ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประยุทธ์จันทร์โอชา"

การเมือง
08 ม.ค. 63

ปธ.องคมนตรี ฝากบ้านฝากเมือง 'บิ๊กตู่' ให้กำลังใจรัฐบาลทำงาน

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมภริยา เปิดโอกาสให้คณะบุคคล ข้าราชการ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าอวยพรเนื่องเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยมีคณะต่าง ๆ เข้าอวยพร อาทิ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำทีมรองนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล   โดย พลเอกประยุทธ์ เปิดเผยว่า ประธานองคมนตรี ได้ให้พรและฝากกันไปฝากกันมา ฝากบ้านฝากเมือง พร้อมกับขอให้ตั้งใจทำงานกันต่อไป ขณะที่ พลเอกประวิตร ระบุว่า พลเอกสุรยุทธ์ได้ให้กำลังใจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fjudL_jIUJA

 855
การเมือง
08 ม.ค. 63

'ลุงตู่' อารมณ์ดี ถามเด็กโตขึ้นอยากเป็นอะไร ไม่อยากเป็นนายกฯบ้างหรือ?

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร และนักเรียน นักศึกษา เข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม   โดยช่วงหนึ่ง พลเอกประยุทธ์ ถามเด็กนักเรียนว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งมีเด็กคนหนึ่งตอบว่าอยากเป็นทหาร นายกฯจึงบอกว่า ให้ออกกำลังกาย ให้เข้มแข็งมีกล้ามเนื้อ วิดพื้น ดึงข้อ ปีนต้นไม้ จะได้กล้าหาญ เป็นทหารไม่ได้สักแต่ว่าจะเป็น หรือใครก็เป็นได้ ทหารต้องไปรบท่ามกลางกระสุนปืนเล็ก กระสุนปืนใหญ่ ตนเจอมาแล้ว ถึงเวลานั้นจะรู้ว่า มันจะเป็นทหารใช่หรือไม่ใช่ กล้าไปหรือเปล่า   ก่อน พลเอกประยุทธ์ จะหันกลับไปถามเด็กว่า ไม่อยากเป็นนายกฯบ้างหรือ ซึ่งเด็กตอบว่า ไม่ครับ เพราะงานเยอะ นายกฯจึงบอกว่า ตอบเข้าท่าดี แต่ต้องสู้งาน นายกฯไม่เคยท้อแท้ งานยิ่งเยอะยิ่งต้องทำ ทำเพื่อคนอื่น อะไรก็ได้ที่ทำเพื่อคนอื่น ตัวเองได้ความภาคภูมิใจ ความสุขแค่นั้น ตนไม่ต้องการอย่างอื่น คิดแค่นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tmhTSsYEOWg

 1,332
การเมือง
08 ม.ค. 63

นายกฯ แนะช่วยกันประหยัดน้ำคนละ 1 นาที ได้น้ำ 100 ล้านลิตร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รณรงค์ ให้คนไทยร่วมใจประหยัดน้ำ แล้งนี้เราต้องรอด ของการประปานครหลวง ซึ่งขอให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ โดยปิดน้ำระหว่างแปรงฟัน 1 นาที หากช่วยกันทำทุกวัน โดย กทม. มี 10 ล้านคน จะช่วยให้ประหยัดน้ำได้ 100 ล้านลิตรต่อปี  

 302
การเมือง
07 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' ร่ายยาว ทำไมไม่เข้าใจ ไม่ได้ต้องการอำนาจ ขอ ปชช.ร่วมมืออย่าทำลายประเทศ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งและปัญหาการเมือง ว่า ตนมีแรงศรัทธามาตลอดในการทำงาน ไม่ต้องการอำนาจ ดังนั้นคนที่บอกว่าการเมืองคืออำนาจ เมื่อตนไม่ต้องการอำนาจ ไม่ต้องการผลประโยชน์ทำไมไม่ไว้ใจตน ไว้ใจการบริหารของตน ว่าจะควบคุมในเรื่องเหล่านี้ให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ปัญหาย้อนกลับที่เดิม นี่คือสิ่งที่อยากบอกทุกคน   ส่วนเรื่องปัญหาทุจริตผิดกฎหมาย ถ้าหากมีหลักฐาน ก็ถ้าชี้แจงได้ก็จบ ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นการพูดกันไปมา และไม่มีความชัดเจนจะเป็นการสร้างความเกลียดชังกัน เวลานี้ไม่ใช่เวลามาสร้างความเกลียดชังภายในชาติหรือไม่ แต่ควรจะรวมพลังงานกันต่อสู้ปัญหาภายนอกและปัญหาภายใน แต่ถ้าสู้กันไปมาจะแก้ไขอะไรไม่ได้สัก รัฐบาลแก้ปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเปิดและปิด เพราะต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ บางอย่างได้ผล บางอย่างไม่ได้ผล เพราะบังคับไม่ได้ เป็นเรื่องประชาชน   วันนี้ตนพยายามทำดีที่สุดในการแก้ปัญหา คิดตลอดไม่มีวันหยุด ไม่หยุดนิ่งนอนใจ ไม่ได้ฟังรายงานจากข้าราชการอย่างเดียว จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันสร้างประเทศก่อน มากกว่าที่จะช่วยทำลายซึ่งกันและกัน ผิดถูกให้ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าพูดและไล่กันไปมาแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ ไม่ว่าคนที่สนับสนุนหรือต่อต้าน เพราะคนกว่า60ล้านคน คือคนที่เสียประโยชน์ อยากจะบอกว่าพอเถอะ ขอให้มาช่วยกันฟังว่ารัฐบาลจะทำอะไรให้กับประเทศ ถ้าไม่พอใจบอกมา รัฐบาลพร้อมจะแก้ไข อย่าใช้ทุกเวทีเป็นเวทีดิสเครดิตกันไปมา เพราะบางเรื่องยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ เชื่อไม่มีใครกล้าเข้าข้างตน เพราะถ้าหากผิดไม่มีใครช่วยได้ ตนจึงใช้ความจริงใจเจตนารมณ์ในการแสดงออก   พลเอก ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สื่อด่าตนมาห้าปีเต็มๆ ตนไม่เคยไปยุ่ง หรือรังแกสื่อ แต่ถ้าไม่ยึดกฎหมาย ประเทศก็ไม่ใช่ประเทศ พร้อมย้อนถามจะย้อนกลับก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์หรือไม่ ที่มีการสู้รบ ที่บอกรักชาติ รักประชาชน รักคนไทยถูกวิธีหรือไม่ แต่ถ้ารักต้องหาวิธีการเหมาะสม และคนที่ได้รับประโยชน์ต้องมากกว่าคนที่ได้ประโยชน์ การสั่งงานไม่ใช่เหมือนการสั่งขี้มูกตนต้องเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำให้สมองหายไปกว่าครึ่ง   ตนเคารพด้วยการเข้ามาในประชาธิปไตย เพราะทุกคนเข้ามาด้วยระบอบประชาธิปไตย วันนี้ทุกคนลืมไปหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย จึงอยากให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเดินไปข้างหน้าจะอยู่กับที่ จะก้าวไปข้างหลัง หรือจะรื้อทั้งหมดกลับไปสู่อดีตก็เชิญ ตนทำเต็มที่ได้แค่นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RxQ8xfE5d24

 6,472
การเมือง
07 ม.ค. 63

กำหนดการ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรม 'พ.อ.ประพัฒน์' บิดานายกฯ

มีรายงานว่า พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ สิริรวมอายุ 97 ปี หลังรักษาอาการป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบและอาการชรา   ทั้งนี้ มีกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและสวดพระอภิธรรม จำนวน 7 วัน ณ ศาลา 9 วัดโสมนัสราชวรวิหาร แขวงวัดโสมนัสฯ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร   วันพุธที่ 8 ม.ค. เวลา 15.30 น. พิธีรดน้ำศพ, เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรม จากนั้นวันที่ 9-13 ม.ค. เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม และวันที่ 14 ม.ค. เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม และประกอบพิธีบรรจุศพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MGdvpbHcnxI

 8,560
การเมือง
07 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' จับตาสถานการณ์ขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน เตรียมอพยพหากเกิดเหตุรุนแรง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโจมตีทางอากาศและสั่งฆ่า นายพลคาเซ็ม ซูลีมานีผู้บัญชาการกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน และทางอิหร่านได้มีการประกาศล้างแค้นอเมริกาอย่างสาสม   ทางผู้นำอิหร่านได้ตั้งค่าหัวปลิดชีพประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นเงิน 80 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,400 ล้านบาท ซึ่งทาง พลเอกประยุทธ์ ได้สั่งการไปที่ฝ่ายความมั่นคง และกระทรวงต่างประเทศ ให้ติดตามสถานการณ์ทางตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด   ส่วนประเด็นที่น่าเป็นห่วงก็คือสถานการณ์น้ำมัน ที่จะดีดตัวขึ้นสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และได้ย้ำให้กระทรวงการต่างประเทศกำชับทุกสถานทูต สถานกงสุล เตรียมแผนอพยพประชาชนไปในพื้นที่ปลอดภัย จากนั้นส่งกลับโดยใช้เครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ หรือเครื่องบินของกองทัพอากาศ ขณะที่ในประเทศไทย ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง ดูแลสถานทูต ตลอดจนสถานที่สำคัญต่างๆ ขณะเดียวกัน ได้มีการเสริมกำลังในสถานทูตต่างๆ โดยเฉพาะบางสถานทูตที่สำคัญ    

 5,563
การเมือง
06 ม.ค. 63

'สนธิรัตน์' ไม่หวั่นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมหารือพรรคร่วม ลงเรือลำเดียวกัน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยจะหยิบยก การทำงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลคสช. มาอภิปรายด้วยว่า ไม่กังวล เพราะ รัฐบาลมีความพร้อมและ ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และกลไกของรัฐสภา ซึ่ง พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือกันเพราะถือว่าลงเรือลำเดียวกันก็จะต้องช่วยกัน แม้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นจะไม่เป็นเป้า และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำ ตกเป็นเป้าใหญ่ในการอภิปราย   ส่วนการทำงานใน ตำแหน่งเลขาธิการพรรค ยังมั่นคงหรือไม่ นายสนธิรัตน์ ตราติดตลกว่าก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ การประชุมใหญ่สามัญ ที่มีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารถือเป็นสัญญาณการปรับตัวของพรรคพลังประชารัฐ ในการทำงานที่ยึดโยงกับพื้นที่และสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค ยอมรับว่าเป็นพรรคการเมืองใหญ่ย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างซึ่งยินดีรับฟัง และพักจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้า และในทุกวันอาทิตย์จะเปิดพื้นที่พรรครับฟังปัญหา แลกเปลี่ยนการทำงานกับส.ส. อดีตส.ส.และสมาชิก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและการทำงานของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Omlz9jck8So

 312
การเมือง
05 ม.ค. 63

'สนธิรัตน์' ไม่หวั่น ฝ่ายค้านยกการทำงานตั้งแต่สมัย คสช.มาอภิปราย - 'ชลน่าน' มอง 'บิ๊กตู่' ร้อนตัว ดิ้นเพื่อเอาตัวรอด

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วง 5 เดือนเท่านั้นนั้น อาจจะเพราะเกิดความกังวลใจ ร้อนตัว ออกอาการดิ้นเพื่อเอาตัวรอด หวังสร้างความสับสนให้ประชาชน        ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยจะหยิบยกการทำงานตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. มาอภิปรายด้วยว่า ไม่กังวล เพราะ รัฐบาลมีความพร้อม และทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และกลไกของรัฐสภา ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือกันเพราะถือว่าลงเรือลำเดียวกันก็จะต้องช่วยกัน แม้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นจะไม่เป็นเป้า และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำ ตกเป็นเป้าใหญ่ในการอภิปราย       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/UWDVqC-KVEw

 767
การเมือง
05 ม.ค. 63

'นฤมล' ชี้ปมที่ดิน 'บิ๊กตู่' เป็นเรื่องเก่า ย้ำรัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงาน 5 เดือน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นการขายที่ดิน 600 ล้านบาท ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า นั่นเป็นเรื่องเก่าใช่หรือไม่ เป็นเรื่องตั้งแต่ปี 2556 ใช่หรือไม่ และเรื่องก็ยุติไปเพียงแค่นั้น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้    นายกฯ ก็ย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้เพิ่งเกิดขึ้น 5 เดือน เรื่องนั้นตั้งแต่ปี 2556 และกระบวนการอะไรก็จบไปแล้ว ถ้าหยิบยกขึ้นมาอีกก็ไม่จบ ประเทศไทยเราจะต้องเอาประวัติของทุกคนตั้งแต่เกิดมาเรียงดูอย่างนั้นหรือ ทั้งที่เป็นคนละส่วน เพราะความจริงต้องดูการทำงานในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ว่ารัฐมนตรีแต่ละคนมีผลงานไหน หรือการกระทำใด ที่น่าจะให้ประชาชนได้ช่วยกันตรวจสอบ ซึ่งถ้าอยู่ในกรอบนี้ก็เป็นข้อมูลที่เราชี้แจงได้หมด       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/7kndZmD0R7s

 10,901
การเมือง
04 ม.ค. 63

'เฉลิม' เผยอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังเทศกาลตรุษจีน ลั่นมวยยกแรกเพิ่งเริ่ม ลือพุ่งเป้าจัดหนัก 'บิ๊กตู่-วิษณุ-ดอน'

การเมืองหลังปีใหม่ ทุกฝ่ายจับตาฝ่ายค้านยื่นญัติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทย มีการประชุมของคณะกรรมการพิเศษพรรคเพื่อไทย นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานในการประชุม โดยพูดขึ้นกันเรื่องการยื่นญัติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล   หลังประชุม ร.ต.อ.เฉลิม แถลงว่า ผู้ถูกอภิปรายจะมี 5 คน แต่ขอยังไม่บอกว่าเป็นใคร พร้อมแล้ว 100 เปอร์เซ็น เตรียมผู้อภิปรายไว้ 25 คน วันเวลาในการอภิปรายอยากจะให้พ้นเทศกาลตรุษจีนไปก่อน เพราะอยากให้คนจีนมาสนใจเยอะๆ   ส่วนที่มีการออกมาบอกว่าให้อภิปราย 5 เดือนในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า ใครจะมากำหนดอะไร มากำหนดกันได้อย่างไร อย่ามากำหนด ว่าอะไรควร หรือไม่ควร ตนต้องบอกเลย ว่าการทำงานต้องย้อนไปดู เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลก็ไม่เคยถูกอภิปราย เพราะมีมาตรา 44 คุ้มกันอยู่ ดังนั้นครั้งนี้ต้องเก็บรวบให้หมด   ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่า นี้เป็นมวยยกแรกเท่านั้นที่เพิ่งเริ่ม รายละเอียดตนไม่ขอพูดมาก เดี๋ยวรสชาติมันจะจางหาย ตนขอบอกอีกครั้งว่าเป็นแค่กองหนุน   ล่าสุดมีรายงานออกมาว่า ร.ต.อ.เฉลิม จะยื่นอภิปรายทั้งหมด 5 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ    ตามรายงานระบุว่า ทั้ง 5 คนนี้ จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประเด็นการซื้อขายที่ดินย่านบางบอนซอย 3 ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เป็นของเจ้าสัวคนดังระดับประเทศ โดยบริษัทนี้ตั้งขึ้นมาเป็นนอมินีของเจ้าสัว เนื่องจากเป็นที่ผิดสังเกต บริษัทที่ตั้งเป็นนอมินี ตั้งแค่ 7 วันก็ชนะการประมูลได้ซื้อขายที่ดิน เชื่อมโยงกับการแก้ไขสัญญาร่วมทุน ซึ่งเป็นสัญญาบริหารและดำเนินกิจการศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ ในยุครัฐบาล คสช.ได้ทำสัญญาใหม่ โดยไม่เปิดให้มีการประมูล นอกจากนี้การซื้อขายที่ดินย่านบางนา ตราด ที่ราคาขายต่ำกว่าราคาประเมิน ตารางวาละ 4 พันกว่าบาท แยกขายรายแปลง ทั้งๆที่เป็นแปลงใหญ่   ส่วนการอภิปรายที่จะพุ่งเป้าไปที่ นายวิษณุกับนายดอน เป็นประเด็นบริษัทฟิลิปมอร์ริส ตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องดำเนินคดี 2 คดี คดีนำเข้าบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์ และคดีนำเข้าบุหรี่จากประเทศอินโดนีเซีย รวมราคาบุหรี่และค่าอากร คือ 25,000 กว่าล้าน แต่ในเวลาต่อมามีการบรรเทาความเสียหายให้กับบริษัทฟิลิปมอร์ริสยังที่ปรากฎตามข่าว และมีผู้มีอำนาจ ทำหนังสือร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร ฉบับใหม่ และส่งเป็นหนังสือลับที่สุด ระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ กรณีฟิลิปมอร์ริส     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yh7fqa3ZIqM

 456
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯโยน ชวน -กมธ. พิจารณาปมโละ ส.ว.โควต้าเหล่าทัพ - ไพบูลย์ ค้านตั้ง สสร.ชงแก้รายมาตรา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้โละทิ้ง สว.ที่มาจากผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 6 คน ว่า จะเสนอโละทิ้งอะไร ก็ให้ว่าไป เป็นเรื่องของประธานสภา จึงอยากให้ไปถามนายชวน หลีกภัยเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องไปศึกษารายละเอียด ว่าจะแก้ไขอะไรได้หรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ทั้งหมดแล้วแต่สภาฯ เรื่องนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายชวน การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็น ส.ว. เพราะต้องการให้เหล่าทัพได้ติดตามงานในสภาฯที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เพื่อนำไปชี้แจงกับกำลังพลในกองทัพ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องปฏิวัติ อีกทั้งยังได้ทำงานร่วมกับ ส.ว. และ ส.ส.ด้วย แต่ถ้าสภาฯเห็นชอบต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนทหารไม่ได้เกี่ยวข้องและคงไม่ต้องเรียกมาพูดคุย   ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุส่วนตัวจะเสนอให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการประชุมของคณะ กมธ.เพื่อจะได้สะท้อนข้อมูลทั้งสองด้านให้สังคมเห็นว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยประเด็นใดอย่างไร ป้องกันไม่ให้แสดงความคิดเห็นฝ่ายเดียว และไม่ควรปลุกกระแสให้เกิดความขัดแย้ง และจะเสนอเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพราะขาดเหตุผลความจำเป็น ที่สำคัญจะสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์ที่สังคมจะได้ คิดว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญควรแก้ไขเป็นรายมาตรามากกว่า เอาเฉพาะมาตราที่มีปัญหาและสังคมยอมรับว่าควรต้องแก้ไข เทียบเคียงกับการแก้ไขประมวลกฎหมาย เช่น ประมวลรัษฎากรหรือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นต้น   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการออกแบบ ส.ว. ที่ให้มีข้าราชการประจำ 6 คน เป็น ส.ว.โดยตำแหน่งว่า มีประเด็นน่าพิจารณาหลายประการ คือ   1.หก ส.ว.ที่มาโดยตำแหน่งการเป็น ผบ.หน่วยคุมกำลัง เป็นข้าราชการประจำ ศักดิ์ศรีมิได้แตกต่างกับปลัดกระทรวงอื่นหรือตำแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวงอีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่สำคัญไม่น้อย 2.หก ส.ว.ดังกล่าวเป็นเหมือนอภิสิทธิ์ชนนั่งสองเก้าอี้ รับเงินเดือนสองทาง ข้ามเส้นแบ่งไปมาระหว่างข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ ด้วยความสำคัญของงานประจำ จึงเชื่อว่าจะไม่สามารถทำงานในหน้าที่ ส.ว.ได้เต็มที่และเต็มเวลา   3.การอ้างเหตุว่าออกแบบมาเพื่อป้องกันการรัฐประหารไร้เดียงสายิ่ง จะอยู่นอกหรือในสภาฯหากคุมกำลังก็ทำรัฐประหารได้ ในอดีตขนาดนายกฯมีอำนาจเต็มยังรัฐประหารตัวเอง เพราะเบื่อสภาฯได้   4.ข้อเสนอของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯที่ให้ทบทวน 6 ส.ว.จากข้าราชการประจำ เป็นข้อเสนอบนการปกครองแบบประชาธิปไตยสากล มุ่งให้มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างข้าราชการประจำและฝ่ายการเมืองสมควรพิจารณายิ่ง อย่าหลับหูหลับตาเชียร์ฝ่ายใด จนลืมหลักการ หรือบอกให้ทนๆแค่ 5 ปี เพราะแต่ละวันแต่ละเดือนที่ผ่าน ประเทศล้วนมีต้นทุนที่ต้องจ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-0MWkACCdD0

 951
การเมือง
03 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' บอกรัฐบาลนี้เพิ่งอยู่ 5 เดือน ไม่เกี่ยวรัฐบาลที่แล้ว ฝ่ายค้านอย่าถล่มยื่นอภิปราย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้ วางใจนายกฯและรัฐมนตรีรวม 5 คน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองว่ามีปัญหาในการทำงาน เพราะเพิ่งทำมา 5 เดือนเองใช่หรือไม่ รัฐบาลนี้ 5 เดือนนะ จำไว้ รัฐบาลที่แล้วก็รัฐบาลที่แล้ว   ฉะนั้นเป็นการอภิปรายนายกฯและรัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ อย่าเอามาพันกันมันจะเสียหายไปหมด จะทำให้สิ่งที่ทำไว้เสียไปด้วย ที่ทำดีๆไว้เสียหายหมด เพราะไม่เข้าใจกันแล้วจะทำงานกันอย่างไรต่อไป อะไรที่รัฐบาลก่อนๆทำไว้ดี ตนก็ทำต่อ ไม่เคยไปว่าอะไรเขา เว้นแต่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นเรื่องของกลไกกระบวนการยุติธรรมว่ากันไป จะมาเกี่ยวอะไรกับตน   ดังนั้นอย่าเอาความไม่ชอบส่วนตัวมาว่า เพราะประเทศชาติสำคัญกว่าอย่างอื่นตนไม่ได้วิตกกังวลอะไรทั้งสิ้นก็ชี้แจงไป สุดแล้วแต่ว่าวัตถุประสงค์นั้นทำไปเพื่ออะไร เราตอบได้ก็คือตอบ ฟังกันบ้างในคำตอบ อย่าถามอย่างเดียวแล้วไม่ฟังคำตอบ ขอฝากประชาชนช่วยฟังคำตอบด้วย   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่าถ้าการอภิปรายฯอยู่ในช่วง 5 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ก็โอเค ส่วนที่แล้วมาก็จบไปแล้ว ขอให้ยึดหลักการทำงานในช่วง 5 เดือนกว่าที่ผ่านมา ขอให้ฝ่ายค้านยึดหลักการนี้   ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่าถือเป็นเรื่องดี เมื่อฝ่ายค้านผู้ตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของผู้ใช้อำนาจรัฐคือรัฐบาล จึงควรใช้พื้นที่ในสภาฯดำเนินการ ไม่ว่าจะเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือการทำงาน การตั้งข้อสงสัยหรือการเสนอแนะ ต่างๆควรทำในสภาฯ ทุกคนที่มาทำงานต้องพร้อมไม่ใช่มาเตรียมตอบคำถาม แต่ต้องทำงานตามอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายและคุณธรรมที่ต้องทำ เมื่อฝ่ายตรวจสอบรู้อะไรมาแล้วอยากทราบมาอภิปรายกัน เรามีหน้าที่ต้องตอบเพื่อสร้างความเข้าใจกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lx46s_Tygfs

 3,017
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯไม่หวั่นปีชง ลั่นเปลี่ยนวันเกิดไม่ได้ เชื่อทำความดีชนะทุกอย่าง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงหมอดูทำนายดวงเมืองจะมีความขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาและดวงตนเองเป็นปีชงว่า หมอดูก็คือหมอดู เป็นการทำนายจากสถิติ แต่คงไม่ไปดูถูกการทำนาย และเคารพการแสดงความเห็นตามหลักโหราศาสตร์   สิ่งสำคัญอยู่ที่ใจ ถ้าทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะไม่ทำให้บ้านเมืองขัดแย้ง ทั้งนี้มองการทำนายอาจจะแรงไปว่าจะขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาขอให้ไปดูคำทำนายของหมอดู แต่ละคนที่ผ่านมาว่ามีความแม่นยำมากน้อยเพียงใด อย่านำมาเป็นบรรทัดฐาน   พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ย้อนถามสื่อ รู้ได้อย่างไรว่าตนเองเกิดปีมะเมีย ซึ่งเป็นปีชง โดยส่วนตัวไม่กังวล เพราะกังวลแล้วจะได้อะไร ตนเกิดมาแล้ว เปลี่ยนวันเกิดไม่ได้ ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่อยู่ที่ดวงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการทำงาน ตั้งมั่นในการทำความดี และตนคิดว่าบุญกุศลจะคุ้มครองเรา และทำให้ดีที่สุด   ซึ่งได้ฝากหลักคิดนี้กับรัฐมนตรีทุกคนด้วย และตนเองผ่านปีชงมาหลายครั้งแล้ว ถ้าทำความดีด้วยหัวใจ คิดดี ทำดี เชื่อว่าความดีจะชนะทุกอย่าง ต้องมีสติ ไม่ประมาท ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ประทานพรมาว่า วาจาอันไพเราะ ยังประโยชน์สู่ความสำเร็จ ซึ่งตนก็จะใช้วาจาอันไพเราะของตนกับสื่อและทุกคน บางทีตนคิดเร็ว พูดเร็ว ทำเร็ว อาจมีอารมณ์บ้างก็ต้องขออภัย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yqkRYoP9wpU

 606
การเมือง
03 ม.ค. 63

ศาลไม่รับคำร้อง ‘เสรีพิศุทธ์’ อ้างการตั้งนายกฯ ไม่ชอบด้วย รธน.

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่คำสั่งศาลไม่รับคำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ที่ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ขอให้ศาลวินิจฉัย การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.62 ที่มีการเสนอชื่อ และมีมติแต่งตั้ง ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 157 วรรคสองและมาตรา 272 วรรคหนึ่งหรือไม่   ซึ่งในคำร้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า นายชวนหลีกภัยประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ไม่บรรจุวาระการเสนอชื่อบุคคล ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ในวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ประธานกลับบรรจุวาระดังกล่าวไปในการประชุมร่วมรัฐสภา จึงขัดรัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ซึ่งเป็น.ส.ส และส.ส.พรรคเสรีรวมไทยอีก 9คนขาดโอกาสในการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม   โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา นายชวน ดำเนินการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมีส.ส.เสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งและมีส.ส.รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 159 วรรคสอง   ดังนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของ นายชวน จึงเป็นการดำเนินการ เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคหนึ่งไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่อย่างใด  

 4,830
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯ สั่งรับมือภัยแล้ง ขอทุกคนร่วมแก้ปัญหา – ไม่หวั่นฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนและน้ำที่กักเก็บไว้ในแหล่งต่างๆมีปริมาณน้อย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องก็ได้เตรียมการรับมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ โดยย้ำว่าปัญหาน้ำท่วมภัยแล้งถือเป็นภัยธรรมชาติและเป็นปัญหาที่ประเทศไทยจะต้องแก้ไข จึงต้องขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องของการใช้น้ำ   ส่วนสิ่งสำคัญนั่นคือการปรับตัวและการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับกับปัญหาอย่างไรก็ตามได้สั่งให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้หาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติม เพื่อดูแลด้านอาชีพให้กับเกษตรกรด้วย พร้อมกันนี้ฝากให้ในแต่ละพื้นที่ทำโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขนาดเล็กและให้แนวทางของความร่วมมือของทุกภาคส่วน เช่นที่จังหวัดชัยภูมิที่มีการร่วมมือกันขุดลอกคูคลองได้ระยะทางถึง 21 เมตร   โดยใช้งบประมาณลดลงกว่าการดำเนินการตามปกติถึงร้อยละ 80 ซึ่งจะทำให้รัฐบาลนั้นสามารถนำในประมาณส่วนที่เหลือไปพัฒนาด้านอื่นๆ นายกรัฐมนตรียังย้ำเรื่องของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยเฉพาะการปลูกพืชพลังงาน ที่ถือเป็นการวางแนวทางแก้ปัญหาด้านอาชีพและความมั่นคงทางพลังงานให้กับเกษตรกรแบบครบวงจร   ส่วนการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 5 คน ในช่วงปลายเดือนมกราคมนั้น ว่าขออย่าเพิ่งบอกว่ารัฐบาลมีปัญหาในการทำงาน เพราะทำงานได้เพียบ 5 เดือนเท่านั้น รัฐบาลที่แล้วก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่แล้ว อย่าเอามาเกี่ยวกัน ดังนั้นการอภิปรายครั้งนี้ เป็นการอภิปรายการทำงานของรัฐมนตรี 5 คน อย่ามาพันกันให้มันเสียหายไปทั้งหมด เพราะสิ่งที่ทำไว้ มันก็จะเสียไปหมด  

 486

Top