ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประยุทธ์จันทร์โอชา"

การเมือง
04 ก.ย. 62

'บิ๊กตู่' ไม่รบกวนเวลา ปชช. ยันไม่จัดรายการออกทุกช่องเหมือน 5 ปีที่ผานมา

จากกระแสข่าวที่ว่า นายกฯจะจัดรายการนายกฯพบประชาชนอีกครั้ง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ยังไม่มีนโยบายเรื่องนี้ แต่คงไม่ใช่ไปปิดทุกช่อง เพราะทำมาแล้ว 5 ปี   แต่วันนี้เลือกตั้งมาแล้วคงไม่ไปรบกวน แต่อาจมีสัมภาษณ์เป็นครั้งคราว แล้วแต่ใครจะนำไปออก หรือไปพบปะเกษตรกร นักศึกษา หรือออกที่โทรทัศน์บางช่องมาขอสัมภาษณ์ อาจใช้โซเชียลมีเดียบ้าง คงไม่ไปปิดรายการเป็นชั่วโมงๆอย่างที่ว่ากัน จะได้เลิกว่ากันเสียที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q4dnYjQsAzE

 535
เศรษฐกิจ
04 ก.ย. 62

นายกฯสั่งแจงปชช. ยันเศรษฐกิจไม่ได้ถดถอย gdp ไม่ติดลบ แค่เติบโตลดลง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานพยายามสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่า   สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันไม่ได้ถดถอย (recession) เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ติดลบ ยังเป็นการเติบโตอยู่ เพียงแต่เติบโตลดลง ไม่ได้ขยายตัวตามเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งนายกฯกลัวว่าจะมีการส่งสัญญาณออกไปผิดๆ เพราะถ้าคิดว่าเศรษฐกิจถดถอย ความเชื่อมั่นก็จะหายไป   ทั้งนี้ นายกฯได้ให้ทุกกระทรวงไปดูแลเศรษฐกิจรากหญ้า เพราะในขณะที่เศรษฐกิจข้างบนดูดี แต่ข้างล่างยังบ่นว่ามีปัญหาอยู่ ส่วนกรณีของภัยแล้งหรือน้ำท่วม ล้วนส่งผลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งนั้น   ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้ชี้แจงใน ครม.ด้วยว่า แม้เศรษฐกิจไทยขณะนี้ขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมาย หากดูตัวเลขเทียบปีต่อปี และไตรมาสต่อไตรมาสแล้ว ก็ยังเป็นการขยายตัวอยู่   จึงฝากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันสื่อสารไม่ให้คนเข้าใจผิดว่าเศรษฐกิจไทยถดถอย ขณะเดียวกัน สศช.ยังได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทย โดยเห็นว่าตัวชี้วัดด้านต่างๆทางเศรษฐกิจกำลังปรับตัวดีขึ้น ทั้งดัชนีการอุปโภคและบริโภค การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ดีมากนัก ซึ่งรองนายกฯ ก็ขอให้ทุกหน่วยงานต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน เพื่อให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น   “นายกฯได้ย้ำใน ครม.ว่า แม้เครื่องชี้เศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่เศรษฐกิจฐานรากยังไม่ดี สินค้าเกษตรบางตัวมีราคาดี แต่บางตัวมีราคาลดลง จึงฝากกระทรวงเกษตรฯไปดูแลทั้งการปรับเปลี่ยนการผลิต การลดต้นทุน การทำปุ๋ยสั่งตัด (Tailor made) และให้กระทรวงพาณิชย์มาร่วมด้วย พร้อมกันนี้รองนายกฯยังได้ฝากให้สำนักงบประมาณเร่งเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ จะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจอีกครั้ง”.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7YW_EE1vfz4

 14,801
การเมือง
04 ก.ย. 62

นายกฯสั่งทุกหน่วยงานช่วยน้ำท่วม เตรียมลงพื้นที่สุโขทัย-พิษณุโลก วันนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยได้เตรียมการรับมือพายุโซนร้อน คาจิกิ แล้วซึ่งรัฐบาลมีประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้ย้ำเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเตรียมการแก้ไขปัญหาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป   ในส่วนของกรมอุตุนิยมวิทยาเองก็ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะแล้ว รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กองทัพบก กระทรวงสาธารณสุข และกรมชลประทาน รวมถึงการปรับแผนระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด   อย่างไรก็ตามแม้จุดศูนย์กลางของพายุจะไม่เข้ามาประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ตนและคณะรัฐมนตรีจะลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และเป็นขวัญกำลังใจให้ประชาชน   พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนทุกมิติ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ยืนยันว่ารัฐบาลมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในย่านธุรกิจ โรงพยาบาล สถานที่ราชการ รวมไปถึงเส้นทางคมนาคม จึงได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมจัดกำลังพลลงไปคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะเส้นทางสัญจรให้กลับมาใช้การได้โดยเร็วที่สุด   ทั้งนี้นายกฯและ ครม.เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียและเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ จ.สุโขทัยและพิษณุโลก ในวันนี้ (4 ก.ย.62) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B2sKqAEkI6s

 1,393
การเมือง
03 ก.ย. 62

'ช่อ' จี้นายกฯจิ้มปฏิทินตอบสภา จบปัญหาปมถวายสัตย์

น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการกำหนดวันอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมว่า   จะปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 18 ก.ย.แล้ว เรายังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน เราไม่ต้องการคำตอบว่าท่านถวายสัตย์ฯครบหรือไม่ครบ เพราะประชาชนทั้งประเทศทราบแล้วว่าถวายสัตย์ฯไม่ครบ ปัญหาที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตอบ   ทั้งนี้พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าต้องไม่ใช่การประชุมลับ และ พล.อ.ประยุทธ์ มีหน้าที่ต้องตอบเรื่องนี้ต่อสาธารณชน ไม่ใช่ตอบต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น   หาก พล.อ.ประยุทธ์ยืดเยื้อเรื่องนี้มาเป็นเดือน ไม่ควรปล่อยให้เป็นแบบนี้ หากไม่ยอมมาตอบในสมัยการประชุมนี้ พรรคเป็นห่วงว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรหากมีแผลเรื่องนี้อยู่ เราต้องการให้รัฐบาลจบเรื่องนี้ และเดินหน้าแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง หรือปัญหาข้าวยากหมากแพง คนที่จะจบเรื่องนี้ได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ ขอคำตอบว่าตกลงจะมาตอบวันที่เท่าไหร่ ไม่จำเป็นต้องไปกางปฏิทินดูว่าวันไหนท่านจะว่าง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งแล้วว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าวาระปกติ   ฉะนั้นท่านไปจิ้มปฏิทินมาว่างวันไหนบอกมา ประชาชนรอดูอยู่ เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ติดภารกิจน้ำท่วม ไม่สามารถมาตอบคำถามได้ น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า น้ำท่วมมาจากภัยพิบัติ เข้าใจว่าอีกไม่กี่วันน้ำจะลด น้ำคงไม่ท่วมต่อไปจนหมดสมัยประชุม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Nmfm-SdyCI0

 1,037
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

นายกฯเสียใจหนุ่มขอนแก่น ช่วยขนของหนีน้ำไฟช็อตดับ กฟภ.เยียวยา 5 แสน

จากกรณีนายสราวุธ จันโทแพง อายุ 20 ปี ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ขณะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วม   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย โดยกล่าวว่านายสราวุธเป็นผู้ที่มีน้ำใจและเสียสละ จนตัวเองต้องแลกด้วยชีวิต ซึ่งเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น   อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของนายสราวุธอย่างเต็มที่ และกำชับให้ทางจังหวัดลงพื้นที่ไปดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของครอบครัวและชาวบ้านด้วย   เบื้องต้นทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ และมอบเงินให้กับครอบครัว จำนวน 500,000 บาท   ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.สุโขทัยและพิษณุโลก ในวันที่ 4 ก.ย.2562   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XK6o-Do1w6U

 2,083
การเมือง
02 ก.ย. 62

'บิ๊กตู่' ยกเกาหลีใต้เป็นแบบอย่างการพัฒนาประเทศ บอกดีใจได้เจอปธน.อีกครั้ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาเกาหลีใต้เป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจการลงทุน ขอบคุณประธานาธิบดีนำนักธุรกิจชั้นนำเยือนไทย ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีหน้า ชื่นชมเกาหลีถึงบทบาทความสำคัญ ทั้งด้านการค้าการลงทุน ที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์  ในการสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ภายใน 60 ปี ก่อนหยอดคำหวาน "อันนยองฮาเซโย" และ "คัมซาฮัมนิดะ" สวัสดีและขอบคุณ เป็นภาษาเกาหลี   วันที่ 2 ก.ย. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษต้อนรับประธานาธิบดี มุน แช อิน และคณะนักลงทุนชั้นนำจากสารธารรัฐเกาหลี และไทยกว่า600คน ในงานสัมมนา "Thailand-korea Business Forum" โดยทันทีที่ขึ้นกล่าวปาฐกถานายกรัฐมนตรีได้กล่าวทักทายเป็นภาษาเกาหลี "อันยองฮาเซโย" และกล่าวดีใจที่วันนี้ได้ต้อนรับประธานาธิบดีเกาหลี ที่นำคณะนักธุรกิจชั้นนำกว่า 100 บริษัท มาเยือนไทย ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนจากเกาหลีให้ความสำคัญกับไทย ในฐานะหุ้นส่วนเศรษฐกิจ    ซึ่งเมื่อเช้าได้มีการลงนามตกลงความร่วมมือ 6 ฉบับ กับทุกหน่วยงาน ถือเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือในระดับมหภาค ซึ่งรัฐบาลไทยตระหนัก และชื่นชมเกาหลีถึงบทบาทความสำคัญ ทั้งด้านการค้าการลงทุน ที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ในการสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสามารถพัฒนาประเทศภายใน 60 ปี จึงขอชื่อชมคนเกาหลี ชื่นชมผู้นำ ในการพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็ว จากความรักชาติและเสียสละสำนึกคนในชาติ ซึ่งควรเอาเป็นตัวอย่าง ที่สามารถนำศิลปะวัฒนธรรมสอดแทรกในภาพยนตร์ ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี    ซึ่งไทยพร้อมจะะร่วมมือกับเกาหลี และชื่นชมนโยบายมุ่งใต้ใหม่(New Southern Policy - NSP) ที่มุ่งขยาดความร่วมมือด้านต่างๆ มายังภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม CLMVT ที่ถือเป็นหัวใจของอาเซียน โดยเฉพาะไทยที่เป็นมีทำแลอยู่ในกลางอนุภาค ที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และยินดีที่เกาหลีเจ้ามาเป็นหุ้นส่วนในกลุ่ม CLMVT และอยากให้เกาหลีเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากเติมที่มีอยู่แล้ว 400 บริษัท และตั้งเป้าในปี 2563 ตั้งเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มากกว่า 20,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ จากเดิมที่มีมูลค่า1.4-1.5 หมื่นล้านดอลล่าสหรัฐ    โอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังบอกด้วยว่า ดีใจที่จะได้เจอกับประธานาธิบดีเกาหลีอีกในการประชุมอาเซียน เกาหลี ที่เมืองภูซานที่เป็นบ้านเกิดของประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรียังหยอดคำหวานว่า เจอหน้าครั้งแรกก็รู้สึกชอบประธานาธิบดี และภริยา ก่อนจะขอบคุณเป็นภาษาเกาหลีว่า "คัมซาฮัมนิดะ"     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ให้การต้อนรับ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ 

 1,411
การเมือง
02 ก.ย. 62

'ธนาธร' จี้ 'บิ๊กตู่' ต้องแจงเอง ทำไมถวายสัตย์ไม่ครบ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการที่พรรคร่วมฝ่ายขอยื่นอภิปรายโดยลงไม่มติ กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่โดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161   โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเข้ามาตอบในสภาผู้แทนราษฎร โดยจะต้องมาชี้แจงกับประชาชนว่า ทำไมถึงมีการนำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งนี่เป็นการผิดรัฐธรรมนูญชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องชี้แจงแบบเปิดเผย เพราะประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจ และต้องการรู้ว่าเหตุผลอะไรที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ไม่ครบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QD8Ojc-kt7M  

 1,369
การเมือง
31 ส.ค. 62

'วิษณุ' ชี้ขอประชุมลับได้ ปมนายกฯนำครม.ถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วน - วิปฝ่ายค้านไม่ขัดข้อง

ประเด็นร้อนแรงการขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติของพรรคฝ่ายค้าน ในประเด็นการกล่าวถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วน ของนายกฯ และ ครม. ก่อนเข้าปฎิบัติหน้าที่ มีความเป็นไปได้ว่า จะเป็นการประชุมลับ    เนื่องจาก นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า กรณีเช่นนี้สามารถขอให้ประชุมลับได้หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเปิดเผยออกไป อาจเป็นการขอให้ลับตั้งแต่ต้นจนจบ หรือหากประชุมกันไปถึงจุดหนึ่งแล้วขอให้ประชุมลับก็ได้ ปกติการกล่าวอะไรที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ควรต้องประชุมลับอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเขาจะกล่าวถึงรัฐบาลหรือกล่าวถึงพระมหากษัตริย์    ฝั่งของ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน บอกว่า ถ้ารัฐบาลจะขอเป็นการประชุมลับ ก็ต้องเอาเหตุผลมาชี้แจงว่ามีความจำเป็นอะไร ถ้าไม่มีเหตุผลที่สมควร เราก็ไม่อยากประชุมลับ เพราะเสียดายโอกาสที่ประชาชนจะได้ติดตามรับรู้รับทราบ แต่ถ้าเหตุผลมีน้ำหนักเราก็ไม่ขัดข้อง ยินดีให้ความร่วมมือ    ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า ต้องแสดงเหตุผลว่าเรื่องไหนเป็นประเด็นอ่อนไหว หรือเป็นเรื่องความมั่นคง จากการตรวจสอบเนื้อหาที่เตรียมอภิปรายแล้ว ไม่มีเรื่องความมั่นคงหรือความอ่อนไหวแต่อย่างใด มีอยู่เรื่องเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ครบหรือไม่ หรือแจ้งที่มารายได้ครบหรือไม่ ส่วนจะอภิปรายกี่วันนั้น คิดว่าต้องดูด้วยว่าผู้อภิปรายมีจำนวนเท่าไร เวลา 1 วันอาจไม่พอ ขยายไปเป็น 2 วันไม่ได้เสียหายอะไร คาดว่าจะเริ่มอภิปรายในวันที่ 6 ก.ย. หากไม่จบสามารถต่ออีกวันได้   ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นักข่าวพยายามสอบถามการกำหนดวันว่าจะเป็นวันไหน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมตอบคำถามใดๆเพียงแต่หันมายิ้มพร้อมชี้ไปที่ท้องฟ้าที่กำลังมีฝนตกปรอยๆ หลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ บอกให้ไปถามโฆษกรัฐบาลแทน       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/KxLOn0Yr4LU

 1,012
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 62

ตร.จับมิจฉาชีพหลอกขายนาฬิกา แอบอ้างนามสกุลนายกฯ 'จันทร์โอชา'

ตำรวจ ปอท. ตามรวบผู้ต้องหาปลอม Facebook นามสกุลนายกรัฐมนตรี ขายนาฬิกาข้อมือ มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย    พันตำรวจเอก ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในฐานะโฆษก บก.ปอท. พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายนัท (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ซึ่งจับกุมได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดเลย    เนื่องจากมีพฤติการณ์ปลอม Facebook ใช้นามสกุล จันทร์โอชา ซึ่งเป็นนามสกุลของนายกรัฐมนตรี โดยมีพฤติกรรมใช้โปร์ไฟล์เฟ๊ซบุ๊คที่มีรูปผู้หญิงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครือญาติและหลงโอนเงิน แต่สุดท้ายไม่ส่งสินค้าให้ทำให้มีประชาชนกว่า 100 คน หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ มีมูลค่าความเสียหายกว่าหลายแสนบาท    โดยโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่า จากการสอบถามนายนัท ให้การว่า เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลอาญาจริง และให้การรับสารภาพว่า เนื่องจากต้องการเงินไปเล่นการพนัน และสาเหตุที่ใช้นามสกุลของนายกรัฐมนตรีเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งได้ทำมาตั้งแต่ปี 2560 มีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจแล้ว 7 คน ที่ซื้อนาฬิกาข้อมือเรือนละ 2,000-3,000 บาท ก่อนส่งเงินให้กับบัญชีผู้ต้องหา แล้วไม่ได้รับสินค้า หลักจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้    ทั้งนี้ ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงแจ้ง 2 ข้อหาให้ทราบว่า เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) โดยทุจริต หลอกลวง เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายกับประชาชน และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 ฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงดีอีได้ร่วมกับตำรวจ เร่งติดตามผู้กระทำผิดในระบบที่มีการสื่อสารออนไลน์แบบผิดกฎหมายมาลงโทษโดยเร็ว ส่วนกรณีเรื่องเร่งด่วนก็จะมีการปิดกั้นการกระทำความผิด พร้อมเร่งติดตามสืบสวนสอบสวนผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างโดยเร็ว ส่วนกรณีประชาชนที่มีการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ ควรตรวจสอบช่องทางการติดต่อ เลขบัญชี และชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจโอนเงิน เพื่อป้องกันแก๊งมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามากระทำผิด     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/GqRU4Oz2U18

 3,656
การเมือง
30 ส.ค. 62

'วิษณุ' ไม่ตอบ 'บิ๊กตู่' ไปชี้แจงปมถวายสัตย์หรือไม่ บอก ให้รอดู-ประชุมลับได้

วิษณุ เผย ตามใข้อบังคับสภา ครม. หรือ ส.ส. สามารถยื่นประชุมลับได้ คาดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา152 จะไม่ประชุมลับตั้งแต่ต้น ตอบแทนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปชี้แจงหรือไม่ขอให้รอดู   วันที่ 30 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงฝ่ายค้านยื่นญัติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 สามารถขอประชุมลับได้ ถ้าหากเห็นว่าไม่สมควรที่จะเปิดเผย โดยครม. หรือ ส.ส. เป็นผู้ขอระหว่างการประชุม แต่จะไม่ใช่การประชุมลับตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งอาจจะขอให้เป็นการประชุมลับตั้งแต่ต้น หรือ ขอประชุมลับระหว่างการประชุม ซึ่งการตรวจสอบคุณสมับติส่วนใหญ่การเริ่มอภิปราย จะไม่ประชุมลับ    ดังนั้นการอภิปรายทั่วไปตาม มาตรา 152 ถ้าจะให้ประชุมลับตั้งแต่เริ่มเปิดประชุม ยังเร็วเกินไป เป็นการตีตนก่อนไข้ เพราะยังไม่ทราบว่าจะถามอะไร หรือตอบอย่างไร แต่เมื่ออภิปรายถึงจุดหนึ่ง ครม. หรือ ส.ส อาจจะขอประชุมลับเอง   ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปตอบเองหรือไม่ ไม่สามารถตอบแทนได้ ให้รอดู อยู่ที่นายกรัฐมนตรีจะไปหรือไม่ แต่จากการอ่านญัตติ เป็นการถามครม. และแจ้งว่าขอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ไปชี้แจงเอง    ทั้งนี้กรอบเวลา ยังไม่มีการหารือขึ้นอยู่ดับเนื้อหา และวิปที่จะตกลงกัน แต่เบื้องต้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร อยากให้ใช้วันทำการในการอภิปราย       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : รัฐบาลเตรียมงัดแผนโหวตประชุมลับ ปมถวายสัตย์ 'วิษณุ' ชี้ทำได้ไม่ขัด      

 668
การเมือง
29 ส.ค. 62

สมเด็จพระสังฆราช ให้โอวาทครม.ประยุทธ์ "จงมีสติรู้-อย่าเหลิงอำนาจ"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สังฆปริณายก เพื่อขอประทานพร ณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม   ทั้งนี้ สมเด็จพระสังฆราชได้ประทานพระ โอวาทว่า "ฝ่ายบริหารย่อมมีหน้าที่สำคัญในการทำนุบำรุงบ้านเมืองไทยให้เป็นปกติสุขร่มเย็น มีความมั่นคงปลอดภัยและเจริญก้าวหน้าในทุกด้าน การกระทำหน้าที่ตามตำแหน่งที่ดำรงอยู่ ย่อมต้องใช้อำนาจเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำงาน จึงขอเน้นย้ำให้ท่านทั้งหลายจงหมั่นฝึกอบรมตนให้มีสติระลึกรู้เป็นเครื่องกำกับการกระทำทางกายและวาจาอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเหลิงอำนาจหรือหลงอำนาจ จนนำไปสู่การกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่   สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ว่าสติสัมปชัญญะเป็นธรรมอันมีอุปการะมาก เพราะฉะนั้นการทำงานทุกระดับหากมีสติเป็นเครื่องระลึกมีสัมปชัญญะเป็นเครื่องรู้ตัวให้เหนี่ยวรั้งจิตใจตนอยู่เสมอแล้ว ความผิดพลาดจะไม่เกิดขึ้น หรือหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง จะแก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนจะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงมากขึ้นจนเหนือการควบคุม ขอให้ทุกท่านจงมีสติสำนึกรู้ไว้เสมอว่า   ความชอบด้วยกฎหมายและความชอบธรรมแห่งฐานะที่ดำรงอยู่ คืออำนาจที่แท้จริง อำนาจไม่อาจเกิดได้โดยชอบหากไม่มีรากฐานจากคุณธรรม จึงขอให้ทุกท่านมั่นคงในคุณธรรม จริยธรรมของความเป็นผู้ใหญ่ พรั่งพร้อมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ อดทนและพากเพียร ในการประกอบกรณียกิจเพื่อจรรโลงสถาบันหลักของชาติและประชาชนให้รุ่งเรืองไพบูลย์สืบไป"   ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จพระสังฆราชให้พร ครม. มีกำลังใจในการทำงานเพื่อชาติและประชาชนสืบไป ถือเป็นฤกษ์ดี หลังได้รับพรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายกฯเข้าวัดเข้าวาไม่เคยขอพรให้ตัวเอง มีแต่มาขอพรให้ประเทศชาติเดินหน้าไปให้ได้ ประชาชนสงบสุขปรองดองสมานฉันท์ ขอให้การทำงานรัฐบาลอยู่รอดปลอดภัย ไม่มีอะไรเสียหายเพราะนี่คือประเทศและประชาชนของเราทั้ง 68 ล้านคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OwZBibLxfFQ

 5,133
การเมือง
28 ส.ค. 62

ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติส่งศาล รธน.วินิจฉัย ปมนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบ

ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 46 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 เพื่อให้วินิจฉัยว่าการที่นายกรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิเสรีภาพของนายภานุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ยื่นคำร้องหรือไม่   โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน เห็นว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะ ชี้แจงมาว่าก่อนเข้ารับหน้าที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้ว แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ระบุ “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับหรือการกระทำใดขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้...”   เมื่อนายกฯกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกฯและคณะรัฐมนตรีมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปด้วย จึงอาจมีปัญหาในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของนายภาณุพงศ์ในฐานะผู้ร้องเรียน เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนหรือโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้   จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 46 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 และเป็นไปตามนัยมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ โดยผู้ตรวจการแผ่นดินจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ส่วนรัฐบาลจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FCc6oBf3Dbw

 879
การเมือง
28 ส.ค. 62

นายกฯปลาบปลื้ม รับพระราชทานพระราชดำรัส พร้อมลายพระหัตถ์ ร.10 ทรงให้กำลังใจรัฐบาล

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม นำคณะรัฐมนตรี รับพระราชทานพระราชดำรัสพร้อมลายพระหัตถ์ ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมไวัเป็นสิริมงคล และเป็นเครื่องเตือนใจสืบไป   พลเอกประยุทธ์ ระบุว่า เป็นผู้ทำเรื่องขอพระบรมราชานุญาตไปเอง จนได้รับการโปรดเกล้าลงมาเป็นลายลักษณ์อักษรตามที่ขอพระราชทานไป แต่ไม่อาจกล่าวได้ว่าจะสามารถไปจบเรื่องอื่นได้หรือไม่   พลเอกประยุทธ์ ไม่ได้ตอบชัดเจนเมื่อถูกถามถึงญัตติของฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายเรื่องการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน ว่าจะชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ และเมื่อถามว่า โล่งใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้หรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมก็เฉยๆของผม แต่ปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงพระราชทานมาให้ตามที่ขอพระราชทานขึ้นไป และทรงพระราชทานกลับมาเท่านั้นเอง หลังจากวันที่ 16 ก.ค.ผมได้ทำเรื่องเพื่อขอไปซึ่งมีพระราชดำรัสลงมาตามที่สำเนาไป”   ทั้งนี้เนื้อความในพระราชดำรัสมีเนื้อหาระบุว่า "ขอถือโอกาสนี้ ให้พรให้ท่านมีกำลังใจ ความมั่นใจ และความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สุขและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน งานใดๆก็ต้องมีอุปสรรค งานใดๆก็ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหาและเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไข ให้ตรงเป้าตรงจุดและมีความเข้มแข็งอดทน ขอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลได้มีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี ด้วยความถูกต้องต่อไป" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mkV_6z8DMyI

 907
การเมือง
27 ส.ค. 62

ลุ้น! ศาล รธน. 18 ก.ย. วินิจฉัยคุณสมบัติ 'บิ๊กตู่' ปมเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่

(27 ส.ค. 62) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า ที่ประชุมองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ ที่ประชุมได้พิจารณา กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) กรณีเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่   โดยศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า ประเด็นแห่งคดีตามคำร้องนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่ทำการไต่สวนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันที่ 18 ก.ย. 2562 เวลา 14.00 น.   ส่วนกรณี กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และนัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคราวประชุมถัดไป

 1,349
การเมือง
27 ส.ค. 62

'บิ๊กตู่' บอก จะพยายามเข้าสภาฯ ไปตอบกระทู้ เว้นติดภารกิจให้ รมต.ไปตอบแทน

นายกรัฐมนตรี ระบุจะพยายามเข้าสภาไปตอบกระทู้ แต่หากติดภารกิจก็จะมอบหมายให้รัฐมนตรีหรือส่วนงานที่เกี่ยวข้องไปตอบแทน ส่วนฝ่ายค้านจะเดินหน้าอภิปราย ปมถวายสัตย์ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้และตนจะไปตอบด้วยตนเอง   วันที่ 27 ส.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางไปตอบกระทู้ของฝ่ายค้านในสภาฯ ว่าเรื่องใดตอบได้ก็จะไปตอบด้วยตนเอง เรื่องไหนไม่ควรตอบก็จะไม่ตอบ แต่หากติดภารกิจก็จะมอบหมายให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตอบแทน ดังเช่นทุกรัฐบาลที่ผ่านมา และจะพยายามเข้าไปร่วมประชุมสภา เพราะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ที่ผ่านมาก็ติดตามมาตลอดแม้ไม่ได้เข้าสภา   อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของกระทู้สดที่จะทราบในช่วงเช้าก่อนการประชุมสภาไม่กี่ชั่วโมง ถือเป็นเวลาที่กระชั้นชิดอาจทำให้ไม่สามารถไปตอบได้เพราะบางครั้งมาภารกิจล่วงหน้าก่อนแล้ว   ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านยืนยันว่า จะเดินหน้าอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติในเรื่องการถวายสัตย์ต่อ ก็ว่าถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ และเรื่องนี้ตนจะเป็นคนไปตอบในสภาเอง เพราะเป็นเรื่องที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง   และหลังจากนี้ จะทำให้การวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ จบเลยใช่หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ให้ไปถามคนที่วิจารณ์เอง เพราะตนเป็นคนถูกวิจารณ์ จึงต้องไปถามคนวิจารณ์ถึงความเหมาะสม ซึ่งตนไม่ไปก้าวล่วงใครทั้งสิ้น    

 692

Top