ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดีเอสไอ"

การเมือง
16 ต.ค. 62

รมว.ยธ. ยันย้าย 'กรวัชร์' ไม่กระทบคดีบิลลี่ยังเป็นที่ปรึกษา ชี้ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการให้รางวัล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยัน แต่งตั้ง พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร เป็นผู้ตรวจราชการ มีตำแหน่งสูงขึ้น เพื่อรางวัลในการทำงานดีมาตลอด ปฏิเสธไม่ใช่การเด้งเพราะรับผิดชอบคดีฆาตกรรม 'บิลลี่'    วันที่ 16 ต.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า การโยกย้าย พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการให้รางวัลโดยให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น จากข้าราชการระดับซี 9 เลื่อนขึ้นเป็นซี 10 ที่สามารถปรับโยกไปดำรงตำแหน่งอื่นในระดับอธิบดีได้ต่อไปในอนาคต เนื่องจาก พันตำรวจโทกรวัชร์ มีผลงานที่ดีมาโดยตลอด ส่วนตัวก็พร้อมสนับสนุน และเจ้าตัวก็พึงพอใจในการโยกย้ายครั้งนี้    พร้อมยืนยันว่า การโยกย้าย พันตำรวจโทกรวัชร์ครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบกับคดีการเสียชีวิตของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย เพราะดีเอสไอ ทำงานเป็นทีม และไม่มีปัญหาภายในแต่อย่างใด    ด้าน พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยัน พันตำรวจโท ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคดีการเสียชีวิตของนายบิลลี่ และคดีอื่น ๆ เช่น คดีรถยนต์หรู และยืนยันว่า คำสั่งย้ายพันตำรวจโทกรวัชร์ ไม่เกี่ยวกับการความขัดแย้งในคดีบิลลี่ แต่เป็นการโยกย้ายตามวาระปกติในระดับที่สูงขึ้นของราชการ

 2,444
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 62

dsi บินสำรวจ 6 จุดแก่งกระจานสางคดีบิลลี่ 'ชัยวัฒน์' ยินดีให้ตรวจค้นทุกจุดที่สงสัย

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตปริศนาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย หลังจากที่พบชิ้นส่วนด้านข้างกะโหลกศรีษะ ในถังน้ำมัน 200 ลิตร ที่แก่งกระจาน ซึ่งคดีนี้ดีเอสไอ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามาคลี่คลายและหาหลักฐานการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของบิลลี่   ล่าสุด (11 ต.ค.62) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจ 6 จุดในอุทยานแห่งชาติแก่นกระจาน เพื่อหาความเชื่อมโยงทางคดี   โดยจุดที่ 1 ที่ ด่านเขามะเร็ว เป็นจุดที่ เจ้าหน้าที่อุทยานเข้าควบคุมตัวนายบิลลี่ ที่ครอบครองน้ำผึ้งป่า วันที่ 17 เม.ย.2557   จุดที่ 2 บริเวณแยกหนองมะค่า ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมบิลลี่ในวันนั้น อ้างว่า ปล่อยตัว บิลลี่ บริเวณจุดนี้ หลังจากคุมตัวและขับรถมาจากด่านเขามะเร็ว   จุดที่ 3 สะพานแขวน ซึ่งเป็นจุดที่พบถังขนาด200ลิตร และชิ้นส่วนกระดูกของบิลลี่   จุดที่ 4 ไร่ชัยราชพฤกษ์ มีพื้นที่ประมาณกว่า100ไร่ ซึ่งเป็นจุดที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่นกระจาน ได้พักอาศัยในวันที่บิลลี่หายตัวไป   จุดที่ 5 ห้วยคมกฤติ ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่น้ำลึก ซึ่งจุดนี้ มีความสงสัยว่า จะนำไปสู่การค้นหารถจักรยานยนต์ และกลัองถ่ายรูปที่ติดตัวนายบิลลี่ เพราะจุดนี้เป็นลักษณะ ทั้งคอลงน้ำและเหวลึก ผู้ที่จะเข้าไปได้ต้องเป็นคนในพื้นที่ ที่มีความชำนาญพื้นที่   จุดที่ 6 บริเวณใจกลางแผ่นดิน บ้านบางกลอยบน ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวกะเหรี่ยงที่เคยถูกเผา และมีกรณีพิพาทกันก่อนหน้าที่บิลลี่จะเข้ามาเป็นแกนนำในการต่อสู้   สำหรับการบินสำรวจครั้งนี้ เนื่องจากหลังจากาที่ดีเอสไอเข้ามาทำสำนวนคดีนี้ พบว่า บางส่วนกลับขัดแข้งกับคำให้การของพยานบางคน โดยเฉพาะคำให้การที่ระบุว่า วันเกิดเหตุหลังจากปล่อยตัวนายบิลลี่แล้ว รถของนายชัยวัฒน์ ขับกลับมาที่ไร่ชัยราชฤกษ์ แต่ในกล้องวงจรปิด บริเวณเนินนางพญา ทางไปห้วยคมกริช กลับพบรถของอุทยานเข้าไปบริเวณนี้ ในเวลาใกล้เคียงกับการหายตัวของบิลลี่และรถคันนี้กลับออกมาในเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันเดียวกัน   ซึ่งข้อพิรุธนี้ทำให้ต้องมาบินสำรวจ เพื่อวิเคราะห์เทียบกับช่วงเวลา ของกล้องวงจรปิดนั้น และยังตรงกับการสอบสวนที่ระบุว่า จุดห้วยคมกฤชนี้จะเป็นจุดที่ทิ้งรถ จยย.ของบิลลี่   หลังจากนี้ไปก็จะมีการรวบรวมข้อมูลให้แน่นหนา เพื่อพิจารณายื่นต่อศาลขออนุมัติหมายเรียก หรือหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของบิลลี่ โดยทุกอย่างไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้ายบุคคลใด ทุอย่างทำไปตามพยานหลักฐานที่มีทั้งหมด   ส่วนเรื่องกระดูกที่พบอีก 8 ชิ้นนั้น ผลการตรวจยืนยันว่า เป็นดีเอ็นเอของมนุษย์ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของใครและตรงกับชิ้นส่วนกระดูกของบิลลี่หรือไม่ ซึ่งอาจจะมีการนำส่งตรวจที่ต่างประเทศ   สำหรับบริเวณไร่ชัยราชพฤกษ์นั้น เป็นไร่ของพี่ชายนายชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว ตอนนี้ทำไม้กั้นปิดล็อค ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ โดยวัดจากทางเข้าจากถนนใหญ่ถึงตัวบ้าน ระยะทางประมาณ 1 กม. ซึ่งบ้านหลังนี้ มีภาพปรากฎว่าเมื่อวันที่ 18 เมย. 2557 นยชัยวัฒน์และลูกน้องก็ร่วมงานวันสงกรานต์กันที่นี้กันตามปกติ   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายชัยวัฒน์ทางโทรศัพท์ ยืนยันว่า ตนให้การไปกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายแล้ว และยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ การเข้าตรวจหาหลกัฐานเพิ่มเติมครั้งนี้ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลใจใดๆทั้งสิ้น และหากทางดีเอสไอ จะเรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติม ตนก็พร้อมและวันที่ให้ปากคำ ก็จะแถลงข่าวชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย   ส่วนการให้การอ้างว่าไม่ตรงกับข้อมูลที่เห็นรุถของตนไม่ได้มาที่ไร่ และไปทางเนินนางพญานั้น นายชัยวัฒน์ยืนยันว่าเดินทางกลับมาที่ไร่นี้จริงเพื่อเตรียมงาน และหากดีเอสไอมีหลักฐานก็ขอเข้าตรวจค้นที่ไร่ได้ ไม่ต้องสำรวจทางอากาศ ตนยินดีเสมอ   หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจบินสำรวจ ทางคณะของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าเยี่ยม นางมึนอ ภรรยาของบิลลี่และลูกๆ เพื่อแจ้งความคืบหน้าทางคดี ซึ่งนางมึนอได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ แต่สิ่งที่ยังกังวลคือกลัวการถูกแทรกแซงทางคดี และตามที่ดีเอสไอได้บอกไว้ว่าจะมีความชัดเจนทางคดีก่อนวันที่ 3 ธันวาคมนั้น ก็หวังว่าจะเป็นความจริง และจะสามารถหาคนทำผิดมาลงโทษได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FEFwlJiUn2g

 900
อาชญากรรม
11 ต.ค. 62

dsi บินสำรวจ 6 จุดแก่งกระจานสางคดีบิลลี่ 'ชัยวัฒน์' ยินดีให้ตรวจค้นทุกจุดที่สงสัย

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตปริศนาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย หลังจากที่พบชิ้นส่วนด้านข้างกะโหลกศรีษะ ในถังน้ำมัน 200 ลิตร ที่แก่งกระจาน ซึ่งคดีนี้ดีเอสไอ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามาคลี่คลายและหาหลักฐานการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของบิลลี่   ล่าสุด (11 ต.ค.62) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจ 6 จุดในอุทยานแห่งชาติแก่นกระจาน เพื่อหาความเชื่อมโยงทางคดี   โดยจุดที่ 1 ที่ ด่านเขามะเร็ว เป็นจุดที่ เจ้าหน้าที่อุทยานเข้าควบคุมตัวนายบิลลี่ ที่ครอบครองน้ำผึ้งป่า วันที่ 17 เม.ย.2557   จุดที่ 2 บริเวณแยกหนองมะค่า ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมบิลลี่ในวันนั้น อ้างว่า ปล่อยตัว บิลลี่ บริเวณจุดนี้ หลังจากคุมตัวและขับรถมาจากด่านเขามะเร็ว   จุดที่ 3 สะพานแขวน ซึ่งเป็นจุดที่พบถังขนาด200ลิตร และชิ้นส่วนกระดูกของบิลลี่   จุดที่ 4 ไร่ชัยราชพฤกษ์ มีพื้นที่ประมาณกว่า100ไร่ ซึ่งเป็นจุดที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่นกระจาน ได้พักอาศัยในวันที่บิลลี่หายตัวไป   จุดที่ 5 ห้วยคมกฤติ ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่น้ำลึก ซึ่งจุดนี้ มีความสงสัยว่า จะนำไปสู่การค้นหารถจักรยานยนต์ และกลัองถ่ายรูปที่ติดตัวนายบิลลี่ เพราะจุดนี้เป็นลักษณะ ทั้งคอลงน้ำและเหวลึก ผู้ที่จะเข้าไปได้ต้องเป็นคนในพื้นที่ ที่มีความชำนาญพื้นที่   จุดที่ 6 บริเวณใจกลางแผ่นดิน บ้านบางกลอยบน ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวกะเหรี่ยงที่เคยถูกเผา และมีกรณีพิพาทกันก่อนหน้าที่บิลลี่จะเข้ามาเป็นแกนนำในการต่อสู้   สำหรับการบินสำรวจครั้งนี้ เนื่องจากหลังจากาที่ดีเอสไอเข้ามาทำสำนวนคดีนี้ พบว่า บางส่วนกลับขัดแข้งกับคำให้การของพยานบางคน โดยเฉพาะคำให้การที่ระบุว่า วันเกิดเหตุหลังจากปล่อยตัวนายบิลลี่แล้ว รถของนายชัยวัฒน์ ขับกลับมาที่ไร่ชัยราชฤกษ์ แต่ในกล้องวงจรปิด บริเวณเนินนางพญา ทางไปห้วยคมกริช กลับพบรถของอุทยานเข้าไปบริเวณนี้ ในเวลาใกล้เคียงกับการหายตัวของบิลลี่และรถคันนี้กลับออกมาในเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันเดียวกัน   ซึ่งข้อพิรุธนี้ทำให้ต้องมาบินสำรวจ เพื่อวิเคราะห์เทียบกับช่วงเวลา ของกล้องวงจรปิดนั้น และยังตรงกับการสอบสวนที่ระบุว่า จุดห้วยคมกฤชนี้จะเป็นจุดที่ทิ้งรถ จยย.ของบิลลี่   หลังจากนี้ไปก็จะมีการรวบรวมข้อมูลให้แน่นหนา เพื่อพิจารณายื่นต่อศาลขออนุมัติหมายเรียก หรือหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของบิลลี่ โดยทุกอย่างไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้ายบุคคลใด ทุอย่างทำไปตามพยานหลักฐานที่มีทั้งหมด   ส่วนเรื่องกระดูกที่พบอีก 8 ชิ้นนั้น ผลการตรวจยืนยันว่า เป็นดีเอ็นเอของมนุษย์ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของใครและตรงกับชิ้นส่วนกระดูกของบิลลี่หรือไม่ ซึ่งอาจจะมีการนำส่งตรวจที่ต่างประเทศ   สำหรับบริเวณไร่ชัยราชพฤกษ์นั้น เป็นไร่ของพี่ชายนายชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว ตอนนี้ทำไม้กั้นปิดล็อค ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ โดยวัดจากทางเข้าจากถนนใหญ่ถึงตัวบ้าน ระยะทางประมาณ 1 กม. ซึ่งบ้านหลังนี้ มีภาพปรากฎว่าเมื่อวันที่ 18 เมย. 2557 นยชัยวัฒน์และลูกน้องก็ร่วมงานวันสงกรานต์กันที่นี้กันตามปกติ   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายชัยวัฒน์ทางโทรศัพท์ ยืนยันว่า ตนให้การไปกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายแล้ว และยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ การเข้าตรวจหาหลกัฐานเพิ่มเติมครั้งนี้ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลใจใดๆทั้งสิ้น และหากทางดีเอสไอ จะเรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติม ตนก็พร้อมและวันที่ให้ปากคำ ก็จะแถลงข่าวชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย   ส่วนการให้การอ้างว่าไม่ตรงกับข้อมูลที่เห็นรุถของตนไม่ได้มาที่ไร่ และไปทางเนินนางพญานั้น นายชัยวัฒน์ยืนยันว่าเดินทางกลับมาที่ไร่นี้จริงเพื่อเตรียมงาน และหากดีเอสไอมีหลักฐานก็ขอเข้าตรวจค้นที่ไร่ได้ ไม่ต้องสำรวจทางอากาศ ตนยินดีเสมอ   หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจบินสำรวจ ทางคณะของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าเยี่ยม นางมึนอ ภรรยาของบิลลี่และลูกๆ เพื่อแจ้งความคืบหน้าทางคดี ซึ่งนางมึนอได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ แต่สิ่งที่ยังกังวลคือกลัวการถูกแทรกแซงทางคดี และตามที่ดีเอสไอได้บอกไว้ว่าจะมีความชัดเจนทางคดีก่อนวันที่ 3 ธันวาคมนั้น ก็หวังว่าจะเป็นความจริง และจะสามารถหาคนทำผิดมาลงโทษได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FEFwlJiUn2g

 900
สรุปข่าว
11 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ต.ค.62 อุทธรณ์ยืนจำคุกลุงวิศวะ 10 ปี-แบน 3 สารพิษจบไม่ง่าย-ชำแหละซากช้างตกเหวนรก

-ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกลุงวิศวะ 10 ปี คดียิงวัยรุ่นที่ล้อมรถตายที่อ่างศิลาเมื่อปี 60 ศาลชี้พฤติกรรมสมัครใจวิวาท หากมีสติยับยั้งชั่งใจอารมณ์ร้อน เหตุทะเลาะวิวาทคงไม่เกิดขึ้น เหตุที่ทำเพราะมีปืนติดตัว แสดงถึงการสมัครใจวิวาท ยั่วโสะท้าทายจนกลุ่มผู้ตายโต้ตอบ อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น     พิพากษาตามศาลชั้นต้น จำคุก 15 ปีลดโทษ 1 ใน 3 เหลือ 10 ปี ปรับคดีอาวุธปืน 2 พันบาท จ่ายค่าสินไหมให้โจทก์ 3 แสนบาท ทนายยื่นเงินสด 8 แสนบาทยื่นประกันตัว สู้คดีต่อในศาลฎีกา ด้านแม่คนตายพอใจคำตัดสิน แต่รู้สึกเหนื่อยที่ต้องมาศาลตลอด 2 ปี หลังเกิดเรื่องยังไม่เคยคุยกับลุงวิศวะเลย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น! ศาลชี้สมัครใจทะเลาะวิวาท สั่งจำคุก 'ลุงวิศวะ' 10 ปี ยื่นประกัน 8 แสนสู้ฎีกาต่อ    -แบน 3 สารพิษจบไม่ง่าย กลุ่มไร่มันโคราชจับมือชาวไร่อ้อยเตรียมบุกกรุงค้านมติแบน 3 สาร ชี้ใช้ยาตัวอื่นแทนแพงกว่า 5 เท่า แบกรับไม่ไหว ซ้ำเติมเกษตรกร วิษณุชี้การแบนไม่ง่าย ต้องใช้เวลา แต่คิดว่าจะจบในคณะกรรมการชุดนี้ได้ เลขาแจง รมต.เฉลิมชัยป่วยจริง พักผ่อนน้อย ความดันสูง ปัดชิ่งม็อบ ยันไม่เอาสารอันตราย ด้านมนัญญาป่วยเพราะเครียดจริง ถูกกดดันจากหลายด้าน เจอขู่ฟ้องหลังประกาศแบน 3 สาร   -เพจเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แสดงความไม่พอใจนักการเมืองไทยบางคนมีท่าทีสนับสนุนม็อบฮ่องกง เตือนให้ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ของมิตรภาพจีน-ไทย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สถานทูตจีนไม่ปลื้ม นักการเมืองไทยหนุนม็อบฮ่องกง หลัง 'โจชัว หว่อง' โพสต์ภาพคู่ 'ธนาธร'   -ศาล รธน.ไม่เอาผิด อ.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ พ่อจอห์น วิญญู กรณีโพสต์วิจารณ์ศาล รธน.เป็นการละเมิดอำนาจศาล เจ้าตัวขออภัยต่อศาล เยียวยาจะอธิบายข้อเท็จจริงในทวิตเตอร์ให้ ปชช.เข้าใจ   -พรรคเพื่อไทยชี้กระทรวงดีอีให้ร้านค้า ร้านกาแฟเก็บข้อมูลคนใช้ฟรีไวไฟในร้าน 90 วัน เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล สร้างความยุ่งยากให้ร้านค้า สร้างอุปสรรคให้ผู้ประกอบการในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ชี้รัฐอย่าระแวง ปชช. ทำตัวเหมือนเป็นไทยแลนด์ 0.4 ไม่ใช่ 4.0 ด้านพุทธิพงษ์ชี้เป็นการขอความร่วมมือ เพื่อเป็นหลักฐานในคดีความมั่นคง อาชญากรรม ฉ้อโกง หลอกโอนเงิน โพสต์ข้อความไม่เหมาะสม  ตาม พ.ร.บ.คอมฯ   -ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุก 2 ปีสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  อดีต รมว.การต่างประเทศ สมัยรัฐบาลยิ่งยักษณ์ ออกพาสปอร์ตให้อดีตนายกฯทักษิณ เมื่อปี 54 ทั้งที่เป็นจำเลยหลบหนีคดี ขัดระเบียบกระทรวง นายสุรพงษ์ขอให้ศาลลงโทษสถานเบา ศาลพิจารณาว่าไม่เคยต้องโทษ อายุเยอะ โรครุมเร้าทั้งหัวใจ เบาหวาน มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะลุกลาม จึงพิพากษาแก้ให้รอลงอาญา 2 ปี เพิ่มโทษปรับ 1 แสน เจ้าตัวยกมือไหว้คณะผู้พิพากษา ก่อนนั่งรถพยาบาลออกจากศาล ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลเมตตา ให้รอลงอาญา 2 ปี 'สุรพงษ์' คดีออกพาสปอร์ต 'ทักษิณ'    -เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเกิดต้มยำกุ้งรอบใหม่ หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.ร่วงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ต่ำสุดในรอบ 39 เดือน อยู่ที่ระดับ 72.2 ชี้เกิดจากความรู้สึกของ ปชช.ที่รู้สึกว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ อาจลามเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ต่างจากครั้งก่อน รอบนี้ผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยไม่ได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย.62 ดิ่งสุดในรอบ 39 เดือน หวั่นเกิดต้มยำกุ้งรอบ 2 แต่รอบนี้เล่นงานคนจน   -มาตรการลดหย่อนภาษีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ไม่ได้ไปต่อ จะปิดตัวลงในวันที่ 31 ธ.ค. หลังจากใช้มาตรการนี้มาตั้งแต่ปี 2551 หรือ เป็นเวลา 12 ปี สศค.ยันชัดไม่ต่ออายุ อยุ่ระหว่างพิจารณากองทุนใหม่ที่จะมารับไม้ต่อ ย้ำต้องเป็นการส่งเสริมพัฒนาตลาดทุนระยะยาว ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ     -DSI บินสำรวจ 6 จุดแก่งกระจาน หาความเชื่อมโยงคดีบิลลี่ หลังพบคำให้การพยานขัดแย้งกับหลักฐาน หากพยานหลักฐานแน่นหนา พร้อมออกหมายจับทันที ด้านชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยืนยันบริสุทธิ์ใจ ถ้า DSI มาค้นที่ไร่ได้เลยโดยตรง ชี้ภาพร่วมงานสงกรานต์ปี 57 ที่ไร่เป็นตามปกติ เพราะเป็นไร่ของพี่ชาย ด้านเมียบิลลี่ของคุณ DSI ที่ติดตาม กังวลว่าคดีจะถูกแทรกแซง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : dsi บินสำรวจ 6 จุดแก่งกระจานสางคดีบิลลี่ 'ชัยวัฒน์' ยินดีให้ตรวจค้นทุกจุดที่สงสัย   -ภารกิจกู้ซากช้างป่า 11 ตัวที่น้ำตกเหวนรก เจออุปสรรคฝนตกหนัก มวลน้ำเพิ่มขึ้น ล่าสุดเจอซากช้างอีก 3 ตัว ไหลลงมากองรวมกับอีก 2 ตัว รวมเป็น 5 ตัว สภาพขึ้นอืด กลิ่นเหม็น จนท.เร่งขึงเชือกทำซิปไลน์ ก่อนชำแหละซากช้างลำเลียงลงมาที่เขื่อน ล่าสุดชำแหละแล้ว 1 ตัว ใช้เลื่อยตัดอวัยวะ 4 ชม.บรรจุถุง เตรียมนำไปวัด รอให้ครบทุกตัวก่อนทำพิธีเผาพร้อมกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝนตกหนัก ทำอุปสรรคเก็บซากช้างป่าน้ำตกเหวนรก เจอซากอีก 3 ตัวไหลลงมากอง ชำแหละเสร็จ 1 ตัว   -เจ้าของร้านเพชรชื่อดังร้องสื่อ บ้านและที่ดินกว่า 50 ล้านถูกนายพลทหารชื่อดังเข้ายึดครอง มีคลิปชายฉกรรจ์บุกยึดบ้าน เผยนายทหารตีสนิทกับแม่ที่มีครอบครัวแล้ว พอแม่ตายยกบ้านให้ลูกสาวแท้ๆ แต่กลับถูกยึด ด้าน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ยันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ตามคำสั่งศาล เตรียมฟ้องกลับหากถูกพาดพิง   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ลูกสาวร้านเพชรร้องถูกอดีตบิ๊กทหารยกพวกยึดบ้าน 60 ล้าน 'บรรณวิทย์' งัดคำสั่งศาลโต้ จ่อฟ้องกลับ   -เสี่ยท็อปเปิดใจ กลับไทย 23 ต.ค.เคลียร์หนี้ให้ทั้งหมด พร้อมแถลงข่าวไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ ระบุเจ้าสาวตกเป็นเครื่องมือ ยันพาสปอร์ตน้ำเงินได้มาอย่างถูกต้อง แต่ไม่ขอตอบกับกองเงินหรู ยังพร้อมจะเจอรักใหม่ ถ้าเจอคนที่ใช่ก็ไปด้วยกัน พ่อเจ้าสาวรับไม่ได้ถ้าแถลงข่าวให้ร้ายลูกสาว ขอให้มาเคลียร์หนี้สินแล้วต่างคนต่างไป ล่าสุดเหยื่อโผล่อีกราย ไกด์สาวอ้างสูญ 7 ล้านถูกเสี่ยท็อปหลอกทำธุรกิจร่วมกัน อ้างเป็นเบื้องสูงกลับชาติมาเกิด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด   -ล่าระทึกสมาชิกแก๊งค้ายาหนี ตร. จอดรถกลางสะพานโดดลงแม่น้ำ ลอยคอ 2 ชม. ก่อนจนมุมเจอหลบใต้ตอม่อสะพานแม่น้ำท่าจีน สุพรรณบุรี ค้นรถกระบะเจอยาไอซ์ 132 กก.เคตามีน 5 กก. สารภาพทำมาแล้ว 6 ครั้ง ได้เงินไม่เท่ากันแล้วแต่จำนวนยา ครั้งนี้สูงสุด 5 หมื่นบาท มีนายทุนอยู่เบื้องหลังคอยสั่งการ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มขนไอซ์ 132 กก.โดดน้ำหนี ตร. สุดท้ายไม่รอด สารภาพทำมาแล้ว 6 ครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sh7W2q8giKg

 8,843
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 62

หนีหมายจับ 14 ปี!! ดีเอสไอ คุมตัวแกนนำ brn เอี่ยววางบึ้ม-ยิงอส.รปภ.ครูดับ 2 ศพ ฝากขังศาล-ค้านประกันตัว

ดีเอสไอ คุมตัวแกนนำ BRN ก่อการร้ายซ่องโจร หลบหนีหมายจับ 14 ปี และยังเป็นผู้สั่งการเหตุระเบิด-ซุ่มยิง อส.ชุดคุ้มครอง จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต 2 คน ท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว   (4 ต.ค. 62) พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ควบคุมตัวนายมะหะมะรอมือลี สาแม ครูศาสนา แกนนำกลุ่ม BRN บุคคลตามหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร หลังจากหลบหนีหมายจับมา 14 ปี ไปขออำนาจฝากขัง ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก//โดยท้ายคำร้องฝากขังผัดแรก พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากอัตราโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี   การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด และซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ขณะดูแลความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านควนประ ทำให้ อส.เสียชีวิต จำนวน 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าเป็นคนร้ายตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เมื่อตรวจสอบพบว่าหมายเลขดังกล่าว มีชื่อผู้จดทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ เป็นเยาวชนในพื้นที่ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวเยาวชนที่เป็นผู้จดทะเบียนซิมโทรศัพท์มาให้ข้อมูล จนทราบว่า นายมะหะมะรอมือลี สาแม ครูสอนศาสนาโรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เป็นผู้ใช้ให้เปิดซิมโทรศัพท์ จำนวน 2 ซิม   เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัว นายมะหะมะรอมือลี สาแม มาให้ข้อมูล และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หมายจับ ป.วิอาญา ศาลอาญา วันที่ 7 มกราคม 2548 ซึ่งเคยมีรางวัลนำจับ 500,000 บาท และมีหมายจับ พ.ร.ก.ศาลปัตตานี วันที่ 20 กันยายน 2562   จากการสอบถามนายมะหะมะรอมือลี ยอมรับว่า เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ผ่านการสาบานตนในปี 2526 ขณะเรียนที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดยะลา ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้า “ดาแอเราะห์” หรือผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 5 ตำบล คือ ต.ลิดล, ต.พร่อน, ต.ลำใหม่, ต.ยะลา และ ต.ลำพะยา จ.ยะลา และหลังจากมีหมายจับจึงได้หลบหนีไปตามที่ต่างๆ จนมาเป็นครูสอนศาสนาที่โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ จังหวัดสตูล จนถึงปัจจุบัน   ซึ่งจากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ เสียชีวิต 2 ศพ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมานั้น นายมะหะมะรอมือลี สาแม ยังให้การยอมรับว่า ตนเองได้สั่งให้เยาวชนคนดังกล่าว ซึ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ ที่ตนเองสอนอยู่ไปซื้อซิมโทรศัพท์ จำนวน 2 ซิม ซึ่งเป็นหมายเลขตรงกับโทรศัพท์ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยได้มอบซิมโทรศัพท์ให้กับนายฟาอิส หรือนายรุสลัน โต๊ะบีลา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาพละ โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าวนำไปก่อเหตุ ล่าสุดหลบหนีไปแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขออนุมัติออกหมายจับต่อไป

 1,374
อาชญากรรม
04 ต.ค. 62

หนีหมายจับ 14 ปี!! ดีเอสไอ คุมตัวแกนนำ brn เอี่ยววางบึ้ม-ยิงอส.รปภ.ครูดับ 2 ศพ ฝากขังศาล-ค้านประกันตัว

ดีเอสไอ คุมตัวแกนนำ BRN ก่อการร้ายซ่องโจร หลบหนีหมายจับ 14 ปี และยังเป็นผู้สั่งการเหตุระเบิด-ซุ่มยิง อส.ชุดคุ้มครอง จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต 2 คน ท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว   (4 ต.ค. 62) พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ควบคุมตัวนายมะหะมะรอมือลี สาแม ครูศาสนา แกนนำกลุ่ม BRN บุคคลตามหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร หลังจากหลบหนีหมายจับมา 14 ปี ไปขออำนาจฝากขัง ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก//โดยท้ายคำร้องฝากขังผัดแรก พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากอัตราโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี   การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด และซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ขณะดูแลความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านควนประ ทำให้ อส.เสียชีวิต จำนวน 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าเป็นคนร้ายตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เมื่อตรวจสอบพบว่าหมายเลขดังกล่าว มีชื่อผู้จดทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ เป็นเยาวชนในพื้นที่ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวเยาวชนที่เป็นผู้จดทะเบียนซิมโทรศัพท์มาให้ข้อมูล จนทราบว่า นายมะหะมะรอมือลี สาแม ครูสอนศาสนาโรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เป็นผู้ใช้ให้เปิดซิมโทรศัพท์ จำนวน 2 ซิม   เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัว นายมะหะมะรอมือลี สาแม มาให้ข้อมูล และจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หมายจับ ป.วิอาญา ศาลอาญา วันที่ 7 มกราคม 2548 ซึ่งเคยมีรางวัลนำจับ 500,000 บาท และมีหมายจับ พ.ร.ก.ศาลปัตตานี วันที่ 20 กันยายน 2562   จากการสอบถามนายมะหะมะรอมือลี ยอมรับว่า เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ผ่านการสาบานตนในปี 2526 ขณะเรียนที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดยะลา ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้า “ดาแอเราะห์” หรือผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 5 ตำบล คือ ต.ลิดล, ต.พร่อน, ต.ลำใหม่, ต.ยะลา และ ต.ลำพะยา จ.ยะลา และหลังจากมีหมายจับจึงได้หลบหนีไปตามที่ต่างๆ จนมาเป็นครูสอนศาสนาที่โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ จังหวัดสตูล จนถึงปัจจุบัน   ซึ่งจากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ เสียชีวิต 2 ศพ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมานั้น นายมะหะมะรอมือลี สาแม ยังให้การยอมรับว่า ตนเองได้สั่งให้เยาวชนคนดังกล่าว ซึ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ ที่ตนเองสอนอยู่ไปซื้อซิมโทรศัพท์ จำนวน 2 ซิม ซึ่งเป็นหมายเลขตรงกับโทรศัพท์ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยได้มอบซิมโทรศัพท์ให้กับนายฟาอิส หรือนายรุสลัน โต๊ะบีลา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาพละ โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าวนำไปก่อเหตุ ล่าสุดหลบหนีไปแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขออนุมัติออกหมายจับต่อไป

 1,374
สังคม-อาชญากรรม
03 ต.ค. 62

ดีเอสไอ ระบุ คดีฆาตกรรม ‘บิลลี่’ คืบหน้ากว่า 80% ยัน เสร็จตามกำหนดเวลา

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 3 ต.ค. 62 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางมาเป็นประธาน ในการกล่าวปฏิญานตน ข้าราชการ DSI ไร้ทุจริต เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษครบ 17 ปี   ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย โดยเผยว่า    ตอนนี้รูปคดีผ่านมาแล้วถึง 80% โดยเมื่อห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการมอบหมายให้ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หาหลังฐาน เก็บข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประชุม และแถลงผลในวันจันทร์นี้ (7 ต.ค.62)   พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังคงต้องรอสำนวนจากทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) ในส่วนของกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ในเรื่องการควบคุมตัวนายพอละจี อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ดีเอสไอจะทำคดีดังกล่าวให้เสร็จตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน   ส่วนผลการชันสูตรโครงกระดูกที่พบ ต้องให้เวลาทางสถาบันนิติวิทยาศาตร์ประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะทราบผลเพิ่มเติม ส่วนจะทันวันจันทร์นี้หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานตามช่วงเวลาของเขา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว        

 1,382
อาชญากรรม
03 ต.ค. 62

ดีเอสไอ ระบุ คดีฆาตกรรม ‘บิลลี่’ คืบหน้ากว่า 80% ยัน เสร็จตามกำหนดเวลา

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 3 ต.ค. 62 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางมาเป็นประธาน ในการกล่าวปฏิญานตน ข้าราชการ DSI ไร้ทุจริต เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษครบ 17 ปี   ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย โดยเผยว่า    ตอนนี้รูปคดีผ่านมาแล้วถึง 80% โดยเมื่อห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการมอบหมายให้ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หาหลังฐาน เก็บข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประชุม และแถลงผลในวันจันทร์นี้ (7 ต.ค.62)   พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังคงต้องรอสำนวนจากทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) ในส่วนของกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ในเรื่องการควบคุมตัวนายพอละจี อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ดีเอสไอจะทำคดีดังกล่าวให้เสร็จตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน   ส่วนผลการชันสูตรโครงกระดูกที่พบ ต้องให้เวลาทางสถาบันนิติวิทยาศาตร์ประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะทราบผลเพิ่มเติม ส่วนจะทันวันจันทร์นี้หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานตามช่วงเวลาของเขา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว        

 1,382
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ย. 62

'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว

คืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย มีแหล่งข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ขณะนี้พยานหลักฐานในสำนวนคดีมีเพียงพอที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องสัยมารับทราบข้อกล่าวหา   แต่ทางผู้บริหารของดีเอสไอต้องการความรัดกุมในทางคดี จึงสั่งการให้ชุดสอบสวนกระจายลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำพยานเพิ่มเติมและรอผลตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการจากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้ง 3 ข้อหา ฆ่าคนตาย ปล้นทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยว   นอกจากนี้คณะพนักงานสอบสวนที่มีอัยการสำนักการสอบสวนมาเข้าร่วมสอบสวน ได้เสนอให้ออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลมาที่เกี่ยวข้องมาแจ้งกล่าวหา หรือออกหมายจับได้แล้ว เนื่องจากพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว แต่ทางดีเอสไอเห็นว่าบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่การงานและมีตำแหน่งราชการระดับสูง ตามขั้นตอนจึงควรจะออกหมายเรียกก่อน หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนโดยไม่มีสาเหตุอันสมควร จึงจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mb1OI6O-T_g

 20,307
สรุปข่าว
16 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 16 ก.ย.62 น้ำป่าถล่มเกาะช้าง-เด็กแฝดซนเผาบ้าน-แจ็คไรเดอร์แมลงกัดหวิดตัดขา

-อุตุฯเตือนกทม. ภาคลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ระวังฝนตกหนักอีก เกาะช้าง จ.ตราดฝนถล่ม น้ำป่าทะลักพัดขอนไม้กองเต็มถนน รถชาวบ้านถูกน้ำป่าซัดตกข้างทาง สะพานถูกน้ำซัดขาด แจ้งอพยพจากพื้นที่เสี่ยง ประกาศปิดน้ำตก 2 แห่ง เรือเฟอร์รี่งดให้บริการ ช้างจมน้ำตายในคลอง หลังถูกมัดขาไว้กับต้นไม้สงบอาการตกมัน คนเลี้ยงบอกไม่คิดว่าจะมีน้ำป่าหลากลงมา ที่จันทบุรี น้ำป่าจากน้ำตกพลิ้วไหลท่วมถ.สุขุมวิท สูงกว่า 70 ซม. ต้องขยนย้ายส่งของขึ้นที่สูง ดูเพิ่มเติมได้ที่ : เตือน 7 จังหวัดตะวันออก-ภาคใต้ รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก  / เกาะช้างอ่วม น้ำป่าทะลักท่วมทั้งเกาะ สลด ช้างตกมันจมน้ำตาย    -ชาวบ้านอุบลฯยังจมบาดาล แม้แม่น้ำมูลจะลดระดับ ป้าที่ อ.วารินชำราบ ร้องไห้ระบายความในใจไม่เคยได้กินข้าวกินน้ำ ทั้งที่จ่ายภาษี อ.เมือง น้ำท่วมมิดหลังคา บางส่วนยังไม่อพยพออก นั่งเรือรับบริจาค บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์เปิดใจทั้งน้ำตา ลงพื้นที่สงสารชาวบ้าน เบิกเงินส่วนตัว 1 ล้านช่วยผู้ประสบภัย ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ป้าชาวอุบลฯ คับแค้นใจน้ำท่วมบ้าน ความช่วยเหลือไปไม่ถึง ข้าวน้ำไม่ได้กิน ทั้งที่จ่าย /'บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์' ควักกระเป๋า 1 ล้านช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลฯภาษี     -นายกฯกำชับ ครม.เข้าร่วมประชุมสภานัดอภิปรายปมถวายสัตย์ 18 ก.ย.นี้ อย่างพร้อมเพรียง โดยนายกฯจะเข้าร่วมด้วยแน่นอน แต่จะตอบคำถามด้วยตัวเองหรือมอบหมายให้ใครตอบ จะหารือใน ครม.พรุ่งนี้ วิรัช ปธ.วิปรัฐบาล บอกเนื้อหาที่ศาลที่ รธน.แถลงจะเป็นบรรทัดฐานในคำตอบของการอภิปราย ซึ่งจะตอบนอกเหนือจากที่ศาลวินิจฉัยไม่ได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯไปแน่! สั่ง ครม.เข้าสภา อยู่เป็นขวัญกำลังใจตอบปมถวายสัตย์ 18 ก.ย.นี้   -ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุการที่ศาล รธน.มีคำวินิจฉัยไม่รับคำร้องปมถวายสัตย์ ทำให้ฝ่ายค้านอภิปรายได้ยากขึ้น แม้ไม่มีการลงมติ แต่ ส.ส.รัฐบาลต้องอยู่เป็นกำลังใจให้ครบ ต้องรับผิดชอบองค์ประชุม ดูเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯไปแน่! สั่ง ครม.เข้าสภา อยู่เป็นขวัญกำลังใจตอบปมถวายสัตย์ 18 ก.ย.นี้   -สุดารัตน์เชื่อรัฐบาลจะให้ความเห็นของศาล รธน.สกัดให้ฝ่ายค้านอภิปราย แต่ไม่ห่วงเพราะเป็นบทบาทและอำนาจของสภา ใช้เวทีสภาแก้ไขปัญหา ไม่ปล่อยให้ผิดต่อไป ยันรักและเทิดทูนสถาบัน เพื่อไทยไม่สบายใจที่นายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ ยันจะไม่พูดอะไรกระทบสถาบัน ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'สุดารัตน์' ไม่ห่วงฝ่ายค้านอภิปราย เชื่อไม่กระทบสถาบัน    -ธรรมนัสตั้งทีมวอร์รูมฝ่ายกฎหมาย ดำเนินคดีผู้ทำให้เสียหายจากเรื่องคุณสมบัติ รมต.และวุฒิการศึกษา ทีมกม.ส่ง จม.ชี้แจงสื่อคดีออสเตรเลีย ยันคุณสมบัติครบถ้วนการเป็น รมต. เจ้าตัวลงพื้นที่พะเยา ขอบคุณกำลังใจจากชาวบ้าน ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรมาทำลายได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' ตั้งวอร์รูมทีมกม. ฟ้องคนทำให้เสียชื่อเสียงเรื่องคดี-วุฒิปลอม   -ธนาธรลงพื้นที่นครปฐม เตรียมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ลาออกจากปัญหาสุขภาพ ชี้ ส.ส.1 คน สามารถส่งผลกระทบต่อประเทศได้ 1เสียงของชาวนครปฐมมีค่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ต่างกันไม่กี่เสียง อยากให้ ปชช.ตัดสิน ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธนาธร' ลุยนครปฐม พร้อมเลือกตั้งซ่อม ซัดฝ่ายมีอำนาจทำอะไรก็ไม่ผิด มีคนคอยแถให้ตลอด   -มาตรการลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ยังไม่สรุปปีนี้ ส่อแววล่ม ปลัดคลังระบุยังต้องใช้เวลารอผลศึกาษ ทำประชาพิจารณ์ เบื้องต้นไม่พบความเหลื่อมล้ำอัตราการเก็บที่ต่างกัน เตรียมปรับเพิ่มสวัสดิการจูงใจ ปชช.เสียภาษี ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ปลัดคลังเร่งศึกษาลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% เข้าใจคนไทยไม่อยากเสียภาษี เพราะได้สวัสดิการไม่เหมือน ตปท.   -ดีเดย์ 20 ก.ย. ห้าม จนท.ยึดใบขับขี่ ออกใบสั่งให้ไปจ่ายค่าปรับได้อย่างเดียว หลัง พรบ.จราจรใหม่มีผล ผู้ขับสามารถใช้ใบขับขี่อัจฉริยะแทนใบจริงได้เมื่อ จนท.ขอเรียกดู ส่วนการใช้สำเนาภาพแทนใบขับขี่ การตัดแต้มความประพฤติผู้ฝ่าฝืนกฎ และการระงับต่อภาษีรถยนต์ประจำปีหากไม่จ่ายค่าปรับ ต้องรอกม.ประกาศใช้ช่วงปลายปี ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ดีเดย์ 20 ก.ย. พ.ร.บ.จราจรใหม่ ตร.ห้ามยึดใบขับขี่ ออกใบสั่งได้อย่างเดียว   -พ.ต.ท.เมาปลิ้นไม่สวมเสื้อ ก๊งเหล้าบนโต๊ะทำงานที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ผู้ใต้บังคับบัญชาสุดทนถ่ายคลิปแฉ ด้านผู้บังคับบัญชาระบุ จริงๆแล้ว ตร.คนนี้เป็นคนดี แต่เมียป่วยตาย จึงเครียดจัดหันมาดื่มเหล้า สั่งย้ายไปประจำการ ตชด.ภาค 4 แล้ว ซึ่งอยู่ใกล้บ้านจะได้ลดความเครียด ดูเพิ่มเติมได้ที่ :    -หนุ่มขอนแก่นวัย 49 ปี วอนมือปราบผีช่วยเหลือหลังเจ้าตัวเชื่อถูกผีคุกคามนับ 10 ปี ย้ายบ้านสองหลังยังเป็นเหมือนเดิม ข้าวของย้ายเคลื่อนที่ได้ ทั้งที่ไม่มีคนอยู่บ้าน บ้านล็อกหนาแน่นไม่มีใครงัดแงะ มีจดหมายหลายร้อยฉบับตัดพ้อหึงหวงแปะทั่วบ้าน เจ้าของบ้านใช้ชีวิตไม่มีความสุข เหมือนถูกสิ่งลี้ลับตามรังควานตลอด จนเครียดอยากฆ่าตัวตาย ยันไม่ได้สร้างเรื่อง ดูเพิ่มเติมได้ที่ : ชายขอนแก่นวอนมือปราบผีช่วย เชื่อถูกผีคุกคามเกือบ 10 ปี ของย้ายเอง-จม.แปะทั่วบ้าน    -ภาพระทึก นาทีชีวิตผู้ช่วยนายสถานีรถไฟรังสิตบุกช่วยลุงที่เดินตัดหน้าขบวนรถไฟ ฉุดออกจากรางปลอดภัยได้ในเสี้ยววินาที เจ้าตัวเปิดใจนาทีนั้นคิดแต่จะช่วยชีวิตลุงให้ได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : นายสถานีฮีโร่ วิ่งเข้าช่วยลุง เดินตัดหน้าขบวนรถไฟ ช่วยได้ในเสี้ยววินาที   -บุกจับหญิงวัย 55 ปลอมลายเซ็น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ปธ.องคนมนตรี แอบอ้างจดทะเบียนรถโบราณกับกรมการขนส่งทางบก หวังให้เกิดความเชื่อถือ ความแตกเอกสารส่งไปที่บ้าน พล.อ.สุรยุทธ์ ระบุรถค้างชำระภาษี 3 ปี คนใกล้ชิดแจ้ง ตร.ตรวจสอบ ก่อนตามจับตัวได้ สอบประวัติเคยถูกฉ้อโกงหลายคดี แต่ยังปฏิเสธ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : จับหญิงแสบ ปลอมลายเซ็น ปธ.องคมนตรี จดทะเบียนรถโบราณ เจอประวัติฉ้อโกงเพียบ   -DSI จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก แก๊งอุ้มฆ่าบิลลี่ ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว DSI มั่นใจในพยานหลักฐาน เตรียมออกหมายเรียกขรก.ระดับสูง ถ้าไม่มาจะออกหมายจับ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว   -เด็กฝาแฝดวัย 8 ขวบเล่นเตาแก๊ส ขณะที่พี่ชายวัย 15 ปีนอนหลับ ทำไฟไหม้บ้านย่านวุฒากาศ แค่10นาทีวอดไป 3 หลัง พี่ชายตั้งสติพาน้องแฝดปีนลงชั้น 2 ปลอดภัย แม่ออกไปทำธุระนอกบ้าน ไม่คิดว่าลูกแฝดจะเล่นซนได้ขนาดนี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ : เด็กฝาแฝดซนเล่นเตาแก๊ส พลาดเผาบ้านวอด 3 หลัง พี่ชายฮีโร่รีบพาน้องหนีตายรอดชีวิต    -แจ๊คไรเดอร์ ดีเจชื่อดังโดนแมลงกัดที่ต้นขาขวาญี่ปุ่น ติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคนเกือบโดนตัดขา เอาเนื้อออกขนาดเกือบเท่าหน้าคน ล่าสุดอาการดีขึ้นแล้ว ดูเพิ่มเติมได้ที่ : 'แจ็ค ไรเดอร์' ถูกแมลงกัดที่ญี่ปุ่น ติดเชื้อโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หวิดถูกตัดขา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sXPDpODAAs4

 16,748
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 62

ผบ.ตร.สั่งห้ามตำรวจที่ไม่เกี่ยวข้อง ยุ่งคดีบิลลี่ - ต้นสังกัดสั่งย้าย 'ดาบเท่ง' ช่วยงานศปก.ภ.7

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานยานแห่งชาติ ได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี ในกรณีที่มีผู้อ้างว่า เป็นตำรวจภูธรภาค7 ข่มขู่พยานที่เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่   ซึ่งขณะนี้ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากพล.ต.ท.ทนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7แล้วว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งรับฟังได้ว่า เป็นข้อยุติได้ส่วนหนึ่งว่า ด.ต.พงศ์ษาวดี หรือดาบเท่ง ไทยกูล ผบ.หมู่ กก.สส.1บก.สส. ภ.7 เป็นผู้เกี่ยวข้องได้มีการโทรศัพท์ไปพูดคุยกับ นางรัตน์ดาวรรณ หรืออร บุษราคัม ภรรยาของนายบุญแทน บุษราคัม อดีตเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จริงตามที่เป็นปรากฎเป็นข่าว   แต่เป็นการโทรศัพท์พูดคุยในฐานะคนสนิท ไม่ใช่การข่มขู่ ดังนั้น ดาบเท่ง จึงมีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง พร้อมมีคำสั่งไปปฏิบัติราชการยัง ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7 (ศปก.บก.สส.ภ.7)   อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องว่า ห้ามตำรวจที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ตลอดจนการชี้นำหรือข่มขู่ ทำให้เกิดพยานหลักฐานเท็จ หรือ พยานหลักฐานอื่นใดที่อันจะก่อให้เกิความเสียหายต่อรูปคดี หรือ การประพฤติ ปฏิบัติตนไม่เหมาะสม ในฐานะผู้รักษากฎหมาย หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ให้ดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยหรือทางอาญา อย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. แถลงความคืบหน้าคดีบิลลี่ว่า ในวันนี้กรรมการ ป.ป.ท.ได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนการไต่สวน กรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่เปรียบปรับและไม่นำตัวบิลลี่ ซึ่งกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ พร้อมของกลางน้ำผึ้งป่าให้ตำรวจ สภ.แก่งกระจานดำเนินคดี เนื่องจากมีสาเหตุโกรธแค้นกับนายบิลลี่มาก่อน   ทั้งนี้คดีดังกล่าว ป.ป.ท.ได้ไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานไว้อย่างละเอียด โดยมีมติให้ส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.เพื่อส่งต่อให้ดีเอสไอสอบสวนคดีฆาตกรรมและความผิดทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันทั้งหมด โดย ป.ป.ท.จะเร่งส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.ภายในวันนี้ เพื่อให้สำนวนคดีถึงดีเอสไอเร็วที่สุด   ยืนยันว่าการไต่สวนของ ป.ป.ท.ไม่ได้มีความล่าช้า และหลังจากนี้เชื่อว่าดีเอสไอ จะนำหลักฐานที่ ป.ป.ท.ตรวจสอบพบไปใช้ประกอบในสำนวนคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UwGsMEZvjhA

 1,317
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

ป.ป.ท.มีมติส่งสำนวนคดี ‘บิลลี่’ ให้ ป.ป.ช. ยันไม่ล่าช้า-รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนทุกมิติ

ขอบคุณภาพ : มติชนออนไลน์   วันที่ 10 ก.ย. 62 พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ซึ่งปัจจุบันพบหลักฐานการเสียชีวิต ว่า    ในวันนี้ กรรมการ ป.ป.ท.ได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนการไต่สวน กรณี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่เปรียบปรับและไม่นำตัวบิลลี่ ซึ่งกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ พร้อมของกลางน้ำผึ้งป่าให้ตำรวจ สภ.แก่งกระจานดำเนินคดี เนื่องจากมีสาเหตุโกรธแค้นกับนายบิลลี่มาก่อน    ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ป.ป.ท.ได้ไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานไว้อย่างละเอียด โดยมีมติให้ส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.เพื่อส่งต่อให้ดีเอสไอสอบสวนคดีฆาตกรรมและความผิดทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันทั้งหมด โดย ป.ป.ท.จะเร่งส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.ภายในวันนี้ เพื่อให้สำนวนคดีถึงดีเอสไอเร็วที่สุด    พ.ต.ท.สิริพงษ์ ยืนยันว่าการไต่สวนของ ป.ป.ท.ไม่ได้มีความล่าช้า และหลังจากนี้เชื่อว่าดีเอสไอ จะนำหลักฐานที่ ป.ป.ท.ตรวจสอบพบไปใช้ประกอบในสำนวนคดี  

 711
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

dsi ประชุมลับคดี 'บิลลี่' ปัดเอี่ยวส่งคนขู่ จนท.ให้เป็นพยานรับสารภาพ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มีการประชุมลับภายในเพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนปมเหตุฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพประชุม   ทั้งนี้ดีเอสไอได้ภาพจากกล้องวงจรปิด การเข้าออกอุทยานของกลุ่มคนต้องสงสัยและรถยนต์ของข้าราชการระดับสูงในช่วงเวลาที่นายบิลลี่หายตัวไปแล้วเช่นกัน ภายหลังการประชุม พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่าขณะนี้มีการสอบปากคำไปแล้วหลายปากเป็นพยานที่ มีหลายส่วนทั้งเห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อม แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าหลักฐานทั้งหมดจะนำไปสู่การออกหมายเรียกบุคคลใดได้บ้าง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง   อย่างไรก็ตามมีแหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อประสานขอสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวนายบิลลี่   หลังจากนี้ดีเอสไอจะสอบปากคำตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่ป.ป.ท. เพื่อนำคำให้การมาประกอบในสำนวนคดี เนื่องจากชุดสืบสวนของตำรวจภูธร ภาค 7 ได้สรุปว่า ไม่เคยมีการปล่อยตัวบิลลี่ เช่นเดียวกับอนุกรรมการไต่สวน ของป.ป.ท. ที่สรุปว่าไม่มีการปล่อยตัวบิลลี่เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาประกอบสำนวนการเสียชีวิตของนายบิลลี่   แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ชุดสืบสวนดีเอสไอยังได้เร่งสืบค้นรถจักรยานยนต์ของบิลลี่ โดยสืบค้นจากจุดสุดท้ายที่พบเห็นว่าอยู่ในตำแหน่งใดของอุทยานฯซึ่งคาดว่ารถถูกขูดลบหมายเลขเครื่องยนต์แล้วนำไปชำแหละ ก่อนทิ้งทำลายซาก   ส่วนกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี นำคลิปเสียงดาบเท่งข่มขู่ลูกน้องมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนนั้น ไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรา ทั้งนี้เรายังไม่ได้ประสานอะไรเลย เราทำหน้าที่ของเราไปตามปกติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iBcAcq205vc

 921
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 62

dsi เตรียมหยิบคลิปวงจรปิดเห็น จนท.ต้องสงสัย-บิ๊กอุทยาน เป็นหลักฐานเด็ดคดีบิลลี่

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงที่หายตัวไป 5 ปี ล่าสุด พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า มีภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงที่บิลลี่จะหายตัวไป เห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ต้องสงสัยและรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมอุทยานปรากฏอยู่ในคลิป ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญ ขณะนี้ยังไม่ได้เตรียมออกหมายจับใคร   ทั้งนี้ในวันนี้ (9 ก.ย.62) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ จะเรียกประชุมคณะทำงาน รวบรวมหลักฐาน เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ชุดลงพื้นที่รวบรวมและเก็บข้อมูลได้ เตรียมออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องของคดีนี้   ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับคดี กล่าวล่าสุดว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนทางกฎหมาย และจะไม่ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้อีก   นายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน ข้องใจประเด็นที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดองคดีการหายตัวของบิลลี่ หลังภรรยาบิลลี่ทำหนังสือขอให้สอบนายชัยวัฒน์ ตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ แต่หลายหน่วยงานตั้งแต่ปี 58 แต่เรื่องก็เงียบมาตลอด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NcZy4jib7Rw

 3,074
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 62

เมีย 'บิลลี่' เชื่อคนฆ่าสามีเป็นจนท.รัฐ 'ชัยวัฒน์' พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ dsi เร่งปิดสำนวนคดีให้เร็วที่สุด

ความคืบหน้ากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ตรวจสอบพบชิ้นส่วนกระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกลุ่มกระเหรี่ยง บ้านบางกลอย-โป่งลึก อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในถังน้ำมัน 200 ลิตร จากใต้สะพานแขวนภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังหายตัวปริศนาไปนานกว่า 5 ปี   เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางลงพื้นที่เพื่อเข้าเยี่ยม นางสาวพิณนภา พกฤษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่ เพื่อนำข้อมูลหลักฐานการตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่ากระดูกที่พบเป็นขอบิลลี่ โดยมึนนอขอบคุณ จนท.ที่ช่วยติดตามคดีและขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายหาตัวคนฆ่าสามีมารับโทษ   โดย พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า มึนอภรรยาบองบิลลี่ ถือเป็นพยานคนสำคัญ ซึ่งมีการจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย ส่วนการติดตามตัวคนก่อเหตุฆ่าบิลลี่นั้น ขณะนี้มีข้อมูล แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย   ส่วนกระดูกที่พบในถัง มีทั้งหมด 20 ชิ้น มีของมนุษย์ 8 ชิ้น และพิสูจน์ว่าเป็นของบิลลี่ 1 ชิ้น ซึ่งต้องตรวจสอบอีก 7 ชิ้นที่เหลือว่าเป็นของใคร   ส่วนกรณี การตรวจสอบพบหลักฐานสำคัญนี้ พ.ต.อ.กรวัจน์ ระบุว่า เป็นการทำงานสืบสวนของเจ้าหน้าที่มาสักระยะโดยที่พบถังน้ำมันนี้ มีแหล่งข่าวให้ข้อมูลมาและตรวจสอบโดยใช้หลักการหาข้อมูลสืบค้นของFBI ช่วยจนสามารถตรวจพบ ส่วนข้อมูลกลุ่มคนก่อเหตุต่างๆขณะนี้ Dsi มีข้อมูลหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย   ทางด้านภรรยาบิลลี่บอกถึงสาเหตุการเสียชีวิตของสามี มั่นใจว่าคนฆ่าต้องเป็น จนท.รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนวันที่บิลลี่หายตัวไปในกระเป๋ามีแฟลชไดร์ มือถือ และเสื้อผ้า ซึ่งแฟลชไดร์มีภาพ ที่บิลลี่และเพื่อนได้ถ่ายรูปมาเป็นภาพ ที่พบชายแต่งกายคล้ายจนท. ใช้เลื่อยตัดไม้ในป่า ซึ่งภาพนี้ตนเคยเห็นบิลลี่เปิดให้เพื่อนดูและบอกว่า จนท.ชอบว่าพวกกะเหรี่ยงทำลายป่า แต่ภาพที่เห็นคือเป็นจนท.เอง และภาพที่บันทึกนี้ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บิลลี่ต้องตาย   ช่วงก่อนที่บิลลี่จะหายตัวไปช่วงหนึ่งเพื่อนได้โทรศัพท์มาบอกตนว่า อย่าให้บิลลี่ลงมาที่แก่งกระจาน จะถูกยิง ตอนนั้นตนก็ตกใจ แต่บิลลี่ก็ยังทำงานปกติ และไม่นานก็หายตัวไป จนมาพบเศษกระดูกนี้   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สะพานแขวนภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบว่าตรงจุดสะพานแขวนนั้นเป็นน้ำนิ่งไม่ได้ไหลพัดไปที่อื่น หากหน้าแล้งบางปีน้ำจะแห้งขอดจนเห็นหินด้านล่าง แต่ตรงสะพานแขวนจะเป็นเหมือนแอ่งกระทะ น้ำไม่แห้งแต่ก็ลดลงในช่วงหน้าแล้ง บริเวณด้านข้างสะพานเป็นริมตลิ่ง ติดกับด้านหลังบ้านพักของอุทยานและที่ทำการของเจ้าหน้าที่   ด้านจนท.ของอุทยานเล่าว่า บริเวณนี้มีชาวบ้านทั้งไทยและกะเหรี่ยง นำเถ้ากระดูกมาลอยจริง แต่กลุ่มกะหรี่ยงจะไม่นำมาลอย ซึ่งหากดำน้ำลงไปจะพบว่าบริเวณใต้สะพานแขวนมีเศษกระดูกเยอะ และที่สำคัญถังน้ำขนาด 200 ลิตร ก็มีเยอะหลายใบในใต้น้ำ เพราะช่วงหนึ่งที่ซ่อมสะพานก็ใช้ถังลักษณะนี้เป็นทุ่นถ่วงสะพานไว้ พอซ่อมเสร็จก็ปล่อยทิ้งไว้ใต้น้ำ ไม่ได้เก็บขึ้นมา เช่นเดียวกับเส้นลวดที่พบ ก็มีลักษณะคล้ายกับลวดสลิงที่เคยใช้ซ่อมสะพานเช่นกัน ส่วนวันที่ จนท.ดีเอสไอมาลงพื้นที่นั้น แจ้งว่าจะมาฝึกดำน้ำ และก็มาพบถังที่มีเศษกระดูกของบิลลี่   ส่วนชาวบ้านที่อาศัยย่านนี้ต่างระบุว่า หากเป็นกลุ่มคนร้ายที่ฆ่าบิลลี่ คงไม่เอาศพมาทิ้งแถวนี้ เพื่อให้เป็นที่สงสัยหรือจับได้ แต่ก็แปลกใจว่า เวลาผ่านมานานทำไมถึงเพิ่งเจอ ซึ่งเรื่องการเสียชีวิตของบิลลี่นี้ ก่อนจะหายตัวไปลึกลับ ก็พบว่า คนสุดท้ายที่อยู่กับบิลลี่ คือจนท.อุทยาน ที่จับกุมบิลี่ฐานเข้าไปเก็บน้ำผึ้งในป่า และจนท.ยืนยันว่าปล่อยตัวบิลลี่ไปแล้วโดยไม่ได้เนินคดีเพราะน้ำผึ้งมีไม่มากจึงตักเตือน   ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.) 9 อุบลราชธานี อดีตเป็นหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า หลังจากที่ DSI พบหลักฐานใต้สะพานแขวนภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งบริเวณสะพานดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ปิดอย่างที่มีการให้ข่าวว่าไม่มีใครเข้าไปได้ เพราะพื้นที่นั้นอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานราว 700 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร เท่านั้น และไม่ใช่จุดลับตาคน  พื้นที่นี้เป็นพื้นที่เปิดและเป็นแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปทำกิจกรรมทุกอย่างได้ และมีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 6-7 หลัง    “ตนมีภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2558-2559 ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน ซึ่งน้ำใต้สะพานบริเวณซึ่งมีการอ้างว่าเป็นที่เกิดเหตุนั้น ไม่มีน้ำอยู่เลยมีชาวบ้านเดินข้ามไปข้ามมาได้โดยไม่ต้องใช้สะพาน อีกทั้งยังมีเครื่องจักรหนักอยู่บริเวณใกล้เคียงด้วย เพราะมีการทำถนนลาดยาง   อยากจะขอความเป็นธรรมจากสังคมว่าอย่าตัดสินอะไรจากการฟังความข้างเดียว อย่างไรก็ตามผมก็พร้อมจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ และต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับตัวเอง” นายชัยวัฒน์ กล่าว   ส่วนสภาพถัง 200 ลิตรที่พบนั้น นายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า หากเรานำถังทั่วไปมาวางกับพื้นทิ้งไว้ 3 ปีมันก็สามารถผุได้ แต่ถังที่พบมีการระบุว่าโดนความร้อน 200-300 องศา และสภาพที่พบยังมีสภาพเป็นถังอยู่ ซ้ำอยู่มาได้ถึง 5 ปี ตรงนี้ก็อยากให้ DSI ไขข้อสงสัยให้กับปชช.ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีผู้รู้เรื่องเหล็กโทรมาหาตนเองแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ที่ถังถูกทิ้งมา 5 ปี จะอยู่ในสภาพนั้น   ทั้งนี้อยากให้ทุกคนดูข่าวแล้วใช้วิจารณญานและวิเคราะห์ไปพร้อมกัน เพราะป่าแก่งกระจานมีพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ โดยมีพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวกว่า 2 แสนไร่ และพื้นที่ที่ใช้จริงๆมีกว่า 1 หมื่นไร่ แต่ก็ไปเจอกระดูกเพียงจุดเดียว ซึ่งต้องมีคนชี้เป้า โดยตนเองก็อยากรู้ว่าคนชี้เป้าคือใคร และคนชี้เป้าต้องรู้ว่าคนทำคือใคร ซึ่งพยาชนคนนี้คือคนที่สำคัญที่สุด   ส่วนผลตรวจ DNA ของกะโหลกศีรษะข้างซ้าย ซึ่งเป็นการตรวจแบบแบบไมโทคอนเดรีย โดยระบุว่าสอดคล้องกับแม่ของบิลลี่ ตนเองมองว่าการจตรวจแบบนี้จะใช้ตรวจหาสายเลือดว่าเกี่ยวโยงกันไหม เช่น กันพิสูจน์ศพในเหตุการณ์ สึนามิ แต่ถ้าระบุตัวบุคคลโดยชี้ตัวไปเลยว่าเป็นใคร มันชี้ไม่ได้ แม้กระทั้งเพศยังชี้ไม่ได้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นมันยังสามารถตรวจได้อีกหลายคน โดยเฉพาะลูกของบิลลี่ ไม่จำเป็นต้องแม่หรือญาติฝั่งแม่   ยอมรับน้อยใจที่ถูกมองว่าพัวพันกับคดีนี้ เพราะเจ้าหน้าที่อุทยานทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ข่าวที่ออกไปตนเองมองว่าไม่เป็นธรรมกับพวกตน ที่ตนเองออกมาพูดไม่ได้ต้องการร้องขอหรือเรียกร้องอะไร ซึ่งเมื่อฟังลูกน้องพูดแบบนี้ตนเองก็รู้สึกน้อยใจแทนลูกน้อง ที่รักษาป่า ให้ที่ทำกินคนแต่กลับมาถูกกระทำแบบนี้ ซึ่งตนเองก็มีการบอกลูกน้องว่าให้ทำงานตามปกติ ส่วนตนเองนั้นอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพร้อมให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ทุกอย่าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LxNOt8Nq9_w

 5,336

Top