ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทีมหมูป่า"

สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 61

พ่อแม่ทีมหมูป่า เล่านาทีเด็กๆติดถ้ำหลวง 'โค้ชเอก' ดูแลดี ให้ใช้ไฟฉายวันละครั้ง-กอด 'น้องไตตั้น' คลายหนาว

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ เด็กชายดวงเพชร พรหมเทพ หรือน้องดอม อายุ 13 ปี นักเรียนโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ตำแหน่งกองหน้าและเป็นกับตันทีมหมูป่าอคาเดมี่  ติดอยู่ในถ้ำกว่า 17 วัน โดยนายบรรพต ก้อนคำ พ่อของน้องดอม เผยว่า วันที่ 23 มิ.ย. หลังจากที่ซ้อมฟุตบอลเสร็จเด็กๆได้พากันเข้าไปในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน กะว่าไปเที่ยวแค่ 1 ชั่วโมง ก่อนเข้าไปฝนยังไม่ตก   ระหว่างที่อยู่ในถ้ำเกิดฝนตกหนัก น้ำหลากไหลเข้ามาในถ้ำทุกคนต้องวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อหนีน้ำ วินาทีนั้นทุกคนตกใจมาก แต่โค้ชเอกบอกให้วิ่งและหาช่องทางหนี โดยวางกระเป๋าและรองเท้าไว้ ในถ้ำมืดมากโค้ชเอกได้นำไฟฉายมาส่องทางเห็นโพรงเล็ก ๆ ทุกคนจึงได้ช่วยกันใช้มือตะกุยโคลนและยกหินออก เพื่อหลบเข้าไปลึก ๆ กระทั่งหลบไปถึงเนินนมสาว  จะกลับออกไปข้างนอกก็กลับไม่ได้เพราะน้ำท่วมสูง ได้แต่รอให้น้ำลด และที่ จนท.พบร่องรอยภายในถ้ำนั้น เป็นรอยมือที่ทุกคนช่วยกันขุดดินหนีน้ำ     น้องดอม เล่าว่า  ตอนอยู่ในถ้ำทุกคนกลัว บางคนนั่งร้องไห้เพราะหิวและอยากออกจากถ้ำ แต่โค้ชเอกบอกให้นั่งอยู่นิ่ง ๆ หากใครหิวน้ำให้ดื่มน้ำที่หยดจากหินงอกหินย้อยเพื่อประทังชีวิตและบอกให้อดทน ทุกคนที่อยู่ในนั้นไม่รู้วันรู้คืน พยายามพูดคุยกันเพื่อคลายเครียด  โค้ชเอกบอกให้ทุกคนช่วยกันใช้มือขุดดินบริเวณเนินนมสาวปรับพื้นที่ให้เรียบเพื่อให้มีที่นั่ง   วันที่มีนักดำน้ำชาวอังกฤษมาพบ ดีใจอย่างมาก ทุกคนพากันวิ่งลงมาจากเนิน ร้องไห้ปล่อยโฮที่มีคนมาช่วย บางลื่นตกน้ำ โดยจุดที่ทีมหมูป่าอยู่ อยู่สูงกว่าที่ทุกคนเห็นในคลิป  แม้มีคนมาช่วยก็ยังออกไปไม่ได้ ได้แต่รออย่างเดียว ทุกคนหิวมาก จนท.บอกว่า จะนำน้ำและอาหารมาให้ ทุกคนได้กินก็หายหิวมีแรงสู้ต่อ   พ่อของน้องดอมบอกว่า น้องดอมถูกลำเลียงออกจากถ้ำเป็นกลุ่มแรก วันดังกล่าว จนท.เรียกผู้ปกครองไปพบแล้วพาขึ้นรถตู้ไปรอที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราห์ แพทย์อนุญาตให้เยี่ยมใกล้ชิดขอบเตียง 15 นาที แม้อยากกอดน้องดอมมากแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมโรค ใส่เสื้อกราวด์และหน้ากากอนามัย   หลังจากที่ออกจากถ้ำน้ำหนักลดประมาณ 3-4 กิโล ขณะนี้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโล น้องดอมบ่นหิว อยากกินหมูกะทะ ก๋วยเตี๋ยวเรือ และอยากได้โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เนื่องจากเครื่องเก่าตกน้ำหาย หลังจากน้องดอมออกจากโรงพยาบาลก็จะจัดงานวันเกิดย้อนหลังให้ (น้องเกิด 3 ก.ค.) และจะให้บวชอุทิศส่วนกุศลให้ จ.อ.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล นัก ทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการที่ประสบอุบัติเหตุในถ้ำจนเสียชีวิต     นอกจากนี้พ่อของน้องดอม ยังเปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว สมัยที่ตนอายุใกล้เคียงกับน้องดอม ตนก็เคยแอบเข้าไปเที่ยวเล่นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในตอนนั้นตนเดินทางไปกับเพื่อน 8 คน มีผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 4 คน แล้วก็มีไฟฉาย 1 อัน ก่อนเข้าไปภายในถ้ำ ทั้ง 8 คนก็ได้ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่หน้าถ้ำ   นายบรรพต กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็ได้เดินเข้าไปในถ้ำตอนประมาณ 11 โมงเช้า บรรยากาศภาพในถ้ำนั้นก็ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แตพวกตนกลับได้พบความสวยงามของหินงอก หินย้อย เพื่อนๆ ทุกคนก็ตกตะลึงกับความงดงามภายในถ้ำ เมื่อเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆ ตนคิดว่า เดินเข้าไปเลยสามแยกไปอีก จนมีความรู้สึกว่าอยากจะออกจากถ้ำแล้ว   แต่พวกตนไม่อยากเดินย้อนกลับ พวกตนจึงเดินขึ้นไปตามแสงสว่างที่เล็ดลอดออกมา ตนเห็นโพรง ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นโพรงที่สามารถเข้าไปได้ และมันก็มีทางเดินเหมือนขั้นบันได ขึ้นไปบริเวณซอกหิน ขนาดพอดีคน ตนจึงไปหมุดดูจึงรู้ว่ามันสามารถออกจากถ้ำได้ ตนจึงได้ให้ผู้หญิงขึ้นไปข้างบนก่อน ก่อนที่ตนจะตามขึ้นไปเป็นคนสุดท้าย   เมื่อขึ้นไปบนนั้นเป็นทุ่งหญ้าที่สวยงาม กว้างขวาง ติดกับภูเขา และสิ่งที่ตนมองเห็นเป็นสิ่งแรกคือบ้านกระต๊อบขนาดเล็ก เหมือนมีคนอยู่ ปลูกใกล้กับเขา ตนก็ไม่รู้หรอกว่าจุดที่โผล่ขึ้นมานั้นเป็นส่วนไหนของเขาขุนน้ำนางนอน แต่ที่ตนรู้คือบรรยากาศที่นั้นมันสวยงามมาก เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง มีต้นไม้ใหญ่ ลมโชย อากาศเย็นสบาย ตนจึงได้เล่นกับเพื่อนสักพัก แต่เมื่อเริ่มรู้สึกว่า ท้องฟ้าใกล้ค่ำแล้ว จึงได้พยายามหาทางกลับ   ทันใดนั้นก็ได้มีชายแก่ แต่งตัวด้วยชุดชาวนา หน้าตาดูเป็นมิตร เดินออกมาจากบ้านกระต๊อบ พวกผมจึงถามว่าจะออกไปข้างนอกยังไง ชายดังกล่าวก็ชี้มือไปทางด้านขวา ผมกับเพื่อนจึงจะหันไปขอบคุณ แต่ชายคนนั้นได้หายไปแล้ว ผมกับเพื่อนก็ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ได้เดินตามทางนั้นไป ในช่วงเวลานั้นผมไม่คิดอะไร นอกจากคิดแต่เพียงว่าจะออกจากเขานี้ยังไง จนผมและเพื่อนได้เดินมาเจอถนนใหญ่ ในเวลา 1 ทุ่ม ผมได้เล่าเรื่องนี้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานค้นหาทีมหมูป่าฟังแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็รับฟัง ก่อนจะเริ่มการสำรวจหาโพรงถ้ำในที่สุด ซึ่งผมก็ไม่สามารถตอบได้ว่าตนโผล่มาจากจุดไหน แต่ที่ผมรู้คือมันสวยงานเหมือนอยู่ในสวรรค์เลยจริง   หลังจากนั้น ตนก็เคยอยากกลับไปบริเวณบนเขาอีก แต่ทุกครั้งที่ตนพยายามหา ตนก็ไม่มีทางทราบเลย ว่าบริเวณที่ตนไปอยู่ นั้นคือที่ไหน ตนเคยเข้าไปที่ถ้ำหลวงอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปที่โพรงนั้นอีก เพราะ เนื่องจาก กลัวว่า เส้นทางนั้นจะไม่มีจริง ซึ่งหลังจากนี้ หากน้องดอม ออกจากโรงพยาบาลมา ตนจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะส่วนตัวแล้ว ตนคิดว่า ที่น้องดอมมีชีวิตรอด อาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทีมหมูป่าให้ปลอดภัย     นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า น.ส.ไอคาน วิบูรณ์รุ่งเรือง อายุ 33 ปี แม่ของ น้องไตตั้น อายุ 11 ขวบ หนึ่งในทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนมีโอกาสได้พบและพูดคุยกับลูกโดยผ่านทางช่องกระจก ยังไม่สามารถสัมผัสตัวได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งยังต้องรอผลเลือดจากการตรวจในแล็บที่กรุงเทพฯ   น.ส.ไอคาน บอกว่า น้องไตตั้นมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แม้จะดูซูบลงไปบ้าง ซึ่งลูกชายเล่าให้ฟังว่า ไม่ได้เอาขนมหรืออาหารเข้าไปในถ้ำ ซึ่งโค้ชพาเข้าไปเที่ยวเฉย ๆ หลังจากซ้อมฟุตบอลเสร็จ และกะว่าจะอยู่สัก 1 ชั่วโมง เพราะต้องรีบกลับบ้านไปเรียนพิเศษ   น้องไตตั้น บอกอีกว่า แต่ขณะนั้นเกิดฝนตก น้ำไหลแรง และเร็วมาก โค้ชเอกจึงบอกให้ทุกคนช่วยกันขุดดินป้องกันน้ำ แต่เอาไม่อยู่ เมื่อน้ำทะลักเข้ามาก็พากันหนีเข้าด้านในลึกไปเรื่อย ๆ สามคืนแรกตนหิวจนแสบท้อง ร้องไห้ ได้แต่กินน้ำฝนที่หยดมาตามซอกหิน โค้ชเอกกอดตนไว้เพื่อป้องกันความหนาว และสอนให้ทุก ๆ คนนั่งสมาธิเพื่อป้องกันอาการเหนื่อยหอบและไม่ให้เสียพลังงานมาก ขณะที่นอนอยู่ก็เบลอ เพ้อ ในถ้ำมืดสนิท เบียดเสียดยัดเยียดกัน     เช่นเดียวกับนายอดิศักดิ์ วงศ์สุขจันทร์ พ่อของ ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ หรือ น้องบิว อายุ 14 ปี นักเรียนโรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา ชั้น ม.2 เล่าว่าจากการพูดคุยกัน เด็กเล่าว่า ครั้งแรกตั้งใจจะเข้าไปเพียง 1 ชั่วโมง แต่เมื่อเข้าไปแล้วเกิดน้ำท่วมมาก โค้ชเอกจึงดำน้ำออกมาดูข้างนอก และบอกเด็กๆ ว่า ไม่ให้ออกไปเกรงอันตราย และให้ค่อยๆ เดินลึกเข้าไปที่เนินนมสาว ซึ่งเคยพากันมา โดยระหว่างเดินไป โค้ชเอกจะใช้หินขีดสัญลักษณ์ลูกศรไปตามผนังถ้ำ และสั่งให้ทุกคนใช้ไฟฉายที่มีไว้ทุกคน วันละ 1 ครั้งเท่านั้น เพื่อประหยัดไฟ บางคนมีนาฬิกาก็ให้ปิดเปิดเป็นบางเวลา และให้อยู่เป็นกลุ่มนั่งสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด ให้ตั้งสติอยู่ในความสงบ   นายอดิศักดิ์ เล่าต่อว่า 3 วันแรกโค้ชเอกให้เด็กกินน้ำหยดจากผนังถ้ำเพื่อความสะอาด แต่ไม่อิ่ม ต่อมาจึงให้กินน้ำที่ไหลมาจนสะอาด หรือไม่ก็ต้องยอมกินเพื่อความอยู่รอด     วันนี้ตนเดินผ่านโค้ชเอก พูดคุยกันและชมว่ามีความเข้มแข็ง เก่ง ที่คุมเด็กๆ ได้ปลอดภัยทุกคน ซึ่งโค้ชเอกมีบาดแผลที่คอเล็กน้อย และยังไม่ค่อยอยากพูดอะไรมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ko3WTBXUGNs

 32,698
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 61

คืบหน้าอาการทีมหมูป่าไม่พบโรคติดต่ออันตราย สภาพจิตใจดี ไม่เครียด

วานนี้ (12 ก.ค.) นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ทีมแพทย์ พยาบาล ยังคงให้การดูแลรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่น้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมีและโค้ชในหอผู้ป่วยชั้น 8 ที่จัดไว้เป็นการเฉพาะอย่างใกล้ชิด   โดยช่วงเช้าวานนี้ (12 ก.ค.) ทุกคนไม่ต้องให้สารละลายน้ำเกลือทางเส้นเลือด สามารถทำกิจวัตรต่างๆ ได้เอง ญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ข้างเตียงได้ทั้ง 13 คน โดยสวมเสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัย ส่วนผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการไม่พบโรคติดต่ออันตราย อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อไวรัสบางชนิด   โดยผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ทุกรายรอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน   ส่วนกลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ มีไข้ต่ำๆ 2 คน สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่น รอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน   และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี มีไข้ 3 คน แนวโน้มไข้ลดลง สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ สำหรับ 3 รายที่มีอาการปวดหูร่วมกับหูอื้อ ตรวจร่างกายเพิ่มเติมพบมีภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลางได้ให้ยารักษาอาการ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน   สำหรับด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติ ทีมจิตแพทย์ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ให้การดูแลจิตใจญาติที่จุดบริการบริเวณหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่เริ่มค้นหา และเริ่มให้การดูแลจิตใจผู้ป่วยทันทีที่ออกจากถ้ำ และดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล ทุกคนไม่มีความเครียด นอนหลับได้ดี   นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยซีลทั้ง 4 นาย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้ให้การดูแลใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ตรวจร่างกายเบื้องต้น ทั้งผลเลือดและเอกซเรย์ปอดปกติ และได้ไปรับการดูแลต่อที่โรงพยาบาลในสังกัด   ทั้งนี้ ภายใน 2 สัปดาห์ ขอให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ ทั้งจากส่วนราชการและอาสาสมัคร ปฏิบัติตามคำแนะนำบัตรเฝ้าระวังโรค (health beware card) พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง งดการออกไปร่วมสังสรรค์หรือมีกิจกรรมนอกบ้าน และสังเกตอาการผิดปกติ หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ   ด้านการรักษาพยาบาลทั้งร่างกายและจิตใจ ทีมแพทย์ จิตแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ยังคงดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คนแข็งแรงปลอดภัยกลับสู่ครอบครัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8fH6HjuSgJk

 6,666
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 61

พม.เร่งตรวจสอบปมให้สัญชาติทีมหมูป่า ยันไม่มีอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น

นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยืนยันว่าการขอสัญชาติไทยให้กับสมาชิกนักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมี จำนวน 3 คน กระทรวง พม.ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับทั้ง 3 คน   เบื้องต้นได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ในจังหวัดเชียงรายว่า พักอาศัยอยู่ในคริสตจักร แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดการเกิด การศึกษา รวมถึงญาติพี่น้อง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งหลังจากเด็กออกจากโรงพยาบาล   โดยข้อมูลที่ได้รับมาเบื้องต้นยังถือว่าเป็นบุคคลไร้สถานะ และหากว่าทั้ง 3 คน อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ สังกัดกระทรวง พม.เกิน 10 ปี ก็จะดำเนินการขอสัญชาติได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะจะเข้าเกณฑ์ ในการขอสถานะมีสัญชาติไทย ตาม พรบ.สัญชาติ ปี 2559 มาตรา 7 ทวิวรรค 2 ที่มติ ครม.ระบุไว้   อย่างไรก็ตามการขอสัญชาติ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ระบุว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จะเป็นแม่งานในการดำเนินการขั้นตอนขอสัญชาติให้กับบุคคลไร้สถานะทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนการขอสัญชาติที่ผ่านมา   หากมีเอกสารหลักฐานยืนยันถึงคุณสมบัติอย่างครบถ้วน ก็สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน พร้อมกับยืนยันว่าทั้ง 3 คน ไม่มีอภิสิทธิในการขอสัญชาติมากกว่าบุคคลอื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ประสบภัยที่ถูกช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ก็ตาม   ส่วนกรณีที่มีผู้สนับสนุนจะให้ทั้ง 13 คน ไปชมฟุตบอลในต่างประเทศ แต่ไม่สามารถทำหนังสือเดินทางให้กับ 3 คน ที่ไม่มีสัญชาติได้ จะเป็นอุปสรรคในโครงการดังกล่าวหรือไม่ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ระบุว่า เป็นคนละส่วนกัน เพราะการขอหนังสือเดินทาง หรือขอวีซ่า เดินทางออกนอกประเทศ กระทรวงมหาดไทย สามารถอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X-2hcUVStPg

 3,162
ข่าวภูมิภาค
13 ก.ค. 61

'ฝรั่งเศส-โครเอเชีย' ชิดซ้าย! ไปรษณียบัตรทายผลบอลโลก ยกแชมป์ปีนี้ให้ทีมหมูป่า-หน่วยซีล

ที่ไปรษณีย์หนองคาย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งการซื้อไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลโลก 2018 หลังจากได้คู่ชิงชนะเลิศ เป็นทีม ฝรั่งเศส และ โครเอเชียแล้ว   ทำให้มีประชาชนชาวหนองคายมาซื้อไปรษณียบัตรในช่วงสุดท้ายเป็นจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เองก็เร่งทำการคัดแยกไปรษณียบัตรที่ทายผลกันแล้ว เป็นสองชุด เร่งทำการประทับตราไปรษณียากร บนไปรษณียบัตรทุกใบ   นอกจากนี้ยังพบว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่ง ตั้งใจระบุทีมที่เป็นแชมป์ คือ หมูป่า และ หน่วยซีล ซึ่งแม้ว่าจะไม่ถูกตามระเบียบการลุ้นโชค และตามปกติเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะคัดทิ้ง   แต่ในครั้งนี้จะไม่คัดทิ้งและจะจัดส่งไปยัง ตู้ ปณ. 13 เชียงราย เพื่อรวบรวมส่งให้กับทีมหมูป่าอคาเดมี่ ได้เห็นว่ามีประชาชนคนไทยต้องการส่งกำลังใจให้พวกเค้าอีกเป็นจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VV5xyINljVY

 3,382
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

ครอบครัวทีมหมูป่าเตรียมจัดเมนูเด็ดชุดใหญ่ รอต้อนรับวันกลับบ้าน

หลังจากที่เจอน้องๆ ทีมหมูป่าครบแล้ว สมาชิกในครอบครัวน้องๆแต่ละคนยิ้มออก ผ่อนคลายและมีความสุขที่จะได้เจอกับลูกหลานในอีกไม่นาน ที่รักษาตัวในรพ.จนปลอดภัย   โดยเมื่อวานนี้ (11 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวมีโอกาสไปคุยกับญาติๆ ของน้องไนท์ หรือ นายพีรพัทร สมเพียรใจ อายุ16 ปี หนึ่งในสมาชิกหมูป่า โดยคุณป้านุช ป้าของน้องไนท์และคุณลุงกำลังเตรียมอาหารลาบเหนือไว้กินอาหารเย็นกับครอบครัว   ป้านุชเล่าว่า ตั้งแต่น้องไนท์หายตัวไปญาติๆ ทุกคนก็มารวมกันที่บ้านช่วยกันออกตามหา โดยเฉพาะพ่อแม่ของน้องไนท์ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไปเฝ้าแต่ที่หน้าถ้ำ ช่วงนั้นครอบครัวเครียดมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร   จนวันที่ประกาศว่าเจอน้องแล้ว ทั้งบ้านดีใจแบบบอกไม่ถูก ซึ่งวันที่ 23 วันเกิดเหตุที่น้องไนท์หายตัวไปตรงกับวันคล้ายวันเกิดของน้อง แม่ก็ยังเก็บเค้กไว้รอเป่าฉลองกัน แต่พอทราบข่าวว่าเจอน้องแล้วและปลอดภัย ป้าก็เอาเค้กนั้นมากินฉลองกับครอบครัวและรอวันน้องไนท์กลับบ้าน   ด้านคุณลุงของน้องไนท์บอกว่า ถ้าไนท์หายเป็นปกติแล้ว จะทำผัดกะเพราให้กิน ไนท์จะชอบผัดกะเพราและอาหารจานด่วนต่างๆ หากหลานกลับบ้านจะจัดชุดใหญ่ให้ทันที   ทางด้านน้าน้อย คุณน้าของน้องโน้ต หนึ่งในสมาชิกหมูป่า ก็รอวันหลานรักกลับบ้าน หากร่างกายแข็งแรงแล้วคุณยายจะทำเมนูโปรดให้คือ แกงพะแนง ซึ่งน้องโน้ตชอบมาก ตอนนี้ครอบครัวรอวันน้องโน้ตแข็งแรงและกลับมาบ้าน   ตนต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่พาน้องๆ กลับบ้านและขอบพระคุณสำหรับจ่าแซม ที่สละชีวิตช่วยน้องๆ ยอมรับว่าพี่จ่าแซมเป็นที่สุดของคำว่าโร่ ไม่รู้จะหาคำใดมาเทียบ วันที่ทราบข่าวว่าจ่าแซมเสียชีวิต ตนได้โทรศัพท์ไปให้กำลังใจภรรยาจ่าแซม แต่ภรรยาจ่าแซมกลับเป็นคนที่ปลอบใจเราให้กำลังใจเรา ถามเรื่องเด็กๆตลอด นับถือน้ำใจของครอบครัวจ่าแซมมาก และขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ๆทุกๆคนที่มาช่วยเด็กๆจนปลอดภัย   นอกจากนี้ น้าน้อยยังกล่าว่า หากเด็กๆแข็งแรงแล้ว ผู้ปกครองคุยกันว่สจะให้เด็กๆทั้ง13คน  บวชอุทิศส่วนกุศลให้กับทุกคนๆที่ช่วยให้ภาระกิจนี้สำเร็จ    

 2,874
ต่างประเทศ
12 ก.ค. 61

คนงานเหมืองชิลีเตือนน้องๆทีมหมูป่า อย่ารับเงินใคร-อย่าหลงไปกับชื่อเสียง

จากกรณีที่ โปรดิวเซอร์หนังฮอลลีวูด จะนำเรื่องราว 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงไปสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น มีคำเตือนจากคนงานเหมืองชาวชิลี ที่เคยติดในเหมืองนาน 69 วันว่า   ไม่อยากให้เด็กๆรับเงิน และอย่าหลงไปกับชื่อเสียง แนะนำเด็ก ๆ ให้อยู่กับครอบครัวเอาไว้ อย่าสนใจข้อเสนอการเงินที่หลายฝ่ายพากันหยิบยื่น ตัวเขาเองหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาก็ถูกรุมล้อมไปด้วยสื่อมวลชนมาขอสัมภาษณ์   ต้องมีทนายความอาสาเป็นตัวแทนดูแลเรื่องสัญญาผลประโยชน์ นักการเมืองโหนกระแส เยาวชนไทยและครอบครัวไม่สามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้แน่นอน เขาและเพื่อน ๆ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ยังไม่สามารถรับมือได้เลย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NuPBM3Yn560

 44,653
MV
12 ก.ค. 61

mv แด่จ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวง ฮีโร่ที่ทั่วโลกจดจำ

ร่วมรำลึกถึงคุณความดี จ่าแซม  จ.อ.สมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ รุ่น 30  ที่สละชีพเพื่อช่วยเหลือทีมหมู่ป่าทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย   สำหรับจ่าเอก สมาน กุนัน อายุ  38 ปี นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ เป็นนักเรียนจ่าทหารเรือรุ่นที่  42 นักเรียนจ่านาวิกโยธินรุ่นที่ 44  นักทำลายใต้น้ำจู่โจมรุ่นที่  30  ก่อนลาออกจากราชการ ไปทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ปี 2549  แม้ออกจากราชการไปแล้ว ยังกลับมาช่วยเพื่อนมนุษย์กบ ปฏิบัติภารกิจสำคัญ เพื่อช่วยเหลือทีมหมู่ป่าทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดภายในถ้ำหลวง -ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย  ตั้งแต่ วันที่ 5 ก.ค. 61 จนนาทีสุดท้ายของตัวเอง   โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น จ่าเอก สมาน กุนัน ได้รับภารกิจการลำเลียงขวดอากาศ จากโถง 3 ไปยังจุดต่างๆ บริเวณสามแยก ก่อนในวันที่ 5 ก.ค.61ได้เริ่มภารกิจ อีกครั้งโดยการดำน้ำเมื่อเวลา 20.37น. เมื่อเสร็จภารกิจในการลำเลียงขวดอากาศ ขณะดำน้ำกลับ ได้เกิดหมดสติในน้ำ  คู่บัดดี้ ได้พยายามปฐมพยาบาล แต่ไม่รู้สึกตัว จึงนำกลับมาที่โถง 3 ปฐมพยาบาลต่อและยังไม่รู้สึกตัวจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายพญาเม็งรายมหาราช  และเสียชีวิตลง ในเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 6 ก.ค.61      ขณะที่โลกออนไลน์ยกให้เป็น "วีรบุรุษถ้ำหลวง" และทั่วโลกต่างยกย่อง จ่าแซม เป็น ฮีโร่ตัวจริง   และในวันนี้ ภารกิจของจ่าแซมได้สิ้นสุดแล้ว เมื่อ 13 หมูป่า ออกจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย   หลับให้สบายนะ วีรบุรุษของพวกเรา         ขอบคุณเพลงประกอบ Superman (It's Not Easy) - Five For Fighting (Boyce Avenue cover) 

 114,943
การเมือง
12 ก.ค. 61

นายกฯขอบคุณทุกฝ่ายหนุนภารกิจช่วย 13 หมูป่าสำเร็จ ยกย่อง 'จ่าแซม' ผู้สละชีพ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ข่วยให้ภารกิจกู้ภัยทีมหมูป่าอคาเดมี่และโค้ช ทั้ง 13 ชีวิตประสบความสำเร็จ โดยระบุว่า   นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่นักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอคาเดมี่แม่สาย รวม 13 คน ได้ประสบอันตรายติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รัฐบาลได้รวบรวมสรรพกำลังเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย   ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมมือกันเสียสละ อดทน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ประกอบกับกำลังใจจากทั่วทุกมุมโลก ทุกชาติศาสนาที่ส่งมายังประเทศไทย จนบัดนี้ ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยได้สำเร็จลุล่วงลงแล้ว รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 17 วัน ส่งผลให้ ผู้ประสบภัย ทั้ง 13 คน และหน่วยกู้ภัยประสบความสำเร็จ ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย   ในยามที่ประชาชนประสบทุกข์ภัย เราได้รับพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ ตลอดจนพระราชทาน ขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตลอดเวลา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทย ขอจงทรงพระเจริญ   ตนในนามของรัฐบาลไทย ต้องขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความเสียสละและความมุมานะในการปฏิบัติงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกองค์กร ประชาชน จิตอาสา และ สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่สนับสนุนทั้ง องค์ความรู้ กำลังคน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนกำลังใจและไมตรีจิตจากมิตรประเทศทั่วโลกจนทำให้ภารกิจในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี   เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า แม้ภารกิจจะยากลำบากและมีอุปสรรคกีดขวางมากมายเพียงใด แต่หากเรามีสติ มีความมุ่งมั่นมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์พร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม อุปสรรคทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้   แม้วันนี้ภารกิจจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ภาพของความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนาจะยังคงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ จ่าเอกสมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมแห่งกองทัพเรือ อาสาสมัครผู้สละชีพในปฏิบัติการในครั้งนี้อย่างสมเกียรติ ความเสียสละของจ่าเอกสมานจะเป็นต้นแบบแห่งความกล้าหาญและประทับในจิตใจของพวกเราตลอดไป   ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้ง พระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดดลบันดาลประทานพรให้คณะเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตลอดจนชาวต่างประเทศทุกประเทศ ประสบแต่ความสุขความเจริญ สมบูรณ์พร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจกำลังสติปัญญา และเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพโดยทั่วกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ubfMdH2dN-Q ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Noppera Bosri 

 1,701
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ ยกย่อง 'จ่าแซม' เป็นวีรบุรุษตัวจริง เชื่อเด็กทีมหมูป่าโตขึ้นเป็นคนดี ชูความสามัคคีนำทางสู่ความสำเร็จ

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผบ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ กล่าวในการแถลงข่าวแถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ระบุว่า   การช่วยเหลือน้องๆ 13 คนออกมาแล้ว ซึ่งมันเป็น Mission Possible ทำให้ไทยได้ชื่อเสียงระดับโลกไปแล้ว ในเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือว่าอยู่ในสายพระเนตร พระกรรณของในหลวง ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานสิ่งของต่างๆ ที่ทางเราไม่สามารถหาได้ ความสำเร็จในครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้เพราะความสามัคคี ไม่ใช่เพราะแค่คนไทยในประเทศ แต่รวมไปถึงต่างประเทศด้วย ทลายภาษา ทลายเชื้อชาติเพื่อให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายเดียวกัน   สิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งคือ ความร่วมมือ ความร่วมมือที่ดีมากๆ ทั้งความร่วมมือในเทคโนโลยี ความรู้ อุปกรณ์ ที่เอามาแลกเปลี่ยนกัน ใช้ในภารกิจเดียวกัน ถึงแม้เราปิดภารกิจได้ ด้วยการสืบค้น กู้ภัย ช่วยน้องๆ มาได้ ยังคงเหลือเรื่องของการส่งกลับ ซึ่งน้องๆ ตอนนี้ยังอยู่ที่ รพ. และยังเหลือในส่วนของกรมอุทยานฯ ที่ยังต้องดูแล ฟื้นฟูสภาพธรรมชาติกันต่อไป อุปกรณ์ที่นำมาใช้ นั้นก็ยังต้องนำมาแจกแจง และนำส่งคืนให้กับหน่วยงานต่างๆ ต่อไป   และบทเรียนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่บทเรียนในประเทศไทย แต่เป็นบทเรียนในโลกนี้ บทเรียนครั้งนี้มิใช่ภัยที่เกิดจากถ้ำธรรมดา แต่ครั้งแรกของโลก ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์กู้ภัยในถ้ำที่น้ำเต็มมาก่อนเลย เป็นความยากง่ายที่ผู้คนบอกว่าเป็นอะไรที่ยากมาก เป็นสิ่งที่หลายคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เราจะถอดนำมาเป็นบทเรียน บางส่วนนำมาใช้สอนเด็ก ให้รู้ถึงอันตราย บางส่วนนำมาใช้ให้เป็นบทเรียนสำหรับหน่วยงานที่จะต้องเรียนรู้ บางส่วนก็จะเป็นบทเรียนที่เราได้เรียนดู เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องที่อยู่รอบๆ   บางสื่อออนไลน์มองว่าน้องๆ เป็นผู้ร้ายบ้าง มองว่าเค้าเป็นฮีโร่บ้าง แต่เราถือว่าน้องๆ เค้าเป็นเด็กได้ประสบเหตุโดยสุดวิสัย ผมเชื่อว่า น้องๆ เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก เค้าอยู่บนพื้นที่กำลังใจของคน 60 ล้านคน ซึ่งเชื่อว่า เขาจะเป็นคนดีแน่นอนเขาจะตอบแทนคืนสังคมในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน   สำหรับวีรบุรุษตัวจริงของเราคือ 'จ่าแซม' ซึ่งผมถือว่าท่านเป็นพระเอกตัวจริง ในวันนั้น ทุกคนเศร้าหมด ซึ่งเราได้นำเหตุการณ์นั้นมาเป็นพลังของพวกเรา ทำให้เรามุ่งมั่นและเราได้รับความมุ่งมั่นจากจ่าแซมด้วย ทำให้เราทำสำเร็จ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t-Ave89rzto

 1,614
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

นักดำน้ำต่างชาติ แวะหาหมอเช็คร่างหลังจบภารกิจถ้ำหลวง ร่างกายแข็งแรงเจ็บแค่เล็กน้อย

สมาชิกเฟซบุ๊ก Pichamon Changkwanyuen โพสต์ภาพนักประดาน้ำชาวต่างชาติที่เข้าร่วมภารกิจถ้ำหลวง หลังจบภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่าสำเร็จ ได้ซึ่งได้เข้าไปรับการรักษาในโรงพยาบาล ในอาการเล็กๆ น้อยๆ โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า   “ภารกิจก่อนกลับวันนี้ พาหนุ่มๆ นักดำน้ำมาหาหมอ อาการโดยรวมคือ – ปวดหู เนื่องจากดำน้ำนานเกินไป – มีบาดแผลตามร่างกายเพราะหินจากในถ้ำ – บางท่านมีปวดเข่าและหลัง จากการกระแทกหินในถ้ำ แต่โดยรวมทุกคนยังแข็งแรงดีค่ะ #ถ้ำหลวง #ทีมนรินทร #CaveDiverTeam #หมูป่ารอดแล้ว” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i5dmXUqn6CM

 1,892
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

หัวหน้าทีมซีล เผยความเครียดภารกิจถ้ำหลวง รอ 23 ชม.ไม่รู้ข่าวเป็นหรือตาย เล่านาทีสูญเสียจ่าแซม

นาวาเอก อนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ เป็นหัวหน้าทีมซีลในปฎิบัติการช่วยเหลือ กล่าวเปิดใจเล่าเรื่องปฎิบัติการช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มจนจบปฎิบัติการ ระหว่างการแถลงข่าวแถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย โดยระบุว่า   เจ้าหน้าที่หน่วยซีลเป็นชาวทะเล เมื่อฟังบรรยายสรุป ก็คือว่าถ้ำน่าจะมีแสงสว่างบ้าง ภารกิจไม่น่ายาก แต่ก้าวแรกที่ก้าวไปในถ้ำก็รู้เลยว่าไม่ใช่งานง่าย ในถ้ำมืดสนิท เส้นทางจากปากถ้ำถึง 3 แยก ประมาณ 3 กิโลเมตร ต้องปืนโขดหิน วันแรกไปถึง 05.30 น. พยายามตามรอยเด็กเข้าไป โดยตลอดเส้นทางแคบๆ ผนังถ้ำเป็นโคลนหนา แสดงให้เห็นว่า ที่นี่เคยมีน้ำท่วมสูง เราทำงานตั้งแต่ ตีห้า จนถึงเย็น   ต่อมาประมาณ 16.30 น. จึงรีบถอนตัว เพราะน้ำสูงขึ้น จึงเสนอแนะผู้ว่าฯว่าหากจะทำงานได้ต้องสูบน้ำ ต่อมามีการระดมกำลังจำนวนมากในการสูบ แต่ทีมช่วยก็รอไม่ได้ เพราะน้ำลดช้า ทีมช่วยจึงวางเส้นนำไปเรื่อยๆ จนถึงโถง3 และ สามแยก โดยนักดำน้ำประเทศอังกฤษ ก็ดำไปจนพบเด็ก ไป-กลับโถงสาม ใช้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง หน่วยซีลจึงเตรียมเสบียง ขนม แผ่นฟอยล์ที่ทำร่างกายอบอุ่น และส่งทีมซีลไปใหม่ โดยการทำงานทุกคนดูตามเวลา เพราะไม่มีแสง เช้าต่อมาจึงส่งซีลที่เก่งที่สุดไป ตามด้วยอีกทีมที่มีหมอภาคย์ ตามไปด้วย แต่ก็ต้องกังวล เพราะขาดการติดต่อทั้งสองทีมถึง 23 ชม. ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย หน่วยซีล 3 คนจึงกลับมาที่ โถง 3 เพื่อมารายงานข่าว เพราะคนอื่นอากาศหมด   ทั้งนี้การดำน้ำในภารกิจนี้ยากมาก มีความเสี่ยงสูง จากความเสี่ยงต่างๆทั้งความมืด การไม่มีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน อากาศที่เหลือน้อย และความกังวลเรื่องระดับน้ำที่อาจจะเพิ่มขึ้นมา โดยไม่รู้จะเพิ่มมาอีกเมื่อไหร่ แต่ก็ไม่สามารถทิ้ง 13 ชีวิตได้  โดย 3 คนที่กลับมาก็ต้องเข้า รพ.ทั้งหมดเพราะสภาพร่างกายแย่มาก ยิ่งรับรู้ว่า แผนอื่นๆไม่น่าจะช่วยเด็กได้ ทีมดำน้ำก็ยิ่งเครียด และทุกครั้งที่ส่งทีมซีลเข้าไป กว่าจะกลับมาให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่นานมาก นี่คือความเครียด   กระทั่งเกิดเหตุจ่าแซม ที่ออกไปร่วมกับทีมจากต่างชาติ เพื่อไปวางขวดอากาศ ซึ่งทีมนักดำน้ำต่างชาติ ใช้เวลากลับมา 3 ชม. ทางเราคาดว่าจ่าแซมกับเพื่อนน่าจะกลับมา แต่ 6 ชม.ผ่านไปแล้ว ทีมจ่าแซมก็ยังไม่กลับ ตอนแรกคิดว่าลูกน้องเราน่าจะเหนื่อยและพัก กระทั่งคู่บัดดี้กลับมา แจ้งว่าจ่าแซมเสียชีวิต ยืนยันทุกคนยอมรับความเสี่ยง เรื่องการสูญเสียทุกคนเตรียมใจอยู่แล้ว แม้เราต้องสูญเสีย 1 ชีวิต แต่กับอีก 13 ชีวิตที่รออยู่ เราก็ต้องเดินหน้าต่อ หน่วยซีลถูกฝึกมาเพื่อรับความเสี่ยงและการสูญเสียอยู่แล้ว   ทั้งนี้ภารกิจนี้ ทำให้หน่วยได้เห็นวิธีการดำน้ำจากทีมงานระดับโลก เพื่อพัฒนาความสามารถในการรองรับภัยต่างๆที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZJeiSkB-otA   ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Noppera Bosri 

 6,495
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

ผบ.หน่วยซีลเปิดใจ ภารกิจสู้กับธรรมชาติช่วยทีมหมูป่า "ผมไม่ใช่ฮีโร่ แต่ผมทำในสิ่งที่ควรทำ"

พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรืหน่วยซิล เปิดใจถึงการปฏิบัติการค้นหาน้องๆหมูป่าอคาเดมี่ทั้ง 13 คน ตลอดระยะเวลา 17 วันว่า การปฏิบัติงานนั้นยากที่สุด คือการทำงานแข่งกับธรรมชาติ แข่งกับน้ำ ซึ่งยากมาก   การจะตัดสินใจทำอะไร ต้องวางแผน ชัดเจน เพราะหากพลาดเท่ากับว่าจะเสียเวลาไปเป็นวัน ทุกวันผมทำงานด้วยความตั้งใจมุ่งมั่น หัวใจเต้นแรงทุกวัน ไม่มีวันไปนเราท้อแท้ หรือหมดหวัง    ก่อนวางแผนจะทำอะไร เราต้องคิดให้ดีว่า วันนี้เราทำอะไร ทำยังไงกับเวลาที่มันผ่านไปแต่ละวันมีผลมาก ยิ่งเข้าหน้าฝน หากน้ำพัดมาเต็มก็จบแม้ว่าเราพยาบามเบี่ยงเส้นทางน้ำแล้ว แต่มันก็เแนเพียงชั่วคราวเท่านี้ หากเอาเข้าจริงๆ เราสู้กับธรรมชาติยากมากและสู้ไม่ได้ แต่การปฏิบัติการครั้วนี้เราสู้ได้   ส่วนการเสียชีวิตของจ่าแซม ตนก็รู้สึกเสียใจ แต่เวลานั้นเราต้องอย่าเสียขวัญกำลังใจ จ่าแซมเป็นวีรบุรุษที่เสียสละชีวิต ทำงานช่วยเด็กๆ เป็นวีรบุรุษของโลกด้วย เป็นฮีโร่ที่น่าภาคภูมิใน  ถ้าให้ผมตายได้ ผมอยากตายแบบนี้    ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าหน่วยซีลเป็นฮีโร่นั้น  ผบ.หน่วยซีล ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ผมไม่ได้เป็นฮีโร่ ผมทำในสิ่งที่ผมต้องทำ แค่นั่นเอง ถ้าทุกคนทำในสิ่งที่ควรทำก็เป็นฮีโร่ งานนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าทุกหน่วยไม่ช่วยกัน ทุกคนมาทำงานด้วยใจ แม้กระทั่งพลทหารคนสุดท้ายที่ออกจากถ้ำเขาก็สู้มาก ทุกคนที่ทำงานในถ้ำไม่มีใครรู้ว่ายากลำบากแค่ไหน พวกเขาเหล่านั้น คือฮีโร่ของผม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9DbIOMdn3ec

 1,793
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

ผบ.หน่วยซีล เล่าภารกิจพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำ เผย 'โค้ชเอก' เป็นคนเขียนชื่อเด็กใครออกก่อนหลัง

พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวแถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ว่า     ฮีโร่นั้นคือหลายๆ คน งานสำเร็จได้เพราะหลายหน่วยร่วมกัน สำหรับหน่วยซีล เราได้ฝึกมาสำหรับภารกิจแบบนี้อยู่แล้ว สโลแกนของ ทร. คือ ทร.จะไม่ทิ้งประชาชน เมื่อได้รับแจ้งให้ซีลทีมมาช่วยผู้ประสบภัย กองทัพเรือก็สั่งโดยทันที ชุดแรก เครื่องบินออกจากสัตหีบเที่ยงคืน ถึงเชียงรายตีสอง ระลอกแรก 20 ท่าน ตี 4 ก็ปฏิบัติการเลย ตอนนี้แรกเราไปได้ถึงจุดสามแยก ซึ่งกู้ภัยชุดแรกไม่สามารถทะลุไปยังจุดดังกล่าวได้ เนื่องจากทรายได้ไหลมาอุดช่องดังกล่าว     ในขณะนั้นเมื่อเราทะลุช่องไปแล้ว ก็ได้ดำไปจนถึงพัทยาบีช ซึ่งเจอแต่รอยเท้า ไม่เจอน้องๆ ซึ่งวันนั้นสภาพในถ้ำนั้น เราไม่เคยเจอ มืดมาก ฝนตกหนักมาก ทำให้ต้องถอยร่นจากสามแยก ถอยมาเรื่อยๆจนถึงโถงสาม ในช่วงนั้นได้รับรายงานมาเรื่อยๆ     แต่ผมไม่ทราบว่า มันยากขนาดไหน เลยขออนุญาตบินมาเชียงราย จากหกโมงเย็น ผมเข้าถึงโถงสาม ก็พยายามสูบน้ำ สุดท้ายเราก็สู้น้ำไม่ได้ ต้องถอยร่นออกมา ก็ได้เห็นความยากลำบาก จึงได้ขอกำลังพลมาเป็นระลอกที่ 2-3 ด้วยสภาพน้ำ แต่ก็ยังสู้น้ำไม่ได้ ถอยมาจนถึงปากถ้ำ     ตอนนั้นความหวังเหลือนิดเดียว ทำให้ห่วงว่าจะช่วยได้อย่างไร น้องๆ จะอยู่อย่างไร ช่วงนั้นความหวังเราเหลือนิดเดียวซึ่งในขณะนั้นก็มีหน่วยอื่นมาช่วยสูบน้ำออก เราสู้กับน้ำมา 2 วันซึ่งน้ำมันลดไป 1-2 ซม เท่านั้น ซึ่งเราก็พยายามเข้าไปดู มุดน้ำเข้าไป ทำให้พบว่า โถง 3 ยังคงมี่ที่วางให้วางกองบก.ได้ แต่การเข้าไปไม่ง่าย ลุยน้ำ มุดน้ำเข้าไป   แต่เราจำเป็นต้องสู้ ไม่งั้นความหวังที่ช่วยก็ไม่มี สุดท้ายตัดสินใจว่า เราจะสู้กับน้ำ โดยเราต้องหาขวดอากาศมาเป็นจำนวนมาก ในช่วงแรกได้รับการบริจาคจากภาคเอกชน 200 ขวด ต้องขอบคุณด้วย ต่อมาได้รับพระราชทานมาอีก 200 ขวด พร้อมอุปกรณ์อื่นๆอีก     เราก็ตั้งใจว่า เราจะเป็นมนุษย์น้ำ วางขวดอากาศไปวางให้ได้ ใครดำไปก็เอาขวดอากาศไป 3 ขวด ขวดไหนหมด ก็เปลี่ยนกับขวดที่ติดไว้ก็โชคดีเรามีเพื่อนๆ นานาชาติมาช่วยเรามีนักดำน้ำจากต่างประเทศ ในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำจริงๆ     ต่อจากนั้นเราก็มีแผนว่าจะทำยังไงจะหาน้องๆเจอ เราก็วางแผนทีละ 200 เมตร เป็นเทศนี้ 200 เมตร แบ่งๆกันช่วยกันต่อระยะเข้าไป แต่สุดท้ายก็โชคดี เมื่อเราต่อระยะของไลน์ไปเรื่อยๆ ทำให้นักดำน้ำไปเจอน้องๆในถ้ำ และได้ถ่ายภาพดังที่เราได้เห็นไปแล้ว เราดีใจนะครับ น้องๆ อยู่ได้อย่างไร นักดำน้ำบอกว่าน้องๆ วิ่งลงมาหาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษากันว่า น้องๆทำได้อย่างไร     ซึ่งหลังจากที่เจอแล้ว เราได้ส่งพันโทภาคย์ ที่เห็นซีลและเป็นหมอ เข้าไป ระลอกแรก เราส่งหมอภาคย์และซีล เข้าไป 4 คนอยู่กับน้องๆ ต่อมาส่งไปอีก 3 คน หลังจากวันนั้น มันมีรายละเอียดเยอะ ขอไม่ลงแล้วกันไม่งั้นเป็นนิยายยาวเลย   สุดท้ายแล้วมี 4 คนอยู่กับน้องๆ เค้า ซึ่งก็ได้แถลงข่าวไปแล้วว่า น้องๆ อยู่ได้เป็นเดือน แค่ส่งน้ำ อาหารเข้าไป เพื่อรอการหาทางเข้าไปในทางอื่น แต่สุดท้ายมาเจอข้อจำกัด เนื่องจากอากาศน้อย ปริมาณออกซิเจนน้อยลง วันแรกที่ตรวจเจอว่า ออกซิเจนมันแค่ 15% ก็คิดล่ะเราก็กังวล ทีมงานก็พยายามเอาไปเติม     อีกอย่างคือปริมาณน้ำฝน ตอนนี้เป็นหน้าฝนเราสู้กับธรรมชาติยากมาก จะทำอย่างไรถ้าน้ำเต็มร้อย% อากาศจะเป็นยังไง ถ้ำจะเจาะได้หรือไม่ เพราะมันหนา 500 ม. ไม่นับที่เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ซึ่งทีมดำน้ำก็มาคุยกัน ก็ได้นักดำน้ำมือดีๆ ระดับโลก มาคุยกัน ซึ่งผบ.ก็ปลื้มใจมากที่ได้พูดคุยกับคนเก่งๆ ซึ่งก็ได้แผนอย่างที่เห็น และได้รับการอนุมัติจากท่าน ผบ.เหตุการณ์     สุดท้ายเราก็นำน้องๆออกมาครบ ทั้ง 13 ชีวิต รวมทั้ง หน่วยซีลทั้ง 4 ชีวิตตามที่ได้เห็นกัน ภารกิจในครั้งนี้ถือว่ายากมากจริงๆ ทำให้เราต้องพัฒนาบุคคลากรของเราให้เก่งขึ้นไปอีก ให้รับกับภัยพิบัติในหลายๆรูปแบบซึ่งเราเจอกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่กี่วันก็ที่ใต้ ดังนั้น ทร. เราก็จะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะกองทัพเรือเราไม่ทิ้งประชาชน     สำหรับเรื่องของการนำเด็กออกมาจากถ้ำด้วยการขึ้นเปลนั้น ไม่ใช่การวางยาสลบเด็ก แต่เป็นยาที่แพทย์สั่งเพื่อไม่ให้เกิดการตื่นตะหนก ในการคัดเลือกเด็กๆว่าใครจะออกมาก่อนนั้น โค้ชเอกจะเป็นคนเขียนชื่อ ซึ่งโค้ชเอกไม่ใช่คนที่ออกเป็นคนสุดท้าย แต่เป็นคนที่ออกในล็อตสุดท้าย พร้อมพูดถึงจ่าแซมว่าเป็นการสละชีพอย่างสมเกียรติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nNfDitJL0go

 171,107
ต่างประเทศ
12 ก.ค. 61

สื่อนอกสะท้อนภารกิจถ้ำหลวง เป็นโมเดลความไม่เห็นแก่ตัวของโลก

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ นำเสนอมุมมองจากทั่วโลกต่อภารกิจ ช่วยทีมหมูป่าอคาเดมี่ที่ติดในถ้ำหลวง จ.เชียงราย ประเทศไทย โดยมีบทความจากหนังสือพิมพ์ The Gurdian สะท้อนว่าการช่วยชีวิตเด็กๆติดในถ้ำประเทศไทยครั้งนี้เป็นชัยชนะของความกล้าหาญ ความเชี่ยวชาญและความรัก   คนทั่วโลกอาจไม่เข้าใจการทำงานของนักดำน้ำ ที่ต้องเจอกับสภาพความย่ำแย่ ความแคบ ความมืดของถ้ำ แต่ภารกิจก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แม้แรกๆหลายคนจะมองว่าเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ (Mission Impossible) แต่ตอนนี้ทุกคนต้องเรียกว่าภารกิจที่เป็นไปได้ (Mission Possible)   เรื่องราวของทีมหมูป่าจะกินใจทั่วโลก ไม่ใช่แค่พวกเขาเป็นเด็ก แต่ยังสื่อถึงการที่ไม่มีความเห็นตัว มีแต่ความเสียสละ ไม่มีการกล่าวโทษกัน โดยพ่อแม่ของเด็กๆไม่กล่าวโทษโค้ชเอกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น   พร้อมชื่นชมผู้นำ ตัดสินใจไม่ให้สื่อเข้าถึงตัวเด็กหลังออกจากถ้ำ ถือว่าภารกิจนี้เป็นโมเดลความร่วมมือระหว่างประเทศ และความไม่เห็นแก่ตัว   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม              The rescue of the Thai cave boys is a triumph of bravery, expertise and love. การช่วยชีวิตเด็กๆติดในถ้ำประเทศไทยครั้งนี้เป็นชัยชนะของความกล้าหาญ ความเชี่ยวชาญและความรัก   Many people thought it was Mission Impossible but now people are calling it Mission Possible. หลายคนจะมองว่าเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ทุกคนต้องเรียกว่าภารกิจที่เป็นไปได้   The boys'parents didn't blame their coach for what happened. พ่อแม่ของเด็กๆไม่กล่าวโทษโค้ชเอกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น   This has been a model of international cooperation and coordinated selflessness. เรื่องนี้เป็นโมเดลความร่วมมือนานาชาติและความไม่เห็นแก่ตัว    

 11,716
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

เปิดภาพทีมหมูป่า-หน่วยซีลใน รพ. ชู 2 นิ้ว พ่อแม่เยี่ยมผ่านกระจก แพทย์เผยแข็งแรงดี แต่ยังไม่ให้เล่นกัน

ระหว่างการแถลงข่าวแถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย นำโดยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ จ.เชียงราย ในฐานะผบ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง   ได้มีการเผยแพร่ภาพของเด็กๆ ระหว่างกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาลแบ่งเป็น 3 ห้อง ตามล็อตที่ออกมาในแต่ละวัน ซึ่งแพทย์ได้ตรวจร่างกาย และให้ชูมือสองนิ้วเป็นสัญญาณบอกว่าโอเค และไหว้สวัสดี โดยเด็กๆ สามารถพูดคุย นั่งบนเตียงได้ และเดินเข้าในห้องน้ำได้ มีแพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่อนุญาตให้เล่นกัน ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กล็อตแรกสามารถเยี่ยมได้ ส่วนล็อตต่อมาสามารถเยี่ยมผ่านกระจก   นอกจากนี้ยังมีหมอภาคย์ และเจ้าหน้าที่หน่วยซีลรวม 4 นาย พักในห้องปลอดเชื้อเช่นกัน โดยทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรง สีหน้ายิ้มแย้ม เดินบริเวณรอบๆเตียง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nKPkVmQCry4

 4,937

Top