสกร บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ขับรถออกจากบ้านพักก่อนจะมาเจอกับรถผู้ตายที่แยกคลอง 9 จากนั้นมีการขับรถปาดหน้ากันประมาณ 2-3 ครั้งไล่กันมา   จนเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นรถตู้ผู้ตายขับชะลอ จึงอาศัยจังหวะขับแซงก่อนเปิดกระจกและใช้ปืนที่พกมาซึ่งบรรจุกระสุน 2 นัดยิงเข้าใส่รถตู้ของผู้ตาย โดยนัดแรกยิงไปโดนรถของคู่กรณี แต่นัดที่ 2 กระสุนไปโดนประตูรถกระบะของตนเอง จากนั้นเมื่อเห็นว่ารถเสียหลักลงข้างทาง จึงรีบขับรถหลบหนีโดยได้ทิ้งปลอกกระสุนไว้ข้างทาง ก่อนขับรถกลับบ้าน   จากการสอบสวนผู้ต้องหายอมรับว่า ไม่ได้รู้จักกับผู้ตายหรือมีเรื่องบาดหมางกันก่อนจะมาเกิดเหตุปาดหน้ากัน ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายเพราะเพียงแค่พกอาวุธปืนแล้วมีเหตุบันดาลโทษะ ก็สามารถใช้ปืนก่อเหตุยิงกันจนเสียชีวิตได้ โดยได้มีการสั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่ตั้งจุดตรวจสกัดให้เข้มข้น เพราะหากมีการพกอาวุธปืนขณะขับขี่รถแล้วเกิดใจร้อนก็อาจก่ออาชญากรรมได้โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้   ส่วนอาวุธปืนที่พบนั้น พบว่ามีทั้งมีใบอนุญาตถูกต้องซึ่งเป็นของพ่อของผู้ต้องหา ส่วนปืนของตัวผู้ต้องหาเองเป็นปืนเถื่อน ซึ่งจากการสอบปากคำทราบว่า ผู้ต้องหาชื่นชอบอาวุธปืน และมีการฝึกซ้อมยิงในสนามยิงปืนมาโดยตลอด และจากการตรวจค้นที่บ้านก็พบเป้ากระสุนปืน และที่อาวุธปืนมีการติดกล้องเล็ง ก็แสดงให้เห็นว่ามีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี   ส่วนการตรวจค้นที่บ้านพักของผู้ต้องหาแล้วพบยาเสพติดนั้น จากการสอบปากคำรับว่าเคยเสพยาเสพติดมาก่อน โดยทางตำรวจได้ส่งตัวไปตรวจสารเสพติดแล้ว หากพบก็จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติม นอกจากนี้จะได้มีการสอบปากคำเพื่อขยายผลในกระเด็นนี้เพิ่มเติมเพื่อหาตัวเอเยนต์รายใหญ่ด้วย ส่วนประวัติอาชญากรกำลังให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่าเคยก่อเหตุมาก่อนหรือไม่   ขณะที่ผู้ต้องหาบอกว่าช่วงเกิดเหตุมีลูกกระสุนเพียง 2 นัดนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจากการตรวจค้นในบ้านจะเห็นว่ามีเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดยจะได้มีการสอบสวนต่อไป ซึ่งหากการสอบสวนแล้วเสร็จจะมีการนำตัวไปฝากขังต่อศาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/eX9PKDPRQl8  

 2,401
ข่าวภูมิภาค
17 พ.ย. 61

ดาบตำรวจ ตชด.เลือดร้อน ถูกพ่อเฒ่าขี่จยย.ปาดหน้า ใช้ไม้ตีดับอนาถ ล่าสุดยังจับคนร้ายไม่ได้

สุพรรณบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหญ้าไซ รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายเสียชีวิตที่บริเวณริมถนนสาธารณะเลียบคันคลองลำห้วยกระเสียว หมู่ 14 ต.หนองโพธิ์ อ.หนองหญ้าไซ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี แพทย์โรงพยาบาลหนองหญ้าไซ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี   ที่เกิดเหตุบริเวณป่ากระถินชายคลอง ริมถนนสายดังกล่าวพบศพนายเกียรติศักดิ์ แก้วขาว อายุ 61 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีน้ำเงินนอนหงายจมกองเลือดอยู่ใกล้ดงกระถิน ตรวจสอบพบบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณกลางศีรษะมีบาดแผลกว้าง 2 ซม. ยาว 6 ซม. ลึกถึงกะโหลกศีรษะ แขนทั้ง 2 ข้างหักมีรอยช้ำอยู่ทั่วทั้ง 2 แขน ท่อนแขนซ้ายถูกตีเป็นแผลลึกลงไปถึงกระดูก ใกล้ศพพบหมวกแก๊ปสีน้ำเงินตกอยู่ 1 ใบ ห่างออกไปมีรองเท้าแตะสีน้ำเงินตกอยู่ 1 ข้าง และรองเท้าแตะสีดำไม่ทราบยี่ห้อตกอยู่ริมถนนด้านบนอีก 1 ข้าง   นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุยังพบท่อนไม้หน้าสามเปื้อนเลือดที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธหักเป็นท่อนตกอยู่ตามจุดต่าง ๆ รวม 4 อัน ที่ถนนทางแยกไปฝั่งตรงข้ามประมาณ 80 เมตรเศษ มีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ CZ-I 11 สีขาวคาดดำ ทะเบียน ขรร-300 สุพรรณบุรี จอดอยู่ที่แฮนด์คนขับด้านขวามีถุงผ้ารีไซเคิลสีขาวข้างในใส่ไข่ต้ม และกับข้าวที่มาฝากภรรยาที่บ้านด้วย   จากการสอบสวน น.ส.สายหยุด ทองไพรวรรณ อายุ 59 ปี ภรรยาผู้ตาย ให้การว่าตนกับสามีประกอบอาชีพทำไร่ปลูกหญ้าเนเปีย เพื่อนำไปเป็นอาหารให้กับวัวพันธุ์ โคขุน ฯลฯ แต่ตอนนี้ตนหัวเข่าอักเสบต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเวลาเดินไปไหนมาไหน เมื่อช่วงกลางวันผู้ตายได้พาไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลหนองหญ้าไซ จากนั้นกลับมาส่งตนที่บ้าน พร้อมกับหาข้าวหาปลาให้กินเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนที่ร้านค้าในหมู่บ้าน ซึ่งสามีก็จะดื่มสังสรรค์ที่ร้านนี้เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว   โดยปกติสามีเป็นคนสนุกสนานดื่มเหล้าเข้าไปชอบสนุกสนาน ไม่เคยสร้างปัญหาเดือดร้อนให้ใคร มีแต่คนรักไม่เคยมีเรื่องกับใคร ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงสามีทะเลาะ กับ ด.ต.เดิม กาฬภักดี (เพื่อนบ้าน) เสียงดังมาก แต่ตนไม่สามารถเดินไปดูได้ สักพักเสียงก็เงียบหายไปได้ยินเพียงเสียงรถจักรยานยนต์ขี่ออกไปจากที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากบ้านเพียง 150 เมตรเศษ กระทั่งเพื่อนบ้านมาบอกว่าสามีถูกฆ่ากลายเป็นศพแล้ว   ด้าน พ.ต.ท.คมศร ศรีสุวรรณ รอง ผกก.(สอบสวน) เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายมีนิสัยชอบดื่มเหล้า แต่เป็นคนสนุกสนานเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน ก่อนเกิดเหตุไปนั่งดื่มเหล้าที่ร้านค้าในหมู่บ้าน กระทั่งเมาได้ที่จึงได้ขี่รถกลับบ้านพัก แต่ระหว่างทางกลับมาเจอ ด.ต.เดิม กาฬภักดี อายุ 44 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ฝ่ายสนับสนุน 3 กองบังคับการสนับสนุน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบ.หมู่ 3 ฝสสน.3 บก.สสน. บช.ตชด.) บ้านเดิมอยู่บ้านเลขที่ 260 หมู่ 2 ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ที่ขี่รถวิ่งอยู่บนถนนพอดี   คาดว่าระหว่างทางที่ผู้ตายขี่รถกลับบ้านมาด้วยความเมาจึงขี่รถไม่ตรงทางเซไปเซมาปาดหน้านายดาบเลือดร้อนรายนี้ จนทำให้มีปากเสียงกัน ก่อนจะจอดรถลงชกต่อยมีการต่อสู้กันจนถึงขั้นใช้ไม้ทำร้ายร่างกายกัน แต่นายดาบเลือดร้อนรายนี้ เลือดเย็นกว่าจึงเดินไปคว้าท่อนไม้ในละแวกนั้นลงมือหวดใส่ร่างของนายเกียรติศักดิ์ แก้วขาว อย่างรุนแรงจนล้มคว่ำจมเลือดเสียชีวิตทันที หลังเกิดเหตุ ด.ต.เดิม กาฬภักดี ได้โทรศัพท์มายังเจ้าหน้าที่สื่อสารประจำห้องวิทยุสื่อสารของ สภ.หนองหญ้าไซ โดยแจ้งว่าได้ใช้ไม้ตีนายเกียรติศักดิ์ จนเสียชีวิต เนื่องจากขี่รถปาดหน้าไปมา   หลังเกิดเหตุ ด.ต.เดิม กาฬภักดี หลบหนีไปพร้อมกับ น.ส.สังคี กาฬภักดี (แฟนสาว) อายุระหว่าง 42-45 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้บ้านผู้ตาย ได้หายตัวไปล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.หนองหญ้าไซ ประสานกับ เจ้าหน้าที่ สืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี กระจายกำลังออกตามล่าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับประสานกับโรงพักใกล้เคียงเพื่อสกัดจับ เนื่องจากคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าอาจจะไปก่อเหตุกับประชาชนผู้บริสุทธิ์รายอื่นๆด้วย และคาดว่าน่าจะจับคนร้ายได้ในเร็ว ๆ นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/ZEYcPhKIyOc

 1,753
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ย. 61

คลิป จยย.หัวร้อนใช้หมวกกันน็อค ไล่ทุบรถตู้กลางถนน โมโหปมขับปาดหน้ากัน

สมุทรปราการ-ในขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังขับรถบนถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้าท่าน้ำพระสมุทรเจดีย์ เพื่อไปติดตามทำข่าว ได้พบเหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้นกลางถนน เมื่อรถยนต์ตู้โดยสาร ที่วิ่งระหว่างตลาดบางปะแก้ว – ท่าน้ำพระสมุทรเจดีย์ กำลังเลี้ยวกลับรถ โดยมีรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX สีแดง ที่มีชายใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ เป็นผู้ขับขี่ ได้ขับเลี้ยวตีคู่กันมา   ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เลี้ยวเข้าไปชนที่บริเวณล้อหน้าของรถตู้คันดังกล่าวจนล้ม ก่อนที่ชายที่ขี่รถจักรยานยนต์จะลุกขึ้นถือหมวกกันน็อก วิ่งอ้อมไปทางหน้ารถและใช้หมวกกันน็อกใบดังกล่าว ตีเข้าที่กระจกมองข้างของรถตู้ ก่อนที่จะวิ่งกลับมายกรถจักรยานยนต์ของตัวเองเข้าข้างทาง ก่อนที่รถตู้จับออกไป   แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อชายคนเดิมยังขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามหลังรถตู้คันดังกล่าวไปและพยายามปาดซ้ายปาดขวาคล้ายจะหาเรื่องคนขับรถตู้ ทั้งเลี้ยวปาดหน้าลักษณะจะหาเรื่อง โดยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้ขับไล่ตามไปจนถึงสามแยกพระสมุทรเจดีย์   ก่อนถึงไฟแดงชายคนดังกล่าวได้ถอดหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบสีดำและใช้หมวกกันน็อกใบดังกล่าวฟาดเข้าที่ไฟท้ายข้างซ้ายของรถตู้คันดังกล่าวอย่างแรง รถตู้จึงได้เลี้ยวกลับรถมาอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนที่ชายที่ขี่รถจักรยานยนต์จะเลี้ยวหนีเข้าไปในซอยห่างทางแยกเล็กน้อยหายไป   ชายที่ขับรถตู้จึงจอดรถและหยิบเอาเหล็กแป๊บที่ใช้ต่อขันล้อออกมาจากท้ายรถ และเดินเข้าไปตามหาชายคนดังกล่าวในซอยแต่ไม่พบ จึงได้ขับรถยนต์ตู้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่โรงพัก สภ.พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ พื้นที่เกิดเหตุ   นายไพศาล กลิ่นพิมล อายุ 28 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์ตู้คันดังกล่าว ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุในขณะที่ตนขับรถตู้คันดังกล่าวมาจากพระสมุทรเจดีย์ ตามถนนสุขสวัสดิ์ และกำลังจะเลี้ยวซ้าย ตอนแรกชายคนที่ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจอดจะติดไฟแดง แต่อยู่ดีๆ ชายคนดังกล่าวก็เปลี่ยนเลนเขาขี่รถเบนมาหารถของตน แต่ตนออกรถไปก่อนและชิดฝั่งขวาเพื่อที่จะยูเทิร์นรถกลับ   ชายคนดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์มาเลี้ยวยูเทิร์นตัดหน้ารถตนพร้อมทั้งทำท่ายึกยัก ตนก็ไม่ได้ว่าอะไร และเปิดกระจกฝั่งซ้ายพร้อมทั้งบอกขอโทษเพราะคิดว่าเราผิด อยู่ดีๆ เขาก็วิ่งลงมาจากรถขว้างหมวกกันน็อกใส่ตนอีก ตนจึงขับรถหนีมาจนกระทั้งถึงทางแยกวัดแค   ชายคนดังกล่าวยังตามมาใช้หมวกกันน๊อกฝาดเข้าที่กระจกมองข้างด้านซ้ายของตนอีก และพยายามจะหนีตนจึงขับรถชนของจักรยานยนต์ของเข้าจนเกือบล้ม เพราะเขาจะหนี แต่แล้วเหตุการณ์กลับไม่จบตามคลิปที่ปรากฎ ซึ่งในเบื้องต้นตนเองยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fzwtSreANu8

 1,931
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 พ.ย. 61

คลิปคนขับรถตู้ทะเลาะโชเฟอร์แท็กซี่ ปมขับปาดหน้ากันตั้งแต่วงเวียนใหญ่ สุดท้ายไม่ติดใจเอาความ

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aksiporn Natmuantip เป็นภาพคนขับรถตู้กำลังทำร้ายร่างกายคนขับรถแท็กซี่ ก่อนที่จะมีตำรวจเข้ามาแยก พร้อมระบุข้อความว่า   "เตะลุงเป็นลูกบอลเลย หน้าป้อมแท้ๆ อากาศร้อนอารมณ์คนก็ร้อน ขาดสติ" จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงการกระทำดังกล่าว   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.) ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ผกก.สน.บุคคโล ทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 พ.ย. ใกล้ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 39 ซึ่งหลังตำรวจเข้าห้ามปรามแล้ว   สอบถามพยานจากผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ทราบว่า ทั้งสองคันขับรถปาดหน้ากันไปมาตั้งแต่วงเวียนใหญ่ จนมาถึงจุดเกิดเหตุรถตู้ได้ขับปาดหน้าก่อนที่คนขับจะลงมาจากรถแล้วลงมาทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่ตามที่ปรากฎในคลิป   พ.ต.อ.ธวัชชัย กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุตำรวจได้ตักเตือนทั้งสองฝ่าย โดยทั้งคู่ต่างไม่ติดใจเอาความ ซึ่งฝ่ายคนขับรถตู้ยอมชดใช้ให้คนขับแท็กซี่ 200 บาทก่อนแยกย้าย ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/swyMMtQOd3k

 1,704
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 61

จับมือกันแล้ว! 2 ชายทะเลาะวิวาทแย่งปืนกลางถนน เหตุขับรถปาดหน้า ด้าน ตร.แจ้งข้อหาทั้งคู่

จับมือกันแล้ว! 2 ชายทะเลาะวิวาทแย่งปืนกลางถนน เหตุขับรถปาดหน้า ด้าน ตร.แจ้งข้อหาทั้งคู่   จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์คลิปเหตุทะเลาะวิวาท โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่เกิดขึ้นที่ จ.อยุธยา หลังมีอบุัติเหตุรถกระทบกระทั่งกันเรื่องขับปาดหน้า แล้วมีคู่กรณี 2 ฝ่ายลงมาชกต่อยแล้วใช้อาวุธปืนขู่ ทำให้ชายคู่กรณีต้องรีบเข้าไปคว้ามือและกดปืนไว้ ไม่ให้ชักออกมา ซึ่งชายเจ้าของปืนก็บอกให้ปล่อย    แต่คู่กรณีไม่ยอม เพราะเกรงว่าหากปล่อยมือแล้วจะถูกยิง พร้อมกับบอกให้แจ้งตำรวจ โดยชายเจ้าของปืนบอกว่าไม่ยิง แต่ให้ปล่อยก่อน กระทั่งต่างฝ่ายต่างยอมกันและปล่อยมือออก    ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก ตำรวจอยุธยา เผยว่า ผลการสอบสวนทราบว่ากรณีเหตุที่ปรากฏในคลิปเกิดจากความไม่พอใจที่ขับรถปาดหน้ากันโดยหลังจากเกิดได้สักครู่ ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างแยกย้าย ไม่ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน   ต่อมา วานนี้ (16 ต.ค.) ในเวลา 18.00 น. สถานีตำรวจภูธรวังน้อย ได้เชิญคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาพบเพื่อทำการสอบสวนและได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับคู่กรณีฝ่ายหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯและ แจ้งข้อกล่าวหาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งฐาน ‘ทำร้ายร่างกายฯ’ พร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ตามที่ปรากฏในคลิป จำนวน 1 กระบอก ไว้เป็นของกลางในคดี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แชร์ว่อน คลิปขับรถปาดหน้า ลงมาซัดกันนัว-ชักปืนขู่ อีกฝ่ายเข้าแย่งอลหม่าน ก่อนแยกย้าย  

 1,903
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 61

แชร์ว่อน คลิปขับรถปาดหน้า ลงมาซัดกันนัว-ชักปืนขู่ อีกฝ่ายเข้าแย่งอลหม่าน ก่อนแยกย้าย

เพจเฟซบุ๊ก Sbo55 โพสต์คลิปสุดเดือดที่ จ.อยุธยา หลังมีอบุัติเหตุรถกระทบกระทั่งกันเรื่องขับปาดหน้า แล้วมีคู่กรณี 2 ฝ่ายลงมาชกต่อยแล้วใช้อาวุธปืนขู่ ทำให้ชายคู่กรณีต้องรีบเข้าไปคว้ามือและกดปืนไว้ ไม่ให้ชักออกมา ซึ่งชายเจ้าของปืนก็บอกให้ปล่อย   แต่คู่กรณีไม่ยอม เพราะเกรงว่าหากปล่อยมือแล้วจะถูกยิง พร้อมกับบอกให้แจ้งตำรวจ โดยชายเจ้าของปืนบอกว่าไม่ยิง แต่ให้ปล่อยก่อน กระทั่งต่างฝ่ายต่างยอมกันและปล่อยมือออก แล้วเข้าไปเจรจากันที่โรงพัก   ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก ตำรวจอยุธยา ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า “ตามที่มีข้อมูลข่าวสารปรากฏในสื่อมวลชนและสื่อโซเชี่ยลต่างๆ ในวันนี้ กรณีที่ปรากฏคลิปวีดีโอ”ชาย 2 คนจอดรถทะเลาะวิวาทริมถนนแย่งปืนกัน" เหตุเกิดเมื่อ 16 ตค.61 เวลา 09.20 บริเวณแยกไฟแดงสี่ขวา ถนนโรจนะ ตำบลลำตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาน แล้วนั้น   ตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยาได้สั่งการให้สถานีตำรวจภูธรวังน้อย ทำการตรวจสอบกรณีคลิปที่ปรากฏดังกล่าวเนื่องจากเป็นกรณีที่สนใจของประชาชน โดยได้เร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งสามารถติดตามบุคคลคู่กรณีที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวมาทำการสอบสวน ผลการสอบสวนทราบว่ากรณีเหตุที่ปรากฏในคลิปเกิดจากความไม่พอใจที่ขับรถปาดหน้ากันโดยหลังจากเกิดได้สักครู่ ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างแยกย้าย ไม่ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน   และในเวลา 18.00 น. สถานีตำรวจภูธรวังน้อย ได้เชิญคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาพบเพื่อทำการสอบสวนและได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับคู่กรณีฝ่ายหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯและ แจ้งข้อกล่าวหาแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งฐาน "ทำร้ายร่างกายฯ" พร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ตามที่ปรากฏในคลิป จำนวน 1 กระบอก ไว้เป็นของกลางในคดี   ทั้งนี้ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มิได้นิ่งนอนใจในการดำเนินการเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายในทุกกรณี หากพี่น้องประชาชนมีข้อมูลข่าวสารการกระทำใดๆ ที่เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฏหมาย มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนหรือมีข้อมูลข่าวสาร ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรุณาแจ้งให้ตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยาทราบเพื่อจักได้ดำเนินการให้ท่านต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aRBB1MQmgCc

 2,066
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 ส.ค. 61

หนุ่มฉุนโดนบีบแตรยาว ขับเก๋งปาดหน้า-ท้าต่อยกลางทางด่วน

เฟซบุ๊ก Sombat Sak โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ เหตุการณ์ขณะขับรถเข้าทางด่วน ระหว่างนั้นก็มีรถเก๋งสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง ขับออกมาจากเลนซ้ายสุดโดยไม่เปิดไปเลี้ยว จนเกือบจะปาดหน้า ทำให้ผู้โพสต์บีบแตรลากยาวเสียงดังลั่น แล้วขับเข้าช่องอีซีพาสของทางด่วนตามปกติ   แต่แล้วจู่ๆ เก๋งคันดังกล่าวก็ขับมาปาดหน้าก่อนจะเข้าช่องอีซีพาส พร้อมกับเปิดประตูออกมาด้วยความโมโห แล้วถามผู้โพสต์ว่านักเลงหรือยังไง ซึ่งก็ได้มีการโต้เถียงกัน พร้อมกับบอกว่าเปิดไฟเลี้ยวแล้ว แต่ในคลิปไม่มีการเปิดไฟเลี้ยวแต่อย่างใด ก่อนท้าต่อยตัวต่อตัว แต่มีคนที่นั่งรถมาด้วยลงมาห้าม   หลังจากนั้นผู้โพสต์ก็ได้แจ้งตำรวจ สน.ทางด่วน 2 และระหว่างรอตำรวจ หนุ่มคู่กรณีก็ได้เดินออกมาจากรถแล้วพูดข้อมูล ชื่อจริง นามสกุลจริง ที่อยู่ของผู้โพสต์ ลักษณะเหมือนการข่มขู่ ทำให้ผู้โพสต์สงสัยเป็นอย่างมากบุคคลนี้เป็นใคร ถึงได้สามารถเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้โพสต์ออกมาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/asqSGKDJus4

 3,944
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ส.ค. 61

แท็กซี่สุดทน ลงไปต่อยเก๋งสีดำริมถนน ปมขับรถปาดหน้าไปมา

เฟซบุ๊ก Athit Tansiri โพสต์คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทลงไปชกต่อยกัน ริมถนนพุทธมณฑล สาย 6 อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยเป็นเหตุการณ์ที่คนขับแท็กซี่ที่มีผู้โดยสารอยู่ในรถ ลงไปชกต่อยกับคนขับรถเก๋งสีดำ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป คาดว่าจะเป็นสาเหตุมาจากการขับรถปาดกันไปมา โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า   "ผมเข้าใจนะครับว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ชอบแท็กซี่ ว่าขับรถไม่ดี แต่ผมอยากให้เข้าใจว่าคนขับแท็กซี่ต้องอยู่ในรถเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมง   ไหนจะต้องขับตามลูกค้าบอก เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ตกลงบางทีเลย ถอยยาวๆก็มี พอเจอรถติดมากๆก็ไม่ได้ตัง ไม่พอค่าเช่าไม่พอค่าผ่อนรถ แล้วดูนะครับการที่คุณมาหาเรื่องเค้า ยังไม่รู้เลยว่าเค้าเจออะไรมาบ้าง ต่างคนต่างตั้งใจขับเถอะอย่าให้มีอุบัติเหตุเลย แต่นี้ดูคุณตั้งใจหาเรื่อง สายนักเลงก็ต้องว่ากันไป" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r5Y814cR-Tk

 2,347
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 61

ระทึก ไล่ยิงกันย่านทุ่งครุกลางดึก เจ็บ 2 อ้างปมขับปาดหน้า แต่ค้นรถเจอยาเสพติด

สมุทรปราการ-ตำรวจ สภ.พระประแดงรับแจ้งเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาเหตุถูกยิง ภายในซอย สุขสวัสดิ์ 76 ตรวจสอบพบรถเก๋งวีออส ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ชื่อนางสาว สุมิตรา อธิธนบูรณ์ อายุ 23 ปี เจ้าของร้านคาร์แคร์ และเพื่อนชายที่นั่งหน้ารถมาด้วย เปิดประตูรถวิ่งหนีขณะรถจอดและถูกไล่ยิงเข้าที่แขนด้านขวาระยะกระชั้นชิด   จากการสอบถามคนที่นั่งมาด้วยในรถเล่าว่า นั่งรถคันดังกล่าวมาด้วยกัน 5 คน ซึ่งเป็นชายนั่งหน้า 2 และหญิงนั่งหลัง 3 เมื่อออกจากร้านคาร์แคร์ ได้ถูกรถเก๋งสีเทาดำ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับมาปาดหน้าจากนั้นก็ถูกไล่ตามจนต้องขับรถเพื่อหนีด้วยความเร็วจนกระทั่งเลี้ยวเข้าซอยประชาอุทิศ 131   ขณะกำลังข้ามสะพานได้ถูกยิง 1 นัด และจังหวะลงสะพานถูกยิงอีก 1 นัด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จนกระทั่งขับรถมาจอดบริเวณหน้าเซเว่น สุขสวัสดิ์ 76 ซอย 6/2 จากนั้นรถคนร้ายก็ขับหนีไป จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอุปกรณ์เสพยาและสารเสพติดตกหล่นที่พื้นรถจำนวนมาก   ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่ารถเก๋งคันดังกล่าวได้จอดรถและวิ่งหนีกันอย่างชุลมุน จากนั้นได้มีรถอีกคันขับติดตามมาอย่างกระชั้นชิดโดยมีชาย 3 คนลงมาจากรถเก๋งคันดังกล่าว โดยจอดที่ท้ายรถของผู้ได้รับบาดเจ็บ   จากนั้น 1 ใน 3 พูดว่าเรียกรถพยาบาลเถอะ ก่อนที่กลุ่มชายดังกล่าวได้ขับรถออกจากที่เกิดเหตุไป ตนจึงเดินมาที่รถพบหญิงสาวนอนร้องครวญครางอยู่ที่เบาะด้านหลัง ในสภาพมีเลือดออก ทั้งนี้ช่วงเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงปืนดังกล่าวคาดว่าน่าจะโดนยิงมาจากที่อื่นแล้วหลบหนีมาโดยไม่ชินเส้นทาง   อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. พระประแดงจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4cEM6LoVrmg

 4,236
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ส.ค. 61

หนุ่มซิ่งจยย.ไล่ปาดรถชาวบ้าน สุดท้ายโดน4ข้อหา แถมพ่อยังถูกตร.เรียกมาตำหนิ-ฝากให้อบรมลูกชาย

กล้องหน้ารถหนุ่มขับ จยย. ไล่ปาดรถยนต์ตามท้องถนน แถมยังตะโกนด่าทอและจอดรถจะลงไปต่อยรถ สุดท้ายถูกตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนัก คือ ขับรถประมาทหวาดเสียว ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ นอกจากนี้พ่อของผู้ก่อเหตุยังถูกตำรวจเรียกมาตำหนิให้กลับไปอบรมลูกชายอีกด้วย                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/LzOnMk31AO0

 5,730

Top