ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประยุทธ์จันทร์โอชา"

การเมือง
05 ม.ค. 63

'สนธิรัตน์' ไม่หวั่น ฝ่ายค้านยกการทำงานตั้งแต่สมัย คสช.มาอภิปราย - 'ชลน่าน' มอง 'บิ๊กตู่' ร้อนตัว ดิ้นเพื่อเอาตัวรอด

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วง 5 เดือนเท่านั้นนั้น อาจจะเพราะเกิดความกังวลใจ ร้อนตัว ออกอาการดิ้นเพื่อเอาตัวรอด หวังสร้างความสับสนให้ประชาชน        ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยจะหยิบยกการทำงานตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. มาอภิปรายด้วยว่า ไม่กังวล เพราะ รัฐบาลมีความพร้อม และทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และกลไกของรัฐสภา ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือกันเพราะถือว่าลงเรือลำเดียวกันก็จะต้องช่วยกัน แม้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นจะไม่เป็นเป้า และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำ ตกเป็นเป้าใหญ่ในการอภิปราย       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/UWDVqC-KVEw

 785
การเมือง
05 ม.ค. 63

'นฤมล' ชี้ปมที่ดิน 'บิ๊กตู่' เป็นเรื่องเก่า ย้ำรัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงาน 5 เดือน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นการขายที่ดิน 600 ล้านบาท ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า นั่นเป็นเรื่องเก่าใช่หรือไม่ เป็นเรื่องตั้งแต่ปี 2556 ใช่หรือไม่ และเรื่องก็ยุติไปเพียงแค่นั้น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้    นายกฯ ก็ย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้เพิ่งเกิดขึ้น 5 เดือน เรื่องนั้นตั้งแต่ปี 2556 และกระบวนการอะไรก็จบไปแล้ว ถ้าหยิบยกขึ้นมาอีกก็ไม่จบ ประเทศไทยเราจะต้องเอาประวัติของทุกคนตั้งแต่เกิดมาเรียงดูอย่างนั้นหรือ ทั้งที่เป็นคนละส่วน เพราะความจริงต้องดูการทำงานในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ว่ารัฐมนตรีแต่ละคนมีผลงานไหน หรือการกระทำใด ที่น่าจะให้ประชาชนได้ช่วยกันตรวจสอบ ซึ่งถ้าอยู่ในกรอบนี้ก็เป็นข้อมูลที่เราชี้แจงได้หมด       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/7kndZmD0R7s

 10,946
การเมือง
04 ม.ค. 63

'เฉลิม' เผยอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังเทศกาลตรุษจีน ลั่นมวยยกแรกเพิ่งเริ่ม ลือพุ่งเป้าจัดหนัก 'บิ๊กตู่-วิษณุ-ดอน'

การเมืองหลังปีใหม่ ทุกฝ่ายจับตาฝ่ายค้านยื่นญัติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทย มีการประชุมของคณะกรรมการพิเศษพรรคเพื่อไทย นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานในการประชุม โดยพูดขึ้นกันเรื่องการยื่นญัติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล   หลังประชุม ร.ต.อ.เฉลิม แถลงว่า ผู้ถูกอภิปรายจะมี 5 คน แต่ขอยังไม่บอกว่าเป็นใคร พร้อมแล้ว 100 เปอร์เซ็น เตรียมผู้อภิปรายไว้ 25 คน วันเวลาในการอภิปรายอยากจะให้พ้นเทศกาลตรุษจีนไปก่อน เพราะอยากให้คนจีนมาสนใจเยอะๆ   ส่วนที่มีการออกมาบอกว่าให้อภิปราย 5 เดือนในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า ใครจะมากำหนดอะไร มากำหนดกันได้อย่างไร อย่ามากำหนด ว่าอะไรควร หรือไม่ควร ตนต้องบอกเลย ว่าการทำงานต้องย้อนไปดู เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลก็ไม่เคยถูกอภิปราย เพราะมีมาตรา 44 คุ้มกันอยู่ ดังนั้นครั้งนี้ต้องเก็บรวบให้หมด   ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่า นี้เป็นมวยยกแรกเท่านั้นที่เพิ่งเริ่ม รายละเอียดตนไม่ขอพูดมาก เดี๋ยวรสชาติมันจะจางหาย ตนขอบอกอีกครั้งว่าเป็นแค่กองหนุน   ล่าสุดมีรายงานออกมาว่า ร.ต.อ.เฉลิม จะยื่นอภิปรายทั้งหมด 5 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ    ตามรายงานระบุว่า ทั้ง 5 คนนี้ จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประเด็นการซื้อขายที่ดินย่านบางบอนซอย 3 ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เป็นของเจ้าสัวคนดังระดับประเทศ โดยบริษัทนี้ตั้งขึ้นมาเป็นนอมินีของเจ้าสัว เนื่องจากเป็นที่ผิดสังเกต บริษัทที่ตั้งเป็นนอมินี ตั้งแค่ 7 วันก็ชนะการประมูลได้ซื้อขายที่ดิน เชื่อมโยงกับการแก้ไขสัญญาร่วมทุน ซึ่งเป็นสัญญาบริหารและดำเนินกิจการศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ ในยุครัฐบาล คสช.ได้ทำสัญญาใหม่ โดยไม่เปิดให้มีการประมูล นอกจากนี้การซื้อขายที่ดินย่านบางนา ตราด ที่ราคาขายต่ำกว่าราคาประเมิน ตารางวาละ 4 พันกว่าบาท แยกขายรายแปลง ทั้งๆที่เป็นแปลงใหญ่   ส่วนการอภิปรายที่จะพุ่งเป้าไปที่ นายวิษณุกับนายดอน เป็นประเด็นบริษัทฟิลิปมอร์ริส ตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องดำเนินคดี 2 คดี คดีนำเข้าบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์ และคดีนำเข้าบุหรี่จากประเทศอินโดนีเซีย รวมราคาบุหรี่และค่าอากร คือ 25,000 กว่าล้าน แต่ในเวลาต่อมามีการบรรเทาความเสียหายให้กับบริษัทฟิลิปมอร์ริสยังที่ปรากฎตามข่าว และมีผู้มีอำนาจ ทำหนังสือร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร ฉบับใหม่ และส่งเป็นหนังสือลับที่สุด ระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ กรณีฟิลิปมอร์ริส     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yh7fqa3ZIqM

 488
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯโยน ชวน -กมธ. พิจารณาปมโละ ส.ว.โควต้าเหล่าทัพ - ไพบูลย์ ค้านตั้ง สสร.ชงแก้รายมาตรา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้โละทิ้ง สว.ที่มาจากผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 6 คน ว่า จะเสนอโละทิ้งอะไร ก็ให้ว่าไป เป็นเรื่องของประธานสภา จึงอยากให้ไปถามนายชวน หลีกภัยเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องไปศึกษารายละเอียด ว่าจะแก้ไขอะไรได้หรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ทั้งหมดแล้วแต่สภาฯ เรื่องนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายชวน การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็น ส.ว. เพราะต้องการให้เหล่าทัพได้ติดตามงานในสภาฯที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เพื่อนำไปชี้แจงกับกำลังพลในกองทัพ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องปฏิวัติ อีกทั้งยังได้ทำงานร่วมกับ ส.ว. และ ส.ส.ด้วย แต่ถ้าสภาฯเห็นชอบต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนทหารไม่ได้เกี่ยวข้องและคงไม่ต้องเรียกมาพูดคุย   ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุส่วนตัวจะเสนอให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการประชุมของคณะ กมธ.เพื่อจะได้สะท้อนข้อมูลทั้งสองด้านให้สังคมเห็นว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยประเด็นใดอย่างไร ป้องกันไม่ให้แสดงความคิดเห็นฝ่ายเดียว และไม่ควรปลุกกระแสให้เกิดความขัดแย้ง และจะเสนอเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพราะขาดเหตุผลความจำเป็น ที่สำคัญจะสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์ที่สังคมจะได้ คิดว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญควรแก้ไขเป็นรายมาตรามากกว่า เอาเฉพาะมาตราที่มีปัญหาและสังคมยอมรับว่าควรต้องแก้ไข เทียบเคียงกับการแก้ไขประมวลกฎหมาย เช่น ประมวลรัษฎากรหรือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นต้น   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการออกแบบ ส.ว. ที่ให้มีข้าราชการประจำ 6 คน เป็น ส.ว.โดยตำแหน่งว่า มีประเด็นน่าพิจารณาหลายประการ คือ   1.หก ส.ว.ที่มาโดยตำแหน่งการเป็น ผบ.หน่วยคุมกำลัง เป็นข้าราชการประจำ ศักดิ์ศรีมิได้แตกต่างกับปลัดกระทรวงอื่นหรือตำแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวงอีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่สำคัญไม่น้อย 2.หก ส.ว.ดังกล่าวเป็นเหมือนอภิสิทธิ์ชนนั่งสองเก้าอี้ รับเงินเดือนสองทาง ข้ามเส้นแบ่งไปมาระหว่างข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ ด้วยความสำคัญของงานประจำ จึงเชื่อว่าจะไม่สามารถทำงานในหน้าที่ ส.ว.ได้เต็มที่และเต็มเวลา   3.การอ้างเหตุว่าออกแบบมาเพื่อป้องกันการรัฐประหารไร้เดียงสายิ่ง จะอยู่นอกหรือในสภาฯหากคุมกำลังก็ทำรัฐประหารได้ ในอดีตขนาดนายกฯมีอำนาจเต็มยังรัฐประหารตัวเอง เพราะเบื่อสภาฯได้   4.ข้อเสนอของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯที่ให้ทบทวน 6 ส.ว.จากข้าราชการประจำ เป็นข้อเสนอบนการปกครองแบบประชาธิปไตยสากล มุ่งให้มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างข้าราชการประจำและฝ่ายการเมืองสมควรพิจารณายิ่ง อย่าหลับหูหลับตาเชียร์ฝ่ายใด จนลืมหลักการ หรือบอกให้ทนๆแค่ 5 ปี เพราะแต่ละวันแต่ละเดือนที่ผ่าน ประเทศล้วนมีต้นทุนที่ต้องจ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-0MWkACCdD0

 971
การเมือง
03 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' บอกรัฐบาลนี้เพิ่งอยู่ 5 เดือน ไม่เกี่ยวรัฐบาลที่แล้ว ฝ่ายค้านอย่าถล่มยื่นอภิปราย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้ วางใจนายกฯและรัฐมนตรีรวม 5 คน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองว่ามีปัญหาในการทำงาน เพราะเพิ่งทำมา 5 เดือนเองใช่หรือไม่ รัฐบาลนี้ 5 เดือนนะ จำไว้ รัฐบาลที่แล้วก็รัฐบาลที่แล้ว   ฉะนั้นเป็นการอภิปรายนายกฯและรัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ อย่าเอามาพันกันมันจะเสียหายไปหมด จะทำให้สิ่งที่ทำไว้เสียไปด้วย ที่ทำดีๆไว้เสียหายหมด เพราะไม่เข้าใจกันแล้วจะทำงานกันอย่างไรต่อไป อะไรที่รัฐบาลก่อนๆทำไว้ดี ตนก็ทำต่อ ไม่เคยไปว่าอะไรเขา เว้นแต่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นเรื่องของกลไกกระบวนการยุติธรรมว่ากันไป จะมาเกี่ยวอะไรกับตน   ดังนั้นอย่าเอาความไม่ชอบส่วนตัวมาว่า เพราะประเทศชาติสำคัญกว่าอย่างอื่นตนไม่ได้วิตกกังวลอะไรทั้งสิ้นก็ชี้แจงไป สุดแล้วแต่ว่าวัตถุประสงค์นั้นทำไปเพื่ออะไร เราตอบได้ก็คือตอบ ฟังกันบ้างในคำตอบ อย่าถามอย่างเดียวแล้วไม่ฟังคำตอบ ขอฝากประชาชนช่วยฟังคำตอบด้วย   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่าถ้าการอภิปรายฯอยู่ในช่วง 5 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ก็โอเค ส่วนที่แล้วมาก็จบไปแล้ว ขอให้ยึดหลักการทำงานในช่วง 5 เดือนกว่าที่ผ่านมา ขอให้ฝ่ายค้านยึดหลักการนี้   ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่าถือเป็นเรื่องดี เมื่อฝ่ายค้านผู้ตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของผู้ใช้อำนาจรัฐคือรัฐบาล จึงควรใช้พื้นที่ในสภาฯดำเนินการ ไม่ว่าจะเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือการทำงาน การตั้งข้อสงสัยหรือการเสนอแนะ ต่างๆควรทำในสภาฯ ทุกคนที่มาทำงานต้องพร้อมไม่ใช่มาเตรียมตอบคำถาม แต่ต้องทำงานตามอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายและคุณธรรมที่ต้องทำ เมื่อฝ่ายตรวจสอบรู้อะไรมาแล้วอยากทราบมาอภิปรายกัน เรามีหน้าที่ต้องตอบเพื่อสร้างความเข้าใจกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lx46s_Tygfs

 3,057
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯไม่หวั่นปีชง ลั่นเปลี่ยนวันเกิดไม่ได้ เชื่อทำความดีชนะทุกอย่าง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงหมอดูทำนายดวงเมืองจะมีความขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาและดวงตนเองเป็นปีชงว่า หมอดูก็คือหมอดู เป็นการทำนายจากสถิติ แต่คงไม่ไปดูถูกการทำนาย และเคารพการแสดงความเห็นตามหลักโหราศาสตร์   สิ่งสำคัญอยู่ที่ใจ ถ้าทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะไม่ทำให้บ้านเมืองขัดแย้ง ทั้งนี้มองการทำนายอาจจะแรงไปว่าจะขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาขอให้ไปดูคำทำนายของหมอดู แต่ละคนที่ผ่านมาว่ามีความแม่นยำมากน้อยเพียงใด อย่านำมาเป็นบรรทัดฐาน   พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ย้อนถามสื่อ รู้ได้อย่างไรว่าตนเองเกิดปีมะเมีย ซึ่งเป็นปีชง โดยส่วนตัวไม่กังวล เพราะกังวลแล้วจะได้อะไร ตนเกิดมาแล้ว เปลี่ยนวันเกิดไม่ได้ ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่อยู่ที่ดวงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการทำงาน ตั้งมั่นในการทำความดี และตนคิดว่าบุญกุศลจะคุ้มครองเรา และทำให้ดีที่สุด   ซึ่งได้ฝากหลักคิดนี้กับรัฐมนตรีทุกคนด้วย และตนเองผ่านปีชงมาหลายครั้งแล้ว ถ้าทำความดีด้วยหัวใจ คิดดี ทำดี เชื่อว่าความดีจะชนะทุกอย่าง ต้องมีสติ ไม่ประมาท ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ประทานพรมาว่า วาจาอันไพเราะ ยังประโยชน์สู่ความสำเร็จ ซึ่งตนก็จะใช้วาจาอันไพเราะของตนกับสื่อและทุกคน บางทีตนคิดเร็ว พูดเร็ว ทำเร็ว อาจมีอารมณ์บ้างก็ต้องขออภัย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yqkRYoP9wpU

 629
การเมือง
03 ม.ค. 63

ศาลไม่รับคำร้อง ‘เสรีพิศุทธ์’ อ้างการตั้งนายกฯ ไม่ชอบด้วย รธน.

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่คำสั่งศาลไม่รับคำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ที่ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ขอให้ศาลวินิจฉัย การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.62 ที่มีการเสนอชื่อ และมีมติแต่งตั้ง ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 157 วรรคสองและมาตรา 272 วรรคหนึ่งหรือไม่   ซึ่งในคำร้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า นายชวนหลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ไม่บรรจุวาระการเสนอชื่อบุคคล ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ในวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ประธานกลับบรรจุวาระดังกล่าวไปในการประชุมร่วมรัฐสภา จึงขัดรัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ซึ่งเป็น.ส.ส และส.ส.พรรคเสรีรวมไทยอีก 9คนขาดโอกาสในการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม   โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา นายชวน ดำเนินการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมีส.ส.เสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งและมีส.ส.รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 159 วรรคสอง   ดังนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของ นายชวน จึงเป็นการดำเนินการ เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคหนึ่งไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่อย่างใด  

 4,844
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯ สั่งรับมือภัยแล้ง ขอทุกคนร่วมแก้ปัญหา – ไม่หวั่นฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนและน้ำที่กักเก็บไว้ในแหล่งต่างๆมีปริมาณน้อย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องก็ได้เตรียมการรับมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ โดยย้ำว่าปัญหาน้ำท่วมภัยแล้งถือเป็นภัยธรรมชาติและเป็นปัญหาที่ประเทศไทยจะต้องแก้ไข จึงต้องขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องของการใช้น้ำ   ส่วนสิ่งสำคัญนั่นคือการปรับตัวและการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับกับปัญหาอย่างไรก็ตามได้สั่งให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้หาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติม เพื่อดูแลด้านอาชีพให้กับเกษตรกรด้วย พร้อมกันนี้ฝากให้ในแต่ละพื้นที่ทำโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขนาดเล็กและให้แนวทางของความร่วมมือของทุกภาคส่วน เช่นที่จังหวัดชัยภูมิที่มีการร่วมมือกันขุดลอกคูคลองได้ระยะทางถึง 21 เมตร   โดยใช้งบประมาณลดลงกว่าการดำเนินการตามปกติถึงร้อยละ 80 ซึ่งจะทำให้รัฐบาลนั้นสามารถนำในประมาณส่วนที่เหลือไปพัฒนาด้านอื่นๆ นายกรัฐมนตรียังย้ำเรื่องของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยเฉพาะการปลูกพืชพลังงาน ที่ถือเป็นการวางแนวทางแก้ปัญหาด้านอาชีพและความมั่นคงทางพลังงานให้กับเกษตรกรแบบครบวงจร   ส่วนการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 5 คน ในช่วงปลายเดือนมกราคมนั้น ว่าขออย่าเพิ่งบอกว่ารัฐบาลมีปัญหาในการทำงาน เพราะทำงานได้เพียบ 5 เดือนเท่านั้น รัฐบาลที่แล้วก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่แล้ว อย่าเอามาเกี่ยวกัน ดังนั้นการอภิปรายครั้งนี้ เป็นการอภิปรายการทำงานของรัฐมนตรี 5 คน อย่ามาพันกันให้มันเสียหายไปทั้งหมด เพราะสิ่งที่ทำไว้ มันก็จะเสียไปหมด  

 488
การเมือง
03 ม.ค. 63

‘บิ๊กตู่’ ไม่กังวลปีชง 100% ขอยึดหลักทำความดีด้วยหัวใจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงหมอดูทำนายดวงเมืองจะมีความขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาและดวงตนเองเป็นปีชงว่า หมอดูก็คือหมอดู เป็นการทำนายจากสถิติ แต่คงไม่ไปดูถูกการทำนาย และเคารพการแสดงความเห็นตามหลักโหราศาสตร์ โดยสิ่งสำคัญอยู่ที่ใจ ถ้าทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะไม่ทำให้บ้านเมืองขัดแย้ง ทั้งนี้มองการทำนายอาจจะแรงไปว่าจะขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาขอให้ไปดูคำทำนายของหมอดู แต่ละคนที่ผ่านมาว่ามีความแม่นยำมากน้อยเพียงใด อย่านำมาเป็นบรรทัดฐาน   พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ย้อนถามสื่อ รู้ได้อย่างไรว่าตนเองเกิดปีมะเมีย ซึ่งเป็นปีชง โดยส่วนตัวไม่กังวล เพราะกังวลแล้วจะได้อะไร ตนเกิดมาแล้ว เปลี่ยนวันเกิดไม่ได้ ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่อยู่ที่ดวงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการทำงาน ตั้งมั่นในการทำความดี และตนคิดว่าบุญกุศลจะคุ้มครองเรา และทำให้ดีที่สุด ซึ่งได้ฝากหลักคิดนี้กับรัฐมนตรีทุกคนด้วย และตนเองผ่านปีชงมาหลายครั้งแล้ว ถ้าทำความดีด้วยหัวใจ คิดดี ทำดี เชื่อว่าความดีจะชนะทุกอย่าง ต้องมีสติ ไม่ประมาท ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ประทานพรมาว่า วาจาอันไพเราะ ยังประโยชน์สู่ความสำเร็จ ซึ่งตนก็จะใช้วาจาอันไพเราะของตนกับสื่อและทุกคน บางทีตนคิดเร็ว พูดเร็ว ทำเร็ว อาจมีอารมณ์บ้างก็ต้องขออภัย   อย่างไรก็ตาม หลังนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ได้ขอบคุณสื่อ และขอให้มีความสุขในปีใหม่และปีต่อๆ ไป เจอกันนานๆ พร้อมขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ ถ้าไปทำนายว่าหลังปีใหม่แล้วจะตีกัน คิดอย่างไร พูดอย่างไร ก็จะเป็นแบบนั้น ถ้าไม่พูด ไม่คิด หรือ ชี้นำ ก็ไม่เกิดความขัดแย้ง ขอฝากทุกคนให้คิดด้วย  

 575
เศรษฐกิจ
03 ม.ค. 63

เงินบาทอ่อนค่ารับปีใหม่ 2020 แตะ 30.15 บาท/ดอลลาร์ นายกฯยันคลัง-แบงก์ชาติ จับตาตลอด

ค่าเงินบาทศักราชใหม่ 2563 อ่อนค่าแตะ 30.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นข่าวดีของผู้ส่งออก เป็นผลมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในภูมิภาค และธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาดูแลใกล้ชิด ด้านสภาอุตสาหกรรมยังกังวลหากปีนี้เงินบาทยังแข็งค่าต่อ จะได้เห็นธุรกิจปลดคนงานเพิ่มแน่   ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นรัฐบาลได้มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาโดยตลอด ขณะนี้ก็ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังกับ ธปท.เพื่อจับตาดูสถานการณ์   ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีมาตรการออกไปแล้ว ซึ่งได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ตอนนี้ก็กำลังดูว่าจะต้องมีมาตรการเสริมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่ามาบอกว่ารัฐบาลทำไม่สำเร็จ ให้ลองเสนอมา ถ้าดีผมก็จะทำให้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gJoScqSp0UM

 1,179
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

นายกฯแนะเปลี่ยนชื่อ 7 วันอันตราย เป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข อุบัติเหตุลดลงกว่าปีก่อน กทม.ตายสะสมสูงสุด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้มีการสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 มกราคม 2563พบว่าเกิดอุบัติเหตุจำนวนทั้งสิ้น 547 ครั้ง มากกว่าเมื่อวานนี้ 5 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตในวันเดียว 55 ราย มากกว่าเมื่อวานนี้ 13 ราย บาดเจ็บ 577 คน มากกว่าเมื่อวานนี้ 10 คน   สาเหตุยังคงเป็นปัญหาดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ซึ่งเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงตี 4 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา 35 คน   ทั้งนี้จากการเรียกตรวจยานพาหนะกว่า 1ล้านคัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 246,328 ราย ส่วนใหญ่มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 61,416 ราย รองลงมาไม่มีใบขับขี่จำนวน 55,467 ราย   สำหรับอุบัติเหตุสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (27 ธ.ค.62 – 1 ม.ค.63) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,076 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 3,160 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 95 ครั้ง แซง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มากสุดเมื่อวานนี้ 76 ครั้ง   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (14 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา (100 คน)   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รู้ข้อมูลว่าการเกิดเหตุและการสูญเสีย ย้ำว่ารัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างเต็มที่ และถึงแม้ว่าสถิติจะลดลง แต่รัฐบาลก็ยังไม่สบายใจ เพราะถือว่ายังมีความสูญเสียเกิดขึ้น จึงต้องช่วยกันลดอุบัติอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของทุกคน และหวังว่า เทศกาลใหญ่ต่อไป โดยเฉาะช่วงสงกรานต์นี้ ตัวเลขอุบัติเหตุและความสูญเสีย จะลดลง รวมถึงความปลอดภัยนั้น จะต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี   นายกรัฐมนตรี ยังให้แนวทางว่า ควรปรับเปลี่ยนคำว่า 7 วันอันตราย ซึ่งทำให้รู้สึกน่ากลัว ควรจะเปลี่ยนเป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข หรือชื่ออื่นที่ฟังดูแล้ว ทำให้ทุกคนได้คำนึงถึงความสุข เพราะหากทุกคนคิดแบบนี้ ก็จะทำให้ช่วยกันลดการสูญเสียลงได้ โดยเฉพาะ จากสถิติแล้ว อัตราการสูญเสียเป็นช่วงวัยทำงาน หนุ่มสาว ซึ่งจะทำให้ประเทศขาดกำลังคนไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ho133YgsK3k

 1,805
สังคม
03 ม.ค. 63

นายกฯแนะเปลี่ยนชื่อ 7 วันอันตราย เป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข อุบัติเหตุลดลงกว่าปีก่อน กทม.ตายสะสมสูงสุด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้มีการสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 มกราคม 2563พบว่าเกิดอุบัติเหตุจำนวนทั้งสิ้น 547 ครั้ง มากกว่าเมื่อวานนี้ 5 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตในวันเดียว 55 ราย มากกว่าเมื่อวานนี้ 13 ราย บาดเจ็บ 577 คน มากกว่าเมื่อวานนี้ 10 คน   สาเหตุยังคงเป็นปัญหาดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ซึ่งเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงตี 4 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา 35 คน   ทั้งนี้จากการเรียกตรวจยานพาหนะกว่า 1ล้านคัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 246,328 ราย ส่วนใหญ่มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 61,416 ราย รองลงมาไม่มีใบขับขี่จำนวน 55,467 ราย   สำหรับอุบัติเหตุสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (27 ธ.ค.62 – 1 ม.ค.63) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,076 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 3,160 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 95 ครั้ง แซง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มากสุดเมื่อวานนี้ 76 ครั้ง   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (14 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา (100 คน)   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รู้ข้อมูลว่าการเกิดเหตุและการสูญเสีย ย้ำว่ารัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างเต็มที่ และถึงแม้ว่าสถิติจะลดลง แต่รัฐบาลก็ยังไม่สบายใจ เพราะถือว่ายังมีความสูญเสียเกิดขึ้น จึงต้องช่วยกันลดอุบัติอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของทุกคน และหวังว่า เทศกาลใหญ่ต่อไป โดยเฉาะช่วงสงกรานต์นี้ ตัวเลขอุบัติเหตุและความสูญเสีย จะลดลง รวมถึงความปลอดภัยนั้น จะต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี   นายกรัฐมนตรี ยังให้แนวทางว่า ควรปรับเปลี่ยนคำว่า 7 วันอันตราย ซึ่งทำให้รู้สึกน่ากลัว ควรจะเปลี่ยนเป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข หรือชื่ออื่นที่ฟังดูแล้ว ทำให้ทุกคนได้คำนึงถึงความสุข เพราะหากทุกคนคิดแบบนี้ ก็จะทำให้ช่วยกันลดการสูญเสียลงได้ โดยเฉพาะ จากสถิติแล้ว อัตราการสูญเสียเป็นช่วงวัยทำงาน หนุ่มสาว ซึ่งจะทำให้ประเทศขาดกำลังคนไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ho133YgsK3k

 1,805
การเมือง
02 ม.ค. 63

นายกฯ ไม่กังวลปีชง 100% - หมอดูทำนายยุบสภา เชื่อความดีจะชนะทุกอย่าง

นายกรัฐมนตรี ไม่กังวลหมอดูทำนายดวงเมืองขัดแย้งถึงขั้นยุบสภา พร้อมรับฟังความเห็นต่าง และเคารพศาสตร์หมอดู บอกผ่านปีชงหลายครั้งแล้ว เชื่อความดีจะชนะทุกอย่าง โดยจะใช้วาจาให้ไพเราะ ขอภัยสื่อที่อาจมีอารมณ์บ้าง เพราะเป็นคนคิดเร็ว พูดเร็ว วอนสื่อช่วยทำบ้านเมืองสงบ     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงหมอดูทำนายดวงเมืองจะมีความขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาและดวงตนเองเป็นปีชงว่า หมอดูก็คือหมอดู เป็นการทำนายจากสถิติ แต่คงไม่ไปดูถูกการทำนาย และเคารพการแสดงความเห็นตามหลักโหราศาสตร์ โดยสิ่งสำคัญอยู่ที่ใจ ถ้าทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะไม่ทำให้บ้านเมืองขัดแย้ง ทั้งนี้มองการทำนายอาจจะแรงไปว่าจะขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาขอให้ไปดูคำทำนายของหมอดู แต่ละคนที่ผ่านมาว่ามีความแม่นยำมากน้อยเพียงใด อย่านำมาเป็นบรรทัดฐาน   พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ย้อนถามสื่อ รู้ได้อย่างไรว่าตนเองเกิดปีมะเมีย ซึ่งเป็นปีชง โดยส่วนตัวไม่กังวล เพราะกังวลแล้วจะได้อะไร ตนเกิดมาแล้ว เปลี่ยนวันเกิดไม่ได้ ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่อยู่ที่ดวงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการทำงาน ตั้งมั่นในการทำความดี และตนคิดว่าบุญกุศลจะคุ้มครองเรา และทำให้ดีที่สุด ซึ่งได้ฝากหลักคิดนี้กับรัฐมนตรีทุกคนด้วย และตนเองผ่านปีชงมาหลายครั้งแล้ว ถ้าทำความดีด้วยหัวใจ คิดดี ทำดี เชื่อว่าความดีจะชนะทุกอย่าง ต้องมีสติ ไม่ประมาท ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ประทานพรมาว่า วาจาอันไพเราะ ยังประโยชน์สู่ความสำเร็จ ซึ่งตนก็จะใช้วาจาอันไพเราะของตนกับสื่อและทุกคน บางทีตนคิดเร็ว พูดเร็ว ทำเร็ว อาจมีอารมณ์บ้างก็ต้องขออภัย   อย่างไรก็ตาม หลังนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ได้ขอบคุณสื่อ และขอให้มีความสุขในปีใหม่และปีต่อๆ ไป เจอกันนานๆ พร้อมขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ ถ้าไปทำนายว่าหลังปีใหม่แล้วจะตีกัน คิดอย่างไร พูดอย่างไร ก็จะเป็นแบบนั้น ถ้าไม่พูด ไม่คิด หรือ ชี้นำ ก็ไม่เกิดความขัดแย้ง ขอฝากทุกคนให้คิดด้วย

 1,423
สรุปข่าว
02 ม.ค. 63

ภาพรวมหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ประจำวัน - 'บิ๊กตู่' สัญญาคนไทยไม่หยุดทำเพื่อชาติ-ประชาชน

'บิ๊กตู่' สัญญาคนไทยไม่หยุดทำเพื่อชาติ-ประชาชน   ห้ามแตะ-6ผบ.ทัพ สว.ขวาง ค้านโละพ้นวุฒิสภา   พรเพชรส่งซิกอย่ารื้อม.256   'อุตตม'เต้นรับมือ'บาทแข็ง'

 261
การเมือง
02 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' ขอเริ่มปีใหม่อย่างมีสติ ยืนยันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อพี่น้องประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เฟซบุ๊กไลฟ์ในเพจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า     "สวัสดีปีใหม่ครับพี่น้องชาวไทยที่รักทุกคน ปีใหม่นี้ผมขออวยพรให้ทุกท่านและครอบครัวจงมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในการทำงาน ในทุก ๆ ด้าน   ในปีใหม่ 2563 นี้ เริ่มปีใหม่อย่างมีสติ มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็งให้กับตัวเองและครอบครัว คนรอบข้าง และพร้อมที่จะร่วมมือกันนำพาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ผมเองในฐานะนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อพี่น้องประชาชนไทยทุกคน สวัสดีครับ" ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Fisr9NDvyeQ

 598

Top