ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุเทพ"

การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

'สุเทพ' ยันสิ่งที่กปปส. ทำไม่สูญเปล่า ปัดตอบอนาคตทางการเมือง ย้ำเดินสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

 สุเทพ ยันสิ่งที่กปปส.ทำไม่สูญเปล่า ชี้แม้การปฏิรูปยังไม่เห็นผล แต่อย่างน้อยก็หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองครั้งนั้นได้ ปฏิเสธตอบอนาคตทางการเมือง ย้ำเดินหน้าต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม   นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. เปิดเผยภายหลังศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำทั้ง 9 คน ที่ถูกอัยการสูงสุด สั่งฟ้องในคดีข้อหากบฏ และ ก่อการร้าย ในช่วงการชุมนุมเมื่อปี 2556-2557 โดย ยืนยัน เคารพกฎหมายไทย และจะเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจากนี้จะได้หารือกับทนายความ เพื่อนำพยานหลักฐานต่างๆ มาแก้ต่างข้อกล่าวหา พร้อมระบุแม้การออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน อาจได้รับผลกระทบ และ ถูกดำเนินคดี แต่จะยืนหยัดต่อไปเพื่ออนาคตประเทศ และผลักดันปฏิรูปประเทศไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม ซึ่งหากพลาดพลั้งแพ้คดีก็พร้อมน้อมรับ ถือว่าตัดสินใจเลือกทางนี้แล้ว อีกทั้ง ย้ำว่าสิ่งที่ทำมาไม่เสียเปล่า แม้การปฏิรูปของรัฐบาลยังไม่เห็นชัดเจน แต่อย่างน้อย ได้หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองในครั้งนั้นได้ แต่การปฏิรูป ถือเป็นหน้าที่ของทุกคต้องกอดคอเดินหน้า เปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์    ในช่วงท้าย นายสุเทพ ปฏิเสธตอบคำถามถึงอนาคตทางการเมือง ระบุเพียงสั้นๆ รอให้ถึงเวลาแล้วจะบอกเองว่าจะมีจุดยืนอย่างไร ขณะที่การปรับแก้ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปนั้น ส่วนตัว มองว่าไม่เป็นไร จะเลือกตั้งเมื่อไหน่ก็ได้ แต่ขอให้ได้คนดีมาทำหน้าที่แทนประชาชน ซึ่งหลังจากให้สัมภาษณ์ ได้เดินเข้าไปพบปะกับมวลชนที่มารอให้กำลังใจประมาณ 4-5 คน ก่อนขึ้นรถออกจากศาลอาญาทันที  

 15,080
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

ด่วน! ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. คนละ6แสน ห้ามออกนอกประเทศ นัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มี.ค.นี้

 ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. หลังประทับรับฟ้อง คดีความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ในการชุมนุมปี 2556-2557 ตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงนัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มีนาคมนี้   ภายหลังอัยการสูงสุด ได้นำตัว 9 แกนนำกปปส. นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ,นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย,นายชุมพล จุลใส,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,นายอิสระ สมชัย,นายวิทยา แก้วภราดัย ,นายถาวร เสนเนียม,นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฎ-ยุยงปลุกปั่น-กระทำให้ปรากฎแก่วาจาฯ-อั้งยี่ ซ่องโจร-มั่วสุมกันเกิน 10 คน-ประทุษร้าย-ขัดขวางการเลือกตั้ง โดย นายสุเทพและ นายชุมพล อัยการได้สั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายอีก 1 คดีด้วย    ซึ่งศาลประทับรับฟ้อง และสอบคำให้การจำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้อง ว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 19 มี.ค.เวลา 09.00   ทั้งนี้ ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด พร้อมตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ    ย้อนหลังคดีนี้ เริ่มต้นจาก นายคารม พรพลกลาง ทนายความ นปช. ได้ยื่นฟ้องกับ ดีเอสไอ ในช่วงที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอขณะนั้น ก่อนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง แกนนำและแนวร่วมกปปส.58 คน ต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ต่อมา มีการแยกฟ้องชุดแรก 4 คน คือ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์,ดร.เสรี วงษ์มณฑา,นายสกลธี ภัททิยกุล และ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม    และในวันนี้ยื่นฟ้องแกนนำอีก 9 คน ในข้อหากบฏ โดย นายสุเทพ และนายชุมพล ยังโดนข้อหาก่อการร้ายอีก 1 คดี ส่วนอีก 34 คน ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการรับฟังคำสั่งฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นรายบุคคลของอัยการว่าเหตุผลสมควรหรือไม่ หากไม่สมควรก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป    อย่างไรก็ตาม มี 7 คน ที่อัยการ ได้แยกสำนวนพิจารณา เนื่องจากข้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคดีหลัก อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ , นายทศพล เพ็งส้ม ,นายสาธิต ปิตุเตชะ และ นางนาถยา แดงบุหงา ส่วน 1 เดียวแนวร่วมกปปส. ที่ไม่ถูกฟ้องขณะนี้ คือ นายพิจารณ์ สุขภารังษี เป็นนักวิชาการอิสระ    

 18,109
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

อัยการสั่งฟ้อง 9 แกนนำ กปปส. ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ 'สุเทพ-ชุมพล' โดนพ่วงข้อหาก่อการร้าย

อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง 9 แกนนำ กปปส.ข้อหากบฏ เฉพาะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับนายชุมพล จุลใส โดนพ่วงข้อหาก่อการร้ายด้วย   วันนี้อัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดได้นัดแกนนำ กปปส.และแนวร่วม 43 คน มาฟังคำสั่งในคดีที่เกี่ยวกับการชุมชุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556-2557 ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย แต่ก็ไม่มีมวลชนหรือกลุ่มผู้สนับสนุนมาชุมนุมให้กำลังใจแต่อย่างใด    สำหรับผู้ที่ไปถึงเป็นคนแรก คือ นายอิสระ สมชัย ไปตั้งแต่ 08.30 น. ซึ่งเจ้าตัวเตรียมหลักทรัพย์ 600,000 บาท มาใช้ประกันตัว โดยมั่นใจว่า ถ้าอัยการสั่งฟ้องก็จะไม่กระทบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นการกระทำส่วนตัว   ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปถึงพร้อมกับแกนนำคนอื่นๆ ประมาณ 09.20 น. บอกมั่นใจอัยการคดีพิเศษสั่งฟ้องแน่ เตรียมตัว เตรียมใจรับสภาพการเป็นจำเลยแล้ว และจะอยู่สู้คดีไม่หนีไปไหนแน่นอน   ล่าสุดอัยการคดีพิเศษได้มีคำสั่งคดีพิเศษที่ 261/2556 แยกฟ้องเบื้องต้น 9 คน ในข้อหากบฏ ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย  3.นายชุมพล จุลใส  4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  5.นายอิสสระ สมชัย  6.นายวิทยา แก้วภราดัย  7.นายถาวร เสนเนียม  8.นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ  9.นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์  แต่นายสุเทพ กับ นายชุมพล พ่วงข้อหาก่อการร้ายเข้าไปด้วยอีก 1 ข้อหา   ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้พาแกนนำ กปปส.ทั้ง 9 คน ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา และทีมทนายความได้เขียนคำร้องขอประกันตัวแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล   โดย นายประยุทธ ชี้แจงเหตุผลที่อัยการ แยกสั่งฟ้องเฉพาะแกนนำ 9 คนก่อน เนื่องจากเพื่อให้ทันกระบวนการสั่งฟ้องต่อศาล อีกทั้ง ผู้ต้องหาที่เหลือจำนวน 34 คน ได้ส่งคำร้องขอเลื่อนเข้ารายงานเพื่อรับฟังคำสั่งคดี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเหตุผลว่าสมควรหรือไม่    สำหรับคดีนี้ เดิมมีผู้ต้องหา จำนวน 58 คน มีคำสั่งไม่ฟ้อง 1 คน เหลือ 57 คน จำนวนนี้ดีเอสไอยังไม่ส่งสำนวน 3 คน จึงอยู่ในขั้นตอนของอัยการ 54 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะทำงานอัยการ พิจารณา มีบางข้อหาไม่เกี่ยวกับคดีหลัก จึงแยก 7 คนออกจากสำนวน และ 4 รายสั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ ทำให้เหลือ ปัจจุบัน 43 คน และ วันนี้ ได้สั่งฟ้องเพิ่มอีก 9 คน ส่วน 34 คนขอเลื่อนการรับฟังคำสั่ง  

 7,849
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

'สุเทพ' พร้อม 8 แกนนำ กปปส. พบศาล มั่นใจอัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง "คดีกบฏ"

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.61 เวลา 9.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการมูลนิธิกปปส. ผู้ต้องหาที่ 1 พร้อมด้วยแกนนำนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่2 นายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่3 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่4 นายอิสระ สมชัย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่5 นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่6 นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่7 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่8 นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่9 เดินทางมาถึงพร้อมรวมตัวกันเดินเข้าพบอัยการ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โบกมือทักทาย โดยนายสุเทพ กล่าวว่า เชื่อว่าอัยการสั่งฟ้องแน่นอน พร้อมรับสภาพเป็นจำเลย ตามกระบวนการยุติธรรม พวกตนมากันครบ ไม่หนีไปไหน   ด้านนายประยุทธ์ เพชรคุณ รองโฆษกประจำสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ ทางอสส.จะสั่งฟ้องทั้งหมด 51 คน ที่ผ่านมาฟ้องไปแล้ว 4 คน เหลือสั่งฟ้อง 47 คนวันนี้ โดยก่อนเที่ยงทางอสส.จะแถลงกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป   ข้อมูลจาก ข่าวสด  

 5,843
การเมืองเข้มข้น
31 ส.ค. 60

สุเทพ พร้อมสู้ต่อ หาก ป.ป.ช.ฟ้องใหม่ได้ ยันสลายม็อบปี 53 ตามขั้นตอน

  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวภายหลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ในคดีสลายการชุมนุม กลุ่ม นปช. ปี2553 โดยยืนยันพร้อมที่จะต่อสู้คดีหาก ป.ป.ช. รื้อคดีเพื่อฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองใหม่ตาม ข้อเรียกร้องของ แกนนำ ป.ป.ช. เพราะเตรียมหลักฐานไว้ตั้งแต่การต่อสู้ในชั้น ป.ป.ช. แล้ว และที่ผ่านมาป.ป.ช. ได้วินิจฉัยแล้วว่าส่วนตัวทำตามหน้าที่และที่ผ่านมาศาลต่างๆก็พิพากษายกฟ้อง    นายสุเทพไม่ขอให้ความเห็นว่าส่วนตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช.ยังสามารถฟ้องคดีได้หรือไม่ เพราะ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยยกคำร้องไปแล้ว โดยให้ความเห็นว่า ไม่สามารถพูดได้เพราะอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา พูดไปจะหาว่าแก้ตัว   นายสุเทพยืนยันว่าคดีนี้ต่างจากคดีสลายการชุมนุมปี51ของรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แม้จะมีการส่งฟ้องใหม่อีกครั้งก็พร้อมที่จะต่อสู้ เพราะการดำเนินการเมื่อปี53 ตนสั่งการหลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว และอยู่ในกรอบของกฎหมาย การสั่งการมีคณะกรรมการพิจารณาเป็นขั้นตอนหลีกเลี่ยงการทำให้ประชาชนเดือดร้อน มีคำสั่งใช้แก๊สน้ำตาแค่ชนิดขว้างไม่ใช้ชนิดยิง ส่วนที่ให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจริงได้นั้นก็เกิดขึ้นเพราะมีการโจมตีทำให้มีทหารเสียชีวิต จึงจำเป็นต้องระงับยับยั้งฝ่ายที่จะมาทำร้ายประชาขนและ เจ้าหน้าที่     ส่วนคดีต่างๆของ กปปส. นั้น นายสุเทพกล่าวว่า มีคดีเยอะมากขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนเพิ่มเติมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 10,068
การเมืองเข้มข้น
31 ส.ค. 60

ศาลฎีกายกฟ้อง 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' คดีสลาย นปช.ปี53

วันนี้ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ1 ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ กับ นายสุเทพ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากกรณีกรณีสั่งสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 53    โดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องนายภิสิทธิ์กับนายสุเทพ เนื่องจากเป็นการสั่งการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี จึงเป็นอำนาจการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งให้ ป.ป.ช.เป็นคนไต่สวน แล้วส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (เหมือนกรณีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์)   เมื่อศาลมีคำพิพากษาออกมาเช่นนี้ เท่ากับว่าคดีนี้จบแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเคยไปยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแล้ว ซึ่ง ป.ป.ช.ก็มีมติเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2558 ให้คำร้องตกไป เนื่องจากปฏิบัติการสลายการชุมนุม ทำตามหลักสากล จากเบาไปหาหนัก ประกาศเตือนก่อน และการชุมนุมดังกล่าวไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบตาม รธน.   นายสุเทพ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นสมัยที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งได้สั่งฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่ามีการใช้อาวุธสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ด้วย เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ได้มอบหมายให้ตัวเองเป็นผู้อำนวย แก้ไขปัญหาด้วยความเรียบร้อย และคดีนี้ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ได้มีคำสั่งยกฟ้องไม่รับสำนวนไว้พิจารณา เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.     ส่วนกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำนปช. ยื่นคำร้องถึง ป.ป.ช. ให้นำคดีนี้พิจารณาขึ้นมาใหม่ เห็นว่า นายณัฐวุฒิ จ้องเล่นงานตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร อโหสิกรรม   ข้อมูลบางส่วนจาก ข่าวสด ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 50,192
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 60

อัยการเลื่อนคำสั่งฟ้อง 'คดีลุงวิศวะยิงโจ๋ 17 ดับ ' เพื่อเก็บหลักฐานประกอบสำนวนเพิ่ม ชี้ทราบผล 4 ก.ย. นี้

               อัยการจังหวัดชลบุรี พิจารณาเลื่อนคำสั่งฟ้องคดีวิศวะออกไปเป็นวันที่ 4 กันยายน เพื่อเก็บหลักฐานประกอบสำนวนเพิ่มเติม หลังลุงวิศวะร้องให้มีการเก็บลายนิ้วมือและปริมาณแอลกอฮอล์ สารเสพติดในเลือดของกลุ่มวัยรุ่น                 จากกรณี นายสุเทพ โภชน์สมบูรณ์ อายุ 50 ปี อาชีพวิศวกร ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่น เข้ารุมทำร้ายบริเวณหน้าครกใหญ่ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และได้ใช้อาวุธปืนยิงสวนออกมา จนเป็นเหตุให้นายนวพล ผึ่งผาย หรือปอน อายุ 17 ปี เสียชีวิต จนเป็นข่าวดัง เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยสำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีมีการนัดให้ทางนายสุเทพมาฟังในวันนี้ ว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง                  ล่าสุดวันนี้ นายสุเทพ ได้เดินทางมาที่อัยการจังหวัดชลบุรี พร้อมกับภรรยา  โดยทางเจ้าหน้าที่ว่าได้มีคำสั่งเลื่อนนัดฟังคำตัดสินคดีไปเป็นวันที่ 4กันยายน นี้                  นายชิงชัย โชติแสง อัยการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากทางด้านนายสุเทพ ได้ยื่นเรื่องไปยังสำนักงานอัยการภาค 2 เพื่อให้ตรวจสอบสำนวนว่ามีหลักฐานประกอบครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งสำนักงานอัยการภาค 2 ได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ จึงจำเป็นต้องมีการเลื่อนพิจารณาคำสั่งฟ้องออกไป                 ด้านนายสุเทพ เปิดเผยว่า ตนเองยังคงรู้สึกไม่สบายใจกับคดีนี้ เพราะหากใครมาเจอแบบตนก็คงต้องหนักใจทุกคน ส่วนการเลื่อนนัดฟังคำตัดสินคดีออกไปเป็นวันที่ 4 กันยายน เพราะทางทนายความต้องการให้พนักงานสอบสวนมีการเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เกี่ยวกับลายนิ้วมือของกลุ่มวัยรุ่นที่ได้เข้ามาเปิดรถยนต์ของตน รวมถึงปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดในเลือดด้วย และอยากให้เพิ่มเติมเข้าไปในสำนวนด้วยเพื่อความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีนี้เพราะจะเป็นประโยชน์ด้านคดีสำหรับตน โดยในการเดินทางมารับฟังคำสั่งฟ้องที่สำนักงานอัยการในวันนี้                 ทางกลุ่มวัยรุ่นและญาติๆ ได้เดินทางมารับฟังด้วยเช่นกัน และมีคำสั่งให้เลื่อนไปวันที่ 4 กันยายนเช่นกัน โดยขอร้องไม่ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ เพราะไม่ต้องการที่จะเป็นข่าว 

 2,381

Top