ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดีเอสไอ"

สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ค. 60

dsi ยันลัมโบร์กินีของ 'โดม' ไม่ได้ถูกขโมยจากอังกฤษ เจ้าตัวพ้อทำสังคมเข้าใจผิด

รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุ รถลัมโบร์กินี สีเขียว ของดารานักร้องหนุ่ม โดม ปกรณ์ ลัม ไม่ใช่รถที่ถูกโจรกรรม   พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนการนำเข้ารถยนต์หรู กล่าวว่า รถลัมโบร์กีนี สีเขียว ของโดม ปกรณ์ ลัม ดารานักร้อง ไม่ใช่รถที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษ จากการตรวจเลขคัชซีย์ และเลขตัวถังรถยนต์ ไม่ตรงกับที่แจ้งหายไว้ที่ประเทศอังกฤษ   ส่วนการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบกับผู้ประกอบการ รวมถึงผู้จำหน่ายแล้ว เบื้องต้นจะเรียกมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เข้ามาเกี่ยวข้องในการทุจริต อำนวยความสะดวก การนำเข้ารถหรู จากการตรวจสอบพบ มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดทั้งหมด 9 คน โดย 1 ในนั้นเป็นรองอธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งได้ประสานกับอธิบดีกรมศุลกากร ตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับราคารถ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามเรื่อง   ด้านนักร้องหนุ่ม ได้โพสต์ภาพตนเองคู่รถยนต์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจอีกครั้ง แม้ DSI จะยืนยันว่ารถของโดมไม่ได้ผิดกฎหมาย พร้อมระบุว่า   “ก่อนนอนผมขออีกเรื่องนะครับ ผมว่ายุคนี้มันหมดสมัยแล้วครับ ที่จะสร้างเรื่อง ขายกระแสเพื่อเป็นผลประโยชน์ของตน ในยุคที่อินเตอร์เน็ตก้าวไกล ข้อมูลดาต้าเบสทุกอย่างมีอยู่อย่างครบถ้วน สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ครวดเร็วจนการที่เราจะสืบข้อมูลอะไร ทำได้โดยใช้เวลาไม่กี่นาที ..... ยกตัวอย่าง อย่างเรื่องรถยนต์ จะมีหมายเลขอยู่ชุดนึง ภาษาอังกฤษเรียกว่า VIN หรือภาษาไทยคือ หมายเลขตัวถัง เป็นเหมือนข้อมูลบัตรประชาชนของรถยนต์ในหมายเลข 17 หลัก ของหมายเลขตัวถังนั้น จะบอกข้อมูลทุกอย่างว่ารถคันนั้นผลิตจากที่ไหน ออกมาจากโรงงานไหนประเทศอะไร หรือแม้แต่ว่า รถคันนั้น ถูกขโมยมาหรือเปล่า!!! และที่สำคัญ!! ข้อมูลของรถที่ถูกขโมยมาของตำรวจสากล ไม่ได้ถูกเก็บเป็นความลับแต่อย่างใด แต่ถูกเปิดเผยเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้เดือดร้อน ให้ได้ค้นหาข้อมูลรถของตัวเองในอินเตอร์เน็ตอย่างสะดวกครับ ...... #แล้วจะทำให้คลุมเครือทำไม #ซวย”          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/dmQUMpweHjA

 13,288
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 60

โดมโล่ง ! ดีเอสไอยัน ลัมโบร์ฯที่ถูกโจรกรรม ไม่ใช่ของโดม แต่ขอให้นำเอกสารมายืนยัน อาจถือเป็นผู้เสียหาย

วันนี้ (29 พ.ค.) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์ลัมโบกินีถูกที่โจรกรรมจากประเทศอังกฤษ ซึ่งมีรายงานข่าวว่า อาจเป็นรถยนต์ของนายปกรณ์ ลัม หรือโดม นักร้อง-นักแสดงชื่อดัง   โดย พ.ต.ไพสิฐระบุว่า จากการตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถังพบว่า รถยนต์ลัมโบกินีคันที่ถูกโจรกรรม ซึ่งดีเอสไอได้อายัดไว้ที่โชว์รูมเป็นคนละคันกับลัมโบกินีของนายปกรณ์    ส่วนการเข้าตรวจค้นโชว์รูมที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนพบสัญญาฝากขายรถของนายปกรณ์จริง แต่เบื้องต้นได้รับรายงานว่ารถยนต์ยังอยู่ในความครอบครองของนายปกรณ์ ไม่ได้นำมาจอดรอการขายที่โชว์รูม ดังนั้นหากนายปกรณ์นำรถยนต์พร้อมหลักฐานมาให้ตรวจสอบ ก็จะสามารถยืนยันได้ว่าเป็นรถยนต์คนละกันจริงๆ    อย่างไรก็ตาม หากนายปกรณ์ซื้อรถจากโชว์รูมแห่งนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องถูกตรวจสอบว่ามีการสำแดงการนำเข้าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องบริษัทผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบ ส่วนนายปกรณ์มีฐานะเป็นผู้ซื้อ จึงถือเป็นผู้เสียหาย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง      

 13,051
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 60

รวบ 'เจ๊เปิ้ล' ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างชื่อ dsi โทรหลอกตุ๋นเงินเหยื่อหลายล้าน

ตร.กองปราบเข้าจับกุม เจ๊เปิ้ล หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์พร้อมพวก อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานราชการต่างๆ โทรหลอกเหยื่อนักธุรกิจว่าธุรกิจที่ทำอยู่นั้นเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย หากไม่อยากให้ถูกดำเนินคดี หรือตรวจสอบให้ทำการโอนเงินมาให้ตามบัญชีธนาคาร ที่ผู้ต้องหากลุ่มนี้ให้ไว้ ภายหลังมีคนหลงเชื่อโอนเงินมาให้หลายราย โดยบางรายถูกหลอกสูญเงินกว่า 3 ล้านบาท   โดยจะทำการโทรศัพท์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ VOIP แปลงสัญญาณดิจิตอล ซึ่งมีเทคนิคสามารถอำพรางให้แสดงหมายเลขที่โทร เข้าเป็นเป็นหมายเลขโทรศัพท์หมายเลขใดก็ได้ ให้ปรากฏไปยังโทรศัพท์ของผู้รับปลายทาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือเบอร์โทรของหน่วยงานราชการต่าง ๆ เมื่อผู้เสียหายติดต่อกลับไปก็พบว่า เป็นเบอร์ของหน่วยงานทางราชการจริง ทำให้เกิดความหวาดกลัว ยอมโอนเงินไปให้ดังกล่าว    ด้านตัวเจ๊เปิ้ลให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว พร้อมโบ้ยว่าถูกสามีแอบนำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อใช้ในการกระทำความผิด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zPuhfbl8O0U

 12,912
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 60

'โดม' ยันมีหลักฐานชัด ซื้อลัมโบร์กีนี สีเขียวอย่างถูกต้อง โอด #ซวย

จากกรณีหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร (National Vehicle Crime Intelligence Service-NaVCIS) ได้ประสานข้อมูลรถยนต์ถูกโจรกรรมมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่ารถยนต์จำนวน 42 คัน ถูกส่งมายังประเทศไทย และทางดีเอสไอได้พบรถยนต์แล้วจำนวน 10 คัน และมี 1 ในนั้นคือรถยนต์ Lamborghini Huracan Spider 1 คัน ซึ่งดีเอสไอพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวถูกนำมาฝากขาย จอดอยู่ในโชว์รูมของบริษัทที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นในคดีหลบเลี่ยงภาษีสำแดงเท็จ และมีข้อมูลการสืบสวนได้ระบุว่า รถยนต์คันดังกล่าว นักร้องชาย ด. เป็นผู้นำมาฝากขาย   ล่าสุด โดม ปกรณ์ ลัม นักร้องหนุ่มที่ถูกพาดพิง ได้โพสต์อินสตาแกรม พร้อมกับระบุว่า "เห็นข่าวเรื่องรถยนต์แลมโบกินี่ของผมแล้วรู้สึกตกใจมากครับ เพราะข่าวที่ออกไปรุนแรงและสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้คนที่อ่านเป็นอย่างมาก ในฐานะผู้ซื้อและผู้เสียหาย ผมยืนยันอย่างชัดเจนครับว่า รถคันนี้ผมซื้อมาจากศูนย์บริการนำเข้ารถยนต์แรมโบกินี่แต่ผู้เดียวในประเทศไทย มีหลักฐานการซื้อการชำระเงินอย่างถูกต้อง การจะลงข่าวอะไรไป น่าจะมีข้อมูลที่แน่ชัดก่อนนะครับผมขอความเห็นใจนะครับ ลงแบบนี้ผมเสียหายเต็มๆ ส่วนข้อมูลทั้งหมด ผมพร้อมด้วยความบริสุทธิ์ใจที่จะออกมาชี้แจงให้เร็วที่สุดเลยครับ ….. #ซวย"   ด้านดีเอสไอระบุกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถหรู ที่ถูกโจรกรรมมาจากอังกฤษ 7 คัน รวมทั้งรถนำเข้าผิดกฎหมายอีกหลายคัน โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ขาย ที่มีประมาณ 10 ราย ซึ่งสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ว่าจะเรียกใครมาสอบสวนบ้าง ส่วนกลุ่มผู้ซื้อ จะมีการประสานกับกลุ่มกรมศุลกากรเพื่อดูเจตนาของผู้ซื้อแต่ละราย ว่ามีใครเข้าข่ายจงใจกระทำความผิดบ้าง ก็จะออกหมายเรียกมาสอบสวนเป็นกลุ่มสุดท้าย         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/fyvGsGS7SmQ

 42,163
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ค. 60

“ดีเอสไอ” บุกโชว์รูมรถหรู อายัด 38 คัน เร่งพิสูจน์หนีภาษีหรือไม่

           กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยเอกสารข่าวที่ว่า จากการที่ดีเอสไอได้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มขบวนการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบและหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีการนำเข้ารถยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร พบว่าบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ได้ระบุราคาสินค้าในใบขนสินค้าขาเข้าที่ผู้นำเข้าต้องแสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อเสียภาษีอากร โดยมีการสำแดงราคาต่ำกว่าราคาเป็นจริง โดยเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ ของราคารถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตในประเทศต้นกำเนิดรถยนต์จำหน่าย             จากสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น พบรถยนต์เลี่ยงภาษีที่นำเข้ามาจำหน่ายเป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงและมีราคาแพงก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ทีผ่านมา ดีเอสไอได้ดำเนินการขอหมายค้นต่อศาลอาญาเพื่อตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 9 แห่ง โดยสามารถอายัดรถยนต์ได้ 122 คัน ซึ่งรวมแล้วรัฐเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 2,400 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 6 แห่ง โดยสามารถอายัดรถยนต์ได้ 38 คัน พร้อมเอกสารสำคัญในการนำเข้ารถยนต์จาก 6 จุดตรวจค้น ดังนี้               บริษัท เฟอร์ม่า มอเตอร์ จำกัด ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ จากการตรวจค้นพบเอกสารสำคัญในการนำเข้ารถยนต์, โชว์รูมรถยนต์ ยี่ห้อมาเซอราติ ย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ จากการตรวจค้น อายัดรถยนต์ได้ 4 คัน , โชว์รูมรถยนต์ ยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ ย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ จากการตรวจค้น อายัดรถยนต์ได้ 2 คัน , โชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อแอสตัน มาร์ติน ย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ อายัดรถยนต์ได้ 2 คัน , บริษัทมาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ย่านวังทองหลาง กรุงเทพฯ พบเอกสารสำคัญในการนำเข้ารถยนต์ ,อาคารมิลเลเนี่ยม ออโต้ ย่านบางคอแหลม กรุงเทพฯ และอาคารโชว์รูมโรลส์-รอยส์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก จากการตรวจค้น อายัดรถยนต์ได้ 30 คัน             ทั้งนี้ จากการตรวจค้นดังกล่าว สามารถอายัดรถยนต์ได้รวม 38 คัน เป็นรถ 5 ยี่ห้อ คือ มาเซอราติ, โรลส์-รอยซ์, แอสตัน มาร์ติน, แมคราเรน และเฟอรารี่ ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานเอกสารที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบเอกสารที่ได้ทำการยึดมาจากบริษัท เพื่อพิสูจน์ทราบว่ามีการทำราคาต่ำเข้ามาในลักษณะใดหรือไม่ ที่มา : มติชน 

 4,643
เศรษฐกิจ
19 พ.ค. 60

หุ้น lh ร่วง เหตุนักลงทุนกังวล 'อนันต์' ถูกดีเอสไอออกหมายเรียก

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ออกหมายเรียก นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานและกรรมการผู้จัดการบริษัท แลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กรณีพัวพันคดีซื้อที่ดิน 46 ไร่ติดวัดพระธรรมกาย   ทั้งนี้มีความเคลื่อนไหวว่าดัชนีราคาหุ้น บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH วันที่ 18 พ.ค.60 ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากความกังวลของนักลงทุน         ด้านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ก.ล.ต. ชี้แจงว่า โดยทางกฎหมายการดำเนินการดังกล่าวยังไม่ถือว่าเกิดเป็นคดีความ หรือผู้ถูกหมายเรียก เป็นผู้มีความผิด ดังนั้น ก.ล.ต.จึงติดตามการดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ แต่ยังไม่สามารถนำเหตุการณีที่เกิดขึ้นมาเทียบความผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งตามข่าวที่ปรากฏยังเป็นเพียงการกระทำความผิดระหว่าง บุคคล-บุคคล ยังไม่พบการนำบริษัทจดทะเบียนฯ เข้าไปพัวพัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aN8XmU8dlxs    

 21,469
การเมือง
18 พ.ค. 60

dsi ออกหมายเรียก 'อนันต์ อัศวโภคิน' บิ๊กแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ฐานสมคบฟอกเงิน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ออกหมายเรียกนายอนันต์ อัศวโภคิน ผู้บริหารบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ตามมาตรา 5, มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542   หลังพบมีความเชื่อมโยงกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำที่ดินบริเวณใกล้เคียงวัดพระธรรมกายเนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 56.2 ตารางวา ไปขายให้นายอนันต์ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ รวมเป็นเงิน 93,781,000 บาท ซึ่งราคาประเมินที่ดินขณะนั้นราคาตารางวาละ 15,000 บาท คิดเป็นราคาที่ดินประมาณ 281 ล้านบาท มีความแตกต่างและต่ำกว่าราคาประเมินถึง 3 เท่า อันทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย   ต่อมานายอนันต์ได้ขายที่ดินแปลงนี้ต่อให้บุคคลอื่นในราคา 492 ล้านบาทเศษ โดยนายอนันต์ได้นำเงินที่ได้จากการขาย จำนวนประมาณ 303 ล้านบาทบริจาคให้กับมูลนิธิคุณยายจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งมีพระธัมมชโยเป็นองค์อุปถัมภ์     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j5RHy3oYn3o    

 17,367
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 60

ดีเอสไอจับลักลอบถ่ายทอดบอล 'พรีเมียร์ ลีก' เสียหายกว่า 100 ล้าน

            DSI ตรวจค้นจับกุมกรณีลักลอบถ่ายทอดสัญญาณฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท ตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มุ่งขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ เพื่อปรับแก้ จัดระบบ ปรับทิศทาง และสร้างหนทางพัฒนาประเทศให้เจริญ สามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และรุนแรงในศตวรรษที่ 21               กระทรวงยุติธรรม จึงมอบนโยบายให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการกระทำความผิด อันส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ รวมไปถึงปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากปัญหาดังกล่าวทำให้ประเทศไทยถูกสหรัฐอเมริกาประเมินสถานะการคุ้มครองการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการค้าการลงทุนของประเทศเป็นอย่างมาก และรัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดการดำเนินการป้องกันและปราบปรามเพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากบัญชีดังกล่าวโดยเร็ว โดยมุ่งเน้นดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ใช้มาตรการเชิงรุกในการดำเนินคดีด้วยการสนธิกำลังและบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง               บริษัทเดอะ ฟุตบอล แอสโซซิเอชัน พรีเมียร์ ลีก ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ์ในการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ของประเทศอังกฤษ ได้มอบอำนาจให้ นางสาวพีรยา  ธรรมสุจริต มาร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เกี่ยวกับการลักลอบนำสัญญาณการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ไปเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ 365sport.tv และมีเว็บไซต์ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกันอีก 5 เว็บไซต์ คือ Thaiexpat.tv, Hkexpat.tv, Indoexpat.tv, Vietexpat.tv, Euroexpat.tv โดยเรียกเก็บค่าสมาชิกเป็นรายเดือน  ซึ่งการถ่ายทอดนั้นบริษัท เดอะฟุตบอลแอสโซซิเอชัน พรีเมียร์ ลีก ลิมิเต็ด เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว โดยมีการลักลอบนำมาเผยแพร่โดยมิชอบ อันเป็นความผิดฐานกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น อันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 8 และความผิดฐานร่วมกันแพร่เสียง แพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 29 (3), และ มาตรา 69 และเป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี ตามมาตรา 53/4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ในเบื้องต้นพบความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท               สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนและเห็นว่ามีพยานหลักฐานบ่งชี้ว่า มีการกระทำความผิดจริง จึงได้ทำการขออนุมัติให้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยพันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้อนุมัติให้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ เลขคดีพิเศษที่ 65/2559 จากการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในประเทศไทยเป็นฐานในการถ่ายทอดสัญญาณการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ไปยังหลายประเทศทั้งในภูมิภาคเอเชียและยุโรป จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับผู้กระทำผิดต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นชาวต่างชาติ 3 คน และคนไทย 1 คน                 ต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พันตำรวจโท วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยนายระวี อักษรศิริ ผู้อำนวยการส่วนคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ 3 ได้สนธิกำลัง ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนสืบสวนสะกดรอย เข้าทำการตรวจค้นจับกุมในเป้าหมายตามหมายค้นและหมายจับรวม 5 เป้าหมาย คือ บ้านเลขที่ 23/77 หมู่ที่ 6 หมู่บ้านฟลอร่า วงศ์สว่าง ตำบาลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี, บ้านเลขที่ 868/77 แฮปปี้คอนโด ตึกซี ซอยอยู่เจริญ 29 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ, บ้านเลขที่ 68/55 หมู่ที่ 8 หมู่บ้านมัณฑนา บางนา กม.7 ซอยราชวินิตบางแก้ว ถนนบางนา-ตราด กม.7 ตำบลบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ, บริษัท เคิร์ซ จำกัด ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เลขที่ 60 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ, บริษัท โปรอิเมจ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด เลขที่ 72 อาคาร กสท. โทรคมนาคม ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ                 ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 3 คน ได้แก่ Mr.Daryl William Lloyd อายุ 39 ปี สัญชาติอังกฤษ Mr.William John Robinson อายุ 35 ปี สัญชาติอังกฤษ นางสุภัตรา รักษาสัตย์ อายุ 33 ปี สัญชาติไทย ทั้งนี้ สามารถตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้ในการถ่ายทอดสัญญาณฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้จำนวน 9 เครื่อง, กล่อง set top box สำหรับจำหน่ายให้กับสมาชิกใช้ดูการถ่ายทอดฟุตบอล จำนวน 49 กล่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 9 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง                ซึ่งภายหลังจากการตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายดังกล่าว ทำให้ตั้งแต่วันตรวจยึดจนถึงปัจจุบัน เว็บไซต์ดังกล่าวไม่สามารถถ่ายทอดสัญญาณฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้อีก    

 5,451
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 พ.ค. 60

สั่งสอบคนอ้างเป็น dsi ข่มขู่แม่เด็ก ป.4 ถูกครูหลอกขายของสูญเงินหลายแสน

จากกรณีเพจดังแชร์เรื่องราวเด็กหญิงชั้น ป.4 ถูกครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งหลอกให้ซื้อสินค้าออนไลน์ สูญเสียเงินกว่า 4 แสนบาท ต่อมามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายไม่ลงตัว ทางฝั่งผู้ปกครองเด็กถูกคนอ้างเป็น จนท.ดีเอสไอ ซึ่งเป็นญาติของครู ข่มขู่ให้จบเรื่อง สร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวของผู้เสียหาย   ล่าสุดทางญาติของเด็กได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับครูคนดังกล่าว ข้อหาฉ้อโกงเด็กโดยใช้กลอุบายหลอกหลวงเด็กด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ได้มาทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามในส่วนของข้อหาข่มขู่คุกคาม ที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ มีการข่มขู่ผู้เสียหายให้เกิดความกลัวไม่ปลอดภัยนั้น ทางผู้เสียหายที่ถูกข่มขู่จะหารืออีกครั้งหนึ่งว่าดำเนินการแจ้งความหรือไม่ในภายหลัง ทั้งนี้ยังไม่สามารถติดต่อผู้ปกครองเด็กได้ เนื่องจากหวาดกลัว จนต้องหลบไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว   ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่าตามที่มีบุคคลอ้างว่าชื่อเป็น จนท.ในสังกัดดีเอสไอนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานต่อไปว่าบุคคลรายนี้จะมีพฤติการณ์ตามที่มีเผยแพร่อยู่ในโซลเชียลมีเดียในเวลานี้หรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A_zxnxWAMmU    

 8,606
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 60

กลุ่มผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่เหมืองทองคำ ร้อง dsi ถูกโกงเงิน 500 ล้าน

กลุ่มผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่ ที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนในเหมืองทองคำของมาเลเซีย เข้าร้องเรียน DSI หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุน ถ้าครบ 17 สัปดาห์ จะได้เงินปันผล 200% สุดท้ายเงียบหาย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท   ผู้เสียหายกว่า 50 คนจากแชร์ลูกโซ่ที่ร่วมลงทุนในเหมืองทองคำ Kesuma Kota Thailand หรือ KKT เข้ายื่นหนังสือกับรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้เสียหายเล่าว่า ขบวนการนี้ อ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนในเหมืองทองคำ ซึ่งอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย มีการเสนอขายหุ้น ๆ ละ 2,800 บาท มีปันผลทุกสัปดาห์ ๆ ละ 200-300 บาท เมื่อครบ 17 สัปดาห์ (ประมาณ 4 เดือนกว่า) จะได้เงินต้นคืน คิดแล้วเป็นเงินถึง 200 เปอร์เซ็นต์   บางคนไปศึกษาข้อมูล และเคยเดินทางไปดูเหมืองแร่ถึงที่มาเลเซีย ก็พบว่ามีตัวตนอยู่จริง จึงหลงเชื่อ และเริ่มลงทุนก้อนแรก 5 แสนบาทเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ก็ได้รับเงินปันผลจริง จึงเพิ่มเงินลงทุนไปอีก รวมกว่า6 ล้านบาท สุดท้ายแม่ข่ายก็ติดต่อมาว่า ไม่สามารถปันผลให้ได้เนื่องจากระบบทางบริษัทแม่ที่มาเลเซียมีปัญหา และเลื่อนจ่ายเงินปันผลมา 5 เดือนแล้ว กลุ่มผู้เสียหายจึงมาร้องเรียน โดยผู้เสียหายกรณีนี้มีประมาณ 500 ราย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท   ซึ่งทางดีเอสไอ ระบุว่าเบื้องต้น พฤติกรรมอาจจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ แต่จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fR2jaBWydlg  

 11,343
สังคม-อาชญากรรม
17 มี.ค. 60

จ่อเรียกลูกสาวแลนด์แอนด์เฮ้าส์สอบปมอาคารบุญรักษา พร้อมตรวจสอบการเงิน 'พระทัตตชีโว' ซื้อหุ้น

ดีเอสไอ จ่อเรียกตัว น.ส.อลิสา อัศวโภคิน ลูกสาวเจ้าของบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังมาสอบสวน หลังมีรายงานว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในกรรมสิทธิ์ที่ดินรังวัดและพื้นที่ที่ปลูกสร้างอาคารบุญรักษา ของวัดธรรมกาย สำหรับประเด็นที่พระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาส นำเงินจากบัญชีของวัดพระธรรมกาย ที่ได้จากสหกรณ์ฯคลองจั่น ไปซื้อหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พบคดีเพิ่มเติมอีก 4 คดี หนึ่งในนั้นคือพระทัตตชีโวไปซื้อหุ้น ซึ่งต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและประสานไปยังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าเข้าข่ายผิดกฎการซื้อขายหุ้นว่าเข้าข่ายผิดระเบียบการซื้อขายหรือไม่ หากเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะเรียกตัวไปสอบถามต่อไป เบื้องต้นทราบว่าพระทัตตชีโวจะเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงปลายเดือนมี.ค.นี้ ทั้งนี้ พระสงฆ์ตามหมายเรียก 14 รูป ขณะนี้ได้เข้าพบอัยการ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีขัดคำสั่งคสช.แล้ว 11 รูป ยังเหลือพระทัตตชีโว พระครูใบฎีกาและพระธัมมชัยโย เพียงเท่านั้น       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UfIOUOMJNYE      

 12,598
สังคม-อาชญากรรม
14 มี.ค. 60

เล็งสอบลูกศิษย์ธรรมกายดัดแปลงเพลงนักร้องดัง เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์-ปลุกระดม

ดีเอสไอสั่งฝ่ายกม.ตรวจสอบเนื้อหาเพลงที่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย นำมาดัดแปลง อาทิ เพลงอยู่ต่อเลยได้ไหม ของสิงโต นำโชค, ฉันก็รักของฉัน (นิวจิ๋ว), คู่คอง (ก้อง ห้วยไร่) ว่าเข้าข่ายการปลุกระดมมวลชนหรือไม่ ซึ่งหากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงเห็นว่า ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/06OTkcuzEc4  

 15,554
การเมือง
13 มี.ค. 60

ดีเอสไอ ชง คสช. ผ่อนปรน ม.44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย

ดีเอสไอ เตรียมรายงาน ผลปฏิบัติการค้นหาพระธัมมชโย ต่อ คสช.พรุ่งนี้ ชงผ่อนปรน ม.44  ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย เน้นการข่าวเป็นหลัก   กรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมรายงานผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งที่ 5/2560 ตามมาตรา44  เรื่องมาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อติดตามตรวจค้นจับกุมพระธัมมชโย ตามหมายจับของศาลอาญา 23 วันที่ผ่านมา และประกาศยุติในการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 ต่อที่ประชุม คสช. ในวันพรุ่งนี้ โดย มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม   ที้งนี้รายงานคำสั่งที่ 5/2560 ตามมาตรา 44 ที่รัฐบาล และ คสช. อาจจะยังคงไว้อีกระยะหนึ่งเพื่อควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย เพราะยังไม่มั่นใจสถานการณ์ในพื้นที่วัดพระธรรมกายเพราะเกรงว่าจะมีมือที่สามฉกฉวยสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายได้ แต่เบื้องต้นจะมีการปรับลดคำสั่ง 5/2560 บางส่วนเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ และที่สำคัญภารกิจดังกล่าวทางดีเอสไอเห็นว่าการทำงานลุล่วงไประดับหนึ่งแล้ว จึงอยากให้จุดปฏิบัติการ จุดตรวจ และจุดสกัด ในพื้นที่ควบคุมทุกจุดผ่อนปรนการปฏิบัติ ทั้งจุดประตูเข้าออกวัดพระธรรมกาย ให้เปิดทางให้พระ และประชาชนเข้าออกได้ตามปกติ รวมถึงไม่ต้องทำประวัติและการคัดกรองและยังให้ดูแลในเรื่องความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุด่วนเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น   สำหรับการติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย ทางดีเอสไอ ยังคงเป็นเจ้าภาพในการติดตามจับกุมโดยสนธิกำลังร่วมกับตำรวจและทหาร โดยจะเน้นการปฏิบัติการด้านการข่าวเป็นหลัก ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่ายังไม่ทราบรายละเอียด ต้องรอการประชุม คสช.ในวันพรุ่งนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 6,396
สังคม-อาชญากรรม
13 มี.ค. 60

dsi ยังไม่ยุติล่าตัว 'ธัมมชโย' บุกค้นตามเบาะแส ธรรมกายปิดห้ามนักข่าวเข้า-ลูกศิษย์ทยอยกลับบ้าน

ดีเอสไอยังคงดำเนินการนำกำลังค้นหาพระธัมมชโย แม้จะประกาศยุติการปิดล้อมวัดพระธรรมกายแล้ว โดยได้บุกค้น 'อารามปริสุทโธ' บริเวณ ถนนเลียบคลอง 3 หลังพบเบาะแส พระธัมมชโย หลบซ่อนอยู่ เบื้องต้นไม่พบตัว แต่พบเสื้อแขนยาวคล้ายที่พระธัมมชโยสวมใส่ ขณะที่ผู้ดูแลสถานที่อ้างว่าเป็นที่พักของพระมหาสมชายฯ และมีพระผู้ใหญ่รูปอื่นมาพักบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่มีบุคคลตามหมายจับมาพักแต่อย่างใด เสื้อที่พบก็เป็นของพระมหาสมชาย ทั้งนี้ทางดีเอสไอเตรียมค้นสาขาวัดพระธรรมกายในต่างจังหวัดเพื่อค้นหาตัวพระธัมมชโยต่อไป ขณะที่บรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย มีลูกศิษย์ทยอยออกจากพื้นที่เพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่ยังมีมวลชนบางส่วนนั่งสวดมนต์ภายในวัด ซึ่งทางวัดได้ประกาศห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้ามาทำข่าวภายในวัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jXZAZ5kMfus

 11,372
สังคม-อาชญากรรม
12 มี.ค. 60

ดีเอสไอเข้าค้นอารามปริสุทโธ ไม่พบ 'พระธัมมชโย' เจอแต่เสื้อคล้ายกับที่เคยสวมใส่

     เมื่อเวลาประมาณ 06.15 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีฯ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้น อารามปริสุทโธ ไม่ทราบเลขที่ ม.12 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสจากประชาชนว่า สถานที่ดังกล่าวอาจเป็นที่หลบซ่อนของพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ พระธัมมชโย บุคคลตามหมายจับ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการเข้าออกอย่างผิดปกติของพระผู้ใหญ่วัดพระธรรมกาย        โดยผลการตรวจค้น พบเอกสารเกี่ยวกับการให้ข่าวสื่อมวลชนของตำรวจ เอกสารเกี่ยวกับการถวายฎีกา คำขอคุ้มครองชั่วคราว คำให้การของพระผู้ใหญ่ของวัดพระธรรมกายและเอกสารอื่นๆ ที่ห้องนอนของตึก 2 ชั้น เชื่อว่าเป็นสถานที่ประชุมวางแผน นอกจากนั้น ยังพบเสื้อยืดแขนยาวสีเหลือง จำนวน 2 ตัว คล้ายกับที่พระไชยบูลย์ฯ เคยสวมใส่อยู่ในห้องดังกล่าว ซึ่งจากการซักถาม ผู้ดูแลสถานที่ อ้างว่าเป็นที่พำนักของพระผู้ใหญ่ในวัดพระธรรมกาย และยืนยันว่าไม่มีบุคคลตามหมายจับมาพัก         ทั้งนี้ หากมีประชาชนท่านใดที่ทราบเบาะแสเกี่ยวกับพระไชยบูลย์ สุทธิผล (พระธัมมชโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย สามารถโทรศัพท์มาแจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่เบอร์สายด่วน 1202 ตลอด 24 ชั่วโมง  

 25,073

Top