ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุดารัตน์เกยุราพันธุ์"

การเมือง
13 พ.ค. 62

เพื่อไทยยังหวังตั้งรัฐบาล ฝาก 'อนุทิน' คิดดีๆ โอกาสเป็นนายกฯไม่ได้มีบ่อยๆ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลของสองขั้วการเมืองว่า ขณะนี้ฝ่ายประชาธิปไตยมี 245 เสียง ถือว่ารวมเสียงได้มากที่สุด ต้องรอดูท่าทีของพรรคขนาดกลาง ที่เคยให้สัญญาก่อนเลือกตั้งบอกว่าจะไม่ต่อท่อเผด็จการ   เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยกำลังรอให้พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจ เพื่อมาร่วมตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า รอพรรคขนาดกลางจะตัดสินใจอย่างไร เพราะการเข้าสู่อำนาจ ต้องเป็นอำนาจส่งเสริมให้ประชาชนสมหวัง ส่วนตัวอยากเน้นการเลือกตั้งครั้งนี้อย่าให้เป็นเพียงพิธีกรรมเปลี่ยนสถานะของ คสช.จากการยึดอำนาจ เพราะการเลือกตั้งคือความหวังของประชาชน   ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขอเตือนพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ให้รักษาคำมั่นสัญญาที่ให้กับประชาชนก่อนเลือกตั้งว่าไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจเผด็จการ หากพรรคประชาธิปัตย์พลิกลิ้นไปร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ อนาคตพรรคอาจหมดสิ้น อยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์ฟื้นฟูพรรคกลับมาอีกครั้งเหมือนสมัยนายชวน หลีกภัย   ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสสูงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะได้เป็นนายกฯและเหมาะสมอย่างยิ่ง หากจะรักษาคำพูดที่ให้ไว้ก่อนเลือกตั้ง ยอมร่วมรัฐบาลกับฝั่งประชาธิปไตย หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ อยากให้ฟังเสียงประชาชน หากนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยรักษาภาพพจน์ คำพูด โอกาสพัฒนาของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปได้สูง   ส่วนตัวคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากที่นายอนุทินจะได้เป็นนายกฯ และคงไม่ได้มีโอกาสบ่อยนักในชีวิต จึงอยากให้นายอนุทินพิจารณาให้ดีๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A154RR91azY

 8,486
การเมือง
10 พ.ค. 62

'สุดารัตน์' แซะโครงการใหม่ คสช. 'ส.ส.เอื้ออาทร - ส.ว.เอื้อพวกพ้อง'

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ที่คำนึงถึงพรรคเล็ก พรรคเห็นว่าเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญ พรรคเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เมื่อกฎหมายประเทศ ไทยเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร ก็ต้องดำเนินการตามอย่างเคร่งครัดไปตีความเจตจำนงไม่ได้   เราเห็นว่าวิธีคำนวณของ กกต.ตีความเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้มีส่วนได้เสียต่อคะแนน ส.ส. เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่าพรรคการเมืองจะมี ส.ส.เกินที่พึงมีไม่ได้ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไม่ได้รับรองการกระทำของ กกต. เมื่อ กกต.ตีความเกินรัฐธรรมนูญก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นทุกช่องทางที่กฎหมายกำหนด   ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า “ไทยรักไทยทำโครงการเอื้ออาทร เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย แต่วันนี้มีโครงการใหม่ ส.ส.เอื้ออาทร เพื่อช่วยสืบทอดอำนาจ มี ส.ส.เอื้ออาทร คสช. แล้วก็ยังได้แค่ 138 ที่นั่ง เร็วๆนี้จะออกตัวช่วยเพิ่มคือ ส.ว.เอื้อพวกพ้อง พรรคใดเคยสัญญากับประชาชนไว้อย่างไร วันนี้อย่าลืมฟังเสียงประชาชนด้วยนะคะ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fRKh_UrS47g

 4,424
การเมือง
09 พ.ค. 62

เพื่อไทยแถลงการณ์ค้าน กกต.รับรอง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แบ่งพรรคเล็ก

จากกรณี กกต.ออกประกาศรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 26 พรรค จำนวน 149 คน โดยมีการเกลี่ยให้พรรคเล็ก   ปฏิกิริยาจากพรรคเพื่อไทยไดออกแถลงการณ์คัดค้านวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า กรณี กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยกำหนดให้พรรคการเมืองมี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ ทั้งที่พรรคนั้นมีคะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.ที่พรรคนั้นจะพึงมีได้ และพรรคเหล่านั้นได้รับคะแนนเสียงไม่ถึงจำนวนเสียงต่อ ส.ส.หนึ่งคนตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ได้กำหนดไว้อีกด้วย   โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยลงไปในรายละเอียดถึงวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า กกต.คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนต่อ ส.ส.หนึ่งคนได้หรือไม่ จึงต้องยึดหลักเกณฑ์วิธีการคำนวณที่ไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 คือพรรคที่จะได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องมีคะแนนไม่ต่ำกว่าคะแนนต่อ ส.ส.หนึ่งคน หรือประมาณ 70,000 คะแนน   พรรคที่มีคะแนนต่ำกว่านั้น ย่อมไม่มีจำนวน ส.ส.พึงมีและไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พึงได้รับย่อมไม่มีสิทธิได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อและหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) และมาตรา 128(5) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนท้ายได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าในการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องไม่มีผลให้พรรคใดมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ เพราะจะมีผลให้พรรคนั้นมีจำนวน ส.ส.เกินจำนวนที่พึงมี จะขัดต่อรัฐธรรมนูญรวมถึงขัดต่อมาตรา 128(5) ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.   พรรคเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมาของ กกต.ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่ง กกต.ได้รับทราบข้อท้วงติงข้อทักท้วงของพรรคการเมืองที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อตามสูตรแจกพรรคเล็กและได้แจ้งให้ทราบด้วยว่า การตัดสินใจดังกล่าวนอกจากจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังอาจส่งผลต่อบริบททางการเมืองภายภาคหน้าอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย   โดยเหตุนี้พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมาของ กกต.เข้าข่ายเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจอันเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และจะใช้ช่องทางดำเนินการตามกฎหมายต่อ กกต.ในทุกช่องทางที่จะทำได้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K76HVGs6pQ4

 12,346
การเมือง
14 เม.ย. 62

'หญิงหน่อย-ภูมิธรรม' เชื่อ 'มิ่งขวัญ' รักษาสัจจะ - 'ธนกร' บอกแปลกออกมากระสับกระส่ายทั้งที่ไม่เกี่ยวกับพรรคตัวเอง

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ออกแถลงการณ์สยบข่าวลือที่ว่าย้ายขั้วไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า "ตามที่มีกระแสข่าวอย่างแพร่หลายในสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์และสื่ออื่น ๆ เรื่องผมและว่าที่ ส.ส. ทั้งหมดของพรรคเศรษฐกิจใหม่ได้ไปเจรจาตกลงเพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ สำหรับตัวผมเองตามข่าวกล่าวว่ากำลังเจรจาต่อรองเพื่อรับตำแหน่งทางการเมือง ผมและว่าที่ ส.ส. ทุกคนในนามพรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และผมไม่เคยเข้าไปร่วมเจรจาทางการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐใด ๆ ทั้งสิ้น"   ส่วน นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "อย่างที่ผมบอก..ผมยังยืนยันว่า พี่มิ่งขวัญ เป็นคนเคารพตัวเอง และรักษาสัจจะวาจา…ผมจึงไม่เคยเชื่อถือข่าวลือที่ลือกันว่าพรรคพปชร.กำลังจัดตั้งรัฐบาล โดยจะสามารถดึงพรรคการเมืองที่เคยบอกประชาชนว่าจะไม่สนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจ ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่เชื่อจริงๆ ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย 13 เม.ย.62"   ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า "เชื่อมั่นในคำพูดลูกผู้ชายของหัวหน้ามิ่งขวัญ มากกว่าหัวหน้าบางพรรคค่ะ นักการเมืองจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ได้ แต่นักการเมืองเสียสัจจะ ที่ให้ไว้กับประชาชนไม่ได้! ประวัติศาสตร์ไทยไม่เคยยอมรับนักการเมืองที่ ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ ประชาชนจะบอยคอตนักการเมืองขี้โกหกเองค่ะ"   ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นายมิ่งขวัญได้ออกแถลงการณ์แล้วว่าไม่เคยเจรจากับพรรค แต่เป็นเรื่องแปลกว่าคนที่กระสับกระส่ายมากกว่านายมิ่งขวัญ กลับเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่กุลีกุจอออกมาพูดแทนทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคของตัวเองเลย ไม่เข้าใจว่าคุณหญิงสุดารัตน์ทำไมจึงยังใช้วาทกรรมสืบทอดอำนาจเผด็จการอยู่อีก อย่าพยายามสร้างความขัดแย้งหรือแบ่งข้างประชาชนอีกเลย เมื่อเลือกตั้งจบแล้วก็รอจัดตั้งรัฐบาล ทุกอย่างก็จบ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dcAPuO5C0o8

 5,341
การเมือง
08 เม.ย. 62

'หญิงหน่อย' โพสต์เตือนกกต. เหน็บนกหวีดคาปาก-ใบแดงคากระเป๋า - กกต.ออกเอกสารโต้ยันทำงานยึดกม.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และแกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย (กตป.) ทวิตข้อความว่า "เรื่องกกต.ดำเนินคดีสื่อมวลชนและสื่อมวลชนข้อหาหมิ่นประมาทนี่ก็แปลก นอกจาก กกต.เองแล้ว ยังจะมีใครสามารถทำให้ กกต.เสื่อมเสียจนหมดความน่าเชื่อถือได้อีกหรือ"   ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความระบุว่า "ในที่สุดแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็คงจะอ้างเหตุผลว่าตนเอง คือผู้บังคับใช้กฎหมาย และจะเลือกใช้สูตรในการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ตามที่ตัวเองต้องการ   ไม่ว่าสูตรที่นำมาใช้นั้น จะขัดต่อความรู้สึกของคนส่วนใหญ่หรือไม่ โดยที่พรรคการเมือง นักวิชาการ นักคณิตศาสตร์ และประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ก็คงไม่สามารถใช้อำนาจทางกฎหมายใด ไปทัดทานได้   แต่ต้องขอเตือนนะคะ การดำเนินการใดๆของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   “เจ้าหน้าที่รัฐจะบังคับใช้กฎหมาย โดยละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฏหมายสุงสุดของประเทศไม่ได้!”   สำหรับเรื่องการนับจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า   “ให้นำจำนวน สส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ไปจัดสรรให้พรรคการเมืองที่ได้ สส.เขต น้อยกว่า สส.พึงมี ตาม ม.91(2) ตามอัตราส่วน  แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตาม ม.91(2)”   ดังนั้นไม่ว่า กกต.จะพยายามหยิบเอาสูตรใด? ตามความคิดหรือการสั่งการของใคร? หรือดำเนินการตามกฎหมายอื่นใด เพื่อมาใช้ในการคำนวณ เมื่อได้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ต้องนำกลับไปเทียบกับรัฐธรรมนูญดูด้วยว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นขัดต่อถ้อยคำในรัฐธรรมนูญหรือไม่?   ขอย้ำอีกครั้งว่า รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่า  **การจัดสรร ส.ส.ให้พรรคการเมือง ต้องไม่มีผลให้พรรคฯใดมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตาม ม.91(2)**   “ดังนั้น ส.ส.ที่แต่ละพรรคการเมือง จะได้รับ จะมีมากกว่าจำนวน ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2) ที่กำหนดจำนวนพึงมีไว้จนถึงทศนิยม 4หลัก ไม่ได้!!”   หากมีผลลัพธ์ใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณจากกฎหมายลูกฉบับใด และฟังวิธีการจากผู้ใดมา ก็ไม่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศได้   ยิ่งเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นต่อกกต. มากเท่าไหร่ การดำเนินการของกกต.ยิ่งต้องรัดกุม และปฏิบัติโดยรอบคอบ รัดกุม ที่สำคัญต้องไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย โดยเฉพาะสิ่งที่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศค่ะ   การคืนความสุข คืนประชาธิปไตยให้คนไทย ผู้มีอำนาจไม่ควรคิดที่จะสืบทอดอำนาจต่อ และส่งตัวเองลงเล่นในสนามแบบผู้มีอำนาจพิเศษ เพื่อการันตีการกลับสู่อำนาจ   พยายามทำทุกวิถีทาง ทั้งเขียนกฎเกณฑ์เอง เป็นกรรมการกลางเอง ควบคุมผู้กำกับเส้นเอง #ลงแข่งเองโดยมีนกหวีดคาปากใบแดงคากระเป๋า   เราจึงเห็นความแปลกประหลาดในการประกาศผลการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน   ขอเรียกร้องมายัง คณะกรรมการการเลือกตั้งทุกท่านนะคะ ขอให้ทุกท่านยึดหลักการ และต้องไม่ยอมกระทำการใดๆที่สุ่มเสียงต่อการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อสนองความต้องการสืบทอดอำนาจของคนเพียงกลุ่มเดียว   การเลือกตั้งครั้งนี้คือความหวังของคนทั้งประเทศ โปรดอย่าทำให้คนไทยทั้งประเทศต้องผิดหวังนะคะ"   ขณะที่ กกต. ส่งเอกสารชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏข่าว คุณหญิงสุดารัตน์ เตือน กกต. อย่าทำงานสนองกลุ่มสืบทอดอำนาจนั้น ขอชี้แจงว่า ข้อความตามที่ปรากฎในโพสต์ดังกล่าวคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง อาจทำให้สาธารณะชนเกิดความเข้าใจผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. และไม่เชื่อมั่นในการทำหน้าที่    กกต. ขอยืนยันว่าจะไม่ปฎิบัติหน้าที่เพื่อตอบสนองต่อนักการเมืองพรรคการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ และจะไม่ยอมสนองกลุ่มสืบทอดอำนาจตามที่คุณหญิงสุดารัตน์ โพสต์กล่าวอ้างแต่อย่างใดทั้งสิ้น กกต. จะยึดถือในความถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายจะไม่กระทำการใดใดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดใดโดยเด็ดขาด

 942
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
08 เม.ย. 62

'หญิงหน่อย' โพสต์เตือนกกต. เหน็บนกหวีดคาปาก-ใบแดงคากระเป๋า - กกต.ออกเอกสารโต้ยันทำงานยึดกม.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และแกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย (กตป.) ทวิตข้อความว่า "เรื่องกกต.ดำเนินคดีสื่อมวลชนและสื่อมวลชนข้อหาหมิ่นประมาทนี่ก็แปลก นอกจาก กกต.เองแล้ว ยังจะมีใครสามารถทำให้ กกต.เสื่อมเสียจนหมดความน่าเชื่อถือได้อีกหรือ"   ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความระบุว่า "ในที่สุดแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็คงจะอ้างเหตุผลว่าตนเอง คือผู้บังคับใช้กฎหมาย และจะเลือกใช้สูตรในการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ตามที่ตัวเองต้องการ   ไม่ว่าสูตรที่นำมาใช้นั้น จะขัดต่อความรู้สึกของคนส่วนใหญ่หรือไม่ โดยที่พรรคการเมือง นักวิชาการ นักคณิตศาสตร์ และประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ก็คงไม่สามารถใช้อำนาจทางกฎหมายใด ไปทัดทานได้   แต่ต้องขอเตือนนะคะ การดำเนินการใดๆของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และขั้นตอนการปฏิบัติอย่างชัดเจน โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   “เจ้าหน้าที่รัฐจะบังคับใช้กฎหมาย โดยละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฏหมายสุงสุดของประเทศไม่ได้!”   สำหรับเรื่องการนับจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า   “ให้นำจำนวน สส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ไปจัดสรรให้พรรคการเมืองที่ได้ สส.เขต น้อยกว่า สส.พึงมี ตาม ม.91(2) ตามอัตราส่วน  แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตาม ม.91(2)”   ดังนั้นไม่ว่า กกต.จะพยายามหยิบเอาสูตรใด? ตามความคิดหรือการสั่งการของใคร? หรือดำเนินการตามกฎหมายอื่นใด เพื่อมาใช้ในการคำนวณ เมื่อได้ผลลัพธ์ออกมาแล้ว ต้องนำกลับไปเทียบกับรัฐธรรมนูญดูด้วยว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้นขัดต่อถ้อยคำในรัฐธรรมนูญหรือไม่?   ขอย้ำอีกครั้งว่า รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่า  **การจัดสรร ส.ส.ให้พรรคการเมือง ต้องไม่มีผลให้พรรคฯใดมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ตาม ม.91(2)**   “ดังนั้น ส.ส.ที่แต่ละพรรคการเมือง จะได้รับ จะมีมากกว่าจำนวน ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2) ที่กำหนดจำนวนพึงมีไว้จนถึงทศนิยม 4หลัก ไม่ได้!!”   หากมีผลลัพธ์ใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณจากกฎหมายลูกฉบับใด และฟังวิธีการจากผู้ใดมา ก็ไม่อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศได้   ยิ่งเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นต่อกกต. มากเท่าไหร่ การดำเนินการของกกต.ยิ่งต้องรัดกุม และปฏิบัติโดยรอบคอบ รัดกุม ที่สำคัญต้องไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย โดยเฉพาะสิ่งที่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศค่ะ   การคืนความสุข คืนประชาธิปไตยให้คนไทย ผู้มีอำนาจไม่ควรคิดที่จะสืบทอดอำนาจต่อ และส่งตัวเองลงเล่นในสนามแบบผู้มีอำนาจพิเศษ เพื่อการันตีการกลับสู่อำนาจ   พยายามทำทุกวิถีทาง ทั้งเขียนกฎเกณฑ์เอง เป็นกรรมการกลางเอง ควบคุมผู้กำกับเส้นเอง #ลงแข่งเองโดยมีนกหวีดคาปากใบแดงคากระเป๋า   เราจึงเห็นความแปลกประหลาดในการประกาศผลการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน   ขอเรียกร้องมายัง คณะกรรมการการเลือกตั้งทุกท่านนะคะ ขอให้ทุกท่านยึดหลักการ และต้องไม่ยอมกระทำการใดๆที่สุ่มเสียงต่อการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อสนองความต้องการสืบทอดอำนาจของคนเพียงกลุ่มเดียว   การเลือกตั้งครั้งนี้คือความหวังของคนทั้งประเทศ โปรดอย่าทำให้คนไทยทั้งประเทศต้องผิดหวังนะคะ"   ขณะที่ กกต. ส่งเอกสารชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏข่าว คุณหญิงสุดารัตน์ เตือน กกต. อย่าทำงานสนองกลุ่มสืบทอดอำนาจนั้น ขอชี้แจงว่า ข้อความตามที่ปรากฎในโพสต์ดังกล่าวคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง อาจทำให้สาธารณะชนเกิดความเข้าใจผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. และไม่เชื่อมั่นในการทำหน้าที่    กกต. ขอยืนยันว่าจะไม่ปฎิบัติหน้าที่เพื่อตอบสนองต่อนักการเมืองพรรคการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ และจะไม่ยอมสนองกลุ่มสืบทอดอำนาจตามที่คุณหญิงสุดารัตน์ โพสต์กล่าวอ้างแต่อย่างใดทั้งสิ้น กกต. จะยึดถือในความถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายจะไม่กระทำการใดใดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดใดโดยเด็ดขาด

 942
การเมือง
04 เม.ย. 62

เพื่อไทยตอบโต้ ผบ.ทบ. วิจารณ์พูดเหมือนอยากให้มีเรื่อง

จากกรณี พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.มีวาทะเกี่ยวกับการเมือง ที่พูดถึงกลุ่มซ้ายดัดจริต ก็มีปฏิกิริยาจากฝั่งพรรคเพื่อไทย   คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า ต้นเดือน เม.ย.ของทุกปี ตนและครอบครัว พร้อมญาติๆจะกลับบ้านที่โคราช ทำบุญสงกรานต์อุทิศบุญกุศลให้กับพ่อแม่ และบรรพบุรุษทุกท่าน เป็นวันที่ญาติพี่น้องมารวมตัวกันพร้อมหน้า ท่านทั้งสองสอนให้ปฏิบัติเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญนี่คือการปลูกฝังให้รู้จักสำนึกบุญคนด้วยการปฏิบัติ ตอนที่พ่อและแม่มีชีวิตอยู่   สิ่งที่ท่านเน้นย้ำอยู่เสมอ คือการกตัญญูรู้คุณ ต่อ 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพราะเรามีชาติ เราจึงมีแผ่นดินให้อยู่อาศัยอย่างอบอุ่นปลอดภัย เพราะเรามีศาสนา จึงทำให้ชีวิตเรามีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เดินไปในทางที่ถูกที่ดี เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ที่ทรงปกปักษ์รักษาปวงประชาชาวไทยให้อยู่อย่างมีความสุข และมีความเจริญรุ่งเรือง คำสอนจากพ่อและแม่ คือคำสอนที่ตนยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เด็ก จนเติบโตมาเป็นตัวตนในทุกวันนี้ และคำสอนนี้ได้ถูกปลูกฝังไปยังรุ่นลูก และจะสืบทอดไปสู่รุ่นหลานสืบต่อไป   ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายประชาธิปไตยที่ออกมาต่อสู้ ไม่ใช่อยากได้อำนาจหรือหาประโยชน์จากการเลือกตั้ง ดูจากกติกาแล้วเป็นไปได้ยากที่พรรคเพื่อไทยจะเข้าไปเป็นรัฐบาล แต่ก็ต้องสู้เพราะเราไม่มีทางเลือก หากไม่ทำอะไรเลยเขาก็อยู่ต่อไป   เราไม่สามารถปล่อยบ้านเมืองให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เพราะจะเกิดความวุ่นวาย และสิ่งที่เขาพูดเหมือนจะปลุกอะไรขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งการออกมาเตือนเรื่องทำไม่ดีต่อบ้านเมือง และสถาบัน เหมือนกับพูดเพื่อจะให้มีเรื่อง และถ้ามีเรื่องขึ้นมารัฐบาลปัจจุบันก็จะได้ประโยชน์ ถ้ามีความวุ่นวายเกิดขึ้นช่วงนี้   สาเหตุไม่ใช่จากพรรคการเมือง แต่เป็นความตั้งใจของฝ่ายที่ต้องการอยู่ต่อ หากไม่มีรัฐบาลใหม่รัฐบาลปัจจุบันก็จะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อถามถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.ออกมาพูดเหมือนฝ่ายการเมืองพยายามทำให้เกิดความแตกแยก นายชัยเกษมตอบว่า ทุกฝ่ายรอผลการเลือกตั้งอยู่ ไม่มีฝ่ายเลือกตั้งคนไหนต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hu5k0hI9Lo4

 1,405
การเมือง
29 มี.ค. 62

เพื่อไทยปวดหัว เห็นตัวเลข กกต.เปลี่ยนทุกวัน 'หญิงหน่อย' เหน็บมีบัตรเกิดใหม่ในหีบ

หลังจากที่ กกต.แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 100% อย่างไม่เป็นทางการ ท่ามกลางข้อกังขา พ้นวันเลือกตั้งไป 4 วัน ยอดผู้มาใช้สิทธิพุ่งพรวด 38,268,375 คน หรือ 74.69% จากเดิมที่เคยแถลงไว้ 65.96% (33,775,230 คน) เพิ่มขึ้น 4,493,145 คน   คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์กรณีดังกล่าวว่า   “หลังปิดหีบลงคะแนน 24 มี.ค. 21.30 น. กกต. แถลงผลการลงคะแนนว่า มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 65.96 รวมจำนวน 33,775,230 คน วันที่ 28 มี.ค. 14.50 น. กกต.แถลงอีกครั้ง ผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 74.69 จำนวนเพิ่มเป็น 38,268,375 คน 4 วันมีบัตรเกิดใหม่ในหีบ 4,493,145 ใบ แบบนี้ก็ได้เหรอคะ ThailandOnly”   ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ยังมีคำถามอีกมากทั้งตัวเลขผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิที่ไม่ตรงกันระหว่างการแถลงของ กกต.วันที่ 24 มี.ค.กับ 28 มี.ค.เมื่อเห็นตัวเลข กกต.แล้วปวดหัวมีความไม่น่าเชื่อถือ กกต.ต้องทำให้ชัดเจนไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต.   เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย เรื่องสำคัญต้องทำตัวเลขออกมาให้ชัด ไม่ใช่เปลี่ยนไปตาม อำเภอใจในแต่ละวัน เพราะมีผลไปถึงการเปลี่ยน ส.ส.ของแต่ละพรรค องค์กรระดับชาติเปลี่ยนตัวเลขเช่นนี้ถือเป็นความเลอะเทอะ เมื่อ กกต.ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้นานาประเทศจะเชื่อมั่นได้อย่างไร จะไปพูดอะไรไปถึงการตั้งรัฐบาลเพราะล้มเหลวไม่น่าเชื่อถือ เป็นรัฐบาลล้มละลายไปกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง   ทั้งนี้จากผลคะแนนใหม่ที่ กกต.ประกาศออกมา แม้ทางพรรคเพื่อไทยจะมีคะแนนป๊อปปูล่าโหวตเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่มีผลกับจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทย เพราะจำนวน ส.ส.เขตของพรรคยังคงมากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kZcl5vpwVdI

 4,465
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
29 มี.ค. 62

เพื่อไทยปวดหัว เห็นตัวเลข กกต.เปลี่ยนทุกวัน 'หญิงหน่อย' เหน็บมีบัตรเกิดใหม่ในหีบ

หลังจากที่ กกต.แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 100% อย่างไม่เป็นทางการ ท่ามกลางข้อกังขา พ้นวันเลือกตั้งไป 4 วัน ยอดผู้มาใช้สิทธิพุ่งพรวด 38,268,375 คน หรือ 74.69% จากเดิมที่เคยแถลงไว้ 65.96% (33,775,230 คน) เพิ่มขึ้น 4,493,145 คน   คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์กรณีดังกล่าวว่า   “หลังปิดหีบลงคะแนน 24 มี.ค. 21.30 น. กกต. แถลงผลการลงคะแนนว่า มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 65.96 รวมจำนวน 33,775,230 คน วันที่ 28 มี.ค. 14.50 น. กกต.แถลงอีกครั้ง ผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 74.69 จำนวนเพิ่มเป็น 38,268,375 คน 4 วันมีบัตรเกิดใหม่ในหีบ 4,493,145 ใบ แบบนี้ก็ได้เหรอคะ ThailandOnly”   ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ยังมีคำถามอีกมากทั้งตัวเลขผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิที่ไม่ตรงกันระหว่างการแถลงของ กกต.วันที่ 24 มี.ค.กับ 28 มี.ค.เมื่อเห็นตัวเลข กกต.แล้วปวดหัวมีความไม่น่าเชื่อถือ กกต.ต้องทำให้ชัดเจนไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต.   เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย เรื่องสำคัญต้องทำตัวเลขออกมาให้ชัด ไม่ใช่เปลี่ยนไปตาม อำเภอใจในแต่ละวัน เพราะมีผลไปถึงการเปลี่ยน ส.ส.ของแต่ละพรรค องค์กรระดับชาติเปลี่ยนตัวเลขเช่นนี้ถือเป็นความเลอะเทอะ เมื่อ กกต.ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้นานาประเทศจะเชื่อมั่นได้อย่างไร จะไปพูดอะไรไปถึงการตั้งรัฐบาลเพราะล้มเหลวไม่น่าเชื่อถือ เป็นรัฐบาลล้มละลายไปกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง   ทั้งนี้จากผลคะแนนใหม่ที่ กกต.ประกาศออกมา แม้ทางพรรคเพื่อไทยจะมีคะแนนป๊อปปูล่าโหวตเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่มีผลกับจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทย เพราะจำนวน ส.ส.เขตของพรรคยังคงมากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kZcl5vpwVdI

 4,465
การเมือง
28 มี.ค. 62

6 พรรคขั้วเพื่อไทยจับมือลงสัตยาบันจัดตั้งรัฐบาล ยุติการสืบทอดอำนาจคสช. ปัดเสนอเก้าอี้นายกฯให้ อนุทิน

พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ร่วมกันแถลง และลงสัตยาบันร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ยุติการสืบทอดอำนาจ คสช. โดยพรรคเศรษฐกิจใหม่ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ไม่ได้มาร่วมแถลงและลงสัตยาบรรณด้วย แต่นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่านายมิ่งขวัญ ร่วมอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย รวมเสียง 7 พรรค 255 เสียง แต่ที่ไม่ได้มาร่วมแถลงเพราะติดภารกิจ และไม่ได้ส่งตัวแทนมา   ด้านธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จี้กกต.เร่งเปิดตัวเลข ส.ส.จับตาใบแดง ใบเหลืองใบส้ม พร้อมชู คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เหมาะนั่งเก้าอี้นายกฯที่สุด เนื่องจากมาจากพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุด ขณะที่นายภูมิธรรม เวชชยชัย ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่เคยเสนอเก้าอี้นายกฯ ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย      นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ประชาชนคงอยากเห็นรัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก มี 251 เสียงขึ้นไป ส.ว.เป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงเท่านั้น หากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วให้ ส.ว.มาค้ำยัน จะเป็นรัฐบาลที่ไม่มี เสถียรภาพ ไม่มีนักลุงทุนกล้าเข้ามา เพราะเสี่ยงกับสถานการณ์รัฐบาลที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ขอให้ กกต. เร่งประกาศรับรองผล ส.ส.ภายในเดือน มี.ค.นี้ ไม่ควร รอไปถึงวันที่ 9 พ.ค.   ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลาออก และ ยุติการสืบทอดอำนาจ เพื่อเป็นต้นแบบที่ดี ให้การเลือกตั้งครั้งนี้ได้คนดีเป็นผู้แทน และเป็นนายกฯบริหารประเทศต่อไป เพื่อให้ประเทศสงบเรียบร้อย   นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ยุติการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามหลักสากล    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xag2ahj9qXU

 2,603
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
28 มี.ค. 62

6 พรรคขั้วเพื่อไทยจับมือลงสัตยาบันจัดตั้งรัฐบาล ยุติการสืบทอดอำนาจคสช. ปัดเสนอเก้าอี้นายกฯให้ อนุทิน

พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ร่วมกันแถลง และลงสัตยาบันร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ยุติการสืบทอดอำนาจ คสช. โดยพรรคเศรษฐกิจใหม่ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ไม่ได้มาร่วมแถลงและลงสัตยาบรรณด้วย แต่นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่านายมิ่งขวัญ ร่วมอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย รวมเสียง 7 พรรค 255 เสียง แต่ที่ไม่ได้มาร่วมแถลงเพราะติดภารกิจ และไม่ได้ส่งตัวแทนมา   ด้านธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จี้กกต.เร่งเปิดตัวเลข ส.ส.จับตาใบแดง ใบเหลืองใบส้ม พร้อมชู คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เหมาะนั่งเก้าอี้นายกฯที่สุด เนื่องจากมาจากพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุด ขณะที่นายภูมิธรรม เวชชยชัย ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่เคยเสนอเก้าอี้นายกฯ ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย      นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ประชาชนคงอยากเห็นรัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก มี 251 เสียงขึ้นไป ส.ว.เป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงเท่านั้น หากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วให้ ส.ว.มาค้ำยัน จะเป็นรัฐบาลที่ไม่มี เสถียรภาพ ไม่มีนักลุงทุนกล้าเข้ามา เพราะเสี่ยงกับสถานการณ์รัฐบาลที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ขอให้ กกต. เร่งประกาศรับรองผล ส.ส.ภายในเดือน มี.ค.นี้ ไม่ควร รอไปถึงวันที่ 9 พ.ค.   ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลาออก และ ยุติการสืบทอดอำนาจ เพื่อเป็นต้นแบบที่ดี ให้การเลือกตั้งครั้งนี้ได้คนดีเป็นผู้แทน และเป็นนายกฯบริหารประเทศต่อไป เพื่อให้ประเทศสงบเรียบร้อย   นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ยุติการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามหลักสากล    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xag2ahj9qXU

 2,603
การเมือง
27 มี.ค. 62

'ชูวิทย์' ตอบ 'สุดารัตน์' การเมืองเป็นเรื่องหน้าด้าน เข้าเส้นชัยที่ 2 แต่ขอรับเหรียญที่ 1

จากกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีพรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 350 เขต แต่ได้จำนวน ส.ส.น้อยกว่าพรรคที่ลงสมัครแค่ 250 เขต แล้วออกมาบอกว่าตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่เข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 แต่จะขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ 1 #แบบนี้ก็ได้เหรอคะ   ต่อมานายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กวิจารณ์การจัดตั้งรัฐบาลว่า วันนี้ไปไหนมีแต่ชาวบ้านถาม “ชูวิทย์ ใครจะเป็นรัฐบาล?” เรื่องแบบนี้ที่บอกว่ามี “กติกามารยาท” พรรคใดได้ ส.ส. มากเป็นอันดับหนึ่ง แล้วจะได้สิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่ “การเมืองเป็นเรื่องหน้าด้าน”   ต้องชิงไหวชิงพริบ วิ่งเจรจาต่อรองจนเป็นที่พึงพอใจของทุกพรรค คนทำหน้าที่สำคัญนี้เขาเรียกว่าผู้จัดการรัฐบาลเมื่อสะเด็ดน้ำ จึงออกมาร่วมกันจับมือชูหราว่าจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จแล้ว   พักหลังๆ แบ่งเป็นสองฝั่ง สองพรรคหลักชัดเจน แต่ถึงกระนั้นยังดึงดันต่อรองเปลี่ยนขั้วมาร่วมตั้งรัฐบาลกันได้อยู่ดี ที่ย้ายฝั่งกันชัดๆ เป็นที่ฮือฮา คือ นายเนวิน ชิดชอบ ที่ว่าชาตินี้จะไม่เผาผีกับพรรคประชาธิปัตย์ ยังดันมามอบดอกไม้กอดกันได้หน้าตาเฉย ที่สำคัญหยิบชิ้นปลามัน ได้กระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงคมนาคมไป ก่อนเอ่ยวจีบอกทักษิณว่า “มันจบไปแล้วครับนาย” กติกามารยาทจึงใช้ไม่ค่อยได้ในการจัดตั้งรัฐบาล   ตอนนี้มีพรรคที่รีๆ รอๆ ยัง “กั๊ก” อยู่ โดยอ้างว่า “ต้องรอการตัดสินใจจากกรรมการบริหารพรรค”, “ต้องรอผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. เสียก่อน” ไม่กล้าผลีผลามตัดสินใจ ชะเง้อหน้า ชะงักหลัง เพราะเขาแบ่งขั้วเป็นฝั่ง “ประชาธิปไตย” กับ “เผด็จการ” แต่อย่าได้เบาใจ ตอนนี้ไอโฟนแทบไหม้คาหู หากได้สมใจ ถึงพระเดชพระคุณ ค่อยมาหาข้ออ้างแก้ตัวกับประชาชนให้ดูดี   ที่คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า “เข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง แต่ขอรับเหรียญทองบนแท่นอันดับหนึ่ง” #แบบนี้ก็ได้เหรอคะ ผมต้องขอบอกคุณหญิงว่า “ทำกันแบบนี้มานานแล้วล่ะครับ หนักไปกว่านั้น ไม่ได้แข่งขันอะไรกับเขา แต่เดิน แอ่น แอ๊น ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งไปหน้าตาเฉย แถมอยู่นานกว่ากติกา แล้วจะขอต่อเวลาเสียด้วยซ้ำ” #แบบนี้ก็ได้เหมือนกันนะครับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ta8UajMAiEg

 59,919
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
27 มี.ค. 62

'ชูวิทย์' ตอบ 'สุดารัตน์' การเมืองเป็นเรื่องหน้าด้าน เข้าเส้นชัยที่ 2 แต่ขอรับเหรียญที่ 1

จากกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีพรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 350 เขต แต่ได้จำนวน ส.ส.น้อยกว่าพรรคที่ลงสมัครแค่ 250 เขต แล้วออกมาบอกว่าตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่เข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 แต่จะขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ 1 #แบบนี้ก็ได้เหรอคะ   ต่อมานายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กวิจารณ์การจัดตั้งรัฐบาลว่า วันนี้ไปไหนมีแต่ชาวบ้านถาม “ชูวิทย์ ใครจะเป็นรัฐบาล?” เรื่องแบบนี้ที่บอกว่ามี “กติกามารยาท” พรรคใดได้ ส.ส. มากเป็นอันดับหนึ่ง แล้วจะได้สิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่ “การเมืองเป็นเรื่องหน้าด้าน”   ต้องชิงไหวชิงพริบ วิ่งเจรจาต่อรองจนเป็นที่พึงพอใจของทุกพรรค คนทำหน้าที่สำคัญนี้เขาเรียกว่าผู้จัดการรัฐบาลเมื่อสะเด็ดน้ำ จึงออกมาร่วมกันจับมือชูหราว่าจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จแล้ว   พักหลังๆ แบ่งเป็นสองฝั่ง สองพรรคหลักชัดเจน แต่ถึงกระนั้นยังดึงดันต่อรองเปลี่ยนขั้วมาร่วมตั้งรัฐบาลกันได้อยู่ดี ที่ย้ายฝั่งกันชัดๆ เป็นที่ฮือฮา คือ นายเนวิน ชิดชอบ ที่ว่าชาตินี้จะไม่เผาผีกับพรรคประชาธิปัตย์ ยังดันมามอบดอกไม้กอดกันได้หน้าตาเฉย ที่สำคัญหยิบชิ้นปลามัน ได้กระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงคมนาคมไป ก่อนเอ่ยวจีบอกทักษิณว่า “มันจบไปแล้วครับนาย” กติกามารยาทจึงใช้ไม่ค่อยได้ในการจัดตั้งรัฐบาล   ตอนนี้มีพรรคที่รีๆ รอๆ ยัง “กั๊ก” อยู่ โดยอ้างว่า “ต้องรอการตัดสินใจจากกรรมการบริหารพรรค”, “ต้องรอผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. เสียก่อน” ไม่กล้าผลีผลามตัดสินใจ ชะเง้อหน้า ชะงักหลัง เพราะเขาแบ่งขั้วเป็นฝั่ง “ประชาธิปไตย” กับ “เผด็จการ” แต่อย่าได้เบาใจ ตอนนี้ไอโฟนแทบไหม้คาหู หากได้สมใจ ถึงพระเดชพระคุณ ค่อยมาหาข้ออ้างแก้ตัวกับประชาชนให้ดูดี   ที่คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า “เข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง แต่ขอรับเหรียญทองบนแท่นอันดับหนึ่ง” #แบบนี้ก็ได้เหรอคะ ผมต้องขอบอกคุณหญิงว่า “ทำกันแบบนี้มานานแล้วล่ะครับ หนักไปกว่านั้น ไม่ได้แข่งขันอะไรกับเขา แต่เดิน แอ่น แอ๊น ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งไปหน้าตาเฉย แถมอยู่นานกว่ากติกา แล้วจะขอต่อเวลาเสียด้วยซ้ำ” #แบบนี้ก็ได้เหมือนกันนะครับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ta8UajMAiEg

 59,919
การเมือง
26 มี.ค. 62

‘หญิงหน่อย’ โพสต์เหน็บ พลังประชารัฐ เข้าเส้นชัยที่ 2 แต่ขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ 1 แบบนี้ก็ได้เหรอคะ?

วันที่ 26 มี.ค. 62 คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan โดยมีข้อความว่า ‘ตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ระบอบรัฐสภาไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ    ประเด็นแรก คือกติกาที่บิดเบี้ยว ตั้งใจออกแบบให้นำระบบ ส.ส.พึงมีมาคิด เพื่อตัดคะแนนพรรคที่คนนิยม และได้จำนวน ส.ส.เขตมากที่สุด เพื่อทำให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อยที่สุด   นี่คือกับดักอย่างหนึ่งที่จงใจให้เกิดความยากลำบากในการแข่งขัน เพราะ ไม่ต้องการให้พรรคที่มีคะแนนนิยมซึ่งแสดงผ่านจำนวนเขตที่มากเป็นพรรคที่แข็งแรงเกินไป   ประเด็นที่ 2 คือการโหวตในสภา เมื่อคิดจาก ส.ส. 1 คน มีคะแนนโหวตเท่ากัน 1 คะแนน เสียงข้างมากในสภา จึงมีค่าเท่ากับ ส.ส.ที่โหวตเป็นจำนวนมากกว่าอีกฝ่าย ไม่ใช่การคิดคะแนนจาก ส.ส.คนไหนได้คะแนนเลือกตั้งมาเท่าไหร่แล้วจะกลายเป็นเสียงข้างมากนะคะ   แข่งขันในสนามเดียวกัน ออกแบบกติกาเอาเปรียบคนอื่นมากมายมหาศาล ตั้งแต่จุดสตาร์ทยันเส้นชัย แต่จำนวน ส.ส. ก็ยังแพ้อยู่ดี   เข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 แต่จะขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ 1 แบบนี้ก็ได้เหรอคะ’  

 29,140
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
26 มี.ค. 62

‘หญิงหน่อย’ โพสต์เหน็บ พลังประชารัฐ เข้าเส้นชัยที่ 2 แต่ขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ 1 แบบนี้ก็ได้เหรอคะ?

วันที่ 26 มี.ค. 62 คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan โดยมีข้อความว่า ‘ตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ระบอบรัฐสภาไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ    ประเด็นแรก คือกติกาที่บิดเบี้ยว ตั้งใจออกแบบให้นำระบบ ส.ส.พึงมีมาคิด เพื่อตัดคะแนนพรรคที่คนนิยม และได้จำนวน ส.ส.เขตมากที่สุด เพื่อทำให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อยที่สุด   นี่คือกับดักอย่างหนึ่งที่จงใจให้เกิดความยากลำบากในการแข่งขัน เพราะ ไม่ต้องการให้พรรคที่มีคะแนนนิยมซึ่งแสดงผ่านจำนวนเขตที่มากเป็นพรรคที่แข็งแรงเกินไป   ประเด็นที่ 2 คือการโหวตในสภา เมื่อคิดจาก ส.ส. 1 คน มีคะแนนโหวตเท่ากัน 1 คะแนน เสียงข้างมากในสภา จึงมีค่าเท่ากับ ส.ส.ที่โหวตเป็นจำนวนมากกว่าอีกฝ่าย ไม่ใช่การคิดคะแนนจาก ส.ส.คนไหนได้คะแนนเลือกตั้งมาเท่าไหร่แล้วจะกลายเป็นเสียงข้างมากนะคะ   แข่งขันในสนามเดียวกัน ออกแบบกติกาเอาเปรียบคนอื่นมากมายมหาศาล ตั้งแต่จุดสตาร์ทยันเส้นชัย แต่จำนวน ส.ส. ก็ยังแพ้อยู่ดี   เข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 แต่จะขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ 1 แบบนี้ก็ได้เหรอคะ’  

 29,140

Top