ค้นหา :

ผลการค้นหา "นักเรียน"

สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ย. 59

แพทย์ยันฮีวินิจฉัยอาการเด็ก ม.5 ปากเบี้ยว-ตาเริ่มพร่ามัว ครูยันไม่คิดทำร้ายลูกศิษย์

นครราชสีมา-จากกรณี น้องทราย นักเรียนหญิงชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ถูกครูพละปาแก้วน้ำใส่ที่บริเวณกกหูซ้ายจนกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ทำให้ใบหน้าเบี้ยว เสียโฉม และตาซ้ายหลับไม่สนิท ล่าสุด ครูพละผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ไม่ต้องการชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อน้องทรายผู้เสียหาย โดยเรื่องที่เกิดขึ้นขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งยังยืนยันว่า ตนเป็นครูที่ไม่คิดทำร้ายลูกศิษย์แน่นอน และตนมีความรักและเป็นห่วงน้องทราย ในฐานะครูกับลูกศิษย์เหมือนเดิม ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเวลาจะช่วยคลี่คลายให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ด้าน ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปความผิดของครูผู้ก่อเหตุว่ามีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรงนั้น เป็นไปตามพยานและหลักฐานที่เพื่อนร่วมชั้นเรียนและครูที่อยู่ในเหตุการณ์  เห็นตรงกันว่าครูปาแก้วไปกระทบหน้าต่างก่อนกระเด็นไปโดนหน้าของน้องทราย โดยเป็นการกระทำที่ไม่ตั้งใจ ไม่ได้ต้องการปาใส่หน้าโดยตรง แต่ตอนนี้ได้ตั้งคณะกรรมการชุดที่ 2 เพื่อสอบสวนทางวินัยครูผู้ก่อเหตุอีกครั้ง โดยจะสอบปากคำทั้งครูผู้ก่อเหตุ และน้องทราย ผู้เสียหาย ซึ่งถ้าหากผู้เสียหายมีหลักฐานยืนยันได้ว่า ครูปาแก้วใส่หน้าโดยตรงก็สามารถนำมายืนยันเพื่อนำไปสู่การพิจารณาเพิ่มโทษได้ ขณะเดียวกันทีมแพทย์โรงพยาบาลยันฮี ได้นำตัวน้องทราย ไปตรวจด้วยสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง หรือ เอ็มอาร์ไอ และตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ เพื่อหาสาเหตุอาการผิดปกติจากแรงกระทบกระเทือนถึงเส้นประสาทสมอง ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าไม่ทำงาน ปากเบี้ยว และตาปิดไม่สนิท ล่าสุดมีอาการตาพร่ามัว เพื่อทำการวินิจฉํยและวางแนวทางการรักษาต่อไป       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H4vwsJjJk2k  

 6,179
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 59

ญาติร้องขอความเป็นธรรม เด็กพิเศษถูก ผอ.ร.ร.ใน จ.อุบลราชธานี ตบบ้องหู

อุบลราชธานี-เกิดเหตุผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ทำร้ายร่างกายเด็ก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เป็นเด็กพิเศษที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ด้วยการตบบ้องหูซ้ายขวา ตบปาก ตบจมูก จนเลือดกำเดาไหล ที่บริเวณหน้าเสาธงของโรงเรียน ญาติจึงเข้าแจ้งความและร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะผู้กระทำผิดไม่เคยเข้าช่วยเหลือเลย ล่าสุด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 3 มีคำสั่งด่วนให้ผู้อำนวยโรงเรียนรายดังกล่าว มาช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 3 พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8h4xFW6g73Q  

 1,126
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 59

2 นร.เมืองชลร้อง ถูกครูใช้เท้าถีบหน้า-ไม้พลองตีจนหัก

ชลบุรี-เด็กชายวัย 12 และ 14 ปี นักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.พานทอง ร้องเรียนว่าถูกครูรายหนึ่งใช้ไม้พลองลูกเสือกระหน่ำตีจนไม้หัก เพราะไม่ยอมเก็บไม้กวาดหลังจากทำเวรแล้ว ทำให้ก้นช้ำ เมื่อผู้ปกครองทราบเรื่องจึงเดินทางไปพบครูรายดังกล่าว ซึ่งครูบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง เมื่อขอร้องให้ย้ายออกจากโรงเรียน ครูก็รับปากเป็นอย่างดี แต่ไม่ยอมปฏิบัติตามแต่อย่างใด จึงพาเด็กชายที่ถูกตีย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น เพราะอับอายเพื่อนๆ ส่วนเด็กชายอีกคนนั้น ร้องเรียนว่าถูกครูใช้เท้าถีบที่ใบหน้าด้านซ้าย เมื่อเพื่อนไปแกล้งเด็กอีกคนจนร้องไห้ และได้ไปฟ้องครู ครูจึงลงโทษโดยใช้เท้าถีบเข้าที่ใบหน้าทั้งที่ตนไม่ได้เป็นคนผิด จึงไปบอกผู้ปกครอง และเดินทางไปพบรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน และแจ้งให้ทหารเข้ามาตรวจสอบ แต่เรื่องก็เงียบ ทางโรงเรียนไม่ได้มีการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้แต่อย่างใด จึงมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tUd0oPSy1PI  

 1,937
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ย. 59

รถติดหนึบ แนะเลี่ยงเส้นทางรอบธรรมศาสตร์รังสิต หลังจัดสอบ tu star

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดรถติดหนักบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เนื่องจากมีจัดสอบ TU STAR  มีผู้เข้าสอบกว่า 17,000 คน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 ด้านเจ้าหน้าที่แนะประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางและเผื่อเวลาในการเดินทาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9ttLRhaUXLg

 2,808
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ย. 59

คนร้ายประกบยิงช่างกลปทุมวันดับย่านเสรีไทย ตร.คาดฝีมือคู่อริ

เกิดเหตุคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ประกบยิง นายชูชาติ มาตรา อายุ 18 ปี นักศึกษาช่างกลปทุมวัน สาขาช่างไฟฟ้า ชั้นปี 1 เสียชีวิต ริมถนนเสรีไทยขาเข้า มุ่งหน้าแยกนิด้า    จากการสอบสวนแม่ของผู้เสียชีวิตให้การว่า ปกติลูกชายจะตื่นนอนตั้งแต่เวลา 05.30 น. และขี่รถจักรยานยนต์ไปรับญาติที่เรียนที่เดียวกัน ก่อนไปจอดรถเอาไว้ที่ห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ แล้วนั่งเรือไปเรียน แต่วันนี้ก่อนเกิดเหตุลูกชายไม่ได้ไปรับญาติ จึงได้ใช้เส้นทางถนนเสรีไทย ซึ่งจะถึงเร็วกว่าใช้เส้นทางเดิม จนกระทั่งถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ปกติลูกชายเป็นคนเงียบๆ มีอะไรไม่ค่อยบอก แต่เป็นคนตั้งใจเรียน   ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า คนร้าย 2 คน สวมเสื้อแขนยาวสีดำ ขับรถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนประกบยิง คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มอริต่างสถาบัน เนื่องจากเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มนักเรียนช่างกลปทุมวัน ซึ่งเป็นสถาบันเดียวกับผู้เสียชีวิต ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน เสียชีวิต 1 คน เหตุเกิดใต้ถนนมอเตอร์เวย์ช่วงสะพานข้ามถนนเสรีไทย อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนว่ามีความเชื่อมโยงว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันหรือไม่       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q4w-cjIl3fY    

 1,995
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ย. 59

นร.หญิง ม.5 ถูกครูพละปาแก้วใส่ปากเบี้ยวเล็งย้ายที่เรียน หลังผลสอบชี้ผิดวินัยไม่ร้ายแรง

จากกรณีที่ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี  จ.นครราชสีมา ถูกนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูวิชาพละศึกษาปาถ้วยแก้วถูกกกหูด้านซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยว ตาซ้ายปิดไม่สนิท ซึ่งล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 ได้มีคำสั่งย้ายครูพละศึกษาที่ก่อเหตุ ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนาจนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น นั้น   ล่าสุด นายชูเกียรติ วิเศษเสนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 เปิดเผยถึงผลการดำเนินการสอบสวนความผิดทางวินัยของครูพละที่ก่อเหตุว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มี นายสมัคร ไวยขุนทด ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา เป็นประธานกรรมการสอบสวน พร้อมด้วยกรรมการสอบสวนรวม 3 คน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และเชื่อว่านายไพฑูรย์ได้โยนแก้วน้ำใส่กลุ่มเด็กนักเรียนจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะโยนไปถูกตัวน้องทราย ซึ่งพยานที่เป็นเพื่อนเด็กนักเรียนในห้องหลายคนยืนยันว่า แก้วน้ำที่นายไพฑูรย์โยนไปถูกขอบผนังหน้าต่าง ก่อนจะกระเด็นไปถูกศีรษะของน้องทราย เบื้องต้นคณะกรรมการสอบสวนวินัยสรุปว่า นายไพฑูรย์มีความผิดตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 94 ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน มิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว แต่เป็นความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง      โดยหลังจากนี้คณะกรรมการสอบสวนวินัยของสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 จะนำผลสรุปเบื้องต้นส่งไปให้กับทาง ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยสามัคคี เพื่อดำเนินการตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษความผิดทางวินัย ซึ่งบทลงโทษความผิดวินัยไม่ร้ายแรง จะมีโทษตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ไปจนถึงลดขั้นเงินเดือน โดยให้สรุปผลการพิจารณาโทษให้ทางต้นสังกัดรับทราบภายใน 15 วัน อย่างไรก็ตามขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 ยังคงมีคำสั่งย้ายให้นายไพฑูรย์ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนาต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะทางต้นสังกัดต้องพิจารณาเรื่องผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกครั้ง ถึงจะมีคำสั่งแน่ชัดว่าจะสั่งย้ายขาดนายไพฑูรย์ไปอยู่ที่โรงเรียนอื่น หรือจะให้ย้ายกลับไปทำงานตามเดิม   ด้านน้องทราย เปิดเผยหลังทราบผลสอบสวนว่า ตนไม่ได้มีความรู้สึกอะไร และตนก็ยังยืนยันในเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า นายไพฑูรย์ตั้งใจปาแก้วน้ำมาโดนตนจริง อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนกำลังปรึกษากับครอบครัวถึงเรื่องการย้ายสถานศึกษาไปเรียนยังโรงเรียนอื่น เพราะหากให้ตนกลับไปเรียนที่โรงเรียนเรียนเดิมคงเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก     ขณะที่ครูพละผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.โชคชัย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทางพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวไป เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นข้าราชการครู มีความน่าเชื่อถือ และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์จะสามารถสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KbYcHVQQCzk  

 9,569
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.ย. 59

โลกออนไลน์แชร์ภาพ นร.ขอนแก่นนั่งบนหลังคารถรับส่งสุดหวาดเสียว หวั่นเกิดอันตราย

ขอนแก่น-โลกโซเชียลแห่แชร์ภาพนักเรียนขึ้นไปนั่งบนหลังคารถรับส่งนักเรียนอย่างน่าหวาดเสียว จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความปลอดภัย เมื่อไปสอบถาม รองผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าว่า ทางโรงเรียนไม่มีรถรับส่งนักเรียนเป็นของตนเอง รถที่มารับส่งนักเรียนไปกลับระหว่างบ้านกับโรงเรียนเป็นรถโดยสารประจำหมู่บ้านที่ผู้ปกครองได้ว่าจ้างให้มารับส่งบุตรหลาน ซึ่งที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้มีการกำชับกับนักเรียนตลอดว่า ห้ามนั่งรถโดยสารในลักษณะห้อยโหน หรือขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังคาเพราะอันตราย พร้อมกับให้ครูเฝ้าดูแลขณะนักเรียนขึ้นรถกลับบ้านเพื่อความเรียบร้อย แต่หลังจากพ้นเขตรั้วโรงเรียนไปแล้ว นักเรียนอาจจะปีนขึ้นบนหลังคาโดยที่ครูไม่เห็น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางโรงเรียนจะเรียกประชุมผู้ประกอบการรถโดยสาร พนักงานขับรถและตำรวจ สภ.โนนศิลา เพื่อวางแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยให้มากขึ้น อีกทั้งให้คณะครูกำชับตักเตือนนักเรียน ให้นั่งรถโดยสารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1nbd7iieYTw  

 2,275
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.ย. 59

ยกนิ้วให้! เด็ก ร.ร.บ้านบาก จ.อุบลฯ คว้ารองแชมป์รักบี้ระดับประเทศ แม้มีรองเท้าไม่ครบทีม

อุบลราชธานี-ชาวเน็ตแชร์ภาพประทับใจ ทีมรักบี้โรงเรียนบ้านบาก ลงแข่งรักบี้ชิงแชมป์เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ทั้งที่รองเท้ายังมีกันไม่ครบ ต้องสลับกันใส่เวลาลงสนามไปแข่งขัน ทำให้ชนะใจคนดูทั้งสนาม    ทั้งนี้ ครูผู้ฝึกสอนทีมดังกล่าว เล่าว่า พาเด็กๆ ชั้น ป.6 ไปแข่งที่ จ.ปทุมธานี โดยพาไปพักในบริษัทที่รู้จัก เพราะไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะพักที่โรงแรม โดยเด็กๆ พึ่งหัดเล่นรักบี้ได้ 3 เดือน พบว่ามีความสามารถจึงพามาแข่งขัน และยอมรับว่าผู้ปกครองของเด็กๆ เป็นเกษตรกรและรับจ้างทั่วไป จึงไม่มีงบเพียงพอที่จะซื้อรองเท้าฟุตบอลดีๆให้บุตรหลานได้ โดยวันที่ไปแข่งเด็กๆ มีรองเท้าไม่ครบทุกคน เมื่อลงแข่งก็ยืมรองเท้าเพื่อนที่หลวม เมื่อวิ่งรองเท้าก็หลุดลอย บางคนรองเท้าก็ขาด ปัจจุบันโรงเรียนก็มีอุปกรณ์กีฬาไม่มากนัก พร้อมยืนยันจะส่งเสริมให้เด็กๆ เล่นกีฬาและลงแข่งต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B5PLt1vLQY4

 4,932
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ย. 59

เด็ก ม.5 ถูกปาแก้วใส่ปากเบี้ยว เล็งย้ายที่เรียน ตร.ออกหมายเรียกครูพละรับทราบข้อกล่าวหา

นครราชสีมา-จากกรณี น้องทราย นักเรียนหญิงชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ถูกครูพละปาแก้วน้ำใส่ที่บริเวณกกหูซ้ายจนกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ทำให้ใบหน้าเบี้ยว เสียโฉม และตาซ้ายหลับไม่สนิท โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 ได้มีคำสั่งย้ายครูผู้ก่อเหตุ ให้ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บนั้น ล่าสุด น้องทราย นักเรียนผู้ประสบเหตุ พร้อมด้วยครอบครัว ได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเข้าให้ปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ โดยน้องทรายยังคงยืนยันว่า ครูผู้ก่อเหตุตั้งใจปาแก้วไปถูกศีรษะของตนโดยตรง และยังเปิดเผยว่า ปลายเดือนนี้จะมีการสอบปลายภาคเรียนที่ 1 ซึ่งตนได้ยื่นเรื่องไปยังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขอทำการสอบนอกสถานที่แล้ว พร้อมกันนี้กำลังหารือกับผู้ปกครองเพื่อขอย้ายสถานศึกษาไปศึกษาต่อที่อื่น เบื้องต้นคิดว่าอาจจะเป็นสถานศึกษาภายใน อ.หนองบุญมาก เพราะอยู่ใกล้กับบ้านพัก หรือไม่ก็จะย้ายไปศึกษาที่สถานศึกษาภายในตัวเมืองนครราชสีมา ทั้งนี้ ในส่วนเรื่องของการเรียกร้องค่าเสียหายจากครูผู้ก่อเหตุ คงต้องปรึกษากับครอบครัว และทนายความอีกครั้ง ขณะที่ความคืบหน้าการสอบสวนความผิดทางวินัยของนายไพฑูรย์ครูที่ก่อเหตุนั้น คณะกรรมการสอบสวนที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 แต่งตั้งขึ้น เตรียมสรุปผลการสอบสวนเรื่องดังกล่าว คาดว่าภายในวันนี้ (16 ก.ย.) จะทราบผล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nSq6iHrEUU8  

 4,908
ข่าวภูมิภาค
15 ก.ย. 59

เด็กนักเรียนสาวที่บาดเจ็บถูกครูปาแก้วใส่เข้าให้ปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ เจ้าตัวเผยกำลังหารือย้ายไปศึกษาที่อื่น

      จากกรณีที่นางสาวนฤดี จอดสันเทียะ หรือน้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี  จังหวัดนครราชสีมา ถูกนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูวิชาพละศึกษาของโรงเรียนขว้างปาถ้วยแก้วถูกกกหูด้านซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยว ตาซ้ายปิดไม่สนิท ซึ่งล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 ได้มีคำสั่งย้ายนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูพละศึกษาที่ก่อเหตุ ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้นนั้น        ล่าสุด เวลา 13.30 น. นางสาวนฤดี จอดสันเทียะ หรือน้องทราย อายุ 17 ปี พร้อมด้วยครอบครัว ได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโดยรถตู้ของสถานีตำรวจภูธรโชคชัย โดยเดินทางไปพร้อมกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อเข้าให้ปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา ในคดีที่น้องทรายถูกนายไพฑูรย์ทำร้ายร่างกายด้วยการขว้างแก้วน้ำถูกศีรษะจนได้รับบาดเจ็บ โดยน้องทรายยังคงยืนยันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าถูกนายไพฑูรย์ตั้งใจปาแก้วไปถูกศีรษะโดยตรง อย่างไรก็ตามน้องทรายเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังปรึกษากับครอบครัวเรื่องการขอย้ายไปศึกษายังโรงเรียนอื่น ส่วนเรื่องของการเรียกร้องค่าเสียหายจากนายไพฑูรย์คงต้องปรึกษากับทางครอบครัว และทางทนายความอีกครั้ง        ขณะที่ความคืบหน้าการสอบสวนความผิดทางวินัยของนายไพฑูรย์ครูที่ก่อเหตุนั้น คณะกรรมการสอบสวนที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 แต่งตั้งขึ้น เตรียมสรุปผลการสอบสวนเรื่องดังกล่าว คาดว่าภายในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ย.) จะทราบผล 

 11,138
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ย. 59

เพื่อนจำลองเหตุการณ์ ชี้ครูไม่ได้เจตนาขว้างแก้วใส่ นร.ม.5 ปากเบี้ยว รพ.ยันฮีเตรียมรักษาให้ฟรี

นครราชสีมา-จากกรณี น้องทราย นักเรียนหญิงชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ถูกครูพละศึกษาปาแก้วน้ำใส่ที่บริเวณกกหูซ้ายจนกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ทำให้ใบหน้าเบี้ยว เสียโฉม และตาซ้ายหลับไม่สนิท ซึ่งต่อมาผู้อำนวยการโรงเรียนได้ออกมาชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ ครูพละคนดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาปาแก้วไปโดนเด็กนักเรียน เพียงแค่ต้องการปาแก้วไปที่กำแพงเพื่อปราบเด็กให้อยู่ในระเบียบ แต่แก้วดันกระเด็นไปถูกเด็กจนได้รับบาดเจ็บนั้น ล่าสุด สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับครูผู้ก่อเหตุแล้ว โดยได้สอบสวนครูผู้ก่อเหตุ เพื่อนครู และนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยมีการจำลองเหตุการณ์ ซึ่งเพื่อนนักเรียนยืนยันว่าครูไม่มีเจตนาปาแก้วเจาะจงใส่น้องทราย เป็นการปาใส่กำแพงแล้วกระเด็นไปโดนหน้าอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะสรุปผลการสอบสวนภายใน 3 วัน ซึ่งผลการพิจารณาโทษทางวินัยขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน และดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาว่าจะสั่งการลงโทษสถานใด ทั้งนี้ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 ได้มีคำสั่งย้ายครูผู้ก่อเหตุ ให้ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น   นอกจากนี้ในด้านคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ครูผู้ก่อเหตุเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บแล้ว และหากผลการวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางตำรวจจะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พาน้องทราย นักเรียนหญิงชั้น ม.5 ไปพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจอาการในเบื้องต้น โดยแพทย์ดูจากรูปหน้าเบี้ยว ด้านซ้ายเส้นประสาทถูกกระทบอยู่ ดูภายนอก ที่ว่าด้านขาวเบี้ยวไม่ได้เบี้ยว แต่เบี้ยวที่ด้านซ้าย กล้ามเนื้อแก้มไม่ทำงาน กล้ามเนื้อมุมปากไม่ทำงาน เวลายิ้มกล้ามเนื้อไม่ขยับ กล้ามเนื้อตรงหนังตาไม่ทำงานไม่สามารถปิดลงมาได้ เพราะฉะนั้นเส้นประสาทใบหน้าที่ไปเลี้ยง 5 สาย ด้านซ้ายถูกกระทั้งหมด ส่วนขั้นตอนการรักษา ก็ต้องขอตรวจดูว่าเส้นประสาทขาดหรือไม่ อักเสบทับหรือบวมทำให้เส้นประสาทไม่ทำงานหรือไม่ เบื้องต้นประเมินว่าน่าจะใช้เวลาในการรักษา 3-6 เดือน ทั้งนี้ โรงพยาบาลยันฮีจะรักษาให้นักเรียนคนนี้ฟรี ส่วน ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุดังกล่าว เปิดเผยว่า ครูผู้ก่อเหตุได้ยอมรับว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายร่างกายลูกศิษย์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหลังเกิดกระแสข่าวในเรื่องดังกล่าว ครูมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด และสภาพจิตใจยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยกับสื่อมวลชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ftRnHnuyZlU    

 11,795
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ย. 59

สั่งย้ายครูที่ก่อเหตุปาแก้วใส่ นร.หญิงจนปากเบี้ยวช่วยราชการที่อื่น ส่วน นร.คนอื่นยันครูไม่ได้ตั้งใจทำร้าย

จากกรณีที่นางสาวนฤดี จอดสันเทียะ หรือน้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ถูกนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูวิชาพละศึกษาของโรงเรียนขว้างปาถ้วยแก้วถูกกกหูด้านซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ส่งผลให้ใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยว ตาซ้ายปิดไม่สนิท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. โดยเบื้องต้นครูพละคนดังกล่าวได้ยอมรับว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจปาแก้วไปโดนเด็กนักเรียน เพียงแต่ปาแก้วน้ำไปถูกกำแพงแล้วกระเด็นไปถูกเด็กจนได้รับบาดเจ็บนั้น        ล่าสุด คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัย ที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 แต่งตั้งขึ้น โดยมี นายสมัคร ไวยขุนทด ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา เป็นประธานกรรมการสอบสวน พร้อมกรรมการรวมจำนวน 3 คน ได้เดินทางไปที่โรงเรียนโชคชัยสามัคคี โดยได้ร่วมกันสอบสวนนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูพละศึกษาที่ก่อเหตุ พร้อมกับสอบพยานทั้งเพื่อนครู และเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ก่อนสรุปผลการสอบสวนภายใน 3 วัน ทั้งนี้ผลการพิจารณาโทษทางวินัยขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน และดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาว่าจะสั่งการลงโทษสถานใด โดยหลังการสอบปากคำนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุแล้วเสร็จ นายไพฑูรย์ได้ลุกเดินออกจากห้อง พร้อมกับเดินหนีหลบผู้สื่อข่าวออกไปโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด        ด้าน ว่าที่ร้อยตรี นิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยสามัคคี เปิดเผยว่า นายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุ ยังคงมาทำงานที่โรงเรียนตามปกติ โดยนายไพฑูรย์ยอมรับว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายร่างกายลูกศิษย์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหลังเกิดกระแสข่าวในเรื่องดังกล่าว นายไพฑูรย์เกิดอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด และสภาพจิตใจยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยกับสื่อมวลชนในขณะนี้ ซึ่งคงต้องให้ระยะเวลาสักพัก ส่วนเรื่องการเรียนของเด็กนักเรียนที่ต้องรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บนั้น หลังจากเด็กกลับมาจากการรักษาตัวแล้ว ทางโรงเรียนจะจัดให้มีการเรียนเสริม และให้ครูทำการสอนเสริมให้โดยเฉพาะ ซึ่งก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด        ขณะที่จากการสอบถามเพื่อนนักเรียนของเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ และอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุด้วยได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันที่เกิดเหตุเพื่อนๆ รวมทั้งเพื่อนที่บาดเจ็บยืนอยู่ด้วยกันหลายคน และครูพละได้โยนแก้วกาแฟไปยังบริเวณที่พวกตนยืนอยู่ โดยแก้วได้กระเด็นไปโดนบริเวณขอบกระจกหน้าต่าง แล้วกระเด็นไปโดนเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บ ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครูไม่ได้ตั้งใจปาแก้วใส่เด็กนักเรียนโดยตรง แต่เป็นการปาแก้วเพื่อปรามให้เด็กนักเรียนอยู่ในระเบียบ         ทั้งนี้จากการสอบถามเพื่อนนักเรียนที่อยู่ห้องเดียวกันกับเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทราบว่า น้องทรายเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บกับนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุมีความสนิทสนมกันดี และมักจะพูดคุยหยอกล้อกันเป็นประจำ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนเปลี่ยนแปลงไป โดยนายไพฑูรย์เป็นครูสอนวิชาพละศึกษาที่โรงเรียนโชคชัยสามัคคีมานานกว่า 30 ปี เป็นคนที่ตั้งใจทำงาน แต่เป็นคนที่มีบุคลิกนิสัยพูดจาเสียงดัง         ส่วนทางด้านคดีความ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโชคชัย ได้แจ้งให้นายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บแล้ว และหากผลการวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางตำรวจก็จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป        ล่าสุด นายรณชัย สุขสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 ได้มีคำสั่งย้ายนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุ ให้ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น  

 8,600
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ย. 59

นร.หญิง ม.5 ร้องถูกครูปาแก้วใส่จนหน้าเบี้ยว ผอ.แจงปาใส่กำแพงแต่กระเด็นไปโดนเด็กเอง

นครราชสีมา-จากกรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ขอความเป็นธรรมผ่านโซเชียล และไปร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯ หลังถูกครูพละศึกษาปาแก้วน้ำใส่ที่บริเวณกกหูซ้ายจนกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ทำให้ใบหน้าเบี้ยว เสียโฉม และตาซ้ายหลับไม่สนิท เนื่องจากครูไม่พอใจที่ขัดคำสั่ง หลังลุกขึ้นยืนเพื่อหลบแดด โดยทางโรงเรียนยอมจ่ายเงินค่าผ่าตัดเพียง 80,000 บาท จาก 3-4 แสนบาท และบอกว่าถ้าไม่รับเงินก้อนนี้ก็ให้ไปฟ้องเอา ส่วนครูผู้ก่อเหตุก็ไม่เคยรับผิดชอบหรือโทรมาสอบถามเลย และเมื่อไปแจ้งความเรื่องก็เงียบหายนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียน ออกมาชี้แจงว่า โรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องที่เกิดขึ้น และได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมตักเตือนครูคนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเบื้องต้นเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นอุบัติเหตุ ครูคนดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาจะขว้างแก้วน้ำใส่เด็กนักเรียน ด้วยเนื่องจากช่วงเกิดเหตุมีเด็กนักเรียนหลายคนยืนไม่เป็นระเบียบ และพูดคุยกันเสียงดัง ครูจึงขว้างแก้วน้ำใส่กำแพงเพื่อปรามให้เด็กเงียบลง แต่แก้วน้ำกลับกระเด็นไปโดนศีรษะของเด็กนักเรียนผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุครูได้แสดงความรับผิดชอบ โดยได้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับเด็กหลายครั้ง ยอดรวมเป็นเงินประมาณ 40,000 บาท ซึ่งต่อมาทางครอบครัวของเด็กได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท แต่ครูไม่มีเงินจ่ายจึงต่อรองขอจ่ายค่าเสียหายเพียง 1 แสนบาท ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเจรจาตกลงเรื่องค่าเสียหายกันได้ แต่ก็พร้อมจะเจรจากันอีกครั้ง แต่หากครอบครัวของเด็กยังไม่ยินยอม คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย   ด้านเด็กสาวผู้เสียหาย กล่าวหลังผู้อำนวยการโรงเรียนออกมาชี้แจงว่า ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ เป็นการขว้างแก้วน้ำมาใส่ศีรษะตนโดยตรง และหลังเกิดเหตุ ครูคนดังกล่าวไม่เคยติดต่อหรือมาเยี่ยมมาเลย มีเพียงผู้อำนวยการโรงเรียนที่นำช่อดอกไม้มาเยี่ยมให้กำลังใจ 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลนั้น ทางโรงเรียนได้ช่วยเหลือจริง แต่เป็นการช่วยเหลือครั้งละไม่มากซึ่งไม่เพียงพอ ทำให้ต้องไปขอยืมเงินเพื่อนบ้านมาสำรองจ่ายล่วงหน้าก่อน และไปทวงกับผู้อำนวยการโรงเรียนทีหลัง ซึ่งการต้องไปทวงเงินทั้งที่ตนเป็นผู้เสียหายซึ่งควรจะได้รับการช่วยเหลืออย่างดีที่สุดดูแล้วน่าสมเพช ดังนั้นครอบครัวจึงเรียกร้องค่าใช้จ่ายเป็นก้อนทีเดียว จำนวน 3 แสนบาท แต่ก็ได้รับการปฏิเสธและยังมีการต่อรองเหลือแค่ 8 หมื่นบาท โดยให้เหตุผลว่าเป็นแค่นี้แต่เรียกเงินมากเกินไป ทำให้ตนตัดสินใจไปร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความเป็นธรรม และพร้อมจะสู้ให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "สิ่งแรก...ไปแจ้งความดำเนินคดีกับครูก่อน ถ้าไม่มีเงินค่าจ้างทนายความให้ไปขอกองทุนยุติธรรมได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัด โดยกฎหมาย มาตรา 297 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี อันตรายสาหัสนั้น คือ (1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท (2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์ (3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด (4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว (5) แท้งลูก (6) จิตพิการอย่างติดตัว (7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต (8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน และได้มอบหมายให้ยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาลงไปดูแลแล้ว" ขณะที่ทางแพทย์ระบุว่า จากกรณีนี้ที่ถูกแก้วปาถูกเส้นประสาทคู่ที่ 7 ซึ่งเป็นส่วนที่บังคับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ส่งผลให้เกิดอาการหน้าตึง ปากเบี้ยว ควบคุมใบหน้าไม่ได้ ต้องให้แพทย์ทำการประเมินอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถรักษาจนหายได้หรือไม่    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QhGgDxunwCk      

 12,968
ข่าวภูมิภาค
13 ก.ย. 59

รองปลัด ยธ.โพสต์ครูปาแก้วใส่ นร.สาวจนปากเบี้ยวเข้าข่ายทำร้ายร่างกาย ล่าสุดครูยื่นจ่ายเพิ่มเป็น 1 แสน แต่ครอบครัวไม่ยินยอมยันเรียก 3 แสน

      จากกรณีที่นักเรียนหญิง ชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ได้โพสต์ข้อความลงบนโลกออนไลน์เพื่อร้องเรียนว่า ถูกคุณครูชายที่สอนวิชาพละศึกษาของโรงเรียนขว้างปาถ้วยแก้วถูกกกหูด้านซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ส่งผลให้ใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยว ตาซ้ายปิดไม่สนิท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ซึ่งหลังเกิดเหตุได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา แต่เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า โดยเด็กนักเรียนได้ไปร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯด้วย ขณะที่ ผอ.โรงเรียนแจง ครูพละไม่ตั้งใจเผยปาใส่กำแพงแล้วแก้วกระเด็นไปถูกศีรษะจนหน้าเบี้ยว รับยังเจรจาตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้นั้น         ล่าสุด เวลา 19.00 น. ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยสามัคคี และครูพละคู่กรณี เปิดเผยว่า ได้เจรจายินยอมชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มเป็น 1 แสนบาท จากเดิมที่เคยเสนอไปเป็นเงินจำนวน 80,000 บาท แต่ทางครอบครัวของเด็กยังไม่ตกลง พร้อมยืนยันจะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท อย่างไรก็ตามทางโรงเรียน และครูคู่กรณีพร้อมจะเจรจากับครอบครัวของเด็กอีกครั้ง แต่หากครอบครัวของเด็กยังไม่ยินยอม ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว ทางกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้ นายพิเชียรพัฒน อิทรพานิช ยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา เข้าไปดูแลช่วยเหลือเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเด็กนักเรียน และครูพละคู่กรณีแล้ว        ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า สิ่งแรก...ไปแจ้งความดำเนินคดีกับครูก่อนครับ ถ้าไม่มีเงินค่าจ้างทนายความให้ไปขอกองทุนยุติธรรมได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดครับ มาตรา 297 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี อันตรายสาหัสนั้น คือ (1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท (2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์ (3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด (4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว (5) แท้งลูก (6) จิตพิการอย่างติดตัว (7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต (8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน มอบหมายให้ยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาลงไปดูแลแล้วครับ

 7,274
ข่าวภูมิภาค
13 ก.ย. 59

ผอ.แจง ครูพละไม่ตั้งใจเผยปาใส่กำแพงแล้วแก้วกระเด็นไปถูกศีรษะจนหน้าเบี้ยว รับยังเจรจาตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้

     จากกรณีที่นักเรียนหญิง ชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ได้โพสต์ข้อความลงบนโลกออนไลน์เพื่อร้องเรียนว่า ถูกคุณครูชายที่สอนวิชาพละศึกษาของโรงเรียนขว้างปาถ้วยแก้วถูกกกหูด้านซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ส่งผลให้ใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยว ตาซ้ายปิดไม่สนิท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ซึ่งหลังเกิดเหตุได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา แต่เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า โดยเด็กนักเรียนได้ไปร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯด้วยนั้น        ล่าสุด ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยสามัคคี ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมกับได้ว่ากล่าวตักเตือนคุณครูพละคู่กรณีแล้ว โดยในเบื้องต้นทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่ครูพละคนดังกล่าวไม่ได้มีเจตจาขว้างปาแก้วน้ำใส่เด็กนักเรียน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเด็กนักเรียนหลายคนยืนไม่เป็นระเบียบ และพูดคุยกันส่งเสียงดัง ครูพละจึงใช้แก้วน้ำเขวี้ยงปาไปใส่กำแพงเพื่อปรามให้เด็กเงียบลง แต่เมื่อแก้วน้ำปาไปถูกกำแพงกลับได้กระเด็นไปโดนศีรษะของเด็กนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บ        ซึ่งหลังเกิดเหตุคุณครูพละได้ยอมรับผิดว่าสาเหตุเกิดจากการกระทำของตัวเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้มีเจตนาปาแก้วน้ำไปโดนเด็กนักเรียนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุคุณครูพละคนดังกล่าวก็ได้แสดงความรับผิดชอบ โดยได้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บไปแล้วหลายครั้ง ยอดรวมเป็นเงินประมาณ 40,000 บาท ซึ่งต่อมาทางครอบครัวของเด็กนักเรียนคนดังกล่าวได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท แต่คุณครูพละไม่มีเงินจ่ายจึงต่อรองราคาค่าเสียหายที่ 1 แสนบาท แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเจรจาตกลงค่าเสียหายกันได้ ทั้งนี้ตนยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับยินดีให้ทุกฝ่ายสอบถามเรื่องราวจากเพื่อนเด็กนักเรียนที่อยู่ในห้องเรียน และให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น        ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงครูพละคู่กรณี ทางผู้อำนวยการโรงเรียนฯ แจ้งว่า ครูคนดังกล่าวยังคงเดินทางมาทำงานเป็นปกติเป็นประจำทุกวัน แต่วันนี้ครูได้ขออนุญาตลาโรงเรียนครึ่งวัน เนื่องจากติดภารกิจกับครอบครัว

 5,649

Top