ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดีเอสไอ"

สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 60

เปิดภาพ 'อดีตเณรคำ' ในชุดขาว หลังสละจีวรให้ดีเอสไอสอบเครียดทั้งคืน-นำตัวส่งอัยการแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่านายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ ซึ่งเป็นอดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ยอมสละจีวรและสวมชุดเสื้อขาว กางเกงขาวเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่รับการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา   และเมื่อเวลา 09.10 นาฬิกา เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีเศษ ได้นำตัวนายวิรพล สุขผล หรือเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ตามการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยในการควบคุมตัวมายังสำนักงานอัยการ ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นั่งประกบบริเวณเบาะนั่งตอนหลังรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ โดยได้จัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันมาในรถอีกจำนวน 3 คัน   ภายหลังนำตัวมาถึงสำนักงานอัยการสูงสุด เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำตัวนายวิรพล ลงมาจากรถ ซึ่งนายวิรพล อยู่ในชุดนุ่งขาวห่มขาว โดยสวมกางเกงขายาวสีขาว มีสีหน้านิ่งเฉย โดยไม่มีการตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด มีเพียงการส่งรอยยิ้ม และถูกนำตัวขึ้นมายังชั้น 11 เพื่อเข้าพบกับอัยการสำนักงานฝ่ายคดีพิเศษ ซึ่งในวันนี้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวน เพื่อให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป      ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 22,747
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 60

'เณรคำ' กลับถึงไทย ยอมสละจีวร-สึกต่อหน้าพระ ชี้ไม่อุทธรณ์ศาลสหรัฐฯ อ้างคิดถึงบ้าน-ใช้เงินสู้คดีสูง

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ใช้เวลากว่า 1ชั่วโมงในการควบคุม นายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ ผู้ต้องหาใน 5 ข้อหา ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ หลังไม่อุทธรณ์คำสั่งส่งผู้ร้ายข้ามแดนของศาลแคลิฟอเนียร์ สหรัฐอเมริกา   ซึ่งใช้รถขบวนควบคุมตัวกว่า 14คันในการรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางอย่างเข้มงวด และเมื่อมาถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า นายวิรพลหรืออดีตพระเณรคำ ยังอยู่ในสมณเพศสงฆ์ นุ่งห่มจีวรภิกษุ มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดใดต่อสื่อมวลชนก่อนที่พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวไปยังห้องประชุมชั้น1 เพื่อทำการตรวจร่างกาย ซักประวัติ และสอบปากคำ   ต่อมา พันตำรวจเอกไพสิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยว่าตลอด คืนนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ จะสอบปากคำ นายวิรพล หรือ อดีตพระเณรคำ ให้แล้วเสร็จ แต่ขั้นตอนแรกสำนักพระพุทธศาสนา จะอ่านคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษให้ทราบ ซึ่งเณรคำ ยินยอมที่จะสระจีวร มานุ่งชุดขาวห่มขาว เพื่อให้เกิดความสงบความเรียบร้อย และพร้อมเข้าสู่กระบวนการสอบสวน โดยอยู่ระหว่างประสานญาติ เข้าพบอดีตพระเณรคำ แต่ญาติยังไม่ประสงค์   ซึ่งหลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำของพนักงานสอบสวน ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุด ซึ่งตามขั้นตอนจะมีการตรวจร่างกาย ซักประวัติ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา 2 หมายจับ 6 ข้อกล่าวหา ฐานความผิด กระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า15 ปี พรากผู้เยาว์ และฐานอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี ซึ่งหมดอายุความไปแล้วแต่พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้ผู้ต้งหารับทราบ   อีกคดีเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมฯ และฐานฟอกเงิน โดยพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ ก่อนส่งตัว นายวิรพล หรืออดีตพระเณรคำ ให้อัยการดำเนินการส่งฟ้องศาลในช่วงเช้าต่อไป แต่ชั้นพนักงานสอบสวนได้ทำการคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี   ส่วนเหตุผลที่ นายวิรพล หรืออดีตพระเณรคำ ไม่ยื่นอุทธรณ์คดีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากคิดถึงบ้าน ต้องการกลับมาประเทศไทย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในการพิสูจน์ความจริง อีกทั้งการสู้คดีที่สหรัฐอเมริกาต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง   ส่วนการหลบหนีออกจากประเทศไทย ของอดีตพระเณรคำ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีผู้ใดให้การช่วยเหลือ หรือให้การสนับสนุน ในการเดินทางออกนอกประเทศด้วยวิธีการใด ซึ่งจะต้องรอการสอบปากคำให้เสร็จสิ้นก่อน   ด้านทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่เชื่อเณรคำ ทำคนเดียว ขอ DSI ขยายผลเอาผิดทั้งขบวนการ และมีหลักฐานการแอบอ้างสถาบันฯ ชี้ต้องทำสำนวนให้รัดกุม หลังเณรคำ ส่งสัญญาณ พร้อมสู้คดีเต็มรูปแบบ เตรียมทนายมือดี 11 คน ช่วยคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mtwBsrwV8R4    

 13,998
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 60

จับตา dsi รับตัว 'เณรคำ' บินถึงไทยคืนนี้ เตรียมแจ้ง 5 ข้อหา ถ้าห่มจีวรมา โดนเพิ่มอีก 1

ดีเอสไอรับตัวเณรคำ ถึงประเทศไทย 19 กรกฎาคมนี้ เตรียมแจ้ง 5 ข้อหา ก่อนสอบสวนแต่ละคดี โดยมีสำนักพระพุทธศาสนาร่วมสอบด้วย   พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีการรับตัวนายวิรพล สุขผล หรืออดีตเณรคำ ประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย หลังศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกามีคำสั่งให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนข้อหาพรากผู้เยาว์ และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปีว่า   ขณะนี้พ้นระยะเวลาในการอุทธรณ์คำสั่งศาลแล้ว พนักงานสอบสวนดีเอสไอ และอัยการต่างประเทศเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อรับตัวนายวิรพลแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนการรับตัวเท่านั้น โดยจะเดินทางไปเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่น และคาดว่าจะเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 19 กรกฎาคมเวลาประมาณ 22.00 นาฬิกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่วนพิเศษจะจัดขบวนไปรับ จากนั้นจะนำตัวมาสอบสวนต่อที่ดีเอสไอ โดยจะเร่งสอบสวนก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งผู้ต้องหาก็มีสิทธิ์ขอประกันตัว แต่ดีเอสไอจะค้านประกันเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนี   ส่วนคดีพรากผู้เยาว์แม้จะหมดอายุความไปแล้ว แต่ก็ยังมีคดีอื่นที่มีหมายจับอยู่ ทั้งนี้คดีดังกล่าวดีเอสไอได้ขอศาลออกหมายจับเมื่อปี 2556 และได้ชี้แจงศาลแคลิฟอร์เนียผ่านทางอัยการต่างประเทศ ถึงเหตุจำเป็นในการนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีในประเทศไทย เนื่องจากผู้ต้องหากระทำผิดและได้หลบหนีไป   สำหรับขั้นตอนในการสอบสวนผู้ต้องหาจะติดต่อสำนักพุทธศาสนา ให้มาร่วมสอบด้วย เนื่องจากบางคดีเป็นการอาบัติปาราชิต ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ดำเนินการไปแล้ว โดยดีเอสไอออกหมายจับนายวิรพล หรือ เณรคำ 5 ข้อหา เมื่อปี 2556 ได้แก่ 1.พรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี 2.กระทำชำเราเด็กหญิง 3.ฉ้อโกงประชาชน 4.ความผิดฐานฟอกเงิน 5.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่หากพบว่ามีการแต่งกายสงฆ์กลับมา จะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 43 เพิ่มอีก 1 ข้อหา หลังเจ้าตัวต้องอาบัติ ขาดจากความเป็นพระ ตั้งแต่ปี 56   ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่ จ.ศรีสะเกษ โดยยายลอน เจ้าของที่ดินวัดปู่เณรคำ ได้กล่าวว่าได้อโหสิกรรมให้เณรคำ เผยปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ให้รับกรรมกันไปสวดมนต์แผ่เมตตาให้เณรคำทุกวัน ยีนไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวบุคคล แต่ว่าตนเชื่อมั่นในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   ด้านอดีตภรรยาของเณรคำ ซึ่งมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ระบุอยากให้เณรคำรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูลูกชาย อย่างอื่นไม่ต้องการอะไร ทุกวันนี้ตนกับลูกมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก ค้าขายของชำเล็กๆ น้อยๆ อยู่ที่บ้าน ขายของไม่ได้มากมาย อยู่แบบหาเช้ากินค่ำ ส่งลูกเรียน ตอนนี้ลูกอายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เขาเรียนช้า เพราะย้ายไปย้ายมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FDYb6zDW7IE    

 8,167
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 60

อธ.ดีเอสไอ. เผย 'เณรคำ' ไม่อุทธรณ์ พากลับไทยพรุ่งนี้ เตรียมจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ คุมตัวขังคุกดีเอสไอ

        เณรคำไม่อุทธรณ์รับกลับถึงไทยพรุ่งนี้ อธ.ดีเอสไอ.เผยเณรคำไม่อุทธรณ์กลับไทยพรุ่งนี้ เตรียมชุดปฏิบัติการพิเศษ รับมาคุมตัวห้องขังดีเอสไอ           พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี ดีเอสไอ เปิดเผยว่าได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผู้บัญชาการสำนัก สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ผบ.สตท.) ซึ่งเดินทางไปสหรัฐพร้อมกับอัยการ ว่านายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ ไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลแคลิฟอร์เนีย เรื่องส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยคณะฝ่ายไทย พร้อมนายวิรพล จะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ วันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.) เวลาประมาณ 22.00 น.            อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้จะเดินทางไปรับตัวนายวิรพล ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมจัดกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ ในการรักษาความปลอดภัย โดยวันนี้ได้ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่สนามบินสุวรณภูมิ และตำรวจนครบาล ตำรวจท้องที่ในเส้นทางที่จะนำตัวนายวิรพล มาที่ห้องขังดีเอสไอ ทันที จะไม่มีการแถลงข่าวที่สนามบิน ส่วนภาพทั้งหมดชุดเจ้าหน้าที่บันทึกไว้หมดแล้ว จะมอบให้สื่อทุกสำนักข่าว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 6,140
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 60

'ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต' หอบหลักฐานให้ dsi ร่ำไห้ถูกอดีตลูกศิษย์ใส่ร้าย-ข่มขู่เรียกเงิน 11 ล้าน

ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หอบเอกสารหลักฐาน มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังถูกข่มขู่และเรียกเงิน 11 ล้านบาทผ่านเว็บไซต์   ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เชี่ยวชาญการสอนด้านจิตใต้สำนึกชื่อดัง และผู้เขียนหนังสือขายดีเข็มทิศชีวิต เข้ามอบเอกสารและเบาะแสเพิ่มเติม กรณีถูกขบวนการข่มขู่ เพื่อกรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาท จากครูอ้อย และบริษัท โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับมอบเอกสารเพิ่มเติม ทั้งคลิปเสียงที่มีการหารือกันเพื่อทำร้ายตัวเอง คลิปเสียงผู้ที่เคยเข้าขบวนการ และเบาะแสในขบวนการข่มขู่ ในกรณีที่ถูกกลุ่มบุคคลโจมตีด้วยการสร้างเว็บไซต์ขึ้นใส่ร้ายป้ายสี เรียกร้องเงิน 11 ล้านบาท ท่ามกลางลูกศิษย์กว่า 30 คน ที่นำดอกไม้มาร่วมให้กำลังใจ   โดยครูอ้อย ได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า จากเว็บไซต์ที่ข่มขู่ครูอ้อย เป็นข้อมูลที่ต้องการจะทำลายชีวิต เป็นขบวนการที่ใหญ่และซับซ้อนมาก ถึงขั้นข่มขู่ครูอ้อย ว่าจะต้องหายไปจากประเทศไทยให้ได้ พร้อมขู่เรียกเงิน 11 ล้านบาท ถึงจะหยุดการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ยังมีข้อเรียกร้องให้ครูอ้อย หยุดสอน หยุดชวนคนทำบุญ รวมถึงได้มีการอ้างอิงถึงผู้ใหญ่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกด้วย โดยครูอ้อย ยืนยันว่าขณะนี้ทราบแล้วว่ากลุ่มที่ทำมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่พอใจที่ครูอ้อย เคยตักเตือน และกลุ่มที่ไม่พอใจในคำสอนของครูอ้อย ทั้งในเรื่องการหยิบคำสอนของพระพุทธเจ้ามาสอน และในเรื่องอื่น ๆ โดยหนึ่งในนั้นที่เป็นคนข่มขู่ตนยืนยันว่า เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นคนที่คนในสังคมรู้จัก ที่เคยเข้าอบรมกับตนเอง   ครูอ้อย กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ทุกสิ่งที่ทำลายครูอ้อย ครูขออโหสิกรรมให้ แต่เรื่องของกฎหมายยังคงต้องดำเนินคดีต่อไป ส่วนชื่อคำว่า เข็มทิศชีวิต ที่มีการกล่าวอ้างว่า เป็นของบุคคลอื่นนั้นยืนยันว่าเป็นของตนเองและได้มีการจดลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว   ด้านพันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มารับเอกสารเพิ่มเติม ที่ทางครูอ้อย เคยส่งมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังอยู่ระหว่างเสนอส่งคณะทำงาน คาดว่ากลางสัปดาห์นี้ จะทราบว่ารับกรณีนี้เข้าเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีการกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย ขณะนี้ทราบตามที่เป็นข่าวเพียงเท่านั้น และยังไม่พบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องหากทราบว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w9AWZuzNsYI    

 18,232
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 60

'ซินแสโจ้' โพสต์ฉะ 'ครูอ้อย' ขโมยชื่อหนังสือ 'เข็มทิศชีวิต'

ซินแสโจ้ นักโหราศาสตร์จีนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กต่อกรณีอ้างว่าถูก ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ขโมยชื่อหนังสือเข็มทิศชีวิตของตนเอง และคุณพ่อนำมาใช้ โดยไม่ได้ขออนุญาต โดยระบุ   "โอกาสมาแล้วขอระบายอยากจะเล่าเรื่องผู้หญิงท่านนึงที่เป็นข่าว เรื่องเอาคนอื่นมาแอบอ้างในการอบรมของตนเอง ซึ่งตนเองไม่ชอบใจมานานแล้ว เพราะอะไรหรือ เนื่องจากผมและคุณพ่อเคยเขียนหนังสือชื่อ “เข็มทิศชีวิต” เมื่อปี 2545 จะ 15 ปีแล้ว วันนึงมีคนได้เอาหัวนี้ไปใช้ โดยไม่ขออนุญาต หรือแจ้งอะไรเลยทั้งสิ้น ก็ทำให้รู้สึกไม่รู้สึกพอใจ คิดจะฟ้อง แต่คุณพ่อได้ห้ามเอาไว้ และบอกว่า วิชาเราไม่ได้ยึดติดที่หัวหนังสือ เรายึดที่คำทำนายให้แม่นยำตามหลักวิชา เปลี่ยนแค่ชื่อหัวหนังสือ แต่ไม่เปลี่ยนหลักวิชาของครูบาอาจารย์ที่สอนเรามา เราจึงได้ยอมเปลี่ยนหัวมาเป็นชื่อ “ไขรหัสชีวิต” แทนตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้มันยิ่งตอกย้ำให้ผมมีความเชื่อขึ้นไปอีกว่า แค้นนี้ต้องชำระ 10 ปี ก็ยังไม่สาย คนไม่ดีที่เหยียบย่ำคนอื่นขโมยของคนอื่น โกงคนอื่นมา เอาเปรียบคนอื่น ฯลฯ วันนึงความจริงจะถูกเปิดเผย และได้รับกรรมที่ทำไว้ไปเอง   ด้านครูอ้อย เตรียมยื่นหลักฐานต่อ DSI ในเวลา 11.30 น. วันนี้ (19 มิ.ย.60) หลังถูกผู้ไม่หวังดีสร้างเพจปลอมให้ข้อมูลใส่ร้ายและเรียกค่าไถ่ 11 ล้านบาท โดยจะเป็นคลิปบันทึกเสียงของขบวนการดังกล่าว เพื่อให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GT3wfzVynmU    

 19,305
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 60

'บอย ยูนิตี้' โดนรวบฐานฉ้อโกง หลังยื่นฟ้อง dsi คดีรถหรูเสียหาย 100 ล้าน

นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ บอย ยูนิตี้ กรรมการบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ได้เดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อนำหลักฐานยื่นฟ้องพันตำรวจเอกไพสิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กับพวกซึ่งเป็นรองอธิบดี และพนักงานสอบสวน รวม 12 คน ฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบ /บุกรุก / และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อศาล   กรณีดีเอสไอสั่งปิดโชว์รูมรถยนต์ 2 แห่งและนำกำลังเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 24 24 พ.ค. พร้อมอายัดรถยนต์หรูรวม 34 คัน โดยกล่าวหาว่ามีรถภายในโชว์รูมบางส่วนถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษ และมีการแจ้งสำแดงเท็จ ซึ่งศาลได้นัดฟังคำสั่งช่วงบ่ายวันที่ 27 มิ.ย.นี้ โดยมีการฟ้องแพ่งดีเอสไอฐานละเมิดปิดโชว์รูมไม่สามารถประกอบธุรกิจได้เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท   ในเวลาต่อมานายอินทระศักดิ์ ได้ขึ้นรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำ ป้ายแดง ออกจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จากนั้นได้มีรถกระบะ และรถจักรยานยนต์ ขับติดตามออกไปก่อนสกัดรถยนต์ของนายอินทระศักดิ์ บริเวณถนนนครไชยศรีและควบคุมตัวขึ้นรถ ซึ่งผู้ติดตามนายอินทระศักดิ์ ระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ก่อนนำตัวไปยังกองบังคับการปราบปราม   ด้านนายอินทระศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ และไม่เข้าใจที่ถูกจับแบบไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งเห็นว่าตำรวจสามารถออกหมายเรียกก่อนได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียดการจับกุม แต่ยินดีให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ   ขณะที่เจ้าหน้าที่กองปราบปรามได้ตรวจค้นรถยนต์และอายัดรถของนายนายอินทระศักดิ์ เพื่อเก็บไว้เป็นพยานหลักฐาน เบื้องต้นพบป้ายทะเบียนรถยนต์ และ เอกสารการเสียภาษีรถที่นายอินทระศักดิ์เคยนำเสนอต่อสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จะได้รับการประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fy9N-JoH1i4  

 14,905
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 60

'ตั๊ก บงกช' โพสต์เดือดซัด dsi ยัดเยียดข้อหาบ้านพักหรู 'เจ้าสัวบุญชัย'

ตั๊ก บงกช โพสต์จวก DSI ยัดเยียดข้อหา เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล บ้านหรูบนเขารุกพื้นที่ป่าใน จ.พังงา โดยระบุ   “อย่าหยาบคาย หลักฐานต้องมีถึงมาพูดได้ อย่ายัดเยียดข้อหา โดยใช้ตำแหน่ง คุณบุญชัย ไม่เคยเอาเงินใครไปทำบุญ เงินทุกบาททุกสตางค์ คุณบุญชัยหามาเอง แล้วจะทำบุญก็เรื่องของคุณบุญชัย DSI เอาผิดคนขายที่มั้ย ทำไมไม่ลงชื่อ ราชการที่เอาที่มาให้ขายง่ายๆ คุณบุญชัยเป็นคนที่คนรู้จัก ข่าวเลยง่ายต่อการเขียนชื่อคุณบุญชัยคนเดียว แล้วความยุติธรรมอยู่ไหน”   “นายกฯ คะ ตั๊กขอช่วยตรวจสอบทีว่าเป็นการทำให้ประชาชนเสียชื่อรึเปล่า (เราเชื่อว่าคุณบุญชัยไม่ได้ฟอกเงินแน่นอน หลักฐานมีการซื้อขายชัดเจนอย่าโยง อย่าว่าตามคนอื่น คนสร้างชื่อเสียงมา ต้องมาเจอแบบนี้เหรอ แล้วร่วมด้วยช่วยกัน มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิดล่ะ คุณบุญชัยทำอะไรให้สังคมตั้งเยอะเคยลงข่าวมั้ย คอมเมนต์อย่าหยาบคายสนุกปาก ข่าวเสนอข่าวอยากให้คนกดเข้าไปดู แต่ก็นึกถึงจรรยาบรรณด้วยว่าคนด้วยกันจะเสียหายมั้ย กรรมมันจะไปตกกับลูกหลานนะคะ ปล.อย่าคอมเมนต์โดยไม่รู้อะไรจริงๆ หาก DSI รู้จริง แถลงสิคะ อย่าให้ข่าวเขียนให้เราเน่าฝ่ายเดียว จากแม่ลูกอ่อน บงกช ###แชร์ด้วยค่ะ ใครก็ได้ อย่าให้เราถูกว่าอยู่ฝ่ายเดียว”   ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุดีเอสไอกำลังติดตามตัวพระธัมมชโยตามหมายจับที่มีอยู่ อยู่ในสถานะผูั้ต้องหาหนีคดี ส่วนจะพบเบาะแสที่ไหนก็จะดำเนินการตรวจค้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดีเอสไอยังเชื่อว่าพระธัมมชโยไม่ได้อยู่ในวัดพระธรรมกายแล้วตามที่ดีเอสไอรายงาน ส่วนจะหลบหนีไปต่างประเทศหรือไม่นั้น พระธัมมชโยไม่มีหนังสือเดินทาง   ขณะนี้ดีเอสไอ อยู่ในระหว่างดำเนินการพิสูจน์ทราบว่าใครเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินบนสันเขาซึ่งปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hs65gLeGcJs  

 28,137
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 60

dsi จ่อเรียก 'เจ้าสัวบุญชัย' แจงที่มาบ้านพักหรูบนเขาในพื้นที่ป่าพังงา

ดีเอสไอ จ่อเรียกเจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล แจงที่มาบ้านพักหรูขนาดใหญ่ 2 หลัง บนเขาในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและป่าแหลมซำ ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง รวมทั้งการครอบครองที่ดิน หลังสอบผู้ดูแลบ้าน ให้การแต่เดิมเป็นของบุญชัย ต่อมามอบให้อดีตภรรยา ใช้ชื่อบริษัทแห่งหนึ่งถือครองแทน ต้องเรียกทั้งหมดมาชี้แจง พร้อมเสนอเป็นคดีพิเศษ ชี้กฎหมายที่ดินระบุชัดเจน ห้ามออกเอกสารสิทธิในที่เขา หรือภูเขา และในเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NXZ3IiM7vNw  

 91,189
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 60

ปชช. ร้องดีเอสไอ โดนตุ๋นเป็นพรีเซนเตอร์โพสต์ขายยาสีฟัน-น้ำดื่ม สูญเงินกว่า 80 ล้าน

       ผู้เสียหายถูกหลอกให้โพสต์ขายสินค้าลงโซเชียล เข้าร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เนื่องจากไม่ได้รับค่าจ้าง หลังทำงานครบ 1 เดือน อีกทั้งไม่ได้ค่าประกันที่จ่ายไปก่อนหน้าคืน         กลุ่มผู้เสียประมาณ 10 คน นำเอกสารหลักฐานมายื่นต่อ พลตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบบริษัท โปรเกรสชั่น แอคซีฟเมนต์ เทรดดิ้ง จำกัด หลังถูกจ้างให้เป็นพรีเซนต์เตอร์โพสต์สินค้า ประเภทน้ำดื่มและยาสีฟัน ของบริษัทฯ แต่กลับไม่ได้รับค่าตอบแทน ส่งผลให้มีผู้เสียหายกว่า 800 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท         โดยผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ได้รู้จักบริษัทฯดังกล่าวผ่านการชักชวนจากคนรู้จักที่ไปทำและได้รับค่าจ้างจริง ซึ่งเริ่มแรกผู้เสียหายต้องจ่ายเงินค่าประกันสัญญา รายละ 1-2 หมื่นบาท และจะได้เงินเดือน ๆ ละ 1-2 หมื่นบาท ซึ่งจะต้องโพสต์ขายสินค้า ผ่านโซเชียลมีเดีย 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งตนเองทำมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน และยังไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่จากการสอบถามเพื่อน ๆ พบว่าในช่วงแรกมีบางคนได้รับผลตอบแทนจริง แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะบริษัทฯอ้างว่ามีปัญหาด้านการเงิน ทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินให้กับพนักงานได้         กระทั่งล่าสุดทางตนได้ติดต่อไปยังบริษัท และได้รับคำตอบว่าให้ไปรับเช็คเงินเดือนที่แนบพร้อมใบลาออก ทางกลุ่มผู้เสียหายจึงตัดสินใจไม่รับ เพราะต้องการที่จะขอเงินค่าประกันสินค้าคืน         ขณะที่ผู้เสียหายอีกคน ระบุว่า ในกลุ่มไลน์ของบริษัท ได้มีการข่มขู่ผู้เสียหายที่จะเดินทางมาร้องเรียนดีเอสไอ ว่าจะดำเนินการฟ้องกลับ ทำให้ผู้เสียหายบางส่วนไม่กล้าที่จะเดินทางมา จึงได้ส่งรายชื่อและจำนวนเงินค่าเสียหายมาร่วมยื่น และยังระบุว่าอีกว่า บริษัทฯดังกล่าวได้เปิดมาประมาณ 2 ปี มีการประชุม ที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง มีใบอนุญาต มีสินค้าจริง ทำให้กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อ และอยากร่วมทำงานด้วย         ด้านพันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษก ดีเอสไอ ได้ออกมารับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว เผยว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมและไปทำการตรวจสอบ ว่าเข้าข่ายความผิดอะไร ของคดีที่ดีเองไดตรวจสอบหรือไม่ จากการสอบถามพฤติการณ์มีความใกล้เคียงกับแชร์ลูกโซ่

 8,379
เศรษฐกิจ
06 มิ.ย. 60

'อนันต์ อัศวโภคิน' เข้าพบดีเอสไอ รับทราบข้อหาสมคบฟอกเงิน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ แจ้ง 2 ข้อหากับนายอนันต์ อัศวโภคิน อดีตผู้บริหารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เจ้าตัวให้การปฏิเสธ ยืนยันไม่รู้จักกับประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และไม่มีการฟอกเงิน   นายอนันต์ อัศวโภคิน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน กรณีที่ถูกกล่าวหาว่า นำเงินของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ได้มาจากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์ ไปซื้อที่ดินใกล้วัดพระธรรมกาย 46 ไร่ แล้วนำไปซื้อขายต่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจเข้าข่ายฟอกเงิน   โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง ทั้งนี้หลังแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจะทำประวัติผู้ต้องหา พิมพ์ลายนิ้วมือ จากนั้นนายอนันต์จะมีเวลาทั้งสิ้น 30 วัน เพื่อส่งหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งหากหลักฐานดังกล่าวฟังไม่ขึ้น หรือไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ดีเอสไอจะนัดนายอนันต์มาพบเพื่อส่งตัวและสำนวนให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องต่อไป ทั้งนี้ ในชั้นสอบสวนจะไม่ควบคุมตัวนายอนันต์ เนื่องจากให้ความร่วมมือพบพนักงานสอบสวนตามนัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HgTXUm_LFzc  

 19,398
สังคม-อาชญากรรม
05 มิ.ย. 60

อนันต์ อัศวโภคิน เลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงินเร็วขึ้นเป็นวันนี้

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า นายอนันต์ อัศวโภคิน อดีตผู้บริหารเครือแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่ถูกหมายเรียกเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ที่ได้มาจากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ได้ประสานเลื่อนขอเข้าพบพนักงานสอบสวนให้เร็วขึ้น เป็นการเข้าพบในวันนี้ ซึ่งหลังจากรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จะมอบหมายให้ทนายความชี้แจงข้อมูลกับผู้สื่อข่าว   ทั้งนี้ หลังแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจะทำประวัติผู้ต้องหา พิมพ์ลายนิ้วมือ จากนั้นนายอนันต์จะมีเวลาทั้งสิ้น 30 วัน เพื่อส่งหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งหากหลักฐานดังกล่าวฟังไม่ขึ้น หรือไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ดีเอสไอจะนัดนายอนันต์มาพบเพื่อส่งตัวและสำนวนให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องต่อไป ทั้งนี้ ในชั้นสอบสวนจะไม่ควบคุมตัวนายอนันต์ เนื่องจากให้ความร่วมมือพบพนักงานสอบสวนตามนัด

 3,058
สังคม-อาชญากรรม
05 มิ.ย. 60

ดีเอสไอ โต้ ‘บอย ยูนิตี้’ ฟ้อง 50 ล้าน เผยเป็นการใช้สิทธิ ชี้ต้องสุจริตจริง

          กรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณี นายภาณุศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้ เจ้าของบริษัทรถหรูแห่งหนึ่งได้ไปยื่นฟ้องร้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต่อศาล ซึ่งด้วยคดีดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐและคดีเป็นที่สนใจของสาธารณะ จึงขอชี้แจงประเด็นดังกล่าว ดังนี้           1. กรณีดังกล่าว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้อาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน (รถยนต์) ไว้เป็นของกลางในคดีพิเศษเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีและมีอำนาจตามกฎหมายจะยึดไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด เมื่อเสร็จคดีแล้วจะคืนแก่ผู้ต้องหาหรือแก่ผู้อื่นซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอ เว้นแต่ ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85            2. เมื่อบริษัท เอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด เห็นว่า การกระทำของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้บริษัทได้รับความเสียหายย่อมเป็นสิทธิตามกฎหมายที่บุคคลดังกล่าวจะใช้สิทธิในทางศาลฟ้องกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ แต่การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องใช้สิทธิโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5           3. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเรียนว่า การสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในหลาย ๆ คดีที่สำคัญและมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นักการเมืองที่มีตำแหน่งและถืออำนาจรัฐ ผู้มีขีดความสามารถทางด้านการเงินสูง จะมีการยื่นฟ้องกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อศาลแพ่งหรือศาลอาญาหลายครั้งหลายคราว ทั้งที่สุจริตบ้างและไม่สุจริตบ้าง ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของฝ่ายผู้ต้องหา เพื่อจะใช้อำนาจศาลเข้าตรวจสอบพยานหลักฐานและทำลายความน่าเชื่อถือและน้ำหนักของพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ประเทศไทยถือว่าเป็นกลไกในระบบของกระบวนการยุติธรรมที่เปิดโอกาสให้ศาลมีการตรวจสอบ-ถ่วงดุลการใช้อำนาจของรัฐอยู่แล้ว อันถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีข้อห้ามในเรื่องความผิดการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม           4. สำหรับผู้บริโภคและผู้เสียหายที่ถูกบุคคล หรือคณะบุคคลหลอกลวงให้ซื้อรถยนต์โดยมิชอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตระหนักถึงปัญหานี้มาก จึงได้หารือร่วมกับกรมศุลกากรแล้ว เห็นว่า สำหรับผู้เสียหายหรือเจ้าของหรือผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้อง ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดของผู้นำเข้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะอนุญาตให้สามารถรับรถยนต์ของกลางคืนไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์โดยไม่มีประกันหรือมีประกัน ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85/1 โดยเร็ว           5. สำหรับรถยนต์ของกลางที่ปรากฏหลักฐานว่า เป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากต่างประเทศ เนื่องจากตามกฎหมายและข้อตกลงจะต้องมีการส่งรถยนต์คืนให้กับประเทศผู้เสียหาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงยังไม่อาจอนุญาตให้ผู้เสียหาย หรือเจ้าของ หรือผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้องนำรถยนต์ของกลางคืนไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ได้ในขณะนี้ ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมศุลกากร อยู่ระหว่างหารือเพื่อแก้ไขปัญหาสำหรับเรื่องนี้ให้กับผู้บริโภคและผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน-พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุเจ้าหน้าที่ทำตามกฏหมาย และหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบ ไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง ซึ่งหากบริษัทรถต้องการฟ้องเรียกค่าเสียหายสามารถทำได้ตามสิทธิ์ และขณะนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เพื่อตรวจสอบราคารถที่แท้จริงในท้องตลาด ภาพ : มติชน            

 7,597
สังคม-อาชญากรรม
05 มิ.ย. 60

บอย ยูนิตี้ เตรียมฟ้องดีเอสไอ 50ล้านบาท เผยตรวจค้นไม่มีหมายศาล

          นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้ เจ้าของบริษัท ส.ธรรมธัชช หรือ บริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด และบริษัทในเครือ แสดงเอกสารการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ประกอบด้วย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง ,ร้อยเอกกลวิตร บุนนาค และ พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร. พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท ที่ศาลแพ่งรัชดา โดยศาลนัดพร้อมในวันที่ 4 ก.ย.นี้ ในข้อหาละเมิด หลังเจ้าหน้าที่นำกำลัง เข้าปิดล้อมบริเวณหน้าบริษัททั้งย่านรัชดา และ สุขุมวิท ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา             นายอินทระศักดิ์ เผยว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำกำลังเข้าปิดบริษัท โดยไม่มีการแสดงหมายศาล ทำให้ลูกค้าที่ต้องการเข้าติดต่อได้รับความเดือดร้อน จึงเตรียมร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เนื่องจากบริษัทได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถดำเนินกิจการได้             สำหรับการนำเข้า รถลัมโบกินี่ สีเขียว เป็นรถที่นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ และ มีเอกสารการเสียภาษีที่กรมศุลกากรประเทศอังกฤษ และเอกสารการขนส่งเข้ามาที่ประเทศไทย ถูกต้องทุกขั้นตอน รวมถึงผ่านกระบวนการเสียภาษีที่กรมศุลกากรไทยด้วย ซึ่งตนยืนยันผ่านกระบวนการทุกขั้นตอน             สำหรับกรณีที่ดีเอสไอ ดำเนินการอายัดรถซุปเปอร์คาร์ 34 คัน เป็นรถนำเข้าใหม่ 13 คัน -นอกจากนั้น เป็นรถของลูกค้าที่นำมาฝากขาย และ รถที่นำมาซ่อมบำรุง สำหรับประเด็นที่ดีเอสไออ้างว่ารถ 2 คันที่ ตัวเองส่งไปฮ่องกงนั้น เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ได้ดำเนินการส่งไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าอายัดรถ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัท นายบอย ตั้งข้อสังเกต ว่าอาจจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมคนหนึ่งหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มีหลักฐานและเตรียมดำเนินการฟ้องร้อง เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมด้วยขณะที่นายเจริญ แก้วยอดหล้า ฐานะที่ปรึกษาบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ระบุว่า การดำเนินคดีของดีเอสไอ ไม่มีความชัดเจนในเรื่องข้อกฎหมาย ทั้งนี้จึงขอร้องขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ด้วย                                

 36,606
สังคม-อาชญากรรม
02 มิ.ย. 60

dsi เผยลูกชายอดีต ส.ส. ครอบครองรถหรูโจรกรรม 'บอย ยูนิตี้' โอดโดนอายัดรถกระทบธุรกิจ

ดีเอสไอ ให้กรมศุลกากรประเมินภาษีรถหรูเลี่ยงภาษีล็อตแรก 30 คัน เตรียมแจ้งข้อหาผู้นำเข้า พบลูกชาย อดีตส.ส.ครอบครอง รถลัมโบร์กินี่สีเขียวถูกโจรกรรมจากอังกฤษ จ่อชงรัฐบาลใช้มาตรา 44 แก้ปัญหารถหรู   พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีดีเอสไอมีแนวคิดจะเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหารถยนต์หรูลักลอบและหลีกเลี่ยงการชำระภาษีศุลกากร ว่า เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องมีการพูดคุยในที่ประชุมของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมศุลกากรจะเป็นผู้เสนอใช้หรือไม่ใช้มาตรา 44 เอง   รายงานข่าวเปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์หรูลักลอบ และหลีกเลี่ยงการชำระภาษีศุลกากรที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าตรวจค้นโชว์รูม และบริษัทนำเข้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า จากการที่หน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ประเทศอังกฤษ ยังได้ส่งข้อมูลมาให้กับดีเอสไอว่ามีรถยนต์ 42 คัน ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษก่อนนำเข้ามาขายภายในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอพบแล้ว 10 คัน แบ่งเป็น 7 คัน อยู่ในโชว์รูมแห่งหนึ่ง มีผู้ซื้อไปครอบครองแล้ว 2 คัน อีก 3 คัน อยู่ในฟรีโซน กรมศุลกากรย่านบางบ่อ และอีก 1 คัน ในเขตพิเศษประกอบการค้าเสรี นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง รวมทั้งหมด 13 คัน   ขณะที่ บอย ยูนิตี้ กรรมการบริษัทเจ้าเอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด และบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ย่านรัชดาภิเษก และสุขุมวิท 63 แถลงข่าวขอความเป็นธรรม หลังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ อายัดไว้กว่า 30 วัน ชี้ทำให้ธุรกิจเสียหายหลายร้อยล้าน เพราะการกระทำดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเสียชื่อเสียงและหมดความน่าเชื่อถือ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kw6F1q3INbQ    

 13,029

Top