ค้นหา :

ผลการค้นหา "วิษณุเครืองาม"

พระราชสำนัก
18 ต.ค. 62

โปรดเกล้าฯ เลื่อนพระราชพิธี เสด็จฯเลียบพระนคร โดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จาก 24 ต.ค. เป็น 12 ธ.ค.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าหลังจากที่นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีได้มีการประชุมหารือกัน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มาชี้แจงตามที่มีการประกาศ และเชิญชวนประชาสัมพันธ์ว่าจะมีพระราชพิธี เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้เวลา 15:30 น หลังจากที่มีการซ้อมย่อยมา 10 ครั้ง และซ้อมใหญ่เสมือนจริงแล้วในวันนี้   ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าหากจะมีพระราชพิธี ในวันเวลาเดิม จะมีอุปสรรคเกี่ยวกับสภาพของน้ำและอากาศ ความพร้อมดังนั้นเพื่อให้มีความพร้อมและไม่กระทบกับขบวนเรือ การเสด็จพระราชดำเนิน รวมถึงประชาชน จึงได้นำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทาน พระบรมราชวินิจฉัยที่จะให้เลื่อนกำหนดเวลาของการมีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคออกไปและได้ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เลื่อนเป็นวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15.30 น.   โดยยังคงมีขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค 52 ลำท่าเดิม และหากเป็นไปตามกำหนดเดิม จะทำให้ขบวนเรือไม่สามารถรักษาแบบแผนและความสวยงามของขบวนเรือไว้ได้ จึงต้องให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปก่อน แต่ก่อนที่จะมีพิธีในวันที่ 12 ธันวาคม จะมีการซ้อมใหญ่ อีกครั้งในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ตามกำหนดเวลาเดิม   ทั้งนี้ก่อนวันที่ 12 ธันวาคมจะมีงานพระราชพิธีขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จะมีงานวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม และในวันที่ 6 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จประพาสสำเพ็ง จากนั้นในวันที่ 8 ธันวาคมจะเสด็จเปิดงานอุ่นไอรัก ซึ่งรายละเอียดของหมายกำหนดการทั้งหมดจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคมเวลา 10:00 น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sb-S7MhRXBQ

 899
การเมือง
13 ต.ค. 62

'ปิยบุตร' ทักทาย 'วิษณุ' ในงานสัปดาห์หนังสือ ก่อนแลกหนังสือกัน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เข้าไปทักทาย ขอลายเซ็น และถ่ายรูป กับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 24   ทั้งนี้ ทั้ง 2 คนได้แลกหนังสือกัน โดยหนังสือ การเมืองแห่งความหวัง เป็นของนายปิยบุตร ส่วนหนังสือ ลงเรือแป๊ะ เป็นของนายวิษณุ             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/lm1zHZJkhb4

 1,478
การเมือง
13 ต.ค. 62

'วินธัย' ชี้ 'บิ๊กแดง' ไม่ได้บรรยายเรื่องการเมือง 'โฆษก ปชป.' เชื่อ ผบ.ทบ.พูดด้วยเจตนาที่คิดดีต่อบ้านเมือง

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการบรรยายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ว่า เนื้อหาการบรรยายของ ผบ.ทบ.ที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของประเทศไทยด้านความมั่นคงในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน มีบางคนพยายามเบี่ยงประเด็นสร้างภาพเทียมให้มีผลเชิงรู้สึกฝังหัวว่า ทหารยังไม่ถอยมาในจุดที่เหมาะสม แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้เท่าทัน   เนื้อหาที่ ผบ.ทบ.บรรยายเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงของประเทศ ภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรง และเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่เกิดจากการปฏิบัติงานจริง รวมทั้งจากการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในระดับโลก ภูมิภาคและประเทศไทย เพื่อให้สังคมและประชาชนรับทราบ   ผบ.ทบ.กล่าวชัดเจน ไม่ใช่การบังคับให้เชื่อ เพราะที่ผ่านมามักมีบางกลุ่มบางบุคคลให้ข้อมูลบิดเบือนแก่สังคมมาตลอด วิธีนำเสนออาจต่างจากเดิมบ้าง เพราะต้องการให้รายละเอียดในจุดที่สำคัญเห็นภาพชัดเจน   ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสถานเอกอัครราชทูตจีน ทักท้วงกรณีมีนักการเมืองไทยให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ฮ่องกง ว่า เป็นสิทธิและหน้าที่ของเขาที่ต้องทำอย่างนั้น เพราะเราเองก็เคยทำอย่างเดียวกันในบางกรณีเมื่อมีชาวต่างประเทศได้ทำอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกว่าจะกระทบ หรือทำให้เราไม่สบายใจ ส่วนเรื่อง ผบ.ทบ.ไม่ขอตอบ    ด้าน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่า ผบ.ทบ.พูดไปด้วยเจตนาที่คิดดีต่อบ้านเมือง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Rkd5ybH0f1E

 800
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 แจงทำตามระเบียบ ปัดแทรกแซงผลตัดสิน ปม 'คณากร' ยิงตัวเอง

มีการเปิดเผยว่า อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ได้กล่าวกับนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ถึงเหตุการณ์ที่นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้น จ.ยะลา ยิงตัวเอง โดยอธิบดีรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมา ทำไปตามระเบียบไม่มีเจตนาที่จะแทรกแซง ไม่ว่าผลการพิพากษาจะเป็นอย่างไร ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือให้แก้ไข ตัวเองทำได้เพียงทักท้วงเท่านั้น เพื่อให้การพิจารณามีความรอบคอบ   ด้านนายสราวุธ กล่าวว่า หลังจากนี้อนุกรรมการวิสามัญ จะทำหน้าที่ในการหาข้อเท็จจริง และนำเข้าที่ประชุม คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม จะเป็นคนกำหนดนโยบายบริหารงานบุคคล วางหลักประกันความเป็นอิสระ แต่งตั้งโยกย้าย และการลงโทษทางวินัยผู้พิพากษา ถึงแม้อธิบดีผู้พิพากษาภาค จะย้ายผู้พิพากษาในภาคตัวเอง แต่ถ้าผู้พิพากษาไม่ยินยอม ก็จะไม่สามารถย้ายได้   ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้อง ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว ย้ายออกนอกพื้นที่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ ปรากฏ ที่ผ่านมาสำนักงานศาลยุติธรรมได้รับความสนับสนุนจากหลายฝ่าย ไม่เคยเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ของศาลยุติธรรม   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะนำเรื่องผู้พิพากษาที่ยิงตัวเอง เข้าพิจารณาในคณะกรรมาธิการฯ และอาจเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่า สามารถทำได้ เพราะถือเป็นการตรวจสอบในกรณีที่มีคดีเกิดขึ้น ว่าคดีนี้มีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการฯคณะไหนที่จะพิจารณาเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าอย่าไปลงในเนื้อเรื่องการตรวจสำนวนต่างๆ ของการเสียชีวิต  ไปลงลึกรายละเอียดมากไม่ได้ อาจจะลงลึกได้แค่เพียงว่ามันเกิดอะไรขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DbMZ9s17Zr0

 374
สังคม
10 ต.ค. 62

อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 แจงทำตามระเบียบ ปัดแทรกแซงผลตัดสิน ปม 'คณากร' ยิงตัวเอง

มีการเปิดเผยว่า อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ได้กล่าวกับนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ถึงเหตุการณ์ที่นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้น จ.ยะลา ยิงตัวเอง โดยอธิบดีรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมา ทำไปตามระเบียบไม่มีเจตนาที่จะแทรกแซง ไม่ว่าผลการพิพากษาจะเป็นอย่างไร ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือให้แก้ไข ตัวเองทำได้เพียงทักท้วงเท่านั้น เพื่อให้การพิจารณามีความรอบคอบ   ด้านนายสราวุธ กล่าวว่า หลังจากนี้อนุกรรมการวิสามัญ จะทำหน้าที่ในการหาข้อเท็จจริง และนำเข้าที่ประชุม คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม จะเป็นคนกำหนดนโยบายบริหารงานบุคคล วางหลักประกันความเป็นอิสระ แต่งตั้งโยกย้าย และการลงโทษทางวินัยผู้พิพากษา ถึงแม้อธิบดีผู้พิพากษาภาค จะย้ายผู้พิพากษาในภาคตัวเอง แต่ถ้าผู้พิพากษาไม่ยินยอม ก็จะไม่สามารถย้ายได้   ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้อง ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว ย้ายออกนอกพื้นที่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ ปรากฏ ที่ผ่านมาสำนักงานศาลยุติธรรมได้รับความสนับสนุนจากหลายฝ่าย ไม่เคยเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ของศาลยุติธรรม   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะนำเรื่องผู้พิพากษาที่ยิงตัวเอง เข้าพิจารณาในคณะกรรมาธิการฯ และอาจเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่า สามารถทำได้ เพราะถือเป็นการตรวจสอบในกรณีที่มีคดีเกิดขึ้น ว่าคดีนี้มีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการฯคณะไหนที่จะพิจารณาเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าอย่าไปลงในเนื้อเรื่องการตรวจสำนวนต่างๆ ของการเสียชีวิต  ไปลงลึกรายละเอียดมากไม่ได้ อาจจะลงลึกได้แค่เพียงว่ามันเกิดอะไรขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DbMZ9s17Zr0

 374
การเมือง
09 ต.ค. 62

'วิษณุ' ชี้กมธ.ยุติธรรมเชิญผู้เกี่ยวข้องแจงปมผู้พิพากษายิงตัวเองได้ ย้ำไม่ก้าวก่าย แค่เป็นการตรวจสอบ

วิษณุ ชี้กมธ.ยุติธรรมเชิญผู้เกี่ยวข้องแจงปมผู้พิพากษายิงตัวเองสามารถทำได้ แต่มาหรือไม่มาเป็นอีกเรื่อง ย้ำไม่เข้าข่ายก้าวก่าย แค่เป็นการตรวจสอบ    วันที่ 9 ต.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะนำเรื่องผู้พิพากษาที่ยิงตัวเอง เข้าพิจารณาในคณะกรรมาธิการฯ และอาจเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่า สามารถทำได้ เพราะถือเป็นการตรวจสอบในกรณีที่มีคดีเกิดขึ้น ว่าคดีนี้มีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการฯคณะไหนที่จะพิจารณาเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าอย่าไปลงในเนื้อเรื่องการตรวจสำนวนต่างๆ ของการเสียชีวิต  ไปลงลึกรายละเอียดมากไม่ได้  อาจจะลงลึกได้แค่เพียงว่ามันเกิดอะไรขึ้น    เมื่อถามว่าหากมีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการฯจะมีผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่หากคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาแล้ว พบอะไรก็จะรายงานและแนะนำ   เมื่อถามว่ามีการพูดกันว่าปกติโดยมารยาทแล้ว 3 สถาบัน คือฝ่ายบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ จะไม่ก้าวก่ายกัน นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าไปก้าวก่ายมันก็ไม่ได้อยู่แล้ว แต่กรณีนี้มันไม่ใช่ลักษณะของการก้าวก่าย เพียงแต่เป็นการตรวจสอบเท่านั้นว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือนที่รัฐบาลทำอะไร ก็ถูกตรวจสอบได้ แต่การตรวจสอบรัฐบาลจะนำไปสู่การตั้งกระทู้กับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การตรวจสอบในเรื่องแบบนี้ของศาล ไม่สามารถนำไปสู่การตั้งกระทู้ เพราะจะไปเรียกให้ศาลมาตอบกระทู้ก็ไม่ได้ และไม่ได้นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ต้องบิดข้อเสนอให้กลายเป็นว่า ให้รัฐบาลรับไปดำเนินการอย่างไร เช่น เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ให้มีตำรวจคอยดูแลมากขึ้นอะไรประมาณนั้น  แต่อย่างน้อยคณะกรรมาการธิการฯ ก็ได้สตอรี่หนึ่งเรื่องในการตรวจสอบ เมื่อถามว่าอาจได้กระแสสังคมที่ให้ความสนใจต่อเรื่องนั้น ๆมากขึ้นด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ถือเป็นเทคนิคของฝ่ายค้าน   เมื่อถามว่าจะสามารถเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และถูกอ้างถึงมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการฯได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถือเป็นช่องทางหนึ่ง ที่เขาจะเรียกได้ แต่บุคคลผู้นั้นจะไปหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างในอดีตคณะกรรมาธิการฯ เคยเรียกตนไปชี้แจงหลายครั้ง แต่ตนได้มอบหมาบให้คนอื่นไปแทน      ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  - 'ต้อม ยุทธเลิศ' ตบะแตกสวนกลับ 'ปารีณา' ปมวิจารณ์ผู้พิพากษา - ‘ปิยบุตร’ เตรียมนำข้อมูลผู้พิพากษา ‘คณากร’ เข้าหารือ กมธ.กฎหมายฯ พรุ่งนี้ - ห่วงสภาพจิตใจ 'ผู้พิพากษาคณากร' มติ ก.ต. สั่งสอบใน 15 วัน นายกฯ ยันไม่มีใครแทรกแซงศาลได้  - อนาคตใหม่สงสัย จนท.หยิบมือถือ 'ผู้พิพากษาคณากร' ไปทำอะไรหลังยิงตัวเอง  

 552
การเมือง
09 ต.ค. 62

'วิษณุ' แจง รธน.ปี 60 ให้ รมต.ที่เป็น ส.ส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่า รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.สามารถลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (60) สามารถลงมติได้ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ส.ส.เป็นรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันได้ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะลงมติในเรื่องที่ตัวเองมีส่วนได้เสียไม่ได้ แปลว่าสามารถลงมติได้ แต่โดยมารยาทการลงมติไม่ไว้วางใจตัวเองไม่ควรจะลงมติ รวมทั้งในเรื่องการเสนอกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม   โดยสรุปมีรัฐมนตรีเป็น ส.ส.มีความสงสัย 19 คน สามารถลงมติในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกับลงมติในเรื่องอื่นๆได้ และนายกฯได้บอกให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ในฐานะเป็นรัฐมนตรี ไม่ว่าเป็น ส.ส.หรือไม่ก็ต้องเข้าประชุมจะได้ช่วยอธิบายงบฯแต่ละกระทรวงได้   ซึ่งหาก ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่านสภาฯ แสดงว่าเสียงข้างมากไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่พึงจะอยู่ต่อไปการไม่ไว้วางใจแสดงออกได้ 2 อย่าง คือ ไม่ไว้วางใจโดยเปิดเผยทำโดยการลงมติไม่ไว้วางใจ และไม่ไว้วางใจโดยปริยายจะแสดงออกจากการที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายสำคัญเข้าสภาฯ แล้วสภาฯลงมติให้ไม่ผ่าน แปลว่าสภาฯ ไม่ยอมให้เครื่องมือรัฐบาลไปทำงาน รัฐบาลก็ไม่ควรจะต้องอยู่ โดยลาออกหรือยุบสภา ปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมาในอดีตก็เคยมี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fd_ID4REZCs

 911
สังคม-อาชญากรรม
09 ต.ค. 62

อนาคตใหม่สงสัย จนท.หยิบมือถือ 'ผู้พิพากษาคณากร' ไปทำอะไรหลังยิงตัวเอง

ดร. วิสุทธ์ บินหลาเต๊ะ ตัวแทนจากศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้ ได้เข้าเยี่ยมนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ที่ยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บ โดย ดร.วิสุทธ์ได้ถ่ายทอดคำพูดของนายคณากรระหว่างการเข้าเยี่ยมที่โรงพยาบาลยะลาว่า                 “ท่านบอกว่าในส่วนของท่าน ท่านได้พยายามทำหน้าที่ของท่านแล้ว ที่เหลือคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐสภา ในการรับไม้ต่อเพื่อการแก้ไขกฎหมายให้ระบบยุติธรรมมีความเป็นอิสระมากขึ้น”   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขออย่าวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การให้ตรวจสอบคำพิพากษา โดยไม่ได้เปลี่ยนคำพิพากษา ซึ่งประธานศาลฎีกา ก็ตรวจคำพิพากษาเช่นกัน โดยยืนยันการตรวจคำพิพากษา ไม่ได้เป็นการแทรกแซง พร้อมยกตัวอย่าง หัวหน้าองค์คณะผู้พิพากษา ถ้าตรวจคำพิพากษาแล้ว มีปัญหาเรื่องเสียง ก็ต้องลงนามเพื่อให้ได้ข้อยุติ ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้กันทั่วโลก ในการตรวจคำพิพากษา เพื่อใช้ดุลพินิจ แต่ไม่ใช่การแทรกแซง   ด้านเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party โพสต์ผังห้องพิจารณาคดีนาทีผู้พิพากษายิงตัวเอง เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ยุ่มย่ามโทรศัพท์ของคณากรจริงหรือไม่ เพราะหลังเกิดเหตุไลฟ์ถ่ายทอดสดของนายคณากรถูกลบไป โดยทางพรรคพรรคอนาคตใหม่ขอให้เปิดกล้องวงจรปิด   ขณะที่นายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ เชื่อว่าไม่ได้มีใบสั่ง หรือการแทรกแซงจากใคร เพียงแต่เกิดจากความเห็นไม่ตรงกันระหว่างผู้พิพากษาและอธิบดีภาคในการตัดสินคดี   ส่วนการพกพาอาวุธปืนของผู้พิพากษายะลา ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น ระบุว่า โดยทั้วไปสามารถพกได้เนื่องจากในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และยะลา ถือเป็นพื้นที่พิเศษ จึงมีกฎระเบียบยกเว้นให้ผู้พิพากษาพกอาวุธไว้ป้องกันตัว   นายศิริชัย ยังเห็นว่าควรเปลี่ยนวิธีการตรวจสอบสำนวนโดยศาลชั้นต้นโดยเฉพาะคดีเล็กๆ ที่ควรตัดสินให้เด็ดขาดโดยที่ไม่ต้องสู้คดีต่อในศาลอื่น ส่วนคดีใหญ่ หรือที่มีความเสียหายมาก คู่กรณีต้องต่อสู้ต่อในชั้นศาลที่สูงกว่าอยู่แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m_L62EhfmRc

 540
สังคม
09 ต.ค. 62

อนาคตใหม่สงสัย จนท.หยิบมือถือ 'ผู้พิพากษาคณากร' ไปทำอะไรหลังยิงตัวเอง

ดร. วิสุทธ์ บินหลาเต๊ะ ตัวแทนจากศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้ ได้เข้าเยี่ยมนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ที่ยิงตัวเองได้รับบาดเจ็บ โดย ดร.วิสุทธ์ได้ถ่ายทอดคำพูดของนายคณากรระหว่างการเข้าเยี่ยมที่โรงพยาบาลยะลาว่า                 “ท่านบอกว่าในส่วนของท่าน ท่านได้พยายามทำหน้าที่ของท่านแล้ว ที่เหลือคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐสภา ในการรับไม้ต่อเพื่อการแก้ไขกฎหมายให้ระบบยุติธรรมมีความเป็นอิสระมากขึ้น”   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขออย่าวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การให้ตรวจสอบคำพิพากษา โดยไม่ได้เปลี่ยนคำพิพากษา ซึ่งประธานศาลฎีกา ก็ตรวจคำพิพากษาเช่นกัน โดยยืนยันการตรวจคำพิพากษา ไม่ได้เป็นการแทรกแซง พร้อมยกตัวอย่าง หัวหน้าองค์คณะผู้พิพากษา ถ้าตรวจคำพิพากษาแล้ว มีปัญหาเรื่องเสียง ก็ต้องลงนามเพื่อให้ได้ข้อยุติ ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้กันทั่วโลก ในการตรวจคำพิพากษา เพื่อใช้ดุลพินิจ แต่ไม่ใช่การแทรกแซง   ด้านเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party โพสต์ผังห้องพิจารณาคดีนาทีผู้พิพากษายิงตัวเอง เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ยุ่มย่ามโทรศัพท์ของคณากรจริงหรือไม่ เพราะหลังเกิดเหตุไลฟ์ถ่ายทอดสดของนายคณากรถูกลบไป โดยทางพรรคพรรคอนาคตใหม่ขอให้เปิดกล้องวงจรปิด   ขณะที่นายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ เชื่อว่าไม่ได้มีใบสั่ง หรือการแทรกแซงจากใคร เพียงแต่เกิดจากความเห็นไม่ตรงกันระหว่างผู้พิพากษาและอธิบดีภาคในการตัดสินคดี   ส่วนการพกพาอาวุธปืนของผู้พิพากษายะลา ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น ระบุว่า โดยทั้วไปสามารถพกได้เนื่องจากในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และยะลา ถือเป็นพื้นที่พิเศษ จึงมีกฎระเบียบยกเว้นให้ผู้พิพากษาพกอาวุธไว้ป้องกันตัว   นายศิริชัย ยังเห็นว่าควรเปลี่ยนวิธีการตรวจสอบสำนวนโดยศาลชั้นต้นโดยเฉพาะคดีเล็กๆ ที่ควรตัดสินให้เด็ดขาดโดยที่ไม่ต้องสู้คดีต่อในศาลอื่น ส่วนคดีใหญ่ หรือที่มีความเสียหายมาก คู่กรณีต้องต่อสู้ต่อในชั้นศาลที่สูงกว่าอยู่แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m_L62EhfmRc

 540
การเมือง
07 ต.ค. 62

'วิษณุ' แจกลายเซ็นแฟนคลับ ต่อคิวซื้อหนังสือ 'ลงเรือแป๊ะ'

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่บูธสำนักพิมพ์มติชน ภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 24 ที่อิมแพค เมืองทองธานี   เพื่อแจกลายเซ็นหนังสือเล่มใหม่ 'ลงเรือแป๊ะ' ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำงานในตำแหน่งรองนายกฯหลังการรัฐประหารของ คสช.จนถึงปัจจุบัน มีผู้สนใจต่อคิวซื้อหนังสือและขอลายเซ็นจากนายวิษณุเป็นจำนวนมาก กระแสตอบรับหนังสือดังกล่าวดีจนต้องจัดพิมพ์ครั้งที่สองในเวลาไม่กี่สัปดาห์   หนังสือลงเรือแป๊ะได้กระเทาะเรื่องราวต่างๆ นับแต่ก้าวแรกของรัฐบาลประยุทธ์ 1 ที่ย่างเหยียบเข้ามาในสนามการเมืองหลังการรัฐประหารยึดอำนาจปี 2557 จนกระทั่งมีการเลือกตั้งปี 2562 และการมาถึงของรัฐบาลประยุทธ์ 2 ออกมาเป็นบทบันทึกด้วยลีลานักเขียนที่ช่ำชองได้อย่างน่าสนใจ   เปรียบเทียบการร่วมทำงานทางการเมืองที่ผ่านมาว่าเสมือนลงเรือแป๊ะ ลงเรือแล้วก็ต้องตามใจแป๊ะ(ผู้นำรัฐบาล) ส่วนรัฐนาวา ลำนี้จะฟันฝ่าเกลียวคลื่นแห่งปัญหาด้านต่างๆ ไปได้อย่างไร มีบุคคลต่างๆ เข้ามาช่วยพายเรือแป๊ะนี้ยังไง ล้วนมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อ่านสนุก ไม่เคร่งเครียด อีกทั้งผู้อ่านได้รับรู้และเข้าใจถึงทิศทางการพัฒนาประเทศไทยในอนาคตจะมุ่งไปทางไหน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3R5LjcN5WK0

 1,591
การเมือง
24 ก.ย. 62

'วิษณุ' โยน กกต.ชี้ปม 'ธนาธร' ปล่อยกู้พรรคอนาคตใหม่ 191 ล้าน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้ความเห็นกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ปล่อยกู้ให้กับพรรค 191ล้านบาท ระบุเป็นเรื่องที่ กกต.จะต้องพิจารณา หากให้ความเห็นไปจะหาว่าชี้นำ เพราะเรื่องนี้หากไม่มีความชัดเจนก็ต้องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณา   โดยในที่สุดหากศาลฎีกาชี้ว่ามีความผิดจริงจะต้องมีการคำนวณ ส.ส.ใหม่เพราะเข้าข่ายคดีทุจริตเลือกตั้ง แต่ในอดีตเรื่องแบบนี้ไม่ถือว่ามีความผิด เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินของพรรคการเมืองไม่ได้รัดกุมเท่าสมัยนี้ ส่วนเงินกู้จะถือเป็นรายได้ของพรรคหรือไม่นั้น ก็ไม่ขอออกความเห็น ขึ้นอยู่กับ กกต. จะตีความ   ​ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/sPo6Ju1imWQ  

 927
การเมือง
20 ก.ย. 62

ฝ่ายค้านชงสอบจริยธรรม 'ประยุทธ์' เสียดายไม่ใช้สภาหาทางออกปมถวายสัตย์

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันเร็วๆนี้เพื่อขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเข้าชื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องไป ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาส่งเรื่องต่อให้ศาลฎีกาไต่สวนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง   กรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 การเข้าชื่อดังกล่าวต้องใช้เสียง ส.ส.เกิน 151 รายชื่อ โดยเป็นการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ถือว่าจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายประพฤติขัดจริยธรรมตามมาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองชัดเจน   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การยื่นผ่าน ป.ป.ช.ก็เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ในเมื่อศาลรธน.วินิจฉัยว่า การถวายสัตย์เป็นเรื่องระหว่างของรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ ไม่มีองค์กรใดตามรัฐธรรมนูญสามารถตรวจสอบได้   ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยัน 7 พรรคฝ่ายค้านจะใช้กฎหมาย ทุกช่องทางเอาผิดนายกฯปมถวายสัตย์ เสียดายที่นายกฯไม่ใช้สภาหาทางออกร่วมกัน ทำตัวเหนือรัฐธรรมนูญ นายกฯเลือกที่จะไม่จบปัญหานี้เอง วันหน้าอาจไม่โชคดีมีองค์กรอิสระอุ้มแบบนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/brNfS146kt0

 791
การเมือง
20 ก.ย. 62

'วิษณุ' แจงงบรัฐช่วยน้ำท่วมมีระเบียบขั้นตอน แจกเงินแบบ 'บิณฑ์' ไม่ได้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อุบลราชธานี ชี้แจงหลังมีเสียงวิจารณ์การช่วยเหลือของรัฐบาลว่า งบของรัฐบาลลงไปช้า   พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะไปลดกฎหมายบางตัวได้ที่ไหน เดี๋ยวก็จะบอกว่าเอาภาษีมาใช้ไม่ถูก แต่ต้องทำให้เร็ว โดยไม่ทิ้งระเบียบขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่ไปแจก ซึ่งสื่อต้องช่วยกันอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่ไม่ได้เงินแล้วจะบอกว่า รัฐบาลชักช้า สู้คนโน้นคนนี้ไม่ได้ งบตรงนี้ไม่ใช่เงินของนายกฯ แต่เป็นเงินของรัฐบาล เป็นภาษีของคนทั้งประเทศ การจะนำมาดูแลพี่น้องประชาชน ต้องมีขั้นตอนตามระเบียบ มิเช่นนั้นวันข้างหน้าจะโดนเรื่องทุจริต แล้วใครจะรับผิดชอบ   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการจัดสรรเงินบริจาคน้ำท่วมในโครงการ ร่วมใจพี่น้องไทยช่วยภัยน้ำท่วม จำนวนกว่า 263 ล้านบาทว่า การจัดสรรงบประมาณต้องจัดสรรผ่านกองทุนบรรเทาสาธารณภัยของรัฐที่มีระเบียบปฎิบัติตายตัวอยู่แล้ว จะเอาไปแจกแบบเอกชนไม่ได้ ต้องมีการตรวจสอบความเสียหาย และต้องรายงานผ่านกรมบรรเทาสาธารณภัย หรือทางจังหวัด   จะให้เอาเงินไปเดินแจกแบบที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดรับบริจาคคงทำไม่ได้ เพราะเงินส่วนนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เพราะถ้าทำเช่นนั้นจะเกิดปัญหาความไม่โปร่งใส เลือกที่รักมักที่ชัง ซึ่งเคยมีคดีความมาแล้วในป.ป.ช. ยืนยันว่า การจัดสรรเงินส่วนนี้จะไม่ซ้ำกับเงินบริจาคของนายบิณฑ์ที่มุ่งเน้นการซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคในการช่วยเหลือ แต่เงินกองทุนของรัฐบาลจะเอาไปช่วยในลักษณะการฟื้นฟู เยียวยา เช่น ซ่อมบ้าน แต่ไม่รวมการซ่อมถนนเพราะต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน   โดยนายกรัฐนตรีได้วางแนวทางการช่วยเหลือแล้ว 3 ระยะ คือ การป้องกันก่อนเกิดเหตุ ระหว่างกำลังเกิดเหตุ และฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เข้าไปช่วยเหลือช้าภาคเอกชนนั้น นายวิษณุ ยอมรับเพราะกลไกของภาครัฐทำให้ต้องเป็นเช่นนั้น ส่วนการที่หน่วยงานราชการและกระทรวงต่างๆนำงบประมาณมาบริจาค ยืนยันว่าสามารถทำได้ เพราะแต่ละหน่วยงานมีงบฯในกรณีจำเป็นฉุกเฉินอยู่แล้ว แม้แต่ตัวเองลงพื้นที่ต่างจังหวัด ยังสามารถอนุมัติงบฯ เขตละ 50 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oW-jm9naLtI

 2,539
การเมือง
19 ก.ย. 62

'วิษณุ' ตอบปมถวายสัตย์แทนนายกฯ ชี้เป็นเรื่องของรัฐบาล-พระมหากษัตริย์

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวชี้แจงการอภิปรายปมถวายสัตย์ว่า ญัตติที่มีการอภิปรายวันนี้ เป็นหลักการใหม่ที่เพิ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้มีการอภิปรายโดยไม่ลงมติเป็นครั้งแรก ซึ่งมีเจตนารมณ์ต้องการให้ ส.ส. สอบถามและเสนอแนะในเชิงปรึกษาหารือกัน มากกว่าการต่อสู้ทางการเมือง   ซึ่งประเด็นหลักในวันนี้ที่มีการอภิปรายกันเป็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 หลังจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีรวมทั้งหมด 36 คนและก็จำเป็นต้องเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ที่บัญญัติไว้ว่าต้องมีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยกระทำต่อหน้าพระพักตร์ ข้าราชการราชสำนักชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงผู้สื่อข่าวสายพระราชสำนัก   นายวิษณุ อธิบายว่า การกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนด้วยการหยิบบัตรแข็งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นเช่นเดียวกับที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้นายกรัฐมนตรีทุกคนในอดีต ไม่มีการสลับสับเปลี่ยน ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีกล่าวแต่ละท่อน คณะรัฐมนตรีทุกคนก็จะกล่าวตามไปทีละท่อนจนจบ แต่ยืนยันว่าไม่ทราบสาเหตุที่มีการอ่านไปเพียงเท่านั้นเป็นเพราะเหตุใด   แต่หากจะขยายความคือการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ และเจตนารมณ์ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ระบุว่ามาตรา 161 มีเจตนารมณ์เพื่อเป็นการยืนยันต่อองค์ผู้ทรงใช้อำนาจอธิปไตย ให้เกิดความไว้วางใจในตัวผู้กล่าวคำปฏิญาณนั้น สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้คำว่า "ดังนั้นการถวายสัตย์ปฏิญาณจึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคณะรัฐมนตรีกับพระมหากษัตริย์"   ส่วนการกล่าวไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า การที่พูดคุยกันวันนี้เป็นประเด็นเรื่องการ "ถวายสัตย์ปฏิญาณ" ซึ่งต่างไปจากการ "ปฏิญาณตน" โดยการปฏิญาณตน ส.ส. ส.ว. หรือผู้สำเร็จราชการต้องทำในที่ประชุมสภา แต่การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นการกระทำต่อหน้าพระมหากษัตริย์เท่านั้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีผู้ถวายสัตย์และมีผู้รับการถวายสัตย์คือพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะทำโดยบุคคล 4 ประเภทเท่านั้นคือ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้พิพากษา และตุลาการ   นายวิษณุบอกว่า กระบวนการถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เป็นไปโดยเปิดเผยไม่ได้เป็นความลับและในเวลาต่อมาก็มีการพระราชทานพระราชดํารัสเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ว่า "ขอถือโอกาสนี้ให้กำลังใจแก่ท่าน ให้ท่านมีความมั่นใจมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ และขอให้เข้าทำหน้าที่ รับหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ชัดเจนโดยไม่ต้องตีความว่ารัฐบาลได้เข้าทำหน้าที่แล้ว เหมือนกับทุกรัฐบาลที่เข้าปฏิบัติหน้าที่และบริหารราชการแผ่นดิน   ส่วนปัญหาเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม นายวิษณุบอกว่า หากมีการละเมิดก็เป็นเรื่องที่ตรวจสอบกันได้ สามารถส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ โดย ป.ป.ช. จะไปร้องต่อศาลฎีกา หากชี้มูลว่าละเมิดต่อมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่ได้หนักใจเรื่องนี้ และทุกอย่างก็สามารถดำเนินการไปตามปกติได้ รัฐบาลก็จะก้มหน้าก้มตาปฏิบัติงานตามที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TCTCJoivTgA

 375
การเมือง
19 ก.ย. 62

'ปิยบุตร' ซัด 'บิ๊กตู่' เป็น 2 โรคไม่แยแสรธน.-โรคไม่รับผิดชอบ วอน 'วิษณุ' กลับมาเป็นคนเดิม

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายถึงเหตุผลที่เป็นผู้เปิดประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นอภิปราย เพราะเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ และส่งผลต่อความสมบูรณ์ของการถวายสัตย์ปฏิญาณ ทำให้คณะรัฐมนตรียังไม่สามารถเข้ารับหน้าที่ได้   ดังนั้นต้องหาทางแก้ไขให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และ คณะรัฐมนตรี แต่ไม่ได้รับโอกาสให้อภิปรายชี้แจงมากพอ และนายกรัฐมนตรีไม่ตอบให้กระจ่าง จนประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เตือนว่า หากจะอภิปรายเรื่องนี้ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง ผู้พูดต้อง รับผิดชอบ ซึ่งตนในฐานะผู้เปิดประเด็น พร้อมรับผิดชอบอย่างแน่นอน แต่ไม่มั่นใจว่า พล.อ. ประยุทธ์ ผู้กล่าวหาการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดจะกล้ารับผิดชอบในการ กระทาของตนเองบ้างหรือไม่   นายปิยบุตร กล่าวว่า หากวันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณของตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ปัญหาต่างๆก็คงไม่ยุ่งยากเท่ากับตอนนี้ และสามารถหาทางแก้ไขได้ทัน เช่น หยุดการแถลงนโยบายในรัฐสภาไว้ก่อน ทำเรื่องขอพระบรมราชานุญาตเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ให้ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ จากนั้นจึงกลับมาแถลงนโยบายและเข้ารับหน้าที่อย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อนายกฯ นิ่งเงียบ ไม่ชี้แจง จนผ่านไปสองสัปดาห์จึงออกมายอมรับอย่างชัดแจ้ง ปัญหาทาง กฎหมายที่จะตามมา ก็พัวพันอีรุงตุงนังไปหมด เพราะ คณะรัฐมนตรี ได้เข้ารับหน้าที่ ใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ออกมติ ครม แล้วหลายเรื่อง   ทั้งนี้ตนเองได้ศึกษาวิชากฎหมาย รัฐธรรมนูญมาค่อนชีวิต เรียนและใช้วิชานี้ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ ทราบดีว่า ทุกองค์กรต้องมีการถวายสัตย์ และถ้อยคำถวายสัตย์จะลงท้ายเหมือนกันหมดว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” เมื่อทราบเรื่องก็ตรวจสอบข้อมูลอีกหลายทาง เพราะงงและสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำแบบนั้นได้อย่างไร เช็คแล้วเช็คอีก ว่าโดนวางยาหรือไม่ จึงตั้งใจสอบถามในวันแถลงนโยบายว่าผิดพลาด บกพร่องเพราะอะไร จะได้ร่วมหาทางแก้ไขปัญหากัน ซึ่งเจตนาของตนเองมีเพียงเท่านี้ ไม่ได้คิดจะล้มรัฐบาล เมื่อไม่ได้รับคำตอบฝ่ายค้านจึงเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวันนี้   นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีตอนนี้มี 2 โรค คือโรคไม่แยแสรัฐธรรมนูญ เพราะพฤติกรรมของนายกฯแสดงให้ประชาชนเห็นว่าไม่แยแสรัฐธรรมนูญ จากข้อความที่กล่าวคำปฏิญาณไม่ครบ ทำให้ประชาชนสงสัยว่าจะไม่รักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 รัฐบาลเป็นผู้ร่างมาแต่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ จนถูกชาวเนตตั้งฉายาว่าเป็น “บิดาแห่งข้อยกเว้น” อีกโรคคือโรคไม่รับผิดชอบ ซึ่งจากข่าวนายกฯออกมายอมรับว่ากล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบ แต่ยังไม่เห็นความรับผิดชอบใด ไม่ว่าจะทางกฎหมาย หรือทางการเมือง คือ การลาออก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าขาดภาวะความเป็นผู้นำ   นายปิยบุตร ตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรี 4 ข้อ คือ 1. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เตรียมข้อความการถวายสัตย์มาเองในกระดาษแข็งที่เสียบไว้อยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านข้างใช่หรือไม่ เขียน ข้อความการถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ ที่ไม่ตรงตามรัฐธรรมนูญลงไปใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่อ่านจากกระดาษแข็ง ใส่แฟ้มจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเตรียมมาให้ ทั้งๆท่ีในการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนหน้านั้นทั้ง 5 ครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็อ่านจากแฟ้มและถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ   2. หากมีรัฐมนตรีคนในคนหนึ่งลาออก มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่รับตำแหน่งแทน หาก พล.อ.ประยุทธ์ นำรัฐมนตรีคนใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 161 หรือไม่ หรือจะอ่านในแบบที่อ่านเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562   3. หากรัฐมนตรีคนอื่น กล่าวถ้อยคาในการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 นายกรัฐมนตรี เห็นว่า ทำได้หรือไม่ 4.ถามไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาแล้วกลายรัฐบาล เคยเห็นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาทำแบบ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ และทำได้หรือไม่   นายปิยบุตร ยังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมีข้อเสนอให้ นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบโดยการขอพระรมราชานุญาตถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ ส่วนการกระทำที่ผ่านมา อย่าง มติ ครม.ต่างๆ ก็ให้ออกใหม่ทั้งหมด แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่นายกรัฐมนตรีเพิกเฉยและไม่แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นการจงใจละเมิดรัฐธรรมนูญ และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน   นายปิยบุตร กล่าวทิ้งท้าย โดยขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก และเรียกร้องนายวิษณุ ให้ยุติการช่วยเหลือทางกฎหมาย และกลับมาเป็นนายวิษณุคนเดิม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-AGC-YLJ20s

 772

Top