ค้นหา :

ผลการค้นหา "โชเฟอร์แท็กซี่"

สังคม
03 ม.ค. 63

เตะผ่าหมาก โชเฟอร์แท็กซี่ไม่ยอมกดมิเตอร์ ขอเหมาจ่ายจากผู้โดยสาร

-จากกรณีกล้องวงจรปิดจับภาพวินาที ชายหนุ่มลักษณะคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก ขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ร่างกระเด็นตกกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บหนัก โดยพบว่าชายคนดังกล่าว คือ นายสุพัฒน์ เพิ่มพูน อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉีกขาดที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่จึงรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา   ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิด พรบ.จราจรทางบก ตามมาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท ขอให้ศาลมีคำสั่งพักใบอนุญาตถึง 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต   -จากกรณี โชเฟอร์แท็กซี่รายนี้ไม่กดมิเตอร์ โดยขอเหมาจ่ายจากผู้โดยสาร 400 แต่ผู้โดยสารปฏิเสธจึงมีอารมณ์ทั้งสองฝ่าย ดังนั้นกรมการขนส่งทางบกจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและถ้าผิดหรือไม่ผิด? ก็สมควรแถลงผลการตรวจสอบด้วย เพื่อให้ความรู้ปชช.   -จากกรณี จยย.ฝ่าไฟแดง และผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัย โดยรถ จยย.พุ่งเข้าชนรถกระบะจังๆ เบื้องต้นทราบว่าผู้ขับขี่คนดังกล่าวอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส  

 552
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 62

โชเฟอร์แท็กซี่วูบหมดสติ รถเสียหลักปีนขึ้นเกาะกลางถนน

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่เสียหลักปีนเกาะกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหมดสติ ที่บริเวณถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่ 5 ขาออกมุ่งหน้าบางพลี ต.เทพารักษ์ อ.เมือง   ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า สีเหลือง ปีนขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนน ที่เบาะนั่งข้างคนขับพบผู้หมดสติเป็นชายนายวสิษฐ์ ชูกิจ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่คันดังกล่าว นั่งหมดสติฟุบอยู่กับพวงมาลัย เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถเปิดประตูรถออกได้ จึงตัดสินใจใช้เครื่องยิงกระจกจนแตก จึงเปิดประตูเข้าไปช่วยเหลือนายวสิษฐ์ ออกมาได้ในสภาพที่ยังหมดสติ รีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ในที่เกิดเหตุยังมีพบรถกระบะมิตซูบิชิ สีเทา จอดอยู่ในสภาพโดยมีรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีแดง ชนจนด้านท้ายถูกชนจนยุบ   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านได้พบเห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าวขับมาทางด้านเลนซ้าย ก่อนที่ไหลออกมาทางด้านเลนขวาและปีนขึ้นไปชนต้นไม้ที่อยู่เกาะกลางถนน ส่วนรถยนต์กระบะคันซึ่งขับมาทางด้านเลนขวา ถูกแท็กซี่คันดังกล่าวออกมาตัดหน้ากะทันหันจึงได้เหยียบเบรก จนรถหยุดก่อนที่ถูกรถยนต์เก๋งที่ขับตามหลังมาชนเข้าที่บริเวณด้านท้ายอย่างแรง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ระหว่างว่างที่โชเฟอร์แท็กซี่กำลังขับรถมา ซึ่งอาจจะมีโรคประจำตัวอยู่และเกิดวูบหมดสติกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักไหลข้ามมาจากเลนซ้ายออกมาทางเลนขวา ก่อนพุ่งขึ้นไปชนต้นไม่เกาะกลางถนน กระบะที่ขับตามมาจึงเบรกอย่างกระชัดชิด จึงถูกรถเก๋งที่ขับตามหลังมาอีกทีชนท้ายเข้าอย่างแรง อย่างไรตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/L5UvcUQIcrM

 983
สังคม
27 ธ.ค. 62

โชเฟอร์แท็กซี่วูบหมดสติ รถเสียหลักปีนขึ้นเกาะกลางถนน

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่เสียหลักปีนเกาะกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหมดสติ ที่บริเวณถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่ 5 ขาออกมุ่งหน้าบางพลี ต.เทพารักษ์ อ.เมือง   ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า สีเหลือง ปีนขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนน ที่เบาะนั่งข้างคนขับพบผู้หมดสติเป็นชายนายวสิษฐ์ ชูกิจ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่คันดังกล่าว นั่งหมดสติฟุบอยู่กับพวงมาลัย เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถเปิดประตูรถออกได้ จึงตัดสินใจใช้เครื่องยิงกระจกจนแตก จึงเปิดประตูเข้าไปช่วยเหลือนายวสิษฐ์ ออกมาได้ในสภาพที่ยังหมดสติ รีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ในที่เกิดเหตุยังมีพบรถกระบะมิตซูบิชิ สีเทา จอดอยู่ในสภาพโดยมีรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีแดง ชนจนด้านท้ายถูกชนจนยุบ   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านได้พบเห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าวขับมาทางด้านเลนซ้าย ก่อนที่ไหลออกมาทางด้านเลนขวาและปีนขึ้นไปชนต้นไม้ที่อยู่เกาะกลางถนน ส่วนรถยนต์กระบะคันซึ่งขับมาทางด้านเลนขวา ถูกแท็กซี่คันดังกล่าวออกมาตัดหน้ากะทันหันจึงได้เหยียบเบรก จนรถหยุดก่อนที่ถูกรถยนต์เก๋งที่ขับตามหลังมาชนเข้าที่บริเวณด้านท้ายอย่างแรง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ระหว่างว่างที่โชเฟอร์แท็กซี่กำลังขับรถมา ซึ่งอาจจะมีโรคประจำตัวอยู่และเกิดวูบหมดสติกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักไหลข้ามมาจากเลนซ้ายออกมาทางเลนขวา ก่อนพุ่งขึ้นไปชนต้นไม่เกาะกลางถนน กระบะที่ขับตามมาจึงเบรกอย่างกระชัดชิด จึงถูกรถเก๋งที่ขับตามหลังมาอีกทีชนท้ายเข้าอย่างแรง อย่างไรตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/L5UvcUQIcrM

 983
สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 62

เพื่อนร่วมอาชีพแฉ 'แท็กซี่ใจบุญรับส่งผู้ป่วยฟรี' เป็นจอมลวงโลก เจ้าตัวไลฟ์โต้กลับ ทั้งน้ำตา!

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'วิเศษ บางวิเศษ' โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับนายสุวรรณฉัตร หรือเดี่ยว พรหมชาติ แท็กซี่ใจบุญที่โด่งดังจากการรับส่งผู้ป่วยติดเตียง พระ และคนแก่ฟรี โดยอ้างว่าเป็นคนลวงโลก ในอดีตเคยรับส่งผู้ป่วยติดเตียง แต่เรียกเก็บเงินราคาแพง ทั้งเคยทิ้งผู้โดยสารลงกลางทางขณะฝนตกหนัก เพื่อไปให้สัมภาษณ์กับสื่อรายการหนึ่ง         นายวิเศษ บางวิเศษ อาชีพขับรถแท็กซี่ เจ้าของโพสต์ เล่าว่า รู้จักกับนายเดี่ยวเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน โดยนายเดี่ยวมาเข้าร่วมกลุ่มแท็กซี่จิตอาสาที่ตนเป็นประธานอยู่ ซึ่งกลุ่มของตนจะรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในที่ต่างๆ จากนั้นเขาก็เริ่มติดสติ๊กเกอร์รอบรถว่ารับส่งผู้ป่วยติดเตียง พระ และคนแก่ฟรี         แต่ในเวลาดังกล่าว นายเดี่ยวกลับเรียกเก็บเงินจากลูกค้าหลายราย เช่น ผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่ง ชื่อป้าฝน ได้ติดต่อใช้บริการกับนายเดี่ยวรับส่งจากจ.กาญจบุรี เพื่อมาหาหมอที่กรุงเทพฯ แต่ถูกเรียกเก็บเงิน 4,000 บาทจนต้องยืมเงินจากญาติมาจ่ายให้  แต่มีครั้งหนึ่งที่นัดรับส่งป้าฝนแต่เมื่อถึงเวลากลับบอกว่าไม่ว่าง ให้แท็กซี่คันอื่น ชื่อนายวรชัย ซึ่งเป็นเพื่อนของตนไปรับส่งแทน เนื่องจากมีลูกค้าอีกรายที่ติดต่อให้นายเดี่ยว ไปส่งที่จังหวัดอุบลราชธานีในราคา 7,000 บาท ซึ่งนายวรชัยเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เคยไปรับส่งป้าฝนและผู้ป่วยรายอื่นแทนนายเดี่ยวมาแล้วหลายครั้ง  และนายเดี่ยวเรียกเก็บเงินทุกครั้ง         นอกจากนี้ นางนก ผู้ดูแลป้าฝน ซึ่งคอยติดตามป้าฝนตลอด ก็เคยถูกนายเดี่ยวขอให้ร่วมบริจาคเงินทำบุญ 10,000 บาท อ้างว่า ค่าใช้จ่ายไม่พอ         อีกทั้งยังเคยโดนนายเดี่ยวปล่อยทิ้งลงกลางทางระหว่างฝนตก เพราะมีนัดไปให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งนางนกเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวทั้งหมดที่นายวิเศษพูดเป็นความจริง   ที่ตนต้องออกมาแฉนายเดียว ไม่ใช่เพราะอยากเด่นดังหรืออิจฉาเขา แต่เพราะตนเพิ่งมาทราบเรื่องว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่สร้างภาพไว้ หลังจากที่เขาเริ่มมีชื่อเสียง เขากลับดูถูกดูแคลนเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ ถึงขั้นบล็อกเฟซบุ๊กพวกตน สาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นเพราะครั้งที่ตนเคยทำบุญเลี้ยงเด็กพิการซ้ำซ้อนซึ่งขณะนั้นตนเป็นแม่งานกล่าวเปิดงาน จู่ๆ เขาก็ไม่พอใจและมาด่าว่าตนว่าทำไมไม่ให้เขาพูดแนะนำตัวบนเวที          แต่เรื่องราวทั้งหมดที่ตนออกมาพูดเป็นเรื่องราวในอดีตเมื่อ 5-6 ปีก่อน ซึ่งขณะนี้ ตนเชื่อว่าเขาคงไม่ได้ทำแบบเดิม เพราะมีคนร่วมบริจาคเงินให้ไม่ขาดสาย ส่วนเรื่องที่ปัจจุบันเขาทำความดีมากมาย ตนก็ชื่นชม แต่เพียงอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าในอดีตเขาเป็นอย่างไร เพราะตอนที่เขายังไม่ดัง ย่อมมีค่าใช้จ่ายมากมายในอาชีพนี้ หากเขาจะรับส่งฟรีอย่างที่เขาสร้างภาพ เขาจะอยู่ได้อย่างไร         หากเขาจะฟ้องร้องตนนก็ยินดี เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนถึงการกระทำของเขาในอดีต อย่างไรก็ตาม อยากฝากบอกเขาว่า อย่าใช้คำว่า “ปิดทองหลังพระ” หรือ “คนดีศรีสังคม” เพราะไม่ใช่ตัวเขา และอย่าดูถูกเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันอย่างที่เขาทำอยู่         ด้านป้าฝน ผู้ป่วยติดเตียงที่เคยใช้บริการกับนายเดี่ยว ยืนยันว่า เคยใช้บริการเขาประมาณ 4-5 ครั้ง ถูกเรียกเก็บเงิน 4,000 บาทจริงทุกครั้งตั้งแต่ครั้งแรก โดยเขาเป็นคนบอกราคาเอง ส่วนตัวก็คิดว่าแพงเกินไป แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักใคร แล้วต้องไปหาหมอเป็นประจำ จึงจำใจต้องใช้บริการเขา แต่ครั้งสุดท้ายกลับถูกเขาบอกว่าไม่ว่าง ทั้งที่นัดกันดิบดี ตั้งแต่นั้นตนจึงเลิกใช้บริการเขา และมาใช้บริการกับแท็กซี่คันอื่นในราคา 3,500 บาท ส่วนเรื่องที่เขาจะไปแจ้งความตนไม่ทราบ และไม่อยากจะโจมตีเขา เพราะตนเป็นคนพิการอยู่แล้ว ไม่อยากทำบาปทำกรรม แต่ทุกสิ่งที่พูดล้วนเป็นความจริง         ต่อมา นายเดี่ยว ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้ถึงนายวิเศษทั้งน้ำตาว่า ตนเคยรู้จักและสนิทสนม เคารพนายวิเศษเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แต่ด้วยความที่นายวิเศษยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ถึงขั้นเอาสติ๊กเกอร์เกี่ยวกับการเมืองมาติดรอบรถ ซึ่งตนไม่เห็นด้วย ประกอบกับเขาไม่มีความจริงใจ จึงได้เลิกคบและบล็อกเฟซบุ๊กไปในที่สุด เมื่อก่อนตนรับส่งลูกค้าต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว แต่ด้วยความที่มีค่าใช้จ่าย ตนก็ต้องเก็บเงินบ้าง แต่หากรับส่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตนส่งฟรีอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันตนไม่รับส่งต่างจังหวัด รับเพียงในกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น        ส่วนเรื่องของป้าฝนตนได้ไปรับส่งจริง แต่ไม่ได้มีการเรียกเก็บเงิน ซึ่งป้าฝนได้ยินดีจ่ายให้ตนเอง 1,200 บาท เพราะเขามีกำลังจ่าย และขณะนั้นตนก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องส่งค่างวดรถ ค่าแก๊ส และอื่นๆ ตนจึงรับไว้ เรื่องที่ตนนัดกับป้าฝนไว้ ตนได้บอกว่าไม่ว่างจริง เพราะมีผู้ป่วยจิตเวทรายหนึ่งที่ไว้ใจตนเท่านั้นประสงค์จะให้ตนไปส่งที่จังหวัดอุบบราชธานีในราคา 7,000 บาท ตนจึงต้องให้นายวรชัยไปรับส่งป้าฝนแทน ส่วนเรื่องนางนก ตนยืนยันว่าไม่เคยปล่อยเขาลงกลางทางแน่นอน   ตนไม่เข้าใจว่าทำไมนายวิเศษ ถึงออกมาให้ร้ายตนแบบนี้ หากตนทำดังที่ว่าจริง เหตุใดเรื่องเกิดมา 5-6 ปีแล้ว ถึงเพึ่งมาพูดตอนนี้ ซึ่งตนได้โทรไปถามเขาว่าทำไปเพื่ออะไร แต่ด้วยความที่ไม่อยากทะเลาะตนจึงวางสายไป           อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าไม่ใช่คนลวงโลกอย่างที่พวกเขากล่าวอ้าง 24 ปีที่ผ่านมาตนช่วยเหลือคนมาตลอด ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ต้องการอะไร ซึ่งตนอดทนอดกลั้นมาหลายวันแล้ว แต่ทนไม่ไหวจนต้องออกมาตอบโต้ ซึ่งตนมั่นใจว่าพวกเขารวมหัวกันแกล้งตน โดยตนจะไปแจ้งความที่กองปราบฯในวันนี้เพื่อเอาผิดกับนายวิเศษ นายวรชัย และนางนกที่พูดเท็จ ทำลายชื่อเสียงทำให้ตนเสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UQ2iZWCRH8E

 1,197
สังคม
26 ธ.ค. 62

เพื่อนร่วมอาชีพแฉ 'แท็กซี่ใจบุญรับส่งผู้ป่วยฟรี' เป็นจอมลวงโลก เจ้าตัวไลฟ์โต้กลับ ทั้งน้ำตา!

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'วิเศษ บางวิเศษ' โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับนายสุวรรณฉัตร หรือเดี่ยว พรหมชาติ แท็กซี่ใจบุญที่โด่งดังจากการรับส่งผู้ป่วยติดเตียง พระ และคนแก่ฟรี โดยอ้างว่าเป็นคนลวงโลก ในอดีตเคยรับส่งผู้ป่วยติดเตียง แต่เรียกเก็บเงินราคาแพง ทั้งเคยทิ้งผู้โดยสารลงกลางทางขณะฝนตกหนัก เพื่อไปให้สัมภาษณ์กับสื่อรายการหนึ่ง         นายวิเศษ บางวิเศษ อาชีพขับรถแท็กซี่ เจ้าของโพสต์ เล่าว่า รู้จักกับนายเดี่ยวเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน โดยนายเดี่ยวมาเข้าร่วมกลุ่มแท็กซี่จิตอาสาที่ตนเป็นประธานอยู่ ซึ่งกลุ่มของตนจะรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในที่ต่างๆ จากนั้นเขาก็เริ่มติดสติ๊กเกอร์รอบรถว่ารับส่งผู้ป่วยติดเตียง พระ และคนแก่ฟรี         แต่ในเวลาดังกล่าว นายเดี่ยวกลับเรียกเก็บเงินจากลูกค้าหลายราย เช่น ผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่ง ชื่อป้าฝน ได้ติดต่อใช้บริการกับนายเดี่ยวรับส่งจากจ.กาญจบุรี เพื่อมาหาหมอที่กรุงเทพฯ แต่ถูกเรียกเก็บเงิน 4,000 บาทจนต้องยืมเงินจากญาติมาจ่ายให้  แต่มีครั้งหนึ่งที่นัดรับส่งป้าฝนแต่เมื่อถึงเวลากลับบอกว่าไม่ว่าง ให้แท็กซี่คันอื่น ชื่อนายวรชัย ซึ่งเป็นเพื่อนของตนไปรับส่งแทน เนื่องจากมีลูกค้าอีกรายที่ติดต่อให้นายเดี่ยว ไปส่งที่จังหวัดอุบลราชธานีในราคา 7,000 บาท ซึ่งนายวรชัยเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เคยไปรับส่งป้าฝนและผู้ป่วยรายอื่นแทนนายเดี่ยวมาแล้วหลายครั้ง  และนายเดี่ยวเรียกเก็บเงินทุกครั้ง         นอกจากนี้ นางนก ผู้ดูแลป้าฝน ซึ่งคอยติดตามป้าฝนตลอด ก็เคยถูกนายเดี่ยวขอให้ร่วมบริจาคเงินทำบุญ 10,000 บาท อ้างว่า ค่าใช้จ่ายไม่พอ         อีกทั้งยังเคยโดนนายเดี่ยวปล่อยทิ้งลงกลางทางระหว่างฝนตก เพราะมีนัดไปให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งนางนกเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวทั้งหมดที่นายวิเศษพูดเป็นความจริง   ที่ตนต้องออกมาแฉนายเดียว ไม่ใช่เพราะอยากเด่นดังหรืออิจฉาเขา แต่เพราะตนเพิ่งมาทราบเรื่องว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่สร้างภาพไว้ หลังจากที่เขาเริ่มมีชื่อเสียง เขากลับดูถูกดูแคลนเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ ถึงขั้นบล็อกเฟซบุ๊กพวกตน สาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นเพราะครั้งที่ตนเคยทำบุญเลี้ยงเด็กพิการซ้ำซ้อนซึ่งขณะนั้นตนเป็นแม่งานกล่าวเปิดงาน จู่ๆ เขาก็ไม่พอใจและมาด่าว่าตนว่าทำไมไม่ให้เขาพูดแนะนำตัวบนเวที          แต่เรื่องราวทั้งหมดที่ตนออกมาพูดเป็นเรื่องราวในอดีตเมื่อ 5-6 ปีก่อน ซึ่งขณะนี้ ตนเชื่อว่าเขาคงไม่ได้ทำแบบเดิม เพราะมีคนร่วมบริจาคเงินให้ไม่ขาดสาย ส่วนเรื่องที่ปัจจุบันเขาทำความดีมากมาย ตนก็ชื่นชม แต่เพียงอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าในอดีตเขาเป็นอย่างไร เพราะตอนที่เขายังไม่ดัง ย่อมมีค่าใช้จ่ายมากมายในอาชีพนี้ หากเขาจะรับส่งฟรีอย่างที่เขาสร้างภาพ เขาจะอยู่ได้อย่างไร         หากเขาจะฟ้องร้องตนนก็ยินดี เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนถึงการกระทำของเขาในอดีต อย่างไรก็ตาม อยากฝากบอกเขาว่า อย่าใช้คำว่า “ปิดทองหลังพระ” หรือ “คนดีศรีสังคม” เพราะไม่ใช่ตัวเขา และอย่าดูถูกเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันอย่างที่เขาทำอยู่         ด้านป้าฝน ผู้ป่วยติดเตียงที่เคยใช้บริการกับนายเดี่ยว ยืนยันว่า เคยใช้บริการเขาประมาณ 4-5 ครั้ง ถูกเรียกเก็บเงิน 4,000 บาทจริงทุกครั้งตั้งแต่ครั้งแรก โดยเขาเป็นคนบอกราคาเอง ส่วนตัวก็คิดว่าแพงเกินไป แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักใคร แล้วต้องไปหาหมอเป็นประจำ จึงจำใจต้องใช้บริการเขา แต่ครั้งสุดท้ายกลับถูกเขาบอกว่าไม่ว่าง ทั้งที่นัดกันดิบดี ตั้งแต่นั้นตนจึงเลิกใช้บริการเขา และมาใช้บริการกับแท็กซี่คันอื่นในราคา 3,500 บาท ส่วนเรื่องที่เขาจะไปแจ้งความตนไม่ทราบ และไม่อยากจะโจมตีเขา เพราะตนเป็นคนพิการอยู่แล้ว ไม่อยากทำบาปทำกรรม แต่ทุกสิ่งที่พูดล้วนเป็นความจริง         ต่อมา นายเดี่ยว ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้ถึงนายวิเศษทั้งน้ำตาว่า ตนเคยรู้จักและสนิทสนม เคารพนายวิเศษเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แต่ด้วยความที่นายวิเศษยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ถึงขั้นเอาสติ๊กเกอร์เกี่ยวกับการเมืองมาติดรอบรถ ซึ่งตนไม่เห็นด้วย ประกอบกับเขาไม่มีความจริงใจ จึงได้เลิกคบและบล็อกเฟซบุ๊กไปในที่สุด เมื่อก่อนตนรับส่งลูกค้าต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว แต่ด้วยความที่มีค่าใช้จ่าย ตนก็ต้องเก็บเงินบ้าง แต่หากรับส่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตนส่งฟรีอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันตนไม่รับส่งต่างจังหวัด รับเพียงในกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น        ส่วนเรื่องของป้าฝนตนได้ไปรับส่งจริง แต่ไม่ได้มีการเรียกเก็บเงิน ซึ่งป้าฝนได้ยินดีจ่ายให้ตนเอง 1,200 บาท เพราะเขามีกำลังจ่าย และขณะนั้นตนก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องส่งค่างวดรถ ค่าแก๊ส และอื่นๆ ตนจึงรับไว้ เรื่องที่ตนนัดกับป้าฝนไว้ ตนได้บอกว่าไม่ว่างจริง เพราะมีผู้ป่วยจิตเวทรายหนึ่งที่ไว้ใจตนเท่านั้นประสงค์จะให้ตนไปส่งที่จังหวัดอุบบราชธานีในราคา 7,000 บาท ตนจึงต้องให้นายวรชัยไปรับส่งป้าฝนแทน ส่วนเรื่องนางนก ตนยืนยันว่าไม่เคยปล่อยเขาลงกลางทางแน่นอน   ตนไม่เข้าใจว่าทำไมนายวิเศษ ถึงออกมาให้ร้ายตนแบบนี้ หากตนทำดังที่ว่าจริง เหตุใดเรื่องเกิดมา 5-6 ปีแล้ว ถึงเพึ่งมาพูดตอนนี้ ซึ่งตนได้โทรไปถามเขาว่าทำไปเพื่ออะไร แต่ด้วยความที่ไม่อยากทะเลาะตนจึงวางสายไป           อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าไม่ใช่คนลวงโลกอย่างที่พวกเขากล่าวอ้าง 24 ปีที่ผ่านมาตนช่วยเหลือคนมาตลอด ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ต้องการอะไร ซึ่งตนอดทนอดกลั้นมาหลายวันแล้ว แต่ทนไม่ไหวจนต้องออกมาตอบโต้ ซึ่งตนมั่นใจว่าพวกเขารวมหัวกันแกล้งตน โดยตนจะไปแจ้งความที่กองปราบฯในวันนี้เพื่อเอาผิดกับนายวิเศษ นายวรชัย และนางนกที่พูดเท็จ ทำลายชื่อเสียงทำให้ตนเสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UQ2iZWCRH8E

 1,197
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ธ.ค. 62

แท็กซี่เดือด ฉุนหนุ่มขับปาดหน้า ลั่น "มึงรอกูที่นี่ เดี๋ยวมึงรู้ว่ากูเป็นใคร" สุดท้ายหายจ้อย

เกิดกรณีโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง ทะเลาะกับวัยรุ่น โดยโชเฟอร์อ้างว่าวัยรุ่นขับปาดหน้า ขอให้ไปเจรจากันที่โรงพัก สุดท้ายโชเฟอร์แท็กซี่เดือด ปล่อยประโยคเด็ด "มึงรอกูที่นี่แหละ เดี๋ยวมึงรู้ว่ากูเป็นใคร" ก่อนจะขับรถออกไป และไม่กลับมา ต่อมาหนุ่มวัยรุ่น บอกกับนักข่าว ยืนยันว่าไม่ขับปาดหน้า แต่ท่อรถอาจเสียงดัง ไม่รู้ว่าโชเฟอร์แท็กซี่เป็นอะไร นอกจากนี้ยังพบเสื้อกักตำรวจนครบาลอยู่ภายในรถ   ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก รับทราบเรื่อง และจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TqNaCJCQ_mw

 3,081
ข่าวโซเชียล
06 ธ.ค. 62

แท็กซี่เดือด ฉุนหนุ่มขับปาดหน้า ลั่น "มึงรอกูที่นี่ เดี๋ยวมึงรู้ว่ากูเป็นใคร" สุดท้ายหายจ้อย

เกิดกรณีโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง ทะเลาะกับวัยรุ่น โดยโชเฟอร์อ้างว่าวัยรุ่นขับปาดหน้า ขอให้ไปเจรจากันที่โรงพัก สุดท้ายโชเฟอร์แท็กซี่เดือด ปล่อยประโยคเด็ด "มึงรอกูที่นี่แหละ เดี๋ยวมึงรู้ว่ากูเป็นใคร" ก่อนจะขับรถออกไป และไม่กลับมา ต่อมาหนุ่มวัยรุ่น บอกกับนักข่าว ยืนยันว่าไม่ขับปาดหน้า แต่ท่อรถอาจเสียงดัง ไม่รู้ว่าโชเฟอร์แท็กซี่เป็นอะไร นอกจากนี้ยังพบเสื้อกักตำรวจนครบาลอยู่ภายในรถ   ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก รับทราบเรื่อง และจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TqNaCJCQ_mw

 3,081
ข่าวโซเชียล
22 พ.ย. 62

เจออีกแล้ว! ผดส.แชร์คลิปเตือน โชเฟอร์แท็กซี่สายหลอน ขับโยกไปมา-พูดคนเดียวตลอดทาง

ผู้โดยสารโพสต์คลิปภาพเหตุการณ์ขณะเดินทางด้วยรถแท็กซี่คันหนึ่ง พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ตนเองเรียกรถจากย่านเพชรเกษม แต่ระหว่างทางสังเกตว่าคนขับรถมีอาการผิดปกติ พูดบ่นคนเดียว โยกตัวยุกยิก กดนั่นกดนี่ ทั้งเปิดไฟเลี้ยว ที่ปัดน้ำฝน กระทั่งการขับรถแบบอันตรายปาดไปมา 4 เลน เธอจึงนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปและเลขทะเบียนไว้เพื่อเตือนภัยและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่บุคคล รวมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น   ล่าสุด กรมขนส่งทางบก ระบุว่าทราบเรื่องแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบคนขับรถแท็กซี่ในคลิป

 673
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 พ.ย. 62

คลิปแฉแท็กซี่สีฟ้าหัวร้อน ขับปาดหน้าแล้วเบรคให้ชน ก่อนลงมาทุบรถ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Patchapol Ngamtarkulviroj โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ เหตุการณ์ที่เจ้าของกล้องขับรถอยู่บนถนน ก่อนจะขึ้นสะพาน จู่ๆมีรถแท็กซี่สีฟ้า ขับเข้ามาปาดหน้า พร้อมกับเบรกเป็นระยะ ก่อนที่คนขับรถคันดังกล่าวจะเบี่ยงซ้ายออกไป แต่รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ยังตามมาปาดหน้าแล้วจอดรถขวาง   ก่อนที่คนขับจะเปิดประตูลงมา แล้วเดินมาที่รถคันดังกล่าวพร้อมกับด่าทอ และทุบกระจกรถ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดขอโทษแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันในรถแท็กซี่ก็มีผู้หญิงกับเด็กเดินลงมาจากรถแท็กซี่ มายืนอยู่ข้างถนน ก่อนที่จะมีผู้ใช้รถ ใช้ถนน เข้ามาห้ามปราม จนคนขับรถแท็กซี่หัวร้อนรายนี้จะขึ้นรถและขับออกไป   โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า "เหตุเกิดเมื่อวันที่10/11/19 เวลา 13.30 น. แท็กซี่ทะเบียน ทส3066 หัวร้อนขับรถปาดหน้าแล้วเบรคให้ชนโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนแล้วลงมาทุบกระจกรถด้านคนขับ โดยคุณพ่อพูดขอโทษตลอดเวลา ผมอยากดำเนินคดีกับแท็กซี่ให้ถึงที่สุดครับ ช่วยแชร์หน่อยนะครับ #ภัยสังคม #เฮียขับรถ #แท็กซี่หัวร้อน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JABkncR0TwY

 8,941
ข่าวโซเชียล
13 พ.ย. 62

คลิปแฉแท็กซี่สีฟ้าหัวร้อน ขับปาดหน้าแล้วเบรคให้ชน ก่อนลงมาทุบรถ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Patchapol Ngamtarkulviroj โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ เหตุการณ์ที่เจ้าของกล้องขับรถอยู่บนถนน ก่อนจะขึ้นสะพาน จู่ๆมีรถแท็กซี่สีฟ้า ขับเข้ามาปาดหน้า พร้อมกับเบรกเป็นระยะ ก่อนที่คนขับรถคันดังกล่าวจะเบี่ยงซ้ายออกไป แต่รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ยังตามมาปาดหน้าแล้วจอดรถขวาง   ก่อนที่คนขับจะเปิดประตูลงมา แล้วเดินมาที่รถคันดังกล่าวพร้อมกับด่าทอ และทุบกระจกรถ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดขอโทษแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันในรถแท็กซี่ก็มีผู้หญิงกับเด็กเดินลงมาจากรถแท็กซี่ มายืนอยู่ข้างถนน ก่อนที่จะมีผู้ใช้รถ ใช้ถนน เข้ามาห้ามปราม จนคนขับรถแท็กซี่หัวร้อนรายนี้จะขึ้นรถและขับออกไป   โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า "เหตุเกิดเมื่อวันที่10/11/19 เวลา 13.30 น. แท็กซี่ทะเบียน ทส3066 หัวร้อนขับรถปาดหน้าแล้วเบรคให้ชนโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนแล้วลงมาทุบกระจกรถด้านคนขับ โดยคุณพ่อพูดขอโทษตลอดเวลา ผมอยากดำเนินคดีกับแท็กซี่ให้ถึงที่สุดครับ ช่วยแชร์หน่อยนะครับ #ภัยสังคม #เฮียขับรถ #แท็กซี่หัวร้อน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JABkncR0TwY

 8,941
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ย. 62

แท็กซี่ถูกรถขับเบียด หักหลบพุ่งชนแบริเออร์ หงายท้องชี้ฟ้า

เกิดอบุัติเหตุช่วงทางลงอุโมงค์ แยกรัชโยธิน แท็กซี่ชนแบริเออร์ หงายท้องชี้ฟ้า ที่เกิดเหตุพบเสาไฟฟ้าล้มโค่น 1 ต้น กีดขวางจราจร   โดยโชเฟอร์แท็กซี่ เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุไปรับผู้โดยสาร ไปส่งย่านดอนเมือง ใช้ความเร็ว 80 กม./ชม. ก่อนจะมีรถยนต์คันหนึ่งเบียดเข้ามาในเลน จึงหักเลี้ยวล้ม ทำให้พุ่งชนแบริเออร์     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/i6zAljDc56k

 263
สังคม
09 พ.ย. 62

แท็กซี่ถูกรถขับเบียด หักหลบพุ่งชนแบริเออร์ หงายท้องชี้ฟ้า

เกิดอบุัติเหตุช่วงทางลงอุโมงค์ แยกรัชโยธิน แท็กซี่ชนแบริเออร์ หงายท้องชี้ฟ้า ที่เกิดเหตุพบเสาไฟฟ้าล้มโค่น 1 ต้น กีดขวางจราจร   โดยโชเฟอร์แท็กซี่ เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุไปรับผู้โดยสาร ไปส่งย่านดอนเมือง ใช้ความเร็ว 80 กม./ชม. ก่อนจะมีรถยนต์คันหนึ่งเบียดเข้ามาในเลน จึงหักเลี้ยวล้ม ทำให้พุ่งชนแบริเออร์     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/i6zAljDc56k

 263
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 62

หนุ่มหัวร้อนสิ้นฤทธิ์ หลังคว้าอิฐปรี่เข้าหา เจอโชเฟอร์แท็กซี่ยกกล้องถ่าย

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “เฮียขับรถ” ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ หนุ่มขี่จักรยานยนต์รายหนึ่ง ได้มีเรื่องกับโชเฟอร์แท็กซี่ เกิดอาการหัวร้อนขี่รถมาดักหน้า ก่อนเดินไปคว้าเอาก้อนอิฐข้างทางขึ้นมาทำท่าทีจะปาใส่   โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ พร้อมระบุข้อความสั้นๆ ว่า "มึงคิดจะผงาด มึงต้องผงาดเหนือกล้องด้วย"   ซึ่งจะเห็นได้ว่า หนุ่มหัวร้อนรายนี้ เดินมาถึงฝั่งด้านประตูข้างคนขับ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับชะงัก เนื่องจากโชเฟอร์แท็กซี่นั้นได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายวิดีโอไว้ เจ้าตัวเลยอุทานด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า "โห่... ถ่ายทำ... มึงหรอ" และต้องยอมวางก้อนอิฐนั้นลงทันที และปล่อยให้แท็กซี่ขับออกไปแต่โดยดี  

 201
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 62

แท็กซี่หลอน ขับไปหมอบไป-ยกมือไหว้ศาลตลอดทาง เจ้าของอู่เผยคนขับทิ้งรถหนีไปแล้ว คาดป่วยทางจิตหรือเสพยาเกินขนาด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Champ Suphaloek" โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊ก เป็นเหตุการณ์ขณะโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่ง โดยคนขับแท็กซี่มีอาการแปลกๆ ก้มๆเงยๆ ตลอดเวลา ขับรถไป หมอบไป และทำท่ายกมือไหว้ ทั้งยังบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ตลอดทาง  พร้อมระบุข้อความว่า นั่งแท็กซี่มามะกี้คนขับอย่างหลอน    ปล.ผมเรียกเเท็กซี่คันนี้เวลาประมาณห้าทุ่มแถวๆ Mrt รัชดาฯให้มาส่งที่คอนโดแถวประชาอุทิศ ที่ผมไม่ลงเพราะระยะทางมันไม่ไกลเเล้วมันก็ขับในซอยเล็กๆคิดว่าไม่มีอะไรน่ากังวล แท็กซี่ทะเบียน ทฬ 2117 ใครจะขึ้นก็ดูกันดีๆครับ   ปล.2 คลิปนี้ไม่ได้เฟค ตอนเเรกผมเห็นเขาแค่พรึมพรำๆครับ สักพักก้ออย่างที่เห็นในคลิปเลย ผมให้เขาจอดเเล้วรอบนึง แต่เขาบอกว่าเขาจะไปส่งให้ถึง ผมเห็นว่ามันอีกไม่ไกลก็เลยอดทนนั่งมาครับ555 (ผมแจ้งขนส่งไปเรียบร้อยเเล้วครับ)         นายศุภฤกษ์ ศรีทองปลั่ง อายุ 32 ปี เจ้าของโพสต์เผยว่า วันเกิดเหตุ หลังจากที่ตนกลับจากไปดูการแข่งขันฟุตบอลย่านม.ธรรมศาสตร์ และติดรถรุ่นพี่มาลงที่ MRT รัชดาภิเษก เพื่อโบกรถแท็กซี่กลับคอนโดย่านประชาอุทิศ ซึ่งตนได้ขึ้นรถแท็กซี่ทะเบียน ทฬ 2117 โดยคนขับเป็นชาย อายุประมาณ 30 ต้นๆ   ระหว่างทาง คนขับเริ่มบ่นพึมพำ แต่ตนไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเขาคุยโทรศัพท์โดยใส่หูฟัง กระทั่งตนบอกทางให้เขาลงอุโมงค์สุทธิสาร เพื่อจะได้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 18 แต่ปรากฏว่าคนขับไม่ทำตาม และพอขับผ่านหน้าบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เขาก็ได้ยกมือไหว้ศาลที่อยู่หน้าบริษัท โดยปล่อยมือทั้งสองข้างจากพวงมาลัย แต่ตนก็ยังไม่เอะใจอะไร   กระทั่งผ่านมาได้สักพัก เขาก็ยกมือไหว้อีกครั้ง ทั้งที่ไม่มีศาลอยู่ข้างทางแต่อย่างใด แต่หนักกว่าเดิม โดยเริ่มผงกหัวไปด้วยทำท่าหมอบ เหมือนหลบอะไรสักอย่าง ขณะนั้นตนเริ่มตกใจ พอมาถึงจุดที่ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซึ่งต้องขับต่อแถวในเลนซ้าย แต่เขากลับขับเลนขวา ตนจึงบอกให้เขากลับรถเพื่อจอดให้ตนลงที่ศาลพระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง แต่คนขับยืนยันว่าจะไปส่งตน แล้วก็ปาดรถเข้าเลนซ้ายเพื่อเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญทันที   ตนเริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงยกโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ และคิดว่าจะพาเขาไปที่ สน. ห้วยขวาง แต่กลัวว่าเขาจะมีอาวุธ และทำร้ายตน จึงพยายามตั้งสติจนไปถึงคอนโด ทั้งนี้ คนขับไม่ได้ขับรถเร็ว และตนไม่ได้กลิ่นเหล้าจากคนขับ เวลาบอกทางเขาก็พูดคุยปกติ จึงไม่ทราบว่าเขาเป็นอะไร แต่คาดว่าเขาคงเมาอะไรบางอย่าง แต่ตนไม่อยากฟันธง   อย่างไรก็ตาม ที่ตนนำคลิปมาโพสต์ ไม่ได้ต้องการประจานเขา เพียงอยากเตือนภัยให้กับคนอื่นๆ และอยากให้กรมการขนส่งและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแลจัดการ เพราะเกรงความปลอดภัยของผู้โดยสารคนอื่นๆ         หลังจากโพสต์เผยแพร่ ก็มีขาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก มีหลายรายที่บอกว่าเคยเจอพฤติกรรมของคนขับแท็กซี่รายนี้เช่นกัน เช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Bell S. Varaporn” ที่มาแสดงความคิดเห็นว่าเคยขึ้นรถแท็กซี่คนดังกล่าวเหมือนกันพร้อมถ่ายคลิปไว้ ซึ่งดูจากคลิปแล้วลักษณะคนขับคล้ายคนเดียวกัน   ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบ จนทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าว เป็นของสหกรณ์แท็กซี่แห่งหนึ่งย่านซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี ซึ่งคนขับชื่อ นายองอาจ ได้เช่าขับอยู่   ด้านเจ้าของอู่ และเจ้าของรถแท็กซี่คันดังกล่าว ระบุว่า นายองอาจเพิ่งมาเช่ารถได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ปกตินายองอาจมักแต่งตัวดี ใส่ยูนิฟอร์มถูกต้อง และไม่เคยเห็นมีอาการเมาเหล้า หรือเมายาแต่อย่างใด    หลังจากเห็นคลิป ตนคาดว่า นายองอายอาจมีอาการทางจิต หรือเสพยาเสพติด จนเกิดอาการหลอน คุมสติไม่ได้ แต่ก็ยังไม่อยากฟันธง ทั้งนี้ นายองอาจได้นำรถแท็กซี่มาจอดทิ้งไว้ที่อู่ และหนีไปแล้ว โดยที่ยังค้างค่าเช่ารถอยู่    ส่วนกรมการขนส่ง ได้ทราบเรื่องแล้ว และกำลังทำการตรวจสอบ เพื่อติดตามหาคนขับรายนี้ แต่ล่าสุด ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eiY1AK5rQks

 84,394
ข่าวโซเชียล
17 ต.ค. 62

แท็กซี่หลอน ขับไปหมอบไป-ยกมือไหว้ศาลตลอดทาง เจ้าของอู่เผยคนขับทิ้งรถหนีไปแล้ว คาดป่วยทางจิตหรือเสพยาเกินขนาด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Champ Suphaloek" โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊ก เป็นเหตุการณ์ขณะโดยสารรถแท็กซี่คันหนึ่ง โดยคนขับแท็กซี่มีอาการแปลกๆ ก้มๆเงยๆ ตลอดเวลา ขับรถไป หมอบไป และทำท่ายกมือไหว้ ทั้งยังบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ตลอดทาง  พร้อมระบุข้อความว่า นั่งแท็กซี่มามะกี้คนขับอย่างหลอน    ปล.ผมเรียกเเท็กซี่คันนี้เวลาประมาณห้าทุ่มแถวๆ Mrt รัชดาฯให้มาส่งที่คอนโดแถวประชาอุทิศ ที่ผมไม่ลงเพราะระยะทางมันไม่ไกลเเล้วมันก็ขับในซอยเล็กๆคิดว่าไม่มีอะไรน่ากังวล แท็กซี่ทะเบียน ทฬ 2117 ใครจะขึ้นก็ดูกันดีๆครับ   ปล.2 คลิปนี้ไม่ได้เฟค ตอนเเรกผมเห็นเขาแค่พรึมพรำๆครับ สักพักก้ออย่างที่เห็นในคลิปเลย ผมให้เขาจอดเเล้วรอบนึง แต่เขาบอกว่าเขาจะไปส่งให้ถึง ผมเห็นว่ามันอีกไม่ไกลก็เลยอดทนนั่งมาครับ555 (ผมแจ้งขนส่งไปเรียบร้อยเเล้วครับ)         นายศุภฤกษ์ ศรีทองปลั่ง อายุ 32 ปี เจ้าของโพสต์เผยว่า วันเกิดเหตุ หลังจากที่ตนกลับจากไปดูการแข่งขันฟุตบอลย่านม.ธรรมศาสตร์ และติดรถรุ่นพี่มาลงที่ MRT รัชดาภิเษก เพื่อโบกรถแท็กซี่กลับคอนโดย่านประชาอุทิศ ซึ่งตนได้ขึ้นรถแท็กซี่ทะเบียน ทฬ 2117 โดยคนขับเป็นชาย อายุประมาณ 30 ต้นๆ   ระหว่างทาง คนขับเริ่มบ่นพึมพำ แต่ตนไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเขาคุยโทรศัพท์โดยใส่หูฟัง กระทั่งตนบอกทางให้เขาลงอุโมงค์สุทธิสาร เพื่อจะได้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 18 แต่ปรากฏว่าคนขับไม่ทำตาม และพอขับผ่านหน้าบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เขาก็ได้ยกมือไหว้ศาลที่อยู่หน้าบริษัท โดยปล่อยมือทั้งสองข้างจากพวงมาลัย แต่ตนก็ยังไม่เอะใจอะไร   กระทั่งผ่านมาได้สักพัก เขาก็ยกมือไหว้อีกครั้ง ทั้งที่ไม่มีศาลอยู่ข้างทางแต่อย่างใด แต่หนักกว่าเดิม โดยเริ่มผงกหัวไปด้วยทำท่าหมอบ เหมือนหลบอะไรสักอย่าง ขณะนั้นตนเริ่มตกใจ พอมาถึงจุดที่ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซึ่งต้องขับต่อแถวในเลนซ้าย แต่เขากลับขับเลนขวา ตนจึงบอกให้เขากลับรถเพื่อจอดให้ตนลงที่ศาลพระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง แต่คนขับยืนยันว่าจะไปส่งตน แล้วก็ปาดรถเข้าเลนซ้ายเพื่อเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญทันที   ตนเริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงยกโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ และคิดว่าจะพาเขาไปที่ สน. ห้วยขวาง แต่กลัวว่าเขาจะมีอาวุธ และทำร้ายตน จึงพยายามตั้งสติจนไปถึงคอนโด ทั้งนี้ คนขับไม่ได้ขับรถเร็ว และตนไม่ได้กลิ่นเหล้าจากคนขับ เวลาบอกทางเขาก็พูดคุยปกติ จึงไม่ทราบว่าเขาเป็นอะไร แต่คาดว่าเขาคงเมาอะไรบางอย่าง แต่ตนไม่อยากฟันธง   อย่างไรก็ตาม ที่ตนนำคลิปมาโพสต์ ไม่ได้ต้องการประจานเขา เพียงอยากเตือนภัยให้กับคนอื่นๆ และอยากให้กรมการขนส่งและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดูแลจัดการ เพราะเกรงความปลอดภัยของผู้โดยสารคนอื่นๆ         หลังจากโพสต์เผยแพร่ ก็มีขาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก มีหลายรายที่บอกว่าเคยเจอพฤติกรรมของคนขับแท็กซี่รายนี้เช่นกัน เช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Bell S. Varaporn” ที่มาแสดงความคิดเห็นว่าเคยขึ้นรถแท็กซี่คนดังกล่าวเหมือนกันพร้อมถ่ายคลิปไว้ ซึ่งดูจากคลิปแล้วลักษณะคนขับคล้ายคนเดียวกัน   ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบ จนทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าว เป็นของสหกรณ์แท็กซี่แห่งหนึ่งย่านซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี ซึ่งคนขับชื่อ นายองอาจ ได้เช่าขับอยู่   ด้านเจ้าของอู่ และเจ้าของรถแท็กซี่คันดังกล่าว ระบุว่า นายองอาจเพิ่งมาเช่ารถได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ปกตินายองอาจมักแต่งตัวดี ใส่ยูนิฟอร์มถูกต้อง และไม่เคยเห็นมีอาการเมาเหล้า หรือเมายาแต่อย่างใด    หลังจากเห็นคลิป ตนคาดว่า นายองอายอาจมีอาการทางจิต หรือเสพยาเสพติด จนเกิดอาการหลอน คุมสติไม่ได้ แต่ก็ยังไม่อยากฟันธง ทั้งนี้ นายองอาจได้นำรถแท็กซี่มาจอดทิ้งไว้ที่อู่ และหนีไปแล้ว โดยที่ยังค้างค่าเช่ารถอยู่    ส่วนกรมการขนส่ง ได้ทราบเรื่องแล้ว และกำลังทำการตรวจสอบ เพื่อติดตามหาคนขับรายนี้ แต่ล่าสุด ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eiY1AK5rQks

 84,394

Top