ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทีมหมูป่า"

สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 61

พ่อแม่หมูป่าวิตก เจอรถขับตาม-จอดซุ่มหน้าบ้าน ยันอยากให้ลูกเรียนหนังสือใช้ชีวิตปกติ

มีรายงานจากผู้ปกครองเด็กทีมหมูป่าหลายคนว่า ขณะนี้มีรถยนต์หลายคันไปขับตามไล่ล่า ไปตามเส้นทาง หรือลักษณะขับจี้รถของครอบครัวเด็กไปติดๆ ทั้งแบบมีชื่อหน่วยงาน และไม่มีชื่อ และบางคันไปจอดซุ่มอยู่หน้าบ้าน หรือเมื่อรถของครอบครัวขับไปไหนก็มีการขับตามตลอด ซึ่งทางผู้ปกครองหวั่นวิตกว่า ไม่รู้ว่าใครเป็นใครทำให้เกิดความระแวง อยากขอความร่วมมือจากทุกคนขอให้เลิกการกระทำเช่นนี้   ขณะเดียวกันทราบว่ามีความพยายามจากหลายสื่อ ที่ตามประกบไปถึงบ้านเด็กเพื่อพูดคุยกับผู้ปกครอง ในการนำตัวเด็กมาออกรายการต่างๆ เป็นแบบเฉพาะ ซึ่งได้คุยกับผู้ปกครองแล้วว่าขอให้พิจารณาหน้าที่หลักของเด็ก คือ เรียนหนังสือ อย่าลืมว่าเด็กขาดเรียนมาแล้วร่วมเดือน การเรียนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้   การที่ใครจะพาเด็กหรือครอบครัวไปออกทีวี หรือไปเข้าพบหน่วยงานใด พบใคร ไม่ใช่เรื่องที่ควรให้เกิดหลังจากนี้ เนื่องจากเด็กต้องกลับไปใช้ชีวิตปกติ และได้รับการปฏิบัติเหมือนเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ถ้าหากผู้ปกครองเด็กรู้สึกถูกคุกคาม มีสิทธิ์แจ้งความได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fc6SiY-i6h4

 8,422
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 61

ยลโฉม ภาพวาด the hero บันทึกภารกิจถ้ำหลวงเสร็จแล้ว 99%

เชียงราย-นายสุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะเชียงราย พร้อมด้วยศิลปินชาวจังหวัดเชียงราย กว่า 300 คน ยังสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาตกแต่งภาพวาด THE HERO ภาพประวัติศาสตร์เพื่อให้โลกได้จดจำมิตรภาพและความร่วมมือที่ไร้พรมแดน ทั้งเพิ่มเติมสีบางส่วน และวาดในบางภาพให้มีความชัดเจนเรื่องรายละเอียดมากขึ้น   ซึ่งขณะนี้ภาพวาด THE HERO ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 99 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเพียงเก็บรายละเอียดอีกไม่มาก เรื่องของสีและเงา จากนี้ไปภาพวาดทางอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ก็จะมาดูอีกครั้ง ก่อนที่จะทำการจัดแสดงโชว์เอาไว้ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งคาดว่าจะโชว์บริเวณหน้าขัวศิลปะประมาณ 2 เดือน   และหากศาลาที่สร้างบริเวณหน้าถ้ำหลวงเสร็จก็จะเคลื่อนย้ายต่อไป ส่วนเทคนิคการวาดและลงสีนั้นเป็นแบบ สีอะคริลิคบนผ้าใบ ซึ่งจะมีความทนเรื่องแสงแดดและฝนพอสมควร และขณะนี้ก็เตรียมวาดภาพขนาด 5 เมตร อีก 2 ภาพ ใบแรกเป็นเรื่องราวของดอยนางนอนและถ้ำหลวง ซึ่งเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่เล่าต่อกันมา ภาพใบที่ 2 เป็นภาพวาดศิลปะยุคใหม่ ที่เข้ามาผสมผสนานกัน   นอกจากนี้ทาง ขัวศิลปะเชียงราย ยังได้นำผ้าใบวาดรูปมาทำกรอบ จากนั้นให้นักท่องเที่ยวและชาวเชียงรายได้มาเขียนความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในเรื่องของถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ซึ่งขณะนี้มีมากกว่า4 ผืนผ้าใบแล้ว ที่มีความกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 1.5 เมตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wlbgWv-hbGc

 4,254
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 61

เปิดข้อความอาลัยจาก 13 ชีวิตทีมหมูป่าถึงพี่จ่าแซม "ขอให้ชาติหน้าพวกผมได้เกิดมารู้จักจ่าแซมอีก"

เปิดข้อความที่เด็กๆและโค้ชเอกร่วมเขียนข้อความอาลัยและขอบคุณในความเสียสละต่อนาวาตรีสมาน กุนัน  นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ รุ่น 30  ที่สละชีพเพื่อช่วยเหลือทีมหมู่ป่าทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย   โดยส่วนหนึ่งของข้อความระบุว่า "ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวจ่าแซมด้วยนะครับ ทีมหมูป่าขอแสดงความอาลัยแก่จ่าแซม ขอให้จ่าแซมได้อยู่ในที่ดีๆ ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้พวกผม 13 คนได้เกิดมารู้จักจ่าแซมอีก" จาก ด.ช.ภานุมาศ แสงดี (มิ๊ก)   "ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของลุงแซมและขอบคุณมากที่เข้ามาช่วยพวกผม และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติของลุงแซม และจะจำไว้ในใจตราบชั่วนิรันดร์" จาก นิกทีมหมูป่า     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wktDXy-jHuY

 5,322
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 61

13 หมูป่าแถลงเปิดใจหลังออก รพ. เผยชีวิตในถ้ำ-นาทีเจอนักดำน้ำชาวอังกฤษ-อ่านคำอาลัยจ่าแซม

เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 18 ก.ค.61  ในช่วงเวลาดำเนินรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” จัดแถลงข่าวตอน “ส่งทีมหมูป่ากลับบ้าน” เพื่อเป็นบทสรุปของภารกิจช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ติดในถ้ำหลวง โดยมีเด็กๆและโค้ชเอก พร้อมด้วยหมอภาคย์ จนท.หน่วยซีล แพทย์ และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมแถลง   นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.โรงพยาบาลเชียงรายราชประชานุเคราะห์ เปิดคลิปอำลาของเยาวชนทีมหมูป่าที่มีต่อคณะแพทย์และพยาบาล เมื่อคืนวันที่ 17 ก.ค.  ว่า เด็กๆ สุขภาพดีขึ้น ซึ่งตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลทีมแพทย์มีกิจกรรมเสริมสร้างกำลังใจให้กับเด็ก แต่ทุกคนไม่มีอาการท้อถอยเหมือนคนอื่น มีความแข็งแรง เข้มแข็ง ส่วนในด้านจิตวิทยาก่อนออกจาก รพ.ได้จัดให้พบแพทย์พยาบาลที่ไว้ใจก่อนออกมาเผชิญสังคมภายนอก เพื่อถ่ายทอดความรักควมห่วงใยและความรู้สึก เป็นการขอบคุณต่อหน้าครั้งแรก จะถือว่าเป็นประสบการณ์ของเด็ก ขอบคุณทุกคนที่ดูแลเด็กๆ   ทางด้าน พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือหมอภาคย์ ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 กล่าวว่า ตอนอยู่ในถ้ำสังเกตว่า เวลาเด็กๆ ได้อาหารไป 3-4 มื้อ เขาเริ่มมีพลัง เริ่มฟื้นตัว สิ่งที่เขาพูดกันคือเรื่องออกมานอกถ้ำ หลายคนสัญญาว่าจะหาอะไรแปลกๆ มาให้ เช่น ไส้อั่วงู อาหารพม่า นั่นคือความพร้อมของเขาตั้งแต่อยู่ในถ้ำ มั่นใจว่ากลับไปใช้ชีวิตได้   ขณะที่ ด.ช.อดุลย์ สามออน ตัวแทนของกลุ่มเด็ก เจ้าของเสียงพูดภาษาอังกฤษในคลิปเจอนักดำน้ำอังกฤษ เผยว่าในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่มาช่วยขณะนั้นนั่งอยู่บนโขดหินด้านบน ได้ยินเสียงคนพูดจึงได้ลงมาทักทาย ตอนแรกคิดว่าเป็นคนไทย เห็นแล้วตกใจเพราะเป็นคนต่างชาติ  เขาถามว่าสบายดีไหม จึงตอบว่าโอเค และถามว่าให้ช่วยไหม เค้าบอกไม่ต้องให้ขึ้นไป ได้ยินชัดว่ามีกี่คนก็ตอบว่าใช่   สำหรับกรณีเข้าไปในถ้ำทำไมนั้น โค้ชเอกเผยว่า เด็กๆในทีมบอกว่ามีทริปไปถ้ำกันไหม เพราะบางคนไม่เคยไป ตนจึงตอบว่าถ้าอยากไปก็ไม่มีปัญหา เดี๋ยวจะพาไป จึงได้วางโปรแกรมไปซ้อมใกล้ๆ และลงเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการให้เจอกันวันเสาร์ จะมีการเตะฟุตบอลอุ่นเครื่อง 10 โมง เสร็จแล้วจะไปถ้ำหลวงฯ เพื่อศึกษาธรรมชาติเพราะหลายคนอยากเห็น แต่ส่วนตัวเคยเข้าไปลึกกว่าเนินนมสาวแล้วแยกมีน้ำขังนิดเล็กน้อย ครั้งนี้ก็เช่นกัน เลยลองเข้าไปต่อโดยตนถามเด็กแล้วว่าจะไปกันไหม ถ้าไปมีเวลา 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นต้องออก เนื่องจากต้องออกก่อน 5 โมง เพราะต้องส่งไตตั้นไปเรียนพิเศษ   อีกทั้งยืนยันว่าไม่ได้ไปฉลองวันเกิดใคร เพราะน้องไนท์บอกวันนี้วันเกิดต้องถึงบ้านก่อน 5 โมง พ่อแม่จัดงานวันเกิดรอที่บ้าน และเมื่อพอเข้าไปติด รู้ตัวตอนกลับออกมาว่า เลยเนินนมสาวไปแล้ว ไปถึงจุดที่ไม่รู้ว่าคืออะไร มารู้ว่าภายหลังว่าเรียกว่าเมืองลับแลหรือเมืองบาดาล ทุกคนคุยกันว่าจะเข้าไปไหม แต่ต้องว่ายน้ำกันเข้าไป ซึ่งทุกคนยืนยันว่าไป โดยน้องตี๋อาสาว่าจะเช็กเองว่าลึกหรือไกลแค่ไหน   โค้ชเอกเล่าต่อว่า ยืนยันว่าเด็กส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็น มีเพียงบางคนที่ว่ายน้ำไม่แข็ง ต้องขี่คอไป สำหรับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าเด็กว่ายน้ำไม่เป็นขอยืนยันว่าไม่จริง เพราะปกติแล้วส่วนใหญ่ตนจะพาน้องไปว่ายน้ำหลังซ้อมตลอด และเมื่อเลยเนินนมสาวไปในขณะนั้นยังไม่รู้ว่าน้ำขึ้นไหม แต่ก็เช็กน้ำอยู่ตลอด  เมื่อไปถึงก็เช็คแล้วว่ามันไปได้อีก จึงถามเด็กจะไปต่อไหมเพราะต้องมุดน้ำไป แต่เมื่อมองนาฬิกาเห็นว่าเกินมาแล้ว 1 ชั่วโมง จึงบอกให้ทุกคนถอย และว่ายน้ำกลับ หลังจากนั้นเดินกลับมาปกติ แต่เมื่อมาเจอ3แยก น่าจะเป็นน้องบิวตะโกนขึ้นมาว่า “พี่เราเจอน้ำ”เมื่อเด็กถามว่า หลงทางหรือไม่ ตนตอบว่า “ไม่หลงแน่นอน เพราะมีทางเดียว” และต้องดูว่าเป็นทางเข้าไหม ตนจึงไปเช็กเอง   โดยให้น้องตี๋ ไนท์ อดุลย์จับเชือกไว้ พร้อมบอกว่าถ้ากระตุกเชือก 2 ครั้งแปลว่าให้ดึงกลับ ถ้าไม่ดึงแปลว่าออกไปได้ แต่เมื่อไปถึงตนพบว่าข้างล่างเป็นทราย ข้างบนเป็นหิน รู้สึกแล้วว่าออกไม่ได้ ต้องหาทางออกใหม่ จากนั้นจึงกระตุกเชือก เพราะส่งเสียงแล้วจะไม่ได้ยิน หลังจากนั้นพาเด็กขึ้นไปบนบก น้องถามว่าจะออกยังไง จึงเสนอว่าขุดร่อง และได้เริ่มลงมือ หาก้อนหิน ตอนนั้นประมาณเกือบ 5 โมง ขุดไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าน้ำจะลด   น้องตี๋จึงบอกว่าไปหาที่นอนก่อนไหมเพราะเริ่มมืดแล้ว ทุกคนตกลงว่าไปหาที่นอนก็ได้ หลังจากนั้นตนจึงบอกไปว่าอาจเป็นน้ำขึ้นน้ำลง พรุ่งนี้อาจจะลด ไปนอนก่อนดีกว่า ขณะนั้นไม่มีอาหารในกระเป๋าเลย เพราะกินไปแล้วจากสนามฟุตบอล หลังจากนั้นได้เดินถอยออกจาก 3 แยกไป 200 เมตร เจอเนินทรายมีน้ำที่ตกอยู่หน้าถ้ำ หรือน้ำย้อยผาหิน จึงบอกน้องว่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำดีกว่า และก่อนจะนอนหลับบอกว่าไหว้พระก่อน และขณะนั้นก็คิดว่ายังไงน้ำคงลดลง   น้องตี๋เล่าว่า การเอาตัวรอด ส่วนใหญ่หาน้ำกินจากหินย้อย รสชาติเหมือนน้ำเปล่าทั่วไป กินน้ำอย่างเดียวไม่มีอาหาร วันแรกยังไม่รู้สึกอะไร แต่ผ่านไป 2 วันเริ่มรู้สึกหมดแรง โค้ชเอกบอกให้อยู่นิ่งๆ ส่วนใหญ่ให้น้องที่มีไฟฉายแรงๆ ปิดก่อนเพื่อไว้ใช้ทีหลัง วันที่ 2 ก.ค.ผ่านไป 10 วันถึงมีนักดำน้ำมา ส่วนใหญ่ตอนนั้นทุกคนอ่อนแรง ไม่มีแรง   น้องไตตั้น เผยว่าตอนนั้นมีหน้ามืดบ้าง ไม่มีแรง หิว พอหิวมากๆ ก็ไม่นึกถึงกับข้าว เพราะจะทำให้หิวกว่าเดิม แต่คิดถึงข้าวผัด น้ำพริกอ่อง ด้าน ด.ช.ประจักษ์ หรือโน้ต กล่าวว่า ตอนนั้นกินน้ำให้อิ่มๆ ยามว่างก็ไปขุดหลุม ขุดผนังถ้ำ ใช้ก้อนหินขุดได้ 3-4เมตร   พ.ท.นพ.ภาคย์กล่าวว่า หลังจากที่พบเด็กทางทีมซีลก็ดำน้ำเข้าไปหาและให้พวกผม 4 คนดูแลน้องๆ เพื่อเพิ่มพลังงานอนุบาลร่างกายให้แข็งแรงก่อน โดยมีฝ่ายอำนวยการข้างนอกวางแผนการนำออกไป แต่สิ่งที่ไม่คิดว่าน่าเป็นไปได้ คือการพาน้องออกทางเดิมด้วยการดำน้ำ เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนดำเข้ามายากลำบากมาก ในใจอยากให้หาวิธีเจาะโพรงโรยตัวลงมาน่าจะปลอดภัยสุด และรอให้ระดับน้ำลดลงไป ผมฟังแผนจากคนส่งเสบียง คือเจสัน นักดำน้ำต่างชาติ เอาเสบียงมาให้แล้วบอกให้อยู่ได้ 1-2 อาทิตย์ แผนคือ 1.ให้คอย 2.ใช้หน้ากากเต็มหน้าดำน้ำออกไป ผมรอการตัดสินใจจากข้างนอก ในใจก็ห่วงว่าจะดำน้ำไหวไหม   ขณะที่พี่ใบเตย ชื่อนามแฝงว่าพี่ใบเตย กล่าวว่า ในภารกิจช่วยชีวิตหมูป่าทั้ง 13 คน ตั้งใจไว้แล้วว่า หากไม่เจอเด็กจะไม่กลับเด็ดขาด โดยระหว่างการเดินทาง ศีรษะของตนทิ่มกับหินงอกหินย้อยตลอด เนื่องจากไม่ได้สวมหมวกกันน็อก ในใจคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรงานนี้ต้องสำเร็จ ต่อมา เมื่อทราบว่าพบเด็กๆ แล้ว จึงรีบไปยังเนินนมสาว เมื่อไปถึง ตนเริ่มต้นจากการทดสอบกำลังใจโดยถามว่า “หมูป่าสู้ไหม?” ครั้งแรก ยังตอบเด็กๆด้วยเสียงเบาๆ   จากนั้นเด็กๆ ได้กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อเจ้าหน้าที่ซีลรายดังกล่าว โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียดกับสถานการณ์ เช่น เล่นหมากฮอส ตนและหน่วยซีลกินและนอนด้วยกัน ทุกวันนี้เรียกหน่วยซีล ใบเตย ว่า พ่อเนื่องจากเขาเรียกตนว่า ลูก ซึ่งหลังจากกล่าวประโยคดังกล่าวจบ ผู้ร่วมชมการแถลงข่าวปรบมืออย่างกึกก้อง   ขณะที่ พ.ท.นพ.ภาคย์ เปิดเผยความรู้สึกระหว่างเข้าไปดูแลเด็กๆ ทีมหมูป่าภายในถ้ำหลวงว่า สนิทสนมกับทุกคน ไม่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง รวมระยะเวลา 9 วัน เป็นช่วงที่ต้องแบ่งปันซึ่งกันละกัน รวมถึงทำอย่างไรเด็กจะอยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ ซึ่งตัวเองก็มีลูกชาย น้องๆ ซีลในทีมก็มีลูก ทำให้มองเด็กแล้วมีความรู้สึกเอ็นดู อยู่ด้วยกันแล้วจึงซึมซับเหมือนเป็นคนในครอบครัว   โค้ชเอก เผยว่าหลังทราบข่าวจ่าแซม อดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงฯ ทุกคนเสียใจและประทับใจที่ น.ต.สมานยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องเด็กทั้ง 13 คน เพื่อให้ได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกอย่างมีความสุขโดยปกติ ตอนทราบข่าวครั้งแรกว่ามีคนเสียสละชีวิตให้ 1 ท่าน ทุกคนช็อกและเสียใจมาก คิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวของพี่จ่าเสียใจและเดือดร้อน จากนั้นเมื่อมีทีมแพทย์มาบอกว่ามีรูปจ่าแซมมา จะทำอะไรกันไหม ทุกคนบอกว่าอยากเขียนข้อความส่งถึงครอบครัวของพี่จ่า    น้องไตตั้น 1 ในทีมหมูป่าฯได้อ่านสิ่งที่โค้ชเอกเขียนถึง น.ต.สมานว่า ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ขอให้ท่านไปสู่สุขติ ขอขอบพระคุณท่านที่ได้เสียสละทั้งกายและใจ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวคุณจ่าอย่างสุดใจ ขอกราบขอบพระคุณคุณจ่าและครอบครัว ขอให้คุณจ่าไปสู่สุขคติภพภูมิที่ดี ขอขอบพระคุณจากใจจริง จากเอกพล จันทะวงษ์   โค้ชเอก กล่าวถึงการถอดบทเรียนภายหลังออกจากถ้ำหลวงว่า ทราบซึ้งใจจากทุกท่านและจะใช้สติอย่างมีประโยชน์ ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าหลังตัวเองได้ประสบภัยในครั้งนี้ จะไม่ประมาท จะทำอะไรจะเช็กให้ดีว่าควรทำไหม สำหรับเรื่องบวชนั้นได้ยินจากทางผู้ปกครองเช่นกัน ส่วนเรื่องบวชอุทิศให้ น.ต.สมาน จะบวชกี่วันก็ได้ และทุกคนจะบวชพร้อมกัน   สำหรับเด็กๆ อีก 4 คนที่ยังไม่ได้สัญชาติไทย ในเรื่องนี้ผู้ว่าฯเชียงรายจะดำเนินการอย่างไร นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า น้องๆ ได้ยื่นเรื่องที่อำเภอแล้ว ขณะนี้อยู่ในสำนักทะเบียน รอตรวจสอบ เพื่อดำเนินตามขั้นตอน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cUOxu3fIaeI

 16,531
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

น้องไตตั้น อ่านข้อความ 'โค้ชเอก' เขียนถึง 'น.ต.แซม' "ขอขอบพระคุณจากใจจริง"

วันนี้ (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. ในรายการเดินหน้าประเทศไทย ที่ได้ถ่ายทอดการจัดแถลงส่งทีมหมูป่ากลับบ้าน โดยมีน้องๆ ทั้ง 12 คน และ โค้ชเอก มาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ซึ่งในช่วงหนึ่ง โค้ชเอก ได้พูดถึงการจากไปของ น.ต.สมาน กุนัน โดยโค้ชเอกบอกว่า ตอนทราบข่าวรู้สึกเสียใจ และประทับใจในตัวจ่าแซม ที่ยอมเสียสละชีวิต เพื่อที่จะปกป้องน้องๆ ทีมหมูป่า ซึ่งทุกคนพอรู้ข่าวมีอาการช็อค และรู้สึกเสียใจมาก เหมือนตัวเองเป้นต้นเหตุให้ทางครอบครัวของจ่าแซมเสียใจ ซึ่งขณะที่อยู่ รพ. พยาบาลได้เอารูปวาดจ่าแซมมาให้ ทุกคนจึงได้เขียนความในใจถึง น.ต.แซม    โดยน้องไตตั้นได้เป็นตัวแทนขึ้นมาอ่านข้อความที่โค้ชเอก เขียนบนรูปภาพ น.ต.แซม  ว่า "ขอแสดงความเสียใจด้วยด้วยครับ ขอให้ท่านสู่สุขคติ และขอขอบพระคุณท่าน ที่ได้เสียสละทั้งกายและใจ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวจ่าแซมอย่างสุดใจ และขอกราบขอบพระคุณทั้งคุณจ่า และทั้งครอบครัวของคุณจ่าทุกคน ขอให้คุณจ่าหลับให้สบายและไปอยู่ภพภูมิที่ดี ขอขอบพระคุณจากใจจริง จาก เอกพล จันทะวงษ์"

 14,174
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ก.ค. 61

หัวหน้าอุทยานฯ แจ้งความ ‘ลีน่า จัง’ อัดคลิปล้อเลียนทีมหมูป่าหน้าถ้ำพระยานคร

จากกรณีที่ นางลีน่า จังจรรจา อัดคลิปพร้อมกับเด็กกลุ่มหนึ่งหน้าถ้ำ โดยมีเนื้อหาล้อเลียนทีมหมูป่าที่ติดถ้ำ ระบุว่า “ติดถ้ำ อยากดัง อยากไปดูบอลโลก นี่จ๊ะ 12 ชีวิต ช่วยไปบอกฟีฟ่าหน่อย อยากกินอาหารเจล เอามาฝากหน่อยจ้า” ซึ่งคลิปดังกล่าวหลังจากถูกนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม   ล่าสุด วันนี้ (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 06.30 น. เฟซบุ๊ก ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดได้แจ้งความเอาผิดลีนาจัง ฐานทำผิด พรบ.อุทยานฯ   โดยสถานที่ที่ปรากฏในคลิปคือถ้ำพระยานคร ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เบื้องต้นจากการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. 61 เวลาประมาณ 15.00 น.   ซึ่งนางลีน่า จัง ได้เดินทางเข้าไปในลักษณะนักท่องเที่ยวทั่วไป ระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ดูแลในจุดดังกล่าวเข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บนั้น นางลีน่า จังได้ถ่ายคลิปด้วยมือถือแต่จากการตรวจสอบเนื้อหาจากคลิปแล้ว มีเจตนาถ่ายทำเพื่อเผยแพร่ ไม่ใช่ถ่ายในลักษณะของนักท่องเที่ยวที่ใช้ดูส่วนตัวหรือใช้ดูในครอบครัว   เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่าไม่มีการขออนุญาตในการถ่ายทำ ประกอบกับมีการส่งเสียงดังอื้อฉาว พิจารณาแล้วกรณีดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16(13) มาตรา 16(17) มาตรา 18 และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่าด้วยการเข้าไปถ่ายทำภาพยนต์ในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2552 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จึงเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 44,796
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

'หมอภาคย์' ถ่อมตัวไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ชมทีมหมูป่า-โค้ชเอกจิตใจดี ยก 'จ่าแซม' เป็นฮีโร่

ที่กองพันเสนารักษ์ที่ 3 กองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา หมอภาคย์-พันโทนายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ทำงานที่หน่วยวันแรก หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา   โดยมีผู้ใต้บังคับบัญชานับร้อยนายรอคอยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจที่ผู้บังคับบัญชาสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ทั้งนี้หมอภาคย์ได้กล่าวกับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจครั้งนี้ และการฝึกทหารที่ผ่านมาก็เพื่อความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจแบบนี้   หมอภาคย์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องภารกิจที่ถ้ำหลวงว่า เหตุการณ์กู้ภัยในถ้ำครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งถือเป็นบทเรียนที่ทุกคนทุกประเทศต้องนำไปศึกษาเรียนรู้ ตนอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นเหมือนการต่อภาพจิ๊กซอว์ ซึ่งตนก็เป็นเพียงจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ใช้ต่อภาพให้สมบูรณ์เท่านั้น แต่ทุกคนมีความสำคัญทั้งหมด หากขาดใครคนใดคนหนึ่งไปภารกิจครั้งนี้ก็จะไม่สำเร็จ ทั้งนี้ตนประทับใจเด็กๆ ทุกคนที่ติดในถ้ำหลวง เด็กทุกคนมีความใสซื่อตามประสาเด็ก และเป็นคนมีระเบียบวินัย   ส่วนตัวโค้ชเอกก็เป็นที่มีจิตใจดีมาก รักเด็กๆ และดูแลเด็กๆ ทุกคนเป็นอย่างดี ซึ่งทุกคนที่ติดอยู่ในถ้ำมีขวัญกำลังใจที่ดีมาก โดยช่วงระยะทางในการดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่บริเวณเนินนมสาวในถ้ำหลวง เป็นระยะทางที่ยากลำบากมาก ตน และหน่วยซีลคนอื่นๆ ต้องใช้ถังออกซิเจนมากถึงคนละ 4 ถัง ดำน้ำติดตัวเข้าไปถึงจะถึงบริเวณที่เด็กๆ อยู่ได้ แต่เด็กๆ ทุกคนก็มีสภาพจิตใจ และความพร้อมมากทางด้านร่างกายที่จะดำน้ำออกมาจากถ้ำหลวง   หมอภาคย์ยังบอกอีกว่าจ่าแซมเป็นฮีโร่ และอยู่ในดวงใจของคนทั้งโลก ซึ่งจ่าแซมได้รับมอบหมายภารกิจให้นำถังออกซิเจนไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในถ้ำ เพราะหากขาดถังออกซิเจนภารกิจทั้งหมดก็ไม่มีทางสำเร็จได้เลย เพราะภายในถ้ำต้องการใช้ออกซิเจนเป็นจำนวนมาก และการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ โดยพลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยซีล ได้กล่าวว่าการสูญเสียครั้งนี้ เป็นการสูญเสีย และเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นเสียชีวิตที่มีเกียรติ และสมศักดิ์ศรีของมนุษย์กบ   ทั้งนี้ตนอยากฝากไปถึงเด็กๆ ทีมหมูป่าอคาเดมี่ น้องๆ ได้รู้ และได้เห็นความเสียสละของพี่น้องชาวไทย และการเสียสละในครั้งนี้จะทำให้น้องๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ยอดเยี่ยม และเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศต่อไป   ส่วนการที่มีคนพูดว่าตนเป็นหมอที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีนั้น คนที่แข็งแรงก็มีมากมาย ตนก็ขอขอบคุณที่มีคนตั้งฉายาให้ตน ซึ่งก็คงเหมือนกับการ์ตูนเรื่องบากิที่ตนชอบอ่าน แต่ตนไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี และตนไม่อยากใครมองว่าตนเป็นที่สุดอะไร เพราะมันไม่มีคำว่าที่สุดจริงๆ   สำหรับพันโทนายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา เป็นหมอทหารที่ผ่านการฝึกหลักสูตรรบพิเศษมาแล้วครบทุกหลักสูตรในประเทศไทย เช่น   หลักสูตรบุคคลทำการรบแบบจู่โจม หลักสูตรปฏิบัติการพิเศษกองทัพอากาศ หลักสูตรทหารเสือราชินี หลักสูตรการรบพิเศษลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก และจู่โจม นาวิกโยธิน และหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือมนุษย์กบ ทำให้มีคนตั้งฉายาหมอภาคย์ให้เป็นหมอที่แกร่งที่สุดในปฐพี   โดยในเบื้องต้นทางจังหวัดนครราชสีมามีกำหนดการจัดงานต้อนรับหมอภาคย์ และเจ้าหน้าที่ทุกนาย ทุกหน่วยงานที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่ถ้ำหลวงฯ ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pGq2U3mUihY

 7,750
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

วางแผนใช้ลานพระราชวังดุสิต จัดเลี้ยงขอบคุณภารกิจถ้ำหลวง 'ครูบาบุญชุ่ม' รับเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชทีมหมูป่า

รัฐบาลเตรียมจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่มาช่วยปฏิบัติงานภารกิจค้นหาทีมหมูป่าอคาเดมีทั้ง 13 คน โดยอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการขอพระราชานุญาตเพื่อขอใช้สถานที่บริเวณพระลานพระลานพระราชวังดุสิต สำหรับเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง   เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวมีความกว้างขวาง สามารถรองรับคนได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้กำหนดวันและเวลาของการจัดงานเลี้ยงทั้งหมด รัฐบาลได้กำหนดไว้เบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อยุติเพราะอาจจะมีการปรับเปลี่ยน ให้เกิดความเหมาะสมโดยคำนึงถึงความสะดวก ของเจ้าหน้าที่ที่มาร่วมงานด้วย โดยรัฐบาลจะเตรียมสถานที่พักระหว่างทาง สำหรับเจ้าหน้าที่ ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เนื่องจากแต่ละคน แต่ละคณะ เดินทางทางมาไกล จากหลากหลายจังหวัด   อย่างไรก็ตามการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ดังกล่าว รัฐบาลได้เตรียมพร้อมเพื่อให้สมกับที่เจ้าหน้าที่ทุกคนทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจครั้งสำคัญในครั้งนี้ได้สำเร็จ   ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ครูบาบุญชุ่ม เตรียมจะเป็นพระอุปัชฌาย์บรรพชาหมู่ให้กับทีม 13 หมูป่าอคาเดมี่ หากมีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WtGPjDg8EYo

 6,723
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

สกรีนคำถามสื่อทั่วโลก ห่วงคุกคาม-กระทบจิตใจทีมหมูป่า เสี่ยงผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก

ทางจังหวัดเชียงรายได้กำหนดการจัดแถลงข่าว เพื่อส่งทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี่ จำนวน 13 คนกลับบ้านในวันนี้ (18 ก.ค.) เวลา 18.00 น. ซึ่งก็จะเป็นการถ่ายสดผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย ทั้งนี้การแถลงข่าวจะมีขึ้นที่ห้องประชุมคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย   อย่างไรก็ตามทางจังหวัดเชียงราย ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชน ให้มีการตั้งคำคำถามที่สื่อมวลชนจะถามเด็ก และโค้ช ให้แจ้งคำถามมาก่อนล่วงหน้า เพื่อให้นักจิตวิทยาตรวจก่อน โดยจะคัดคำถามที่ไม่กระทบต่อสุขภาพจิตใจของเด็กทั้งหมด และหลังจากการแถลงข่าว เด็กตอบคำถามแล้ว ก็ของดการสัมภาษณ์เด็กทั้งหมดโดยตรง ซึ่งตัวอย่างคำถามจากสื่อต่างประเทศ มีดังนี้   Aljazeera English: 1. ช่วยอธิบายหน่อยว่า 10 วันแรก ทุกคนเอาตัวรอดทั้งทางใจและกายมาได้อย่างไร 2. นักกู้ภัยบอกอะไรคุณบ้างเรื่องการออกมาจากถ้ำ พวกคุณเตรียมตัวเองอย่างไรกับการเดินทางออกมาที่มีความยากลำบาก 3. คุณเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้   Nine Network Australia: 1.คุณหมอชายออสเตรเลียมีความสำคัญแค่ไหนในการช่วยพวกคุณออกมาจากถ้ำ 2.คุณเอาตัวรอดโดยไม่มีอาการและน้ำ 10 วันมาได้อย่างไร   Sky News (ถามโค้ชเอก) 1. คุณให้เด็กให้เด็กกินอาหารอย่างไร และให้กำลังใจกันอย่างไรก่อนที่จะมีความช่วยเหลือมาถึง จริงหรือเปบ่าที่ทีจ่าวว่าคุณเอาอสการของคุณให้เด็กๆ 2. ในฐานะผู้ใหญ่ คุณกังวลแค่ไหนว่าคุณอาจไม่สามารถออกมาได้ 3. คุณรักษาความคิดในแง่บวกไว้ได้อย่างไร (ตอนอยู่ในถ้ำ)   BBC News (UK) คำถามให้น้องอดุลย์ 1. เราได้ยินคุณพูดภาษาอังกฤษกับนักดำน้ำอังกฤษ ช่วยเล่านาทีที่คุณเห็นพวกเค้าครั้งแรกในถ้ำ 2. Manchester United ได้เชิญทีมไปเยือน Old Trafford. คุณตะตอบรับคำเชิญอย่างไร   คำถามสำหรับทุกคน 1. พวกคุณเตรียมตัวเพื่อที่จะดำน้ำออกมาอย่างไรบ้าง เรียนว่ายน้ำหรือเปล่า 2. สิ่งแรกที่อยากทำเมื่อกลับถึงบ้านคืออะไร 3. คุณให้กำลังใจกันอย่างไร ก่อนที่นักกู้ภัยจะพบพวกคุณ   CNN 1. โลกจับตาดูเรื่องราวตั้งแต่วันที่พวกคุณหายตัวไป 2. มีอะไรอยากบอกคนที่ติดตามข่าวของคุณมั้ย 3.คุณเรียนรู้การนั่งสมาธิตอนที่อยู่ในถ้ำ - มันช่วยคุณอย่างไรบ้าง   สำนักข่าว Kyodo News 1. น้องๆผ่านช่วงเวลายากลำบากตอนที่ติดอยู่ข้างในถ้ำได้อย่างไร 2. น้องๆใช้เวลาตอนที่ติดอยู่ข้างในอย่างไร 3. รู้สึกอย่างไรตอนที่ติดอยู่ข้างใน 4. น้องๆทำอย่างไรเพื่อเอาชนะความกลัว 5. ประธาน FIFA จะเชิญน้องๆไปงานมอบรางวัล World’s best players ที่ลอนดอนเดือนกันยายน Manchester United, Benfica ก็เชิญน้องไปเยือนสโมสร น้องพิจารณาหรือยังว่าจะไปหรือไม่ไป   หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal (USA) 1. อยากทราบว่าโค้ชเอกและน้อง ๆ เข้าไปในถ้ำเพื่อไปทำอะไร เพื่อจัดงานวัดเกิดเซอร์ไพรส์ให้น้องไนท์แล้วออกมา หรือเข้าไปเดินเล่นเฉย ๆ ถึงแค่ไหนก็แค่นั้นภายในหนึ่งชั่วโมง ช่วยเล่าให้ฟังด้วยค่ะ 2. โค้ชเอกและน้อง ๆ เข้าไปลึกประมาณเท่าไหร่เมื่อมารู้ว่าไม่สามารถกลับออกมาทางเดิมได้ คือทราบว่าน้ำขึ้นสูง แต่พอจะเล่าให้ฟังได้ไหมว่า ได้ยินเสียง ได้เห็น หรือมีสัญญาณอะไรหรือไม่ก่อนหน้านั้น 3. จากจุดที่เห็นว่าน้ำขึ้นสูงไปจนถึงเนินนมสาวที่โค้ชเอกและน้อง ๆ ไปหลบอยู่ ใช้เวลานานแค่ไหน 4. โค้ชเอกและน้อง ๆ ต้องย้ายที่กันหลายครั้งหรือไม่กว่าจะได้ไปปักหลักที่เนินนมสาวที่นักดำน้ำไปพบ 5. ในการหาจุด บริเวณ หรือสถานที่ที่ปลอดภัยนั้น โค้ชเอกและน้อง ๆ ต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง 6. ในช่วงเวลาที่อยู่ในถ้ำ โค้ชเอกและน้อง ๆ ทำอะไรบ้างเนื่องจากติดอยู่ในนั้นเป็นเวลาหลายวัน 7. โค้ชเอกและน้อง ๆ ได้ทำอย่างไร ได้พูดจา เล่าเรื่อง หรือทำอะไรเพื่อเป็นการให้กำลังใจกันกันและกัน และทำให้ขวัญกำลังใจของทุกคนดี 8. เนื่องจากในถ้ำมืดมาก โค้ชเอกและน้อง ๆ ทำอย่างไรเพื่อจะรู้ว่าใครอยู่ที่ไหน และเพื่อให้รู้ว่ายังอยู่กันครบหรือไม่ มีใครหลงไปที่อื่นบ้างหรือไม่ 9. โค้ชเอกและน้อง ๆ ได้พยายามหาทางออกกันเองหรือไม่ เป็นเวลานานกี่วัน และเมื่อไหร่ที่หยุดหาทางออกด้วยตัวเอง 10. มีน้องคนไหนมีทักษะ หรือใช้ความสามารถพิเศษอะไรในการเอาตัวรอด ช่วยเหลือเพื่อน หรือทำอะไรให้คนอื่นหรือไม่ในขณะอยู่ในถ้ำก่อนที่จะได้รับความช่วยเหลือ 11. อยากถามน้อง ๆ ว่า โค้ชเอกทำอะไรที่ช่วยให้น้อง ๆ สงบ มีสติ และไม่เจ็บป่วยบ้างหรือไม่ และน้องรู้สึกว่าอะไรเป็นสิ่งที่โค้ชเอกทำและน้อง ๆ จะจดจำไปตลอดชีวิต 12. โค้ชเอกและน้อง ๆ มีการตัดสินใจอย่างไรว่าใครจะออกจากถ้ำก่อนหรือออกหลัง เป็นการตัดสินใจกันเองในกลุ่มหมูป่า หรือปรึกษากับซีล หรือหมอออสเตรเลีย เลือกใครเป็นคนแรก และคนสุดท้าย และทำไม   สำนักข่าว NHK 1. ในระหว่างที่อยู่ในถ้ำ ความรู้สึกน้องทั้ง 13 คน เป็นอย่างไร? และเหตุใดจึงรู้สึกเช่นนั้น?   นสพ.อาซาฮี (The Asahi Shimbun) 1. คำถามแรกขออนุญาตถามโดยเฉพาะไปที่ นัองๆ กับ โค้ช ที่มาเป็นกลุ่มที่ 3 ว่า ทั้ง 5 คนรู้สึกอย่างไร เมื่อทราบว่าเป็นคนถูกเลือกให้เป็นกลุ่มสุดท้าย และเพื่อนทั้ง 8 ได้รับการช่วยเหลือไปก่อนแล้ว และ ทำอะไรกันบ้างระหว่างรอ? 2. อยากทราบถึงข้อความครั้งแรกที่มีการสนทนากันกับนักดำน้ำชาวอังกฤษเมื่อพบกันในครั้งแรก? 3. ไม่ทราบว่าน้องๆ ทั้ง 13 ท่าน เคยมีช่วงเวลา ที่ถ้อแท้ต่อการหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือบ้างไหม ในวันที่ก่อนที่จะมีการพบน้องๆ ทั้ง 13 คน? และ 4. ด้วยชาวญี่ปุ่นเองก็ติดตามการช่วยเหลือน้องๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำด้วยเช่นกัน อยากจะฝากข้อความใดๆ ถึงชาวญี่ปุ่นบ้าง และอย่างไร?   สำนักข่าวซินหัว 1. ขอถามทีมหมูป่า หลังมีประสบการณ์ติดถ้ำและรอดชีวิต น้องๆมองว่าสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตคืออะไร หลังออกมาจากถ้ำแล้ว ยังคิดจะเล่นฟุตบอลต่อไหม มีความคาดหวังอย่างไรบ้าง     ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวเป็นห่วงสภาพจิตใจหมูป่าหากต้องถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามไม่เหมาะสม โดยระบุ    ทั้งนี้ ตามมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546  ระบุห้ามเผยแพร่รูปภาพหรือสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่จะกระทบจิตใจ กระทบทางกาย โดยเฉพาะ เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี  ถือเป็นการละเมิดโดยเจตนา ซึ่งมีความผิดทางกฎหมาย  กรณีที่สื่อไปสัมภาษณ์ โดยไม่มีผู้ปกครองอยู่ด้วยและใช้คำถามที่อาจมีผลกระทบทางจิตใจ อาจส่งผลให้มีความผิดในมาตรา 27    “หากเป็นคำถามที่ไม่เหมาะสม อาจไปเปิดแผลทางจิตใจของเด็ก จะเสี่ยงผิดพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก”   สิ่งที่เป็นห่วง คือการถามคำถามบางอย่างที่ไม่ระมัดระวัง หรือเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ ตัวอย่าง ถามว่าถ้าแข็งแรงแล้วช่วยพาพี่ไปเที่ยวถ้ำหลวงได้ไหม คำถามนี้เป็นการจูงใจให้เด็กมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำผิด ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กมีพฤติกรรมเสียหายหรือเสี่ยงต่อการกระทำความผิด เข้าข่ายผิดตามมาตรา 26 (3) มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นสื่อต้องระมัดระวังคำถามลักษณะนี้    “ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะรวมทีมหมูป่า ออกมาให้สัมภาษณ์ในคราวเดียวพร้อมกัน และควรมีนักจิตวิทยาช่วยกลั่นกรองคำถาม และหากมีโอกาสจะขอเข้าไปกอดโค้ชเอก เพื่อให้กำลังใจ  เพราะสิ่งที่โค้ชเอกทำทั้งหมดเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเด็กๆ”   ด้านแม่ของเด็กชายดวงเพชร พรหมเทพ หรือน้องดอม กล่าวว่า น้องเป็นห่วงเรื่องการเรียน กลัวเรียนไม่ทันเพื่อน ซึ่งได้ฟังจากผู้อำนวยการโรงเรียนที่ร่วมประชุมมีแผนในการสอนเสริมก็ทำให้ตนรู้สึกสบายใจ ก่อนมาประชุมที่อำเภอได้กลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ พมจ.เชียงราย จะพาครอบครัวของเด็กทั้งหมดไปบ้านพักที่จัดรับรองไว้ ซึ่งอยู่ไปตัวเมืองเชียงราย เพื่อร่วมแถลงข่าวและรอรับเด็ก ๆ กลับบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RFF_zOpaEHk

 2,928
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

เปิดตัวอย่างคำถามจากสื่อ ตปท.ถึงทีมหมูป่า ก่อนแถลงข่าวถ่ายทอดสด 6 โมงเย็นวันนี้

วันนี้ (18 ก.ค.61) รอติดตามดูการแถลงข่าวตอบคำถามสื่อครั้งแรกของเด็กๆ ทีมหมูป่า และโค้ชเอก ตอน 6 โมงเย็นผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย ทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง คาดว่าเรตติ้งคงจะสูงสุดทีเดียว   ทั้งนี้ความจริงร่างกายของน้องๆ พร้อมจะกลับบ้านได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ทีมแพทย์กำลังพูดคุยปรับสภาพจิตใจเด็กๆ เพื่อให้พร้อมกลับบ้านกันได้วันนี้แล้ว รวมทั้งให้พร้อมสำหรับการตอบคำถามเย็นวันนี้ และการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของเด็กๆ ให้ต้องระมัดระวังอย่างไรเมื่อเด็กๆ กลับไปบ้านแล้ว ถ้าจะมีสื่อหรือใครไปติดต่อพูดคุยกับเด็กๆ ภายหลัง   อย่างที่ทราบกันว่า ทางแพทย์ก็กลัวว่าจะมีการถามคำถามที่ไปกระทบกระเทือนจิตใจเด็กๆ จึงจะมีการจัดระบบการตอบคำถาม และคัดกรองคำถามในวันนี้อย่างเข้มงวด และนี่คือตัวอย่างคำถามจากสื่อ   Aljazeera English: 1. ช่วยอธิบายหน่อยว่า 10 วันแรก ทุกคนเอาตัวรอดทั้งทางใจและกายมาได้อย่างไร 2. นักกู้ภัยบอกอะไรคุณบ้างเรื่องการออกมาจากถ้ำ พวกคุณเตรียมตัวเองอย่างไรกับการเดินทางออกมาที่มีความยากลำบาก 3. คุณเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้   Nine Network Australia: 1.คุณหมอชายออสเตรเลียมีความสำคัญแค่ไหนในการช่วยพวกคุณออกมาจากถ้ำ 2.คุณเอาตัวรอดโดยไม่มีอาการและน้ำ 10 วันมาได้อย่างไร   Sky News (ถามโค้ชเอก)   1. คุณให้เด็กให้เด็กกินอาหารอย่างไร และให้กำลังใจกันอย่างไรก่อนที่จะมีความช่วยเหลือมาถึง จริงหรือเปบ่าที่ทีจ่าวว่าคุณเอาอสการของคุณให้เด็กๆ 2. ในฐานะผู้ใหญ่ คุณกังวลแค่ไหนว่าคุณอาจไม่สามารถออกมาได้ 3. คุณรักษาความคิดในแง่บวกไว้ได้อย่างไร (ตอนอยู่ในถ้ำ)   BBC News (UK)  คำถามให้น้องอดุลย์   1. เราได้ยินคุณพูดภาษาอังกฤษกับนักดำน้ำอังกฤษ ช่วยเล่านาทีที่คุณเห็นพวกเค้าครั้งแรกในถ้ำ 2. Manchester United ได้เชิญทีมไปเยือน Old Trafford. คุณตะตอบรับคำเชิญอย่างไร   คำถามสำหรับทุกคน 1. พวกคุณเตรียมตัวเพื่อที่จะดำน้ำออกมาอย่างไรบ้าง เรียนว่ายน้ำหรือเปล่า 2. สิ่งแรกที่อยากทำเมื่อกลับถึงบ้านคืออะไร 3. คุณให้กำลังใจกันอย่างไร ก่อนที่นักกู้ภัยจะพบพวกคุณ   CNN 1. โลกจับตาดูเรื่องราวตั้งแต่วันที่พวกคุณหายตัวไป 2. มีอะไรอยากบอกคนที่ติดตามข่าวของคุณมั้ย 3.คุณเรียนรู้การนั่งสมาธิตอนที่อยู่ในถ้ำ - มันช่วยคุณอย่างไรบ้าง   สำนักข่าว Kyodo News   1. น้องๆผ่านช่วงเวลายากลำบากตอนที่ติดอยู่ข้างในถ้ำได้อย่างไร 2. น้องๆใช้เวลาตอนที่ติดอยู่ข้างในอย่างไร 3. รู้สึกอย่างไรตอนที่ติดอยู่ข้างใน 4. น้องๆทำอย่างไรเพื่อเอาชนะความกลัว 5. ประธาน FIFA จะเชิญน้องๆไปงานมอบรางวัล World’s best players ที่ลอนดอนเดือนกันยายน Manchester United, Benfica ก็เชิญน้องไปเยือนสโมสร น้องพิจารณาหรือยังว่าจะไปหรือไม่ไป   หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal (USA) 1. อยากทราบว่าโค้ชเอกและน้อง ๆ เข้าไปในถ้ำเพื่อไปทำอะไร เพื่อจัดงานวัดเกิดเซอร์ไพรส์ให้น้องไนท์แล้วออกมา หรือเข้าไปเดินเล่นเฉย ๆ ถึงแค่ไหนก็แค่นั้นภายในหนึ่งชั่วโมง ช่วยเล่าให้ฟังด้วยค่ะ   2. โค้ชเอกและน้อง ๆ เข้าไปลึกประมาณเท่าไหร่เมื่อมารู้ว่าไม่สามารถกลับออกมาทางเดิมได้ คือทราบว่าน้ำขึ้นสูง แต่พอจะเล่าให้ฟังได้ไหมว่า ได้ยินเสียง ได้เห็น หรือมีสัญญาณอะไรหรือไม่ก่อนหน้านั้น   3. จากจุดที่เห็นว่าน้ำขึ้นสูงไปจนถึงเนินนมสาวที่โค้ชเอกและน้อง ๆ ไปหลบอยู่ ใช้เวลานานแค่ไหน   4. โค้ชเอกและน้อง ๆ ต้องย้ายที่กันหลายครั้งหรือไม่กว่าจะได้ไปปักหลักที่เนินนมสาวที่นักดำน้ำไปพบ   5. ในการหาจุด บริเวณ หรือสถานที่ที่ปลอดภัยนั้น โค้ชเอกและน้อง ๆ ต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง   6. ในช่วงเวลาที่อยู่ในถ้ำ โค้ชเอกและน้อง ๆ ทำอะไรบ้างเนื่องจากติดอยู่ในนั้นเป็นเวลาหลายวัน   7. โค้ชเอกและน้อง ๆ ได้ทำอย่างไร ได้พูดจา เล่าเรื่อง หรือทำอะไรเพื่อเป็นการให้กำลังใจกันกันและกัน และทำให้ขวัญกำลังใจของทุกคนดี   8. เนื่องจากในถ้ำมืดมาก โค้ชเอกและน้อง ๆ ทำอย่างไรเพื่อจะรู้ว่าใครอยู่ที่ไหน และเพื่อให้รู้ว่ายังอยู่กันครบหรือไม่ มีใครหลงไปที่อื่นบ้างหรือไม่   9. โค้ชเอกและน้อง ๆ ได้พยายามหาทางออกกันเองหรือไม่ เป็นเวลานานกี่วัน และเมื่อไหร่ที่หยุดหาทางออกด้วยตัวเอง   10. มีน้องคนไหนมีทักษะ หรือใช้ความสามารถพิเศษอะไรในการเอาตัวรอด ช่วยเหลือเพื่อน หรือทำอะไรให้คนอื่นหรือไม่ในขณะอยู่ในถ้ำก่อนที่จะได้รับความช่วยเหลือ   11. อยากถามน้อง ๆ ว่า โค้ชเอกทำอะไรที่ช่วยให้น้อง ๆ สงบ มีสติ และไม่เจ็บป่วยบ้างหรือไม่ และน้องรู้สึกว่าอะไรเป็นสิ่งที่โค้ชเอกทำและน้อง ๆ จะจดจำไปตลอดชีวิต   12. โค้ชเอกและน้อง ๆ มีการตัดสินใจอย่างไรว่าใครจะออกจากถ้ำก่อนหรือออกหลัง เป็นการตัดสินใจกันเองในกลุ่มหมูป่า หรือปรึกษากับซีล หรือหมอออสเตรเลีย เลือกใครเป็นคนแรก และคนสุดท้าย และทำไม     สำนักข่าว NHK   1. ในระหว่างที่อยู่ในถ้ำ ความรู้สึกน้องทั้ง 13 คน เป็นอย่างไร? และเหตุใดจึงรู้สึกเช่นนั้น?   นสพ.อาซาฮี (The Asahi Shimbun)   1. คำถามแรกขออนุญาตถามโดยเฉพาะไปที่ นัองๆ กับ โค้ช ที่มาเป็นกลุ่มที่ 3 ว่า ทั้ง 5 คนรู้สึกอย่างไร เมื่อทราบว่าเป็นคนถูกเลือกให้เป็นกลุ่มสุดท้าย และเพื่อนทั้ง 8 ได้รับการช่วยเหลือไปก่อนแล้ว และ ทำอะไรกันบ้างระหว่างรอ? 2. อยากทราบถึงข้อความครั้งแรกที่มีการสนทนากันกับนักดำน้ำชาวอังกฤษเมื่อพบกันในครั้งแรก? 3. ไม่ทราบว่าน้องๆ ทั้ง 13 ท่าน เคยมีช่วงเวลา ที่ถ้อแท้ต่อการหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือบ้างไหม ในวันที่ก่อนที่จะมีการพบน้องๆ ทั้ง 13 คน? และ 4. ด้วยชาวญี่ปุ่นเองก็ติดตามการช่วยเหลือน้องๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำด้วยเช่นกัน อยากจะฝากข้อความใดๆ ถึงชาวญี่ปุ่นบ้าง และ อย่างไร?   สำนักข่าวซินหัว 1. ขอถามทีมหมูป่า หลังมีประสบการณ์ติดถ้ำและรอดชีวิต น้องๆมองว่าสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตคืออะไร หลังออกมาจากถ้ำแล้ว ยังคิดจะเล่นฟุตบอลต่อไหม มีความคาดหวังอย่างไรบ้าง   ขณะที่หมอภาคย์ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ที่เข้าไปอยู่กับเด็กๆ ตั้งแต่วันที่พบ บอกกับนักข่าวว่าโค้ชเอกเป็นคนเสียสละที่ไม่พูด เป็นศูนย์รวมจิตใจของเด็กๆ ทั้ง 12 คน ไม่ว่าจะอยู่กันอย่างไรในถ้ำ ในช่วงขาดอาหารทำอย่างไรรวมทั้งสอนเด็กๆ เรื่องการแบ่งปัน ส่วนเด็กๆ มีวินัย และขวัญกำลังใจดี ไม่ได้คิดว่าจะติดอยู่ในนั้นนานหรือออกมาไม่ได้ เด็กๆ เข้มแข็งมีความหวังตลอดเวลา ยังอุตส่าห์เอาหินไปขุดโพรงเองได้ถึง 5-6 เมตรทุกวันทั้งที่ไม่ได้กินอะไร เด็กๆ กังวลอยู่เรื่องเดียวคือกลัวออกมาทำงานที่ค้างไว้ไม่ทัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/katjR4aWIcQ

 9,797
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ค. 61

สภาดำนำกู้ภัยในถ้ำอังกฤษ ยกย่อง ‘หน่วยซีล’ กล้าหาญ-มุ่งมั่นเผชิญภารกิจอันตราย

วันนี้ (17 ก.ค.) เมื่อเวลา 15.46 น. เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ได้โพสต์ภาพที่ระบุว่าเป็นแถลงการณ์จากสภาการดำนำกู้ภัยในถ้ำแห่งประเทศอังกฤษ โดยมีข้อความระบุว่า   สมาชิกสภาการดำนำกู้ภัยในถ้ำแห่งประเทศอังกฤษ ผู้ได้ร่วมสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัย ณ ถ้ำหลวง ได้กล่าวยกย่องในความกล้าหาญ ในการปฏิบัติกู้ภัยของ ไทยเนวี่ซีล และความสามารถในการปฏิบัติการโดยปราศจากอุปกรณ์พิเศษ ปราศจากความรู้เฉพาะทาง และประสบการณ์เฉพาะทาง   เจ้าหน้าที่ที่ร่วมในการกู้ภัยทุกคนรู้ถึงความสำคัญในการรักษากฏความปลอดภัยในการปฏิบัติงานในภาวะคับขัน และ นักดำน้ำทุกคนตระหนักซึ้งถึงความสำคัญนั้นเช่นกัน แต่มันชัดเจนว่า ซีล จำเป็นจะต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ด้วยความสามารถ ประสบการณ์ และอุปกรณ์ทุกอย่างเท่าที่มี เพื่อรักษาชีวิตเด็กๆ เหล่านั้น   ถ้าจะกล่าวว่าพวกเขาทำงาน “อย่างอันตราย” ตามที่นักดำถ้ำหลายๆ คนกล่าว ก็ไม่ถูกนัก แต่จะต้องกล่าวว่า พวกเขา “มุ่งมั่นเผชิญภารกิจอันตราย” แม้ว่าอุปกรณ์และประสบการณ์จะไม่พร้อมก็ตาม และในความเห็นของผม มันไม่มีสิ่งใดจะมาวัดความกล้าหาญนี้ได้เลย   พวกเราทุกคนรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง เมื่อได้ทราบข่าวการสูญเสียหนึ่งในซีลไป และถึงแม้ว่าพวกเราจะได้นำเด็กๆ ออกมาแล้ว แต่ทุกคนก็ยังไม่สามารถเบาใจ และฉลองภารกิจได้ จนเราได้แน่ใจว่าซีลทั้ง 4 คนที่ไปอยู่โถง 9 กับเด็กๆ ได้กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว ผมหวังว่าคนไทยจะมอบรางวัลที่ทรงเกียรติเพียงพอสำหรับซีลเหล่านั้น   ในมุมมองของผม ซีล ช่างกล้าหาญอย่างที่สุด และเป็นนักดำน้ำที่มีความสามารถอย่างยิ่ง พวกเขาไม่คุ้นเคยกับการปฏิบัติการในถ้ำ แต่มันเป็นการทดสอบความสามารถเฉพาะตัว และเป็นการทดสอบความสามารถในการปรับรูปแบบปฏิบัติการให้บรรลุภารกิจ แม้ว่าจะไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมก็ตาม และสำหรับผม มันยังเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่ได้เฝ้ามองและเรียนรู้จากการปฏิบัติภารกิจของพวกเขา “ภารกิจการดำน้ำในถ้ำที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง” Cr. ร.อ.บูรศักดิ์ บ.

 3,742
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ค. 61

มท.1 ย้ำ ขอสัญชาติให้ทีมหมูป่า ต้องทำอย่างรอบคอบ-เป็นไปตามกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุการพิจารณาให้สัญชาติทีมหมูป่า 4 คน ต้องทำอย่างรอบคอบ ชี้ไม่ใช่การตัดสินใจของผู้มีอำนาจ แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย   พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการขอสัญชาติของทีมหมูป่าอะคาเดมี 4 คน ที่ยังเป็นบุคคลไร้สัญชาติ ว่า ต้องพิจารณาตามกฏหมาย เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจจะให้สัญชาติใครก็ได้ แต่ต้องมีหลักฐาน และสามารถพิสูจน์ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากถูกต้องครบถ้วนก็สามารถให้ได้ แต่หากไม่ถูกต้องก็จะถือเป็นความผิดของผู้ที่ให้ ดังนั้นทุกขั้นตอนจึงอาจใช้ระยะเวลาดำเนินการ เพราะต้องทำอย่างรอบคอบ   ทั้งนี้ การให้สัญชาติไทยกับกลุ่มต่างๆ ครั้งล่าสุด เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่แล้ว และนับตั้งแต่ปี 2557 ได้พิจารณาไปกว่า 2 หมื่นคน ซึ่งบางกรณีแม้พ่อแม่จะเข้ามาไม่ถูกต้อง แต่อยู่อาศัยเกิน 15 ปี และมีหลักฐานพิสูจน์การเกิดในประเทศไทยก็สามารถให้สัญชาติได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในแต่ละประเภท      

 844
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 61

โคราชจัดใหญ่ เตรียมแห่ 'หมอภาคย์' - ฮีโร่ถ้ำหลวงรอบเมือง

พ.ท.นายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่3 ประจำค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ก็ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัว พร้อมภาพที่ถ่ายร่วมกับน้องๆทีมหมูป่าทั้ง 13 คนที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมกับข้อความระบุว่า   "เจอกันที่โคราชนะ   สิ่งที่ผมประทับใจเด็กๆทีมหมูป่า   ความสดใสซื่อเดียงสา มองโลกในแง่ดี มีขวัญ&กำลังใจดีเยี่ยม แม้จะอยู่ในสถาพแวดล้อม/สถาณการณ์วิกฤต ทุกวันเด็กๆจะไปขุดโพรงหาทางออกโดยใช้เศษหิน (ได้ลึกถึง 5 เมตรเลย) ทั้งๆที่ไม่ได้กินข้าวกัน   มีวินัย...รวมรวมเศษขยะ หลังกินแต่ละมื้อ ทิ้งลงถุงดำ   โค้ชเอกสอนเด็กๆเสมอว่าไม่ให้เก็บสิ่งของจากในถ้ำเอากลับไปเป็นของตนเอง...ซึ่งเด็กๆทุกคนก็เชื่อฟังและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี โค้ชเอก จิตใจดีงาม เป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง   ผมแอบสังเกตตั้งแต่วันแรก เอกจะให้เด็กๆอิ่มก่อนโดยแบ่งอาหารในส่วนของตนให้เด็กๆ   ผมมั่นใจในการดูแลเอาใจใส่เด็กๆอย่างดีก่อนที่ทีมจะมาพบเด็กๆ เพราะสุขภาพกาย&ใจ ของเด็กๆทุกๆคน ดีกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้มากทีเดียว   เด็กๆทีมหมูป่าทุกคนทราบถึงความเสียสละของทุกคนในการค้นหาพวกเค้า   และ ผมมีความมั่นใจว่าเด็กๆหมูป่าจะเติบโต เป็น 'บุคลากรที่ยอดเยี่ยมของประเทศ ทำคุณประโยชน์ และ ชื่อเสียงให้ประเทศไทยในอนาคตต่อไป"   นอกจากนี้หลังจากที่หมอภาคย์ ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ได้เดินไปที่ไร่เชิญตะวัน ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธีหรือพระอาจารย์ ว. เพื่อไปขอพร เป็นสิริมงคลพร้อมกับได้รับการผูกข้อมือสู่ขวัญ จากพระอาจารย์ ว. ก่อนจะเดินทางกลับ   ขณะที่ จ.โคราช เตรียมจัดขบวนแห่รอบเมืองต้อนรับหมอภาคย์ และเหล่าฮีโร่ถ้ำหลวง พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติ และเสื้อสามารถให้เป็นแบบอย่างที่ดีกับสังคม   โดยในเบื้องต้นทางจังหวัดจะจัดให้มีขบวนแห่ตั้งแต่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีไปรอบตัวเมืองนครราชสีมา เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความชื่นชม ยินดี และให้กำลังใจกับทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม   โดยเฉพาะในส่วนของหมอภาคย์นั้นจะมีการจัดนิทรรศการแสดงประวัติอย่างละเอียด และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสฮีโร่ตัวจริงอย่างใกล้ชิดอีกด้วย พร้อมกันนี้ทางจังหวัดนครราชสีมาจะมีการมอบโล่เกียรติยศ และเสื้อสามารถให้กับฮีโร่ทุกคนเพื่อเชิดชูเกียรติ และให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่สาธารณะประโยชน์ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f-xaoqP91ls

 4,703
เศรษฐกิจ
17 ก.ค. 61

คอหวยโยงเลขทีมหมูป่า-อายุจ่าแซม-ทะเบียนนายกฯ-ผลบอลโลกรอบชิง รับทรัพย์หวยงวด 16 ก.ค.61

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 กรกฏาคม 2561 รางวัลที่ 1 หมายเลข 596324 เลขท้าย 2 ตัว 27 ทำให้คอหวยวิจารณ์ถึงเลขจากข่าวทีมหมูป่า ที่มีการพบ 13 ชีวิตในถ้ำ วันที่ 2 เดือน 7 (27) และเลขอายุจ่าแซม 38 ซึ่งเลขท้าย 3 9วก็ออกเลข 138 รถพยาบาลที่ลำเลียงหมูป่าคนที่ 13 นำส่งโรงพยาบาล เลขทะเบียน 98924 ตรงกับ 2 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1 เลข 24 นั่นเอง   ยังมีเลขทะเบียนนายกฯ ลงพื้นที่เรือล่มที่ภูเก็ต ใช้รถ กว.9432 ซึ่งตรงกับ 3 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1 ที่ออก 324   และยังมีข่าวรถจมน้ำของชายหายปริศนา 7 ปี ทะเบียนรถ ญล 4327 ตรงกับเลข3 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1 คือเลข 324 และเลขท้าย 2 ตัว 27   นอกจากนี้ยังข่าวบอลโลก คู่ชิงชนะเลิศคืนก่อนหวยออก ฝรั่งเศสชนะโครเอเชีย 4-2 หรือโครเอเชียแพ้ฝรั่งเศส 2-4 ก็ตรงกับ 2 ตัวท้ายรางวัลที่ 1 ที่ออก 24 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/25jWIMRriwY

 5,135
ต่างประเทศ
17 ก.ค. 61

นักดำน้ำอังกฤษ เผยวิธีลำเลียง 13 ชีวิตหมูป่า ชี้ 'จ่าแซม' เป็นจุดเปลี่ยนพาเด็กออกจากถ้ำ

นายเจสัน เมลลินสัน นักดำน้ำวัย 50 ปี และนายคริส จีเวลล์ วัย 35 ปี นักดำน้ำชาวอังกฤษ บอกถึงเบื้องหลังการช่วยชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ทั้ง 13 ชีวิตในถ้ำหลวง   บอกว่าเป็นภารกิจที่เสี่ยงตั้งแต่เคยมีมา สภาพน้ำในถ้ำขุ่นเหมือนน้ำกาแฟ มีน้ำอยู่เต็ม 6 ช่วง ความยาวรวมกว่า 1 กิโลเมตร บางช่วงแคบมาก เป็นอุปสรรคสำคัญ บริเวณเนินนมสาวจุดที่ทีมหมูป่าติดอยู่ภายในก็มีอากาศเบาบาง ให้เด็กเขียนจดหมายออกมาหาพ่อแม่ หยอกล้อเล่นกับเด็กเพื่อผ่อนคลาย   แต่จากสภาพภายในถ้ำทำให้คิดขึ้นมาว่าเด็กๆอาจจะไม่รอดหากถูกปล่อยไว้ในช่วงหน้าฝนหลายเดือน ตามแผนแรกของทางการไทย จนกระทั่งการเสียชีวิตของจ่าแซม-นาวาตรีสมาน กุนัน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยซีลที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทางการไทยได้รู้ว่าทีมดำน้ำจากอังกฤษเป็นความหวังเดียวที่จะนำเด็กออกมาได้ และตัดสินใจเปลี่ยนแผนเพื่อนำเด็กดำน้ำออกมา   การตัดสินใจดังกล่าวทำให้สมาคมกู้ภัยผู้ติดถ้ำ ของอังกฤษ ต้องขอกำลังสนับสนุนจากองค์กรกู้ภัยในถ้ำของยุโรปเพื่อรวมตัวนักดำน้ำในถ้ำอีกจำนวนมากเพื่อสนับสนุนภารกิจครั้งสำคัญในครั้งนี้   ซึ่งหลังจากตัดสินใจที่จะนำตัวเด็กดำน้ำออกมา ก็มีรายงานว่าสมาชิกทีมหมูป่าไม่ได้มีโอกาสได้ทดสอบหน้ากากฟูลเฟซมาสก์มาก่อน แต่ได้ทำการทดสอบกับเด็กที่สระว่ายน้ำในพื้นที่ใกล้เคียงก่อนหน้านี้   โดยนักดำน้ำแต่ละคนจะเตรียมพร้อมเด็กให้ใส่ชุดยางสำหรับดำน้ำและตรวจสอบว่าหน้ากากดำน้ำกันน้ำรอบใบหน้าเด็กหรือไม่ ก่อนที่จะนำเด็กลงน้ำในท่าคว่ำหน้าโดยเด็กๆได้รับยาที่ทำให้สงบก่อนด้วย ซึ่งเด็กๆกล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีอาการตกใจกลัวแม้แต่นิดเดียว   รายงานระบุว่า ในช่วงแรกของการดำน้ำเป็นช่วงที่ยาวที่สุดราว 350 หลาอย่างไรก็ตามช่วงนี้ค่อนข้างกว้างทำให้นักดำน้ำสามารถหิ้วเด็กๆไปโดยใช้เชือกนำทางไปตลอดเส้นทางโดยใช้เวลาราว 20 นาที   ซึ่งเด็กๆเข้าใจภาษาอังกฤษได้บางคำ โดยส่วนใหญ่นักดำน้ำจะพูดว่า โอเค? เพื่อลดความเครียดให้กับเด็ก ซึ่งการลำเลียงออกมาจะเป็นการดำน้ำแบบนักดำน้ำ 1 คนต่อเด็ก 1 คน โดยสามารถเคลื่อนเด็กได้อย่างอิสระ โดยในบางช่วงจำเป็นต้องส่งเด็กลอดใต้ตัวเราไป   โดยเด็กแต่ละคนจะใส่เสื้อชูชีพ ทำให้สามารถจับสายที่ด้านหลังของเสื้อได้ และระหว่างเด็กและตัวนักดำน้ำจะมีเชือกคล้องระหว่างกัน นอกจากนี้ยังต้องจับเชือกนำทางเอาไว้ตลอดไม่เช่นนั้นก็อาจจะหลงทางได้   นอกจากนี้ทั้งสองตัดสินใจไม่ใส่ถุงมือยางระหว่างปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เนื่องจากต้องการประสาทสัมผัสที่ชัดเจน เพื่อช่วยเด็กจากการกระแทกกับก้อนหิน ซึ่งนั่นส่งผลให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บที่มือและข้อนิ้วอย่างรุนแรง และว่าหากถังอากาศทำงานพลาดหรือเด็กกระแทกกำแพงนั่นอาจทำให้เสียชีวิต ได้ ดังนั้นจึงต้องว่ายน้ำให้เร็วที่สุดเพื่อพาเด็กไปถึงโถงต่อไปให้ได้   ทั้งนี้นักดำน้ำใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมงเพื่อนำเด็กแต่ละคนไปถึงมือเจ้าหน้าที่อเมริกันและไทยและนั่นเป็นเส้นทางใต้น้ำที่ยาวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนที่ราว 1 กิโลเมตร ด้วยทัศนวิสัยที่แทบจะมองอะไรไม่เห็นเลยโดยตลอดระยะทางมัลลินสัน สังเกตการหายใจของเด็กๆผ่าน เสียงฟองอากาศที่ออกมาจากหน้ากาก โดยบางคนมีการหายใจในระยะห่างปกติ แต่บางคนก็มีการหายใจที่มีความลึกและมีระยะห่างมาก    ในวันที่ 3 ที่เหลือเด็ก 4 คนและโค้ชอีก 1 คน ที่เนินนมสาว มัลลินสัน ตัดสินใจทำงานแข่งกับเวลาโดย ดำน้ำสองเที่ยวเพื่อนำเด็กคนสุดท้ายออกมา และเปิดเผยว่าจริงๆแล้วโค้ชของเด็กทีมหมูป่าอคาเดมีนั้นออกมาเป็นคนที่ 9 ไม่ใช่คนที่ 13 อย่างที่สื่อเข้าใจก่อนหน้านี้   ทัศนวิสัยขณะนำเด็กคนสุดท้ายออกมานั้นแย่มาก จนไม่สามารถมองเห็นมือตัวเองได้เลยทีเดียว ทำให้ต้องนำใบหน้าของเด็กมาใกล้ตัวให้มากที่สุดในกรณีที่เกิดกระแทกกำแพงหิน ตนจะยอมถูกกระแทกก่อนเด็ก และว่าเด็กๆสามารถจมน้ำได้ทุกเมื่อหากซีลที่หน้ากากเกิดรั่วขึ้นมา   พวกเขาทั้งคู่พยายามไม่ให้ตกต้องตกอยู่ในห้วงของอารมณ์มากนักและพยายามคงไว้ซึ่งความสุขุมเยือกเย็น อย่างไรก็ตามพวกเขา ยอมรับว่าในการดำน้ำช่วงสุดท้ายก็รู้สึกจุกขึ้นมาในอกด้วยความตื้นตัน และคิดว่าตนสามารถทำภารกิจที่ยากลำบากนี้ได้สำเร็จ  

 81,584

Top