ค้นหา :

ผลการค้นหา "ถ้ำหลวง"

สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 61

พ่อแม่ทีมหมูป่า เล่านาทีเด็กๆติดถ้ำหลวง 'โค้ชเอก' ดูแลดี ให้ใช้ไฟฉายวันละครั้ง-กอด 'น้องไตตั้น' คลายหนาว

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ เด็กชายดวงเพชร พรหมเทพ หรือน้องดอม อายุ 13 ปี นักเรียนโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ตำแหน่งกองหน้าและเป็นกับตันทีมหมูป่าอคาเดมี่  ติดอยู่ในถ้ำกว่า 17 วัน โดยนายบรรพต ก้อนคำ พ่อของน้องดอม เผยว่า วันที่ 23 มิ.ย. หลังจากที่ซ้อมฟุตบอลเสร็จเด็กๆได้พากันเข้าไปในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน กะว่าไปเที่ยวแค่ 1 ชั่วโมง ก่อนเข้าไปฝนยังไม่ตก   ระหว่างที่อยู่ในถ้ำเกิดฝนตกหนัก น้ำหลากไหลเข้ามาในถ้ำทุกคนต้องวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อหนีน้ำ วินาทีนั้นทุกคนตกใจมาก แต่โค้ชเอกบอกให้วิ่งและหาช่องทางหนี โดยวางกระเป๋าและรองเท้าไว้ ในถ้ำมืดมากโค้ชเอกได้นำไฟฉายมาส่องทางเห็นโพรงเล็ก ๆ ทุกคนจึงได้ช่วยกันใช้มือตะกุยโคลนและยกหินออก เพื่อหลบเข้าไปลึก ๆ กระทั่งหลบไปถึงเนินนมสาว  จะกลับออกไปข้างนอกก็กลับไม่ได้เพราะน้ำท่วมสูง ได้แต่รอให้น้ำลด และที่ จนท.พบร่องรอยภายในถ้ำนั้น เป็นรอยมือที่ทุกคนช่วยกันขุดดินหนีน้ำ     น้องดอม เล่าว่า  ตอนอยู่ในถ้ำทุกคนกลัว บางคนนั่งร้องไห้เพราะหิวและอยากออกจากถ้ำ แต่โค้ชเอกบอกให้นั่งอยู่นิ่ง ๆ หากใครหิวน้ำให้ดื่มน้ำที่หยดจากหินงอกหินย้อยเพื่อประทังชีวิตและบอกให้อดทน ทุกคนที่อยู่ในนั้นไม่รู้วันรู้คืน พยายามพูดคุยกันเพื่อคลายเครียด  โค้ชเอกบอกให้ทุกคนช่วยกันใช้มือขุดดินบริเวณเนินนมสาวปรับพื้นที่ให้เรียบเพื่อให้มีที่นั่ง   วันที่มีนักดำน้ำชาวอังกฤษมาพบ ดีใจอย่างมาก ทุกคนพากันวิ่งลงมาจากเนิน ร้องไห้ปล่อยโฮที่มีคนมาช่วย บางลื่นตกน้ำ โดยจุดที่ทีมหมูป่าอยู่ อยู่สูงกว่าที่ทุกคนเห็นในคลิป  แม้มีคนมาช่วยก็ยังออกไปไม่ได้ ได้แต่รออย่างเดียว ทุกคนหิวมาก จนท.บอกว่า จะนำน้ำและอาหารมาให้ ทุกคนได้กินก็หายหิวมีแรงสู้ต่อ   พ่อของน้องดอมบอกว่า น้องดอมถูกลำเลียงออกจากถ้ำเป็นกลุ่มแรก วันดังกล่าว จนท.เรียกผู้ปกครองไปพบแล้วพาขึ้นรถตู้ไปรอที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราห์ แพทย์อนุญาตให้เยี่ยมใกล้ชิดขอบเตียง 15 นาที แม้อยากกอดน้องดอมมากแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมโรค ใส่เสื้อกราวด์และหน้ากากอนามัย   หลังจากที่ออกจากถ้ำน้ำหนักลดประมาณ 3-4 กิโล ขณะนี้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโล น้องดอมบ่นหิว อยากกินหมูกะทะ ก๋วยเตี๋ยวเรือ และอยากได้โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เนื่องจากเครื่องเก่าตกน้ำหาย หลังจากน้องดอมออกจากโรงพยาบาลก็จะจัดงานวันเกิดย้อนหลังให้ (น้องเกิด 3 ก.ค.) และจะให้บวชอุทิศส่วนกุศลให้ จ.อ.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล นัก ทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการที่ประสบอุบัติเหตุในถ้ำจนเสียชีวิต     นอกจากนี้พ่อของน้องดอม ยังเปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว สมัยที่ตนอายุใกล้เคียงกับน้องดอม ตนก็เคยแอบเข้าไปเที่ยวเล่นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในตอนนั้นตนเดินทางไปกับเพื่อน 8 คน มีผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 4 คน แล้วก็มีไฟฉาย 1 อัน ก่อนเข้าไปภายในถ้ำ ทั้ง 8 คนก็ได้ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่หน้าถ้ำ   นายบรรพต กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็ได้เดินเข้าไปในถ้ำตอนประมาณ 11 โมงเช้า บรรยากาศภาพในถ้ำนั้นก็ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แตพวกตนกลับได้พบความสวยงามของหินงอก หินย้อย เพื่อนๆ ทุกคนก็ตกตะลึงกับความงดงามภายในถ้ำ เมื่อเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆ ตนคิดว่า เดินเข้าไปเลยสามแยกไปอีก จนมีความรู้สึกว่าอยากจะออกจากถ้ำแล้ว   แต่พวกตนไม่อยากเดินย้อนกลับ พวกตนจึงเดินขึ้นไปตามแสงสว่างที่เล็ดลอดออกมา ตนเห็นโพรง ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นโพรงที่สามารถเข้าไปได้ และมันก็มีทางเดินเหมือนขั้นบันได ขึ้นไปบริเวณซอกหิน ขนาดพอดีคน ตนจึงไปหมุดดูจึงรู้ว่ามันสามารถออกจากถ้ำได้ ตนจึงได้ให้ผู้หญิงขึ้นไปข้างบนก่อน ก่อนที่ตนจะตามขึ้นไปเป็นคนสุดท้าย   เมื่อขึ้นไปบนนั้นเป็นทุ่งหญ้าที่สวยงาม กว้างขวาง ติดกับภูเขา และสิ่งที่ตนมองเห็นเป็นสิ่งแรกคือบ้านกระต๊อบขนาดเล็ก เหมือนมีคนอยู่ ปลูกใกล้กับเขา ตนก็ไม่รู้หรอกว่าจุดที่โผล่ขึ้นมานั้นเป็นส่วนไหนของเขาขุนน้ำนางนอน แต่ที่ตนรู้คือบรรยากาศที่นั้นมันสวยงามมาก เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง มีต้นไม้ใหญ่ ลมโชย อากาศเย็นสบาย ตนจึงได้เล่นกับเพื่อนสักพัก แต่เมื่อเริ่มรู้สึกว่า ท้องฟ้าใกล้ค่ำแล้ว จึงได้พยายามหาทางกลับ   ทันใดนั้นก็ได้มีชายแก่ แต่งตัวด้วยชุดชาวนา หน้าตาดูเป็นมิตร เดินออกมาจากบ้านกระต๊อบ พวกผมจึงถามว่าจะออกไปข้างนอกยังไง ชายดังกล่าวก็ชี้มือไปทางด้านขวา ผมกับเพื่อนจึงจะหันไปขอบคุณ แต่ชายคนนั้นได้หายไปแล้ว ผมกับเพื่อนก็ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ได้เดินตามทางนั้นไป ในช่วงเวลานั้นผมไม่คิดอะไร นอกจากคิดแต่เพียงว่าจะออกจากเขานี้ยังไง จนผมและเพื่อนได้เดินมาเจอถนนใหญ่ ในเวลา 1 ทุ่ม ผมได้เล่าเรื่องนี้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานค้นหาทีมหมูป่าฟังแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็รับฟัง ก่อนจะเริ่มการสำรวจหาโพรงถ้ำในที่สุด ซึ่งผมก็ไม่สามารถตอบได้ว่าตนโผล่มาจากจุดไหน แต่ที่ผมรู้คือมันสวยงานเหมือนอยู่ในสวรรค์เลยจริง   หลังจากนั้น ตนก็เคยอยากกลับไปบริเวณบนเขาอีก แต่ทุกครั้งที่ตนพยายามหา ตนก็ไม่มีทางทราบเลย ว่าบริเวณที่ตนไปอยู่ นั้นคือที่ไหน ตนเคยเข้าไปที่ถ้ำหลวงอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปที่โพรงนั้นอีก เพราะ เนื่องจาก กลัวว่า เส้นทางนั้นจะไม่มีจริง ซึ่งหลังจากนี้ หากน้องดอม ออกจากโรงพยาบาลมา ตนจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะส่วนตัวแล้ว ตนคิดว่า ที่น้องดอมมีชีวิตรอด อาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทีมหมูป่าให้ปลอดภัย     นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า น.ส.ไอคาน วิบูรณ์รุ่งเรือง อายุ 33 ปี แม่ของ น้องไตตั้น อายุ 11 ขวบ หนึ่งในทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนมีโอกาสได้พบและพูดคุยกับลูกโดยผ่านทางช่องกระจก ยังไม่สามารถสัมผัสตัวได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งยังต้องรอผลเลือดจากการตรวจในแล็บที่กรุงเทพฯ   น.ส.ไอคาน บอกว่า น้องไตตั้นมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แม้จะดูซูบลงไปบ้าง ซึ่งลูกชายเล่าให้ฟังว่า ไม่ได้เอาขนมหรืออาหารเข้าไปในถ้ำ ซึ่งโค้ชพาเข้าไปเที่ยวเฉย ๆ หลังจากซ้อมฟุตบอลเสร็จ และกะว่าจะอยู่สัก 1 ชั่วโมง เพราะต้องรีบกลับบ้านไปเรียนพิเศษ   น้องไตตั้น บอกอีกว่า แต่ขณะนั้นเกิดฝนตก น้ำไหลแรง และเร็วมาก โค้ชเอกจึงบอกให้ทุกคนช่วยกันขุดดินป้องกันน้ำ แต่เอาไม่อยู่ เมื่อน้ำทะลักเข้ามาก็พากันหนีเข้าด้านในลึกไปเรื่อย ๆ สามคืนแรกตนหิวจนแสบท้อง ร้องไห้ ได้แต่กินน้ำฝนที่หยดมาตามซอกหิน โค้ชเอกกอดตนไว้เพื่อป้องกันความหนาว และสอนให้ทุก ๆ คนนั่งสมาธิเพื่อป้องกันอาการเหนื่อยหอบและไม่ให้เสียพลังงานมาก ขณะที่นอนอยู่ก็เบลอ เพ้อ ในถ้ำมืดสนิท เบียดเสียดยัดเยียดกัน     เช่นเดียวกับนายอดิศักดิ์ วงศ์สุขจันทร์ พ่อของ ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ หรือ น้องบิว อายุ 14 ปี นักเรียนโรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา ชั้น ม.2 เล่าว่าจากการพูดคุยกัน เด็กเล่าว่า ครั้งแรกตั้งใจจะเข้าไปเพียง 1 ชั่วโมง แต่เมื่อเข้าไปแล้วเกิดน้ำท่วมมาก โค้ชเอกจึงดำน้ำออกมาดูข้างนอก และบอกเด็กๆ ว่า ไม่ให้ออกไปเกรงอันตราย และให้ค่อยๆ เดินลึกเข้าไปที่เนินนมสาว ซึ่งเคยพากันมา โดยระหว่างเดินไป โค้ชเอกจะใช้หินขีดสัญลักษณ์ลูกศรไปตามผนังถ้ำ และสั่งให้ทุกคนใช้ไฟฉายที่มีไว้ทุกคน วันละ 1 ครั้งเท่านั้น เพื่อประหยัดไฟ บางคนมีนาฬิกาก็ให้ปิดเปิดเป็นบางเวลา และให้อยู่เป็นกลุ่มนั่งสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด ให้ตั้งสติอยู่ในความสงบ   นายอดิศักดิ์ เล่าต่อว่า 3 วันแรกโค้ชเอกให้เด็กกินน้ำหยดจากผนังถ้ำเพื่อความสะอาด แต่ไม่อิ่ม ต่อมาจึงให้กินน้ำที่ไหลมาจนสะอาด หรือไม่ก็ต้องยอมกินเพื่อความอยู่รอด     วันนี้ตนเดินผ่านโค้ชเอก พูดคุยกันและชมว่ามีความเข้มแข็ง เก่ง ที่คุมเด็กๆ ได้ปลอดภัยทุกคน ซึ่งโค้ชเอกมีบาดแผลที่คอเล็กน้อย และยังไม่ค่อยอยากพูดอะไรมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ko3WTBXUGNs

 32,698
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 61

คืบหน้าอาการทีมหมูป่าไม่พบโรคติดต่ออันตราย สภาพจิตใจดี ไม่เครียด

วานนี้ (12 ก.ค.) นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ทีมแพทย์ พยาบาล ยังคงให้การดูแลรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่น้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมีและโค้ชในหอผู้ป่วยชั้น 8 ที่จัดไว้เป็นการเฉพาะอย่างใกล้ชิด   โดยช่วงเช้าวานนี้ (12 ก.ค.) ทุกคนไม่ต้องให้สารละลายน้ำเกลือทางเส้นเลือด สามารถทำกิจวัตรต่างๆ ได้เอง ญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ข้างเตียงได้ทั้ง 13 คน โดยสวมเสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัย ส่วนผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการไม่พบโรคติดต่ออันตราย อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อไวรัสบางชนิด   โดยผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ทุกรายรอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน   ส่วนกลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ มีไข้ต่ำๆ 2 คน สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่น รอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน   และกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี มีไข้ 3 คน แนวโน้มไข้ลดลง สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ สำหรับ 3 รายที่มีอาการปวดหูร่วมกับหูอื้อ ตรวจร่างกายเพิ่มเติมพบมีภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลางได้ให้ยารักษาอาการ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน   สำหรับด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติ ทีมจิตแพทย์ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ให้การดูแลจิตใจญาติที่จุดบริการบริเวณหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่เริ่มค้นหา และเริ่มให้การดูแลจิตใจผู้ป่วยทันทีที่ออกจากถ้ำ และดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล ทุกคนไม่มีความเครียด นอนหลับได้ดี   นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อว่า สำหรับหน่วยซีลทั้ง 4 นาย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้ให้การดูแลใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ตรวจร่างกายเบื้องต้น ทั้งผลเลือดและเอกซเรย์ปอดปกติ และได้ไปรับการดูแลต่อที่โรงพยาบาลในสังกัด   ทั้งนี้ ภายใน 2 สัปดาห์ ขอให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ ทั้งจากส่วนราชการและอาสาสมัคร ปฏิบัติตามคำแนะนำบัตรเฝ้าระวังโรค (health beware card) พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง งดการออกไปร่วมสังสรรค์หรือมีกิจกรรมนอกบ้าน และสังเกตอาการผิดปกติ หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ   ด้านการรักษาพยาบาลทั้งร่างกายและจิตใจ ทีมแพทย์ จิตแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ยังคงดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คนแข็งแรงปลอดภัยกลับสู่ครอบครัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8fH6HjuSgJk

 6,666
ต่างประเทศ
13 ก.ค. 61

'หมอแฮร์ริส' ออกแถลงภารกิจถ้ำหลวง ขอบคุณเด็กทีมหมูป่า-โค้ช-ทุกภาคส่วนที่เชื่อใจ

ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์นักดำน้ำชาวออสเตรเลีย (Richard Harris) แพทย์ชาวออสเตรเลียผู้ประเมินความพร้อมร่างกายเด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่าอคาเดมีเพื่อดำน้ำออกจากถ้ำหลวง หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ภารกิจครั้งนี้สำเร็จ ออกแถลงการณ์ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้เขามีส่วนร่วมในปฎิบัติการณ์ครั้งนี้   โดยแถลงการณ์ของคุณหมอแฮร์ริส และ เคร็ก ชาลเลน ผู้ร่วมดำน้ำกับเขา ยกย่องให้หน่วยซีลไทยและสมาชิกทีมหมูป่า อคาเดมี่คือวีรบุรุษที่แท้จริง เพราะหัวใจที่แข็งแกร่งมุ่งมั่นของพวกเขาทำให้การทำงานของทีมกู้ภัย รวมถึงตัวของคุณหมอแฮร์ริส ซึ่งรับหน้าที่คอยตรวจสภาพร่างกายทีมหมูป่าเป็นไปอย่างราบรื่น   พร้อมกล่าวขอบคุณเด็กๆ และโค้ช รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและประชาชนชาวไทยที่มอบความไว้วางใจให้เขาได้รับหน้าที่ที่สำคัญในการปฎิบัติภารกิจครั้งนี้   ขณะเดียวกัน เรื่องราววีรกรรมที่กล้าหาญและเสียสละของคุณหมอแฮร์ริส ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องจากสังคมให้ออสเตรเลียมอบรางวัลยกย่องให้เขาเป็นบุคคลแห่งปีของประเทศ โดยส่วนใหญ่ลงความเห็นตรงกันว่า จิตอาสาและการกระทำที่เห็นแก่ส่วนรวม ทำให้เขาคือความภาคภูมิใจของออสเตรเลีย   ด้าน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย มัลคอล์ม เทิร์นบูล ได้โทรศัพท์พูดคุยกับทีมกู้ภัย จากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียเพื่อกล่าวชมเชย รวมถึงกล่าวขอบคุณคุณหมอแฮร์ริส และการกระทำของคุณหมอถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวออสเตรเลียและคนทั่วโลก ทั้งๆ ที่คุณหมอจะอยู่ในสถานการณ์ลำบากเพราะสูญเสียคุณพ่อหลังปฎิบัติภารกิจกู้ภัยสำเร็จเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม   ผู้นำออสเตรเลียยังได้กล่าวชื่นชมหน่วยซีลของกองทัพเรือไทย นักดำน้ำชาวอังกฤษ และเจ้าหน้าที่นานาชาติที่ร่วมผลักดันให้ภารกิจช่วยเหลือเด็กๆ และโค้ช ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม  

 6,288
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 61

มาดูลีลา 'ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์' จับไมค์ร้องเพลงแพ้ใจ-ทรายกับทะเล ชิลๆหลังเสร็จภารกิจถ้ำหลวง

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะ ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายวนอุทยานถ้ำหลวง หรือ ผอ.ศอร. และอดีตผู้ว่าฯจ.เชียงราย ซึ่งกำลังไปรับตำแหน่งใหม่ที่ จ.พะเยา ผู้เป็นแม่ทัพสำคัญในภารกิจช่วยทีมหมูป่าอคาเดมี 13 ชีวิตติดในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จนประสบความสำเร็จและทั่วโลกต่างชื่นชม   ทั้งนี้ผู้ว่าฯเผยตลอดเวลา 17 วันได้นอนหลับเพียง 11 ชม. จากนี้จะขอพักผ่อนสัก 2 วัน และเขียนประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อเป็นบทเรียนต่อไป อย่างไรด็ตามอาหารที่อยากกินมากที่สุดในช่วงนี้คือ ราเมนร้อนๆ พร้อมยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่ฮีโร่ แต่เป็นเพียงคนต่อจิ๊กซอว์ รวบรวมหลายๆฝ่ายเข้าด้วยกัน   นอกจากนี้ยังมีภาพบรรยากาศการเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนที่เกาะติดภารกิจถ้ำหลวงครั้งนี้ ซึ่งทางผู้ว่าฯไม่พลาดที่จะจับไมค์ร้องเพลงแพ้ใจ ของใหม่ เจริญปุระ และทรายกับทะเล ของตู่ นันทิดา ร่วมกับภรรยาด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QJ8Al6dv9Us

 19,330
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 61

ส่งนักดำน้ำอังกฤษกลับบ้าน พูดติดตลก เดี๋ยวกลับมาถ้ำหลวงอีกช่วงหน้าแล้ง ฝากบอกทีมหมูป่า "อย่าเข้าถ้ำเวลาที่ฝนตก"

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายอาคม เติมพิทยาไฟสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ร่วมแสดงความขอบคุณและมอบของที่ระลึกแก่ นักดำน้ำในถ้ำทั้ง 7 คนชาวอังกฤษ จาก British Cave Rescue Council ของ สหราชอาณาจักร ประกอบด้วย   1.นายริชาร์ด วิลเลี่ยม สแตนตัน 2.นายคริสโตเฟอร์ จิวล์ 3.นายไมเคิล จอห์น เคลย์ตัน 4.นายแกรี่ มิทเชล 5.นายคอนเนอร์ สจ็วต โรล 6.นายจิม วอร์นี่ 7.นายจอชชัว ไบรอัน แบรทชลีย์   หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจร่วมค้นหาและช่วยเหลือทีมหมูป่าอคาเดมี่ จำนวน 13 ราย ที่ติดค้างอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ออกมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งนักประดาน้ำทั้ง 7 ก่อนที่จะกลับประเทศได้ท่องเที่ยวสถานที่สำคัญในจังหวัดเชียงราย และจะเดินทางกลับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในวันนี้ด้วยเที่ยวบินไทย เที่ยวบิน TG 910 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ   นอกจากนี้ในช่วงก่อนหน้านี้ทางการไทย ได้ให้การต้อนรับ 2 ผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำชาวอังกฤษ ได้แก่ นายจอห์น โวลันเธน และนายเจสัน มอลลินสัน ที่เดินทางกลับจากสนามบินเชียงราย ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 22.26 น. ก่อน มีกำหนดทางเดินทางกลับไปยังสหราชอาณาจักรด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 910 เวลา 00.55 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม หลังเสร็จสิ้นภารกิจการกู้ชีพ 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง   ทั้งนี้นายจอห์น โวลันเธน บอกว่า คนไทยให้การสนับสนุนพวกเขาอย่างดีทั้งหน่วยซีล และทีมช่วยเหลือจากนานาชาติ กองทัพและประชาชนทั่วไป เราไม่ใช่ฮีโร่ เรามาเพื่อช่วยและโชคดีที่สามารถช่วยเหลือเด็กได้ ส่วนตัวรู้สึกโล่งอก ที่สามารถทำภารกิจที่ตั้งใจไว้และประสบความสำเร็จ ส่วนจะกลับมาที่ไทยอีกหรือไม่ จอห์น ยืนยันว่าจะกลับมา แต่จะมาในฤดูกาลที่เหมาะสมกับการดำน้ำ และจะมาร่วมกันทำแผนที่สำรวจถ้ำหลวงอีกครั้ง   เมื่อถามว่าคุณมีอะไรอยากจะบอกกับเด็กๆหรือไม่ จอห์นกล่าวติดตลกว่า "อย่าเข้าไปในถ้ำเวลาที่ฝนตกอีก"   ด้านนายเจสัน มอลลินสัน ก็บอกว่า ตนเองรู้สึกปลื้มใจ ที่ทุกคนปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่ โดยหลังจากนี้ก็ขอให้ระมัดระวัง   โดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองในฐานะตัวแทนคนไทย ก็ได้กล่าวขอบคุณ พวกเขา เป็นภาษาอังกฤษว่า Thank you million หรืออยากจะขอบคุณเป็นล้าน ครั้ง ที่สละเวลามาร่วมภารกิจกับไทยอย่างไม่ลังเลใจ มาในทันทีเมื่อร้องขอ และได้บอกว่า พวกเราเป็นหนี้บุญคุณพวกเขา โดยวันนี้นายกรัฐมนตรีได้ฝากคำขอบคุณ พร้อมของที่ระลึกทั้งเหรียญตราสำนักนายกรัฐมนตรี หีบไม้ที่ระลึก รวมถึงเสื้อเชิ้ตที่จัดทำขึ้นเพื่อขอบคุณอีกครั้ง   ทั้งนี้มีรายงานว่าชาวอังกฤษจำนวนมาก เสนอชื่อนักดำน้ำให้รับเครื่องราชฯชั้นอัศวิน (จอร์จ ครอสส) เพื่อเป็นเกียรติ แต่ทางกลุ่มนักดำน้ำปฏิเสธที่จะขอรับ โดยระบุว่าพวกเขาไม่ใช่ฮีโร่ ในสถานการณ์เช่นนั้น เป็นใครใครก็ต้องช่วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3x9vwzhJ764

 6,269
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

ครอบครัวทีมหมูป่าเตรียมจัดเมนูเด็ดชุดใหญ่ รอต้อนรับวันกลับบ้าน

หลังจากที่เจอน้องๆ ทีมหมูป่าครบแล้ว สมาชิกในครอบครัวน้องๆแต่ละคนยิ้มออก ผ่อนคลายและมีความสุขที่จะได้เจอกับลูกหลานในอีกไม่นาน ที่รักษาตัวในรพ.จนปลอดภัย   โดยเมื่อวานนี้ (11 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวมีโอกาสไปคุยกับญาติๆ ของน้องไนท์ หรือ นายพีรพัทร สมเพียรใจ อายุ16 ปี หนึ่งในสมาชิกหมูป่า โดยคุณป้านุช ป้าของน้องไนท์และคุณลุงกำลังเตรียมอาหารลาบเหนือไว้กินอาหารเย็นกับครอบครัว   ป้านุชเล่าว่า ตั้งแต่น้องไนท์หายตัวไปญาติๆ ทุกคนก็มารวมกันที่บ้านช่วยกันออกตามหา โดยเฉพาะพ่อแม่ของน้องไนท์ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไปเฝ้าแต่ที่หน้าถ้ำ ช่วงนั้นครอบครัวเครียดมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร   จนวันที่ประกาศว่าเจอน้องแล้ว ทั้งบ้านดีใจแบบบอกไม่ถูก ซึ่งวันที่ 23 วันเกิดเหตุที่น้องไนท์หายตัวไปตรงกับวันคล้ายวันเกิดของน้อง แม่ก็ยังเก็บเค้กไว้รอเป่าฉลองกัน แต่พอทราบข่าวว่าเจอน้องแล้วและปลอดภัย ป้าก็เอาเค้กนั้นมากินฉลองกับครอบครัวและรอวันน้องไนท์กลับบ้าน   ด้านคุณลุงของน้องไนท์บอกว่า ถ้าไนท์หายเป็นปกติแล้ว จะทำผัดกะเพราให้กิน ไนท์จะชอบผัดกะเพราและอาหารจานด่วนต่างๆ หากหลานกลับบ้านจะจัดชุดใหญ่ให้ทันที   ทางด้านน้าน้อย คุณน้าของน้องโน้ต หนึ่งในสมาชิกหมูป่า ก็รอวันหลานรักกลับบ้าน หากร่างกายแข็งแรงแล้วคุณยายจะทำเมนูโปรดให้คือ แกงพะแนง ซึ่งน้องโน้ตชอบมาก ตอนนี้ครอบครัวรอวันน้องโน้ตแข็งแรงและกลับมาบ้าน   ตนต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่พาน้องๆ กลับบ้านและขอบพระคุณสำหรับจ่าแซม ที่สละชีวิตช่วยน้องๆ ยอมรับว่าพี่จ่าแซมเป็นที่สุดของคำว่าโร่ ไม่รู้จะหาคำใดมาเทียบ วันที่ทราบข่าวว่าจ่าแซมเสียชีวิต ตนได้โทรศัพท์ไปให้กำลังใจภรรยาจ่าแซม แต่ภรรยาจ่าแซมกลับเป็นคนที่ปลอบใจเราให้กำลังใจเรา ถามเรื่องเด็กๆตลอด นับถือน้ำใจของครอบครัวจ่าแซมมาก และขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ๆทุกๆคนที่มาช่วยเด็กๆจนปลอดภัย   นอกจากนี้ น้าน้อยยังกล่าว่า หากเด็กๆแข็งแรงแล้ว ผู้ปกครองคุยกันว่สจะให้เด็กๆทั้ง13คน  บวชอุทิศส่วนกุศลให้กับทุกคนๆที่ช่วยให้ภาระกิจนี้สำเร็จ    

 2,873
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ค. 61

กรมอุทยานฯ เตรียมฟื้นฟูถ้ำหลวง-เพิ่มความปลอดภัย หลังภารกิจช่วยทีมหมูป่าสำเร็จ

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผย เตรียมฟื้นฟูพัฒนาถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นวนอุทยานแห่งชาติ ทั้งเพิ่มมาตรการความปลอดภัยภายในถ้ำให้เพิ่มมากขึ้น   นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า หลังจบภารกิจช่วยเหลือเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่และโค้ช รวม 13ชีวิต จนปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ได้สั่งปิดประตูถ้ำหลวง จังหวัดเชียงรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแผนภารกิจฟื้นฟูสภาพถ้ำหลังจากนี้ คือ การส่งเจ้าหน้าที่สำรวจประเมินความเสียหายเพื่อฟื้นฟูโดยเร็ว รวมถึงเส้นทางหารคมนาคม อาคารที่พักต่างๆ โดยในวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคมนี้ จะมีการนำจิตอาสาร่วมกันทำความสะอาด Big cleaning บริเวณถ้ำหลวง   ซึ่งขณะนี้ทางกรมอุทยานฯ มีแผนจะพัฒนาพื้นที่บริเวณถ้ำหลวงเป็น วนอุทยานแห่งชาติ คล้ายกับพิพิธภัณฑ์ศูนย์การเรียนรู้ หลังจากนี้จะมีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิด ติดตั้งไฟแสงสว่างภายในถ้ำ ป้ายบอกทาง รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยแก้ตัวนักท่องเที่ยวด้วยการสวมหมวกนิรภัย แจกไฟฉายขณะเที่ยวชมถ้ำ ทั้งปรับปรุงเรื่องของเส้นทางคมนาคมเข้า-ออกให้สะดวก เพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดแต่ละให้มากขึ้น และอาจมีมัคคุเทศก์น้อยที่เป็นเยาวชนมาอธิบายประวัติความเป็นมา ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว ทำให้ชาวบ้านบริเวณนี้มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่มั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของทุกภาคส่วนด้วย   นอกจากนี้ยังบอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ ที่กรมอุทยานต้องเข้มงวดเรื่องมาตรการความปลอดภัย และนำไปพัฒนาถ้ำที่มีทั้งหมด 169ถ้ำในประเทศไทยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,290
การเมือง
12 ก.ค. 61

เปิดคลิป!! บิ๊กตู่ นำบูม ทีมดำน้ำ-ปีนเขาต่างชาติ สร้างขวัญกำลังใจ ขอให้ภารกิจพาหมูป่ากลับบ้านสำเร็จ

วันนี้ (12 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กข่าวทหาร ได้โพสต์คลิปวิดีโอเป็นภาพนายกรัฐมนตรี นำทีมบูม เผยเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจพร้อมกล่าวขอบคุณและขอให้ภารกิจสำเร็จ พร้อมระบุข้อความว่า     เผยคลิป นายกรัฐมนตรี นำบูม!! ร่วมกับทีมดำน้ำ,ทีมปีนเขา ที่มาจากนานาชาติ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ โดยท่านได้กล่าวขอบคุณ และขอให้ภารกิจสำเร็จปลอดภัยทุกคน หลังเสร็จภารกิจนายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้เที่ยวไทยต่อ และขออย่าลืมเหตุการณ์ครั้งนี้ มีโอกาสให้กลับมาเที่ยวคนไทยยินดีต้อนรับ ขอให้คิดว่าประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่สอง   ;

 3,002
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

'อ.เฉลิมชัย' จ่อสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซม-พิพิธภัณฑ์หน้าถ้ำหลวง ไม่ต้องห่วงเรื่องงบ จะออกเงินเอง

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย บอกว่าเตรียมสร้างอนุสาวรีย์ให้กับจ่าเอกสมาน กุนัน หรือจ่าแซม นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ กองทัพเรือ ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของความเสียสละแก่ผู้อื่น เพราะคนไทยของเราหาคนที่เสียสละเช่นนี้ได้น้อย ในฐานะคนในพื้นที่จึงอยากทำให้คนเห็นความดีนี้   นอกจากการสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซมแล้ว อาจารย์เฉลิมชัยยังบอกว่า อยากสร้างพิพิธภัณฑ์ถ้ำหลวง บันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น โดยตนเข้าใจว่ากว่ารัฐจะดำเนินการสร้างอาจต้องใช้เวลา ตอนนี้จึงเตรียมดำเนินการอันดับแรกคือเขียนรูปภาพความกว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 13 เมตรเท่ากับจำนวนเด็ก 13 คน ภาพจะเขียนเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง การเข้าไปช่วยเหลือของฝ่ายต่างๆ รวมไปถึงชาวต่างประเทศจำนวนมากที่เดินทางไปช่วยเหลือ   ขณะนี้ร่างแบบหรือสเก็ตไว้แล้ว อยู่ระหว่างแก้แบบให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ โดยภาพนี้จะจัดแสดงเอาไว้ที่ถ้ำหลวง โดยจะสร้างเป็นห้องโถงใหญ่ กำลังติดต่อกับทางกรมอุทยานแห่งชาติแลสัตว์ป่าและพันธุ์ ถึงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ในพื้นที่ และจะตั้งอนุสาวรีย์จ่าแซมไว้หน้าพิพิธภัณฑ์ โดยมีขนาดใหญ่กว่า 2 เท่าคนจริง ท่าทางยืนเท่ ใส่ชุดประดาน้ำ ถือหน้ากากดำน้ำ หน้าตายิ้มแย้ม หันหน้าเข้าไปที่ถ้ำหลวง     ทั้งนี้ ไม่ต้องห่วงเรื่องงบประมาณ อาจารย์เฉลิมบอกว่าจะออกเงินเอง ร่วมกับลูกศิษย์ และมีศิลปินชาวเชียงรายจำนวนมากกว่า 300 คนจะช่วยกันทำงานนี้และอยากให้ถ้ำหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีคุณค่า ศึกษาเป็นทางด้านประวัติศาสตร์ ตนอยากรีบทำให้เสร็จช่วงฤดูหนาวให้ตรวกับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี   สำหรับจุดที่จะสร้างอยู่ในเขตวนอุทยานดังนั้นตนจึงอยากจะขออนุญาตจากกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการดำเนินการเพราะสถานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวง แต่เห็นว่าเนื้อที่กว้างขวางไม่น่าจะมีปัญหา   นอกจากนี้ อ.เฉลิมชัย เตรียมมอบภาพพิมพ์ผ้าใบจำนวน 33 ภาพ ให้กับเจ้าหน้าที่จากต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี จนสามารถนำทั้ง 13 คนออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนได้สำเร็จ  

 6,022
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ค. 61

ดูแล้วคิดถึง... 'จ่าแซม' โชว์ความสามารถทางดนตรี เล่นกีตาร์ร้องเพลง 'เธอเป็นแฟนฉันแล้ว'

เพจคนอีสานล้านเปอร์เซ็นต์ ได้โพสต์คลิปของจ่าแซม หรือจ่าเอกสมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ เป็น นทต.จู่โจม รุ่น 30 อายุ 38 ปี ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ลำเลียงขวดอากาศ ระหว่างภารกิจช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ติดในถ้ำหลวง   โดยเป็นคลิปที่จ่าแซม ดีดกีตาร์ร้องเพลงเธอเป็นแฟนฉันแล้ว ของวงกะลา ในบรรยากาศผ่อนคลาย ทำให้หลายคนที่ได้เห็นต่างคิดถึงและชื่นชมความสามารถรอบด้านของจ่าแซม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xmEF2CR8FrQ

 11,101
การเมือง
12 ก.ค. 61

นายกฯขอบคุณทุกฝ่ายหนุนภารกิจช่วย 13 หมูป่าสำเร็จ ยกย่อง 'จ่าแซม' ผู้สละชีพ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ข่วยให้ภารกิจกู้ภัยทีมหมูป่าอคาเดมี่และโค้ช ทั้ง 13 ชีวิตประสบความสำเร็จ โดยระบุว่า   นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่นักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอคาเดมี่แม่สาย รวม 13 คน ได้ประสบอันตรายติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รัฐบาลได้รวบรวมสรรพกำลังเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย   ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมมือกันเสียสละ อดทน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ประกอบกับกำลังใจจากทั่วทุกมุมโลก ทุกชาติศาสนาที่ส่งมายังประเทศไทย จนบัดนี้ ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยได้สำเร็จลุล่วงลงแล้ว รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 17 วัน ส่งผลให้ ผู้ประสบภัย ทั้ง 13 คน และหน่วยกู้ภัยประสบความสำเร็จ ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย   ในยามที่ประชาชนประสบทุกข์ภัย เราได้รับพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ ตลอดจนพระราชทาน ขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตลอดเวลา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทย ขอจงทรงพระเจริญ   ตนในนามของรัฐบาลไทย ต้องขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความเสียสละและความมุมานะในการปฏิบัติงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกองค์กร ประชาชน จิตอาสา และ สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่สนับสนุนทั้ง องค์ความรู้ กำลังคน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนกำลังใจและไมตรีจิตจากมิตรประเทศทั่วโลกจนทำให้ภารกิจในครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี   เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า แม้ภารกิจจะยากลำบากและมีอุปสรรคกีดขวางมากมายเพียงใด แต่หากเรามีสติ มีความมุ่งมั่นมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์พร้อมที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม อุปสรรคทุกอย่างจะสามารถคลี่คลายได้   แม้วันนี้ภารกิจจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ภาพของความร่วมแรงร่วมใจโดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนาจะยังคงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ จ่าเอกสมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมแห่งกองทัพเรือ อาสาสมัครผู้สละชีพในปฏิบัติการในครั้งนี้อย่างสมเกียรติ ความเสียสละของจ่าเอกสมานจะเป็นต้นแบบแห่งความกล้าหาญและประทับในจิตใจของพวกเราตลอดไป   ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้ง พระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดดลบันดาลประทานพรให้คณะเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตลอดจนชาวต่างประเทศทุกประเทศ ประสบแต่ความสุขความเจริญ สมบูรณ์พร้อมด้วยกำลังกาย กำลังใจกำลังสติปัญญา และเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพโดยทั่วกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ubfMdH2dN-Q ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Noppera Bosri 

 1,701
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

ภรรยา-พ่อจ่าแซม โล่งใจช่วยทีมหมูป่าปลอดภัย เพื่อนบอกมาเข้าฝัน ดีใจภารกิจสำเร็จแล้ว

ร้อยเอ็ด-นางวลีพร กุนัน ภรรยาจ่าเอกสมาน กุนัน หรือ จ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวง ผู้สละชีพขณะปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจช่วยทีมหมูป่าอคาเดมี่ออกจากถ้ำหลวง เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า   ตนรู้สึกโล่งใจ ดีใจที่เด็กๆทั้ง 13 คนปลอดภัย น้องๆทุกคนเข้มแข็งและเก่งมาก ในส่วนของหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทุกท่านคือฮีโร่ ทุกท่านคือผู้เสียสละ ทุกท่านคือจิตอาสา เหมือนกันกับพี่สมาน ไม่ใช่เพียงแค่พี่สมานคนเดียวที่เป็น เพราะทุกคนไปทำภาระกิจเดียวกันกับพี่สมาน   ทุกคนเหนื่อยเหมือนกัน และสิ่งหนึ่งที่สื่อให้เห็นคือคนไทยเรารักกัน พอมีเหตุแบบนี้เกิดขึ้น เราไม่เคยรู้จักกัน เราไม่เคยเป็นพี่น้องกัน พอมาถึงจุดๆหนึ่งที่มีใจดวงเดียวกัน ที่อยากจะช่วยกลุ่มน้องทั้ง13คน เราก็มารวมกันช่วยเหลือในจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน   สำหรับพี่แซม ตนคิดว่าเขาคงจะดีใจ ที่ภารกิจที่เขาหวังไว้สำเร็จแล้ว สำเร็จก่อนที่พายุฝนที่เขากังวลว่าถ้าเกิดขึ้นจะทำงานกันลำบากขึ้น ขอขอบคุณพี่ๆหน่วยซีลที่สานต่อให้ความตั้งใจของพี่แซมไม่เสียเปล่า ถือว่าเขาสำเร็จ เพราะพี่ๆหน่วยซีลก็เหมือนตัวแทนของพี่แซม เพราะพี่แซมและพี่ๆหน่วยซีลจะโดนฝึกมาว่า ให้รักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง พี่น้องทำสำเร็จก็เหมือนพี่แซมทำสำเร็จ   ด้านนายวิชัย กุนัน พ่อของจ่าแซม กล่าวว่า รู้สึกสบายใจที่สุดหลังจากสามารถช่วยทั้ง 13 คนที่ติดถ้ำออกมาแล้ว เพราะมีเพื่อนทหารของลูกชายคนหนึ่ง ซึ่งตนจำไม่ได้ว่าเป็นคนไหนมาบอกว่า หลังเด็กถูกช่วยออกมาแล้ว ลูกชายไปเข้าฝันบอกเพื่อนว่า “ผมดีใจที่ผมทำภารกิจเสร็จแล้ว” แล้วก็ไป ตนฟังแล้วสุดปลื้มในภารกิจด้วยความเสียสละ ที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี ของลูกชายที่ไม่สูญเปล่า ในการพยายามช่วยชีวิตกลุ่มผู้ติดตั้งทั้งหมดซึ่งการเสียชีวิตของลูกชาย เป็นกุศลส่งให้ทุกคนรอดชีวิตมาด้วยความปลอดภัย   และอยากให้กลุ่มผู้รอดชีวิตทั้งหมดมีความมุ่งมานะในการทำหน้าที่ การเป็นนักกีฬา และสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม สมกับที่ลูกชายเสียสละชีวิต ไปในการพยายามช่วยเหลือครั้งนี้ และอยากให้ทุกคนยึดถือแนวทาง การเสียสละของลูกชายเป็นต้นแบบ และรู้สึกปลื้มปีติที่ทางรัฐบาลและผู้บังคับบัญชา ไม่ได้ทอดทิ้ง ดูแลครอบครัวและเรื่องขั้นเงินเดือน 5 ขั้นให้กับลูกชาย ที่เสียชีวิตจากการพยายามประกอบคุณงามความดี ด้วยความปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง   ขณะที่บรรยากาศงานศพของจ่าแซม มีผู้มาร่วมเคารพไม่ขาดสาย และส่งพวงหรีดมาร่วมอาลัยจำนวนมาก พร้อมเตรียมความพร้อมพิธีการพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ ในวันที่ 14 ก.ค. โดยขณะนี้ได้ก่อสร้างเมรุพิเศษและเร่งตกแต่งประดับประดาที่วัดหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ktmq3JT-SxA

 4,273
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ ยกย่อง 'จ่าแซม' เป็นวีรบุรุษตัวจริง เชื่อเด็กทีมหมูป่าโตขึ้นเป็นคนดี ชูความสามัคคีนำทางสู่ความสำเร็จ

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผบ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ กล่าวในการแถลงข่าวแถลงปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ระบุว่า   การช่วยเหลือน้องๆ 13 คนออกมาแล้ว ซึ่งมันเป็น Mission Possible ทำให้ไทยได้ชื่อเสียงระดับโลกไปแล้ว ในเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือว่าอยู่ในสายพระเนตร พระกรรณของในหลวง ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานสิ่งของต่างๆ ที่ทางเราไม่สามารถหาได้ ความสำเร็จในครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้เพราะความสามัคคี ไม่ใช่เพราะแค่คนไทยในประเทศ แต่รวมไปถึงต่างประเทศด้วย ทลายภาษา ทลายเชื้อชาติเพื่อให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายเดียวกัน   สิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งคือ ความร่วมมือ ความร่วมมือที่ดีมากๆ ทั้งความร่วมมือในเทคโนโลยี ความรู้ อุปกรณ์ ที่เอามาแลกเปลี่ยนกัน ใช้ในภารกิจเดียวกัน ถึงแม้เราปิดภารกิจได้ ด้วยการสืบค้น กู้ภัย ช่วยน้องๆ มาได้ ยังคงเหลือเรื่องของการส่งกลับ ซึ่งน้องๆ ตอนนี้ยังอยู่ที่ รพ. และยังเหลือในส่วนของกรมอุทยานฯ ที่ยังต้องดูแล ฟื้นฟูสภาพธรรมชาติกันต่อไป อุปกรณ์ที่นำมาใช้ นั้นก็ยังต้องนำมาแจกแจง และนำส่งคืนให้กับหน่วยงานต่างๆ ต่อไป   และบทเรียนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่บทเรียนในประเทศไทย แต่เป็นบทเรียนในโลกนี้ บทเรียนครั้งนี้มิใช่ภัยที่เกิดจากถ้ำธรรมดา แต่ครั้งแรกของโลก ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์กู้ภัยในถ้ำที่น้ำเต็มมาก่อนเลย เป็นความยากง่ายที่ผู้คนบอกว่าเป็นอะไรที่ยากมาก เป็นสิ่งที่หลายคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เราจะถอดนำมาเป็นบทเรียน บางส่วนนำมาใช้สอนเด็ก ให้รู้ถึงอันตราย บางส่วนนำมาใช้ให้เป็นบทเรียนสำหรับหน่วยงานที่จะต้องเรียนรู้ บางส่วนก็จะเป็นบทเรียนที่เราได้เรียนดู เกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องที่อยู่รอบๆ   บางสื่อออนไลน์มองว่าน้องๆ เป็นผู้ร้ายบ้าง มองว่าเค้าเป็นฮีโร่บ้าง แต่เราถือว่าน้องๆ เค้าเป็นเด็กได้ประสบเหตุโดยสุดวิสัย ผมเชื่อว่า น้องๆ เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก เค้าอยู่บนพื้นที่กำลังใจของคน 60 ล้านคน ซึ่งเชื่อว่า เขาจะเป็นคนดีแน่นอนเขาจะตอบแทนคืนสังคมในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน   สำหรับวีรบุรุษตัวจริงของเราคือ 'จ่าแซม' ซึ่งผมถือว่าท่านเป็นพระเอกตัวจริง ในวันนั้น ทุกคนเศร้าหมด ซึ่งเราได้นำเหตุการณ์นั้นมาเป็นพลังของพวกเรา ทำให้เรามุ่งมั่นและเราได้รับความมุ่งมั่นจากจ่าแซมด้วย ทำให้เราทำสำเร็จ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t-Ave89rzto

 1,614
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 61

นักดำน้ำต่างชาติ แวะหาหมอเช็คร่างหลังจบภารกิจถ้ำหลวง ร่างกายแข็งแรงเจ็บแค่เล็กน้อย

สมาชิกเฟซบุ๊ก Pichamon Changkwanyuen โพสต์ภาพนักประดาน้ำชาวต่างชาติที่เข้าร่วมภารกิจถ้ำหลวง หลังจบภารกิจช่วยชีวิตทีมหมูป่าสำเร็จ ได้ซึ่งได้เข้าไปรับการรักษาในโรงพยาบาล ในอาการเล็กๆ น้อยๆ โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า   “ภารกิจก่อนกลับวันนี้ พาหนุ่มๆ นักดำน้ำมาหาหมอ อาการโดยรวมคือ – ปวดหู เนื่องจากดำน้ำนานเกินไป – มีบาดแผลตามร่างกายเพราะหินจากในถ้ำ – บางท่านมีปวดเข่าและหลัง จากการกระแทกหินในถ้ำ แต่โดยรวมทุกคนยังแข็งแรงดีค่ะ #ถ้ำหลวง #ทีมนรินทร #CaveDiverTeam #หมูป่ารอดแล้ว” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i5dmXUqn6CM

 1,892
ต่างประเทศ
12 ก.ค. 61

นักดำน้ำออสซี่เผยนาทีระทึก เครื่องสูบน้ำเสียหลังช่วยทีมหมูป่า ต้องรีบหนีตายออกจากถ้ำ หวิดไม่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง

นักดำน้ำออสเตรเลียให้สัมภาษณ์กับสื่อออสเตรเลียว่า ภายหลังจากทีมช่วยเหลือพาตัวสมาชิกทีมหมูป่าคนสุดท้ายออก จากถ้ำได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง มีทีมนักดำน้ำและเจ้าหน้าที่กู้ภัยส่วนหนึ่ง ยังคงอยู่ในภายในถ้ำที่ความลึกประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อจัดการกับอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ   แต่แล้วอยู่ ๆ เครื่องสูบน้ำหลักเกิดขัดข้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนั้นมีนักดำน้ำและ จนท.จำนวนมากบริเวณโถง 3 ซึ่งตั้งเป็นศูนย์บัญชาการ   ขณะนั้นได้ยินเสียงร้องดังขึ้น จากนั้นก็เห็นแสงไฟฉายติดศรีษะของทีมเจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยส่องสว่างไสวมาจากที่ลึกในถ้ำ ต่างพากันรีบวิ่งออกมายังจุดที่เป็นพื้นที่แห้งด้วยความระทึก หวิดเกิดโศกนาฏกรรมและไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเช่นนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VnmOIJ8dWaQ

 41,175

Top