ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดีเอสไอ"

สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 62

ดีเอสไอ ลงพื้นที่ให้กำลังใจ ภรรยา ‘บิลลี่’ ยันทำคดีตรงไปตรงมา ไม่ช่วยคนผิด

วันที่ 5 ก.ย. 62 พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ลงพื้นที่มายังบ้านของนางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ นาง ‘มึนอ’ ภรรยาของนาย ‘บิลลี่’ ใน ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อให้กำลังใจครอบครัว โดยเฉพาะภรรยาที่ต้องดูแลลูกๆ 5 คน ด้วยตัวเองเพียงลำพัง  รองอธิบดี กล่าวกับนางมึนอ เพื่อให้ความมั่นใจว่า ตนเองจะดูแลอย่างเต็มที่ ยืนยันจะทำคดีตรงไปตรงมา ไม่ช่วยเหลือคนผิดอย่างแน่นอน ที่ผ่านมา เห็นว่าดีเอสไอทุ่มเท ทำเต็มที่จนเจอพยานหลักฐาน   ทั้งนี้ ได้กำชับในการส่งคนมาดู ซึ่งขณะนี้มึนอ อยู่ในโครงการคุ้มครองพยานของดีเอสไอ รวมถึงมารดาของบิลลี่ นอกจากนี้ยังเร่งติดตามการเยียวยาให้กับครอบครัว โดยประสานให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ เข้ามาดำเนินการ คาดว่าไม่เกิน 18 ก.ย. นี้ ทางกรมจะสามารถอนุมัติเงินมาให้ได้   ด้านนางมึนอ กล่าวกับรองอธิบดีดีเอสไอว่า ตนเองกังวลใจ และกลัวว่าจะมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงคดี ทำให้ทำงานยาก ไม่สะดวก ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานโดยสะดวกปลอดภัย ก่อนที่นางมึนอจะกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าบิลลี่เสียชีวิตแล้ว   ตนเองเชื่อว่า วัตถุพยานที่พบ ซึ่งผบการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรงกับสารพันธุกรรมกับมารดาของบิลลี่ ตนเองก็เชื่อ เพราะญาติพี่น้องไม่มีใครหายไปไหน มีแต่บิลลี่ที่หายไป และมั่นใจในการทำงานของดีเอสไอ ส่วนคดีก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย    นอกจากนี้ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พยานหลักฐานอื่นๆ ทำเต็มที่ และยังมีคณะทำงานที่ลงมาทำเต็มที่ ใช้ระยะเวลาสักช่วง ส่วนกระดูกที่พบเพิ่ม 8 ชิ้นก็ต้องใช้ระยะเวลา และการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนจุดที่พบถัง ต้องบอกว่า ดีเอสไอเข้ามาทำงานหลายปี ซึ่งก็มีแหล่งข่าว และหลักภูมิศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์ตามหลักเอฟบีไอมาใช้ประกอบ   ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า จุดดังกล่าวเป็นจุดลอยอังคาร ทางนางมึนอ ยืนยันว่า ไม่เคยมี เพราะไม่ใช่วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง เพราะมีแค่เผา หรือ ฝัง ไม่มีการเก็บกระดูก หรือลอยอังคาร   สำหรับเบาะแสที่มี ยอมรับว่ามีข้อมูลกลุ่มบุคคลบางส่วนไปแล้ว และขอยังไม่ตอบถึงจำนวนตัวเลขผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยหลังจากนี้ ดีเอสไอจะลงพื่นที่บริเวณสะพานแขวนแก่งกระจาน ซึ่งเป็นจุดที่พบถังน้ำมัน และชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์ ที่มีสารพันธุกรรมตรงกับแม่ของบิลลี่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ชัยวัฒน์' น้อยใจโดนโยงฆ่า 'บิลลี่' เมียโพสต์ความบังเอิญ บิลลี่ชอบเลข 3 เลข 7    

 973
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ย. 62

หายตัว 5 ปี dsi ชี้ชัด 'บิลลี่' ถูกเผายัดถังคาแก่งกระจาน เมียจุกอกรู้ความจริง วอนจับฆาตกร

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยง ตั้งแต่ 17 เม.ย.ปี 2557 จนดีเอสไอรับมาทำคดีพิเศษเมื่อเดือน เมษายน ปี 2561   โดยได้ลำดับขั้นตอนของคดี ตั้งแต่บิลลี่หายตัวไปเมื่อปี 2557 โดยจุดสุดท้ายที่เจ้าหน้าที่อุทยานอ้างว่า พบเห็นนายบิลลี่จุดสุดท้าย คือบริเวณ ด่านมะเร็ว ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นจุดที่ปล่อยตัวนายบิลลี่ จากนั้นดีเอสไอได้ทำงานในพื้นที่หาข่าว และพบพื้นที่เป้าหมายบริเวณสะพานแขวน หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงประสานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นำเครื่องมือหุ่นยนต์สแกนวัตถุใต้น้ำ ในระบบโซน่า เพื่อสแกนวัตถุใต้น้ำ ซึ่งพบวัตถุที่ต้องสงสัย 3-4 ชิ้น   และได้ขอความร่วมมือกับ ตชด.เพื่อขอกำลังมนุษย์กลและนักดำน้ำ มาทำการค้นหา จนพบถังน้ำมันขนาด 200ลิตร ลักษณะถังถูกเจาะรู มีรอยดำไหม้อยู่บางส่วน และมีความผุ ภายในมีเหล็กเส้นจำนวน 2 เส้น ถ่านไม้จำนวน 4 ชิ้น และฝาถัง และพบชิ้นส่วนกระดูก 1 ชิ้น คล้ายกับกระดูกมนุษย์ ลักษณะกระดูกเท่าหัวแม่มือ จากนั้นได้ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ พบว่าดีเอ็นเอมีความสัมพันธ์กับแม่ของนายบิลลี่ และกระดูกชิ้นนี้มีลักษณะผ่านความร้อนมาแล้ว 200-300 องศาเซลเซียส   ส่วนถังน้ำมัน ส่งไปตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานภาค7 พบว่า ถังถูกเผาด้วยความร้อน หลังจากนั้นชุดทำงานได้เข้ามาดำน้ำอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม จนพบอีกก็พบกระดูกอีก 20 ชิ้น ซึ่งนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าเป็นกระดูกมนุษย์จำนวน 8 ชิ้น จึงสรุปยืนยันได้ว่า ขณะนี้บิลลี่ เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนจะเสียชีวิตด้วยวิธีใด อยู่ระหว่างการสอบสวน   ส่วนการดำเนินคดี อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษบอกว่า จากเดิมที่ดำเนินคดี ม.157 ปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ จะต้องเปลี่ยนเป็นคดีฆาตกรรม ส่วนจะฆาตกรรมด้วยวิธีใดนั้น จะต้องสืบสวนต่อไป ส่วนกลุ่มผู้ต้องสงสัย คดีนี้มีกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยจำนวนผู้ต้องสงสัย และรายละเอียด   ส่วนหลักฐานที่พบจะเชื่อมโยงกับบุคคลใดก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และคดีนี้ทำไปตามพยานหลักฐาน ทั้งพยานหลักฐานที่เก็บในที่เกิดเหตุ และพยานแวดล้อม เมื่อรวบรวมได้แล้วจะชี้ไปถึงผู้ที่กระทำความผิดได้ โดยรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในสำนวนการสอบสวนและจะรวบรวมหลักฐานให้มากที่สุด รวมถึงหลักจากนี้จะเรียกพยานมาสอบเพิ่มเติม ทั้งพยานบางส่วนที่สอบไปแล้ว และพยานที่ไม่ได้เรียกเข้า โดยอธิบดียืนยันว่า ไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะเป็นใคร ก็จะต้องดำเนินคดีโดยเด็ดขาด   ด้าน น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของบิลลี่ให้สัมภาษณ์หลังทราบผลการแถลงจากดีเอสไอว่า เมื่อเห็นภาพกระดูกของบิลลี่ ตนรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก ว่าทำไมถึงทำกับบิลลี่ได้ บิลลี่ไปทำอะไรให้ถึงทำกับต้องเอาชีวิตกันด้วย เพราะเขาไม่เคยไปทำอะไรร้ายแรงกับใครเลย ส่วนตัวเมื่อรู้แล้วว่าบิลลี่ ตายแล้วหลังจากรอคอยคำตอบมา 5 ปี ในด้านจิตใจก็ไม่ต้องไปวนเวียนว่าบิลลี่ หายไปไหน ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่   จากนี้ทั้งตนและลูกทั้ง 5 คน รวมถึง แม่ของบิลลี่ กังวลในเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากตอนที่บิลลี่หายไปในช่วงแรก คนที่เกี่ยวข้องกับการหายไปได้มาข่มขู่ว่าจะทำให้ครอบครัวหายไป ซึ่งเมื่อความจริงในเรื่องนี้ปรากฎแล้ว ก็ทำให้ครอบครัวมีความกังวลว่าคนที่ก่อเหตุจะย้อนกลับมาทำร้าย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับตัวคนที่ทำกับบิลลี่มาดำเนินคดีโดยเร็ว ส่วนในเรื่องการทำบุญให้บิลลี่นั้น คงจะทำตามความเชื่อของคนกะเหรี่ยง ซึ่งต้องรอให้การดำเนินคดีของดีเอสไอเสร็จสิ้น   “ครอบครัวเราไม่ต้องการเงินเยียวยาจากคนที่ทำกับบิลลี่ แต่อยากร้องขอไปทางกรมอุทยานฯ ให้ชาวบ้านได้กลับไปอยู่ในพื้นที่ใจแผ่นดินที่ถูกเผาขับไล่ที่ลงมา เพราะสำหรับคนกะเหรี่ยง เงินไม่ได้สำคัญอะไรกับเรา เงินไม่ได้กินได้ตลอดชีวิต แต่หากเรามีพื้นที่ทำกิน เราสามารถอยู่ได้ทั้งชีวิต อีกทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯเข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้าน ยืนยันว่าเราไม่ได้ทำลายป่า อย่ามองเราแบบอคติแบบที่ผ่านมา” ภรรยาบิลลี่กล่าว   ขณะที่อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และภรรยาของนายสมชาย นีละไพจิตร ที่ได้หายตัวไปเช่นกัน ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กให้กำลังใจครอบครัวของบิลลี่ระบุว่า    “#ให้กำลังใจมือนอและครอบครัวในวันที่ยากลำบาก หลังจากที่ DSI แถลงข่าวพบหลักฐานบิลลี่เสียชีวิต จากนี้มือนอและครอบครัวคงจัดงานพิธีศพให้บิลลี่ได้แม้จะไม่มีร่างหลงเหลือให้เห็น ในส่วนคดี พนส DSI ต้องรีบสรุปว่าบิลลี่เสียชีวิตเพื่อเริ่มต้นคดีการฆาตกรรมและซ่อนเร้นอำพรางศพ โดยอายุความควรเริ่มจากวันที่พบหลักฐานนับไปอีก 20 ปี   “ในส่วน ปปท. ซึ่งสอบสวนความผิดของ หน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งอ้างว่าจับกุมบิลลี่เรื่องมีน้ำผึ้งป่าจริง แต่ได้ปล่อยตัวไปทั้งที่ต้องควบคุมตัวไว้ เรื่องนี้ DSI คงต้องสอบสวนต่อเพราะพยานที่เคยให้การว่าเห็นบิลลี่หลังถูกปล่อยตัวได้กลับคำให้การว่าไม่เห็น   ช่วง DSI แถลงข่าวว่าพบหลักฐานชิ้นส่วนกระดูกท้ายทอยถูกเผาด้วยความร้อนสูงในถังน้ำมัน 200 ลิตร และต้องตรวจหา DNA ใน Mitocondria รวมถึงพบเหล็กเส้น 2 ชิ้น มีนักข่าวถามว่า #เหล็กเส้นมีความหมายอะไร แต่ DSI ยังไม่ได้ตอบจึงขอแบ่งปันประสบการณ์กรณี #สมชายนีละไพจิตร นะคะ กรณีสมชาย พบถังน้ำมัน 200 ลิตรเจาะรูลักษณะเดียวกันทั้งสิ้น 4 ถังพร้อมเหล็กเส้นถังละ 2 ชิ้นในพื้นที่และเวลาต่างกัน   #เหล็กเส้นตามภาพใช้ขัดด้านบนของถังน้ำมันเพื่อที่เวลาเผาทำลายศพๆจะได้ไม่กระเด็นออกมา เพราะเป็นการเผาสด เรื่องนี้คนทั่วไปอ่านยังใจสลาย สำหรับครอบครัวคงไม่สามารถพรรณนาได้   การฆ่าก็โหดร้ายทารุณมากแล้ว การทำลายศพยิ่งทำให้เห็นความโหดเหี้ยม อมหิตไร้มนุษยธรรมมากขึ้นไปอีก ยังมีอีกหลายคนที่ยังสูญหายโดยปราศจากการค้นหา #คนก็หาย #กฎหมายก็ไม่มี” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RgaSi_QtBLY

 10,506
การเมือง
22 ส.ค. 62

'สิระ' ยื่นหนังสือ 'ดีเอสไอ' ตรวจสอบคอนโดที่ภูเก็ต สร้างบุกรุกพื้นที่ป่า อ.กะรน

นายสิระ เข้ายื่นหนังสือต่อดีเอสไอ ให้ตรวจสอบการก่อสร้างคอนโดมิเนียมรุกพื้นที่ป่าในอำเภอกะรน ภูเก็ต ยันตั้งใจปล่อยคลิป หวังสร้างกระแสให้คนสนใจปัญหาการรุกพื้นที่ดังกล่าว พร้อมยกมือไหว้ขอโทษคนไทย ที่ทำให้ไม่สบายใจ ลั่นตนทำเพื่อชาติ    (22 ส.ค. 62) นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร กรุงเทพฯ เขตหลักสี่ เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อยื่นหนังสือถึงกรณีการสร้างคอนโดมิเนียม รุกพื้นที่ป่าในอำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต โดยวันนี้ทำหนังสือร้องเรียน พร้อมกับหลักฐานใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และหนังสือคำสั่งศาลปกครองมายื่น ให้รับเป็นคดีพิเศษ    นายสิระยืนยันว่าวันนี้ ตนเองเดินทางมายื่นหนังสือหนังสือในฐานะประชาชน ตนเองมองว่าที่ดินดังกล่าว เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าชัดเจน และจากการลงพื้นที่ไป พบว่าคอนโดมิเนียมดังกล่าวยังคงดำเนินการก่อสร้างอยู่ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่เทศบาลและศาลปกครอง รวมถึงสภาพที่ดินก็มีดินโคลนถล่ม นำ้ป่าไหลหลาก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ตนเองมองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องดำเนินการเร่งแก้ไข   ส่วนกรณีที่มีการปล่อยคลิป ระหว่างตนเองกับนายตำรวจในพื้นที่ ถือเป็นความตั้งใจที่จะสร้างกระแสให้สังคมหันมาสนใจปัญหาการบุกรุกป่าผืนนี้ โดยเอาชื่อเสียง และสิ่งที่ตนสร้างมา แลกกับการเป็นกระแสในคลิปเพื่อให้คนสนใจ สิ่งที่ตนเองพยามเรียกร้องทวงคืนผืนป่า ขณะที่ตำรวจในพื้นที่กลับไปนั่งดื่มกาแฟ อยากวิงวอนสังคมให้มองว่า ใครกำลังต่อสู่เพื่อประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม นายสิระยกมือกราบขอโทษประชาชน ที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ    ทั้งนี้การที่ลงไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว เพราะตนเองได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่แม้จะต่างเขต แต่ไม่มีคำว่า ส.ส.ข้ามเขต เพราะ ส.ส.เป็นผู้ดูแลกฎหมายทั้งประเทศ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งก่อนลงพื้นที่ก็ได้มีการประสานกับ ส.ส.ในพื้นที่แล้ว เพียงแต่วันที่เข้าไป ส.ส.ที่ติดต่อไปไม่สะดวกมา แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ได้มีการประสานข้อมูลกันว่าจะช่วยกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกป่าต่อไปแล้ว     ด้านพันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ เพื่อพิจารณาว่าเข้าเกณฑ์ในการพิจารณาเป็นคดีพิเศษหรือไม่ อาทิ ที่ดินมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท และ พื้นที่เกิน 100 ไร่ อย่างไรก็ตามก็จะต้องพิจารณาเงื่อนไขก่อนว่าจะรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'สิระ' แจงปล่อยคลิปเอง มั่นใจไม่ได้ทำผิด ยันแค่เสียงดังใส่ ตร.     

 1,099
การเมือง
21 ส.ค. 62

เดินหน้าต่อ! 'สิระ' เตรียมยื่นดีเอสไอตรวจสอบรุกป่าภูเก็ตพรุ่งนี้ เชื่อมี จนท.รัฐ อยู่เบื้องหลัง

'สิระ เจนจาคะ' เตรียมนำหลักฐาน เอกสารยื่นต่อดีเอสไอพรุ่งนี้ 10.00 น. ดำเนินการตรวจสอบการก่อสร้างคอนโดมิเนียม รุกพื้นที่ป่า ในอำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต เชื่อมีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลัง    วันที่ 21 ส.ค. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ เตรียมเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการรุกป่า ที่อำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่ามีการก่อสร้างอาคารชุด หรือ คอนโดมีเนียม เป็นที่พักอาศัยบนที่ดินที่ได้เอกสารสิทธิ์ไม่ชอบตามกฎหมาย    โดยตนเองจะเดินทางเข้านำเอกสารหลักฐานมามอบให้ดีเอสไอ เพื่อขอให้พิจารณารับเป็นคดีพิเศษในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) เวลา 10.00 น. เนื่องจากตนมองว่า กรณีดังกล่าวเข้าเงื่อนไข คือ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก และเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลัง     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'สิระ' ขอโทษที่เสียงดัง ปัดกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต ย้ำไม่ตั้งใจมีปัญหา แจงลงพื้นที่นอกเขต เพราะชาวบ้านเดือดร้อน - ‘บิ๊กตู่’ ไม่เห็นด้วย พฤติกรรม ‘สิระ’ ปะทะคารม ตร. สั่งตักเตือนแล้ว  - ‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบ ส.ส.พปชร. กร่าง ขัด รธน-ฝ่าฝืนจริยธรรม อย่าอ้างว่าทำเพื่อชาติ - 'สิระ' ขอเคลียร์แจงแค่เสียงดัง ปัดกร่างใส่ ตร.กะรน 'บิ๊กป้อม' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว  - นายกฯติง 'สิระ' คลิปกร่างใส่ ตร.ภูเก็ต เจ้าตัวขอโทษ รับปากจะเบาลง  

 1,514
การเมือง
14 ส.ค. 62

ญาติผู้สูญเสียชุมนุมปี 53 จี้ฝ่ายค้านทวงถามเอาผิด 'อภิสิทธิ์' หวั่น 'บิ๊กตู่' ดูแล dsi กระทบรูปคดีหรือไม่

เครือข่ายญาติผู้สูญเสียปี 53 ยื่นหนังสือถึงฝ่ายค้าน ขอตั้งกระทู้ถามสดนายกฯ กำกับดูแล DSI กระทบรูปคดีสลายการชุมนุมหรือไม่ 'ปิยบุตร-สุทิน' รับลูก เตรียมตั้งกระทู้ตรจสอบ    วันที่ 14 ส.ค. นายพันธศักดิ์ ศรีเทพ และ นางพะเยาว์ อัคฮาด ตัวแทนเครือข่ายญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมปี 2553 ยื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคฝ่ายค้านขอให้ตั้งกระทู้ถามสด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ โดยตรงถึง    1.) ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีเอาผิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณอดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง    2.) ความคืบหน้าการดำเนินคดีทหารที่เกี่ยวข้อง ในคดีที่ผู้เสียชีวิตจากกระสุนปืนของฝ่ายทหาร    3.) กรณีมีนายพลบางคน พยายามเปลี่ยนแปลงคดีที่ค้างอยู่ในสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เป็นคดีดำที่ไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิด    4.) ความชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลา เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างล่าช้า    5.) ในฐานะที่พลเอกประยุทธ์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุการณ์ จะอำนวยความยุติธรรมให้ผู้เสียหายได้เหมาะสมถูกต้องมากน้อยเพียงใด ในฐานะดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง    และ 6.) ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและเร่งรัดหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการเอาผิดผู้กระทำผิดทั้งหมด   โดย นางพะเยาว์ แกนนำเครือข่ายญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมปี 2553 ได้เรียกร้องต่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าใจบริบทของผู้สูญเสีย เหมือนญาติผู้สูญเสียปี 2535 และอยากให้ใจกว้าง และไม่ปัดตกกระทู้เรื่องนี้   ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน กล่าวว่าฝ่ายค้านรับที่จะดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นที่กระจ่าง และพยายามให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการดูแล หรือเยี่ยวยาตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายค้าน ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจว่าคดีนี้อยู่ในการดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ในการคู่กรณีมากำกับดูแลโดยตรง อาจทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อคู่กรณี ซึ่งฝ่ายค้านก็จะหาทางดำเนินการแก้ไขต่อไป   นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมนำเรื่องไปปฏิบัติต่อได้หลากหลายช่องทาง ทั้งการตั้งกระทู้ถาม หรือเสนอญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ หรือจะใช้กลไกของคณะกรรมาธิการสามัญที่เกี่ยวข้อง คือคณะกรรมาธิการว่าด้วยกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และกระบวนการยุติธรรม    ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา 9 ปีเศษ แต่เหยื่อผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข ยังจับผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีไม่ได้ เรื่องนี้จึงเข้าข่ายความยุติธรรมที่ล่าช้า ซึ่งเท่ากับความอยุติธรรม จึงปล่อยคาราคาซังแบบเดิมไม่ได้  

 1,437
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ค. 62

ดีเอสไอประกาศชัด ไม่ค้นวัดพระธรรมกาย หลังเร่งรัดล่าตัว 'ธัมมชโย' คดีฉ้อโกง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้ดีเอสไอติดตามและเร่งรัดคดีฉ้อโกงประชาชน ยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งมีอดีคพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย   พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ข้อสั่งการของรมว.ยุติธรรม ไม่ได้บอกให้ดีเอสไอเร่งไล่ล่าตัวพระ เพียงแค่กำชับว่าให้ติดตามคดีฉ้อโกงประชาชนของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และขอทราบความคืบหน้าคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพัน   ซึ่งขยายผลการสอบสวนเป็นคดีฟอกเงิน ซึ่งมีวัดพระธรรมกายเข้ามาเกี่ยวข้องว่าภาพรวมในการดำเนินเป็นอย่างไร เนื่องจากในคดีดังกล่าวมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ รมว.ยุติธรรม ยังกำชับให้ดีเอสไอทำความเข้าใจกับประชาชนโดยทั่วไปว่า พุทธศาสนิกชนยังสามารถปฏิบัติศาสนกิจภายในวัดพระธรรมกายได้ตามปกติทั้งนี้ดีเอสไอจะไม่เข้าตรวจค้นภายในวัดแต่อย่างใด   อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการยักยอกทรัพย์สหกรณ์คลองจั่นฯ จะมีการประชุมร่วมกันในวันศุกร์ที่ 2 ส.ค. เวลา 13.30 น. ซึ่งดีเอสไอจะเชิญอัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกันเพื่อประมวลข้อมูลและความคืบหน้าในด้านต่างๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B7XtrfUTKU0

 1,335
การเมือง
30 ก.ค. 62

‘บิ๊กตู่’ ย้ำ กำกับ สตช. เอง เตรียมรื้อโครงสร้างดีเอสไอ

วันที่ 30 ก.ค. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า การเข้ากระทรวงวันแรก รู้สึกปกติ เพราะคุ้นเคยตั้งแต่เป็นข้าราชการทหาร พร้อมมอบนโยบายในที่ประชุม ขอบคุณกำลังพล และชื่นชมกองทัพ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ช่วยรัฐบาลทำงาน ผมขอให้ร่วมงานต่อไป ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง ตั้งใจเสียสละ และอดทน เพราะยังมีภารกิจอีกมาก และสร้างความเข้าใจถึงความเชื่อที่ว่าใช้อำนาจไม่ถูกต้อง รวมถึงทำหน้าที่ให้ทันต่อยุคสมัย เพราะวันนี้มีผลกระทบหลายอย่างที่เกี่ยวกับความมั่นคง    ส่วนกระแสที่ว่า นายกรัฐมนตรี จะเข้ากำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา และคงไม่ได้ไปดูทั้งหมด และไม่ดึงมาอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี แต่จะไปดูส่วนการปฏิบัติงานให้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่ค้างอยู่ เพราะที่ผ่านมา DSI มีหลายงานที่คนสนใจ ดังนั้น DSI ควรจะเป็นหน่วยงานที่ทำงานเฉพาะ รวมถึงโครงสร้าง ที่จะต้องปฏิรูป เพราะที่ผ่านมามีคนมองว่ามีตำรวจมากเกินไปหรือไม่ ซึ่งจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปกำกับดูแลในแต่ละส่วน    พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำว่าตนจะไปกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นประธานกรรมการตำรวจ ด้วยตนเอง แทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะตนเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ซึ่งมีความตั้งใจสูงกับงานที่ผ่านมาหลายเรื่อง พร้อมยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ยังทำหน้าที่อีกหลายอย่างอยู่ โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคง การข่าว สมช. และการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน    ย้ำว่า เรื่องของการแต่งตั้ง โยกย้าย นายทหาร-ตำรวจ ก็ขอให้หน่วยทำขึ้นมา เพราะได้ให้สิทธิในการแต่งตั้งกับแต่ละหน่วยแล้ว และตนเองจะตรวจทานเพื่อความเหมาะสม ดูว่ามีขีดความสามารถหรือไม่ ดังนั้นผู้บังคับหน่วยรองลงไปจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่งตั้งทั้งตำรวจ และทหาร    ส่วนเรื่องงบประมาณกองทัพ มีสัดส่วนแต่ละปีอยู่แล้ว แต่ต้องไปดู เพราะทุกหน่วยงานเสนอมาเกิน ซึ่งทำไม่ได้ เพราะงบมีจำกัด สัดส่วนต้องสอดคล้องกับความเหมาะสม และความเป็นไปได้    ส่วนการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่อาจถูกจับตาหลังจากนี้ พล.อ.กประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องซื้อให้ถูกต้อง มีคณะกรรมการตรวจสอบให้โปร่งใส ไม่เช่นนั้นก็จะมากล่าวหากันไปมาเหมือนเดิม ย้ำเรื่องเรือดำน้ำนั้นจบไปแล้ว  

 979
การเมือง
30 ก.ค. 62

'บิ๊กตู่' คุมเอง 2 หน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจ-ดีเอสไอ

มีรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม จะกำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้วยตัวเอง   โดยการแบ่งงานในส่วนความมั่นคง พลเอกประยุทธ์ จะกำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยตัวเอง โดยนั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติโดยตำแหน่งเองด้วย โดยไม่ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่แทนเหมือนในอดีต   ขณะที่รัฐมนตรียุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เปิดเผยว่า ได้ทราบจากพลเอกประยุทธ์ว่า จะเข้ามาดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอโดยตรง ไม่มอบหมายงานให้รองนายกฯ ดูแลในส่วนนี้แทนเหมือนในอดีต  และพลเอกประยุทธ์จะนั่งเป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ กำกับงานคดีตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ด้วย   ส่วนรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ มีรายงานว่าจะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงความมั่นคง 4 กระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพลังงาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LVZ1zPRD_48

 952
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ค. 62

ดีเอสไอ แจงที่ดิน 21 ไร่ แพรวา ไม่ได้เป็นคดี สามารถขายได้ ด้าน รมว.ยุติธรรม เชิญทนายฝั่งผู้เสียหายเข้าหารือ 23 ก.ค.นี้

จากกรณีที่แม่แพรวาประกาศขายที่ดินที่ปราณบุรี แล้วมีนักธุรกิจดินต่อขอซื้อเข้ามา แต่ไม่แน่ใจว่าที่ดินเป็นพื้นที่พิพาทหรือไม่ เพราะอยู่ที่เขาสามร้อยยอดนั้น   ล่าสุด พ.ต.อ.ไพศิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า ตรวจสอบแล้ว ที่ดินแปลงนี้ไม่ได้ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด เช็กข้อมูลจากองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของดีเอสไอแล้ว ไม่ได้เป็นพื้นที่ทับซ้อน จำนวน 21 ไร่ ไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินของรัฐ แต่ที่ดินบริเวณดังกล่าวใกล้เขตอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด และยังพบว่า ที่ดินจำนวน 21 ไร่ ได้มีการแบ่งซอยออกเป็นไร่ๆ เพื่อแบ่งขาย   ซึ่งตรงกับนายอำเภอสามร้อยยอด นายไชยชนะ สุทธิวรชัย บอกว่าคุยกับทางสำนักงานที่ดินแล้ว รังวัดออกโฉนดตั้งแต่ มิ.ย. เช็คกับฝากปกครองแล้วไม่มีใครยื่นคัดค้านออกโฉนด ที่ดินพื้นนี้ถูกกฎหมาย สามารถขายได้   นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีแพรวา 9 ศพ ว่า ล่าสุดได้สั่งการให้ผู้บริหารกระทรวง เชิญทนายฝ่ายโจทก์มาปรึกษาหารือ หาทางออก เร่งรัดให้ผู้เสียหายได้ประโยชน์โดยเร็ว ซึ่งจะมีการหารือในวันอังคาร 23 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00 นาฬิกา ที่กระทรวงยุติธรรม ส่วนการเชิญเพียงทนายฝั่งโจทก์เพราะผู้เสียหายมีมาก และเพื่อความรวดเร็วเราจึงเลือกเชิญทนายก่อน และเมื่อการพูดคุยจบ เราจะทราบทันทีว่า เราจะช่วยอะไรเขาได้ และขอยืนยันคดีนี้ตนจะทวงสิทธิให้กับครอบครัวที่สูญเสียคนเป็นที่รักไป   โดยยืนยัน การทำงานกระทรวงยุติธรรม ยุคนี้ต้องเดินหน้าแบบบูรณาการ รับฟังปัญหา ร่วมกันหาทางออกให้กับประชาชนที่เดือดร้อนทางคดีความ อะไรล่าช้าต้องเร่งติดตามความคืบหน้า ต้องหาทางออกว่าช่วยเหลืออะไรได้บ้าง อะไรที่ผู้เสียหายยังขาดเหลือต้องรีบดำเนิน โดยเราจะยกคดี แพรวา เป็นตัวอย่างการทำงาน เรื่องนี้ทำให้ผมต้องการเห็นประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/4Bgvmbcfh_Y

 1,201
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ค. 62

ร้องดีเอสไอ ถูกอดีตทหารอากาศ ตุ๋นลงทุนธุรกิจแอลกอฮอล์ เสียหายกว่า 100 ล้านบาท

ผู้เสียหายถูกหลอกร่วมลงทุนธุรกิจแอลกอฮอล์ ร้องดีเอสไอเอาผิด อดีตนายทหารอากาศและอดีตพนักงานการบินไทยฐานฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท    วันที่ 15 ก.ค. กลุ่มผู้เสียหายกว่า 50 คน ส่วนใหญ่รับราชการทหารอากาศ, ทหารบก, ตำรวจ และบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังถูกอดีตนายทหารอากาศ ที่เคยเป็นวิทยากร อบรมหลักสูตร "ความสำเร็จในการทำธุรกิจ" ให้กับโรงเรียนจ่าอากาศ เมื่อมีนาคม ปี 2560 หลังจากนั้นได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจแอลกอฮอล์ ปันผลกำไรงาม โดยอ้างมีโกดังสต็อกสินค้าที่จังหวัดอุบลราชธานี และมีร้านค้าปลีกที่เป็นเครือข่ายขายส่งกว่า 1,000 ร้านค้า    เบื้องต้นมีผู้เสียหาย กว่า 200 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ถูกอดีตนายช่างทหารอากาศ และอดีตนายช่างบำรุงอากาศยาน บริษัทการบินไทย จำกัด หลอกให้ร่วมทำธุรกิจ โดยการสร้างตัวตนให้น่าเชื่อถือ ใช้คำพูดสร้างแรงบันดาลใจ ทำธุรกิจชีวิตจะดีขึ้น ไม่เป็นหนี้สิน เนื่องจากเป็นวิทยากรจึงหลงเชื่อร่วมลงทุน และมีการชักชวนเพื่อนปากต่อปาก    โดยการลงทุนขั้นต่ำ เริ่มตั้งแต่ 200,000 บาท ไปจนถึง 10 ล้านบาทต่อคน โดยจะได้กำไรปันผล 3-4 % ของเงินลงทุน จะได้ทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน ซึ่งช่วงเดือนแรก ๆ ได้รับเงินจริง แต่เริ่มพบพิรุธเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการผลัดการจ่ายเงิน โดยอ้างว่าจะต้องลงทุนสต็อกแอลกอฮอล์ในโกดังเพิ่มเรื่อยมา จนกระทั้งผู้เสียหายหลายคนเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงขอถอนทุนแต่กลับอิดออด และเมื่อวันที่ 30 เมษายน ไม่สามารถติดต่อได้อีกจนถึงปัจจุบัน    ซึ่งผู้เสียหายทุกคน ได้แจ้งความตำรวจท้องที่ที่โอนเงิน เป็นที่เรียบร้อย และก่อนหน้านี้ ได้ยื่นเรื่องไปยัง กองปราบปราม สำนักป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน จนได้เข้ายื่นที่ดีเอสไอ โดยหวังว่าจะสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ฐานฉ้อโกง    

 1,886
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 62

'หมอกฤษฎ์ คอนเฟิร์ม' ร้องดีเอสไอ เอาผิด บ.รถหรู ฉ้อโกง หลังถูกอายัดลัมโบร์กินี ยันซื้อมาอย่างถูกต้อง

หมอกฤษฎ์ คอนเฟิร์ม นำเอกสารยื่นดีเอสไอให้ตรวจสอบองค์กรที่ขายรถลัมโบร์กินี หลังดีเอสไอมีหนังสือแจ้งขออายัดเนื่องจากตรวจสอบพบรถได้มาอย่างผิดกฏหมาย ยืนยันซื้อมาอย่างถูกต้อง   (12 ก.ค. 62) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายศุกฤษฎ์ ปทุมศรีวิโรจน์ หรือ หมอกฤษฎ์ คอนเฟิร์ม พิธีกรและหมอดูชื่อดัง เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ จากกรณีที่ DSI มีคำสั่งอายัดรถลัมโบร์กีนี ราคา 27 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในรถซุปเปอร์คาร์ 200 กว่าคัน ที่ถูกตรวจสอบกรณีมีการสำแดงภาษีอันเป็นเท็จ ทำให้ปัจจุบันไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินได้    นายศุกฤษฎ์ กล่าวว่า ตนซื้อรถ ลัมโบร์กินี่อเวนทาดอร์ สีส้ม ราคา 27 ล้านบาท มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2559 จากโชว์รูมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ตัวแทนจำหน่ายรถแลมโบกินี่ในประเทศไทย โดยรถคันที่ซื้อมาเป็นรถมือสามแล้ว ยืนยันว่าซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบก มีเอกสารต่างๆครบถ้วน และที่ผ่านมามีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง และไม่ใช่รถนำเข้าจดประกอบ แต่กลับปรากฏว่าเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนได้รับเอกสารจาก DSI โดยอ้างว่ารถคันนี้เสียภาษีนำเข้าไม่ถูกต้องและอาจมีการทุจริตภายในองค์กรของรัฐ เมื่อติดต่อไปยังโชว์รูมที่จำหน่ายรถให้ ก็ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆ อีกทั้งทราบว่ามีผู้เสียหายในลักษณะเดียวกับตนอีกหลาย 10 คัน รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท จึงตัดสินใจนำเอกสารหลักฐานต่างๆ มายื่นต่อ DSI เพื่อขอความเป็นธรรม และขอให้มีการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เกิดขึ้น ที่ปล่อยให้มีการจำหน่ายรถผิดกฎหมายมานานถึง 6 ปี หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ก็ขอให้ดำเนินคดีตั้งแต่ผู้นำเข้าไปจนถึงผู้ที่จำหน่ายรถ รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสาร เพราะตนเองเป็นเพียงผู้บริโภคซื้อรถมาโดยสุจริตใจ ไม่สามารถที่จะไปตรวจสอบเองได้    แต่กลับต้องมาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และปัจจุบันรถคันนี้ ยังนำมาขับได้ แต่ไม่สามารถจำหน่ายต่อได้ เนื่องจากถูกอายัดไว้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ DSI เป็นตัวแทนรับเอกสาร และจะนำส่งต่อ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมืองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

 4,079
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

ร้องดีเอสไอ ถูกบริษัทหลอก ร่วมลงทุนแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ตปท.

ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหายถูกบริษัทหลอกลวงให้ร่วมลงทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ ร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบพฤติกรรม บริษัทดังกล่าวเปิดบูธในงานมหกรรมการเงิน สร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อ มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท    เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง ได้นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับพันตำรวจเอกไพสิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีถูกบริษัทหลอกลวงให้ร่วมลงทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ แต่ต่อมากลับพบว่า เป็นเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ ทำให้ผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อและเสียเงินจำนวนมาก โดยพฤติการณ์ของบริษัทนี้ จะมีการโฆษณาแผนการตลาดผ่านเว็ปไซต์ เพื่อชักชวนให้คนมาร่วมลงทุน โดยเสนอค่าตอบแทนจำนวนมาก    พร้อมกับมีการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการถ่ายภาพกับดาราต่างประเทศ และก่อนหน้านี้ได้ออกบูธในงาน Money expo ใกล้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลง โดยบริษัทนี้ มีการเปิดกลุ่มไลน์ เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารพบว่าสมาชิกจำนวนมาก และมีเครือข่ายที่เป็นแม่ทีมจำนวนกว่า 5 พันคน คาดว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านบาท    ทั้งนี้หลังมีผู้เสียหายบางส่วนที่ตกเป็นเหยื่อเริ่มเคลื่อนไหวรวบรวมหลักฐาน เตรียมแจ้งความดำเนินคดี ก็ได้มีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ระบุให้ผู้เสียหายออกจากกลุ่มไลน์ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับเงินคืนและจะถูกดำเนินคดี ดังนั้นผู้เสียหายจึงเดินทางเข้าร้องทุกข์ กับ DSI เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย   ขณะที่ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ทาง กลต. ได้เคยประกาศแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับการหลอกลงทุนในลักษณะนี้แล้ว แต่ก็ยังมีประชาชนหลงเชื่อ จึงเรียกร้องขอให้ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อหยุดยั้งขบวนการเหล่านี้          ขอบคุณภาพ : มติชน 

 2,669
ข่าวภูมิภาค
17 ก.พ. 62

ดีเอสไอบุกรวบแอดมินหื่น ตั้งกลุ่มลับปล่อยคลิปลามกเด็ก ตรวจคอมฯพบไฟล์ลามกกว่า 5,000 ไฟล์

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ เข้าจับกุมนายสมญา ลาภวิไล แอดมินหื่นซึ่งมีพฤติกรรมโฆษณาทางเฟซบุ๊ก ชักชวนให้จ่ายเงินสมัคร เป็นสมาชิกกลุ่มไลน์ปิดซึ่งตนเองเป็นผู้ดูแล โดยแชร์ภาพลามกอนาจารเด็ก โดยจับกุมได้ที่บ้านของผู้ต้องหาในพื้นที่ จ.ตราด   จากการตรวจค้นบ้านพัก พบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และพบไฟล์ภาพและคลิปลามกอนาจารเด็กในคอมพิวเตอร์ดังกล่าว มากกว่า 5,000 ไฟล์ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และให้ความร่วมมือกับการสืบสวนจับกุมครั้งนี้        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/pocg6JjCUnc

 1,906
สังคม-อาชญากรรม
21 ธ.ค. 61

'เมจิ อโณมา' ร้องดีเอสไอ ถูกแฮกเฟชบุ๊กล้วงข้อมูลบัตรเครดิต สูญเงินนับ 1.4 ล.

นางสาวอโณมา ศรัญย์ศิขริน หรือ เมจิ อโณมา คุ๊ก ดารานางแบบ และไอดอลด้านสุขภาพ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังถูกคนร้ายเจาะระบบเฟซบุ๊ก เข้ามาลักลอบสั่งซื้อโฆษณาจนทำให้เสียเงินกว่า 1.4 ล้านบาทนั้น   นางสาวเมจิ ระบุว่า ตนเองได้มีการเปิดเพจ Healthymeijianorma ไว้เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ และการออกกำลังกาย ซึ่งมีการผูกบัตรเครดิตไว้กับเพจดังกล่าว จำนวนกว่า 4 สถาบันการเงิน เพื่อใช้ในการซื้อโฆษณาของเพจ ต่อมาพบว่ามีการสั่งซื้อโฆษณาครั้งละกว่า 3 หมื่นบาท รวมกว่า 10 ครั้ง ต่อวัน หรือรวมประมาณ 4 แสนบาท ต่อวันซึ่งตนเองไม่ได้เป็นการสั่งซื้อโฆษณาดังกล่าว รวมถึงยังมีการตั้งวงเงินการซื้อโฆษณาสูงถึงวันละ 1 แสนบาท และจากการตรวจสอบพบว่าการซื้อโฆษณาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นการซื้อโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดไลค์ของตนเอง แต่กลับพบว่าเป็นการซื้อโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดไลค์ให้กับเพจขายของประมาณ 4-5 เพจ ที่ยังไม่ขอระบุในขณะนี้    นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติการล็อคอินยังพบว่า มีการล็อคอินเข้ามาในเพจจากในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และในพื้นที่อื่นๆในประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการล็อคอินจากในต่างประเทศร่วมอยู่ด้วยในจำนวนหลายครั้ง ในวันนี้จึงเข้ามาร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามาช่วยดำเนินการตรวจสอบและอยากออกมาแจ้งเตือนประชาชนใช้ความระมัดระวัง และให้เปลี่ยนพาสเวิร์ดหรือใช้ขั้นตอนการแจ้งเตือนเพื่อให้ทราบหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งส่วนตัวได้ทำการอายัดและประสานสถาบันการเงินให้รอการตรวจสอบในวงเงิน1.4 ล้านบาท เพื่อชลอการเรียกเก็บในวงเงินนี้    ด้านร้อยตำรวจเอกเขมชาติ ประกายหงษ์มณี รอง ผอ.กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ระบุว่า ต่อจากนี้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับเรื่องและตรวจสอบจากหลักฐานที่ผู้เสียหายมี เพื่อตรวจสอบว่ามีการก่อเหตุจากในประเทศในพื้นที่ใด หรือในต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 มีการก่อเหตุคล้ายลักษณะนี้แต่ผู้เสียหายได้เงียบหายไป จนกลับมาพบว่ามีการกลับมาก่อเหตุขึ้นอีก ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อขยายผลอีกครั้ง พันตำรวจโทปกรณ์ ยังฝากถึงประชาชนให้ค่อยตรวจเช็คการผูกบัตรเครดิตในสื่อออนไลน์ และตั้งรหัวผ่านให้มีความรัดกุม หรือตั้งระบบการแจ้งเตือนไว้เพื่อป้องกัน นอกจากนี้ยังมี นายศุภากร พงศ์ธนาพร ผุ้อำนวยการสื่อดิจิตอล สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ก็ถูก ก่อเหตุในลักษณะนี้สูญเงินกว่า ล้านบาท เช่นกัน

 6,659
ปากท้องร้องทุกข์
20 ก.ย. 61

ยื่น dsi สอบทุจริตโกงเงินคนพิการ เสียหาย 1,500 ล้าน

กลุ่มเครือข่ายผู้พิทักษ์สิทธิ์คนพิการ ยื่นหนังสือร้องดีเอสไอ ให้ตรวจสอบกรณีทุจริตการจ้างงานคนพิการ และให้เป็นคดีพิเศษ หลังพบมูลค่าความเสียหายกว่า 1,500 ล้านบาท   ชี้มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มีทั้งคนพิการที่เรียกว่า มาเฟีย และเจ้าหน้าที่ในการเรียกหักเงินค่าหัวคิว ในการนำคนพิการไปหางานส่งเสริมให้มีรายได้ ในการจ้างงานคนพิการ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 1,500 ล้านบาท มีข้อมูลว่าบางบริษัทมีการทำบัญชีจ่ายเงินค่าจ้างให้กับคนพิการ และเมื่อตรวจสอบกลับไม่พบการจ้างงานคนพิการ จึงต้องการให้ ดีเอสไอ รับพิจารณาเป็นคดีพิเศษ และให้มีการคุ้มครองพยาน เพื่อช่วยเหลือคนพิการที่ได้รับผลกระทบในประเด็นนี้   ด้านพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยตั้งแต่ปี 2552 ที่ส่งเสริมการมีงานทำให้กับคนพิการ กระทรวงแรงงาน ยังไม่เคยได้รับการร้องเรียน เรื่องการทุจริตเงินคนพิการแต่อย่างใด พร้อมย้ำขณะนี้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อกล่าวหาการทุจริตเงินคนพิการ ตามมาตรา 33 และ 35 แล้ว โดยให้เห็นผลภายใน 15 วัน โดยในปีงบประมาณ 2561 มีคนพิการขึ้นทะเบียนหางานกับกรมการจัดหางาน จำนวน 1,979 คน และบรรจุงาน จำนวน 1,565 คน   ขณะที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการตามกฎหมายหากพบความผิดก็ต้องดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุไว้ว่าใครทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องเงินทองให้ออกจากตำแหน่งโดยทันที และเมื่อวานนี้ก็ได้สั่งการชัดเจนในที่ประชุม ครม. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s17hhfKEpNs

 3,444

Top