ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดีเอสไอ"

การเมือง
26 ก.ค. 61

dsi ส่งฟ้อง 'โอ๊ค พานทองแท้' คดีฟอกเงินกรุงไทย ด้าน 'ทักษิณ' โดนหมายจับใบที่ 5 คดีหวยบนดิน

ดีเอสไอ สั่งฟ้อง โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตรกับพวกรวม 4 คน คดีฟอกเงินแบงค์กรุงไทย นำตัวส่งให้อัยการเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.61) อัยการคดีพิเศษรับมอบตัวและเเละอนุญาตปล่อยชั่วคราวในชั้นพิจารณาสั่งคดีของอัยการโดยไม่ต้องมีหลักประกัน เนื่องจากผู้ต้องหาเข้ามารายงานตัวเอง พร้อมนัดมาฟังคำสั่งอัยการฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี 5 กันยายน   ขณะที่ดีเอสไอ แถลงกรณีที่มีผู้ร้องขอให้ดีเอสไอสืบสวนบุคคลอื่น ๆ ที่ได้รับเงินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดจากการอนุมัติสินเชื่อของผู้บริหารธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบเช่นเดียวกับนายพานทองแม้และพวกด้วยนั้น กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน กำลังวิเคราะห์เส้นทางการเงินที่มีจำนวนมาก และมีความคืบหน้าไปมาก   ส่วนทักษิณ ชินวัตร เมื่อวานนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ออกหมายจับทักษิณ ในคดีหวยบนดิน ซึ่งเป็นหมายจับคุณทักษิณใบที่ 5 แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KAve6ZSwiUM

 10,201
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 61

ดีเอสไอทลายโกดังย่านสำเพ็ง จับแก้วน้ำปลอมแบรนด์ดัง-ละเมิดลิขสิทธิ์

ดีเอสไอ ทลายแหล่งผลิต ค้าส่งและโกดังเก็บ แก้วน้ำปลอมยี่ห้อดัง ย่านตลาดสำเพ็ง มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท   พ.ต.อ ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ,พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกันแถลงข่าวการบุกจับสินค้าประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าและละเมิดลิขสิทธิ์หลายยี่ห้อ หลังมีผู้เสียหายซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษว่ามีขบวนการลักลอบนำสินค้าประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายเข้ามาในราชอาณาจักร ทำให้เกิดความเสียหายมูลค่าหลายสิบล้านบาท จึงขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตามกฎหมาย    เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และศูนย์สืบสวนสะกดรอย กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุมแหล่งผลิต ค้าส่งและโกดังเก็บสินค้า 10 จุด ย่านตลาดสำเพ็ง พบของกลางประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าและละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อต่าง ๆ รวมสินค้าที่ตรวจยึดทั้งหมดจำนวนกว่า 60,000 ชิ้น มูลค่าของกลางตามท้องตลาดของปลอมมีมูลค่าประมาณกว่า 10 ล้านบาท ถ้าเป็นของแท้จะมีมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท พร้อมทั้งได้จับกุมผู้ต้องหาชาวไทยและชาวจีน 9 ราย ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และนำส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    พ.ต.อ ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวรคดีพิเศษ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหา ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผู้ลักลอบปลอมสิ้นค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในช่วงนี้ให้มากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่อาจมีกลุ่มผู้ค้าบางคน แอบลักลอบนำสัญลักษณ์ เครื่องหมายการค้า ช่วงเทศกาลดูฟุตบอลโลก หารายได้แบบผิดกฎหมาย  

 9,545
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
14 มิ.ย. 61

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า เปิดปูม 'พิสิฐชัย' จนท.ดีเอสไอ ปมโพสต์แฉเงินทอนวัด

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามประเด็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีคำสั่งให้นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษระดับซี 8 กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ้นจากหน้าที่ทันที   หลังโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดชื่อดังใน กทม. เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด โดยให้ไปปฎิบัติหน้าที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่นายพิสิฐชัย มีความสนิทสนมกับพระดังหลายราย ทั้งวัดธรรมกาย รวมทั้งอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม  อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม  ที่หลบหนีคดีเงินทอนวัดอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NsbwqxydLtc

 9,065
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 61

ย้ายด่วน 'พิสิฐชัย' หลังโพสต์เฟซบุ๊กแฉ ตร.จ่อจับกุมพระวัดดัง กทม.ล็อตใหม่ dsi เตรียมเอาผิดพ.ร.บ.คอมฯ

ดีเอสไอ มีคำสั่งให้นายพิสิฐชัย พ้นหน้าที่ หลังโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กจะเข้าจับกุมดำเนินคดีเงินทอนวัดดังหลายวัด   กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีคำสั่งให้นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ้นจากหน้าที่ทันที หลังโพสข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด โดยให้ไปปฎิบัติหน้าที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ   นอกจากนี้ยังให้กองภาษีอากรเชิญผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พ.ศ. และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. มาให้ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาว่า เป็นความผิดทางวินัยหรือทางอาญา หรือไม่ แล้วรายงานให้อธิบดีดีเอสไอ ทราบโดยเร็วที่สุด   ด้านพลตำรวจตรีกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ปฏิเสธให้รายละเอียด เกี่ยวกับกรณี นายพิสิฐชัย โดยระบุเพียงว่า ข้อมูลดังกล่าวนั้นไม่ได้มาจากสำนวนคดีของ ปปป.และไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ DSI คนดังกล่าวนำข้อมูลมาจากที่ใด แต่ในเบื้องต้นปปป.ไม่จำเป็นต้องเรียกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมาสอบสวน เพราะไม่มีบุคคลใดร้องทุกข์หรือแจ้งความเอาผิดกับกรณีที่มีการโพสต์ในลักษณะนี้   ขณะที่การสอบสวนขยายผล เงินทอนวัดล็อตที่ 4 ที่ตอนนี้ ชุดทำงานของปปป.ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานตามวัดทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่สามารถให้รายละเอียดในขณะนี้ได้ เนื่องจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ยังไม่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เอาผิด กับตำรวจปปป.แต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fj-e102o93M

 3,005
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 61

กองปราบเรียกสอบ จนท.dsi โพสต์ให้ข่าว ตร.จ่อจับพระวัดดังปมเอี่ยวเงินทอน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. เชิญตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาสอบปากคำ หลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าจะมีการจับกุมเจ้าอาวาส 4 วัดดังใน กทม. ว่ามีส่วนพัวพันกับทุจริตเงินทอนวัด   ต่อมา จนท.ได้เชิญตัวนายพิสิฐชัยไปสอบปากคำจริงหลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด พร้อมระบุว่าการโพสต์ดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัวของนายพิสิฐชัย ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานดีเอสไอ   ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ สั่งการให้ผู้อำนวยการกองคดีภาษีอากร ต้นสังกัดของนายพิสิฐรายงานข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว เนื่องจากคดีดังกล่าวดีเอสไอไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง แม้จะเป็นการเขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่นายพิสิฐเป็นข้าราชการระดับสูงของดีเอสไอ อาจทำให้สังคมสับสนและเกิดความเสียหายต่อผู้เกี่ยวข้อง   ทั้งนี้จะพิจารณาด้วยว่าต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดทางวินัยหรือผิดจรรยาบรรณหรือไม่ ส่วนที่มีข่าวว่านายพิสิฐได้รับแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการของ มส.นั้น มอบหมายให้กองคดีภาษีอากรสอบถามในประเด็นดังกล่าวไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาด้วยแล้ว   ทางทีมข่าวได้ลงพื้นที่วัดราชสิทธาราม หนึ่งในวัดที่มีชื่ออยู่ในการโพสต์ของนายพิสิฐ มีพระรูปหนึ่งให้ข้อมูลว่ามีผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้บริหารการเงินแบบง่ายๆ มีการนำเข้าบัญชีส่วนตัว ไม่มีใครทราบ ก่อนที่ทาง ปปป.จะเข้าตรวจสอบ ต่อมาทางวัดได้จัดทำบัญชีแบบใหม่   นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่ามีวัดเทพศิรินทราวาส ก็ตกมีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเงินทอนวัดเช่นเดียวกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MYoM1VIzPdY

 4,047
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
03 เม.ย. 61

'ชูวิทย์' เผยคืบหน้าคดีวิคเตอเรียซีเครท dsi ส่งสำนวนนับหมื่นแผ่นถึงอัยการแล้ว

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ความคืบหน้าคดีอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ที่ล่าสุดดีเอสไอนำสำนวนกว่า 1.7 หมื่นแผ่น ส่งอัยการทั้งในคดีค้ามนุษย์และฟอกเงิน เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องให้ทันกำหนด ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดจะครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้ายวันที่ 5 เม.ย.นี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jwu7lEQ2Y14

 5,829
สังคม-อาชญากรรม
02 เม.ย. 61

'ดีเอสไอ' ส่งสำนวนค้ามนุษย์ 'วิคตอเรียซีเครท'ให้อัยการ เชื่อ 'เสี่ยกำพล' หนีออกนอกประเทศแล้ว

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครทให้อัยการ กว่า 1 หมื่นแผ่น ส่งฟ้องผู้ต้องหา 45 ราย ส่วนเสี่ยกำพลขณะนี้ เชื่อว่าหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว   พ.ต.ท.สุภัทร ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการ กองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำสำนวนการสอบสวนคดีสถานบริการ วิคตอเรีย ซีเครท จำนวน 72 แฟ้ม รวมกว่า 16142 แผ่น ไปส่งที่ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ    โดยนายบดินทร์ แสนสระดี รองอธิบดีอัยการคดีค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า สำนวนคดีนี้เป็นสำนวนที่พนักงานสอบสวนของดีเอสไอส่งเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องภายในราชอาณาจักร โดยแบ่งกลุ่มผู้ต้องหา ออกเป็น 5 กลุ่ม จำนวน 45 ราย ประกอบด้วย เจ้าของสถานบริการ กลุ่มเชียร์แขก กลุ่มแคชเชียร์ นายหน้า และอั่งยี่ ซึ่งข้อหาหลักเกี่ยวข้องกับร่วมกันค้ามนุษย์    ขณะเดียวกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวนของดีเอสไอได้ส่งสำนวน ที่เกี่ยวข้องนอกราชอาณาจักรที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ จำนวน 12 ราย มาแล้ว โดยหลังจากนี้สำนักคดีค้ามนุษย์จะทำการตรวจสอบ โดยตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อให้ทันครบกำหนดฝากขังในวันที่ 5 เมษายนนี้    ขณะที่ พ.ต.ท.สุภัทร เปิดเผยถึงกรณีของนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี โดยการติดตามตัวขณะนี้ คาดว่าอาจหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ โดยจะประสานความร่วมมือกันระหว่างประเทศ ซึ่งให้สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ประสานงานกลาง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,137
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.พ. 61

อดีต ผบ.ตร. รุดแจงดีเอสไอ ปมขอยืมเงิน 300 ล้าน จาก 'เสี่ยกำพล'

อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ กรณีขอยืมเงินเจ้าของกิจการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท โดยยังไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน   พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ศูนย์ฝึกอบรมอาคารไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.สุภัทร์ ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีต่อต้านการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังมีหนังสือแจ้งให้ พล.ต.อ.สมยศ เดินทางเข้าให้ข้อมูลชี้แจงในประเด็นการได้มาของเงิน จำนวน 300 ล้านบาท จากนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของกิจการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี   โดยก่อนหน้านี้พล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ขอยืมมาจากนายกำพล และมีการส่งคืนแล้วทั้งหมด ซึ่งวันนี้พนักงานสอบสวนจะสอบถามถึงการขอยืมและการคืนเงิน รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการยืมเงิน พลตำรวจเอกสมยศ เดินทางมาถึงในเวลา 11:00 นาฬิกา ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปฎิเสธที่จะตอบคำถามกับสื่อมวลชน ระบุเพียงว่าอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนข้อเท็จจริงจึงยังไม่อยากให้ข้อมูล

 3,164
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.พ. 61

dsi ปัดออกหมายจับ อดีตผบ.ตร.เอี่ยวอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท

ดีเอสไอเปิดเผยจับกุมผู้ต้องหาความเกี่ยวข้องกับอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเคร็ท และการค้ามนุษย์ได้เพิ่มอีก 1 คน ขณะที่ยังไม่สามารถระบุได้ ว่าจะออกหมายจับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องสถานบริการด้วยหรือไม่   พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวภายหลังประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง การดำเนินคดีค้ามนุษย์สถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ร่วมกับ พนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานอัยการ /กรมการปกครอง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานป้องกันและปราบกรามการฟองเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมนภาครัฐ ในการกำหนดแนวทางการทำงาน   พันตำรวจเอกไพสิฐ ระบุว่า ล่าสุดสามารถจับกุมนายเฉลียว จันทร์พิมพ์ เป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเคร็ท และการค้ามนุษย์ได้เพิ่มอีก 1 คน ที่ก่อนหน้านี้จับกุมนายบุญทรัพย์ อมรรัตนสิริ หรือป๋ากบ สำหรับดีเอสไอได้ออกหมายจับไปทั้งหมด 7 หมาย ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกหมายจับไปทั้งหมด 13 หมาย แต่มีหมายจับเป็นบุคคลเดียวกับหมายจับของดีเอสไอ 6 หมาย   ส่วนจะออกหมายจับเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบข้อมูล พยานหลักฐาน ว่าจะเชื่อมโยงไปถึงหรือไม่ ทั้งในเรื่องของกลุ่มที่เรียกรับผลประโยชน์ ต้องรอผลทาง นิติวิทยาศาสตร์ การตรวจสอบกล้องวงจรปิด และการติดต่อสื่อสาร   ส่วนกรณีกระแสข่าวว่า ทางดีเอสไอจะออกหมายจับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น พันตำรวจเอกไพสิฐ ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ แต่หากมีหลักฐานเชื่อมโยงก็จะต้องตรวจสอบ และทางดีเอสไอเอง จะเชิญเลขาสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาเป็นที่ปรึกษาดูในเรื่องของการเงินและทรัพย์สินที่ยึดมาได้นั้นว่ามีที่มาอย่างไรและสามารถขยายเส้นทางการเงินว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับบ้าง   สำหรับการสอบปากคำนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตเจ้าของสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียนั้น ยังไม่มีประเด็นในการสอบเพิ่มเติม แต่ในส่วนของหลักฐานที่นำมาเปิดเผยเกี่ยวกับเสี่ยกำพลและนางนิดา นั้นก็นำมาประกอบสำนวน รวมถึงหลักฐานอื่น ๆ ที่ตรวจสอบได้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า เสี่ยกำพลหนีออกนอกประเทศนั้น ยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงานว่ามีการหลบหนีไปยังช่องทางด่านต่าง ๆ แต่จะออกทางเส้นทางธรรมชาติหรือไม่นั้นอยู่ระหว่าตรวจสอบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8WGtxr0qt4U    

 2,144
สังคม-อาชญากรรม
26 ม.ค. 61

dsi เร่งขยายผลกลุ่มทุนเบื้องหลัง 'วิคตอเรีย ซีเครท' อายัดทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท

ดีเอสไอประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สืบหากลุ่มทุนเบื้องหลังสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าคดีสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ยึดอายัดทรัพย์สินมา 300 กว่าล้านบาท และอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามกลุ่มผู้กระทำผิด รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยเน้นจากที่มีการโอนย้าย จ่ายออกไปจากสถานบริการ วิคตอเรีย ซีเครทหรือ จากบัญชีกลุ่มผู้ต้องหา หากไปพบตัวบุคคลใดเพิ่มก็เตรียมขยายผลต่อไป  สำหรับกลุ่มทุนที่อยู่เบื่องหลัง ดีเอสไอได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เพื่อสืบสวนขยายผลว่ามีกลุ่มทุนใดอยู่เบื่องหลังหรือให้การสนับสนุนหรือไม่ ซึ่งความผิดฐานค้ามนุษย์ เงินที่ได้มา จะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินด้วย ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาการตรวจสอบเส้นทางการเงินและรวมรวมพยานหลักฐานให้รัดกุม ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,714
การเมือง
24 ม.ค. 61

"พานทองแท้" ส่งทนายยื่นหนังสือร้องอสส.ให้พักงานอัยการ "ขจรศักดิ์" อ้างทำคดีแบงก์กรุงไทยไม่เป็นธรรม

นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความ ผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายพานทองแท้ ชินวัตร เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อขอความเป็นธรรมและให้ตรวจสอบ สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ พนักงานอัยการสอบสวนร่วมในคดีพิเศษที่ 25/2560 ด้วยเหตุที่น่าเชื่อว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมีอคติ ไม่เป็นธรรมกับผู้ต้องหา หรือน่าเชื่อว่าปฏิบัติเกินกว่าอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด อาทิเช่น การให้สัมภาษณ์ในเชิงวิจารณ์ผู้ต้องหาในลักษณะไม่เป็นกลาง พฤติการณ์ในการชี้นำ และแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 25/2560 โดยนายชุมสาย ระบุว่า ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการสอบสวนร่วมมีอำนาจกระทำได้คือการให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเท่านั้น แต่พฤติกรรม การกระทำของนายขจรศักดิ์อาจทำให้ผู้ต้องหาไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้ให้โอกาสผู้ต้องหาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 131 และมาตรา 134 อันเป็นหลักการสำคัญตามกฎหมายในกระบวนการชั้นสอบสวน   จากนั้น นายชุมสายเดินทางมายื่นหนังสือเพิ่มเติมอีก 1 ฉบับ โดยเป็นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้กำกับดูแลและสั่งการให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีพิเศษที่ 25/2560 สอบพยานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน อันเป็นการให้โอกาสผู้ต้องหาในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 131 แขวงมาตรา 134 พร้อมชี้ให้เห็นว่าการตัดพยานสำคัญที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหากว่า 10 ปากนั้นอาจเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบและไม่เป็นธรรม ไม่ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ยังมีความน่าสงสัยว่าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 25/2560 อาจถูกชี้นำหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้กังวลว่านายขจรศักดิ์ ในฐานะพนักงานอัยการสอบสวน อาจทำให้นายพานทองแท้ได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบและไม่เป็นธรรมในการตัดพยานตลอดจนในการให้สัมภาษณ์ข่าวกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่อาจกระทำไปโดยไม่มีอำนาจหน้าที่

 14,321
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 61

'ดีเอสไอ' ยังรอตร.อนุมัติโอนสำนวนคดี 'วิคตอเรียซีเครท'

ดีเอสไอรอตำรวจอนุมัติโอนสำนวนคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเคร็ท คาดสัปดาห์หน้าจะเริ่มเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนได้    ความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์ สถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท หลังจากที่วานนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เดินทางรับมอบโอนสำนวนคดีจาก พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง มาอยู่ในความดูแลของดีเอสไอ ตามที่อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามอนุมัติรับทำคดีนี้เป็นคดีพิเศษ    พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ ดีเอสไอ ระบุว่าวานนี้เป็นเพียงขั้นตอนการทำบันทึกรับมอบโอนสำนวนคดีจากตำรวจมาเป็นคดีพิเศษ ซึ่งดีเอสไอรับเพียงสำนวนคดีค้ามนุษย์เพียงสำนวนเดียวเท่านั้น ส่วนขั้นตอนถัดไป พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง จะทำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาขึ้นไปตามขั้นตอน เพื่อให้พิจารณาอนุมัติ ส่งมอบเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่ดำเนินการไปแล้วมาให้ จากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการสอบสวนต่อไปได้    ส่วนข้อมูลล่าสุดจะรวมถึงเรื่องที่ พนักงานสอบสวนวังทองหลางไปขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 คน และเรื่องผลการสอบปากคำนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ในฐานะอดีตเจ้าของสถานบริการวิคตอเรียซีเครทด้วยหรือไม่ ต้องรอผลการเสนอให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจพิจารณาส่งสำนวนมาก่อน จึงจะทราบรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง   สำหรับการตั้งคณะพนักงานสอบสวน ที่จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งตัวแทนเข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการทำคดีนี้ ยืนยันว่าอยู่ในขั้นตอนทางธุรการ และคาดว่าภายในสัปดาห์หน้า จะสามารถเริ่มนัดประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อวางแนวทางคดีนี้ต่อไปได้    โดยแนวทางหลังรับโอนสำนวนคดี จะเป็นการนัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแนวทางการสอบสวนทั้งหมด โดยนำสำนวนการสอบสวนของตำรวจมาพิจารณาว่ามีการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาไปอย่างไรบ้าง   นอกจากนี้จะพิจารณาว่าเรื่องนี้เข้าข่ายว่าเรื่องนี้เป็นความผิดนอกราชอาณาจักรหรือไม่ รวมถึงเรื่องการดำเนินการกับหญิงสาวที่มาค้าบริการ ที่อยู่ในความดูแลของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,236
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

ดีเอสไอเซ็นรับคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเคร็ทเป็นคดีพิเศษแล้ว พร้อมเตรียมฝากขังหุ้นส่วน

พันตำรวจโทสุภัทร์ ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่า วานนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เซ็นรับคดีค้ามนุษย์ อาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ทเป็นคดีพิเศษแล้ว ซึ่งในขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทางธุรการในการลงเลขคดีพิเศษ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนดังกล่าวดีเอสไอจะแจ้งไปถึงพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อไปรับสำนวนคดีทั้งหมด คาดว่าขั้นตอนทางธุรการ ในเรื่องเลขคดีจะแล้วเสร็จก่อนเที่ยงวันนี้   ในส่วนของตัวนางสาวศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ที่ยังถูกคุมตัวสอบปากคำที่ สน.วังทองหลางตลอดคืนที่ผ่านมา หลังเดินทางเข้ามอบตัวกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ที่ทางดีเอสไอยังไม่มีการเดินทางไปรับสำนวนคดีได้ประสานให้ทาง สน.วังทองหลางดำเนินการตามขั้นตอนทางกฏหมายในเรื่องฝากขังไปตามขั้นตอนก่อน แต่หากทางดีเอสไอสามารถเดินทางไปรับสำนวนคดีได้แล้วและตัวนางสาวศศิธรยังถูกคุมตัวอยู่ก็ต้องรับตัวมาพร้อมสำนวน และทางดีเอสไอจะดำเนินการในเรื่องฝากขังเอง รวมถึงผลการตรวจมวลกระดูก และตัวเหยื่อเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีด้วยเช่นกัน   ส่วนต่อจากนี้เมื่อดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ก็จะเริ่มดำเนินการทางขั้นตอนทางกฏหมายได้เอง เลยโดยไม่ต้องทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 3,970
สังคม-อาชญากรรม
16 ม.ค. 61

ดีเอสไอ เตรียมรับคดี 'วิคตอเรีย ซีเครท' เป็นคดีพิเศษ

ดีเอสไอรออนุมัติคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครทเป็นคดีพิเศษ ไม่ยืนยันผู้จดทะเบียนเปิดสถานบริการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่   พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ระบุถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีค้ามนุษย์ สถานบริการวิคตอเรียซีเคร็ท อาบอบนวดย่านพระราม 9 ว่า กำลังอยู่ระหว่างเสนอเรื่องให้อธิบดีดีเอสไอ มีคำสั่งรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากคดีการค้ามนุษย์เป็นคดีท้ายบัญชีของดีเอสไออยู่แล้ว จึงไม่ต้องรอนำเสนอผ่านคณะกรรมการคดีพิเศษอีก โดยระหว่างนี้ตำรวจ สน.วังทองหลาง จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งล่าสุดทราบว่าอยู่ระหว่างเตรียมเรียกตัวผู้ได้รับใบอนุญาตมารับทราบข้อกล่าวหา และหากว่ามีการโอนคดีมาเป็นคดีพิเศษแล้ว ก็จะพิจารณาดำเนินการต่อในส่วนที่ยังขาด    ส่วนประเด็นที่วานนี้มีการถามถึงหญิงคนหนึ่งที่มีชื่อเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของสถานบริการนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสถานบริการแห่งนี้หรือไม่ ต้องรอสืบสวนหาข้อเท็จจริงก่อน รวมถึงว่ายังมีใครที่เกี่ยวข้องในธุรกิจนี้อีกบ้าง ทั้งนี้จากการสอบสัมภาษณ์เหยื่อ ทำให้เชื่อว่ามีขบวนการลักลอบพาหญิงสาวมาค้าประเวณีที่สถานบริการแห่งนี้จริงซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับกลุ่มนายหน้าค้ามนุษย์ที่ดีเอสไอเฝ้าจับตาอยู่ดีเอสไอมีชื่อและได้ออกหมายจับไปแล้ว 7 คน ในจำนวนนี้มีนายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ รวมอยู่ด้วย ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มนายหน้านี้ ยังส่งหญิงสาวไปค้าบริการในสถานบริการอีกหลายแห่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบและช่วยเหลือต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,219
สังคม-อาชญากรรม
13 ม.ค. 61

เด้ง 5 เสือ สน.วังทองหลาง เซ่นบุกทลายอาบอบนวดดัง 'วิคตอเรีย'

ความคืบหน้าจากกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทหาร และฝ่ายปกครอง บุกทลายอาบอบนวดดังย่านพระราม 9  “วิคตอเรียซีเครท” หลังถูกร้องเรียนว่ามีการลักลอบค้าประเวณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยสามารถควบคุมตัวหญิงบริการทั้งชาวไทยและต่างด้าวได้จำนวน 113 คน พร้อมทั้งจับกุม “ป๋ากบ” คนเชียร์แขก ดำเนินคดี 6 ข้อหาค้ามนุษย์นั้น   ล่าสุด  พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. มีคำสั่งบช.น.ที่ 11/2561 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ โดยให้ ตำรวจ สน.วังทองหลางจำนวน 5 นาย  ได้แก่ 1. พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.วังทองหลาง 2. พ.ต.ท.นเรนทร์ เครื่องสนุก รองผกก.สส.สน.วังทองหลาง 3. พ.ต.ท.พิชัย ทูลธรรม รองผกก.ป.สน.วังทองหลาง 4. พ.ต.ท.เดชาวัสส์ ชันกสิกรรม สวป.สน.วังทองหลาง 5. พ.ต.ท.ปรัชญา บุญยืน สว.สส.สน.วังทองหลาง มาช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผบช.น.มอบหมาย นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง     ข่าวเก่า ทลายอาบอบนวดดัง 'วิคตอเรีย' รวบสาวไทย-ต่างดาว 113 ราย ขยายผลคดีลวงสาวเมียนมาค้ากามตั้งแต่อายุ12     

 27,063

Top