ค้นหา :

ผลการค้นหา "ถ้ำหลวง"

สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

หัวหน้าทีมซีล เผยความเครียดภารกิจถ้ำหลวง รอ 23 ชม.ไม่รู้ข่าวเป็นหรือตาย เล่านาทีสูญเสียจ่าแซม

นาวาเอก อนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ เป็นหัวหน้าทีมซีลในปฎิบัติการช่วยเหลือ กล่าวเปิดใจเล่าเรื่องปฎิบัติการช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มจนจบปฎิบัติการ ระหว่างการแถลงข่าวแถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย โดยระบุว่า   เจ้าหน้าที่หน่วยซีลเป็นชาวทะเล เมื่อฟังบรรยายสรุป ก็คือว่าถ้ำน่าจะมีแสงสว่างบ้าง ภารกิจไม่น่ายาก แต่ก้าวแรกที่ก้าวไปในถ้ำก็รู้เลยว่าไม่ใช่งานง่าย ในถ้ำมืดสนิท เส้นทางจากปากถ้ำถึง 3 แยก ประมาณ 3 กิโลเมตร ต้องปืนโขดหิน วันแรกไปถึง 05.30 น. พยายามตามรอยเด็กเข้าไป โดยตลอดเส้นทางแคบๆ ผนังถ้ำเป็นโคลนหนา แสดงให้เห็นว่า ที่นี่เคยมีน้ำท่วมสูง เราทำงานตั้งแต่ ตีห้า จนถึงเย็น   ต่อมาประมาณ 16.30 น. จึงรีบถอนตัว เพราะน้ำสูงขึ้น จึงเสนอแนะผู้ว่าฯว่าหากจะทำงานได้ต้องสูบน้ำ ต่อมามีการระดมกำลังจำนวนมากในการสูบ แต่ทีมช่วยก็รอไม่ได้ เพราะน้ำลดช้า ทีมช่วยจึงวางเส้นนำไปเรื่อยๆ จนถึงโถง3 และ สามแยก โดยนักดำน้ำประเทศอังกฤษ ก็ดำไปจนพบเด็ก ไป-กลับโถงสาม ใช้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง หน่วยซีลจึงเตรียมเสบียง ขนม แผ่นฟอยล์ที่ทำร่างกายอบอุ่น และส่งทีมซีลไปใหม่ โดยการทำงานทุกคนดูตามเวลา เพราะไม่มีแสง เช้าต่อมาจึงส่งซีลที่เก่งที่สุดไป ตามด้วยอีกทีมที่มีหมอภาคย์ ตามไปด้วย แต่ก็ต้องกังวล เพราะขาดการติดต่อทั้งสองทีมถึง 23 ชม. ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย หน่วยซีล 3 คนจึงกลับมาที่ โถง 3 เพื่อมารายงานข่าว เพราะคนอื่นอากาศหมด   ทั้งนี้การดำน้ำในภารกิจนี้ยากมาก มีความเสี่ยงสูง จากความเสี่ยงต่างๆทั้งความมืด การไม่มีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน อากาศที่เหลือน้อย และความกังวลเรื่องระดับน้ำที่อาจจะเพิ่มขึ้นมา โดยไม่รู้จะเพิ่มมาอีกเมื่อไหร่ แต่ก็ไม่สามารถทิ้ง 13 ชีวิตได้  โดย 3 คนที่กลับมาก็ต้องเข้า รพ.ทั้งหมดเพราะสภาพร่างกายแย่มาก ยิ่งรับรู้ว่า แผนอื่นๆไม่น่าจะช่วยเด็กได้ ทีมดำน้ำก็ยิ่งเครียด และทุกครั้งที่ส่งทีมซีลเข้าไป กว่าจะกลับมาให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่นานมาก นี่คือความเครียด   กระทั่งเกิดเหตุจ่าแซม ที่ออกไปร่วมกับทีมจากต่างชาติ เพื่อไปวางขวดอากาศ ซึ่งทีมนักดำน้ำต่างชาติ ใช้เวลากลับมา 3 ชม. ทางเราคาดว่าจ่าแซมกับเพื่อนน่าจะกลับมา แต่ 6 ชม.ผ่านไปแล้ว ทีมจ่าแซมก็ยังไม่กลับ ตอนแรกคิดว่าลูกน้องเราน่าจะเหนื่อยและพัก กระทั่งคู่บัดดี้กลับมา แจ้งว่าจ่าแซมเสียชีวิต ยืนยันทุกคนยอมรับความเสี่ยง เรื่องการสูญเสียทุกคนเตรียมใจอยู่แล้ว แม้เราต้องสูญเสีย 1 ชีวิต แต่กับอีก 13 ชีวิตที่รออยู่ เราก็ต้องเดินหน้าต่อ หน่วยซีลถูกฝึกมาเพื่อรับความเสี่ยงและการสูญเสียอยู่แล้ว   ทั้งนี้ภารกิจนี้ ทำให้หน่วยได้เห็นวิธีการดำน้ำจากทีมงานระดับโลก เพื่อพัฒนาความสามารถในการรองรับภัยต่างๆที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZJeiSkB-otA   ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Noppera Bosri 

 6,495
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

ผบ.หน่วยซีล เล่าภารกิจพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำ เผย 'โค้ชเอก' เป็นคนเขียนชื่อเด็กใครออกก่อนหลัง

พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวแถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ว่า     ฮีโร่นั้นคือหลายๆ คน งานสำเร็จได้เพราะหลายหน่วยร่วมกัน สำหรับหน่วยซีล เราได้ฝึกมาสำหรับภารกิจแบบนี้อยู่แล้ว สโลแกนของ ทร. คือ ทร.จะไม่ทิ้งประชาชน เมื่อได้รับแจ้งให้ซีลทีมมาช่วยผู้ประสบภัย กองทัพเรือก็สั่งโดยทันที ชุดแรก เครื่องบินออกจากสัตหีบเที่ยงคืน ถึงเชียงรายตีสอง ระลอกแรก 20 ท่าน ตี 4 ก็ปฏิบัติการเลย ตอนนี้แรกเราไปได้ถึงจุดสามแยก ซึ่งกู้ภัยชุดแรกไม่สามารถทะลุไปยังจุดดังกล่าวได้ เนื่องจากทรายได้ไหลมาอุดช่องดังกล่าว     ในขณะนั้นเมื่อเราทะลุช่องไปแล้ว ก็ได้ดำไปจนถึงพัทยาบีช ซึ่งเจอแต่รอยเท้า ไม่เจอน้องๆ ซึ่งวันนั้นสภาพในถ้ำนั้น เราไม่เคยเจอ มืดมาก ฝนตกหนักมาก ทำให้ต้องถอยร่นจากสามแยก ถอยมาเรื่อยๆจนถึงโถงสาม ในช่วงนั้นได้รับรายงานมาเรื่อยๆ     แต่ผมไม่ทราบว่า มันยากขนาดไหน เลยขออนุญาตบินมาเชียงราย จากหกโมงเย็น ผมเข้าถึงโถงสาม ก็พยายามสูบน้ำ สุดท้ายเราก็สู้น้ำไม่ได้ ต้องถอยร่นออกมา ก็ได้เห็นความยากลำบาก จึงได้ขอกำลังพลมาเป็นระลอกที่ 2-3 ด้วยสภาพน้ำ แต่ก็ยังสู้น้ำไม่ได้ ถอยมาจนถึงปากถ้ำ     ตอนนั้นความหวังเหลือนิดเดียว ทำให้ห่วงว่าจะช่วยได้อย่างไร น้องๆ จะอยู่อย่างไร ช่วงนั้นความหวังเราเหลือนิดเดียวซึ่งในขณะนั้นก็มีหน่วยอื่นมาช่วยสูบน้ำออก เราสู้กับน้ำมา 2 วันซึ่งน้ำมันลดไป 1-2 ซม เท่านั้น ซึ่งเราก็พยายามเข้าไปดู มุดน้ำเข้าไป ทำให้พบว่า โถง 3 ยังคงมี่ที่วางให้วางกองบก.ได้ แต่การเข้าไปไม่ง่าย ลุยน้ำ มุดน้ำเข้าไป   แต่เราจำเป็นต้องสู้ ไม่งั้นความหวังที่ช่วยก็ไม่มี สุดท้ายตัดสินใจว่า เราจะสู้กับน้ำ โดยเราต้องหาขวดอากาศมาเป็นจำนวนมาก ในช่วงแรกได้รับการบริจาคจากภาคเอกชน 200 ขวด ต้องขอบคุณด้วย ต่อมาได้รับพระราชทานมาอีก 200 ขวด พร้อมอุปกรณ์อื่นๆอีก     เราก็ตั้งใจว่า เราจะเป็นมนุษย์น้ำ วางขวดอากาศไปวางให้ได้ ใครดำไปก็เอาขวดอากาศไป 3 ขวด ขวดไหนหมด ก็เปลี่ยนกับขวดที่ติดไว้ก็โชคดีเรามีเพื่อนๆ นานาชาติมาช่วยเรามีนักดำน้ำจากต่างประเทศ ในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำจริงๆ     ต่อจากนั้นเราก็มีแผนว่าจะทำยังไงจะหาน้องๆเจอ เราก็วางแผนทีละ 200 เมตร เป็นเทศนี้ 200 เมตร แบ่งๆกันช่วยกันต่อระยะเข้าไป แต่สุดท้ายก็โชคดี เมื่อเราต่อระยะของไลน์ไปเรื่อยๆ ทำให้นักดำน้ำไปเจอน้องๆในถ้ำ และได้ถ่ายภาพดังที่เราได้เห็นไปแล้ว เราดีใจนะครับ น้องๆ อยู่ได้อย่างไร นักดำน้ำบอกว่าน้องๆ วิ่งลงมาหาเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษากันว่า น้องๆทำได้อย่างไร     ซึ่งหลังจากที่เจอแล้ว เราได้ส่งพันโทภาคย์ ที่เห็นซีลและเป็นหมอ เข้าไป ระลอกแรก เราส่งหมอภาคย์และซีล เข้าไป 4 คนอยู่กับน้องๆ ต่อมาส่งไปอีก 3 คน หลังจากวันนั้น มันมีรายละเอียดเยอะ ขอไม่ลงแล้วกันไม่งั้นเป็นนิยายยาวเลย   สุดท้ายแล้วมี 4 คนอยู่กับน้องๆ เค้า ซึ่งก็ได้แถลงข่าวไปแล้วว่า น้องๆ อยู่ได้เป็นเดือน แค่ส่งน้ำ อาหารเข้าไป เพื่อรอการหาทางเข้าไปในทางอื่น แต่สุดท้ายมาเจอข้อจำกัด เนื่องจากอากาศน้อย ปริมาณออกซิเจนน้อยลง วันแรกที่ตรวจเจอว่า ออกซิเจนมันแค่ 15% ก็คิดล่ะเราก็กังวล ทีมงานก็พยายามเอาไปเติม     อีกอย่างคือปริมาณน้ำฝน ตอนนี้เป็นหน้าฝนเราสู้กับธรรมชาติยากมาก จะทำอย่างไรถ้าน้ำเต็มร้อย% อากาศจะเป็นยังไง ถ้ำจะเจาะได้หรือไม่ เพราะมันหนา 500 ม. ไม่นับที่เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ซึ่งทีมดำน้ำก็มาคุยกัน ก็ได้นักดำน้ำมือดีๆ ระดับโลก มาคุยกัน ซึ่งผบ.ก็ปลื้มใจมากที่ได้พูดคุยกับคนเก่งๆ ซึ่งก็ได้แผนอย่างที่เห็น และได้รับการอนุมัติจากท่าน ผบ.เหตุการณ์     สุดท้ายเราก็นำน้องๆออกมาครบ ทั้ง 13 ชีวิต รวมทั้ง หน่วยซีลทั้ง 4 ชีวิตตามที่ได้เห็นกัน ภารกิจในครั้งนี้ถือว่ายากมากจริงๆ ทำให้เราต้องพัฒนาบุคคลากรของเราให้เก่งขึ้นไปอีก ให้รับกับภัยพิบัติในหลายๆรูปแบบซึ่งเราเจอกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่กี่วันก็ที่ใต้ ดังนั้น ทร. เราก็จะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะกองทัพเรือเราไม่ทิ้งประชาชน     สำหรับเรื่องของการนำเด็กออกมาจากถ้ำด้วยการขึ้นเปลนั้น ไม่ใช่การวางยาสลบเด็ก แต่เป็นยาที่แพทย์สั่งเพื่อไม่ให้เกิดการตื่นตะหนก ในการคัดเลือกเด็กๆว่าใครจะออกมาก่อนนั้น โค้ชเอกจะเป็นคนเขียนชื่อ ซึ่งโค้ชเอกไม่ใช่คนที่ออกเป็นคนสุดท้าย แต่เป็นคนที่ออกในล็อตสุดท้าย พร้อมพูดถึงจ่าแซมว่าเป็นการสละชีพอย่างสมเกียรติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nNfDitJL0go

 171,107
ต่างประเทศ
12 ก.ค. 61

สื่อนอกสะท้อนภารกิจถ้ำหลวง เป็นโมเดลความไม่เห็นแก่ตัวของโลก

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ นำเสนอมุมมองจากทั่วโลกต่อภารกิจ ช่วยทีมหมูป่าอคาเดมี่ที่ติดในถ้ำหลวง จ.เชียงราย ประเทศไทย โดยมีบทความจากหนังสือพิมพ์ The Gurdian สะท้อนว่าการช่วยชีวิตเด็กๆติดในถ้ำประเทศไทยครั้งนี้เป็นชัยชนะของความกล้าหาญ ความเชี่ยวชาญและความรัก   คนทั่วโลกอาจไม่เข้าใจการทำงานของนักดำน้ำ ที่ต้องเจอกับสภาพความย่ำแย่ ความแคบ ความมืดของถ้ำ แต่ภารกิจก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แม้แรกๆหลายคนจะมองว่าเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ (Mission Impossible) แต่ตอนนี้ทุกคนต้องเรียกว่าภารกิจที่เป็นไปได้ (Mission Possible)   เรื่องราวของทีมหมูป่าจะกินใจทั่วโลก ไม่ใช่แค่พวกเขาเป็นเด็ก แต่ยังสื่อถึงการที่ไม่มีความเห็นตัว มีแต่ความเสียสละ ไม่มีการกล่าวโทษกัน โดยพ่อแม่ของเด็กๆไม่กล่าวโทษโค้ชเอกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น   พร้อมชื่นชมผู้นำ ตัดสินใจไม่ให้สื่อเข้าถึงตัวเด็กหลังออกจากถ้ำ ถือว่าภารกิจนี้เป็นโมเดลความร่วมมือระหว่างประเทศ และความไม่เห็นแก่ตัว   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม              The rescue of the Thai cave boys is a triumph of bravery, expertise and love. การช่วยชีวิตเด็กๆติดในถ้ำประเทศไทยครั้งนี้เป็นชัยชนะของความกล้าหาญ ความเชี่ยวชาญและความรัก   Many people thought it was Mission Impossible but now people are calling it Mission Possible. หลายคนจะมองว่าเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ทุกคนต้องเรียกว่าภารกิจที่เป็นไปได้   The boys'parents didn't blame their coach for what happened. พ่อแม่ของเด็กๆไม่กล่าวโทษโค้ชเอกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น   This has been a model of international cooperation and coordinated selflessness. เรื่องนี้เป็นโมเดลความร่วมมือนานาชาติและความไม่เห็นแก่ตัว    

 11,713
ต่างประเทศ
12 ก.ค. 61

ศิลปินอินเดียปั้นปฏิมากรรมทราย เชิดชู 'จ่าแซม' วีรบุรุษถ้ำหลวง

ทั่วโลกจับตาภารกิจช่วยทีมหมูป่าอคาเดมี่ที่ติดในถ้ำหลวง จ.เชียงราย ประเทศไทย และยกย่องให้จ่าเอกสมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตขณะลำเลียงถังอากาศ ระหว่างปฏิบัติภารกิจช่วยน้องๆ ทำให้ทั่วโลกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษถ้ำหลวง   ล่าสุดนาย สุดาชาน ปัตเนก (Sudarsan Pattnaik) ศิลปินนักก่อกองทรายชื่อดังของอินเดีย ได้สร้างปฏิมากรรมทรายเป็นรูปของจ่าแซม บริเวณ ชายหาด Puri ที่อินเดีย ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปของจ่าแซม สวมหมวกสีแดง มีกุหลาบสีแดงเคียงข้างและข้อความบนประติมากรรมทราย “RIP..TRUE Hero” มีฉากหลังเป็นวิวทะเล   โดยเขาได้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์พร้อมกับระบุข้อความว่าภาษาอังกฤษว่า ” #ThaiCaveRescue: I pay tribute to diver Saman Kunan who died during the difficult cave rescue operations. My SandArt at #Puri beach in India with message RIP…True Hero”   ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “ผมขอไว้อาลัยให้แก่ จ่าเอกสมาน กุนัน นักประดาน้ำที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจกู้ภัยถ้ำหลวง นี่คืองานปฏิมากรรมจากทรายของผมที่หาดPuri ในอินเดีย ที่มอบแด่ฮีโร่ของพวกเราอย่างแท้จริง ขอให้ไปสู่สุขคติครับ”   นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งปฏิมากรรมเป็นรูปเด็กๆหมูป่าติดในถ้ำ พร้อมข้อความว่า We pray for safe rescue of the Thai boys. พวกเราขอภาวนาให้การช่วยชีวิตเด็กไทยปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rN_N9pkODFk

 2,990
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

เปิดคลิปปฏิบัติการที่โลกต้องจดจำ ลำเลียง 13 ชีวิตหมูป่าออกจากถ้ำ ให้เด็กแค่นอนหายใจมา

วันที่ 11 ก.ค. เมื่อเวลา 18.39 น. ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ได้โพสต์คลิปวิดีโอเป็นภาพปฏิบัติการขณะนำทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ เผยให้เห็นการทำงานแต่ละขั้นตอนที่ยากลำบาก พร้อมระบุข้อความว่า   "ปฏิบัติการที่โลกต้องจดจำ......Operation the world nevers forget เราจะไม่ลืม 18 วัน ที่คนทั้งโลกผสานใจมารวมกันอยู่ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อพานักฟุตบอล 12 คนและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมีกลับบ้าน และเราจะจดจำความเสียสละ ความกล้าหาญ และจิตใจที่งดงามของ เรือโทสมาน กุนัน ตลอดไป “เราจะทำเต็มที่ เดินหน้าอย่างเดียว ไม่พบ..เราไม่เลิก” Hooyah Hooyah Hooyah   โดยจะเห็นการปฏิบัติงานของนักดำน้ำตั้งแต่โถง 3 ก่อนเข้าไปสู่เนินนมสาวเพื่อรับเด็กๆออกมา ซึ่งเมื่อเด็กออกจากเนินนมสาว จะใส่หน้ากากและต่อกับขวดออกซิเจน โดยมีนักดำน้ำประกบเป็นคู่ออกมา ตอนนั้นต้องใช้วิธีการไม่ให้เด็กตื่นตระหนก ก่อนนำพาใส่เปลมาเรื่อยๆ   เมื่อมาถึงโถง 3 และปากถ้ำต้องใช้แรงพอสมควร เด็กแค่นอนหายใจ ทำตัวนิ่งๆมาเท่านั้นและมีคนหิ้วเปลออกมาอย่างปลอดภัยก่อนนส่ง รพ.สนาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J52gRGKFqeo

 56,146
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

เปิดภาพทีมหมูป่า-หน่วยซีลใน รพ. ชู 2 นิ้ว พ่อแม่เยี่ยมผ่านกระจก แพทย์เผยแข็งแรงดี แต่ยังไม่ให้เล่นกัน

ระหว่างการแถลงข่าวแถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย นำโดยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ จ.เชียงราย ในฐานะผบ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง   ได้มีการเผยแพร่ภาพของเด็กๆ ระหว่างกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาลแบ่งเป็น 3 ห้อง ตามล็อตที่ออกมาในแต่ละวัน ซึ่งแพทย์ได้ตรวจร่างกาย และให้ชูมือสองนิ้วเป็นสัญญาณบอกว่าโอเค และไหว้สวัสดี โดยเด็กๆ สามารถพูดคุย นั่งบนเตียงได้ และเดินเข้าในห้องน้ำได้ มีแพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่อนุญาตให้เล่นกัน ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กล็อตแรกสามารถเยี่ยมได้ ส่วนล็อตต่อมาสามารถเยี่ยมผ่านกระจก   นอกจากนี้ยังมีหมอภาคย์ และเจ้าหน้าที่หน่วยซีลรวม 4 นาย พักในห้องปลอดเชื้อเช่นกัน โดยทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรง สีหน้ายิ้มแย้ม เดินบริเวณรอบๆเตียง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nKPkVmQCry4

 4,937
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 61

‘ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง’ ร่วมภารกิจช่วยทีมหมูป่าเดินทางกลับบ้าน ปชช.แห่ต้อนรับอบอุ่น

วันนี้ (11ก.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ทีมเก็บรังนกนางแอ่นจากเกาะลิบง จ.ตรัง จำนวน 18 คน นำโดย นายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งอาสาเดินทางไปร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. นั้น ล่าสุด ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่แล้วเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาโดยสวมใส่ชุดฟอร์มสีเหลือง หลังเสร็จสิ้นภารกิจการค้นหาทีมหมูป่า โดยมีการจัดพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นทั้งจากทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ที่ได้เขียนป้ายต้อนรับ ‘ฮีโร่ลิบง’ พร้อมมอบเงินจำนวน 5,000 บาทและของที่ระลึก อีกทั้งยังมีคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลาที่ไปร่วมเป็นกำลังใจรวมทั้งเสียงปรบมือของเจ้าหน้าที่สนามบินและประชาชนที่ร่วมกันต้อนรับ นายอะลิเฟน เทศนำ หนึ่งในทีมงานจากเกาะลิบง เปิดเผยว่า ดีใจที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหาทีมหมูป่า ทีมงานเก็บรังนกเกาะลิบงไปด้วยใจไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น และขอบคุณคนไทยที่ยกย่องให้เป็นฮีโร่ แต่ภารกิจนี้ทุกคนเป็นฮีโร่หมดไม่ว่าจะฝ่ายไหนเพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือหาทีมหมูป่าให้เจอและช่วยออกมาให้ได้   และทันทีที่รู้ว่าทั้ง 13 คนปลอดภัยและช่วยออกมาได้ก็ดีใจและภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวของทีมหมูป่าและคนไทยทั้งประเทศดีใจ ภารกิจครั้งนี้คิดไม่ว่าจะได้รับการชื่นชมจากคนไทยทั้งประเทศทีมงานเก็บรังนกทุกคนขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้  

 1,470
MV
11 ก.ค. 61

ประมวลภาพ 17 วันที่โลกต้องจารึก ณ ถ้ำหลวง กับ mission possible พาทีมหมูป่ากลับบ้าน

ประมวลภาพ 17 วันที่ประวัติศาสตร์โลกต้องจารึก กับภารกิจการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ ออกจากถ้ำหลวง จ.เชียงราย ประเทศไทย ก่อนที่ทั่วโลกจะรับทราบข่าวดีว่าทุกชีวิตปลอดภัยทั้งหมด ทำให้ภารกิจที่แทบจะหมดหวัง ที่ถูกมองว่าเป็น Mission impossible กลายมาสำเร็จได้อย่างมหัศจรรย์ จากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย และกำลังใจจากทั่วโลก   เพลง When You Believe (From The Prince of Egypt) ศิลปิน Whitney Houston ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z8hTSZOm6KY

 30,946
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 61

กองทัพเรือขอพระราชทานเลื่อนยศ 'จ่าแซม' เป็นกรณีพิเศษ ภรรยาไม่โทษทีมหมูป่า เตรียมบินไปถ้ำหลวง

ทางกองทัพเรือ ได้ทำหนังสือขอพระราชทานยศ ร.ท. และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อัน้ป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 7 เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์ (ร.ง.ภ.) ให้แก่ จ.อ.สมาน กุนัน ทหารกองหนุนประเภที่ 1 ชั้นที่ 3 สังกัด กร.เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจาก จ.อ.สมาน ได้เสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยเหลือนักเตะและโค้ลทีมหมูป่า อะคาเดมี ทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนเสียชีวิตอย่างกล้าหาญ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา   ส่วนบรรยากาศงานศพของจ่าแซม มีตัวแทนจากชมรมหมู่ป่าอคาเดมี อ.แม่สาย จ.เชียงราย นำโดย นายกิตติพงษ์ อินต๊ะใจ รองประธานชมรมฯ พร้อมคณะ เป็นตัวแทนของสมาชิกชมรมฯและพ่อแม่ของนักฟุตบอลทีมหมู่ป่าอคาเดมี 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เดินทางมาเคารพศพ มอบพวงหรีดพร้อมเงิน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวจ่าแซม   ด้านนางวลีพร กุนัน ภรรยาจ่าแซม กล่าวว่า ทางตัวแทนของทีมหมูป่ามาร่วมแสดงความเสียใจ และบอกเมื่อน้องๆทั้ง 13 คนหายดีแล้วจะได้มีโอกาสพบกัน ซึ่งตนเองก็อยากเจอน้องๆทั้ง13คน เพราะอยากเป็นตัวแทนของพี่แซม สามีมีอุดมการณ์อย่างไรเราก็มีอุดมการณ์เช่นเดียวกัน เพราะถือว่าเราเป็นคนคนเดียวกัน เมื่อตอนนี้พี่แซมได้จากไปแล้ว คนที่อยู่ก็ต้องทำหน้าที่ต่อ ตนติดตามข่าวอยู่ตลอดและให้กำลังใจน้องๆทั้ง13คนตลอด อยากให้น้องทุกๆคนออกมาอย่างปลอดภัย   ตอนนี้ทางทีมหมูป่าเองก็เป็นกังวลกลัวว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่แซมเสียชีวิต แต่ตนก็บอกไปแล้วว่าพี่แซมไปด้วยใจจิตอาสา ไปด้วยความสมัครใจ เมื่อเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตนไม่ได้โทษใคร เพราะเป็นสิ่งที่จ่าแซมอยากทำ อยากฝากถึงญาติๆและน้องๆทั้ง13คนว่า ไม่ต้องเครียดหรือเสียใจ   ทางครอบครัวกุนันไม่ได้คิดหรือกล่าวโทษน้องๆทีมหมูป่าเลย หากน้องๆทั้ง13คนออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง ทางงานศพเสร็จสิ้นทุอย่างแล้ว ตนมีความตั้งใจจะบินไปพบน้องๆที่จังหวัดเชียงราย อยากเดินทางไปที่ถ้ำอยากไปดูสถานที่ที่สามีตนเองอยู่เป็นครั้งสุดท้าย อยากไปเพิ่มความภูมิใจว่ามันเป็นงานที่ยากและหนักจริงๆ แต่สามีเราอยากช่วยเหลืออยากทำและสามารถทำได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r6tk85ZVik8

 4,811
กีฬา
11 ก.ค. 61

'เบ็คแฮม' โพสต์ดีใจรู้ข่าวจากไทยแลนด์ ชื่นชมภารกิจทีมหมูป่าสำเร็จ-สดุดีจ่าแซม

เดวิด เบ็คแฮม อดีตนักฟุตบอลระดับโลก ร่วมส่งข้อความแสดงความยินดีหลังทราบข่าว ภารกิจการช่วยเหลือทีมหมูป่าอคาเดมี่ปลอดภัยครบทั้ง 13 คน โดยระบุว่า   "So pleased to hear the news from Thailand. These boys are heroes, as is the coach, the men and women who risked their lives rescuing them and the incredible Saman Kunan. Such a positive, uplifting story.   แปลเป็นไทยได้ว่า "รู้สึกยินดีมากๆ ที่ได้รู้ข่าวนี้จากประเทศไทย เด็กๆ เหล่านี้ถือเป็นฮีโร่เลย เช่นเดียวกับโค้ชของพวกเขา, เหล่าชายหญิงที่ยอมเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือพวกเขา รวมถึงจ่าเอกสมาน กุนัน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Tfd13YsB6ds

 2,698
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 61

จนท.ยังปักหลักหน้าถ้ำหลวง เก็บอุปกรณ์-ฟื้นฟูพื้นที่หลังจบภารกิจ

ปฏิบัติการค้นหาน้องๆทีมหมูป่าอคาเดมี่สำเร็จไปแล้ว น้องๆทุกคนปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของแพทย์ แต่บริเวณที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ในเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานกันเหมือนเดิมที่ผ่านมา   บรรยากาศที่หน้าถ้ำหลวง ขุนน้ำนางเช้านี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ทำงานตามปกติเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือจากเดิมจะมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร สลับสับเปลี่ยนเวรเข้าไปในถ้ำหลวง แต่วันนี้ไม่มีการผลัดเปลี่ยนกำลัง เหมือนที่ผ่านมา   โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เก็บเครื่องสูบน้ำไดโว่ จำนวน 10 ตัว ของบริษัทเอกชน เตรียมส่งกลับเนื่องจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว แต่ภายในถ้ำก็ยังคงมีการระบายน้ำตลอดทั้งคืน เหมือนเดิม และรอคำสั่งจากผบ.เหตุการณ์ถึงแผนปฏิบัติงานในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเก็บอุปกรณ์และฟื้นฟูพื้นที่   เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่โรงครัวพระราชทาน ก็เตรียมทำอาหารบริการเจ้าหน้าที่โดยในแต่ละวันที่ครัวพระราชทานทำอาหารบริการเจ้าหน้าที่กว่า 7 พันคน  แต่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ก็ลดปริมานลงเหลือประมาณ 5 พันคนต่อวัน   สำหรับช่วงสายวันนี้ต้องเฝ้ารอฟังการแถลงข่าวของท่านณรงศักดิ์ โอสถธนาการ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ค้นหาผู้สูญหายในถ้ำหลวง จะแถลงข่าวกับหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการทั้งหมดตลอดระยะเวลา 17 วัน ที่ร่วมแรงร่วมใจนำน้องๆทีมหมูป่าอคาเดมี่ออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nstPKscTMbE

 874
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ค. 61

ไล่เรียงภารกิจประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนปิดจ็อบพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำปลอดภัย

ไล่เรียงไทม์ไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบของภารกิจการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ ออกจากถ้ำหลวง จ.เชียงราย ประเทศไทย ก่อนที่ทั่วโลกจะรับทราบข่าวดีว่าทุกชีวิตปลอดภัยทั้งหมด   23 มิ.ย. เด็กๆและโค้ชเอกแห่งทีมหมูป่าอคาเดมี่ ติดในถ้ำหลวง   24 มิ.ย. ท่านผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์เริ่มค้นหา ขอความช่วยเหลือ ทางหน่วยซีลมาถึง    25 มิ.ย. หน่วยซีลเร่งค้นหา เจอกระเป๋า รองเท้า ร่องรอยฝ่ามือของน้องๆที่ผนังถ้ำ โทรศัพท์มือถือ ดำน้ำใกล้ถึงพัทยาบีช แต่ฝนตกหนัก น้ำทะลัก ทำให้ต้องถอยออกมา   26 มิ.ย. กองทัพบกส่งกำลังสนับสนุน 24 ชุด พร้อมชุดแพทย์เคลื่อนที่ มท.1 ลงพื้นที่ หน่วยซีลเข้าโถง 3 ระดับน้ำเริ่มวิกฤต จนท.กู้ภัยทั่วประเทศมาให้ความช่วยเหลือ   27 มิ.ย. เริ่มสำรวจปล่องด้านบนที่ดอยผาหมี   28 มิ.ย. ท่อสูบน้ำพญานาคมาถึง เร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ   29 มิ.ย. นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ปกครอง จนท. ทีมสหรัฐฯเดินทางมาถึง ผบ.ตร.นำทีมสำรวจปล่อง ครูบาชุ่มเดินทางมาทำพิธีเปิดปากถ้ำครั้งแรก และบอกว่าอีก 1-2 วันเด็กๆจะออกมา   30 มิ.ย. หน่วยซีลเริ่มอัดอากาศ ปฏิบัติการภายในถ้ำ   1 ก.ค. ทุกภาคส่วนปฏิบัติการต่อเนื่อง หมอภาคย์มาร่วมภารกิจ   2 ก.ค. นักดำน้ำอังกฤษเจอน้องๆทีมหมูป่าที่เนินนมสาว รอดชีวิตครบทั้ง 13 คน   3 ก.ค. มีคลิปน้องๆในถ้ำ แสดงให้เห็นว่าเด็กๆแข็งแรงกว่าที่คาด   4 ก.ค. ครูบาบุญชุ่มทำพิธีที่ถ้ำหลวงเป็นครั้งที่ 2   5 ก.ค. เร่งสูบน้ำ ทำทางเบี่ยงน้ำ เพื่อวางแผนพาเด็กๆออกมา   6 ก.ค. สูญเสียจ่าเอกสมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยซีล ขณะปฏิบัติหน้าที่ลำเลียงขวดอากาศในถ้ำหลวง   7 ก.ค. น้องๆเขียนจดหมายฝากให้ครอบครัว บอกไม่ต้องเป็นห่วง / อีลอน มัสก์ เสนออุปกรณ์ช่วยเหลือ   8 ก.ค. เริ่มปฏิบัติการดีเดย์วันแรก ลำเลียงเด็กๆออกมาได้ 4 คน   9 ก.ค. ปฏิบัติการลำเลียงเด็กๆวันที่ 2 ได้อีก 4 คน   10 ก.ค. ลำเลียงเด็กๆและโค้ชเอก 5 ชีวิตสุดท้าย และหน่วยซีลออกมาอย่างปลอดภัยทุกคนจากถ้ำหลวง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dkm_mbpotN0

 1,408
ข่าวดีประเทศไทย
11 ก.ค. 61

รวมพลคนปิดทองหลังพระ 'เจ้าของท่อพญานาค-รถเจาะน้ำบาดาล-ชาวบ้านสละที่นารับน้ำ' ช่วยภารกิจถ้ำหลวงลุล่วง

จากเหตุการณ์ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ติดถ้ำหลวง โดยภารกิจพาหมูป่าออกจากถ้ำ ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน และหลายๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีจิตอาสาจำนวนมากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครั้งนี้   โดยในเพจเฟซบุ๊ก FM91 Trafficpro โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า  “เดี๋ยวก่อน ยังไม่จบ !! ทีมงานท่อซิ่งพญานาคยักษ์ จะขออยู่ต่อ เพื่อช่วยสูบนํ้าออกจากนาข้าวของชาวบ้านก่อน แล้วถึงจะเดินทางกลับ #13หมูป่าออกจากถ้ำครบแล้ว #ถ้ำหลวง #FM91”   นอกจากนี้ยังมีภาพของนายสุรทิน ชัยชมพู นายกสมาคมน้ำบาดาลที่มาช่วยสูบน้ำบาดาลบริเวณโดยรอบถ้ำหลวง พร้อมข้อความระบุว่า “งานนี้ลุงหมดไปเกือบ 3 แสน เป็นบุญครับ ลุงได้ค่าแรงเป็นเด็ก 13 ชีวิต และพีคในพีคเมียลุงให้กลับบ้านล่ะ...พาลุงกลับบ้าน #13ชีวิตรอดแล้ว   ด้านนายชลอ เกิดปั้น อายุ 50 ปี เจ้าของเต็นท์ชลอยกระบัตร และเครื่องปั่นไฟรองชลอกระแส ได้นำเครื่องปั่นไฟกำลังแรงจำนวน 3 เครื่อง ไปช่วยในภารกิจพาหมูป่าออกจากถ้ำนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เรื่อยมาจนถึงวันสุดท้ายคือวันที่ 9 กรกฎาคม 2561   ซึ่งหลังจากได้เฝ้าติดตามข่าวนี้มาอย่างต่อเนื่องและเห็นว่าภารกิจการค้นหาทีมหมูป่านั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากปัญหาอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าภายในถ้ำ จึงได้โทรศัพท์ไปถามทางหน่วยงานที่จังหวัดเชียงราย ว่ามีเครื่องปั่นไฟกำลังแรง กับ มีท่อสูบน้ำแบบมอเตอร์ (ใช้กำลังไฟ) กับ ท่อสูบน้ำพญานาค (ใช้น้ำมันดีเซล) ครั้นพอทางจังหวัดเชียงรายได้ยินว่ามีเครื่องปั่นไฟ ก็รีบตอบรับทันที เพราะว่าเป็นสิ่งที่กำลังต้องการที่สุด   ดังนั้นตนจึงได้จัดเครื่องปั่นไฟขนาด 150 กิโลวัตต์ 2 เครื่อง เครื่องปั่นไฟขนาด 250 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง ท่อสูบน้ำแบบมอเตอร์ 1 เครื่อง และ ท่อสูบน้ำแบบพญานาคอีก 1 เครื่อง พร้อมกับทีมงาน 5 คน ขึ้นรถบรรทุก 3 คัน มุ่งตรงไปจังหวัดเชียงรายทันที   เมื่อไปถึงก็ได้รับการจัดสรรให้เข้าปฏิบัติหน้าที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำ กับ ด้านหลังถ้ำ ซึ่งตนและทีมงานได้ปฏิบัติภารกิจแบบ 24 ชั่วโมงทุกวัน จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 วันที่พาลูกหมูป่าพ้นออกจากถ้ำมาได้บ้างแล้วนั้น ก็ได้ถอนกำลังกลับมาที่อำเภอบ้านแพ้ว เนื่องจากเครื่องปั่นไฟที่ทาง กฟภ.เชียงรายมีอยู่เดิมนั้น เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ที่เหลืออยู่   นอกจากนี้ยังมีนางบัวไข ชุ่มมงคล อายุ 65 ปี ชาวบ้านหนองอ้อ ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่เสียสละที่นาเพื่อรับน้ำจากถ้ำหลวง จนไหลท่วมแปลงนาข้าว รวม 10 ไร่ ที่เพิ่งปลูกต้นกล้าข้าว นานประมาณ 4-5 วัน เหมือนกับอีกหลายๆคน ในหมู่บ้านใกล้เคียง จากนั้นเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้ระดมกำลัง นำเครื่องสูบน้ำ เพื่อลดระดับน้ำที่ท่วม และระบายออกไปเกือบหมด มีความเสียหายบ้างจากเหตุที่เกิดขึ้น   แต่ตั้งใจไม่ขอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐที่ให้ลงทะเบียน เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือ ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้น ขอทำบุญจิตอาสาให้กับ 13 ชีวิตที่พลัดหลงในถ้ำหลวง ซึ่งได้แจ้งความประสงค์ให้กับ ผู้ใหญ่บ้าน ไปแล้ว ส่วนพันธุ์ข้าว ที่จะได้รับจากเกษตรอำเภอ ก็จะนำมาเพาะใหม่ เพื่อนำต้นกล้าไปปลูกซ่อมแซมส่วนที่เสียหายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RwY_57bR9co

 3,856
ต่างประเทศ
11 ก.ค. 61

อดีตหน่วยซีลสหรัฐฯ ชมไทยทำงานเป็นมืออาชีพ ยก 'ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์' เป็นสุดยอดผู้นำ

พลเรือโทโรเบิร์ต ฮาเวิร์ด จูเนียร์ อดีตหน่วยซีลเกษียณอายุของกองทัพเรือสหรัฐ และอดีตรองผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ ABC ชื่นชมทีมเจ้าหน้าที่ไทยและท่านผู้ว่าฯณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหายถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ระบุว่า   "นี่เป็นสิ่งที่เกินจะนึกได้ ลองนึกถึงการจะไปดวงจันทร์ ต้องมีการวางแผนหลายปี แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นทันที และพวกเขาต้องวางแผนและลงมือแบบทันทีทันใด เป็นมืออาชีพสุดๆที่เกินคาดหมาย   ภาวะผู้นำของผู้นำไทยนั้น ยอดเยี่ยมมาก เดินหน้าไปอย่างรอบคอบ ในขณะที่เป็นสถานการณ์ที่เร่งรีบและบีบคั้นจากสภาพอากาศในช่วงมรสุม ต้องมีการหยุดพักสลับทีมเป็นระยะ ซึ่งเป็นสิ่งเหมาะสมมาก พวกเขาทำงานหนักมาก มีแผนที่ดี และก็ทำสำเร็จตามแผน พวกเขาทำงานอย่างรอบคอบมาก เป็นมืออาชีพ มีการใช้ทรัพยากรและประชาคมนานาชาติที่มาร่วมกันก็ยอดเยี่ยมจริงๆ" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hqnny2OSoR0

 2,297
การเมือง
11 ก.ค. 61

นายกฯ เผยได้คุย 'อีลอน มัสก์' เจ้าตัวมอบเรือดำน้ำจิ๋วไว้ให้ศึกษา พร้อมเชิญชวนลงทุนในไทย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดเผยถึงการพูดคุยกับอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทคโนโลยีอวกาศระดับโลกและบริษัทขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดินของ Tesla, SpaceX และ Boring Company ว่า   เมื่อคืนนี้ได้เจอกันที่สนามบินเชียงราย ซึ่งอีลอน มัสก์ มาพร้อมกับคณะ 5คน บินตรงด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากสหรัฐฯมาไทย โดยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงสิ่งที่ไทยกำลังทำ เพราะอีลอน มัสก์ มีเรื่องเทคโนโลยี และเขายอมรับไม่เคยเห็นถ้ำในลักษณะนี้ และเอาเรือดำน้ำจิ๋ว ที่จะนำมาช่วยทีมหมูป่าให้ตนดู และไปดูสถานที่จริง เดินลุยไปถึงห้องโถง   โดยเชื่อว่าอีลอน มัสก์ จะคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ หลังเห็นสถานที่จริง ภายในถ้ำหลวงขุ่นน้ำนางนอน และตนได้ฝากให้ศึกษาเครื่องมือป้องกันภัยสำหรับอาเซียน เพราะมีลักษณะภูมิศาสตร์คล้ายกัน และไทยพร้อมสนับสนุนการลงทุน ในพื้นที่ EEC และนวัตกรรมดิจิตอล   ซึ่งอีลอน มัสก์ รับปากหากเดินทางไปจีน จะเดินทางกลับมายังไทย และมอบเรือดำน้ำจิ๋วให้ไทยไว้ศึกษา เพราะสามารถดัดแปลงใช้ได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสำหรับประเทศไทย ซึ่งอาจจะมีภัยพิบัติอื่นๆ ก็สามารถนำมาใช้ได้   พร้อมกันนี้ ตนยังรับอีลอน มัสก์ เป็นเพื่อนและให้ถือประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 ของอีลอน มาร์ก อะไรที่ดูแลได้จะดูแล เพราะไทยกำลังสร้างดาวเทียมจะทำให้ไทยได้ประโยชน์ร่วมกัน และยังเห็นความจริงของอีลอน มัสก์ ที่โพต์ข้อความเสนอตัวเข้ามาช่วย หากไทยมีความต้องการ แต่เชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถดำเนินการได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kmwV4uX61zY

 1,005

Top