ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประยุทธ์จันทร์โอชา"

สังคม
15 ม.ค. 63

ตร.ได้เบาะแส โจรเหี้ยมชิงทองยิงดับ 3 ศพแล้ว เผยยังไม่ขอพูดมาก คนร้ายเฝ้าดูอยู่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดกุมคนร้ายชิงทอง ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จังหวัดลพบุรี ต้องรอฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้แถลง ซึ่งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ฟังรายงานจากตำรวจที่บอกว่าชัดเจนอีก 2 วัน ขอเร่งรัดเพราะรัฐบาลได้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงอยากให้ทำงานด้วยความโปร่งใส เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไม่ได้จับตัวคนที่กระทำผิดจริงไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น คดีนี้ก็เหมือนคดีอื่นเเต่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ สังคมให้ความสนใจ แต่การจะเปิดเผยข่าวทุกวันไม่ทำให้เกิดประโยชน์เพราะคนร้ายก็ติดตามข่าวเช่นกัน ถ้าไปบอกว่าจับตัวผู้ต้องสงสัย หรือ ปิดล้อม คนร้ายก็จะไหวตัวกลายเป็นการช่วยคนร้าย ซึ่งได้ย้ำไว้แล้วว่าอย่าให้ข่าวเด็ดขาดปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่คดีในลักษณะนี้สามารถจับกุมได้ทั้งหมด   ด้าน พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ได้เผยความคืบหน้า คดีชิงทองว่า เรารู้สึกถึงความหัวอกของผู้สูญเสีย แม้แต่ตำรวจทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เขาก็อยากมีส่วนร่วม ตำรวจชุดที่ทำงาน ต้องทำงานแข่งกับเวลาอยู่แล้วไม่ต้องห่วง คนร้ายเคลื่อนไหวอย่างไรเราจะรีบดำเนินการ เพราะเรามีเส้นทางอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่พบกลุ่ม 3 กลุ่ม คือกลุ่มนักการเมือง กลุ่มบิ๊กไบค์ และทหารนอกราชการ เราไม่ตัดสักประเด็น เพราะเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจ แต่พยานหลักฐานเราต้องพร้อม ถึงจะจับตัวขึ้นฟ้องศาลได้   ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความขัดแย้งกันหรือไม่ที่ในช่วงเช้า พล.อ.ประวิทย์ บอกว่าอีก 2 วันจะมีการจับกุมคนร้ายได้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ ตอบว่า ไม่ขัดแย้ง เพราะท่านมีความเป็นห่วงอยากให้กำลังใจกับผู้ทำงาน และท่านก็อยากให้จับได้โดยเร็ว ไม่ถือเป็นการกดดัน ทั้งนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีต่างก็ให้กำลังใจ เพราะเห็นว่าเราทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน เรารู้ดีว่าประชาชนและญาติผู้สูญเสียเขารู้สึกอย่างไร บุคคลพวกนี้เราไม่สามารถให้อยู่ในสังคมได้   ส่วนการสอบพยานที่เป็นประโยชน์ ก็ทำกันไป ทั้งสอบปากคำ ดูเสื้อผ้า หลักฐานที่อยู่ในที่เกิดเหตุเขสาก็ไปพิสูจน์ทราบ ให้ได้ข้อยุติแหล่งที่มา ผมไม่อยากพูดอะไรมากคนร้ายเฝ้าดูผมอยู่พูดอะไร ดังนั้นฝากว่าหากใคร พบเห็นรูปพรรณคนร้ายขอให้แจ้งมาได้  

 11,059
การเมือง
14 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' ไม่ติดใจใครจะเชียร์-วิ่งไล่ 'ธนาธร' ชี้คนอัดอั้นรัฐบาลล้มเหลว

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดตัวแคมเปญ ยุวชนสร้างชาติ ในช่วงหนึ่งเปิดเผยว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่ว่าจะพรรคใดก็เชื่อทุกคนทำเพื่อประเทศ ใครจะเชียร์หรือมาวิ่งไล่ก็เคารพความเห็นทุกฝ่าย แต่ไม่อยากให้มาเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ หากมีเรื่องไหนที่เห็นต่างกันก็ควรจะมาพูดคุยกัน ไม่อยากให้กลับไปใช้กำลังฆ่ากันเหมือนอดีตที่ผ่านมา   ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เผยว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุง เป็นการตื่นตัวของภาคประชาชน และเป็นการส่งเสียงให้รัฐบาลได้ยิน ถึงความล้มเหลวของรัฐบาล ต้องการระบายความอัดอั้นตันใจ ถือเป็นการชุมนุมทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่รัฐประหาร 2557   น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า งานวิ่งไล่ลุง มีคนทุกช่วงวัย ทั้งรุ่นคุณป้า คุณลุง คนทำงาน ไปยันเด็กมัธยมต้น ถ้าจะประเมินคิดว่ากลุ่มที่เป็นวัยรุ่นมี 60% ที่เหลือเป็นคนที่มีอายุอาจจะ 30-40% เป็นภาพของสังคมที่มีคนทุกวัยมาร่วม อย่างน้อยในวันที่ 12 ม.ค. ได้เห็นเรื่องที่ดีคือไม่มีฝ่ายใดพยายามจัดงานให้ชนในสถานที่เดียวกัน แม้จะชนวันเวลาแต่คน 2 กลุ่มไม่มีทางมาปะทะกันแน่นอน   ภาพที่เกิดขึ้นอาจจะดูเป็นการวัดมวลชนกันแต่เป็นสัญญาณที่ดีว่า คงจะหมดสมัยแล้วที่จะนำมวลชนมาปะทะกัน ทุกคนคงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้น ความเห็นแตกต่างเป็นเรื่องปกติที่ควรจะเป็น สิ่งที่เราอยากเห็นคือ อย่าเอาคนมาปะทะกันให้เกิดความรุนแรง อย่าไปใช้วาจาดูถูก ดูหมิ่น ยุยงกันไปมาทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเกลียดกันมากขึ้น เพราะคนที่ความเห็นต่างกันมีแนวโน้มที่จะเกลียดกันง่ายอยู่แล้ว อีกอย่างคือ รัฐบาลเองควรจะอำนวยความสะดวกให้แสดงออกอย่างเท่าเทียมกัน   ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุงและวิ่งเชียร์ลุงว่า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ระหว่างกลุ่มคน 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์กับกลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แสดงให้เห็นว่า 5 ปีที่ผ่านมาได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า การบริหารประเทศภายใต้ คสช.ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถปลดล็อกความขัดแย้งของสังคมได้ ทำให้การรัฐประหารเมื่อปี 2557 เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยที่ไม่คุ้มค่า เป็นการยึดอำนาจที่เสียของอีกครั้งหนึ่ง ไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยตามเป้าหมายที่ คสช.ประกาศไว้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3kIJslbj2Hk

 1,178
การเมือง
14 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' แอป aircmi วัดค่าฝุ่น pm 2.5 บอก รบ.แก้ปัญหาถูกทาง ดูผลงานด้วยฝุ่นปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้ว อย่าตำหนิอย่างเดียว

วันที่ 14 ม.ค. ก่อนการประชุม ครม. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เยี่ยมชมแอปพิเคชั่น ระบบบริหารจัดการปัญหาฝุ่นควัน AirCMI ซึ่งเป็นผลงานวิจัย ของมหวิทยาลัยเชียงใหม่และความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทดลองใช้ที่ จ.เชียงใหม่ ในการวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 อัพเดททุก 1 ชั่วโมง โดยสามารถดาวโหลดแอปพิเคชั่นไว้บนมือถือ เพื่อสร้างการรับรู้ ให้กับนักท่องเที่ยว และ จะขยายทั่วประเทศ   ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยังคงเน้นย้ำเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน โดยเฉพาะการลดควันดำ ซึ่งรัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางในการสร้างการรับรู้ การตื่นตัว ให้รู้จักป้องกันตนเอง และต้องระมัดระวังในกลุ่มเสี่ยง เด็ก สตรี คนป่วย คนชรา เป็นต้น ทั้งนี้รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาทุกวิธีทาง ทั้งขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการลดการเผา และอยากให้ทุกคนรับรู้พร้อมกัน ไม่ใช่จ้องตำหนิรัฐบาลไม่มีผลงาน   ทั้งนี้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณไม่ใช่กระจุกอยู่ที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขึ้นชมรถตรวจสอบคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบเคลื่อนที่ ที่สามารถวัดค่าฝุ่นได้อย่างแม่นย้ำ และเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก พร้อมแจงว่า สาเหตุของการเกิดฝุ่นควัน อันดับหนึ่ง การใช้รถถึงร้อยละ 72.5  จากภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 17 ภาคส่วนการเผาในที่แจ้งมีเพียงร้อยละ 5 และอื่นๆ ครัวเรือนร้อยละ 2 เป็นต้น   ดังนั้น ต้องแก้การจราจรทางถนน พร้อมเปิดเผยว่าสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว เพราะรัฐบาลจริงจังในการแก้ปัญหา ทั้งการใช้น้ำมันบี 10 ซึ่งเป็นการช่วยลดฝุ่น และแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำด้วย การที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลไม่ผลงาน ก็อยากให้หันกลับมาดูด้วย ไม่ใช่จ้องตำหนิอย่างเดียว แต่ต้องช่วยกันแก้  

 1,241
การเมือง
14 ม.ค. 63

นายกฯ ขอคนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ประจำปี 2563 ครบรอบ 110  ปี ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดตัวโครงการยุวชนสร้างชาติ ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล และในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรี ประธานพิธียกเสาเอกชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร (คืนบ้านใหม่ให้พี่น้อง คืนสายคลองให้ส่วนรวม) ณ ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร   โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้โอวาทนักศึกษาที่เข้าร่วมจากโครงการยุวชนอาสา 500 คน จาก 7 มหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชนว่า ต้องการให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า หลายอย่างที่รัฐบาลทำอยู่ตอนนี้จะต้องขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้า ตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ส่วนยุวชนนักศึกษานั้นอยากให้ทุกคนช่วยขับเคลื่อนใช้พลังความคิดของวัยหนุ่มสาวขับเคลื่อนเป็นพลังของสังคม ช่วยกันทำประเทศก็จะเจริญก้าวหน้าแน่นอน ทุกคนช่วยกันทำงานในทาง ที่ถูกต้องก็จะช่วยรัฐบาลได้เยอะ   นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่าวันนี้ทุกคนต้องตื่นตัว กับระบบ ระเบียบ ถ้าทุกคนปรับตัว ก็จะสามารถยืนอยู่ในสังคมนี้ได้ โดยเฉพาะ กาวศึกษาและเข้าใจกฎหมาย จะปฏิเสธไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ถ้าไม่สนใจเรื่องการเรียนรู้การสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพและมัวแต่ไปสนใจมันก็จะยิ่งทำไม่ได้ พร้อมขอให้เด็กนักเรียนเอาเวลามาใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ไม่ใช่เอาเวลาไปสร้างความเสียหาย การทำอะไรก็ตามล้วนแล้วแต่มีปัญหา แล้วต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ทำให้ปัญหาของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้นและ สิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกันก็คือกฎหมาย พร้อมกำชับครูอาจารย์สอนทำให้นักเรียนคิดเป็น มีความคิดที่เป็นของตนเองในทางที่สร้างสรรค์   พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่ว่าจะพรรคใดก็เชื่อทุกคนทำเพื่อประเทศ ใครจะเชียร์หรือมาวิ่งไล่ก็เคารพความเห็นทุกฝ่าย แต่ไม่อยากให้มาเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้หากมีเรื่องไหนที่เห็นต่างกันก็ควรจะมาพูดคุยกัน ไม่อยากให้กลับไปใช้กำลังฆ่ากันเหมือนอดีตที่ผ่านมา  

 649
การเมือง
13 ม.ค. 63

ประชาชนแห่ร่วมกิจกรรมการเมืองคู่ขนาน 'วิ่งไล่ลุง' - 'เดินเชียร์ลุง'

ความเคลื่อนไหวการเมืองสำคัญเมื่อวานนี้ (12 ม.ค.63) คือการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และ เดินเชียร์ลุง ที่กลุ่มวิ่งไล่ลุง ที่ขับไล่รัฐบาล รวมตัวหลักที่สวนรถไฟ ส่วนกลุ่มเดินเชียร์ลุง ที่สนับสนุนรัฐบาล จัดกิจกรรมที่สวนลุมพินี ซึ่งต่างแสดงจุดยืนทางการเมือง โดยไม่มีเหตุความรุนแรงใดๆ โดยกลุ่มวิ่งไล่ลุง จัดพร้อมกัน 34 จังหวัด จะจัดครั้งที่สองที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่กลุ่มเดินเชียร์ลุงก็ประกาศว่าหากอีกกลุ่มจัดก็พร้อมจะจัดควบคู่กันไป       กิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่จัดขึ้นโดยแกนนำกลุ่มนักศึกษา เริ่มตั้งแต่ 5 นาฬิกาวันนี้ที่สวนรถไฟ เสร็จสิ้นในเวลา 9 นาฬิกา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย     นาย ธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำจัดกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมที่เกินความคาดหมาย และมีอุปสรรคในการจัดงาน แต่เห็นพลังของประชาชนที่ต้องการแสดงออกว่า วิ่งไล่การเมืองแบบลุงๆ ไล่ความอยุติธรรม สองมาตรฐาน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และ รัฐบาลที่บริหารไม่เป็น จึงเชิญชวนทุกคนวิ่งไล่ลุงทุกวัน เพื่อไล่ลุงให้ออกไปในปีนี้ โดยกิจกรรมวิ่งไล่ลุงจะจัดขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่     การวิ่งไล่ลุงในกรุงเทพมีนักกิจกรรมประชาธิปไตย และนักการเมืองฝ่ายค้านมาร่วมวิ่งด้วย โดยเฉพาะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมือง ที่เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับสู่ประชาธิปไตย ซึ่งก้าวแรกคือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกไป และเชื่อว่าปีนี้จะมีประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองมากขึ้น     สำหรับกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ในต่างจังหวัดที่จัดพร้อมกัน 34 จังหวัด คึกคักทั้งในภาคอีสาน ที่จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี มหาสานคาม ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ พะเยา พิษณุโลก ภาคกลางทั้งนครนายก สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี ภาคใต้เช่น ชุมพร นครศรีธรรมราช และปัตตานี ซึ่งมีประชาชนมาร่วมวิ่งไล่ลุกอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่บอกว่าต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย     กลุ่มคนที่มาร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนั้นมีหลากหลาย นอกจากกลุ่มประชาชนวัยกลางคน สูงอายุ ที่เคยร่วมชุมนุมการเมืองทั้งเสื้อแดงและกปปส.ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ ที่เมื่อสอบถามต่างบอกว่ามาชุมนุมครั้งแรก และเห็นว่าการวิ่งเป็นกิจกรรมการเมืองที่สร้างสรรค์ และแสดงออกทางความคิดได้อย่างเสรี ส่วนเหตุผลที่มาร่วมวิ่งเพื่อแสดงพลังให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้เก่งแต่ในโซเซียล และไม่เห็นด้วยกับเผด็จการ     นอกจากนี้มีอดีตกปปส.ที่นำนกหวีดหรือสิ่งของที่เคยร่วมชุมนุมมาแลกเหรียญปราบกบฏ ที่ทางผู้จัดงานจัดขึ้น ซึ่งพบว่ามีทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ใหญ่ และนักกิจกรรมที่เคยร่วมกับ กปปส.นำมาแลกจำนวนหนึ่ง ต่างมีเหตุผลตรงกันว่า 5 ปีที่ผ่านมาผิดหวังกับการปฏิรูประเทศที่สุดท้ายเป็นเพียงการสืบทอดอำนาจคสช.     ในจำนวนคนรุ่นใหม่ที่ประกาศชัดว่าไม่เห็นด้วยกับเผด็จการ และมีจุดยืนในระบอบประชาธิปไตยก็เชื่อมั่นว่า การรวมตัวของคนวิ่งไล่ลุง ไม่ใช่การเมืองแบบสีเสื้อ แต่เป็นการเมืองของประชาชน        ขณะที่กิจกรรมเดินเชียร์ลุง ที่สวนลุมพินี กรุงเทพ มีประชาชนมาร่วมจำนวนมากเช่นกัน กิจกรรมจัดในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แอดมินเพจเชียร์ลุง ยืนยันว่า ไม่ใช่กลุ่มเด็กเส้น หรือได้รับการว่าจ้างให้มาสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ทุกคนต่างมาจากการติดตามข่าวในเพจ จนมีเสียงเรียกร้องให้จัดกิจกรรม ซึ่งต้องขออนุญาตส่วนราชการขอใช้สถานที่ด้วยความลำบากเช่นกัน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมของกลุ่มวิ่งไล่ลุง หากอีกกลุ่มจะจัดเมื่อใดก็พร้อมจัดควบคู่ไปด้วย       การเดินเชียร์ลุงเป็นการเดินรอบสวนลุมพีนี กิจกรรมเป็นไปอย่างคึกคักมีการชูป้ายสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ โดยมี อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี มาร่วมด้วย ซึ่งยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการเรียกร้องประชาธิปไตยในแบบผูกมัด     ผู้มาร่วมเดินเชียร์ลุง ยืนยันว่าไม่ได้มีเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่มาร่วมชุมนุม แต่มีทั้งวัยกลางคนและคนรุ่นใหม่ ซึ่งบางคนยอมรับว่า เคยร่วมชุมนุม กปปส. แต่ไม่ได้มีการจัดตั้งจากระบบไอโอของรัฐบาล แต่ต่างมาด้วยจุดยืนที่เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมารัฐบาลมีผลงานมากมายทั่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การสร้างรถไฟฟ้า จึงอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับความคิดต่าง        กิจกรรมการเดินเชียร์ลุง พบว่ามีการแต่งเพลงเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ และต่างเป็นการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองที่ยังอยู่ในสวน และพร้อมจะรวมตัวกันอีกทุกครั้งที่อีกฝ่ายจัดกิจกรรม การเมืองไทยวันนี้จึงปฏิเสธไม่ได้ต่อการกลับมาของสองความเห็นทางการเมือง       มีความเห็นมาจากรัฐบาล โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่าทั้งสองกิจกรรม ทำได้ตามกฏหมาย แต่ไม่อยากให้นำกิจกรรมนี้ไปสู่การเมืองบนถนน เพราะได้ผ่านบทเรียนมาแล้ว เหมือน 10 ปีที่ผ่านมา จึงขอให้ใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฏรในการร่วมสร้างประชาธิปไตย     สำหรับกิจกรรมทั้งสองกลุ่มวันนี้มีขึ้นท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งไม่มีเหตุรุนแรงใดๆเกิดขึ้น

 1,350
สังคม
11 ม.ค. 63

นายกฯสั่งขึ้นบัญชีรถควันดำห้ามวิ่ง - อุตุฯบอกข่าวดี สัปดาห์หน้ามีลมพัดช่วยฝุ่นเบาบาง

วิกฤตค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ของไทย พุ่งติดอันดับ 4 ของโลก กรมควบคุมมลพิษมีรายงานหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดมีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานหลายแห่ง อยู่ในระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพ   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทวิตข้อความระบุว่า ได้สั่งให้ตำรวจกวดขันและดำเนินคดีอย่างจริงจัง กับรถที่ปล่อยควันดำและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง พร้อมกับให้ตำรวจเร่งรัดออกข้อกำหนดสั่งห้ามใช้รถที่ปล่อยควันดำ รถที่ถูกจับจะต้องถูกขึ้น Watch List หรือบัญชีที่ต้องจับตา เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถที่ต่อทะเบียน โดยประชาชนที่มีพบเห็นรถควันดำ สามารถส่งข้อมูลได้ที่สายด่วน 1584   ผู้สื่อข่าวไปสอบถามพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละอองที่มีความรุนแรง ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรม พลเอกประวิตร ตอบว่า ที่ผ่านมาก็ได้แจกหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ไปแล้ว และกำลังดำเนินการแจกอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้สื่อข่าวซักว่า รองนายกฯอาจไม่เคยมาเดินถนน จึงไม่ประสบปัญหาแท้จริงด้วยตัวเอง และขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก พลเอกประวิตร ก็ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “แล้วจะให้ผมทำยังไงให้ฝุ่นหมดไป แล้วคุณเคยเดินถนนหรือไม่”   ด้านนาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า สัปดาห์หน้าจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้ หรือมวลอากาศเย็นเข้ามา ส่งผลให้มีลมพัดมากกว่าสัปดาห์นี้ จะทำให้สถานการณ์ฝุ่นเบาบางลงได้ จึงฝากให้ประชาชนคอยติดตามค่าฝุ่น และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zkUMUJzJNHs

 1,361
การเมือง
09 ม.ค. 63

‘เสรีพิศุทธ์’ ขู่ฟ้องดำเนินคดี ส.ส.โหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เหตุ ‘ประยุทธ์’ ถวายสัตย์ไม่ครบ

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย กล่าวเตือน ส.ส.ทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลที่ลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ต้องการนำงบประมาณลงไปในพื้นที่ของตนเอง เพราะเป็นการร่วมกันกระทำผิดกฎหมาย   เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีอำนาจเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเข้าสภา ดังนั้นกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย จึงเป็นกระบวนการที่ผิดกฎหมายโดยจะดำเนินคดีกับ ส.ส.ทุกคนที่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ   พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวอีกว่ารัฐบาลพยายามรวบรวมสมาชิกลงมติเห็นชอบให้มากที่สุด และ หากเห็นพันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลออกหมายจับเมื่อไหร่ ก็จะนำตำรวจ สน.บางโพเข้าจับกุมทันที  

 802
การเมือง
09 ม.ค. 63

ปธ.องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 'พ.อ.ประพัฒน์' บิดานายกฯ

วันที่ 8 ม.ค.2563 ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ศาลา 9 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรม พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม   ต่อมา เวลา 16.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ วางที่หน้าโกศศพ ก่อนที่จะมีพิธีสวดพระอภิธรรม   ทั้งนี้ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ด้วยวัย 95 ปี ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา   นอกจากนี้ ช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ โดยบอกว่า ถึงแม้ว่าจะยังโศกเศร้า แต่ก็ต้องทำงาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/C5088d6uRtU

 8,838
การเมือง
08 ม.ค. 63

ปธ.องคมนตรี ฝากบ้านฝากเมือง 'บิ๊กตู่' ให้กำลังใจรัฐบาลทำงาน

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมภริยา เปิดโอกาสให้คณะบุคคล ข้าราชการ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าอวยพรเนื่องเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยมีคณะต่าง ๆ เข้าอวยพร อาทิ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำทีมรองนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล   โดย พลเอกประยุทธ์ เปิดเผยว่า ประธานองคมนตรี ได้ให้พรและฝากกันไปฝากกันมา ฝากบ้านฝากเมือง พร้อมกับขอให้ตั้งใจทำงานกันต่อไป ขณะที่ พลเอกประวิตร ระบุว่า พลเอกสุรยุทธ์ได้ให้กำลังใจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fjudL_jIUJA

 866
การเมือง
08 ม.ค. 63

'ลุงตู่' อารมณ์ดี ถามเด็กโตขึ้นอยากเป็นอะไร ไม่อยากเป็นนายกฯบ้างหรือ?

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร และนักเรียน นักศึกษา เข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม   โดยช่วงหนึ่ง พลเอกประยุทธ์ ถามเด็กนักเรียนว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งมีเด็กคนหนึ่งตอบว่าอยากเป็นทหาร นายกฯจึงบอกว่า ให้ออกกำลังกาย ให้เข้มแข็งมีกล้ามเนื้อ วิดพื้น ดึงข้อ ปีนต้นไม้ จะได้กล้าหาญ เป็นทหารไม่ได้สักแต่ว่าจะเป็น หรือใครก็เป็นได้ ทหารต้องไปรบท่ามกลางกระสุนปืนเล็ก กระสุนปืนใหญ่ ตนเจอมาแล้ว ถึงเวลานั้นจะรู้ว่า มันจะเป็นทหารใช่หรือไม่ใช่ กล้าไปหรือเปล่า   ก่อน พลเอกประยุทธ์ จะหันกลับไปถามเด็กว่า ไม่อยากเป็นนายกฯบ้างหรือ ซึ่งเด็กตอบว่า ไม่ครับ เพราะงานเยอะ นายกฯจึงบอกว่า ตอบเข้าท่าดี แต่ต้องสู้งาน นายกฯไม่เคยท้อแท้ งานยิ่งเยอะยิ่งต้องทำ ทำเพื่อคนอื่น อะไรก็ได้ที่ทำเพื่อคนอื่น ตัวเองได้ความภาคภูมิใจ ความสุขแค่นั้น ตนไม่ต้องการอย่างอื่น คิดแค่นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tmhTSsYEOWg

 1,388
การเมือง
08 ม.ค. 63

นายกฯ แนะช่วยกันประหยัดน้ำคนละ 1 นาที ได้น้ำ 100 ล้านลิตร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รณรงค์ ให้คนไทยร่วมใจประหยัดน้ำ แล้งนี้เราต้องรอด ของการประปานครหลวง ซึ่งขอให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ โดยปิดน้ำระหว่างแปรงฟัน 1 นาที หากช่วยกันทำทุกวัน โดย กทม. มี 10 ล้านคน จะช่วยให้ประหยัดน้ำได้ 100 ล้านลิตรต่อปี  

 347
การเมือง
07 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' ร่ายยาว ทำไมไม่เข้าใจ ไม่ได้ต้องการอำนาจ ขอ ปชช.ร่วมมืออย่าทำลายประเทศ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งและปัญหาการเมือง ว่า ตนมีแรงศรัทธามาตลอดในการทำงาน ไม่ต้องการอำนาจ ดังนั้นคนที่บอกว่าการเมืองคืออำนาจ เมื่อตนไม่ต้องการอำนาจ ไม่ต้องการผลประโยชน์ทำไมไม่ไว้ใจตน ไว้ใจการบริหารของตน ว่าจะควบคุมในเรื่องเหล่านี้ให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ปัญหาย้อนกลับที่เดิม นี่คือสิ่งที่อยากบอกทุกคน   ส่วนเรื่องปัญหาทุจริตผิดกฎหมาย ถ้าหากมีหลักฐาน ก็ถ้าชี้แจงได้ก็จบ ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นการพูดกันไปมา และไม่มีความชัดเจนจะเป็นการสร้างความเกลียดชังกัน เวลานี้ไม่ใช่เวลามาสร้างความเกลียดชังภายในชาติหรือไม่ แต่ควรจะรวมพลังงานกันต่อสู้ปัญหาภายนอกและปัญหาภายใน แต่ถ้าสู้กันไปมาจะแก้ไขอะไรไม่ได้สัก รัฐบาลแก้ปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเปิดและปิด เพราะต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ บางอย่างได้ผล บางอย่างไม่ได้ผล เพราะบังคับไม่ได้ เป็นเรื่องประชาชน   วันนี้ตนพยายามทำดีที่สุดในการแก้ปัญหา คิดตลอดไม่มีวันหยุด ไม่หยุดนิ่งนอนใจ ไม่ได้ฟังรายงานจากข้าราชการอย่างเดียว จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันสร้างประเทศก่อน มากกว่าที่จะช่วยทำลายซึ่งกันและกัน ผิดถูกให้ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าพูดและไล่กันไปมาแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ ไม่ว่าคนที่สนับสนุนหรือต่อต้าน เพราะคนกว่า60ล้านคน คือคนที่เสียประโยชน์ อยากจะบอกว่าพอเถอะ ขอให้มาช่วยกันฟังว่ารัฐบาลจะทำอะไรให้กับประเทศ ถ้าไม่พอใจบอกมา รัฐบาลพร้อมจะแก้ไข อย่าใช้ทุกเวทีเป็นเวทีดิสเครดิตกันไปมา เพราะบางเรื่องยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ เชื่อไม่มีใครกล้าเข้าข้างตน เพราะถ้าหากผิดไม่มีใครช่วยได้ ตนจึงใช้ความจริงใจเจตนารมณ์ในการแสดงออก   พลเอก ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สื่อด่าตนมาห้าปีเต็มๆ ตนไม่เคยไปยุ่ง หรือรังแกสื่อ แต่ถ้าไม่ยึดกฎหมาย ประเทศก็ไม่ใช่ประเทศ พร้อมย้อนถามจะย้อนกลับก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์หรือไม่ ที่มีการสู้รบ ที่บอกรักชาติ รักประชาชน รักคนไทยถูกวิธีหรือไม่ แต่ถ้ารักต้องหาวิธีการเหมาะสม และคนที่ได้รับประโยชน์ต้องมากกว่าคนที่ได้ประโยชน์ การสั่งงานไม่ใช่เหมือนการสั่งขี้มูกตนต้องเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำให้สมองหายไปกว่าครึ่ง   ตนเคารพด้วยการเข้ามาในประชาธิปไตย เพราะทุกคนเข้ามาด้วยระบอบประชาธิปไตย วันนี้ทุกคนลืมไปหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย จึงอยากให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเดินไปข้างหน้าจะอยู่กับที่ จะก้าวไปข้างหลัง หรือจะรื้อทั้งหมดกลับไปสู่อดีตก็เชิญ ตนทำเต็มที่ได้แค่นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RxQ8xfE5d24

 6,497
การเมือง
07 ม.ค. 63

กำหนดการ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรม 'พ.อ.ประพัฒน์' บิดานายกฯ

มีรายงานว่า พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ สิริรวมอายุ 97 ปี หลังรักษาอาการป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบและอาการชรา   ทั้งนี้ มีกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและสวดพระอภิธรรม จำนวน 7 วัน ณ ศาลา 9 วัดโสมนัสราชวรวิหาร แขวงวัดโสมนัสฯ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร   วันพุธที่ 8 ม.ค. เวลา 15.30 น. พิธีรดน้ำศพ, เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรม จากนั้นวันที่ 9-13 ม.ค. เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม และวันที่ 14 ม.ค. เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม และประกอบพิธีบรรจุศพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MGdvpbHcnxI

 8,694
การเมือง
07 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' จับตาสถานการณ์ขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน เตรียมอพยพหากเกิดเหตุรุนแรง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโจมตีทางอากาศและสั่งฆ่า นายพลคาเซ็ม ซูลีมานีผู้บัญชาการกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน และทางอิหร่านได้มีการประกาศล้างแค้นอเมริกาอย่างสาสม   ทางผู้นำอิหร่านได้ตั้งค่าหัวปลิดชีพประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นเงิน 80 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,400 ล้านบาท ซึ่งทาง พลเอกประยุทธ์ ได้สั่งการไปที่ฝ่ายความมั่นคง และกระทรวงต่างประเทศ ให้ติดตามสถานการณ์ทางตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด   ส่วนประเด็นที่น่าเป็นห่วงก็คือสถานการณ์น้ำมัน ที่จะดีดตัวขึ้นสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และได้ย้ำให้กระทรวงการต่างประเทศกำชับทุกสถานทูต สถานกงสุล เตรียมแผนอพยพประชาชนไปในพื้นที่ปลอดภัย จากนั้นส่งกลับโดยใช้เครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ หรือเครื่องบินของกองทัพอากาศ ขณะที่ในประเทศไทย ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง ดูแลสถานทูต ตลอดจนสถานที่สำคัญต่างๆ ขณะเดียวกัน ได้มีการเสริมกำลังในสถานทูตต่างๆ โดยเฉพาะบางสถานทูตที่สำคัญ    

 5,643
การเมือง
06 ม.ค. 63

'สนธิรัตน์' ไม่หวั่นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมหารือพรรคร่วม ลงเรือลำเดียวกัน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยจะหยิบยก การทำงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลคสช. มาอภิปรายด้วยว่า ไม่กังวล เพราะ รัฐบาลมีความพร้อมและ ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และกลไกของรัฐสภา ซึ่ง พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือกันเพราะถือว่าลงเรือลำเดียวกันก็จะต้องช่วยกัน แม้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นจะไม่เป็นเป้า และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำ ตกเป็นเป้าใหญ่ในการอภิปราย   ส่วนการทำงานใน ตำแหน่งเลขาธิการพรรค ยังมั่นคงหรือไม่ นายสนธิรัตน์ ตราติดตลกว่าก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ การประชุมใหญ่สามัญ ที่มีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารถือเป็นสัญญาณการปรับตัวของพรรคพลังประชารัฐ ในการทำงานที่ยึดโยงกับพื้นที่และสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค ยอมรับว่าเป็นพรรคการเมืองใหญ่ย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างซึ่งยินดีรับฟัง และพักจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้า และในทุกวันอาทิตย์จะเปิดพื้นที่พรรครับฟังปัญหา แลกเปลี่ยนการทำงานกับส.ส. อดีตส.ส.และสมาชิก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและการทำงานของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Omlz9jck8So

 318

Top