ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฤดูหนาว"

ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 61

อุตุฯประกาศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวเป็นทางการ 27 ต.ค.61 - ภาคใต้ยังฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ เรื่องการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ.2561 ระบุว่า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2561 โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง   ประกอบกับลมชั้นบนระดับล่างเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก ส่วนลมชั้นบนระดับบนเปลี่ยนเป็นลมตะวันตก รวมทั้งปริมาณและการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป   นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 7 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2561 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคใต้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มจะปกคลุมภาคใต้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2561 แล้วเคลื่อนผ่านไปยังทะเลอันดามันในวันที่ 26 ตุลาคม 2561   ทำให้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   และในวันที่ 26 ตุลาคม 2561 จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับคลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OmxAjaIuMXI

 3,077
ต่างประเทศ
18 ม.ค. 61

สหรัฐฯเผชิญพายุฤดูหนาวระลอก 2 พัดถล่มทั่วเท็กซัส หิมะตกหนัก

เกิดพายุฤดูหนาวระลอก 2 พัดถล่มทั่วทั้งรัฐเท็กซัส ในสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดหิมะตกหนักและฝนน้ำแข็ง ส่งผลกระทบการเดินทาง มีการประกาศยกเลิกหลายร้อยเที่ยวบิน ธุรกิจร้านค้าเปิดให้บริการไม่ได้ โรงเรียนถูกสั่งปิด มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Hundreds of flights have been cancelled. มีการยกเลิกหลายร้อยเที่ยวบิน cancel (v.) ยกเลิก อ่านว่า แค่นเสิ่ล Don't cancel on me! อย่ายกเลิกนัดของเรา

 5,489
สังคม-อาชญากรรม
16 ม.ค. 61

'กรมควบคุมโรค' เตือนปชช. ระวังป่วยไข้หวัดใหญ่-อุจจาระร่วง ในช่วงฤดูหนาว

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว เสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่และโรคอุจจาระร่วง แนะประชาชนที่จะเดินทางท่องเที่ยวเตรียมตัวให้พร้อมทั้งก่อนเดิน ระหว่างและหลังกลับจากเดินทาง และรักษาสุขลักษณะส่วนบุคคล ,กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ, ป้องกันโรคติดต่อที่อาจป่วยได้ในช่วงเดินทางรับลมหนาว   นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทยเริ่มมีอุณหภูมิลดลง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในต่างประเทศ อุณหภูมิก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวเพื่อรับลมหนาว ทั้งในและต่างประเทศ ประชาชนควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งก่อน ระหว่างเดินทาง และหลังกลับมา เพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้น    โรคที่ประชาชนควรระมัดในช่วงนี้ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอุจจาระร่วง ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 1ม.ค. 60- 6 ม.ค.61 พบว่า โรคไข้หวัดใหญ่มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 199,391 ราย เสียชีวิต 55 ราย โรคข้างต้นในช่วงฤดูหนาวนี้ มีแนวโน้มพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตลดลง แต่หากไม่รักษาสุขลักษณะส่วนบุคคล ก็อาจเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ สถานที่ที่ประชาชนควรระวังเป็นพิเศษที่อาจรับเชื้อโรคได้ คือ สถานที่ที่คนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก เรือนจำ ค่ายทหาร เป็นต้น ส่วน โรคอุจจาระร่วงพบผู้ป่วยแล้ว 1,019,001 ราย เสียชีวิต 4 ราย การเดินทางไปท่องเที่ยวประชาชนควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการเดินทาง ดังนี้ 1. เตรียมเครื่องนุ่งห่ม ที่สามารถป้องกันลมหนาวได้อย่างเพียงพอ พร้อมทั้งควรตรวจสอบอุณหภูมิของสถานที่ก่อนเดินทาง 2. การเดินทางโดยรถส่วนบุคคล ขอให้ตรวจสอบสภาพรถ โดยเฉพาะไฟหน้า และไฟท้ายรถ ศึกษาเส้นทาง ลดความเร็วของการขับขี่ลงตามความเหมาะสม และ 3. เตรียมยาโรคประจำตัวและยาที่จำเป็นไปด้วย    ขณะท่องเที่ยว ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจควรระมัดระวังในการอาบน้ำเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สเป็นพิเศษ ขณะใช้งานหากตนเองมีอาการวิงเวียนศีรษะ หายใจลำบาก ให้รีบออกจากห้องน้ำทันที พร้อมเปิดประตูไว้ 15 นาที เพื่อให้แก๊สระบายออกมา รวมถึงระหว่างเดินทางท่องเที่ยวนั้น ขอให้ประชาชนรักษาสุขลักษณะส่วนบุคคล ตามมาตรการ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ซึ่งสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และโรคอุจจาระร่วงได้ รวมถึงโรคติดต่อทางการกินและสัมผัสอื่นๆ หลังจากเดินทางกลับแล้ว ขอให้ประชาชนสังเกตตนเอง เด็กเล็ก และผู้สูงอายุเป็นพิเศษ หากมีอาการผิดปกติ คล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ควรหยุดพักรักษาตัวจนกว่าจะหายเป็นปกติ สวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่ผู้อื่น หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีการถ่ายเหลวหลายครั้ง คลื่นไส้ อาเจียน ขอให้จิบผงเกลือแร่ (ORS) ผสมน้ำบ่อยๆ ถ้ามีอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันที และไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

 6,169
สังคม-อาชญากรรม
19 ธ.ค. 60

ปศุสัตว์เฝ้าระวังป้องกันควบคุม 'โรคไข้หวัดนก' ที่มาในฤดูหนาว ยันยังพบการระบาดในแทบอาเซียน

วันที่ 19 ธ.ค. 60 นายประสิทธิ์ พวงทอง ปศุสัตว์จังหวัดอ่างทอง จัดโครงการซักซ้อมแผนปฏิบัติ งานละมาตรการเตรียมความพร้อมการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนกที่จะมาพร้อมกับช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง เนื่องด้วยในปัจจุบันองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) ยังคงมีรายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในประเทศแถบอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ สภาพอากาศของประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้สัตว์ปีกอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำ สามารถติดเชื้อโรคได้ง่าย    จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ประเทศไทย ยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์ปีก อีกทั้งเพื่อการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันโรคเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดประสิทธิภาพสูง จึงจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฏิบัติในพื้นที่ให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับมาตรการการเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ปีก รวมทั้งจัดทำคู่มือแผนการปฏิบัติงาน และมาตรการเตรียมความพร้อมการเฝ้าระวังและควบคุมโรคไข้หวัดนก ระดับจังหวัด ในปีงบประมาณ 2561โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำแผนการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ มาปฏิบัติซักซ้อมแผนจริงในระดับพื้นที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอ่างทองและสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฏิบัติงานในระดับอำเภอและระดับจังหวัด มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการดำเนินงานมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ปีกของกรมปศุสัตว์ แล้วเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของสำนักงานปศุสัตว์ในการดำเนินงานรวมทั้งประเมินการปฏิบัติที่ผ่านมา โดยรวบรวมอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานเพื่อนำไปปรับปรุงหรือแก้ไขการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมซักซ้อมจำนวน 50 คน

 6,367
กีฬา
07 ธ.ค. 60

สั่งแบน 'รัสเซีย' จากโอลิมปิกฤดูหนาว 2018-ให้นักกีฬาใช้ธงกลาง หลังพบ 4 ปีมีนักกีฬาโด๊ปนับพันคน!

คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งรัสเซียถูกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ประกาศแบนจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาวที่จะจัดขึ้นในปีหน้า ที่กรุงเปียงชางของเกาหลีใต้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นี้ จากผลการสอบสวนที่พบว่าทางการรัสเซียมีส่วนช่วยในการให้สารกระตุ้น (โด๊ป) กับนักกีฬาชาติตนเองในโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี 2014 นั่นหมายถึงนักกีฬาจากรัสเซียอาจจะไม่ได้ใส่เสื้อทีมชาติตนเองลงแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้   อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันว่า นักกีฬารัสเซียที่สามารถพิสูจน์ตนเองได้ว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกับการใช้สารกระตุ้นจะยังสามารถเข้าแข่งขันได้ เพียงแต่อาจจะต้องลงแข่งในนามเป็นกลาง หรือเป็นนักกีฬากลุ่มพิเศษแทน ซึ่งไอโอซีจะเชิญสหพันธ์กีฬาของรัสเซียและนักกีฬาร่วมประชุมเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าวในวันอังคารที่ 12 ธันวาคมนี้ โดยก่อนหน้านี้มีการประกาศว่านักกีฬาจะต้องลงแข่งภายใต้ชื่อกลุ่ม "Olympic Athlete of Russia (OAR)" หรือ "นักกีฬาโอลิมปิกจากรัสเซีย" แทน   การประกาศแบนครั้งนี้ถูกประณามจากรัสเซีย โดยมีนักการเมืองบางรายเสนอให้นักกีฬารัสเซียบอยคอต ไม่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ แม้ว่าไอโอซีจะอนุญาตให้นักกีฬาที่ปราศจากความผิดสามารถลงแข่งขันได้ก็ตาม อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ไม่ได้รับการตอบรับจากนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่แม้จะปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารัสเซียมีส่วนสนับสนุนการใช้สารกระตุ้นและยืนยันว่าการแบนครั้งนี้มีแรงกระตุ้นทางการเมือง แต่ก็ยังระบุว่าจะไม่ห้ามนักกีฬาของรัสเซียลงแข่งขันอย่างแน่นอน โดยให้เป็นเรื่องส่วนบุคคล   เบื้องหลังของการประกาศแบนรัสเซียจากการแข่งขันในครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก (The World Anti Doping Agency หรือ Wada) มีการตั้งนักกฎหมายขึ้นมาสิบสวน หลังนักกีฬารัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีการใช้สารกระตุ้นและเปลี่ยนตัวอย่างปัสสาวะเพื่อเลี่ยงการตรวจโด๊ป ผลการสอบสวนสรุปว่ามีนักกีฬากว่า 1,000 คนจากกว่า 30 ชนิดกีฬาได้รับประโยชน์จากการใข้สารกระตุ้นตั้งแต่ปี 2012-2015 ทำให้มีการทดสอบสารกระตุ้นของนักกีฬารัสเซียซ้ำและมีการสั่งแบนนักีฬารัสเซียย้อนหลัง รวมถึงริบเหรียญรางวัลของนักกีฬาที่มีส่วนกับการใช้สารกระตุ้นด้วย   นอกจากโทษแบนรัสเซียจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ ไอโอซียังสั่งแบนนายวิตาลี มุตโค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของรัสเซีย รวมถึงนายยูริ นากอร์นิค อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกีฬาของรัสเซียจากการแข่งขันโอลิมปิกตลอดชีวิต, ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกของรัสเซียถูกยุติการทำหน้าที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล และคณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซียจะต้องถูกปรับเป็นจำนวนเงินกว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการสอบสวนอย่างอิสระในกรณีดังกล่าว   แต่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ยืนยันว่าโทษทั้งหมดจะยังไม่กระทบถึงการเตรียมการฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียจะเป็นเจ้าภาพ และยืนยันว่าฟีฟ่ามีการตรวจโด๊ปนักฟุตบอลที่จะลงทำการแข่งขันในฤดูร้อนปีหน้า ที่ห้องแล็บของ Wada นอกประเทศรัสเซียด้วย   นายโทมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ระบุว่า การเริ่มต้นใหม่นั้นเป็นไปได้ และไอโอซีกำลังจับตามองอนาคตที่ขาวสะอาดสำหรับวงการกีฬาของรัสเซีย พร้อมกล่าวอีกว่า หากบทลงโทษเหล่านี้ได้รับการยอมรับและเคารพ ก็มีความเป็นไปได้ที่นักกีฬารัสเซียจะได้ถือธงชาติรัสเซียเดินพาเหรดในพิธีปิดการแข่งขันดังกล่าวด้วย   (ข่าว : BBC / ภาพ : AP)

 5,669
กีฬา
06 ธ.ค. 60

ไอซีโอ สั่งแบนรัสเซีย ห้ามลงแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอซีโอ) ลงมติสั่งแบนรัสเซียห้ามนักกีฬาลงแข่งกีฬาโอลิมปิก เกมส์ ฤดูหนาวในปีหน้า ที่จะจัดขึ้นที่พยองชาง ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากมีรายงานการใช้สารกระตุ้นโดยที่ทางรัฐมีส่วนรู้เห็นด้วย การใช้เวลาในการสอบสวนที่ยาวนานกว่า 1 ปีครึ่ง จนได้ข้อสรุปว่ามีความผิดจริง จึงตัดสิทธิ์และสั่งแบนรัสเซียในที่สุด   สำหรับการแบนครั้งนี้เป็นการแบนทีมชาติ แต่บรรดานักกีฬาชาวรัสเซียที่บริสุทธิ์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารกระตุ้น สามารถลงทำการแข่งขันได้ตามปกติ แต่จะต้องลงแข่งในนามชาติเป็นกลาง แต่ต้องผ่านการทดสอบตามโปรแกรมของทางไอโอซีเสียก่อน

 1,108
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 60

นทท. แห่ขึ้นภูเวียงชมพระอาทิตย์ สัมผัสอากาศหนาว

นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัดเริ่มเข้ามาเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง ตั้งแต่อากาศเริ่มเย็นลง ทั้งยังแวะชมน้ำตกตาดฟ้าที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี     ภูเวียงได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 71 มีพื้นที่ 325 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ อ.ภูเวียง อ.เวียงเก่า อ.ชุมแพ อ.สีชมพู และ อ.หนองนาคำ ตั้งอยู่ห่างจากตัวขอนแก่นไปทิศตะวันตกเป็นระยะทาง 84 กิโลเมตร ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นสันเขาสูง มีแนวเทือกเขาล้อมรอบเป็นวงสองชั้น เป็นแอ่งคล้ายปล่องภูเขาไฟสูงประมาณ 210 - 844 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตอนกลางพื้นที่เป็นราบลุ่มและทางทิศตะวันตกเป็นหน้าผาสูงบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้     ทางด้าน นางสาวณัฐนรี สาระพิมพ์ หัวหน้าฝ่ายนันทนาการและการท่องเที่ยวของอุทยานได้เล่าว่า ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะมาเป็นครอบครัวช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์มานอนกลางเต็นท์ชมพระอาทิตย์ขึ้น ช่วงหน้าหนาวนักท่องเที่ยวจะเข้ามาเยอะกว่าปกติเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันมากที่สุดคือ จุดผาชมตะวันเพราะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้ชัดเจนที่สุด และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่อยู่ห่างกันจากผาชมตะวันเพียง 300 เมตรคือน้ำตกตาดฟ้า เป็นน้ำตกต้นน้ำที่มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี ซึ่งได้เปิดให้นักท่องเที่ยวให้เข้าชมตลอดทั้งวัน     ส่วนผู้ที่สนใจต้องการที่พักที่สะดวกสบาย ทางอุทยานยังมีห้องพักที่สามารถรับรองนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 60 - 70 คน ลานกิจกรรม และค่ายเยาวชน พร้อมยังฝากไปถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตนเอง ช่วยกันรักษาความสะอาดไม่ทิ้งขยะตามข้างทางอีกด้วย  

 20,077
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ย. 60

กรมปศุสัตว์เตือน! เกษตรกร ระวังโรคระบาดสัตว์ในช่วงฤดูหนาว

กรมปศุสัตว์จังหวัดลำปางเตือนเกษตรกร เฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ในช่วงฤดูหนาว พร้อมแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ หากพบสัตว์ป่วยควรแยกกักสัตว์ และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที   นายเพิ่มศักดิ์ วิทยากรณ์ ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จากฤดูฝนย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้อุณหภูมิในรอบวันเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ของเกษตรกรที่เลี้ยงไว้ได้ โดยอาจเกิดอาการเครียดและกินอาหารน้อยลง ความแข็งแรงและความทนทานต่อโรคลดต่ำลง ทำให้สัตว์อ่อนแอ และติดโรคได้ง่าย    ทั้งนี้ โรคที่มักเกิดในช่วงฤดูหนาวซึ่งมีความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เช่น โค กระบือ เป็ด ไก่ แพะ แกะ หรือสุนัขและแมว โดยเฉพาะโค-กระบือ ที่มักเกิดโรคทางเดินหายใจ ปอดบวม หลอดลมอักเสบ ส่วนสัตว์ปีก เช่น เป็ด ไก่ มักจะเกิดโรคอหิวาต์ หรือนิวคลาสเซิล ซึ่งเป็นโรคระบาดที่มีความสำคัญมาก เพราะมีการระบาดติดต่อกันอย่างรวดเร็ว และทำให้ไก่ตายเป็นจำนวนมาก    ดังนั้นจึงขอแนะนำให้เกษตรกรป้องกันโรคระบาดสัตว์ ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค การให้ยาและวิตามินเสริม การดูแลรักษาความสะอาดของโรงเรือนให้สะอาด และให้ความอบอุ่นแก่สัตว์เลี้ยง เช่น ฝากันลมหนาว หรือสุมไฟเพิ่มความอบอุ่น นอกจากนี้ การป้องกันมิให้สัตว์อื่นเข้าไปในโรงเรือน การให้อาหารที่ดีและมีคุณภาพดี จะสามารถช่วยลดการเกิดโรคได้   ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรควรหมั่นสังเกต และดูแลสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม หากพบว่าป่วยเป็นโรค ให้รีบแยกกักสัตว์ป่วย และแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อเข้าควบคุมโรคและรักษาโรค และหากมีสัตว์เลี้ยงตายในฟาร์ม ให้เกษตรกรรีบนำสัตว์เลี้ยงไปทำลาย ด้วยการเผาหรือฝัง เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไปสู่สัตว์อื่น เพราะหากเกิดโรคระบาดสัตว์ จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ หากเกิดการระบาดจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกได้   

 6,981
ข่าวภูมิภาค
31 ต.ค. 60

ลมหนาวมาแล้ว! ดอยอินทนนท์อุณหภูมิลดลงเหลือ 6 องศา

  ลมหนาวมาแล้วยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิลดลงต่ำเหลือ 6 องศา นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นสัมผัสอากาศหนาว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เผยลุ้นเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง   นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตอนนี้อุณหภูมิบนดอยอินทนนท์ลดลงอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ฤดูหนาวเต็มรูปแบบ นักท่องเที่ยวต่างทยอยขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาว ทะเลหมอก ชมดอกไม้ฤดูหนาว สภาพอากาศ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ช่วงเช้าวันนี้อากาศเริ่มหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง เริ่มเข้าสู่หน้าหนาว มีหมอกในตอนเช้า ที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิวัดได้ 6 องศาเซลเซียส ส่วนที่กิ่วแม่ปาน อุณหภูมิวัดได้ 9 องศาเซลเซียสที่ทำการอุทยานฯ อุณหภูมิวัดได้ 14 องศาเซลเซียสเมื่อวานนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวทั้งหมด 2,458 คน   หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ฝากประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเที่ยวบนดอยอินทนนท์ให้เตรียมเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศด้วย และในวันนี้หากลมสงบอุณหภูมิจะลดลงอีก น่าจะอยู่ที่ 5 องศา มีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งเร็วขึ้นกว่าทุกปี โดยทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้เตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นมาบนดอยฯ อย่างเต็มที่ มีจุดให้กับนักท่องเที่ยวได้ดูได้สัมผัส กับธรรมชาติหลายจุด ขอให้นักท่องเที่ยวได้สังเกตอ่านป้ายคำแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวบนดอยอย่างมีความสุข   ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ได้รายงานมาว่า สภาพอากาศทั่วไป ท้องฟ้าโปร่งใส อุณหภูมิต่ำสุดในพื้นที่ราบ 19.7 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-12 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,044
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

อุตุฯประกาศ! ประเทศไทยเข้าฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ

  กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ เนื่องจากความกดอากาศสูงจากจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทสเวียดนามและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยแล้ว   ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 11 นาฬิกาที่ผ่านมา แจ้งว่าอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากลักษณะทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศไทยแล้ว และคาดว่าจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกในวันนี้ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง1-3 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ   ดร.วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า จริงแล้วประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวเมื่อวานนี้แล้ว เพราะความกดอากาศจากจีนได้เข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยบางพื้นที่ในจังหวัดภาคอิสานมีอุณหภูมิลดลง และคาดว่า อากาศหนาวจะถึงถึงประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่อากาศจะไม่หนาวแบบลดฮวบจะเย็นสลับอากาศอุ่นเป็นระยะ ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครวันนี้มีฝนร้อยละ 30 ของพื้นที่ จากนั้นวันพรุ่งนี้จะลดลงต่อเนื่องและมีแดดสลับฝน แต่อุณหภูมิจะลดลงไม่มากนัก   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 68,918
เศรษฐกิจ
06 ต.ค. 60

ปภ.เชียงใหม่แนะ 4 ข้อควรปฏิบัติ ท่องเที่ยวหน้าหนาวให้ปลอดภัย

ปภ.เชียงใหม่แนะ 4 ข้อควรปฏิบัติ ท่องเที่ยวหน้าหนาวให้ปลอดภัย ให้เตรียมความพร้อมทำตามคำแนะนำในการเดินทางไปยังจุดหมายอย่างเคร่งครัด ป้องกันการสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สิน ควรมีการศึกษาก่อนการเดินทางไปเส้นทางตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเพราะบางเส้นทางคดเคี้ยวลาดชัดและมีหม   นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ฝากถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาในเขตภาคเหนือ ช่วงฤดูหน้าวนี้ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่าใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว โดยกรมอุตุฯ แจ้งจะเริ่มหนาวจริงๆ กลางเดือนตุลาคม ภาคเหนือก็จะเริ่มหนาว และแน่นอนว่าถึงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว โดยฤดูหนาวประชาชนจะนิยมเที่ยวตามยอดเขา เชิงดอย เพื่อที่จะไปสัมผัสอากาศหนาว และความงดงามของธรรมชาติกัน ซึ่งการขาดความระมัดระวังและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจทำให้ประชาชนได้รับความอันตรายได้ เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะ 4 ข้อ ควรปฏิบัติเพื่อการท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวกันอย่างปลอดภัย  1.การใช้รถใช้ถนน หากต้องขับรถที่ผ่านเส้นทางภูเขา ไม่ควรใช้ความเร็วเกินไปโดยเฉพาะหากไม่ชำนาญเส้นทาง และหากขับรถลงเขา ไม่ควรปล่อยเกียร์ว่างหรือเหยียบเบรกตลอดเวลา หากต้องผ่านเส้นทางที่หมอกปกคลุม ให้เปิดไฟหน้ารถและไฟตัดหมอก ไม่ขับรถกระชั้นชิดจนเกินไปและที่สำคัญหากเจอหมอกหนาทัศนวิสัยในการมองทางไม่ชัดเจน ไม่ควรฝืนขับต่อไป ควรจอดพักในที่ปลอดภัย เช่น จุดพักรถ เมื่อหมอกบางลงค่อยขับรถไปต่อ    2. การไปพักแรมค้างคืนโดยการกางเต็นท์ ควรเลือกสถานที่ปลอดภัย และเหมาะสม ไม่อยู่ใกล้ริมแม่น้ำ หรือพื้นที่เสี่ยงต่อที่ทำให้เกิดอันตรายได้ ก่อนกางเต็นท์ควรตรวจสอบและทำความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อย ไม่ควรจุดตะเกียง เทียน ก่อไฟ หรือสูบบุหรี่ในเต้นท์ เพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้หรือการสูดควันเข้าไป    3.ไม่ควรก่อกองไฟใกล้เต้นท์พักแรม ยิ่งโดยเฉพาะหากที่พักอยู่ใกล้พงหญ้าแห้ง เพราะอาจทำให้ติดไฟได้ง่าย แต่หากจำเป็น ต้องก่อไฟ ก็ต้องคอยระมัดระวัง และไม่ควรปล่อยให้ดับเอง ควรดับให้เรียบร้อยก่อน เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟไหม้ลุกลาม    4. การถ่ายภาพขณะไปเที่ยวหน้าหนาว ไม่ควรเข้าไปถ่ายจุดที่เสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ริมหน้าผา ไหล่เขา หรือจุดชมวิวที่ไม่มีไม้กั้น เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ ดังนั้นการไปเที่ยวในที่ไม่คุ้นเคย เราควรศึกษาสถานที่ก่อนเดินทาง และควรเพิ่มความระมัดระวังในตลอดการเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดอันตรายกับตัวเองและผู้อื่นได้นะครับอย่างไรก็ตามฝากย้ำถึงนักท่องเที่ยวให้มีการศึกษาข้อมูลเส้นทางการเดินทาง ตรวจสภาพรถก่อนการเดินทางทุกครั้งให้อยู่ในสถาพพร้อมโดยเฉพาะเส้นทางตามป่าเขาลาดชันคดเคี้ยว ต้องทำตามคำแนะนำของป้ายในแต่ละเส้นทาง โดยเฉพาะบางเส้นทางมีหมอกลง ที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ 

 3,232
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ย. 60

ยังไม่ชัวร์! กรมอุตุฯรอประเมินสภานการณ์ ไม่ฟันธง 15 ต.ค. ไทยเข้าสู่ฤดูหนาว

นายวันชัย อำนาจอุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงกรณีที่สื่อนำเสนอว่าเมืองไทยจะก้าวสู่หน้าหนาวในวัน 15 ต.ค.นี้   โดยระบุว่า ทางกรมอุตุยังมิได้มีการออกประกาศการเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการ ซึ่งบางทีอาจเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากความรู้ความเข้าใจที่คาดเคลื่อน เพราะที่ผ่านมาคาดว่าจะเข้าสู่หน้าหนาวช่วงกลางเดือน ต.ค. ทำให้เข้าใจผิดว่าต้องเป็นวันที่ 15 ต.ค.   ทั้งนี้ต้องประเมินจากการที่เมืองไทยได้รับความเย็นจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดต่อเนื่องกันตลอด 2-3 วัน จึงจะกำหนดการเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มกำลังได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงๆช่วงกลางเดือนเดือนตุลาคม ส่วนวันที่เด่นชัดขอให้รอคอยประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุอีกที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/v9WHdNcYKmo  

 3,590

Top