ค้นหา :

ผลการค้นหา "นายกฯ"

การเมือง
02 ต.ค. 61

นายกฯ ชวนคนไทยถือศีลกินเจ สู้คนไม่ดี เพื่อชาติไทย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการประชุมนายวีระ โรจน์พจนน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน “สุดยอดศิลปะไทย ในรัชกาลที่ 9” ระหว่างวันที่ 12 -21 ตุลาคม ที่ ฮอล ออฟ เฟม สยามพารากอน จากนั้นนำผู้แทนสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร คณะอำนวยการจัดงานเทศกาลงานเจเยาวราช 2561 จังหวัดภูเก็ตและชมรมอ๊ามจังหวัดภูเก็ต ประชาสัมพันธ์การส่งเสริมประเพณีการถือศีลกินเจ ในเทศกาลถือศีลกินเจ ปี 2561 พร้อมมอบธงสัญลักษณ์ “ถือศีลกินเจ อิ่มบุญ อิ่มใจ 2561”    นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับแม่ทัพบุญในเทศกาลถือศีลกินเจ พร้อมถามว่า “สู้ไหวไหมแม่ทัพ เราต้องร่วมกันสู้กับความไม่ดี ซึ่งตอนนี้มันมีเยอะ ต้องทำเรื่องดีๆให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อประเทศและคนไทย” จากนั้น นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย พลเอกนาวิน ดำริกาญจน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง นำทีมคณะผู้บริหารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เข้าพบเพื่อแสดงผลงานวิจัยด้านยานพาหนะ แม่พิมพ์และอุปกรณ์ทางการทหาร โดยได้เยี่ยมชมนวัตกรรมต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำ ตัวอย่างเช่น เรืออลูมิเนียม รถอลูมิเนียม    นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผลงานของคนไทย ก็ควรให้คนไทยได้ใช้งานด้วย ไม่ใช่ให้ต่างชาติใช้เพียงอย่างเดียว เราต้องผลิตมาขายให้คนได้เห็นและใช้จริง ให้คนได้เห็นว่านวัตกรรมเหล่านี้มีประโยชน์ ปลอดภัย ไม่ว่าเป็นการผลิตรถตู้หรือรถทัวร์ จะต้องใช้ได้ทั้งหมด การจะผลิตอะไรก็แล้วแต่ ขอให้เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก โดยรัฐบาลพยายามปลดล็อคข้อติดขัดเพื่ออำนวยความสะดวกในอุตสาหกรรมต่างๆ พร้อมกับกำหนดกฏเกณฑ์เพื่อให้ได้มาตรฐาน   สำหรับวาระครม.วันนี้จะรับทราบการเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2561 และรับทราบสรุปผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในรอบ 4 ปี ของรัฐบาล   นอกจากนี้ จะมีการเสนอให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อ้อยและน้ำตาล ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. ร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. เกี่ยวกับ การปล่อยตัวชั่วคราว    ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ จะเสนอรายชื่อโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ รายชื่อผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

 3,366
การเมือง
07 พ.ค. 61

'นายกฯ' ลงพื้นที่บุรีรัมย์ก่อนประชุม ครม. พร้อมสวมวิญญาณนักบิดขับบิ๊กไบค์ทดลองสนาม

     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางมาที่สนามช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ โดยมีนายเนวินและนางกรุณา ชิดชอบ เจ้าของพื้นที่นำเข้าสนาม ท่ามกลางการต้องรับของประชาชนกว่า 3 หมื่นคนที่ตะโกนให้กำลังใจว่า "ลุงตู่สู้ๆ"         โดยช่วงหนึ่ง นายกฯ กล่าวกับชาวบุรีรัมย์ว่า ดีใจที่เห็นความรัก ความสามัคคีของชาวบุรีรัมย์เพราะเป็นนายกฯ มาตลอด 4 ปี ไม่เคยเห็นคนบุรีรัมย์ทะเลาะเบาะแว้ง หรือแบ่งสีเสื้อ พร้อมขอคำมั่นสัญญาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป เพราะประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวอย่าให้ใครแบ่งแยก ส่วนงบประมาณที่ทางจังหวัดขอให้พิจารณากว่าหมื่นล้านบาทจะให้ได้เป็นบางส่วน อะไรที่ให้ได้ก็จะให้         นอกจากนี้ นายกฯ ยืนยันไม่ได้มาเพราะการเมือง แต่ต้องการสร้างความเข้มแข็งมั่นคงยั่งยืนและตนรักทุกคน และขอให้ชาวบุรีรัมย์แข่งกันทำความดีตามแบบไทยนิยม ยืนยันยุทธศาตร์ชาติไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการวางกรอบประเทศให้เดินหน้าได้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งในหลายประเทศก็มียุทธศาสตร์เช่นกัน        จากนั้น นายกฯ ได้ไปตรวจความพร้อมสนามช้างอินเตอร์เนชันแนลเชอกิต ซึ่งเป็นสนามแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก หรือ พีทีที แกรนด์ ไทยแลนด์ พีอาไอเอ๊ก ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดย นายกฯ ได้ทดลองขี่บิ้กไบค์ประเดิมสนามด้วย ก่อนเยี่ยมชมถนนคนเดินเซาะกราว ถนนสายวัฒนธรรม ที่ได้รับรางวัลจัดการชุมชนและสิ่งแวดล้อม

 5,351
การเมือง
07 มี.ค. 61

จับตา 46 กลุ่มการเมือง ชี้มีหลายพรรคพร้อมสนับสนุน “ประยุทธ์” นั่งนายกฯคนนอก

จุดยืน 46 กลุ่มการเมือง ที่ยื่นขอจดจองชื่อ เพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ มีทั้งกลุ่มการเมืองเก่า ที่แยกตัวมาจากพรรคการเมืองใหญ่ และบางส่วนที่เป็นการรวมตัวของภาคประชาชน ทำให้แต่ละกลุ่มการเมืองมีจุดยืนที่หลากหลาย โดยเฉพาะแนวทางการเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต ซึ่งชื่อของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เป็นชื่อที่หลายกลุ่มการเมือง พร้อมที่จะสนับสนุน ให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย   อย่างพรรคประชาชนปฏิรูป ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. ที่ประกาศตัว ชัดเจนเป็นรายแรก พร้อมสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย เช่นเดียวกับพรรคพลังพลเมืองไทย ของนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ที่ไม่ขัดข้องหากพลเอกประยุทธ์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกฯคนนอก เพียงขอให้เป็นคนดีก็พอ ขณะที่พรรคพลังชาติไทย ของพลตรีทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะทำงานปฏิรูปคสช. แม้จะยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับ คสช. แต่ก็ไม่ปฏิเสธชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องมาจากครรลองของประชาธิปไตย     ส่วนพรรคที่แบ่งรับแบ่งสู้ หากนายกรัฐมนตรี เป็นชื่อพลเอกประยุทธ์ ก็ไม่ขัดข้อง คือพรรคเพื่อชาติไทย ของนางอัมพาพันธ์ ธเนศเดชสุนทร อดีตภรรยาพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ อดีตหัวหน้า รสช. ที่ยังไม่ระบุชัดจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์หรือไม่ แต่แค่ขอให้ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ ต้องสามารถสร้างความปรองดองให้กับประเทศไทย    ขณะที่มีบางกลุ่มการเมือง ที่ไม่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์หรือไม่ แต่หากพิจารณาถึงตัวบุคคลในกลุ่ม กลับพบว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับ คสช. ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจตัดสินใจสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย อาทิ พรรคประชาชาติ ของนายสุรพล นาควานิช ที่มีการตั้งข้อสังเกต ว่ามีนามสกุลเดียวกับพลเอกธีรชัย นาควานิช อดีตผู้บัญชาการทหารบก เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกมองว่าเป็นพรรคของ คสช. เพราะมีชื่อที่สอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลชุดปัจจุบัน   จำนวนกลุ่มการเมืองที่ให้ความสนใจ มากถึง 46 กลุ่ม ที่มาขอจดจองชื่อ เพื่อจัดตั้งพรรคใหม่ อาจมองได้ว่าประชาชนและสัมคมไทย ตื่นตัวต่อการเมืองมากขึ้น แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้ว่า กลุ่มการเมืองจำนวนมาก ถือเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะนำไปสู่พรรครัฐบาล ที่มีจำนวนเสียงข้างมาก และมีสิทธิ์การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 5,289
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 60

นายกฯศิษย์เก่าอุเทนถวาย ชี้ยุบอุเทนถวายไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา

          นายวิรัตน์ สุขจิตสำราญ นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กล่าวถึงกระแสข่าวการยุบ อุเทนถวาย และ ช่างกลปทุมวันว่า วิธีนี้ไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหา เพราะ2 สถาบันมีประวัติมายาวนาน ยอมรับว่า ต้นตอของปัญหาอาจเกิดจากรุ่นพี่ศิษย์เก่ายุยงบ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาทั้งหมด เพราะการทะเลาะวิวาท 2สถาบันเป็นเรื่องปกติเหมือนกับโรงเรียนทั่วไป เป็นปัญหาของวัยรุ่นเท่านั้น เมื่อโตขึ้นความคิดก็เปลี่ยนไป             วิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาได้คือการปลูกฝังตั้งแต่ครอบครัว เริ่มจากผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และฝ่ายบังคับใช้กฎหมายที่ต้องทำหน้าที่อย่างจริงจัง ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่คุยกัน อาจารย์ยังปล่อยให้นักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยถึงดึกเป็นเวลาสุ่มเสี่ยง ครอบครัวก็ไม่ได้ปลูกฝังความคิดมาตั้งแต่ต้นทำให้เกิดปัญหา            อย่างไรก็ตามปัญหานี้ไม่ได้กระทบต่ออนาคตของนักศึกษาที่จบไปจากอุเทนถวาย ตลาดยังต้องการคนจบจากอุเทนถวายจำนวนมากเพราะมีความเชี่ยวชาญด้านก่อสร้าง ดังนั้นการจะปิดทั้ง2 สถาบันจึงไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 3,294

Top