ค้นหา :

ผลการค้นหา "โชเฟอร์แท็กซี่"

ข่าวภูมิภาค
09 ส.ค. 62

ขนส่งสั่งปรับ 6 พัน โชเฟอร์แท็กซี่ชักปืนขู่เก๋งกลางถนน พบเป็น ตร. สภ.กระทุ่มแบนสั่งตั้งกรรมการสอบ

สมุทรสาคร - จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปจากมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ที่ขี่ตามรถสองคัน คันหนึ่งเป็น แท็กซี่ คันหนึ่งเป็นรถบ้านทั่วไป ที่เหมือนจะมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้ เพราะการขับตีคู่เดี๋ยวเบรกเดี๋ยวขับต่อ แต่สุดท้ายแท็กซี่เปิดกระจกลงมาพร้อมกับชักปืนคล้ายลูกโม่ เล็งไปยังรถคู่กรณี ก่อนที่รถคู่กรณีจะขับหนีไปด้วยความตกใจ โดนเหตุเกิดบนสะพานตากสินมุ่งหน้าสาทรนั้น   ล่าสุดพบว่า คู่กรณีทั้งคู่ได้เข้าเจรจากันที่ สน.คลองสาน โดยตกลงว่าจะไม่เอาความต่อกัน อย่างไรก็ตาม พบว่า ผู้ขับขี่แท็กซี่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ ร.ต.ต.วิโรจน์ เทียนทองคำ ตำแหน่ง รองสารวัตรปราบปราม ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร    โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ศรีลาภะมาศ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน บอกว่า หลังจากที่มีคลิปแพร่ภาพออกมาในโลกโซเชียลนั้น ก็ได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาบุคคลขึ้นมาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าพบว่ามีการกระทำผิดโดยเจตนาจริง ก็จะต้องถูกลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน แต่เบื้องต้นก็ทราบมาว่าบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างถึงได้เข้าไปให้ข้อมูลกับทาง สน.พื้นที่เกิดเหตุแล้ว ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นยังไม่ได้มีการสอบถามกัน    ส่วนทางด้านของแม่ค้าขายข้าวแกงและอาหารตามสั่ง ที่ตั้งอยู่ติดกับสภ.กระทุ่มแบนก็บอกว่า ตนเองรู้จักกับนายตำรวจที่ถูกกล่าวอ้างถึง ซึ่งนายตำรวจคนนี้เป็นคนใจเย็น นิสัยดี ชอบพูดจาตลกขบขัน ไม่เคยเห็นมีเรื่องทะเลาะวิวาท หรือเป็นคนอารมณ์ร้อนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ส่วนคลิปเหตุการณ์ที่มีการแพร่ภาพกันนั้น          ตนก็ยังไม่เคยเห็นแต่เชื่อว่าน่าจะมีสาเหตุที่ทำให้นายตำรวจคนนั้นเกิดความโมโหจึงบันดาลโทสะ ชักอาวุธปืนออกมาเพื่อข่มขู่เท่านั้น   อย่างไรก็ตาม กรมขนส่ง ได้แจ้งข้อหาผู้ขับรถแท็กซี่เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พรบ.รถยนต์ฯ ดังนี้ มาตรา 5 (15/1) ฐานขับรถด้วยความประมาทน่าหวาดเสียว บทกำหนดโทษมาตรา 58/1 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท มาตรา 57ฉ ฐานแสดงกิริยาไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม บทกำหนดโทษมาตรา 66/2 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WJfuZNtTM5c

 2,115
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

โชเฟอร์แท็กซี่เสียหลักชนเสาไฟฟ้า เข้าให้ปากคำตำรวจแล้ว คาดเกิดอาการวูบจนรถเสียหลัก

ช่วงเช้ามืด เกิดเหตุแท็กซี่ขับรถชนเสาไฟส่องสว่าง บริเวณปากซอยรามอินทรา 11 จนไฟลุกไหม้ทั้งคัน เคลียร์เรียบร้อยแล้ว คาดเกิดอาการวูบจนรถเสียหลัก   วันที่ 10 ก.ค. 62 จากกรณีเมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุรถแท็กซี่สาธารณะ พุ่งชนเสาไฟฟ้าจนเพลิงลุกไหม้ บริเวณปากซอยรามอินทรา 11 ถนนรามอินทราขาออก และประสานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.นำรถน้ำดับมาฉีดน้ำเพื่อดีบเพลิง โดยขณะเกิดเหตุไม่พบคนขับรถแท็กซี่   โดยจุดเกิดเหตุยังคงมีสภาพเสาไฟโค้งผิดรูป มีร่องรอยของไฟไหม้เป็นอยู่ ซึ่งจากกาาสอบถามประชาชนบริเวณใกล้เคียงไมมีใครเห็นเหตุการณ์ เพราะเป็นช่วงเช้ามืดและมีการเปลี่ยนผลัดเวรไปแล้ว. และตำรวจได้มีการเคลื่อนย้ายรถแท็กซี่คันดังกล่าวมาไว้ที่ สน.เป็นที่เรียบร้อย   ขณะพันตำรวจเอกอำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางเขน กล่าวว่า เบื้องต้นคนขับแท็กซี่ได้เข้ามาให้ปากคำที่ สน.แล้ว โดยคาดว่าช่วงที่เกิดเหตุอาจจะได้รับบาดเจ็บ และเกิดความตกใจ จึงอออกจากรถเพื่อไปรักษาอาการบาดเจ็บก่อน โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากมีอาการวูบ ทำให้รถเสียหลัก และจากการตรวจเลือดไม่พบปริมาณของแอลกอฮอล์   โดยเบื้องต้นตำรวจจะมีการเปรียบเทียบปรับ ในข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ส่วนในการชดใช้ค่าเสียหายของเสาไฟที่พังนั้น ประกันของรถแท็กซี่จะดำเนินการเจรจาค่าเสียหายกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเจ้าของเสาไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย   

 348
สังคม-อาชญากรรม
29 มิ.ย. 62

กิ๊กสาววัย 41 ปี แทงแฟนหนุ่มโชเฟอร์แท็กซี่ดับ สาเหตุโกรธฝ่ายชายไม่มาหาหลายวัน มัวแต่อยู่กับลูก-เมีย

กิ๊กสาววัย 41 ปี แทงหนุ่มโชเฟอร์แท็กซี่ดับ โกรธฝ่ายชายไม่มาหาหลายวัน มัวแต่อยู่กับลูก-เมีย เหตุเกิดภายในซอยอ่อนนุช 17    คนเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ฝ่ายชายขับรถแท็กซี่ มีลูกมีเมียอยู่แล้ว มาเจอกับฝ่ายหญิง ที่มีอาชีพเป็นนักร้อง คบหากันแบบเปิดเผยว่าเป็นกิ๊กกัน ฝ่ายชายมาเช่าห้องให้ฝ่ายหญิง โดยให้ฝ่ายหญิงเลิกอาชีพนักร้อง แต่ฝ่ายชายนานๆทีจะมาหา ทำให้เวลามาทีไรก็จะทะเลาะกัน ตบตีกันเสียงดัง โดยชาวบ้านจะได้ยินอยู่ตลอด   จนกระทั่งเมื่อคืนฝ่ายชายหายไปนาน มาครั้งนี้ฝ่ายหญิงทนไม่ไหว คว้ามีดไปแทงอกฝ่ายชาย หลังจากนั้นฝ่ายชายวิ่งหนีไปได้ประมาณ 700 เมตร ล้มลง ปรากฎว่าฝ่ายหญิงได้สติ กอดฝ่ายชาย พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ โดยบอกว่าตนเองเป็นคนแทงฝ่ายชาย สุดท้ายเสียชีวิต   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นเสียชีวิตโดยเจตนา พร้อมส่งร่างฝ่ายชายไปชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬา เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/irDUmWiwLK4

 12,670
สังคม-อาชญากรรม
26 มิ.ย. 62

โชเฟอร์แท็กซี่ปัดแอบถ่ายหวิวผู้โดยสาร ยันขออนุญาตลูกค้าต่างชาติแล้ว เป็นรถ vip นั่งท่าไหนก็ได้

ความคืบหน้ากรณี เพจ Taxi report TH โพสต์ความคืบหน้ากรณีแท็กซี่รายหนึ่งแอบเซลฟี่ หญิงสาวนั่งอยู่ด้านหลังรถ ในสภาพไม่เรียบร้อย ยกขาไว้บนเบาะแต่ด้วยเพราะกระโปรงสั้นทำให้ค่อนข้างโป๊   โดยเพจดังกว่าระบุว่า พบโชเฟอร์แท็กซี่คนนี้ จงใจถ่ายกางเกงในผู้โดยสารสตรี เจ้าตัวยอมรับในแชทข้อความว่า เป็นคนถ่ายภาพดังกล่าว แถมยังแก้ตัวเหมือนคนกระทำผิดทั่วไปว่า   “เหรียญนั้นมีสองด้าน” น่าสงสัยยิ่งนักว่า ถ่ายภาพเซลฟี่ตนเองพร้อมแอบถ่ายอนาจารผู้โดยสารขนาดนี้และเผยแพร่ภาพออกมาผ่านกลุ่มแท็กซี่สายดาร์ก มันจะมีสองด้านได้อย่างไร สังคมชาวโซเชียล ต้องการคำอธิบายด่วน ว่าทำแบบนี้เพื่ออะไรเจ้าตัวแท็กซี่หื่นควรรีบมาอธิบาย ก่อนโดนชาวไทย ชาวโซเชียลประหารในโลกออนไลน์   ล่าสุดนายประเสริฐ์ บุญประเสริฐ์ โชเฟอร์แท็กซี่รายนี้ ออกมาเปิดใจกับผู้สื่อข่าวโดยยืนยันว่า ภาพที่ถ่ายนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะถ่ายภาพส่อไปแนวอนาจารหรือลามก แอบถ่ายผู้โดยสาร แต่ตนเป็นคนขออนุญาตผู้โดยสารถ่ายเอง และผู้โดยสารก็อนุญาต โดยนายประเสริฐ์เล่าว่า ตนขับรถแท็กซี่ แต่ไม่ใช่กลุ่มแท็กซี่ที่รับผู้โดยสารทั่วไป เป็นแท็กซี่ที่รับงานเฉพาะกลุ่มคนต่างชาติ โดยจะมีกรุ๊ปไลน์ ที่เวลารับงาน รับผู้โดยสารแล้ว จะต้องถ่ายภาพกับผู้โดยสารลงไปในกลุ่ม   ซึ่งเหตุการณ์รับนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนนี้ รับมาเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่รับผู้โดยสารขึ้นรถ ก็นั่งตามสบาย โดยไม่ได้สนใจว่าจะต้องนั่งแบบไหน เพราะเขาคือคนต่างชาติ ตอนนั้นตนไม่ได้คิดอะไรก็ขออนุญาตถ่ายรูปเพื่อลงในกลุ่ม ผู้โดยสารสาวก็อนุญาต และส่งภาพเข้ากลุ่มทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าภาพนั้น เป็นลักษณะใด   แต่พอเพื่อนโชเฟอร์ในกลุ่มทักว่าผู้โดยสารนั่งโป๊ ตนก็บอกว่า เป็นเรื่องของผู้โดยสารที่เขาสบายเหมือนเขานั่งรถส่วนตัวเพราะตนเป็นเหมือนแท็กซี่วีไอพี จากนั้นก็มีการนำภาพมาแชร์ และกล่าวหาว่าตนเป็นแท็กซี่หื่นแอบถ่ายภาพผู้โดยสารไม่เหมาะสม ถ้าตนมีเจตนาจะแอบถ่าย จะต้องตั้งกล้องไว้ด้านล่างหรือมุมอื่นในรถ เพราะต้องยอมรับว่าผู้โดยสารต่างชาติบางรายเขาก็ไม่ได้นั่งเรียบร้อยเหมือนคนไทย แค่ขอไม่ให้เอาขามาพาดบ่าผมพอแล้ว เราก็บริการขับรถให้เขา สบาย ปลอดภัย ถึงที่หมาย   เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่แน่ใจว่าเพจที่ออกมาให้ข้อมูลนั้นเอาข้อมูลมาจากไหน ซึ่งเรื่องที่ตนทำนั้นหากผิดศีลธรรมหรือสร้างความเสื่อมเสียตนก็ขอโทษ แต่อยากให้เข้าใจว่าไม่ได้มีเจตนา และโลกโซเชียลก็ควรจะรับฟังก่อนจะวิจารณ์   สำหรับเรื่องนี้ ทางกรมการขนส่ง ยังไม่ได้เรียกโชเฟอร์แท็กซี่ไปดำเนินคดี หรือลงโทษปรับ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าหากขนส่งเรียกไปก็พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mEuTz5KGaUw

 12,848
สังคม-อาชญากรรม
25 มิ.ย. 62

กรมการขนส่งทางบก เร่งตามตัวโชเฟอร์แท็กซี่ หลังแอบเซลฟี่ ผู้โดยสารสาวเผลอนั่งโป๊

จากกรณี เพจ Taxi report TH โพสต์ภาพชายสวมเสื้อเครื่องแบบแท็กซี่ ได้ถ่ายภาพเซลฟี่ ซึ่งเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ด้านหลังรถ ในสภาพไม่เรียบร้อย ยกขาไว้บนเบาะแต่ด้วยเพราะกระโปรงสั้นทำให้ค่อนข้างโป๊   ต่อมาทางคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงว่า “เสพข่าวอย่างมีสตินะครับ สำหรับเรื่องราวที่มีอยู่ในขณะนี้ มันมีที่มาที่ไปครับ และภาพที่ออกไป ไม่ได้มีในกลุ่มสายดาร์กอะไรแต่อย่างใด เพียงแต่มีในกลุ่มที่หนึ่งซึ่งเกี่ยวกับเรื่องงาน   ยืนยันว่าไม่ได้นำภาพดังกล่าวเผยแพร่ในสาธารณะ มีผู้นำภาพไปใช้ในเพจที่แอบอ้างการร้องเรียนรถสาธารณะซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับจนท.ใดๆ ภาพมีมาระยะนึงแล้ว นานพอสมควร และในด้านอีกด้านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้วิจารณ์คนด้านหลังในด้านลามก   ขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาให้กำลังใจ ส่วนอีกด้านหนึ่งซึ่งกำลังสนุกกับการวิจารณ์ขอให้พวกท่านเสพข่าวอย่างมีสติ นะครับ ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง เพจที่เริ่มต้นสร้างข่าวดังกล่าวมิได้เกี่ยวข้องกับจนท.แต่อย่างใด แต่ถึงอย่างไร ผมเข้าพบจนท.ไว้เบื้องต้นแล้ว เตรียมดำเนินเรื่องกลับไปทันที ยังไงมีอะไรจะมาชี้แจงครับ เหรียญมีสองด้านเสมอ”   ล่าสุด วันที่ 25 มิ.ย. 62 กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัวแท็กซี่คนดังกล่าวมาสอบข้อเท็จจริงและเปรียบเทียบปรับ พร้อมทำการอบรม โดยยืนยันว่าหากดูจากภาพที่ถ่าย แท็กซี่คนดังกล่าวถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ส่วนจะปรับเท่าไร ต้องรอผลการสอบสวนอีกครั้ง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง โชเฟอร์แท็กซี่ชี้แจง 'เหรียญมีสองด้าน' ปัดโพสต์อวดเพื่อน หลังแอบเซลฟี่ สาวกระโปรงสั้นนั่งโป๊    

 10,583
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 มิ.ย. 62

โชเฟอร์แท็กซี่ชี้แจง 'เหรียญมีสองด้าน' ปัดโพสต์อวดเพื่อน หลังแอบเซลฟี่ สาวกระโปรงสั้นนั่งโป๊

โลกออนไลน์วิจารณ์ภาพจากเพจ Taxi report TH ได้โพสต์ภาพชายสวมเสื้อเครื่องแบบแท็กซี่ ได้ถ่ายภาพเซลฟี่ ซึ่งเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ด้านหลังรถ ในสภาพไม่เรียบร้อย ยกขาไว้บนเบาะแต่ด้วยเพราะกระโปรงสั้นทำให้ค่อนข้างโป๊   มีการระบุข้อความว่า “ด่วน! ประกาศตามล่าตัว คนขับแท็กซี่หื่น(ในภาพ) มีพฤติกรรมโรคจิต ถ่ายภาพกางเกงในผู้โดยสารสตรี โดยตั้งใจถ่ายในขณะที่สตรีโดยสารนั้นเผลอนั่งยกขา และได้นำภาพถ่ายเซลฟี่ดังกล่าวไปแชร์เพื่ออวดเพื่อนพ้องวงการแท็กซี่สายดาร์ก   ใครพบเห็น และ ทราบข้อมูล เบาะแส คนขับโรคจิตในภาพ กรุณาแจ้งเข้ามาด่วน ทางเพจจะนำไปส่งเรื่องดำเนินคดีร้ายแรง โรคจิต-หื่น แบบนี้ไม่สมควรขับรถบริการอีกต่อไปแล้ว”                 ต่อมาทางคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงว่า "เสพข่าวอย่างมีสตินะครับ สำหรับเรื่องราวที่มีอยู่ในขณะนี้ มันมีที่มาที่ไปครับ และภาพที่ออกไป ไม่ได้มีในกลุ่มสายดาร์กอะไรแต่อย่างใด เพียงแต่มีในกลุ่มที่หนึ่งซึ่งเกี่ยวกับเรื่องงาน   ยืนยันว่าไม่ได้นำภาพดังกล่าวเผยแพร่ในสาธารณะ มีผู้นำภาพไปใช้ในเพจที่แอบอ้างการร้องเรียนรถสาธารณะซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับจนท.ใดๆ ภาพมีมาระยะนึงแล้ว นานพอสมควร และในด้านอีกด้านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้วิจารณ์คนด้านหลังในด้านลามก   ขอบคุณทุกๆท่านที่มาให้กำลังใจ ส่วนอีกด้านหนึ่งซึ่งกำลังสนุกกับการวิจารณ์ขอให้พวกท่านเสพข่าวอย่างมีสติ นะครับ ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง เพจที่เริ่มต้นสร้างข่าวดังกล่าวมิได้เกี่ยวข้องกับจนท.แต่อย่างใด แต่ถึงอย่างไร ผมเข้าพบจนท.ไว้เบื้องต้นแล้ว เตรียมดำเนินเรื่องกลับไปทันที ยังไงมีอะไรจะมาชี้แจงครับ เหรียญมีสองด้านเสมอ"   ซึ่งจากคำชี้แจงดังกล่าว ทำให้หลายคนข้องใจว่า คำว่า เหรียญนั้นมีสองด้าน ที่โชเฟอร์คนนั้นกล่าวคืออะไร เพราะการถ่ายภาพเซลฟี่ตนเองพร้อมแอบถ่ายอนาจารผู้โดยสารขนาดนี้และเผยแพร่ภาพออกมาผ่านกลุ่มแท็กซี่สายดาร์ก มันจะมีสองด้านได้อย่างไร? ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zcMsmhi8qsc

 11,524
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 62

นทท.จีน ใจดีไม่เอาความ หลังโดนแท็กซี่เท-ทำถุงเงิน 2.8 ล้านบาทหล่นในรถ ถูกเอาไปใช้ สุดท้ายได้คืน

เกิดเหตุชาวจีน 2 คน ได้ทำถุงหูหิ้วสีขาวร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่ ภายในบรรจุเงินสดจำนวน 90,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) เป็นเงินที่เตรียมไว้เพื่อนำไปซื้อคอนโดมิเนียม ลืมไว้ในรถแท็กซี่สีส้มคาดขาวหมายเลขทะเบียน ทห 7445 กรุงเทพมหานคร โดยแท็กซี่คันดังกล่าวยังทิ้งผู้โดยสารกลางทาง โดยอ้างว่าไปส่งรถ   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรพบว่ารถดังกล่าวมี มีนายวรพงษ์ (สงวนนามสกุล) เป็นคนขับ ฝ่ายสืบสวน จึงได้ติดตามไปที่ห้องพัก ในซอยกำนันแม้น 16 ถนนกำนันแม้น แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่าเก็บถุงใส่เงินสดไปจริง โดยนำไปฝากไว้กับพี่ชายที่ อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ก่อนย้ายห้องพักไปอีกแห่งหนึ่ง   ตำรวจจึงติดต่อไปยังพี่ชายนายวรพงษ์ ทราบว่าเงินยังอยู่ และได้ส่งมอบเงินจำนวน 88,900 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2.77 ล้านบาท) คืนให้กับชาวจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   โดยคนขับแท็กซี่ได้นำเงินไปใช้จำนวน 1,100 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3.5 หมื่นบาท) ซึ่งชาวจีนไม่ได้ติดใจอะไร ขอเพียงได้เงินคืนก็พอใจแล้ว จึงขอให้ตำรวจถอนแจ้งความดำเนินคดีแพ่ง ฐานยักยอกทรัพย์ ก่อนรับเงินคืนและเดินทางกลับไป   อย่างไรก็ตามสำหรับคนขับรถแท็กซี่นั้น พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีในข้อหาปฏิเสธผู้โดยสาร เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ก่อนปล่อยตัวกลับไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2CQj5nWtiI

 2,431
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 มิ.ย. 62

แท็กซี่เดือดถือท่อเหล็กขู่ฟาด ฉุนโดน จยย.ต่อว่าเปลี่ยนเลนในทางโค้ง

โลกออนไลน์แชร์คลิปความยาวประมาณ 01.17 นาที เป็นเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันบนถนน ระหว่าง หนุ่มขี่จยย.รายหนึ่งและโชเฟอร์แท็กซี่   โดยหนุ่มขี่จยย.กำลังตามไปต่อว่ารถแท็กซี่สีเขียวเหลืองว่า มาเปลี่ยนเลนในทางโค้งได้อย่างไร พร้อมกับมีการท้าให้จอดชิดข้างทางเพื่อเคลียร์ปัญหา   ต่อมาโชเฟอร์รถแท็กซี่ ได้ลงมาจากรถพร้อมกับท่อเหล็ก วิ่งตรงปรี่เข้ามาหนุ่มจยย. ทำท่าขู่คล้ายจะฟาดใส่ โดยหนุ่มจยย. พยายามจะบอกว่า เปลี่ยนเลนขณะกำลังเลี้ยวได้อย่างไร อาจทำให้เกิดเหตุอันตรายได้ แต่ดูเหมือนโชเฟอร์แท็กซี่คนดังกล่าว จะอยู่ในอาการหัวร้อน ด่าถึงบุพการี พร้อมสบถคำหยาบ ก่อนที่จะกลับขึ้นรถและขับออกไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-yW3Cm_uaok

 1,476
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ค. 62

โชเฟอร์แท็กซี่หิ้วกระเป๋าซุกกัญชา 14 กก.ส่งตำรวจ หลังผู้โดยสารลืมไว้ในรถ

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับแจ้งเหตุจาก นายน้อย (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี คนขับแท็กซี่ ว่าพบสิ่งของมีลักษณะต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดในกระเป๋าเดินทาง ที่มีลูกค้าลืมไว้กระโปรงท้ายรถแท็กซี่ จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ เป็นกระเป๋าเดินทาง สีแดง จำนวน 1 ใบ, ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) อัดแท่ง จำนวน 14 แท่ง น้ำหนักรวม 14 กิโลกรัม   จากการสอบสวนคนขับแท็กซี่ ทราบว่า เพื่อนร่วมงานซึ่งขับรถแท็กซี่รับจ้างคันเดียวกัน เป็นกะต่อจากตน แจ้งว่าพบกระเป๋าเดินทางสีแดง จำนวน 1 ใบ ภายในบรรจุกัญชาอัดแท่ง อยู่เต็มกระเป๋าวางอยู่ที่กระโปรงท้ายรถแท็กซี่ ตนจึงเดินทางไปดูและได้โทรแจ้ง สวพ.91และได้แนะนำให้แจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด   คาดว่ากระเป๋าดังกล่าวน่าจะเป็นของผู้โดยสารเป็นชายไทย อายุประมาณ 35-40 ปี การแต่งกายใส่กางเกงยีนส์ขายาวสีเข้ม สวมเสื้อเชิตแขนยาวสีเข้ม ผิวดำ-แดง ไว้ผมรองทรงสั้น ที่รับมาจากบริเวณใกล้สระพานลอย หน้าห้างบิ๊กซี สาขาท่าข้าม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 พ.ค.62 เวลา 20.00 น. เพื่อไปส่งยังหน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ อ.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร   โดยชายคนดังกล่าวมีกระเป๋า 1 ใบและถุงพลาสติดสีดำอีก 2 ใบ ใส่ที่กระโปรงท้ายรถ เมื่อถึงที่หมายชายดังกล่าวได้ลงจากรถแท็กซี่แล้วขนขึ้นไปเก็บไว้บนรถทัวร์ที่จอดอยู่ และไม่ปิดกระโปรงท้าย ตนจึงเดินลงไปปิดและขับรถออกมา จนกระทั่งเพื่อนร่วมงานโทรมาแจ้งว่ามีกระเป๋าผู้โดยสารเหลืออยู่   จากนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบและเก็บรายละเอียดหลักฐาน ลายนิ้วมือแฝง พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรูปพรรณบุคคลที่ว่าจ้างแท็กซี่รายนี้เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนกัญชาของกลางทั้งหมดจะส่งตรวจเพื่อหาแหล่งที่มาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WjQFMA9ZTyc

 2,782
สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 61

แท็กซี่ชนรถ จยย. ร่างกระเด็นตกบึงมักกะสัน เสียชีวิต 1 ราย

เมื่อเวลา 01.00 น.ขณะที่ พันตำรวจโทนิติธร ใจแก้วทิ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลดินแดง กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถแท็กซี่ชนรถจักรยานยนต์ จนทำให้ผู้ขับขี่กระเด็นตกลงไปในน้ำ บริเวณบึงมักกะสัน ถนนจตุรทิศ ฝั่งขาออก เขตราชเทวี กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุและประสานนักประดาน้ำมูลนิธิป่อเต็กตึ้งค้นหาผู้ที่สูญหายภายในน้ำ   โดยที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110ไอ สีแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน อตฉ 184 กรุงเทพมหานคร จอดพลิกตะแคง ใกล้กันมีร่องรอยการลากไถลเป็นทางยาว ห่างไปไม่ไกลพบรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทส4878 กรุงเทพมหานคร สภาพกันชน และไฟหน้าฝั่งขวาพังยับเยิน และกระจกหน้าฝั่งคนขับแตกยุบตัวเข้าไป โดยมีนายเชี่ยวชาญ ไกรการ อายุ 72 ปี โชว์เฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าวยืนรอให้การกับทางตำรวจอยู่   จากการสอบสวนโชเฟอร์รถแท็กซี่คันดังกล่าวให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนรับผู้โดยสารจากบริเวณถนนเพชรบุรีใกล้อโศกมนตรี เพื่อจะไปส่งที่ซอยประชาสงเคราะห์ โดยใช้เส้นทางถนนจตุรทิศมากลับรถจุดดังกล่าว เพื่อไปส่งตามที่ผู้โดยสารต้องการ ระหว่างทางนั้น เมื่อตนกลับรถมาอยู่ช่องทางขวาสุด เห็นรถคู่กรณีจอดอยู่ แต่ตนหักหลบไม่ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง จนทำให้ผู้ขับขี่กระเด็นตกน้ำไป   ขณะที่นายสมหมาย สอนใจดี 25 ปี พลเมืองดี ที่อยู่ในอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนเล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเพิ่งกลับจากบ้านเพื่อน โดยขับขี่รถ จยย.มาตามทางพบเห็นว่ามีผู้ชายกำลังจะจมน้ำ ตนกับเพื่อนจึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยเหลือ แต่ทว่าน้ำค่อนข้างลึก เพียง 4 นาที เท่านั้น แต่ไม่สามารถช่วยเหลือไว้ได้ จนทางเจ้าหน้าที่ประสานประดาน้ำจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้มาค้นหา ประกอบกับเป็นช่วงกลางดึกทำให้เป็นอุปสรรคในการค้นหา   จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำสามารถดำน้ำค้นหาจนพบศพนายชอบ ท่อกระโทก อายุ 51 ปี ชาวจ.นครราชสีมา สภาพสวมเสื้อกั๊กวิน จยย. ระบุหมายเลข 27 ซอยพร้อมพรรณประชาสงเคราะห์ 14 นุ่งกางเกงขายาวสีดำ หลังจากนี้จะนำส่งชันสูตรที่ รพ.รามาธิบดีก่อนที่จะดำเนินคดีกับโชเฟอร์รถแท็กซี่ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R_LCiyLpzRU

 1,111
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ต.ค. 61

สาวเจอฝนตก-น้ำท่วม โดนแท็กซี่ทิ้งกลางทาง อ้างเพิ่งนึกได้ต้องไปรับคนอื่น ขนส่งฟันธงผิดแน่นอน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ kiranaphak bunnag ได้โพสต์คลิปที่ถ่ายระหว่างกำลังโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่งอยู่แล้ว คนขับแท็กซี่ได้มีการหันมาบอกกับเธอว่าไม่ไปแล้วได้ไหม เพราะเพิ่งนึกได้ว่าต้องไปรับผู้โดยสารอีกคน ที่ตกลงราคากันก่อนหน้านี้เอาไว้ 1,000 บาท เดี๋ยวจะจอดให้ลงไปเรียกคันอื่นแทน ทั้งที่ฝนกำลังตกลงมาอย่างหนักก็ตาม ร่มก็ไม่มี รถคันอื่นก็ไม่มี จึงได้มีการต่อรองกันโดยเธอได้ขอร้องให้หารถคันใหม่ให้ก่อน   ภายหลังที่โพสต์เผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ได้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมของคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก   ต่อมานางสาวกิรณาภัค บุนนาค อายุ 30 ปี เจ้าของโพสต์เล่าให้ผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค.61 เวลาประมาณ 19:30 ตนได้เรียกรถแท็กซี่จากสะพานใหม่ ไปส่งที่รามอินทรา แต่อยู่ๆ เมื่อขับไปถึงระหว่างทางแยกไปรามอินทรา คนขับได้หันมาบอกว่าไม่ไปแล้วได้ไหม จะไปดอนเมืองเดี๋ยวจะจอดให้ลง แล้วค่อยเรียกคันอื่นไปแทน เพราะก่อนหน้านี้ได้นัดมีผู้โดยสารอีกคนไว้ในราคาจ้างเหมา 1,000 บาท   ตนเองก็ตกใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ ถ้าจะไปดอนเมืองทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกรับตนขึ้นมาทำไม แต่กลับได้คำตอบว่า ‘เพิ่งนึกขึ้นได้’ และขอให้ตนเห็นใจถือว่าช่วยๆ กัน ซึ่งคนที่ต้องขอให้เห็นใจควรเป็นตนมากกว่า จึงยังไม่ยอมลง เพราะขณะนั้นก็มืดแล้วและยังมาคนเดียว ฝนก็ตกหนักน้ำก็ท่วมร่มก็ไม่มี รถคันอื่นบริเวณนั้นก็ไม่มี แม้กระทั่งป้ายรถเมล์ (ถนนตัดใหม่วัชรพล-สะพานใหม่) ไม่รู้ว่าจะไปหลบอยู่ที่ไหน จึงขอให้มีแท็กซี่คันอื่นมาก่อนถึงจะลง   คนขับจึงขับเลียบทางต่อไปพร้อมกับพูดบ่นอยากให้ตนเห็นใจ กระทั่งจนเจอแท็กซี่อีกคันจอดอยู่ คนขับจึงให้ตนลงไปขึ้นคันใหม่แทน โดยตนเองก็กลัวแท็กซี่คันใหม่ปฏิเสธ จึงเปิดกระจกไปบอกว่าคันเก่าจะไม่ไปส่งแล้วจะให้ลงตรงนี้ และคนขับแท็กซี่คันใหม่จึงตะโกนต่อว่าคันเก่าว่ารับแล้วทำไมไม่ไป ซึ่งมีการโต้เถียงกันไปมาพอสมควร แต่ก็โชคดีที่สุดท้ายคันใหม่เห็นใจเรียกให้ตนไปขึ้นรถแล้วไปส่ง   ผู้โดยสารยังกล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าฝนไม่ตกจะให้ตนลงตรงไหนก็ได้ และทั้งนี้อยากให้คนขับแท็กซี่คันดังกล่าวมีจิตใจที่จะบริการให้มากกว่านี้ และหากมีนัดอยู่แล้วก็ไม่ควรจอดรับผู้โดยสารคนอื่น หรือถ้าจะรับก็ควรถามก่อนว่าเป็นเส้นทางที่จะผ่านหรือเปล่า ไม่ใช่รับแล้วอยู่ๆ ก็มานึกขึ้นได้ว่ามีนัดแล้วปล่อยลงกลางทางแบบนี้ อยากให้คิดเยอะๆ ว่าถ้าสถานะการณ์ที่ตนเจอมันเกิดขึ้นกับลูกหลานของเขาบ้างจะเป็นอย่างไร   ต่อมากรมการขนส่งทางบกระบุว่า การรับผู้โดยสารแล้วไม่ไปส่งให้ถึงยังจุดหมายปลายทาง ถือว่าเป็นการกระทำความผิดมีโทษปรับ 1,000 บาท และจะต้องเข้ารับอบรมจิตสำนึกที่ดีด้านการให้บริการ ซึ่งขณะนี้ทางขนส่งฯกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวคนขับแท็กซี่คันดังกล่าว ให้เข้ามาชี้แจง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/43NjmZaA5nQ

 1,873
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
23 พ.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' โชเฟอร์แท็กซี่แอบอ้างเป็น 'บิ๊กโจ๊ก' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ตร. สูญกว่า 4 ล้าน

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยคดีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็น บิ๊กโจ๊ก-พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่งจากตำรวจ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท   โดยผู้ต้องหาเป็นอดีตคนขับรถแท๊กซี่ นำเงินที่ได้ทั้งหมดไปซื้อที่ดิน 16 ไร่ และรถยนต์ 1 คัน โดยไม่พบเส้นทางการเงินที่โอนไปยังบุคคลอื่นที่เหนือขึ้นไป และไม่พบความสัมพันธ์กับข้าราชการที่ทำให้สามารถเลื่อนตำแหน่งได้   ขณะที่ตำรวจทั้ง 6 คน ที่ซื้อตำแหน่งจะถูกดำเนินคดีอาญา ข้อหาสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง อาทิ ตำรวจสังกัดภูธร ภาค 4 และ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง   ทั้งนี้ตำรวจทั้ง 6 นาย ที่ขอเลื่อนตำแหน่ง ได้แก่ จากสารวัตร ขึ้น รองผู้กำกับการ จ่ายเงิน 510,000 บาท / รองผู้บังคับการ ขอย้าย จ่ายเงิน 500,000 บาท / สารวัตร ขึ้น รองผู้กำกับการ จ่าย 2,500,000 บาท / ผู้กำกับการ ขอย้าย จ่าย 100,000 บาท / สารวัตร ขึ้น รองผู้กำกับการ จ่าย 500,000 บาท / และผู้บังคับหมู่ ขอย้าย จ่าย 100,000 บาท ซึ่งพบหากมีการทำผิดจริง โทษอาจรุนแรงถึงขั้นไล่ออก   จากคำให้การของผู้ต้องหาที่ให้การรับสารภาพ ว่าแอบอ้างชื่อพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ เนื่องจากเห็นผลการปฏิบัติงานผ่านทางโทรทัศน์ เป็นผู้มีชื่อเสียง จึงอาศัยจังหวะกระทำผิด   ทั้งนี้พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ยืนยัน ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งส่วนตัวไม่เคยซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งสื่อมวลชนได้ให้ฉายา โจ๊ะ หวานเจี๊ยบ เพราะพูดจาดี ไพเราะ ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์สื่อ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZndM6nVJqJ8    

 5,848
ต่างประเทศ
07 พ.ค. 61

ช็อก! หนุ่มอินเดียจอดรถแวะเซลฟี่กับหมี สุดท้ายโดนขย้ำตายคาที่

สำนักข่าว metro เผยแพร่ภาพเหตุการณ์น่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ขณะหมีขย้ำเหยื่อหลังพยายามเข้าไปถ่ายภาพเซลฟี่     รายงานข่าวระบุว่า Prabhu Bhatara โชเฟอร์แท็กซี่คนดังกล่าวได้จอดรถแวะปัสสาวะขณะขับรถกลับจากไปร่วมงานแต่งในรัฐโอริศา กระทั่งสังเกตเห็นหมีตัวหนึ่งจึงจะเข้าไปถ่ายภาพเซลฟี่ แม้ผู้โดยสารจะเอ่ยเตือนไม่ให้เขาเข้าไปใกล้แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายเขาก็ถูกหมีโจมตี โดยขณะเกิดเหตุมีสุนัขจรจัดพยายามเข้าไปช่วยแต่ไม่สำเร็จ จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ของอุทยานได้เข้ามาจัดการให้หมีสงบลง เคราะห์ร้ายที่เขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนหมีขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บ      

 9,450
สังคม-อาชญากรรม
30 เม.ย. 61

สาวพีอาร์แจ้งจับ แท็กซี่หื่นลวนลามเอาหน้าซุกอก-ขโมยทรัพย์สิน ขณะเผลอเมาหลับ

หญิงสาวผู้เสียหาย อายุ 28 ปี อาชีพพีอาร์สถานบันเทิง เข้าแจ้งความ ที่ สน.สายไหม ให้ดำเนินคดีกับคนขับรถแทกซี่ สีเขียวเหลืองไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลังถูกคนขับรถแท็กซี่ลวนลามและพยายามข่มขืนและลักทรัพย์   โดยผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 ของวันที่28 เมษายนที่ผ่านมาได้เรียกรถแท็กซี่จากหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อซอย 10 ให้มาส่งที่พักย่านรัชดาภิเษก ระหว่างทางตนเผลอหลับไป เมื่อรู้สึกตัวอีกที พบว่ารถแท็กซี่มาจอดอยู่บนทางด่วนใกล้ทางลง ถ.สุขาภิบาล 5 เขตสายไหม   คนขับแท็กซี่มานั่งอยู่ที่เบาะหลังโดยพยายามลวนลาม เอาหน้ามาซุกหน้าอก จึงต่อสู้ขัดขืน จากนั้นได้เปิดประตูรถวิ่งหนีลงมา คนขับรถแท็กซี่จึงขับรถหนีไป เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าเงินสดในกระเป๋าหายไปทั้งหมดประมาณ 2,000 บาท พร้อมแหวนทองคำที่ใส่อยู่อีก 1 วง และด้วยตนเองมีอาการมึนเมา จึงจำใบหน้าของคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวไม่ได้ จำได้เพียงเป็นชายวัยกลางคน   ทั้งนี้ได้นำหลักฐานกล้องวงจรปิดหน้าร้าน ที่บันทึกภาพรถแท็กซี่คันที่ก่อเหตุ มามอบให้ตำรวจเพื่อสืบหาตัวคนร้ายด้วย โดยภายหลังแจ้งความ ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.สายไหม พาผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุพบว่า อยู่บริเวณทางด่วนฉลองรัชฯ ใกล้ทางลงจตุโชต ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสน.คันนายาว จึงได้ประสานงานให้ ตำรวจสน.คันนายาว รับไปเนินคดีหาตัวคนร้ายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zhPmFMQ2xHQ  

 2,176
สังคม-อาชญากรรม
29 เม.ย. 61

สาวพีอาร์ร้องถูกโชเฟอร์แท็กซี่หื่นลวนลาม-ลักทรัพย์ ขณะเผลอหลับบนรถ

น.ส.สุภาวดี มูประสิทธิ์ อายุ 29 ปี เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.วิทธวัช สาคะรินทร์ รอง สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว หลังถูกโชเฟอร์แท็กซี่ลวนลามและลักทรัพย์ขณะเผลอหลับ หลังเรียกใช้บริการเพื่อไปส่งยังบ้านพัก   น.ส.สุภาวดี กล่าวว่าประกอบอาชีพเป็นพีอาร์ภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ หลังจากเลิกงานจะเรียกใช้บริการรถแท็กซี่เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 03.00 น. ตนโดยสารแท็กซี่ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนเพื่อให้ไปส่งบ้านพักย่านรัชดาภิเษก-ห้วยขวาง ระหว่างที่ตนนั่งอยู่เบาะหลังฝั่งซ้ายมือและมีอาการมึนเมาจึงเผลอหลับไป   จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.45 น. รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนพบว่าโชเฟอร์ได้จอดรถข้างทางอยู่บนทางพิเศษฉลองรัช ใกล้ทางออกถนนจตุโชติ และมานั่งอยู่ด้านข้างตนที่เบาะหลังฝั่งขวาโดยใบหน้าซุกอยู่ที่บริเวณหน้าอกตนด้วยความตกใจจึงใช้มือผลักออกก่อนรีบเปิดประตูลงจากรถทันที จากนั้นทางโชเฟอร์ได้รีบขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว    น.ส.สุภาวดี กล่าวต่อว่า ขณะนั้นตนพยายามติดต่อเพื่อนเพื่อให้มารับ แต่ระหว่างที่ยืนรออยู่นั้นมีรถแท็กซี่อีกคันผ่านมาจึงเรียกเพื่อให้ไปส่ง เมื่อมาถึงที่พักตนได้ตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าแหวนทองน้ำหนัก 1 สลึง ที่สวมอยู่ในนิ้ว พร้อมเงินสด 2 พันบาท ที่อยู่ในกระเป๋าสะพายข้าง หายไป ซึ่งคาดว่าถูกโชเฟอร์ลักทรัพย์ขณะเผลอหลับ   ด้าน ร.ต.อ.วิทธวัช เปิดเผยว่า ทางผู้เสียหายได้นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดขณะขึ้นรถคันเกิดเหตุมาส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวนเพื่อประกอบในสำนวนคดี โดยหลังจากนี้จะส่งตัวไปตรวจร่างกายที่รพ.ตร. พร้อมทั้งทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนติดต่อกับจราจรทางพิเศษฉลองรัช เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย ก่อนเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      

 3,618

Top