ค้นหา :

ผลการค้นหา "เจษฎาเด่นดวงบริพันธ์"

แชร์ออฟเดอะเดย์
15 พ.ย. 61

หนุ่มโพสต์อุทาหรณ์ ใช้ช้อนสแตนเลสตักน้ำในกาต้มน้ำร้อน ถูกไฟดูดเฉียดตาย

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mathawee Upanun ได้โพสต์เรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ ฝากเตือนคนที่ใช้กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า ระบุว่า เมื่อ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ตนเองและครอบครัวเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่ จ.ตาก โดยเช้าวันหนึ่งจะดื่มกาแฟ จึงใช้กาต้มน้ำร้อนยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งซื้อมาจากร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในจังหวัด โดยใช้มาประมาณปีกว่า   ระหว่างกำลังจะกดน้ำใส่แก้วกาแฟ ได้เปิดฝาดูว่ามีน้ำพอหรือไม่ ตนเห็นมดลอยอยู่ในน้ำจึงใช้ช้อนกาแฟที่เป็นสแตนเลสตักมดออกขณะที่เสียบปลั๊กไฟอยู่ ปรากฎว่าเกิดไฟดูดจนตนล้มลงกับพื้น จุกหน้าอกพูดไม่ออกประมาณ 1 นาที แต่ยังรู้สึกตัว   นายเมธี อุปนันท์ ผู้โพสต์ ล่าสุดอาการปลอดภัยเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ถูกไฟดูดแม่ของตนได้วิ่งเข้ามาดูและพยุงตัวขึ้น ตนพยายามบอกแม่ว่าถูกไฟดูดแต่ก็พูดไม่ได้ หลังจากลุกยืน รู้สึกปวดกล้ามเนื้อหลังเหมือนกับเป็นตะคริว ผ่านไป 1 ชั่วโมง ก็ไม่หาย จึงตัดสินใจไปโรงพยาบาลเพื่อเช็คร่างกาย    เจาะเลือดไปตรวจและเช็คค่าคลื่นหัวใจและไต โดยนอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน  รอดูอาการ ตอนนี้ผ่านมา 3 อาทิตย์ ก็ยังปวดกล้ามเนื้อหลัง หมอบอกว่าไฟฟ้าทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อหดและไหม้ต้องฟื้นฟูทำกายภาพบำบัดเอง คือยืดเส้นออกกำลังกายไปเรื่อยๆ แล้วจะค่อยๆหาย   สำหรับกาต้มน้ำร้อนดังกล่าวตนได้ทิ้งไปแล้ว และซื้อกายี่ห้อใหม่มาเปลี่ยน ยอมรับตนเองประมาท ไม่รู้ไฟฟ้ารั่วหรือกาต้มน้ำไม่ได้มาตรฐาน ขณะที่แม่ของตนเคยใช้กาต้มน้ำดังกล่าวเป็นประจำและเคยถูกไฟดูดมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่เป็นอะไร อยากเตือนให้ระมัดระวัง ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดออกก่อนจะทำการใด เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายซึ่งอาจถึงชีวิตได้   ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ถ้าเป็นกาต้มน้ำที่ได้มาตรฐานจะไม่เกิดไฟฟ้ารั่ว เพราะลักษณะรูปทรงภายนอกโดยรอบส่วนมากเป็นพลาสติกซึ่งเป็นชนวนกันไฟฟ้า ส่วนภายในเกือบทั้งหมดเป็นพลาสติกมีการเคลือบเทฟลอนไม่เสี่ยงอันตราย ต่างจากหม้อต้มน้ำที่เป็นโลหะเพราะจะมีขดลวดอยู่ด้านในซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดไฟฟ้ารั่ว รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นที่เป็นโลหะ เช่น ไมโครเวฟ   ดังนั้นการใช้ช้อนสแตนเลสตักน้ำ ขณะเสียบปลั๊กไฟไม่ควรอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามต้องดูว่ากาต้มน้ำเก่าหรือไม่ ถ้าสภาพไม่ดีก็มีโอกาสเกิดไฟรั่ว  ส่วนภายในบ้านมีการติดตั้งสายดินและมีคนช่วยตัดกระแสไฟฟ้าระหว่างถูกไฟดูดหรือไม่ หากเป็นไปตามที่กล่าวข้างต้นก็จะปลอดภัยมากขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fKaa1QyC1Jw

 30,315
การเมือง
05 พ.ย. 61

'ไอติม พริษฐ์' โพสต์เสนอเปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหาร จากบังคับเป็นสมัครใจ 'อ.เจษฎา' ร่วมคอมเม้นท์

ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และหลานชาย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงข้อเสนอให้ปรับปรุงระบบเกณฑ์ทหารมาเป็นระบบสมัครใจว่า   ตนเตรียมนำเสนอแผนเกี่ยวกับการเปลี่ยนระบบการรับราชการทหาร จากระบบเกณฑ์มาเป็นระบบสมัครใจ (ยกเว้นในช่วงภัยสงคราม) ต่อพรรคและประชาชนในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการทำให้เรื่องนี้เป็นจริงได้ ต้องคำนึงถึง 2 ข้อ คือ   1.กองทัพจะต้องมีกำลังทหารเพียงพอ สำหรับปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ ซึ่งต้องมาจากทั้งการประเมิน และลดยอดพลทหารที่ไม่จำเป็นต่อความมั่นคง อาทิ พลทหารรับใช้ ควบคู่กับการเพิ่มคุณภาพชีวิตพลทหาร ด้วยการรับรองค่าตอบแทนต่อเดือนที่เหมาะสมต่อค่าครองชีพ ไม่มีการหักเงินค่าตอบแทนโดยไม่จำเป็น ขยายสวัสดิการที่ครอบคลุมความต้องการของพลทหารมากขึ้น และต้องกำจัดความรุนแรงในค่ายทหารให้หายไป   2.ต้องไม่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง หรือถูกมองว่าเป็นการต่อสู้กับกองทัพ เพราะการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดก็ตามจะประสบความสำเร็จได้ดีที่สุด ถ้าเราได้รับความร่วมมือจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายการเมืองจึงจำเป็นต้องทำให้กองทัพให้การยอมรับข้อเสนอนี้ เพื่อจะปรับตัวไปพร้อมกัน   “ผมได้ฟังบทสัมภาษณ์ของท่าน ผบ.ทบ.ฉบับเต็มแล้ว ความจริงถ้าเราตัดประโยคพาดหัวที่ท่านพูดว่ามันเป็นไปไม่ได้ สิ่งอื่นที่ท่านพูด มันกลับไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นเช่นนั้น ผมมองว่าหลายอย่างที่ท่านพูดบ่งบอกด้วยซ้ำว่ามันเป็นไปได้ วันหลังผมจะมาอธิบาย ว่าทำไมผมถึงยังไม่รู้สึกหมดหวัง หลังได้ฟังคำพูดของ ผบ.ทบ. และลงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอของผม”   นายพริษฐ์ เผยอีกว่า ผมหวังว่าแนวทางนี้จะตอบโจทย์ทุกฝ่าย และจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทั้งผู้ที่ต้องการเป็นทหาร และผู้ที่ต้องการทำอาชีพอื่น อีกทั้งจะคืนศักดิ์ศรีให้กองทัพพ้นจากข้อครหา “สถาบันอำนาจนิยม” ไปสู่ “กองทัพยุคใหม่” ที่แม้เล็กลงด้วยขนาด แต่แข็งแกร่งด้วยประสิทธิภาพ เต็มไปด้วยบุคลากรที่สมัครใจทำงานและพร้อมทุ่มเทให้องค์กรอย่างแท้จริง   นอกจากนี้จะตอบโจทย์ความมั่นคงของชาติในโลกสมัยใหม่ ทำให้ประเทศไทยรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างเท่าทัน “ทหารสมัครใจ ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่นใจ”              ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่าน Jessada Denduangboripant ถึงกรณีดังกล่าวว่า “น้องไอติมตอบมาอย่างนี้ เริ่มตื่นเต้นขึ้นบ้างแล้วสิ หุๆๆ รอดูนโยบาย ปชป. เลยว่าจะ "ก้าวหน้า" ขึ้นแค่ไหนครับ”   พร้อมกับภาพที่อาจารย์แคปมาจากโพสต์ที่อาจารย์ได้เข้าไปคอมเม้นท์ในโพสต์ดังกล่าวของไอติม โดยในคอมเม้นท์อาจารย์เจษฎาระบุว่า “ผมเห็นด้วยทั้งหมดนะ แต่ถ้าอยากให้เกิดขึ้นจริง ไอติมย้ายพรรคเถอะ การยกเลิกการเกณฑ์ทหารไม่เคยเป็นนโยบายของประชาธิปัตย์ และก็ไม่มีทางมีด้วย”   จากนั้นไอติมได้เข้ามาคอมเม้นตอบกลับว่า “ถ้าผมจะขอให้อาจารย์เปิดใจและรอดูนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะประกาศเร็วๆนี้ จะได้ไหมครับ? สิ่งที่อาจารย์มองว่าไม่มีทางเป็นไปได้ อาจจะเป็นไปได้ครับ”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7rEL4NYGa5I

 1,620
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 61

ขนลุก! สาวโพสต์ฟิล์มเอกซเรย์ พยาธิตืดหมูกระจายทั่วตัว 'อ.เจษฎา' แนะงดกินของสุกๆดิบๆ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kwang Volemage ได้โพสต์ภาพจากฟิล์มเอกซเรย์ผู้ป่วย ซึ่งพบว่าภาพจากฟิล์มแสดงให้เห็นจุดสีขาวจำนวนมากที่แทรกอยู่ในชั้นผิวหนังของร่างกาย เต็มไปหมดทั่วทั้งขาของผู้ป่วย โดยระบุข้อความว่า   “cc : หายใจลำบาก คอไม่โล่ง มีเสมหะในคอ O2sat 98% lung – clear pharynx not inject  me : คิดในใจไป CXR หน่อยก็ได้ แล้ว film ก็มา เลยไป film femur ต่อ ตามคำแนะนำ Supanat Boonneramitr #อึ๊ยยยยคนลุกกกกก  #cysticercosisจากหนังสือมาสู่ของจริง #พยาธิตืดหมู”   ต่อมาอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า จากภาพที่เห็นเป็นตัวอ่อนของพยาธิตืดหมู ที่สามารถเกิดได้ทั้งคนและหมูโดยตัวอ่อนจะฝังตัวตามอวัยวะต่างๆ คนเราจะได้รับเชื้อนี้โดยการรับประทานไข่พยาธิที่ออกมากับอุจาระและปนเปื้อนอาหารหรือน้ำที่เรารับประทาน   ซึ่งหมูและคนเมื่อได้รับประทานไข่จะทำให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งพยาธิตืดหมูจะเข้าสู่ร่างกายคนได้ จากการดื่ม หรือรับประทานอาหารที่มีไข่ของพยาธิ เช่นผัก ผลไม้ หรือจากการรับประทานตัวอ่อนของพยาธิที่อยู่ในกล้ามเนื้อของหมู และการที่ขย้อนปล้องแก่เข้ากระเพาะ ทำให้เหมือนกินไข่พยาธิ   โดยลักษณะอาการขึ้นกับตำแหน่งของพยาธิ หากอยู่ในลำไส้ พยาธิตัวแก่ในลำไส้จะแย่งอาหารทำให้ผู้ที่มีพยาธินี้จะรับประทานอาหารเก่ง หิวบ่อยแต่ผอมลง น้ำหนักลด นอกจากนั้นอาจจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้อาเจียนหรืออุจาระบ่อยเนื่องจากเกิดจากการระคายเคืองต่อลำไส้ หรืออยู่ใต้ผิวหนังก็จะมีก้อนใต้ผิวหนัง ถ้าอยู่ที่ตาก็จะปวดตา ตาพร่ามัว สายตาผิดปกติหรือตาบอด แม้กระทั่งอยู่ในสมองผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการ หรืออาจจะมีอาการปวดศีรษะ เนื่องจากไปอุดทางเดินน้ำไขสันหลังทำให้ความดันในสมองสูง อาจจะทำให้เกิดอาการชักซึ่งเป็นอาการที่ผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุด   อาจารย์เจษฎา กล่าวอีกว่า ทางที่ที่จะช่วยป้องกันคือต้องไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ และไม่รับประทานหมูที่มีลักษณะเหมือนจะติดเชื้อพยาธิ ล้างมือหลังออกจากห้องน้ำ ก่อนปรุงและรับประทานอาหารถ้าจะทานผักสดก็ควรล้างให้สะอาด และดื่มน้ำต้มสุก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UtcQWE9kTsY

 16,982
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ก.ย. 61

ย่างปูนาเจอสัตว์ประหลาดไต่ยั้วเยี้ย 'อ.เจษฎา' ชี้เป็นตัวอ่อนปลิงควาย แนะทำให้สุกก่อนกิน

โลกออนไลน์แชร์คลิปที่หนุ่มรายหนึ่งได้เอาปูนาและหอยเชอรี่ ไปย่างบนเตาปิ้งย่าง แต่กลับพบว่ามีตัวอะไรไม่รู้ไต่ออกมายั้วเยี้ย โดยในโพสต์ระบุว่า…   “#ออกไปเก็บหอยว่าจะมาทำกับข้าวกินเย็นนี้ เจอปูนาว่าจะเอามาย่างคงจะอร่อยดีเห็นกล้ามมันน่ากิน ปูนาคงไม่มีอะไรมาก พอวางลงเตาโดนความร้อนท่านั่นแหละ อะไรเนี่ยอะไรออกมายั้วเยี้ยเลยอะ ระวังกันด้วยเด้อพี่น้อง ใช้วิจารณญาณในการรับชมด้วย”   ทางทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ได้สอบถามไปยัง ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า ตัวใสๆที่ผุดออกมาในตัวปูนาคือปลิงเข็ม หรือตัวอ่อนของปลิงควายที่นอกจากพยาธิแล้วในตัวของปูนามักจะมีปรสิตพวกนี้อาศัยอยู่ด้วยเป็นมาก   ถ้าเกิดว่าใครจะกินปูนาก็จำเป็นต้องทำให้สุกทั้งหมด แต่ถ้าเป็นการกินสดเข้าไปในร่างกายแล้วตัวปลิงเข็มก็จะตายไปเองเพราะกรดในกระเพาะอาหาร แต่ถ้ามันไปติดอยู่ที่ปากหรือกระพุ้งแก้มไม่ได้ลงไปในกระเพาะ ปลิงพวกนี้มันก็จะไปดูดกินเลือดของเราบริเวณนั้น   ดังนั้นจึงไม่มีการแนะนำให้กินปูนา เพราะนอกจากปลิงเข็มแล้วปูนายังมีพยาธิอื่นๆที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อคนได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O58jy8413TM

 99,741
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ค. 61

อ.เจษฎา อธิบายไขมันทรานส์คืออะไร? วงการเบเกอรี่ปรับสูตรใหม่เพื่อผู้บริโภค

รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้เกี่ยวกับไขมันทรานส์ หลังกระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งห้ามผลิต น้ำเข้า และใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารในไทย โดยระบุว่า   "อีก 6 เดือน ประเทศไทยจะปลอด "ไขมันพืชเติมไฮโดรเจนบางส่วน" (ไขมันทรานส์) "   เมื่อวานหลายคนคงได้เห็นการแชร์กันเต็มฟีด เรื่องที่กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงฯ เกี่ยวกับกรดไขมันทรานส์ (trans fat acid) ว่า เนื่องจากไขมันทรานส์ที่เกิดจากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (partially hydrogenated oil) ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ จึงให้อาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (ต้องเขียนให้ครบนะ) เป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายใน 180 วัน นับจาก 11 ก.ค. 2561   ประกาศนี้ ทำเอาหลายคนดีใจกันใหญ่ โดยเฉพาะคนในวงการสาธารณสุขและโภชนาการ เพราะรู้กันมานานแล้วไขมันทรานส์อันตราย (ซึ่งผมก็เคยโพสต์เรื่องนี้หลายทีแล้ว)     เรามาสรุปเรื่องนี้กันหน่อยนะ ก่อนที่จะตื่นเต้นปนตกใจกัน แล้วแชร์ข้อมูลอะไรผิดๆ เกี่ยวกับไขมันทรานส์ ... อย่างที่ก่อนนี้ก็เคยมีหลายทีแล้ว   1. ไขมันทรานส์ นั้นเป็นรูปฟอร์มหนึ่งของกรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid) ที่แทนที่โมเลกุลของมันจะมีตำแหน่งของไฮโดรเจน เป็นแบบซีส cis ตามปรกติ มันกลับพลิกตำแหน่งของไฮโดรเจน ทำให้เปลี่ยนรูปทรงไปแบบทรานส์ trans (ดูรูปบนขวา)   2. ไขมันทรานส์พบได้ในธรรมชาติ แต่ไม่มากนัก เช่น ในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม แต่ที่เราพบกันมากกว่า คือเป็นผลพวงจากการผลิต "น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน" ซึ่งก็คือการทำให้น้ำมันพืช ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว เปลี่ยนสถานะจากสภาพของเหลว มาเป็นของกึ่งแข็ง เช่น เนยเทียม มาร์การีน ครีมเทียม ช้อตเทนนิ่งสำหรับขนมอบ ฯลฯ (ซึ่งนิยมทำขึ้นเพื่อทดแทนไขมันสัตว์ที่แข็งตัวง่ายกว่า และมีไขมันอิ่มตัว เช่น เนยสด ครีมจริง) ทำให้ในผลิตภัณฑ์อาหารกลุ่มนี้ แม้จะมีราคาถูก และลดการบริโภคไขมันอิ่มซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ กลับทำให้ผู้บริโภคได้รับไขมันทรานส์ไปโดยไม่รู้ตัว   3. พึ่งจะไม่กี่ปีนี้เอง ที่เริ่มแน่ชัดแล้วว่าไขมันทรานส์นั้น ไปเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด เพราะมันไปเพิ่มการสร้างคอเลสเตอรอลตัวที่เลว คือ แอลดีแอล (LDL) ในร่างกาย ลดคอเลสเตอรอลตัวที่ดี คือ เอชดีแอง (HDL) แถมเพิ่มไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดด้วย ... ทำให้เริ่มมีการรณรงค์ในต่างประเทศ ให้ลดละเลิกกินอาหารกลุ่มน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ที่มีไขมันทรานส์สังเคราะห์   4. แม้ว่าจะมีกระแสรณรงค์ต่อต้านไขมันทรานส์ เช่น มีข้อจำกัดว่าในอาหารจะมีปริมาณไขมันทรานส์ได้มากน้อยเพียงใด ไปจนถึงการห้ามผลิตห้ามจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ... แต่ก็ยังมีช่องว่างในการหลบเลี่ยงตรงที่ผู้ผลิตหันไปใช้ช่องโหว่เรื่อง "ไขมันทรานส์ 0 กรัม" แทน เนื่องจากถ้าในอาหารนั้น ถึงจะมีการใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน และน่าจะมีไขมันทรานส์มาด้วย แต่ถ้ามีปริมาณน้อยกว่าตามที่แต่ละประเทศกำหนด ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ก็มีสิทธิเขียนได้ว่า 0 gram trans fat (ดูรูปล่างซ้าย) ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ ว่าเป็น 0% คือไม่มีอยู่เลย   5. ดังนั้น ตามประกาศใหม่ของ ก.สาธารณสุข (ซึ่งแรงมาก) ก็จะทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถใช้ช่องโหว่นั้นได้อีกต่อไป นั่นคือ ห้ามที่ผลิต ทั้งจำหน่าย อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน แม้แต่น้อย ... ซึ่งดีต่อผู้บริโภคที่จะไม่ต้องคอยดูที่ฉลากให้ชัดเจนอีกต่อไป ถ้าห่วงเรื่องไขมันทรานส์   6. ส่วนผู้ผลิตนั้น ก็เหนื่อยกันหน่อยล่ะ โดยถ้าเป็นบริษัที่ทำครีมเทียม เนยเทียม มาร์การีนอยู่ ก็ต้องเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิต จากที่เคยเอาน้ำมันพืช มาผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ก็ต้องทำให้เป็นการเติมไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์ทั้งสายโมเลกุล ซึ่งจะเป็นการกำจัดไขมันไม่อิ่มตัวทั้งแบบซิสและแบบทรานส์ ออกจากผลิตภัณฑ์   7. ขณะที่ผู้ผลิตอาหาร ก็อาจจะหันกลับไปใช้พวกเนยจริง ครีมจริง แทนน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ... สำหรับคนไทยเรา ราคาสินค้าอาหารกลุ่มนี้ ก็คงจะแพงขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มที่ในไทยเรานิยมเอามาใช้เป็นวัตถุดิบ ก็อาจจะตกต่ำลง เพราะขาดความต้องการ   8. ที่เข้าใจกันผิดๆ อีกอย่าง คือ น้ำมันพืชบรรจุขวดนี้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องไขมันทรานส์นะ ... ที่เห็นข้างขวดน้ำมันว่าเป็นน้ำมันผ่านกรรมวิธีเนี่ย มันเรื่องกรรมวิธีการกลั่นน้ำมัน แล้วก็ไม่ได้เอามาเติมไฮโดรเจนเพื่อกันหืนแต่อย่างไร เพราะไม่งั้นได้กลายเป็นของกึ่งแข็งกันพอดี   9. เรื่องเอาน้ำมันพืชไปผัดทอดแล้วจะเกิดไขมันทรานส์ขึ้น ก็เป็นอีกเรื่องที่แชร์กันผิดๆ (ทำให้คนหันไปกินน้ำมันหมูกัน ซึ่งแย่เข้าไปใหญ่) ... มีงานวิจัยพบว่าน้ำมันพืช ถ้าโดนความร้อนสูงมาก ซ้ำๆ หลายๆ รอบ จะมีไขมันทรานส์เกิดขึ้นจริง แต่ปริมาณน้อยมากๆ (จะน้อยกว่าที่เราได้รับจากไขมันทรานส์ตามธรรมชาติเสียอีก) ดังนั้น ถ้าเอามาใช้ทำอาหารแค่ครั้งเดียว ก็ไม่ต้องกลัวอะไร (ที่เค้าห้ามเอามาทอดซ้ำบ่อยๆ เนี่ย จริงๆ เค้ากลัวเรื่องการเกิดสารก่อมะเร็งขึ้นต่างหาก)   ยาวมาก ครบถ้วนทุกเรื่อง ... สรุปสั้นๆ ว่า ดีแล้วที่ สธ. ออกประกาศแบบนี้ แรงดี ... ยังไงเสีย ก็ลดๆ การกินไขมันลงนะ ไม่ว่าจะเนยเทียมเนยจริง หรือ ครีมเทียมครีมจริง     ด้านนางกัลยากร เมฆวิไล นายกสมาคมเบเกอรี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เรื่องไขมันทรานส์ ในแวดวงผู้ประกอบการด้านเบเกอรี่ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะพอที่จะทราบข่าวมาก่อนหน้านี้ราวปีกว่าจึงมีการตื่นตัว และเตรียมการปรับตัว เพื่อรับมือโดยการปรับเปลี่ยนมาในระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้นตนจึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในเรื่องของระยะเวลา และเรื่องของการปรับเปลี่ยน หรือดัดแปลงสูตร เพราะสามารถคิดค้นพลิกแพลงได้อยู่เสมอๆ เพื่อให้เป็นไปตามระยะเวลา ที่ สธ. ได้ประกาศบังคับเอาไว้   แต่ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้คนไทยชอบเบเกอรี่ที่ได้ปริมาณเยอะ และราคาถูก ซึ่งส่วนผสมที่มีไขมันไขมันทรานส์ เช่นเนยขาว หรือมาการีน ซึ่งคือเนยเทียมนี้จะตอบโจทย์ผู้ประกอบการมากกว่าเนยแท้ เพราะราคาถูกซึ่งในเมืองไทยถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย  และหาผู้ประกอบการใช้เนยแท้แล้วแน่นอนว่าขนาดหรือปริมาณของเบเกอรี่ก็จะลดลงและมีราคาเพิ่มขึ้น และอีกส่วนคือเนยเทียมเวลาทำขนมจะตีแล้วขึ้นฟูมากกว่าเนยแท้ซึ่งก็ถือว่าเป็นปัญหาอยู่   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเชื่อว่าผู้ประกอบการทราบถึงวิธีการที่จะแก้ไขในจุดนี้ โดยขณะตีจะทำการลดอุณหภูมิให้เย็นลงก็จะทำให้การตีเนยแท้ขึ้นฟูได้ แต่อาจจะไม่เท่าเนยเทียมแต่ก็ถือว่าได้ผล ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการกำลังคิดหาวิธีรับมือที่จะทำอย่างไรให้ราคาคุ้มทุน นอกจากนี้ทางผู้ซื้อเองก็จะต้องทำความเข้าใจ และตระหนักถึงเรื่องนี้ให้มากๆ ว่าไขมันทรานส์นั้นมีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร      นางกัลยากร กล่าวอีกว่า ทางสมาคมมีความพยายามที่จะเข้าไปตรวจสอบกรรมวิธีการผลิตของสมาชิกเพื่อความถูกต้องและปลอดภัยให้มั่นใจได้ เหมือนกับที่สมาคมเบเกอรี่ของอเมริกามีมาตรการเข้าไปตรวจสอบผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก โดยขณะนี้อยู่ในระดับเตรียมการวางมาตรการให้ออกมาเป็นรูปธรรมอยู่   อย่างไรก็ตามล่าสุดผู้ประกอบการด้านอาหารหลายราย เช่น นมตรามะลิ, เคเอฟซี, แมคโดนัลด์, เลย์, อานตี้แอน ที่ออกมาระบุว่าผลิตภัณฑ์ปลอดจากไขมันทรานส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในผู้บริโภค   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9K2CuLlbkvQ

 7,750
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ก.ค. 61

'อ.เจษฎา' ชี้โซเชียลเข้าใจผิด ปมดาวเทียมอินฟาเรด 3 มิติของสหรัฐฯช่วยเด็กติดถ้ำ

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แจงเรื่องดาวเทียมอินฟาเรด 3 มิติของสหรัฐฯ ที่นำมาค้นหาเด็กๆทีมหมูป่าอคาเดมี่ที่ติดในถ้ำหลวง ปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีดังกล่าว อาจจะเกิดการตีความผิด โดยระบุ   "ปัจจุบันเท่าที่เราทราบ ยังไม่มีดาวเทียมดวงใดที่สามารถมองทะลุและสร้าง 3D Mapping ของโพรงต่าง ๆ ใต้ดินได้ แม้ว่าเราจะมีดาวเทียมหลากหลายรูปแบบที่ตั้งแต่ วัดความสูงของพื้นที่ด้วยเทคนิคต่าง ๆ (GISTDA ใช้เทคนิคนี้ในการสร้างภาพ 3 มิติ แต่สุดท้ายก็รู้แค่ภาพพื้นผิวเท่านั้นไม่สามารถเจาะลงไปในถ้ำได้) หรือเราสามารถใช้ดาวเทียมในการ วัดสนามโน้มถ่วง บริเวณต่าง ๆ เพื่อบอกว่าบริเวณนั้นมีธาตุหนักอะไรอยู่บ้าง   แต่เราก็ยังไม่มีดาวเทียมที่ส่องทะลุลงไปได้ถึงใต้ผิวและผ่านชั้นหินต่าง ๆ เนื่องจากมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าหากมีเทคโนโลยีถึงขั้นนั้นก็เรียกได้ว่าไม่ต้องทำอะไรแล้ว ถ้าอเมริกามีเทคโนโลยีขนาดนั้นแล้วทำไมจะต้องส่งโดรนไปบินให้ประเทศนู้นนี้ด่าอีก" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/js8D5eKSFN0

 5,310
สังคม-อาชญากรรม
07 มิ.ย. 61

tcas ยังวุ่น! อ.มหาวิทยาลัยโพสต์ได้ผลกระทบ ไร้เงาเด็กยืนยันสิทธิ์

ความคืบหน้าการแก้ปัญหาระบบการคัดเลือกการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2561 ใช้ชื่อว่า Thai University Central Admission System หรือ TCAS 61 ที่ล่าสุดดำเนินการรอบ 3/2 แต่ยังพบปัญหามีนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์ในรอบ 3/1 ไปแล้ว มีชื่อติดมหาวิทยาลัยแห่งอื่นอีก ทำให้มีเสียงสะท้อนจากอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายท่าน ที่พบว่าทางคณะไม่มีนักศึกษามายืนยันสิทธิ์   โดยเฟซบุ๊กของอาจารย์เจษฎา  เด่นดวงบริพันธ์ อาจารณ์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ถึงผลกระทบจากการยืนยันสิทธิ์ TCAS ในรอบที่ 3 โดยระบุว่า จากจำนวนนิสิตที่คณะประกาศรับได้ในรอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน 298 คน ประกาศชื่อ 300 คน แต่มีการยืนยันสิทธิ์เพียง 33 คนเท่านั้น ซึ่งเกิดจากปัญหาการกั๊กที่นั่งของนักเรียนที่ผลการเรียนดี ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่เด็กสามารถทำได้ เพราะระบบเปิดโอกาสให้ พร้อมตั้งความหวังว่าในการยืนยันสิทธิ์รอบ 3/2 จะมีนักเรียนยืนยันสิทธิ์ถึงครึ่งหนึ่ง   นอกจากนี้ ผศ.ธนา หงษ์สุวรรณ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า TCAS 3/1 ดาเมจรุนแรงมาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ พระนครเหนือ ยืนยันสิทธิ์ 4 คน / วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับ 80 ยืนยัน 23 คน ส่วน วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ พระจอมเกล้า ลาดกระบัง มีนักเรียนยืนยันสิทธิ์ 1 คน พร้อมบอกว่า คนคิดระบบเจ๋งมาก ที่สร้างความปั่นป่วนขนาดนี้   ขณะเดียวกัน ยังมีอาจารย์มหาวิทยาลัยบางส่วนแล้วแจ้งว่า การประกาศผลรอบ 3/2 มีปัญหานักเรียนที่ยืนยันสิทธิในรอบ 3/1 แล้ว กลับมามีชื่อติดในรอบ 3/2 อีก ทั้งที่ควรนำชื่อออกจากการประมวลผล   ด้านนายประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่าทาง ทปอ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เร่งจัดการแก้ปัญหาแล้ว เนื่องจากขั้นตอนการส่งข้อมูลกันไปมาระหว่าง ทปอ. และมหาวิทยาลัย คือ ทปอ.ส่งข้อมูลรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิรอบที่ 3/1 ไปให้ทุกมหาวิทยาลัย แล้วทางมหาวิทยาลัยจะทำการเคลียร์ที่นั่งว่างเพื่อส่งจำนวนที่นั่งว่างให้ทปอ.สำหรับใช้ในการยืนยันสิทธิรอบที่ 3/2 ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิรอบ 3/2 ผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย ปัญหาที่เกิดขึ้นคือข้อมูลไม่ตกผลึกหรือข้อมูลกำลังเดินทางอยู่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VFwsZlQ7Q7A    

 4,179
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 พ.ค. 61

'แคนดี้ รากแก่น' โพสต์คลิป 'แม่บานเย็น' เจอไข่ปลอม 'อ.เจษฎา' ฟันธงเป็นไข่จริงที่สดมาก

แคนดี้ รากแก่น นักร้องสาว ทายาทราชินีหมอลำ บานเย็น รากแก่น ได้โพสต์คลิปแม่บานเย็นกินไข่ต้ม แล้วเจอไข่มีลักษณะผิดปกติ เหนียวๆเหมือนพลาสติก ดึงไม่ขาด เมื่อนำไปจุดไฟก็เกิดไฟลุก โดยระบุว่า   "แม่บานเย็นถึงกับขนลุก..เจอไข่ปลอมกับตัวเอง กินไปจะหมดละ..มาเจอเป็นพลาสติก!!! อี๋ๆ มาก!! นี่ขนาดระวังถึงกับไปซื้อในห้างค้าส่งขนาดใหญ่ (ไม่ขอเอ่ยนาม) เมื่อวานแคนดี้กับพี่ฟูกินไปคนละ 2ฟอง..คือมันเหมือนมากกก..ตอนนี้พี่ฟูตาบวม!!! ฮือๆๆ..ทำไมถึงทำกับชั้นด๊ายยยย #ไข่ปลอม เพื่อนๆจะต้องระวังกันให้มากนะคะ ช่วงนี้ของปลอมเยอะ"   ด้าน ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอฟันธงว่าไข่ปลอมไม่มีจริง ไข่ที่ปรากฏในคลิปเป็นไข่จริง ที่มีความสดมาก พอนำไปต้ม เนื้อเยื่อหุ้มไข่ยังสมบูรณ์ จึงมีลักษณะเหนียวแต่ถ้าเป็นไข่เก่า จะไม่มีเนื้อเยื่อหุ้มไข่   ส่วนประเด็นการผาไม่ใช่วิธีทดสอบอาหาร เพราะถ้าอาหารมีสารอินทรีย์ อย่างไรก็จะเผาติดไฟพร้อมยืนยันว่าหากนำพลาสติกมาทำเป็นไข่ปลอม ต้นทุนจะแพงกว่าไข่จริง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/33FXqq5WRUg  

 35,945

Top