ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประยุทธ์จันทร์โอชา"

การเมืองเข้มข้น
19 มิ.ย. 61

'บิ๊กตู่' ยันผลงาน 4 ปีเป็นที่ยอมรับนานาชาติ เตรียมเยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศส 20-26 มิ.ย.นี้

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง จะเดินทางเยือนสหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 20-26 มิถุนายน 2561   โดยจะเข้าหารือกับนางเทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส   ซึ่งการไปเยือนครั้งนี้เพราะผลงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของไทยเป็นที่ยอมรับ สามารถเป็นคู่ค้า เป็นพันธมิตรกับนานาประเทศได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cGAt-UbkbSE

 7,934
การเมืองเข้มข้น
16 มิ.ย. 61

นายกฯ ห่วงพนันบอลโลก กำชับ ศธ.ดูแลเด็ก-เยาวชน ให้ห่างไกลการพนัน

นายกฯ ห่วงพนันบอลโลก เตือนดูอย่างเหมาะสมไม่ให้กระทบชีวิต กำชับ ศธ.ดูแลเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลการพนัน ย้ำคนไทยต้องระวังไม่เล่นพนันออนไลน์-สถานบันเทิง-ร้านอาหาร   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยปัญหาการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก 2018 โดยอยากให้ประชาชนรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันด้วยความพอดี ต้องไม่ให้กระทบต่อสุขภาพหรือประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงาน และที่สำคัญต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่ออันตราย หากติดหนี้และไม่สามารถชดใช้ได้   "นายกฯ เป็นห่วงเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ เพราะคิดว่าบางคนอาจจะตั้งใจเล่นการพนันกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนในชุมชน ซึ่งอาจเล่นแบบติดปลายนวมเพื่อความสนุกสนานและมือเติบเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ หรือบางคนอาจเล่นแบบหวังได้เงินเป็นกอบเป็นกำในครั้งเดียว ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ดีทั้งสิ้น จึงได้กำชับให้กระทรวงศึกษาธิการสร้างความรู้เข้าใจแก่เด็กและเยาวชนทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน และขอความร่วมมือผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานไม่ให้เกี่ยวข้องกับการพนันเป็นอันขาด"   ทั้งนี้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ปี 2546 ห้ามเด็กเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนัน หากมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เล่นการพนัน เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับผู้ปกครองของเด็กด้วย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเฝ้าติดตามการเล่นพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ จึงขอเตือนไปยังผู้ที่คิดจะเล่นพนันออนไลน์ เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิกหรือมีความเคลื่อนไหวทางการเงินผิดปกติก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดีได้ รวมทั้งพริตตี้หรือเน็ตไอดอลที่โฆษณาชักชวนให้คนเข้าไปเล่นการพนันก็มีความผิดด้วยเช่นกัน   นอกจากนี้ สถานบันเทิงและร้านอาหารต่างๆ จะต้องไม่ปล่อยปะละเลยให้มีการเล่นพนัน เพราะอาจจะถูกสั่งปิดและห้ามไม่ให้เปิดสถานบริการเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 46/2559 อีกด้วย

 2,986
การเมืองเข้มข้น
14 มิ.ย. 61

'บิ๊กตู่' อนุมัติงบกองทุนหมู่บ้าน 2 หมื่นล้าน ลั่นยินดีรับคำด่า ดีกว่าคำชมที่อาบด้วยยาพิษ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดปฏิบัติการโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี   พร้อมอัดฉีดงบประมาณให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้านกองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท ต่อยอดโครงการเดิม ยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ปลุกจิตสำนึกในการบริหารงบประมาณ ยึดหลักการมีส่วนร่วม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้   พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังตัดพ้อว่าชาวบ้านไม่สนใจสิ่งที่รัฐบาลทำให้ แต่ไปสนใจข่าวหวย 30 ล้าน หรือเรื่องดาราเลิกกัน จนไม่รู้ว่ารัฐบาลช่วยอะไรไปแล้วบ้าง พร้อมยอมรับคำด่าดีกว่าคำชมที่อาบด้วยยาพิษ คำพูดกับการกระทำสำคัญ ตนมีแต่ความจริงใจให้ ไม่เคยหยุดทำงาน ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน พร้อมขอกำลังใจจากประชาชนให้กำลังใจคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hbymO1Ou0MY

 3,141
การเมืองเข้มข้น
13 มิ.ย. 61

นายกฯกราบนมัสการ 'หลวงปู่ลี' นครสวรรค์ อนุมัติงบพัฒนาภาคเหนือตอนล่าง

ก่อนประชุม ครม. นอกสถานที่.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ที่จังหวัดนครสวรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่ลี ตาณังกะโร เจ้าอาวาสวัดหัวตลุกวนาราม (วัดป่าหัวตลุก) ลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต   โดย พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ได้ถวายภัตตาหารเช้า เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม และสนทนาธรรมกับหลวงปู่ลี พร้อมถือโอกาสเข้าไปบีบนวดขาให้หลวงปู่ลี พร้อมบอกกับหลวงปู่ ตนจะคอยบีบนวดขาให้บิดาเสมอ เพราะบิดาอายุมากแล้ว วันนี้เป็นวันพระ ซึ่งถือเป็นวันดี จึงถือโอกาสเข้ามากราบนมัสการ   หลังการประชุม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ จ.นครสวรรค์ (ครม.สัญจร) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2561 รับข้อเสนอของภาคเอกชนในการดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพครบวงจร (ไบโอ ฮับ) ตามที่ภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์กำแพงเพชร พิจิตร และ อุทัยธานี) เสนอให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษคลัสเตอร์อุตสาหกรรมชีวภาพ   สำหรับการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกถึง 2 แห่ง คือ แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี และมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร   ดังนั้นเพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว จึงขอรับการสนับสนุนการปรับปรุงคุณภาพผิวถนนทางหลวงหมายเลข 1072 ตอนเขาชนกัน-มอตะแบก ทางหลวงหมายเลข 1117 ตอนคลองแม่ลาย-อุ้มผาง เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกห้วยขาแข้ง-อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร รวมทั้งให้พัฒนาอุทยานเมืองเก่าพิจิตร จ.พิจิตร เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์     นอกจากนี้ ยังขอให้กรมชลประทานไปศึกษาแนวคิดวางระบบท่อส่งน้ำเข้าไปยังพื้นที่เพาะปลูกสินค้าเกษตรของจ.นครสวรรค์ เพื่อสนับสุนพืชอุตสาหกรรมชีวภาพ ขณะเดียวกันยังขอให้ปรับปรุงถนนสายหลักทางหลวงหมายเลข 3212 ตอนแยกหางน้ำสาครถึงวัดหนองโพ ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร (ก.ม.) ให้ขยายเป็น 4 ช่องจราจร และปรับปรุงถนนสายรองแยกจากถนนสาย 3212 ผ่านวัดหนองดาราม ถึงคลองชลประทานเขาแก้วเพิ่มเติมระยะทาง 3.5 ก.ม. และถนนเลียบคลองชลประทานเขาแก้วจากสะพานหนองดาราม ถึงสะพานหนองโพ ระยะทาง 2 ก.ม. เป็น 2 ช่องจราจร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_TcT4yk3beA

 2,378
การเมืองเข้มข้น
13 มิ.ย. 61

นายกฯมอง 'ทรัมป์-คิม' เจอกันเป็นแนวโน้มที่ดีให้โลก กต.แถลงชื่นชมการประชุมสำเร็จ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึง ผลการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา และนาย คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์   ทราบว่าบรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี แต่รายละเอียดโดยรวมไม่ทราบ เพราะติดประชุม ครม.อยู่ แต่เห็นมีการพูดคุยอยู่ 2 คน ผ่านล่าม ส่วนข่าวที่บอกว่า ลงนามเรื่องปลดอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องดี เป็นแนวโน้มที่ดีกับโลก และขอให้กำลังใจผู้นำทั้งสองประเทศ     ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ถ้อยแถลงของไทยต่อการประชุมสุดยอดระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับนายคิม จอง อึน ประธานคณะกรรมการกิจการแห่งรัฐเกาหลีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ในวันที่ 12 มิ.ย.2561 ว่า   ไทยยินดีต่อการพบหารือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำสหรัฐอเมริกากับผู้นำเกาหลีเหนือ ที่สิงคโปร์ ซึ่งการประชุมครั้งสำคัญนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้นำทั้งสองที่จะบรรลุสันติภาพ ความมั่นคง และความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลีที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์   ไทยขอยกย่องความตั้งใจจริงของทั้งสองฝ่าย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะบรรลุเป้าหมายสำคัญนี้เพื่อผลประโยชน์ของภูมิภาคและโลก ทั้งนี้ เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ไทยหวังว่าจะเห็นพัฒนาการคืบหน้าต่อไป และพร้อมให้การสนับสนุนในทุกวิถีทาง   ทั้งนี้ ไทยขอแสดงความชื่นชมสิงคโปร์ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือในครั้งนี้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DB9kh_faqyM

 2,863
การเมืองเข้มข้น
12 มิ.ย. 61

นายกฯนำ ครม.สัญจรพิจิตร-นครสวรรค์ นั่งรถไฟขบวนพิเศษ ยันไม่ได้มาหาเสียง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ ครม.สัญจร จ.พิจิตร และนครสวรรค์ โดยมีชาวบ้านมาให้กำลังใจจำนวนมาก   โดยได้ลงพื้นที่บึงสีไฟ ก่อนจะชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องเดินทางลงจังหวัดพิจิตร เพราะต้องการสร้างความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ความยินยอมพร้อมใจ ในการเดินหน้าประเทศจากทุกคน จะไม่ใช้วิธีจัดสรรงบประมาณหลายหมื่นล้านบาท เพื่อแลกกับเสียงสนับสนุนหรือที่เรียกว่าการหาเสียง หรือ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 หรือ การบังคับใช้อื่น เพื่อให้คนปฏิบัติตาม เพราะถือเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์   ดังนั้นการพูดคุยจึงเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้น แต่ก็ต้องระวังข้อกฎหมาย ซึ่งตนเอง สามารถพูดคุยได้กับทุกคน ที่ไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้น การของบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 4 จังหวัด ประกอบด้วย กำแพงเพชรนครสวรรค์ พิจิตร และ อุทัยธานี คงไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะอนุมัติงบประมาณให้จำนวนเท่าใด แต่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยคำนึงถึงลำดับความสำคัญเร่งด่วน   นอกจากนี้ยังได้นั่งรถไฟขบวนพิเศษจากสถานีชุมแสงไปยังสถานีรถไฟนครสวรรค์ ตรวจโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ พร้อมชมทัศนียภาพ 2 ข้างทางที่มีทุ่งนาและบ้านเรือนของประชาชน   ซึ่งนายกฯกล่าวถึงการประชุม ครม.สัญจรบนรถไฟว่า จะประชุมเมื่อมีรถไฟความเร็วสูง ที่ผ่านมาที่มีการประชุมเป็นการสร้างภาพ เพราะ แค่พูดกันยังไม่ได้ยิน เพราะบนรถไฟเสียงดัง พร้อมวิจารณ์คลิปในโซเชียลที่ไปถามเด็กว่ารู้จักนายกฯไหม ซึ่งเด็กก็ตอบกันตามประสาเด็ก และถูกสื่อมาบิดเบือนและนำเสนอไม่สร้างสรรค์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5GbwzfCe-nM  

 7,101
การเมืองเข้มข้น
08 มิ.ย. 61

นายกฯร่ายยาว ก่อน สนช.มีมติเอกฉันท์ผ่านร่าง พรบ.งบปี 62 ยันโปร่งใสเป็นธรรม

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเห็นชอบรับหลักการวาระแรกของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน ประจำปี 2562 เป็นเอกฉันท์ เห็นชอบ 197 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง   โดยหลังจากนี้ สนช.จะใช้เวลาสงวนคำแปรญัติ 15 วัน และคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน ประจำปี 2562 จะใช้เวลาพิจารณาร่างโดยละเอียดอีก 90 วัน ก่อนนำร่างเข้าสู่การพิจารณารายมาตรา ในวาระ 2 และเห็นชอบทั้งร่างในวาระ 3 ต่อไป   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน ประจำปี 2562 ว่า การจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ โครงการต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ที่จะเกิดขึ้น จะต้องไม่เป็นภาระการคลังในระยะยาว งบประมาณที่ลงไปจะต้องให้โอกาสต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างเท่าเทียมและเข้าถึงอย่างเป็นธรรม ที่สำคัญการใช้งบประมาณจะต้องเกิดประโยชน์ ไม่ซ้ำซ้อน และคำนึงด้วยว่าทำเพื่อใคร ทำเพื่อประชาชน เพราะงบประมาณมีจำนวนจำกัด ดังนั้น จะต้องมีการบริหารและมีข้อมูลเพียงพอ เพื่อจัดสรรงบประมาณลงไป   พร้อมย้ำว่ารัฐบาลนี้ ได้มีแนวคิดริเริ่มในการทำงบประมาณไปลงในภูมิภาค ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติที่ทุกภาคจะได้งบประมาณที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ การใช้งบประมาณจะต้องระมัดระวัง และเป็นไปตามขั้นตอน ของพรบ.งบประมาณ สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ยังมีปัญหาและข้อจำกัด โดยเฉพาะความเห็นต่างของประชาชน อยากให้กรรมาธิการนำไปพิจารณา อย่างรอบครอบและดูในส่วนของพื้นที่ ที่ทำได้ก่อนและไม่เกิดปัญหา พร้อมกับรับฟังปัญหาจากประชาชนด้วย   นายกรัฐมนตรี ยังอยากให้มีการขยายความเข้าใจไปยังภาคครัวเรือน ทั้งการใช้บัตรสมาร์ทการ์ด รวมถึงการขยายคิวอาร์โค้ด ในการชื้อขายสินค้า ซึ่งรัฐบาลนี้มีความพยายามอย่างเต็มที่ ในการดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย   ส่วนเรื่องกฏหมาย ประชาชนยังไม่เคารพกฏหมาย แต่รัฐบาลพยายามบังคับใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรม และอยากเรียกร้องให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏหมายด้วย ส่วนเรื่องการศึกษา ทุกฝ่ายต้องมาร่วมกันทั้งสถานศึกษา บุคลากรการศึกษา และตัวนักศึกษาเอง ซึ่งปัญหาที่พบยังพบว่า ยังมีการสอนในมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ใช้เด็กนักศึกษาเป็นเครื่องมือ เพราะพบว่ายังมีอาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เด็กใช้สิทธิเสรีภาพเกินจำกัด ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่ต่างประเทศ   อีกทั้งขณะนี้ รัฐบาลพยายามสร้างความสมดุลในการสร้างความสัมพันธ์ กับประเทศมหาอำนาจ ทั้งจากทางตะวันตกและตะวันออก ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำอะไรระมัดระวัง ที่ผ่านมาถือว่าได้รับความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศมากพอสมควร สำหรับเรื่องพุทธศาสนา รบกันทั้งคนทั้งพระ นายกรัฐมนตรีก็ถูกมองว่ารังแกพระ การนับถือศาสนาอยู่ที่ใจคน อยากให้ทุกคนมองไปที่แก่นแท้ของศาสนา ก่อนบอกว่าที่ทำบุญไปด้วยการบริจาคเงิน เคยคิดหรือไม่ ว่าตายไปจะได้ใช้หรือไม่   สำหรับคนที่ทำผิดกฏหมาย และยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศนั้น มีความพยายามทำให้เกิดความเข้าใจว่า คนที่หนีไปต่างประเทศเป็นเรื่องการเมือง เป็นเพราะรัฐบาลรังแก แต่อยากให้มองว่า คนที่หลบหนีไปเหล่านั้น ทำผิดฏหมายจริงหรือไม่ และจำเป็นต้องดำเนินคดีหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา คนเหล่านี้ก็หนีและลี้ภัย ก็ต้องทำตลอดไป   พร้อมย้ำว่า ตนเองรับฟังคนที่เห็นต่าง แต่อย่าให้คนเหล่านี้มาเป็นบ่อนทำลายทางการเมือง และพูดถึงสื่อโซเชียลที่ปัจจุบันพบว่า ไม่สามารถควบคุมการออกสื่อโซเชียลได้เลย แม้จะมีกฏหมายควบคุม แต่สื่อก็จะอ้างว่าต้องดำเนินการในหลักจรรยาบรรณ ซึ่งอยากให้มองว่าอีกฝ่ายทำผิดกฏหมายหรือไม่ แล้วสื่อเองจะไปขยายความเพื่ออะไร   ท้ายสุด นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณ สนช.ที่รับหลักการ ร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายปี 2562 พร้อมรับข้อสังเกตุของ สนช.ที่ได้อภิปรายไว้ ทั้งนี้ ประธาน สนช.นัดประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 นัดแรกวันนี้ (8 มิ.ย.) เวลา 09.00น.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/neMew_nPHxQ

 3,311
การเมืองเข้มข้น
07 มิ.ย. 61

นายกฯ เผยเตรียมพิจารณาปลดล็อคพรรคการเมือง ยันไม่ง้อใคร

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคำสั่ง คสช. 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แล้วจะเชิญพรรคการเมืองกำหนดวันเลือกตั้งหรือไม่นั้น เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งจะพิจารณาปลดล็อคเป็นรายกิจกรรม   พร้อมถามกลับหากปลดล็อคทั้งหมดจะรับรองได้หรือไม่ว่าจะไม่เกิดปัญหา หากทุกคนรับมือกับปัญหาได้หรือไม่ได้ ก็ต้องออกมาช่วยกันหาเสียงและประกาศนโยบายตามกฎหมาย เพราะประเทศต้องมีกฏหมายและกติกา   ตนถึงบอกว่าตนมีความเป็นมนุษย์ที่ต้องคิด ทำ ขับเคลื่อนและนำปัญหาทุกอย่างมาคลี่คลาย จึงต้องทำงานหนัก แต่จะไม่บ่น เพราะเข้ามารับตำแหน่งแล้ว และไม่เคยคิดว่าตัวเองอยากมีอำนาจ ส่วนเรื่องที่อยากอยู่ในตำแหน่งต่อหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาพูดคุยกัน   หากต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ก็ต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของการเลือกตั้ง ระมัดระวังการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำให้เกิดปัญหา การจราจร และความขัดแย้ง รวมถึงการปลุกระดมประชาชน สิ่งเหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนและประชาชน   ทั้งนี้ หากมีการปลดล็อคหรือหาเสียง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาการหาเสียงจะเห็นว่ามีแต่การตอบโต้กันไปมา แทนที่จะพูดถึงนโยบายพรรคว่าจะทำอะไร หากเกิดแบบนี้ก็จะไปต่อไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นบรรทัดฐานแบ่งฝ่ายกัน บางอย่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ต้องมีความร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ทำงานแบบประชารัฐ ที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับโครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่เป็นการทำความดีของประชาชนในทุกโอกาส   สำหรับการพูดคุยกับพรรคการเมืองจะไม่มีเงื่อนไขใดๆ อยากคุยก็คุย อยากมาก็มา ไม่ง้อใคร ถ้าไม่มาก็ให้ประชาชนและสื่อมวลชนตัดสิน ส่วนเงื่อนไขที่พรรคการเมืองต้องการให้ถ่ายทอดสด เรื่องนี้ต้องมีการพิจารณาก่อน   ต้องดูความจริงใจก่อน การหาเสียงทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ และต้องขออนุญาตเป็นครั้งคราวไป แต่บางอย่างอาจจะไม่ต้องขออนุญาต ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการปลดล็อคพรรคการเมืองทั้งสิ้น เพราะนายกรัฐมนตรีจะหาวิธีให้บ้านเมืองนั้นสงบ เรียบร้อย ไม่ใช่ตีกัน ก่อนไปถึงประชาธิปไตย   นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ว่า เมื่อถึงเวลาแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าเอง ทั้งหมดอยู่ในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ต้องมาบีบเร่งรัฐบาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-2jtCQvlLNs    

 2,799
การเมืองเข้มข้น
07 มิ.ย. 61

นายกฯไม่ติดใจ นศ.ทำคลิปล้อรัฐบาล เข้าใจต้องทำตามคำสั่งครู

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอล้อเลียนการทำงานของรัฐบาล ประกอบเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” ของนิสิตคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ในโลกออนไลน์ว่า   ส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไร โดยเฉพาะกับนิสิตที่ต้องทำตามคำสั่งของอาจารย์ แต่รู้สึกเป็นห่วงที่เด็กต้องกลายเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่ที่ไม่หวังดี นำเรื่องการทำงานเพื่อประเทศชาติมาล้อเล่นอย่างไม่เหมาะสม   นายกรัฐมนตรี ทราบว่า นิสิตที่ทำคลิปดังกล่าวได้ออกมาขอโทษสังคมแล้ว เพราะเจตนาที่แท้จริงเพียงแค่ต้องการทำงานส่งอาจารย์เท่านั้น และอยากให้ผู้ที่แชร์ออกไปช่วยลบคลิปดังกล่าวด้วย เนื่องจากนิสิตไม่อยากให้กลายเป็นประเด็นดังในสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองกำลังคุกรุ่น”“   นายกรัฐมนตรีเชื่อว่านิสิตมีจิตสำนึกที่ดี จึงออกมาขอโทษ แต่สังคมควรตั้งคำถามกับอาจารย์วิชาการเมืองการปกครองที่มอบหมายให้เด็กทำคลิปมากกว่าว่า ทำไมจึงใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง และการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ เพราะสังคมคาดหวังอย่างมากว่า ครูอาจารย์ต้องมีจรรยาบรรณที่ดี เป็นผู้ปลูกฝังสิ่งดีงามให้แก่ลูกศิษย์ และไม่ยุยง ปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังในบ้านเมือง   พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นทางความคิด ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ แต่ควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วยว่าจะเป็นเช่นไร หากเป็นความเห็นเชิงสร้างสรรค์ ช่วยจรรโลงสังคมก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/raxjmU-Z-tw  

 3,598
การเมืองเข้มข้น
07 มิ.ย. 61

นายกฯเปิดใจ ยันบริหารประเทศ 4 ปีไม่สูญเปล่า รับเป็นมนุษย์ไม่ใช่เทวดา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า เปิดใจกับสื่อมวลชน หลังทำงานครบ 4 ปี ว่าโลกวันนี้เปลี่ยนแปลงทางระบบดิจิทัลมากมาย ซึ่งมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง ซึ่งจะต้องช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันการรับ-ส่งสารให้ดีที่สุดและขอให้ช่วยกันเฝ้าระวัง หากมีเรื่องไม่ดีก็ต้องช่วยกันแก้ไข ทุกอย่างมีกฏหมาย หากทุกคนมองแต่สิทธิ เสรีภาพ แล้วทำอะไรก็ได้ ก็ไม่สามารถแก้อะไรได้ และหากแก้กฏหมายอย่างเดียวก็จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น   ดังนั้น ขอบอกสื่อ คนทั้งประเทศ พรรคการเมืองและนักการเมืองกลุ่มต่างๆ รวมถึงเด็ก นิสิต นักศึกษา ว่าวันนี้ควรทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย สร้างการรับรู้ในสิ่งที่ดี มากกว่าทำอะไรผิดกฏหมาย หรือทำให้ประเทศไทยไม่มีเสถียรภาพ บ้านเมืองปั่นป่วน ซึ่งเสถียรภาพนั้นถือว่าสำคัญที่สุด สิ่งที่เจอทุกวันนี้ คือ การใช้สื่อโซเชียลที่ไม่เกิดผลดีกับประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยเสียหาย   นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่เข้ามาในวันนี้ อยากบอกในมุมของตนเอง ว่า 4 ปีที่ผ่านมาพยายามทำหน้าที่ของการเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดีที่สุด ตำแหน่งนี้มีความสำคัญ มีเกียรติ และทรงคุณค่า แต่ยอมรับว่าความผิดของตนมีอย่างเดียว คือ ความเป็นมนุษย์ ที่ต้องมีอารมณ์ โกรธ โมโห   ดังนั้น การเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องมีความเป็นมนุษย์ที่ทำงานเพื่อคน เพื่อประเทศไทย และได้พยายามทำหน้าที่อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ทั้งในและต่างประเทศ แต่ก็ไม่เข้าใจ ว่าหลายคนพยายามทำลายเกียรติของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนเฟลไปทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้คือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เป็นผู้นำบริหารประเทศ และวันข้างหน้าจะให้นายกรัฐมนตรี คนต่อไปต้องถูกโจมตีในโซเชียลมีเดียหรือ ตนว่าควรแก้ไข ไม่เช่นนั้นจะเป็นแบบเดิม   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้นั่งทบทวน 4 ปี ที่ผ่านมา ว่าขณะนี้ทำอะไร และกำลังต่อสู้กับอะไร ซึ่งไม่ใช่ต่อสู้กับตำแหน่งของตนที่ไม่เคยอยากเป็น หรือเพื่อคงอำนาจไว้ แต่มีอย่างเดียวที่จะต้องทำงาน แก้ปัญหาให้เสร็จและดีขึ้น ยืนยันไม่เคยต่อสู้ เพื่อให้อยู่นานขึ้น สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชน ทุกวันนี้ตนมองว่าปัญหามีมากมาย   ส่วนตัวคิดว่าแก้ได้ 50-60% แต่ก็ดีกว่าไม่แก้อะไรเลย เหมือนกับการค้ามนุษย์ที่มีปัญหามาตลอด มีรัฐบาลไหนสนใจบ้าง ดังนั้น ขอให้สื่อทุกคนช่วยกัน ยืนยันไม่เคยรังเกียจสื่อ และไม่ได้เอาใจสื่อ แต่เราคือประชาชนคนไทยเหมือนกัน ก็ต้องไม่ทำลายประเทศของเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจผิด   การบิดเบือนและใช้ความรู้สึกวิพากวิจารณ์ ก็จะไม่อยากมีคใครทำงานให้ หรือมีเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้นที่ทำงานให้ ก็ต้องเอาใจคนเป็นกลุ่ม ซึ่งตนเองทำไม่ได้ เพราะหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี คือ การดูแลคนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะพรรคไหน ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีต้องอยู่ตรงกลาง และกระจายทุกสิ่งสู่ทุกจังหวัด ซึ่งไม่ง่าย แต่หากเริ่มวางรากฐานตั้งแต่วันนี้ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย   ทั้งนี้ ไม่ได้มองว่าสิ่งที่ตัวเองทำสูญเปล่า เพราะมีผลงานปรากฏให้เห็น แต่สื่อกลับบอกว่าสูญเปล่า และลงหลังเสือ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าขึ้นหลังเสือที่ไหน จากนี้ขอดูต่อไปว่าจะได้รับความร่วมมือจากสื่อหรือไม่ ถ้ายังพูดไม่รู้เรื่อง วันหน้าก็ไม่ต้องมาพูดกัน   ด้านผู้สื่อข่าวยังสอบถามนายกรัฐมนตรีต่อว่าไปอารมณ์เสียกับคอลัมน์ไหนมา นายกรัฐมนตรี ระบุ ว่าไม่ได้อารมณ์เสีย แต่เป็นมนุษย์ ไม่ใช่เทพ เทวดา ดังนั้น จึงเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ ถ้าเป็นเทพเทวดาไม่เข้าใจหรอก ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IjCAp1LL8R8    

 3,701
การเมืองเข้มข้น
06 มิ.ย. 61

นายกฯ เปิดใจทำงาน 4 ปี ทำดีที่สุด ดูแลคนทั้งประเทศ ยันไม่เคยต่อสู้ เพื่อให้อยู่นานขึ้น

นายกรัฐมนตรี เปิดใจทำงาน 4 ปี ไม่เคยคิดอยากเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อรักษาอำนาจ หรืออยู่นาน แต่ทำงานดูแลคนทั้งประเทศ แม้ถูกลดคุณค่านายกรัฐมนตรีในสื่อโซเชียล ยอมรับเป็นมนุษย์มีโกรธ โมโห ไม่ใช่เทพ เทวดา   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า เปิดใจกับสื่อมวลชน หลังทำงานครบ 4 ปี ว่าโลกวันนี้เปลี่ยนแปลงทางระบบดิจิทัลมากมาย ซึ่งมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง ซึ่งจะต้องช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันการรับ-ส่งสารให้ดีที่สุดและขอให้ช่วยกันเฝ้าระวัง หากมีเรื่องไม่ดีก็ต้องช่วยกันแก้ไข ทุกอย่างมีกฏหมาย หากทุกคนมองแต่สิทธิ เสรีภาพ แล้วทำอะไรก็ได้ ก็ไม่สามารถแก้อะไรได้ และหากแก้กฏหมายอย่างเดียวก็จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น ขอบอกสื่อ คนทั้งประเทศ พรรคการเมืองและนักการเมืองกลุ่มต่างๆ รวมถึงเด็ก นิสิต นักศึกษา ว่าวันนี้ควรทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย สร้างการรับรู้ในสิ่งที่ดี มากกว่าทำอะไรผิดกฏหมาย หรือทำให้ประเทศไทยไม่มีเสถียรภาพ บ้านเมืองปั่นป่วน ซึ่งเสถียรภาพนั้นถือว่าสำคัญที่สุด สิ่งที่เจอทุกวันนี้ คือ การใช้สื่อโซเชียลที่ไม่เกิดผลดีกับประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยเสียหาย   นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่เข้ามาในวันนี้ อยากบอกในมุมของตนเอง ว่า 4 ปีที่ผ่านมาพยายามทำหน้าที่ของการเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดีที่สุด ตำแหน่งนี้มีความสำคัญ มีเกียรติ และทรงคุณค่า แต่ยอมรับว่าความผิดของตนมีอย่างเดียว คือ ความเป็นมนุษย์ ที่ต้องมีอารมณ์ โกรธ โมโห ดังนั้น การเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องมีความเป็นมนุษย์ที่ทำงานเพื่อคน เพื่อประเทศไทย และได้พยายามทำหน้าที่อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ทั้งในและต่างประเทศ แต่ก็ไม่เข้าใจ ว่าหลายคนพยายามทำลายเกียรติของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนเฟลไปทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้คือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เป็นผู้นำบริหารประเทศ และวันข้างหน้าจะให้นายกรัฐมนตรี คนต่อไปต้องถูกโจมตีในโซเชียลมีเดียหรือ ตนว่าควรแก้ไข ไม่เช่นนั้นจะเป็นแบบเดิม    นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้นั่งทบทวน 4 ปี ที่ผ่านมา ว่าขณะนี้ทำอะไร และกำลังต่อสู้กับอะไร ซึ่งไม่ใช่ต่อสู้กับตำแหน่งของตนที่ไม่เคยอยากเป็น หรือเพื่อคงอำนาจไว้ แต่มีอย่างเดียวที่จะต้องทำงาน แก้ปัญหาให้เสร็จและดีขึ้น ยืนยันไม่เคยต่อสู้ เพื่อให้อยู่นานขึ้น สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชน ทุกวันนี้ตนมองว่าปัญหามีมากมาย ส่วนตัวคิดว่าแก้ได้ 50-60% แต่ก็ดีกว่าไม่แก้อะไรเลย เหมือนกับการค้ามนุษย์ที่มีปัญหามาตลอด มีรัฐบาลไหนสนใจบ้าง ดังนั้น ขอให้สื่อทุกคนช่วยกัน ยืนยันไม่เคยรังเกียจสื่อ และไม่ได้เอาใจสื่อ แต่เราคือประชาชนคนไทยเหมือนกัน ก็ต้องไม่ทำลายประเทศของเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเข้าใจผิด การบิดเบือนและใช้ความรู้สึกวิพากวิจารณ์ ก็จะไม่อยากมีคใครทำงานให้ หรือมีเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้นที่ทำงานให้ ก็ต้องเอาใจคนเป็นกลุ่ม ซึ่งตนเองทำไม่ได้ เพราะหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี คือ การดูแลคนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะพรรคไหน ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีต้องอยู่ตรงกลาง และกระจายทุกสิ่งสู่ทุกจังหวัด ซึ่งไม่ง่าย แต่หากเริ่มวางรากฐานตั้งแต่วันนี้ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย    ทั้งนี้ ไม่ได้มองว่าสิ่งที่ตัวเองทำสูญเปล่า เพราะมีผลงานปรากฏให้เห็น แต่สื่อกลับบอกว่าสูญเปล่า และลงหลังเสือ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าขึ้นหลังเสือที่ไหน จากนี้ขอดูต่อไปว่าจะได้รับความร่วมมือจากสื่อหรือไม่ ถ้ายังพูดไม่รู้เรื่อง วันหน้าก็ไม่ต้องมาพูดกัน ด้านผู้สื่อข่าวยังสอบถามนายกรัฐมนตรีต่อว่าไปอารมณ์เสียกับคอลัมน์ไหนมา นายกรัฐมนตรี ระบุ ว่าไม่ได้อารมณ์เสีย แต่เป็นมนุษย์ ไม่ใช่เทพ เทวดา ดังนั้น จึงเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ ถ้าเป็นเทพเทวดาไม่เข้าใจหรอก ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที

 824
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
06 มิ.ย. 61

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า เจาะลึกเบื้องหลัง 'อดีตพระพรหมเมธี' ยื่นลี้ภัยเยอรมัน 'ประวิตร' คาดรู้ผลภายใน 3 วัน

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยังความคืบหน้าการควบคุมตัว อดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานร่วมกันฟอกเงิน คดีทุจริตเงินทอนวัด ที่พบตัวที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี   ซึ่งมีรายงานว่า พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะเดินทางไปยังเยอรมัน เพื่อคุมตัวกลับมาประเทศไทย แต่ทางอดีตพระพรหมเมธี ได้ยื่นขอเป็นผู้ลี้ภัยต่อสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BAMF) ทำให้ได้สิทธิ์คุ้มครองในทันที ทำให้ทางคณะของ ผบ.ตร.ต้องยกเลิกกำหนดการเดินทางกลับตามแผน   ขณะที่พลเอกประวิตร เผย รอทางการเยอรมนี กล่าวว่าขอเวลาตรวจสอบรายละเอียดคดีกรณีรับตัว อดีตพระพรหมเมธี กลับมาดำเนินคดีในไทย คาดจะรู้ผลภายใน 3 วัน ซึ่งทางการไทย ได้ยื่นหลักฐาน และมั่นใจจะมีน้ำหนักทำให้ทางการเยอรมนี เข้าใจ และ มอบตัวกลับมาดำเนินคดี เพราะเชื่อในความสัมพันธ์ที่ดีของทั้ง 2 ประเทศที่มีต่อกันมานาน ขณะเดียวกันยอมรับ ผบ.ตร. ยังไม่ได้เจอกับอดีตพระพรหมเมธี เพราะเจ้าตัวแจ้งความประสงค์กับทางการเยอรมนีว่า จะไม่ขอพบหรือ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของทางการไทย   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอทุกฝ่ายทำความเข้าใจกรณีพระสงฆ์ ไม่ว่าพระสงฆ์หรือประชาชน ต่างมีกฎหมายดูแล อย่ามองเรื่องการจับกุมพระเป็นเรื่องการเมืองทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคล ที่กระทำผิดหรือไม่ ซึ่งต้องรอกระบวนการยุติธรรม และย้ำว่าการออกมาขอโทษอดีตพระพุทธอิสระ เป็นเพราะถือครองผ้าเหลือง ไม่ได้โทษตัวบุคคล

 5,555
การเมืองเข้มข้น
06 มิ.ย. 61

นายกฯรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เตรียมลงพื้นที่ ครม.สัญจร พิจิตร-นครสวรรค์ วันที่ 11-12 มิ.ย.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมตรี โดยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้นำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และสื่อมวลชน พร้อมประชาสัมพันธ์และรณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่   ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถไปขอรับบริการฉีดวัคซีนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ตามสถานบริการของกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศตั้งแต่เดือน มิ.ย.ไปจนถึงเดือน ส.ค. โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงวิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่และพื้นที่ระบาด   พร้อมกล่าวว่า อยากให้ทุกคนระมัดระวังไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออก ขออย่าป่วยแล้วกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อธิบายว่า การฉีดวัคซีนวันนี้จะสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2018 ได้ 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ A - H1N1 Michigan, สายพันธุ์ A - H3N2 Singapore และสายพันธุ์ B - Phuket ส่วนการระบาดขณะนี้อยู่แถบยุโรป   นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างประชาสัมพันธ์ว่า ขอให้รณรงค์ให้ทุกคนฉีดวัคซีน เพราะจะเป็นอันตรายถ้าไม่ป้องกันตัวเองตั้งแต่แรก แม้จะลำบากแต่อยากให้ทุกคนดูแลตัวเอง หากฝนตกกลับบ้านก็ต้องสระผม ถ้ามีไข้ก็ทานยา   ทั้งนี้ ในวันนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แต่ทำท่าฉีดเพื่อเป็นตัวอย่างและร่วมในการรณรงค์ เนื่องจากได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เตรียมนำคณะลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจร จังหวัดพิจิตร และนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน เตรียมพิจารณาแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง และโครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/svpDSW8cHvM  

 4,033
การเมืองเข้มข้น
05 มิ.ย. 61

นายกฯยันไม่มีการปรับ ครม.หลัง 'ดอน' ถูก กกต.ชี้ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกระแสปรับคณะรัฐมนตรีหลังนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถูก กกต. มีมติให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากภรรยาถือคนองหุ้นร้อยละ5 โดยไม่แจ้งต่อ ป.ป.ช.    ยืนยันไม่มีการปรับครม.และช่วง 6 เดือนหลังก่อนเลือกตั้งก็จะไม่มีการปรับ ครม เช่นเดียวกันอยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ออก และไม่มีแผนที่จะปรับหรเทรวงใดออก ส่วนข้อกล่าวหาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงตามกฎหมาย ขณะเดียวกันปฏิเสธแสดงความเห็นการตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นกองหนุนให้คสช.หรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรีไม่ตอบพร้อมเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TqzJAjnpyZ0    

 1,663
การเมืองเข้มข้น
27 พ.ค. 61

นายกฯ ยันไร้สัมพันธ์ส่วนตัว 'พุทธะอิสระ' ลั่นไม่เคยนำเรื่องส่วนตัวไปปนกับการบริหารบ้านเมือง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มการเมืองตั้งข้อสังเกต เรื่องนายกรัฐมนตรีกล่าวขอโทษประชาชนแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าจับกุม นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพระพุทธะอิสระ ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันหรือไม่ ว่า   พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า การกล่าวขอโทษของนายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ขอโทษเพราะเจ้าหน้าที่ทำไม่เหมาะสม ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นใครก็ตาม เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วจะถูกตัดสินโดยศาล รวมทั้งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเขตวัดหรือสังฆาวาส ซึ่งอาจทำให้กระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนได้ โดยได้ตักเตือนให้เจ้าหน้าที่ยึดแนวทางปฏิบัตินี้แล้ว ดังนั้นจึงไม่อยากให้นำไปบิดเบือนสร้างเรื่องกันต่อไป   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวใดๆ กับนายสุวิทย์ และไม่เคยคิดนำเรื่องส่วนตัวไปปะปนกับการบริหารบ้านเมือง พร้อมทั้งย้ำว่ารัฐบาลยึดหลักกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย หากกระทำผิดต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน

 11,872

Top