ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดีเอสไอ"

สังคม-อาชญากรรม
22 ธ.ค. 60

ตร.เอาผิดจนท.ดีเอสไอ เอี่ยวคดีครูจอมทรัพย์ 2 ข้อหา กันรองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นพยาน

ตร.ภ.4 เอาผิดเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวคดีครูจอมทรัพย์ 14 คน ใน 2 ข้อหา คือการบกพร่องต่อหน้าที่ และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ รอง ปลัด ยธ.และ ทนายความ กันไว้เป็นพยาน เตรียมส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมได้รับทราบและดำเนินการทางวินัยในสัปดาห์นี้ ธนาศักดิ์ ยืนยันผู้ต้องหาเป็นพลเรือน 11 คน และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 14 คน เท่านั้น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xd1MwcYaPoc  

 4,609
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 60

'ดีเอสไอ' รวบแก๊งแชร์ลูกโซ่ อาชญากรรมข้ามชาติ หลังมีผู้เสียหายรวมกว่า 1.7 พันล้านบาท

ดีเอสไอรวบแก๊งแชร์ลูกโซ่ อิเกิ้ลเกทส์ กรุ๊ปจำกัด อาชญากรรมข้ามชาติ หลังมีผู้เสียหายรวมกว่ส 1.7 พันล้านบาท เตรียมขยายผลเพิ่มผู้ร่วมขบวนการในไทย    พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดี ดีเอสไอ แถลงผลการจับกุมนายรัฐเขต ฉายารัตน์ นางกนกกุล พรอภิโชติ ในฐานความผิด ร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาญชกรรมข้ามชาติ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หลังทั้งสองร่วมกับผู้ต้องหาชาวต่างชาติอีก 8 คน ชักชวนคนไทยร่วมลงทุนอ้างได้รับผลตอบแทนสูงในชื่อ บริษัทอิเกิ้ลเกทส์ กรุ๊ปจำกัดก่อนที่จะมีผู้เสียหายร้องเรียนต่อดีเอสไอ ว่า บริษัทดังกล่าว ให้เข้าร่วมลงทุนซื้อขายดัชนีหุ้นต่างในต่างประเทศเพื่อทำกำไร ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนร้อยละ 3-20 ต่อเดือนตามแพ็คเก็ต ที่ลงทุนและสามารถถอนผลตอบแทน และเงินต้นคืนได้ตลอดเวลา    โดยพฤติกรรมของกลุ่มนี้จะสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งจัดทำเว็ปไซด์เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกและเปิดมานานหลายสิบปี อ้างสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่ง ในการรับรองสภาพคล่องทางหารเงินให้กับบริษัท จัดงานสัมมนาให้ร่วมลงทุนชักชวนคนที่มีชื่อเสียงทางการเงินมาบรรยายเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการลงทุน    เบื้องต้นจากตรวจสอบความเสียหายพบ 1.7 พันล้านบาท ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องที่ถูกออกหมายจับทั้ง 10 ราย กระทำความผิดในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แบ่งหน้าที่กันทำมีการวางแผนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่นมาเก๊า จีน มาเลเซีย โดยลักษณะการกระทำความผิด กลุ่มแรกเปิดบริษัทสร้างกิจกรรมน่าเชื่อถือ กลุ่มที่สองทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายโอนเงินจากทรัพย์สินผู้เสีย และถ่ายโอนไปยังต่างประเทศโดยเร็ว ทำให้การติดตามเงินค่อนข้างยาก รวมถึงการเปิดบัญชีนอมินีขึ้นมาเพื่อรับโอนเงินจากผู้เสียหายโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามจากการขยายผลพนักงานสอบสอนพบว่ามีผู้กระทำความผิดอีกจำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัว

 6,421
สังคม-อาชญากรรม
08 ธ.ค. 60

ตร.สอบ จนท.dsi ทำคดีครูจอมทรัพย์ชุดแรก ยันไม่ใช่ผู้ต้องหา-เตรียมออกหมายจับชาวบ้านอีก 5 คน

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอชุดที่ 1 จำนวน 7 คน เข้าพบ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 และคณะพนักงานสอบสวนคดีครูจอมทรัพย์ เพื่อให้ปากคำ ซึ่งมีการพูดคุยภายในห้องประชุมเพียงเล็กน้อย จากนั้นคณะพนักงานสอบสวน ได้เชิญเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไปแยกสอบสวนที่งานกฎหมายตำรวจภูธรภาค 4 ภายในอาคารศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการตำรวจภูธรภาค 4 โดยพนักงานสอบสวนจะแยกสอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 1 คนต่อพนักงานสอบสวน 2 นาย   พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ เปิดเผยถึงการสอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ว่าเป็นการเชิญตัวมาให้ข้อมูลในส่วนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในคดีครูจอมทรัพย์ว่าใครเกี่ยวข้องในส่วนใดบ้าง ซึ่งทุกคนต้องให้รายละเอียดในส่วนที่ได้ทำงานเกี่ยวกับคดีนี้ตั้งแต่เริ่มจนจบ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ต้องสอบให้ละเอียดทั้ง 7 คน ทั้งนี้การรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องนั้นเรียบร้อยแล้ว และมีการออกหมายจับชาวบ้านที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไปแล้ว 7 ราย และจะออกหมายจับเพิ่มอีก 5 รายในข้อหาเดียวกัน   พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าการสอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนั้น พบรายละเอียดเกี่ยวข้องถึงข้าราชการหรือรองปลัดกระทรวงยุติธรรมมากน้อยเพียงใด คงต้องให้การสอบสวนเสร็จสิ้นและต้องผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบสำนวนการสอบสวนเสียก่อน แต่ในฐานะที่รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดูแลการทำงานของดีเอสไอ ก็ต้องสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของหน่วยงาน เพราะการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกขั้นตอนนั้นมีการรายงานให้ทราบหรือไม่   ขอยืนยันว่าดีเอสไอไม่ใช่ผู้ต้องหา เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นในคดีครูจอมทรัพย์ที่พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เชิญตัวมาให้ปากคำเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีที่จะถูกออกหมายจับคือชาวบ้านอีก 5 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lGe4Y7F4olA  

 672
สังคม-อาชญากรรม
07 ธ.ค. 60

ตร.สอบจนท.dsi ทำคดีครูจอมทรัพย์ชุดแรก ยัน dsi ไม่ใช่ผู้ต้องหา-เตรียมออกหมายจับชาวบ้านอีก 5 คน

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอชุดที่ 1 จำนวน 7 คน เข้าพบ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 และคณะพนักงานสอบสวนคดีครูจอมทรัพย์ เพื่อให้ปากคำ ซึ่งมีการพูดคุยภายในห้องประชุมเพียงเล็กน้อย จากนั้นคณะพนักงานสอบสวน ได้เชิญเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไปแยกสอบสวนที่งานกฎหมายตำรวจภูธรภาค 4 ภายในอาคารศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการตำรวจภูธรภาค 4 โดยพนักงานสอบสวนจะแยกสอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 1 คนต่อพนักงานสอบสวน 2 นาย   พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ เปิดเผยถึงการสอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ว่าเป็นการเชิญตัวมาให้ข้อมูลในส่วนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในคดีครูจอมทรัพย์ว่าใครเกี่ยวข้องในส่วนใดบ้าง ซึ่งทุกคนต้องให้รายละเอียดในส่วนที่ได้ทำงานเกี่ยวกับคดีนี้ตั้งแต่เริ่มจนจบ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ต้องสอบให้ละเอียดทั้ง 7 คน ทั้งนี้การรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องนั้นเรียบร้อยแล้ว และมีการออกหมายจับชาวบ้านที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไปแล้ว 7 ราย และจะออกหมายจับเพิ่มอีก 5 รายในข้อหาเดียวกัน   พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าการสอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนั้น พบรายละเอียดเกี่ยวข้องถึงข้าราชการหรือรองปลัดกระทรวงยุติธรรมมากน้อยเพียงใด คงต้องให้การสอบสวนเสร็จสิ้นและต้องผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบสำนวนการสอบสวนเสียก่อน แต่ในฐานะที่รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดูแลการทำงานของดีเอสไอ ก็ต้องสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของหน่วยงาน เพราะการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกขั้นตอนนั้นมีการรายงานให้ทราบหรือไม่ ขอยืนยันว่าดีเอสไอไม่ใช่ผู้ต้องหา เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นในคดีครูจอมทรัพย์ที่พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เชิญตัวมาให้ปากคำเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีที่จะถูกออกหมายจับคือชาวบ้านอีก 5 คน

 3,221
สังคม-อาชญากรรม
07 ธ.ค. 60

dsi ชุดรื้อ 'คดีครูจอมทรัพย์' เข้าให้ปากคำ ปัดเอี่ยวขบวนการจ้าง ‘สับ วาปี’ ติดคุก

เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 นายนิธิต ภูริคุปต์ หัวหน้าคณะทำงานกระทรวงยุติธรรม พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 7 นาย เข้าพบพล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ถึงกระบวนการยื่นรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ หลังมีการซักทอดว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ รู้เห็นขบวนการว่าจ้าง นายสับ วาปี ให้รับผิดแทน    โดยนายนิธิต ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องดังกล่าว ทำไปตามพยานหลักฐาน และได้มอบเอกสาร การตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายพันแผ่นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อประกอบการสอบปากคำ    พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ รองผบช. ภาค 4 เปิดเผยว่า ในคดีครูจอมทรัพย์ มีเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม 2 ชุด ที่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่ชุดนี้ เป็นชุดแรกที่เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน และตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่านายสับ วาปี เป็นผู้กระทำความผิดตัวจริง นำไปสู่การยื่นรื้อฟื้นคดี ซึ่งต้องแยกสอบปากคำเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด ว่าแต่ละนายมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง และนำไปวิเคราะห์กับคำให้การของกลุ่มผู้ต้องหา    โดย กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ได้ซัดทอด ว่ารับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ DSI ชุดที่ 2 ที่มี พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าคณะทำงาน ว่ามีการว่าจ้าง นายสับ มารับเป็นผู้กระทำความผิดแทน    ทั้งนี้ต้องสอบอย่างละเอียดว่า เจ้าหน้าที่มีเจตนา หรือส่วนร่วม ปกปิดความผิดดังกล่าวหรือไม่ โดยในส่วนเจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 จำนวน 7 นาย จะเดินทางมาให้ปากคำในวันพรุ่งนี้(8 ธ.ค.)   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,529
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 60

เรียกแจ้งข้อหาอีก 5 ราย คดี 'ครูจอมทรัพย์' หนักสุดเจอ 'ซ่องโจร' - ยันเรียกปลัดก.ยุติธรรมสอบแน่

พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า หลังจากสอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีครูจอมทรัพย์แล้ว พบว่ายังมีผู้ที่อยู่ในข่ายร่วมกันกระทำผิดเพิ่มอีกหลายราย ในวันนี้เจ้าหน้าที่จะทำการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มเติมในคดีครูจอมทรัพย์อีก 5 คน โดยทั้งหมดเกี่ยวข้องในการให้การเท็จในขั้นตอนต่างๆ ในการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์    ซึ่งผู้ที่ถูกออกหมายเรียกอีก 5 คน ประกอบด้วย 1.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา 2.นางวาสนา เพชรทอง 3. นายธนัท สุขตลอดปี 4.นางรจนา สารรัตน์ และ 5.นายเสน่ห์ สุพรรณ โดยนอกจากนางทองเรศ วงศ์ศรีชา ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนครพนมแล้ว อีก 4 คนมีภูมิลำเนาต่างจังหวัดจึงต้องให้เวลามาพบพนักงานสอบสวนอย่างเพียงพอ โดยข้อหาที่แจ้งจะเป็นร่วมกันนำสืบและแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ บางคนจะเป็นข้อหาเบิกความเท็จ และมีบางคนถูกแจ้งข้อหาซ่องโจร   ในส่วนของนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ นั้นหลังจากถูกนำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจังหวัดนครพนมแล้วพบว่านางทัศนีย์เคยป่วยเป็นโรคความดันและมีประวัติการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนาแก ซึ่งหลังตรวจเสร็จเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนครพนม โดยศาลให้ประกันตัวไปโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงิน 1 แสนบาท ส่วนนายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร ขณะอยู่ระหว่างขอศาลออกหมายจับ นายนิรันดร์ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเมื่อค่ำวานนี้ ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาแล้วได้ปล่อยตัวไปเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นข้าราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่ง โดยนัดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อนจะนำตัวขอฝากขังต่อศาลต่อไป   ด้าน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและชุดสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 คดีครูจอมทรัพย์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรมในการเรียกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 14 คน ที่เกี่ยวข้องกับคดีครูจอมทรัพย์มาสอบสวน ซึ่งในวันนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอไม่สามารถเดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ เนื่องจากติดภารกิจการลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่สามารถเดินทางมาให้ปากคำได้ และจะเดินทางมาให้ปากคำแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเช้าวันที่ 7 ธ.ค. และชุดที่ 2 เช้าวันที่ 8 ธ.ค.2560 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการชี้ชัดว่าใครผิด ใครถูก และการเรียกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาสอบสวน ก็สอบสวนในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน   ในส่วนของการสอบสวนรองปลัดกระทรวงยุติธรรมนั้น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่าจะมีการเชิญตัวมาสอบสวนแน่นอน แต่ทุกอย่างต้องรอให้การสอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเสร็จสิ้นเสียก่อน ขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนต้องละเอียดและรอบคอบและชัดเจนที่สุด

 4,556
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 60

สอบ จนท.ดีเอสไอ 14 ปากพร้อมประชุมชุดสืบสวนสอบสวน 'คดีครูจอมทรัพย์'

ตำรวจเรียกสอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 14 ปาก ย้ำให้เสร็จภายในวันนี้ พร้อมประชุมพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน คลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ รอง ผบช.ภ.4 เผย หลังสอบดีเอสไอครบ 14 ปาก จะเชิญรองปลัดกระทรวงยุติธรรมในฐานะหัวหน้าชุดทำงานมาสอบต่อไป     เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พ.ย. 2560 ที่ห้องประชุมจตุพล ปานรักษา กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีครูจอมทรัพย์ เดินทางเข้าร่วมประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ในคดีครูจอมทรัพย์ ซึ่ง บช.ภ.4 ได้แต่งตั้งขึ้น    ในเวลาต่อมา พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ เปิดเผยกับสื่อมวลชน ว่า ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อเรียนให้ทราบถึงการเชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอจำนวน 14 คน มาสอบปากคำ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในคดีของครูจอมทรัพย์   สำหรับการสอบสวนนั้นคณะพนักงานสอบสวนที่ได้รับการแต่งตั้งจะแยกสอบสวน พนักงานสอบสวน 2 นาย สอบดีเอสไอ 1 คน โดยจะทำการสอบตั้งแต่การเริ่มทำงานจนถึงขั้นตอนของการรื้อฟื้น เพื่อให้มีความชัดเจนในทุกขั้นตอนการสอบสวนทุกขั้นตอนต้องชัดเจน ตามพยานที่สอบปากคำไปทั้งหมด 34 ปาก หลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่ หากพบพิรุธหรือขัดแย้งกับหลักฐานที่พยานยืนยันก็ต้องสอบสวนเพิ่มเติมเป็นรายๆไป เพราะจากการสอบปากคำพยานนั้น มีพยานบางปากที่ให้การเกี่ยวข้องในขั้นตอนของการรื้อฟื้นคดีว่ามีบุคคลใดบ้าง   รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวต่ออีกว่า การสอบสวนครั้งนี้สอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอก่อน ในส่วนของรองปลัดกระทรวงยุติธรรมนั้นจะมีการเชิญมาสอบสวนเช่นกัน ในฐานะที่เป็นหัวหน้าดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอชุดดังกล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,872
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ย. 60

ก.ยุติธรรม เตรียมเรียก 9 จนท. dsi เอี่ยว'คดีครูจอมทรัพย์'

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีที่นางจอมทรัพย์ ศรีบุญหอม (แสนเมืองโคตร) อ้างว่าดีเอสไอ และกระทรวงยุติธรรม มีส่วนรู้เห็นในการสร้างพยานหลักฐานเท็จ ว่า ในส่วนของดีเอสไอ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ 9 คน ร่วมในคณะทำงาน รื้อคดีตามที่กระทรวงยุติธรรมมีการขอมา ส่วนกรณีที่ถูกพาดพิงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมีส่วนรู้เห็นในเรื่องของพยานเท็จพร้อมยินดีให้ตรวจสอบ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดีเอสไออยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 9 คน เข้าไปร่วมปฎิบัติงานในด้านใด และยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้จ่ายค่าคุ้มครองพยานในคดีนี้ เนื่องจากยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ   ขณะที่นายวัลลภ นาคบัว ประธานตรวจสอบการรับเรื่องร้องเรียนคดีครูจอมทรัพย์ เปิดเผยว่าภายในสัปดาห์หน้า จะเชิญเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI รวม 9 คน ที่ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีนางจอมทรัพย์ โดยแบ่งช่วงการทำงานไว้ 3 ช่วง  ช่วงที่ 1 คือการทำหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ, กระทรวงยุติธรรม,กรมคุ้มครองสิทธิ์ และยุติธรรมจังหวัดนครพนม เพื่อให้ชี้แจงถึงรายชื่อบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการในคดีครูจอมทรัพย์ ช่วงที่ 2 คือการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจง และช่วงที่ 3 คือการรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการรับเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรม โดยกำหนดกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงการรับเรื่องร้องเรียนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน   ประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงการรับเรื่องร้องเรียนคดีครูจอมทรัพย์ ยอมรับว่าในที่ประชุมปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ย้ำถึงแนวทางการรับเรื่องร้องเรียนคดีแพะ ที่อยู่ระหว่าง การกำหนดมาตรการและกระบวนการการรับเรื่องร้องเรียน ของแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่จะเป็นแนวทางปฏิบัติให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น    รวมถึงการประสานข้อมูลหลังการรับเรื่องร้องเรียนระหว่างหน่วยงานกระทรวงยุติธรรมที่มีการหารือร่วมกันว่าอาจจะมีการ ตั้งชุดทำงานกลางเพื่อประสานข้อมูล ในการรับเรื่องร้องเรียนเพื่อการตรวจทานข้อเท็จจริง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 7,525
เศรษฐกิจ
14 พ.ย. 60

'ดีเอสไอ' เร่งแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ พบชาวเกษตรกรถูกฟ้อง 1,200 คดี

ดีเอสไอ หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ พบมีชาวบ้านถูกฟ้องกว่า 1,200 ราย ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น /จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดกาฬสินธุ์     ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ประชุมหารือมาตรการและแนวทางช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากการสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบ จนถูกกลุ่มนายทุนในพื้นที่ฟ้องร้องขับไล่ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย หากลูกหนี้ไม่ยอมย้ายออกจากที่ดินก็จะมีพฤติการณ์ให้ลูกน้องซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ไปข่มขู่คุกคามลูกหนี้อย่างไม่เกินกว่ากฎหมาย มีลูกหนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนและถูกฟ้องร้องดำเนินคดีกว่า 1,200 คดี ตั้งแต่ปี 2556-2560 ทุนทรัพย์ในการฟ้องร้องคดีกว่า 278 ล้านบาท    พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า สาเหตุหนึ่งที่ลูกหนี้ส่วนใหญ่ประสบปัญหาดังกล่าว เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขาดความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและการทำสัญญา ขาดการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องดำเนินคดีจึงไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทันท่วงที จนเป็นเหตุให้ถูกบังคับคดีและยึดที่ดินทำกิน สร้างความเสียหายในวงกว้างและต้องเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน   ซึ่งเบื้องต้นทุกภาคส่วนจะช่วยเหลืออำนวยความสะดวกด้านความยุติธรรมทางแพ่งอันเนื่องมาจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ใช้มาตรการทางอาญาในการดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนเจ้าหนี้นอกระบบ และจัดการด้านภาษีอากร สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้านแหล่งทุน การเยียวยาฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 5,301
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

'ดีเอสไอ' เผยคดีฟอกเงิน 'โอ๊ค พานทองแท้' รอผู้ถูกกล่าวหานำเอกสารชี้แจง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับคดีฟอกเงิน อันเนื่องมาจากโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ไว้เป็นคดีพิเศษ ขณะที่การคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย อยู่ระหว่างรอผู้ถูกกล่าวหานำเอกสารมาชี้แจงเพิ่มเติม   พล.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ หรือ กคพ.ครั้งที่ 1 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานโดยที่ประชุมมีมติให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษที่ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 4 เรื่อง กรณีกล่าวหาว่ามีขบวนการฟอกเงินเกี่ยวกับการทุจริตในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือ สกสค. กับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จํากัด กับพวก  กรณี กล่าวหาว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เชนลิสซิ่ง จำกัด มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และหลีกเลี่ยงภาษีอากร  กรณี บริษัท เอ็ม-แลนดาร์ซ จำกัด กับพวก ได้ร่วมกันฉ้อโกง หรือลวงขายเครื่องตรวจหาสารเสพติด ยี่ห้อ อัลฟ่า 6 ที่ไม่มีประสิทธิภาพให้กับกรมยุทธการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย กรณี ขบวนการฟอกเงินอันเนื่องมาจากการทุจริตสัญญาระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ตามโครงการรับจำนำข้าว ปี 2554-2555 ซึ่งศาลพิพากษาไปแล้ว แต่ทาง ปปง. มาร้องให้ DSI พิจารณาเพิ่มเติม ในคดีการฟอกเงินของ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง    ส่วนคดีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรี ให้ทนายยื่นขอความเป็นธรรมกับดีเอสไอ คดีฟอกเงิน ธนาคารกรุงไทย ที่ขยายผลมาจากคดีธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้สินเชื่อบริษัทเครือกฤษดามหานคร โดยทุจริต ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผู้ถูกกล่าวหานำเอกสารมาชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมยันจะทำให้แล้วเสร็จภายในอายุความกลางปีหน้า ทั้งนี้ นายพานทองแท้ ได้ติดต่อว่าจะนำเอกสารใหม่ยื่นเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีกำหนดนัดหมายว่าจะเข้ามายื่นเอกสารเมื่อใด   ขอบคุณภาพจาก มติชนออนไลน์    

 5,784
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 60

dsi รวบนักธุรกิจเนเธอร์แลนด์ลวงเด็กชายละเมิดทางเพศ ตะลึงสถิติคดีล่วงละเมิด 8 ปีนับร้อยคดี!

พันตำรวจเอก ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวการจับกุมนายเรนอล กลันเดอร์ (Reinold KLUNDER) สัญชาติเนเธอร์แลนด์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเนเธอร์แลนด์ประสานมาว่ามีนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชาวเนเธอร์แลนด์ โดยอ้างตัวเป็นนักดนตรี ล่อลวงเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปีมาล่วงละเมิดทางเพศ   เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พร้อมตำรวจสภ.หัวหินจึงขอหมายค้นจากศาลจังหวัดหัวหิน เข้าค้นบ้านแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   จากการตรวจค้น พบเด็กชายอายุ 10 ปีอยู่ภายในบ้านพัก ขณะเดียวกันยังพบผ้าปูเตียง และผ้าห่มที่มีคราบสารคัดหลั่งจำนวนมาก ตลอดจนคอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต 2 เครื่อง และการ์ดหน่วยความจำอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ sex toy และแผ่นซีดีต้องสงสัย   นายเรนอล ยอมรับว่า ทำทีชักชวนให้เด็กผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 15 ปี มาเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำในบ้านพัก และแจกขนม ก่อนจะลงมือล่วงละเมิดทางเพศ และอัดคลิปวิดีโอไว้ เพื่อเก็บไว้ดู หรือส่งต่อให้เพื่อนที่มีรสนิยมเดียวกัน   รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ในไทย 5 ปี และเคยก่อเหตุที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผล ว่าผู้ต้องหายังไปกระทำผิดที่ประเทศใดบ้าง และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้ต้องหามีการคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ไปจำหน่ายหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการนำไปจำหน่ายจะเข้าข่ายคดีค้ามนุษย์ เบื้องต้นดีเอสไอแจ้งข้อหากระทำการอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์ซึ่งอายุไม่เกิน 15 ปี พร้อมขยายผล    อนึ่ง สถิติการก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ตั้งแต่ 2553 - 2560 พบมีการก่อเหตุที่จังหวัดชลบุรีจำนวน 113 ราย, เชียงใหม่ 25 ราย และกรุงเทพมหานคร 12 ราย นอกจากนี้ยังพบมีการก่อเหตุตามแหล่งท่องเที่ยวกว่า 10 จังหวัด โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษร้อยละ 45, ชาวอเมริกัน ร้อยละ 24, ชาวเยอรมันร้อยละ 24, ชาวฝรั่งเศส ร้อยละ 18 และ ชาวสวิสเซอร์แลนด์ ร้อยละ 8

 5,359
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 60

dsi ขยายผลค้นบ้านแก๊งเจ้ารัฐมอญ ภรรยาปัดรู้เห็น จ่อออกหมายจับเพิ่มอีก 5

ดีเอสไอ บุกค้นบ้านนายธนกร อินทรสุวรรณ เครือข่ายเจ้ารัฐมอญเก๊พักย่านบางบัวทอง นนทบุรี หนึ่งในผู้ต้องหาที่หนีหมายจับคดี พบเอกสารโครงการเมกะโปรเจคอื้อ ด้านภรรยาปัดไม่รู้เรื่อง อ้างสามีจ้างเข้าเล่มโครงการ แต่ไม่ทราบว่าขณะนี้สามีหลบหนีไปอยู่ที่ใด เจ้าหน้าที่ยังพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มอื่นๆ 3 - 4 กลุ่ม เตรียมออกหมายจับเพิ่ม 5 ราย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xnkB6_KmSyI  

 8,160
การเมือง
19 ต.ค. 60

'พานทองแท้' พร้อมพวก เข้าพบ dsi รับทราบข้อหาคดีฟอกเงินกรุงไทย

ความคืบหน้าคดีผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อนุมัติสินเชื่อให้แก่กลุ่มบริษัทกฤาฎามหานคร จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ และขอให้ดีเอสไอตรวจสอบบุคคลที่รับโอนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินอันเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคล 4 คน   ล่าสุดพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหา ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ดีเอสไอ โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการที่ร่วมสอบสวน ได้ร่วมกันแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาและแจ้งข้อหาบุคคลทั้ง 4 ในข้อหา สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ร่วมกันฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิด ฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบแล้ว ตามมาตรา 5 และมาตรา 9 วรรคหนึ่ง, มาตรา 9 วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยผู้ต้องหาทุกคนปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา   พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงสอบสวนปากคำไว้ และผู้ต้องหาทั้ง 4 คนประสงค์จะส่งเอกสารเพื่อประกอบการแก้ข้อหาและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน ซึ่งจะนำมามอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษโดยเร็ว และเนื่องจากบุคคลทั้ง 4 ยังไม่มีหมายจับของศาล เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอนเสร็จสิ้น จึงเดินทางกลับ เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E678jp9-8kg    

 1,475
สังคม-อาชญากรรม
17 ต.ค. 60

'อ.อ๊อด' นำทีมผู้เสียหายร้อง dsi ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง 'เมฆ มังกรบิน'

อาจารย์อ๊อดและกลุ่มผู้เสียหายจากน้ำมันเคลือบเครื่องยนต์ ร้องดีเอสไอ ให้ตรวจสอบสารที่ใช้ว่าเป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม หรือไม่ พร้อมให้ตรวจสอบการนำเข้าและครอบครองว่าผิดกฏหมายหรือไม่   นายวีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยตัวแทนสื่อยานยนต์และผู้เสียหายจากการใช้สารเคลือบเครื่องยนต์ยี่ห้อหนึ่ง เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ ในฐานะรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อขอให้สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบสารเคมีในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมหรือไม่ รวมถึงขอให้ตรวจสอบเรื่องแหล่งที่มาของสารเคมีดังกล่าวด้วย   นายวีรชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผลการตรวจสอบจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. มีการเปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการติดสลากอันเป็นเท็จแต่ไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันว่า สารประกอบในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ประกอบด้วยสารใดบ้าง จึงนำเรื่องนี้มาร้องต่อดีเอสไอที่มีกฎหมายคดีพิเศษ เพื่อขอให้พิจารณารับตรวจสอบในเรื่องนี้ เนื่องจากทราบว่าในสารเคลือบดังกล่าวมีการใช้สารเคมีบางประเภท ที่สหภาพยุโรปเคยเตือนไม่ให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ยานยนต์ เพราะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม   ขณะเดียวกันยังขอให้ดีเอสไอขยายผลตรวจสอบถึงแหล่งนำเข้าสารเคมีดังกล่าวด้วย เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่าในไทยสารเคมีดังกล่าวมีใช้ในอุตสาหกรรมผลิตพลาสติก ในโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง ทำให้สงสัยว่ามีการสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ ตามที่มีการกล่าวอ้างจริงหรือไม่   ทั้งนี้ยืนยันว่าการมาร้องต่อดีเอสไอในวันนี้ เป็นการร้องเรียนในภาพรวม เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ แต่ส่วนที่สร้างความเสียหายส่วนตัว จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ดำเนินการต่อไป   อย่างไรก็ตาม พ.ต.ต.วรนันท์ ระบุว่า จะส่งเรื่องดังกล่าวให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องรับไปสืบสวนหาข้อเท็จจริง เนื่องจากคดีนี้ดีเอสไอมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ จึงสามารถรับไว้ตรวจสอบได้ โดยหลังจากนี้จะมีการประสานกับทางกองบังคับการปราบปราม และสคบ. ในการนำข้อมูลมาประกอบสำนวนการสอบสวน ส่วนต้องมีการเชิญเจ้าของผลิตภัณฑ์มาให้ปากคำหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นก่อนมีการพิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้ง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KIfHX-7Y_JI  

 6,651
สังคม-อาชญากรรม
16 ต.ค. 60

อ.อ๊อด พร้อมกลุ่มผสห. เข้าร้องดีเอสไอ ให้ตรวจสอบสารน้ำมันเคลือบเครื่องยนต์ ว่าเป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมหรือไม่ พร้อมตรวจสอบการนำเข้าและการครอบครอง

  อาจารย์อ๊อดและกลุ่มผู้เสียหายจากน้ำมันเคลือบเครื่องยนต์ ร้องดีเอสไอ ให้ตรวจสอบสารที่ใช้ว่าเป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม หรือไม่ พร้อมให้ตรวจสอบการนำเข้าและครอบครองว่าผิดกฏหมายหรือไม่   นายวีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยตัวแทนสื่อยานยนต์และผู้เสียหายจากการใช้สารเคลือบเครื่องยนต์ยี่ห้อหนึ่ง เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ ในฐานะรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อขอให้สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบสารเคมีในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมหรือไม่ รวมถึงขอให้ตรวจสอบเรื่องแหล่งที่มาของสารเคมีดังกล่าวด้วย    นายวีรชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผลการตรวจสอบจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. มีการเปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการติดสลากอันเป็นเท็จแต่ไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันว่า สารประกอบในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ประกอบด้วยสารใดบ้าง จึงนำเรื่องนี้มาร้องต่อดีเอสไอที่มีกฎหมายคดีพิเศษ เพื่อขอให้พิจารณารับตรวจสอบในเรื่องนี้ เนื่องจากทราบว่าในสารเคลือบดังกล่าวมีการใช้สารเคมีบางประเภท ที่สหภาพยุโรปเคยเตือนไม่ให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ยานยนต์ เพราะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม    ขณะเดียวกันยังขอให้ดีเอสไอขยายผลตรวจสอบถึงแหล่งนำเข้าสารเคมีดังกล่าวด้วย เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่าในไทยสารเคมีดังกล่าวมีใช้ในอุตสาหกรรมผลิตพลาสติก ในโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง ทำให้สงสัยว่ามีการสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ ตามที่มีการกล่าวอ้างจริงหรือไม่    ทั้งนี้ยืนยันว่าการมาร้องต่อดีเอสไอในวันนี้ เป็นการร้องเรียนในภาพรวม เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ แต่ส่วนที่สร้างความเสียหายส่วนตัว จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ดำเนินการต่อไป    อย่างไรก็ตาม พ.ต.ต.วรนันท์ ระบุว่า จะส่งเรื่องดังกล่าวให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องรับไปสืบสวนหาข้อเท็จจริง เนื่องจากคดีนี้ดีเอสไอมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ จึงสามารถรับไว้ตรวจสอบได้ โดยหลังจากนี้จะมีการประสานกับทางกองบังคับการปราบปราม และสคบ. ในการนำข้อมูลมาประกอบสำนวนการสอบสวน ส่วนต้องมีการเชิญเจ้าของผลิตภัณฑ์มาให้ปากคำหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นก่อนมีการพิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้ง ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 1,845

Top