ค้นหา :

ผลการค้นหา "วิษณุเครืองาม"

การเมืองเข้มข้น
18 ต.ค. 61

'วิษณุ' ปัดตอบผู้ท้าชิง หน.พรรค ปชป.เดินสายลงพื้นที่ หลังโดนมองหาเสียง

จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครรับการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่พบปะกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้บางฝ่ายมองว่าเป็นการเดินสายหาเสียงไปด้วยในตัว   นายอิสระ สมชัย อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ อดีต รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. กล่าวว่า การลงพื้นที่ของนายอภิสิทธิ์ รวมทั้งผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนในขณะนี้นั้นไม่ได้เป็นการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. หรือ สว. ตามที่ทุกฝ่ายนั้นกังวลใจ จึงขอให้ทุกคนนั้นสบายใจได้ เพราะขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในช่วงของการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเท่านั้น ซึ่งผู้สมัครทั้ง 3 คน ก็มีสิทธิ์ที่จะหาเสียง และหากแต่ละพรรคการเมืองจัดให้มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯ ทุกพรรคก็สามารถกระทำในลักษณะนี้ได้   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามกรณีที่พรรคการเมืองเดินสายปราศรัยพูดคุยกับประชาชน เพราะแต่ละพรรคก็มีนักกฎหมายที่ตอบคำถามให้อยู่แล้ว ตนไม่สามารถตอบแทนได้ อีกทั้งพรรคการเมืองต้องรู้ตัวว่าทำถูกหรือผิด   ส่วนกรณีที่มีพรรคการเมืองลงพื้นที่ และอ้างว่าเป็นกิจกรรมภายในของพรรคนั้น นายวิษณุก็ไม่ตอบเช่นกัน และหากฝ่ายตรงข้ามมองว่าเป็นเรื่องผิดก็สามารถร้องเรียนมายังคสช.และกกต.ได้ แม้พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งยังไม่ประกาศใช้ กกต.ก็มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ เผื่อมีการฟ้องร้องหรือร้องเรียนในอนาคต ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเก็บข้อมูลไว้เพื่อจับผิด แต่เก็บไว้เนื่องจากเรื่องเหล่านี้มีระยะเวลาที่จะดำเนินการร้องเรียน หรือเก็บไว้แล้วอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HUuGGLe0edQ

 661
การเมืองเข้มข้น
13 ต.ค. 61

'ประวิตร' ย้ำพรรคการเมืองเปิดรับบริจาคต้องแจ้ง คสช. 'วิษณุ' ชี้คำสั่ง คสช. ไม่ได้ห้ามเรี่ยไรเงิน

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการรับบริจาคเงินของพรรคการเมืองว่า จะต้องแจ้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. แต่ในเรื่องกิจกรรมทางการเมืองคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กดต.) ต้องเป็นผู้ดูแลเพราะ คสช.ดูในเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย และหากมีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต.ก็จะเป็นผู้ดำเนินการ   ส่วนการคลายล็อกพรรคการเมืองยืนยันว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนธันวาคมนี้อย่างแน่นอน แต่จะเรียกพรรคการเมืองมาประชุมวันใด ยังไม่ทราบ และไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรี หรือตนเองจะเป็นประธานการประชุม ส่วนที่ฝ่ายการเมืองเสนอให้ปลดล็อคทั้งหมดก็เสนอได้ แต่มีขั้นอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้กฎหมายลูกก็ยังไม่ครบกำหนด 90 วัน   ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คำสั่ง คสช. ไม่ได้มีการห้ามเรี่ยไรรับเงินบริจาค และ กกต.ก็ไม่ได้หารือกับรัฐบาลในเรื่องนี้ ส่วนปัญหาของพรรคการเมืองที่ต้องใช้เงินในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของพรรคนั้น พรรคการเมืองสามารถดำเนินการเก็บค่าสมาชิกพรรคได้ ซึ่งคสช.ได้คลายล็อคให้รับสมาชิกเพิ่มและต้องเสียค่าบำรุงสมาชิกพรรค แต่ไม่ได้ห้ามการเรียกเก็บเงินนอกเหนือจากจากค่าสมาชิกพรรค ซึ่งจะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับ กกต.เป็นผู้พิจารณาว่าจะเป็นการหาเสียงหรือไม่ และส่วนตัวตอบไม่ถูกด้วยว่าที่หลายพรรคการเมืองดำเนินการอยู่ในขณะนี้เข้าข่ายเป็นการหาเสียงหรือไม่          ทั้งนี้ หาก กกต.ไม่แน่ใจว่าจะเข้าข่ายการหาเสียงหรือไม่ สามารถรวบรวมรายละเอียดต่างๆ มาปรึกษากับ คสช.ได้ ส่วนการประชุมร่วมระหว่าง กกต.และพรรคการเมืองได้พูดคุยรายละเอียดต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ที่หลายพรรคการเมืองออกมาระบุว่ารายละเอียดยังไม่ชัดเจน แสดงว่าไม่เชื่อในการหารือดังกล่าว ซึ่งการประชุมร่วมระหว่าง กกต.และพรรคการเมืองในรอบที่ 2 ไม่ใช่ว่ารายละเอียดไม่ชัดเจน แต่ต้องพูดคุยตามกรอบเวลาเพื่อแจ้งในสิ่งที่ต้องการให้ทราบ ไม่ใช่การตอบคำถามของพรรคการเมือง                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QrRSTCnu13w

 626
การเมืองเข้มข้น
12 ต.ค. 61

'วิษณุ' แจง กกต.ของบจัดเลือกตั้ง ส.ส. เพิ่มอีก 600 ล้าน จากเดิม 4,000 ล้าน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อวานนี้ ตนเองได้ชี้แจงปัญหาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องการใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เพิ่มอีก 600 ล้านบาท ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเลือก ส.ว.ที่ได้เข้าสู่กระบวนการนำไปสู่การคัดเลือกแล้ว   ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการสำนักงาน กกต. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ได้รับอนุมัติงบในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.มากว่า 4,000 ล้านบาท แต่ด้วยกระบวนการจัดการเลือกตั้งเป็นรูปแบบใหม่มีค่าใช้จ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าตอบแทนให้ผู้แจ้งเบาะแสสินบนรางวัลนำจับการกำหนดให้ กกต.เป็นผู้จัดหาสถานที่สำหรับปิดป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ทำให้งบที่ได้รับยังไม่เพียงพอและจะเสนอไปให้ ครม.พิจารณาในเร็วๆ นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fwp2egiLv2k

 1,128
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 61

รบ.ยอมถอย กม.บังคับจ่ายค่าลงทะบียนสัตว์เลี้ยง ตัวละ 450 'ลุงตู่' สั่งทบทวนไม่ให้เป็นภาระ ปชช.

เกิดกระแสวิจารณ์ในสังคมหลัง ครม. เห็นชอบหลักการให้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยกำหนดให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงนำสัตว์เลี้ยงมาขึ้นทะเบียน มีค่าใช้จ่าย 450 ต่อตัว หากฝ่าฝืนจะเสียค่าปรับไม่เกิน 25,000 บาท   ต่อมาทางเพจ WATCHDOG THAILAND ได้โพสต์ถึงปัญหาที่เริ่มตามมาจากกฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่า “เป็นเรื่องแล้ว ขึ้นทะเบียน 450 บาท! ประเดิม ปล่อยแมว 40 ตัว ก่อนถึงวัดสีสุกย่าน-มีนบุรี วัดบำเพ็ญเหนือ ย่านสุขาภิบาล 3 WDT รับแจ้งเรื่องด่วน ครอบครัวอาศัยอยู่ย่านสายไหม ลูกชายฉวยโอกาสตอนแม่เข้าโรงพยาบาลด่วน เพราะป่วยน้ำท่วมปอด เอาแมวที่แม่เลี้ยงไว้ 50 ตัว ทำหมันหมดแล้ว ไปปล่อยทิ้ง 40 ตัว ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ย่านสุขาภิบาล 3”   ล่าสุดรัฐบาลยอมถอย ยังไม่ประกาศบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเรื่องนี้ยังเป็นร่างกฎหมายที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และยังต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อนส่งกลับมายัง ครม. และส่งต่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาและรับฟังความเห็นประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 กำหนด ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีขั้นตอนการพิจารณาอีกมาก คงไม่สามารถส่งให้ สนช.พิจารณาได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ และหากสังคมไม่เห็นด้วยก็สามารถถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ได้   ยืนยันการแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การวางทุ่นให้รัฐบาลชุดต่อไป หากรัฐบาลหน้าไม่เห็นด้วยก็สามารถเพิกถอนหรือให้กระทรวงเกษตรฯไปปรับแก้ไขใหม่ ส่วนค่าขึ้นทะเบียนและค่าปรับที่สังคมมองอาจสร้างภาระให้ประชาชนนั้น ยังเป็นแนวคิดที่สามารถปรับแก้ได้เหมือนกับกฎหมายอื่นๆ   นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มาจากกรณีที่ นายกรัฐมนตรีเห็นภาพสุนัขถูกทิ้งที่จังหวัดระยอง ช่วงเดือนกรกฎาคม และสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่าการร่างกฎหมายคงไม่สามารถทำได้รวดเร็วขนาดนี้   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมว่า การมีกฎหมายจัดระเบียบสัตว์เลี้ยงถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน โดยเฉพาะคนที่รักสัตว์และรับเลี้ยงสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งอาจกระทบกับผู้ที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งเสียงและเชื้อโรค แต่ปัญหาที่ต้องพิจารณาคือจำนวนสัตว์เลี้ยงเท่าใดจึงควรขึ้นทะเบียน และตนเองไม่สามารถบอกได้ว่าต้องเป็นจำนวนเท่าใด   พร้อมกันนี้นายวิษณุ ยังกล่าวติดตลกว่า ตนเองก็มีสัตว์เป็นแมวและสุนัขซึ่งมี 1 ตัว แต่สุนัขอาจจะตายก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ และยังบอกด้วยว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่2 ที่ตนเองรับผิดชอบก็ไม่รับพิจารณาเรื่องสัตว์เพราะเรื่องคนก็ปวดหัวอยู่แล้ว   ทั้งนี้มีเสียงจากตัวแทนคนเลี้ยงสัตว์ ป้าหนู อายุ 62 ปี หนึ่งในผู้เลี้ยงแมวจำนวนกว่า 20 ตัว กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วหากจะมีการขึ้นทะเบียนจริงตนไม่เห็นด้วย เพราะอย่างตนเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเลี้ยงแต่ด้วยความสงสาร มีแมวจรจัดหลงมาบ้าง คนเอามาปล่อยบ้างพอเห็นแล้วก็สงสารต้องเลี้ยงเอาไว้ แล้วในการเลี้ยงแมาจำนวนมากกถือว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลนั้นค่อนข้างสูง ทั้งค่ายา ค่าวัคซีน ค่าอาหารรวมแล้วในหนึ่งเดือนค่าใช้จ่ายอยู่ตกหลักหมื่นบาท และจะให้จ่ายค่าขึ้นทะเบียน 450 บาท กับจำนวนแมวที่ตนเลี้ยงอยู่ 20 กว่าตัวคงไม่ไหว   ป้าแอ๊ด เป็นคนใจบุญ ผู้เลี้ยงดูแลและเลี้ยงสุนัขหมาพิการที่บ้านพักพิงสุนัขจรจัดลำปาง บอกว่าเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ดังกล่าว จะช่วยลดการปล่อยทิ้งหมาจรจัดและแมวลดลง แต่ราคาลงทะเบียนตัวละ 450 บาท นั้นมองว่าแพงไป คิดว่าราคาที่เหมาะสมน่าจะอยู่ตัวละประมาณ 100-150 บาทเท่านั้น และอยากให้ทางผู้เกี่ยวข้อง ดำเนินการหาทุนหรือ จัดการเรื่องการทำหมันไว้ด้วย เพื่อการลดภาระของชาวบ้านและภาระของสังคม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p6kNQxo0xUg

 8,604
การเมืองเข้มข้น
10 ต.ค. 61

'สุริยะใส' แปลกใจ 'วิษณุ' เปลี่ยนไป ให้เพื่อไทยตั้งพรรคสำรองได้-บินพบทักษิณไม่ผิด

นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กถึงท่าทีที่เปลี่ยนไป ของคนในรัฐบาล โดยระบุว่า   ผมค่อนข้างแปลกใจกับท่าทีและจุดยืนของรองนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม ที่ระบุว่าการ เดินทางไปพบคุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของแกนนำพรรคเพื่อไทยเป็นเสรีภาพ คสช. ปล่อยแล้ว และยังบอกว่า ใครจะตั้งพรรคสำรองกี่พรรคก็เป็นสิทธิที่ทำได้ถ้ามีทุนและมีสติปัญญา   ฟังแล้วก็ค่อนข้างแปลกใจ กับจุดยืนดังกล่าวของท่านรองนายกฯ ที่ผมเป็นห่วงก็คือการพูดเช่นนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ที่กำลังตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายผิด มาตรา 28 และ 29 พรป.พรรคการเมือง ที่ห้ามพรรคการเมืองยินยอมให้บุคคลภายนอกยุ่งเกี่ยวกับกิจการในพรรค ซึ่งมีผู้ร้องต่อ กกต. ในกรณีของพรรคเพื่อไทยไปแล้วก่อนหน้านี้   ท่าทีของคนในรัฐบาล บางเรื่องต้องไม่ชี้นำ บางเรื่องต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่จะมีอิสระในการวินิจฉัย เพราะอาจทำให้การทำงานของ กกต. มีปัญหาตามมาด้วยเช่นกัน   ที่สำคัญเรากำลังเข้าสู่บรรยากาศของการเลือกตั้ง มีคำสั่ง คสช. ควบคุมการทำกิจกรรมสิทธิและเสรีภาพของพรรคการเมืองสารพัดคำสั่ง แต่สิ่งที่คนในรัฐบาลทำก็ดูเหมือนกับไม่ได้เคร่งครัดในการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา นี่ยังไม่รวมถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการนำคนผิดกลับมารับโทษในกระบวนการยุติธรรมด้วย   การตั้งพรรคสำรองหลายพรรคเพื่อเก็บคะแนนเสียงจากระบบเลือกตั้งแบบใหม่แม้เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่วิธีดังกล่าวจะทำลายระบบพรรคการเมืองที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและ พรป.พรรคการเมืองต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมืองการตั้งพรรคเครือข่ายพรรคสำรองพรรคแนวร่วมจะทำให้พรรคการเมืองจมอยู่กับคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่ว่าจะได้มาโดยวิธีใดก็ตามแบบนี้ก็จะทำให้การปฏิรูปการเมือง โดยพรรคการเมืองไม่ประสบความสำเร็จ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qp7ATN4U0T8

 2,523
การเมืองเข้มข้น
04 ต.ค. 61

'วิษณุ' ขออย่าวิจารณ์ 4 รมต.ร่วมพลังประชารัฐ เชื่ออีกไม่นานพิจารณาตัวเอง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึง 4 รัฐมนตรีที่เข้าร่วมจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการกับนายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดลำพูน แต่จากนี้การลงพื้นที่ของ ทั้ง 4 รัฐมนตรีจะสามารถร่วมลงพื้นที่ได้หรือไม่ เพราะเป็นการคาบเกี่ยวกับการหาเสียงว่า ในเวลาราชการสามารถทำได้ในสิ่งที่ไม่ใช่การหาเสียง แต่เมื่อเป็นรัฐมนตรี อาจเรียกว่าได้เปรียบก็ใช่ หรือจะเรียกว่าเสียเปรียบก็ใช่ เพราะสิ่งนั้นคือการมีหน้าที่ เมื่อมีหน้าที่ก็ต้องทำ หากไม่ทำก็ถือว่าบกพร่องในหน้าที่   เช่นเดียวกับนักการเมืองที่ไม่มีหน้าที่ และไปทำก็อาจจะถูกมองเป็นเรื่องของการหาเสียง แต่ถ้าสามารถแยกแยะได้ ดังนั้นการเป็นรัฐมนตรีก็จะต้องระวังเป็นทวีคูณ เพราะยากกว่าคนธรรมดา แต่ก็มีโอกาสในการทำสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ เช่น การเข้าประชุมครม. การนั่งเป็นรัฐมนตรี สั่งงานกระทรวงอื่นๆ ที่ผู้อื่นกระทำไม่ได้ เพราะไม่มีหน้าที่ แต่เมื่อใด อาศัยว่าตนมีหน้าที่ แต่ไปทำสิ่งแอบแฝง ไปทำในสิ่งที่เป็นการหาเสียง ตรงนั้นถือว่าผิด   นายวิษณุ ยังขออย่าวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้อีก เพราะทั้ง 4 รัฐมนตรีประกาศตัวอย่างชัดเจน ว่าอีกไม่ช้าจะพิจารณาตนเอง ขอเพียงเวลาคลี่คลายในสิ่งที่ยังค้างอยู่ อาจจะเป็นเรื่องที่สื่อ และประชาชนไม่ทราบ ถือเป็นสิ่งที่อธิบายยาก อีกทั้งเมื่อถึงจังหวะอันสมควรก็จะทำให้คนไม่อึดอัดขัดข้อง ก็ว่าถือชัดเจนแล้ว ไม่ต้องแปลความอะไรอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/S3QSot0TCe4

 782
การเมืองเข้มข้น
04 ต.ค. 61

'วิษณุ' แนะ ปชช.ใส่เสื้อเหลือง 13 ต.ค. รำลึกในหลวง ร.9 ถ้าไม่มีใส่สีอื่น เว้นสีดำ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร 13 ต.ค.นี้ว่า วันที่ 13 ต.ค. ช่วงเย็นมีพระราชพิธีที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย   โดย ในวันดังกล่าวประชาชนสามารถสวมใส่เสื้อสีเหลือง แต่หากไม่มีก็สวมเสื้อสีอื่นได้ แต่ไม่ควรสวมเสื้อสีดำ เพราะไม่ได้มีการไว้ทุกข์แล้ว ส่วนวันที่ 12 ต.ค. ส่วนราชการจะทำบุญตักบาตรในตอนเช้า เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็จะมีประกาศเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศจัดกิจกรรมที่เหมาะสมในทุกจังหวัด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bEElP9Fge5U

 1,839
การเมืองเข้มข้น
02 ต.ค. 61

'สมคิด-วิษณุ' ป้อง 4 รมต.พลังประชารัฐไม่ลาออก ปชป.-พท. วิจารณ์เอาเปรียบพรรคอื่น

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ออกมาสนับสนุน 4 รัฐมนตรีในรัฐบาลที่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐทำงานการเมือง โดยระบุว่าทั้ง 4 คนหวังทำให้การเมืองไทยดีขึ้น อาสามามาอยู่ข้างหน้า เพื่อเป็นตัวอย่างต่อคนรุ่นหลัง   อีกทั้งประเทศไทยยังมีโครงการสำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการในช่วงสำคัญมาก หยุดชะงักไม่ได้เลย ต้องให้รัฐมนตรีทั้ง 4 คนช่วยเร่งโครงการให้ต่อเนื่อง   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าทุกคนทราบขั้นตอนปฏิบัติ เช่นเดียวกับ 4 รัฐมนตรี ที่บอกชัดเจนจะตัดสินใจเมื่อถึงเวลาเหมาะสม และ หากมีส่วนใดที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการ พร้อมยืนยัน การประกาศร่วมงานการเมือง จะไม่กระทบกับการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการประชุมครม. ที่สามารถทำได้ตามปกติ หากเห็นว่าจำเป็น เพราะครม.มี 36 คน เกี่ยวพันการเมือง 4 คน เหลืออีก 32 คน ซึ่งความเหมาะสม คือ รัฐบาลต้องทำงานตามนโยบาย ที่สำคัญมากกว่า ไม่เช่นนั้นประเทศก็จะหยุดชะงัก   ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ขณะนี้มรประเด็นวิจารณ์กันมากว่าสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐทำ มีความถูกต้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้   ผู้เขียนตั้งใจเขียนภายใต้บริบทที่มองว่าผู้มีอำนาจรัฐอยู่ในขณะนี้เข้ามาดูแลบ้านเมืองชั่วคราว เป็นกรรมการเข้ามาวางกติกาและรากฐานเพื่อกลับไปสู่การแข่งขันของพรรคการเมือง โดยไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นผู้เล่นเอง แต่วันนี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ คือกำลังหลบเลี่ยงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ใช้สถานะของท่านในการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง   ด้านนายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ถ้ามองว่าการเลือกตั้งเป็นการวิ่งแข่ง เวลาจะวิ่งแข่งกันเราต้องเริ่มจากจุดเดียวกัน ไม่ใช่คนหนึ่งไปรออยู่ครึ่งสนามแล้ว อีกคนอยู่ข้างหลัง ไกลเลย ต้องดูที่จุดเริ่มต้นว่าเป็นธรรมหรือยัง ถ้ารู้สึกว่าบางคนยังอยู่ในตำแหน่งแล้วใช้ตำแหน่งนั้นควบคู่ไปกับการเป็นผู้บริหารพรรคการเมืองคิดว่าเขาได้เปรียบ   1.ได้เปรียบในฐานะที่เขามีตำแหน่งหน้าที่   2.ได้เปรียบตรงที่กลุ่มคนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยังต้องให้ความเกรงใจอยู่   และ 3.สามารถใช้งบประมาณไปในทางที่คนอื่นไม่สามารถจะใช้ได้ แล้วเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมือง   ทั้งนี้เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย เขาควรจะลาออกมา และหากวันหนึ่งพวกเขาชนะเลือกตั้งขึ้นมา ผลจะย้อนกลับมาหาเขาอีก เพราะว่าคุณเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j4reiaqTWZ8

 692
การเมืองเข้มข้น
01 ต.ค. 61

'จาตุรนต์' จวก 4 รมต.สังกัด พปชร.เอาเปรียบ 'วิษณุ' เตือนอย่าใช้ของหลวงหาประโยชน์ให้พรรค

จากกรณี 4 รัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับตำแหน่งต่างๆ ในพรรพลังประชารัฐ ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกพรรค   โดยทั้งหมดยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งในปัจจุบัน และจะใช้เวลาวันหยุดในการเดินสายทำกิจกรรมการเมือง ไม่เบียดบังเวลางานปกติ   ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นสิ่งที่รู้กันล่วงหน้ามานานแล้ว เมื่อรัฐมนตรีทั้ง 4 คนประกาศตั้งพรรคการเมือง ควรทำตัวเป็นรัฐบาลรักษาการได้แล้ว และเมื่อนายกฯพูดจนเป็นที่เข้าใจแล้วว่าจะแข่งเป็นนายกฯต้องเลิกใช้อำนาจในฐานะคสช.ได้แล้ว เพราะตอนนี้เหมือนรัฐบาลรักษาการณ์หลังยุบสภา ภาวะปกติไม่ได้บอกรัฐบาลรักษาการทำตามข้อห้ามต่างๆ เมื่อมีพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง   เมื่อยุบสภารัฐบาลต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างรัฐบาลรักษาคือห้ามทำโน้นห้ามทำนี้อะไรต่างๆ แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้เพราะไม่นึกจะทำกันอย่างนี้ แต่เมื่อทำอย่างนี้ต้องมีความละอาย ทำให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือก็คือมีความเสรีเป็นธรรม ไม่ใช่ทำการเลือกตั้งแบบชกข้างเดียว ปิดหูปิดตาประชาชนรู้ข่าวสารเลย อาจเลวร้ายไม่ต่างกับการลงประชามติที่ผ่านมา   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกถึง 4 รัฐมนตรีดังกล่าวว่า ถ้าเป็นในเวลาราชการแล้วจะไปทำเรื่องเกี่ยวกับพรรคการเมือง ขอให้ลาไป เพราะการเอาเวลาราชการไปทำงานเกี่ยวกับพรรค หรือกิจกรรมการเมืองมันไม่ควรโจ่งแจ้ง หรือน่าเกลียด ต้องระมัดระวัง ดังนั้น อย่าเอาเวลาราชการเพื่อไปใช้ประโยชน์ของพรรคการเมืองพอ ส่วนเวลานอกราชการ หรือวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ สามารถทำได้ ในอดีตก็ไม่มีปัญหาอะไร มีหลายครั้งที่รัฐบาลยุบสภา แล้วมีรัฐมนตรีสังกัดพรรคลงไปทำกิจกรรมของพรรคตัวเอง   โดย 3 อย่าง คือ 1.ใช้เวลาหลวง 2.ทรัพย์สินหลวง และ 3.คนของหลวง เพื่อประโยชน์อื่นกับพรรค เพราะเรื่องพรรคเป็นเรื่องส่วนตัว ตามกฎหมายถือว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ มีกำหนดไว้อยู่ในรัฐธรรมนูญให้ต้องวางตัวเป็นกลาง แต่เชื่อว่ารัฐมนตรีทั้ง 4 คน เขาแยกแยะได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9cwz-Z7-x7E

 899
การเมืองเข้มข้น
28 ก.ย. 61

'วิษณุ' แจงรัฐบาล คสช.ออก ม.44 ได้จนกว่า รบ.ใหม่จะถวายสัตย์ฯ

จากกรณีนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา แสดงความเห็นกรณี นายกฯไม่ปิดกั้นการที่รัฐมนตรีในรัฐบาลไปร่วมงานกับพรรคการเมืองว่า โดยพฤตินัยหรือโดยข้อกฎหมายแล้วไม่มีปัญหาใดๆ แต่มีข้อพิจารณาอยู่ว่า ประเด็นที่อ้างอิงว่ารัฐบาลก่อนๆ เขาก็ทำกันนั้น รัฐบาลชุดก่อนเป็นรัฐบาลรักษาการถูกต้องตามกฏหมายซึ่งเป็นการพรางอำนาจเอาไว้ก่อนแล้ว   แต่ในกรณีรัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการตามนัยยะที่ว่านั้น แต่เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ดังนั้น เท่ากับว่าในการกำหนดงบประมาณหรืออนุมัติโครงการใดทำได้เต็มที่ การแต่งตั้งโยกย้ายใดก็ทำได้เต็มที่เพราะไม่ใช่ รัฐบาลรักษาการ นอกจากนั้นยังมีมาตรา 44 ที่เป็นตัวอำนาจเต็มอยู่อีก ที่ครอบคลุมทุกมิติด้วย ดังนั้นการใช้อำนาจใดๆ จึงต้องพึ่งระมัดระวังอย่างยิ่ง   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันนายกฯ มีอำนาจทุกอย่าง ทั้งงบประมาณ อนุมัติโครงการ โยกย้ายข้าราชการ แม้แต่มาตรา 44 เพราะไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่เป็นรัฐบาลปกติ จนกว่าครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ เป็นความจงใจของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ให้ไปถามเองว่าทำไม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FnQCJq0zOgM  

 814
การเมืองเข้มข้น
28 ก.ย. 61

'วิษณุ' ชี้ช่องหน่วยงานอื่น ฟ้องเอาผิดบริษัทขาย gt 200 'บิ๊กป้อม' ยันไม่ใช่บทเรียนกองทัพ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลแขวงดอนเมือง ตัดสินผู้บริหารบริษัท เอวีเอ แชทคอมพ์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายเครื่อง จีที 200 จำคุก 9 ปี ภายหลังกรมราชองครักษ์ยื่นฟ้องว่า   หน่วยงานอื่นๆ ก็สามารถฟ้องร้องเรียกความเสียหายจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายจีที 200 ได้ หากยังไม่หมดอายุความ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ากรมราชองครักษ์ ได้ฟ้องตัวแทนผู้จำหน่ายดังกล่าวเป็นเวลานานแล้ว ก่อนที่จีที 200 จะมีข่าวทางสื่อมวลชนเสียอีก   ทั้งนี้ ในคดีอาญามีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. รับผิดชอบอยู่แล้ว คาดว่าเมื่อศาลตัดสินกรณีดังกล่าว ป.ป.ช.คงประสานขอคำพิพากษามาประกอบการไต่สวน ซึ่งจากการประชุมที่ตนได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้แจกจ่ายทั้งคดีจีที 200 และอัลฟ่า 6 ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายคดี ซึ่งยังไม่หมดอายุความ     ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ดำเนินการฟ้องร้องไปแล้ว อยู่ในกระบวนการดำเนินคดี ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่บทเรียนในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพราะไม่ใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากในการทดสอบการใช้งาน หน่วยที่เกี่ยวข้องก็ระบุว่าใช้งานได้ แต่เมื่อมีคนร้องเรียนก็ต้องตรวจสอบไปตามขั้นตอน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f5_xhMegzBg

 860
การเมืองเข้มข้น
21 ส.ค. 61

'วิษณุ' หารือ กกต.ใหม่ วิเคราะห์วันเลือกตั้ง-ปลดล็อคทางการเมือง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กรรมการ กกต. และ คณะกรรมการ กกต. ชุดใหม่ เพื่อหารือเตรียมความพร้อมจัดเลือกตั้งในปี2562 โดยเฉพาะรูปแบบการจัดทำไพรมารีโหวต ที่จะมีการเปลี่ยนจากการทำระดับเขตเป็นระดับภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกให้พรรคใหม่ๆ ตลอดจนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งและการกำหนดเลือกตั้ง ที่ กกต. ร่างแผนเบื้องต้นจะจัดเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562   รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้ยืนยันต่อ กกต. ว่าในเดือนกันยายน คสช. จะมีการนัดหารือร่วมระหว่าง กกต. คสช. พรรคการเมืองอีกครั้ง เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง ส่วนการปลดล็อคทางการเมือง ชัดเจนแล้วว่าจะปลดล็อคบางส่วนในช่วง 90 วัน ก่อนกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ อาทิ การให้พรรคการเมือง สามารถประชุมใหญ่พรรคการเมือง การให้พรรคทำไพรมารีโหวต ได้โดยไม่ต้องขอ คสช. และจะปลดล็อค ทั้งหมดจริง ในช่วง 150 วันของการจัดเลือกตั้ง   พร้อมยืนยันว่าหากมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 จริง พรรคการเมืองก็ยังมีเวลาหาเสียงมาก ถึงประมาณ 50 วัน ซึ่งมากกว่ากรณีการยุบสภาที่หาเสียงได้เพียงประมาณ 35 วัน   ส่วนการกำหนดเลือกตั้งนั้น ทั้ง รัฐบาล และ กกต. พยายามให้เกิดขึ้นในเดือน ก.พ.ให้ได้มากที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TLLDxJuvfDE

 589
การเมืองเข้มข้น
16 ส.ค. 61

กกต.ชุดใหม่เข้าปฏิบัติงาน วันแรก วิษณุ เล็งเข้าหารือ เตรียมการจัดเลือกตั้ง จันทร์นี้

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการ กกต. พร้อมด้วย กรรมการ กกต. ชุดใหม่เดินทางมายังสำนักงาน กกต.เพื่อเข้าทำงานเป็นวันแรก หลังมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง โดยในวันนี้ กกต.ชุดใหม่ ได้มาทำความรู้จักกับผู้บริหารของสำนักงาน กกต. เยี่ยมชมสำนักต่างๆใน กกต. และเตรียมความพร้อมสำหรับห้องทำงาน ก่อนที่จะมีการจัดพิธีรับสนองพระราชโองการในวันพรุ่งนี้    ส่วน กกต. ชุดเก่าในวันนี้ได้มีการส่งคืนรถประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว และยังมีภารกิจที่จะหารือร่วม กกต.ใหม่เพื่อส่งมอบงานเตรียมการเลือกตั้งด้วย ขณะที่สำนักงาน กกต. เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคมนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้ประสานจะเข้าหารือ กับ กกต. ชุดใหม่เพื่อหารือประเด็นการเตรียมการจัดเลือกตั้ง ทั้งการปลดล็อคทางการเมือง การแบ่งเขตเลือกตั้ง และการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งด้วย 

 1,321
การเมืองเข้มข้น
24 ก.ค. 61

รบ.คุมเข้มต่างชาติสร้างหนังทีมหมูป่า แง้มไทยอาจสร้างเองด้วย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เตรียมสนอที่ประชุมครม. ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อควบคุมดูแลเกี่ยวกับกรณีที่ต่างประเทศสนใจมาถ่ายทำภาพยนต์เกี่ยวกับภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่พิจารณาบทภาพยนต์ว่า สอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่   โดยบทภาพยนต์จะต้องไม่กระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศไทย นอกจากนี้คณะกรรมการชุดดังกล่าว ยังมีหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำครอบครัวทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี เกี่ยวกับการเซ็นสัญญาต่างๆ โดยจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ และครอบครัวเสียสิทธิต่างๆ ที่ควรจะได้รับจากค่าลิขสิทธิ์   อย่างไรก็ตามคณะกรรมการดังกล่าว ยังมีหน้าที่ศึกษาถึงความเป็นไปได้ ที่ประเทศไทยจะจัดสร้างภาพยนต์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4LqM0y7oUlE

 2,022
การเมืองเข้มข้น
19 ก.ค. 61

รบ.เตรียมจัดเลี้ยง จนท.ภารกิจถ้ำหลวง ณ ลานพระราชวังดุสิต กต.ประสานชาวต่างชาติเข้าร่วม

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลขอพระราชานุญาตใช้ลานพระราชวังดุสิต เป็นสถานที่จัดเลี้ยงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและผู้ช่วยมีส่วนช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอคาเดมี 13คน ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชานุญาตแล้ว โดยรัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินงาน   ส่วนวันและเวลาจัดงานยังไม่ระบุเพราะต้องดูสภาพลม ฟ้า อากาศ และดูว่าจะมีกิจกรรมใดที่ต้องใช้พระลานพระราชวังดุสิตทำกิจกรรมอีก เนื่องจากใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงต้องดูแขกที่จะมาด้วย   ทั้งนี้คาดหมายอยากให้ทุกคนมาร่วมงาน โดยนายกฯมอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนในนามรัฐบาลไปเจรจากับผู้เกี่ยวข้องเพื่อเชิญมาร่วมงาน และให้ทางกระทรวงการต่างประเทศประสานเจ้าหน้าที่ต่างชาติเข้าร่วมภารกิจมาร่วมงานด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oa6dkT5RMtU

 687

Top