ค้นหา :

ผลการค้นหา "เจ้าอาวาส"

ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 61

รวบเจ้าอาวาสวัดดังเชียงใหม่ ลวง ด.ช.ไปมีเพศสัมพันธ์กว่า 10 ราย ชาวบ้านตกใจ ที่ผ่านมาพัฒนาวัดดีเยี่ยม

เชียงใหม่-ตร.สภ.หางดง นำตัว นายพันธ์ศักดิ์ แสนคำวัง อายุ 37 ปี หรืออดีตพระพันธ์ศักดิ์ ฐิตสีโล อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีวารีสถาน หรือวัดน้ำโท้ง มาสอบสวนเพิ่มเติม ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมตามหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหากระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ที่วัดศรีวารีสถาน หรือวัดน้ำโท้ง ต.สบแม่ข่า อ.หางดง จ.เชียงใหม่   สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นเด็กชาย ไปร้องกับทางตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมให้ข้อมูลว่า นายพันธ์ศักดิ์ ได้ล่อลวงชักชวนโดยให้สิ่งตอบแทนเป็นเงินหรือสิ่งของต่างๆ เพื่อมีความสัมพันธ์กับเด็กชาย เบื้องต้นมากกว่า 10 ราย ซึ่งผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบอย่างละเอียด จนออกมหมายเข้าจับกุมตัวดังกล่าว   รายงานข่าวแจ้งว่าบรรยากาศที่วัดศรีวารีสถาน(วัดน้ำโท้ง) พระสงฆ์และสามเณรของวัดยังคงปฏิบัติศาสนกิจตามปกติ ขณะที่มีบรรดาชาวบ้านและศรัทธาเดินทางเข้าทำบุญตามปกติเช่นกัน รวมทั้งมีการนั่งล้อมวงพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย   ซึ่งส่วนใหญ่ต่างยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางรักษาการเจ้าอาวาสไม่เคยมีการแสดงพฤติกรรมใดๆ ที่ผิดสังเกตหรือส่อว่าจะมีการกระทำลักษณะดังกล่าว และตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้พัฒนาวัดเป็นอย่างดี เป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน   ในส่วนของทางวัดนั้น จากนี้ทางคณะกรรมการวัดและชาวบ้านจะมีการประชุมหารือร่วมกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป โดยเฉพาะงานทอดกฐินที่กำหนดจะมีขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ย.61 ซึ่งคณะที่จะมาทอดกฐินนั้น เป็นลูกศิษย์ของรักษาการเจ้าอาวาสที่ถูกจับกุม แต่เมื่อมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจึงไม่แน่ใจว่าทางคณะจะยังคงมาทอดกฐินตามเดิมหรือไม่ ซึ่งจะมีการติดต่อประสานงานไปเพื่อพูดคุยหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Vmme2M7PJR8

 28,491
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ย. 61

เจ้าอาวาสรับเสียใจ สื่อสารรถแบคโฮผิดพลาด ทุบเจดีย์บรรจุอัฐิบรรพบุรุษชาวบ้านเสียหาย

นครนายก-พระสมพงศ์ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดเกาะพิกุลศรีโสภณ ตำบลศรีกระอาง อำเภอบ้านนา ได้เดินทางมาที่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนา พร้อมกับทนาย เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมรับทราบข้อกล่าวหา จากกรณีที่ว่าจ้างให้รถแบคโฮมาลอกคลองบริเวณหลังวัด ที่อยู่ติดกับเจดีย์ที่บรรจุอัฐของชาวบ้านกว่า 50 หลัง และได้มีการทุบทำลายเจดีย์ลงเกือบทั้งหมดเหลือไว้ไม่กี่หลัง   โดยหลังจากเกิดเรื่องเจ้าของรถแบคโฮได้มาพบกับชาวบ้าน และระบุว่าเจ้าอาวาสเป็นคนสั่งให้ตนทุบเจดีย์ทั้งหมดได้เลย จนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบซึ่งมีผลต่อทางจิตใจต่างได้มารวมตัวกันที่วัดดังกล่าว จนเป็นที่มาของการขับไล่เจ้าอาวาสรูปดังกล่าว เพราะได้สูญเสียบรรพบุรุษไปเพราะการกระทำที่ไม่ยั้งคิด   ทางอดีตเจ้าอาวาสพอเกิดเรื่องได้หลบหนีออกจากวัดไป จนคณะสงฆ์อำเภอบ้านนาได้มาเยียวยาให้กับชาวบ้าน จัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับอัฐิบรรพบุรุษของชาวบ้าน และได้มีคำสั่งปลดพระสมพงศ์ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่วันนั้นเป็นตนมา   จากนั้นชาวบ้านได้พากันมาแจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านนาเพื่อต้องการเอาผิดต่ออดีตเจ้าอาวาสรูปดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความเอาไว้ จนได้ออกหมายเรียกอดีตเจ้าอาวาสวัดเกาะพิกุลศรีโสภณมารับทราบข้อกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อพระสมพงศ์ไว้ 1ข้อหา คือ ทำให้เสียทรัพย์   ขณะที่ทางพระสมพงศ์ ได้เปิดใจต่อผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าที่เครียดว่า ตนเองยอมรับผิดถึงการกระทำทั้งหมด แต่เป็นเหตุสุดวิสัยโดยมีการสื่อสารกับคนขับรถแบคโฮผิด แต่มันพลาดไปแล้วตนเองก็ต้องยอมรับสภาพไป และฝากขอโทษญาติโยมที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจทั้งหมด ตนเองก็เสียใจเพราะเจดีย์ที่ถูกทำลายลงก็มีอัฐิของพ่อกับแม่ของตนเองอยู่ด้วยเช่นกัน และยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด   หลังจากเกิดเหตุตนเองได้หลบหนีออกจากวัดไปโดยมีเพียงจีวรผืนเดียวติดตัวออกมา เพราะเกรงว่าจะถูกชาวบ้านที่ทราบข่าวจะมาทำร้ายตนเอง ส่วนเรื่องที่ว่ามีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาแจ้งความว่า ถูกยิงปืนบริเวณหน้าบ้านหลังจากเกิดเหตุเพียงวันเดียว   ตนเองยืนยันได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และหลังจากนี้ยังไม่ทราบว่าจะไปจำวัดอยู่ที่ไหน ส่วนกรณีเรื่องสึกจากการเป็นพระตนเองไม่ขอสึกเพราะว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดต่อวินัยของสงฆ์จึงยังขอบวชต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DtGebmBMvL8

 2,436
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ย. 61

อึ้ง เฟซบุ๊กวัดนครพนมใช้รูปโปรไฟล์สาวโป๊ ที่แท้พระทำใส่ร้ายหวังขึ้นเป็นเจ้าอาวาส

นครพนม-มีรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า 'วัดภูเขาทองหนองญาติ เมืองนครพนม' และ 'วัดภูเขาทอง เมืองนครพนม' ขอเข้าไปเป็นเพื่อนกับหญิงสาวหลายรายในหลายๆ จังหวัด ใช้รูปโปร์ไฟล์เป็นหญิงสาวโป๊เปลือย พร้อมกับมีหน้าของพระ 2 รูป อ้างว่าชื่อ 'พระหน่อง' เจ้าอาวาส และ 'พระใหม่' พระลูกวัด ปรากฏในเฟซบุ๊กดังกล่าว จนญาติโยมสงสัยในพฤติกรรม   โดยพระอธิการบุญมี หรือชื่อเล่นว่า หน่อง ตกใจที่มีรูปของตนปรากฏอยู่ในเฟซบุ๊ก พร้อมยืนยันกับญาติโยมว่าตนไม่ใช่เจ้าของเฟซบุ๊กนี้ แต่สงสัยอดีตพระลูกวัดสองรูปที่หนีออกจากวัดไปครึ่งปีนี้ คือพระพิชัย แก้วมณี อายุประมาณ 40 ปี และพระพิเชษฐ์ ขันธะภักดี อายุ 52 ปี   พร้อมกับเล่าเรื่องราวต่างๆว่า รู้จักกับพระพิชัยซึ่งพื้นเพเป็นคนจังหวัดขอนแก่น ครั้งไปเข้าปริวาสกรรมที่จังหวัดหนองบัวลำภู จากนั้นปี 59 พระพิชัยก็เดินทางมาหาที่วัด ตนจึงชักชวนให้จำพรรษาอยู่ด้วยกัน ระหว่างนั้นพระพิชัยก็รู้จักมักคุ้นกับโยมที่เป็นกรรมการวัด 2-3 คน   ต่อมาถึงปี 60 พระพิเชษฐ์ พื้นเพเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด ได้มาเยี่ยมเพื่อนชื่อพระใหม่ ซึ่งเป็นพระลูกวัดของตน พี่น้องของพระใหม่จึงขอให้ตนรับพระพิเชษฐ์จำพรรษาด้วย พระทั้งสามรูปจึงมีความสนิทสนมกันยิ่งขึ้น   กระทั่งมีการเลือกกรรมการวัดชุดใหม่ แทนชุดเก่าที่หมดวาระลง พระพิชัยตั้งตนเป็นแกนนำให้ชาวบ้านเลือกกรรมการที่ตนเองเสนอชื่อไป ปรากฎว่าไม่มีใครเลือกบุคคลที่พระพิชัยเสนอ ทำให้เกิดความแค้นฝังใจ พระพิชัยและพระพิเชษฐ์ร่วมมือกันกับชาวบ้านพรรคพวกของตน หาเรื่องใส่ร้ายพระอธิการบุญมีให้ได้รับความเสียหาย   โดยตั้งเฟซบุ๊กปลอมอ้างว่าชื่อ พระหน่อง เจ้าอาวาส ขณะนั้นพระการุณ อัจจาทโร อายุ 48 ปี พระลูกวัดอีกรูป เริ่มสงสัยในพฤติกรรมของพระทั้งสอง โดยใช้พระใหม่เป็นเครื่องมือช่วยในการเติมเงินใส่เบอร์โทรศัพท์ พระการุณจึงไปบอกพระใหม่ และให้คิดในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า การที่พระทั้งสองสร้างความแตกแยกในหมู่สงฆ์ ก็ไม่ต่างจากพระเทวทัต   พระใหม่ เผยว่าสนิทกับพระทั้งสองจริง แต่ไม่รู้เรื่องที่พระคู่นี้ดำเนินการอะไร จึงแอบดูจนรู้ความจริงว่าพระทั้งสองปลอมเฟซบุ๊กใส่ร้ายเจ้าอาวาส เกิดความสำนึกผิดจึงเข้ารับสารภาพกับพระอธิการบุญมีที่กุฏิ จากนั้นก็เรียกพระทั้งคู่มาสอบสวนกลางดึก แต่ทั้งสองไม่ยอมรับความจริง   กระทั่งรุ่งเช้าตอนออกบิณฑบาตจึงรู้ว่าพระพิชัยกับพระพิเชษฐ์หนีออกจากวัดไปแล้ว ทางพระอธิการบุญมีก็ไม่ได้เอะใจว่าพระทั้งสองจะใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวใส่ร้าย จนมีญาติโยมมาสอบถามข้อเท็จจริง จึงพากันไปแจ้งความดำเนินคดี   พระใหม่ เผยอีกว่าพระพิชัยต้องการเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ จึงร่วมกับพระพิเชษฐ์และชาวบ้าน 2-3 คน วางแผนโค่นล้มพระอธิการบุญมี โดยหวังจะเข้ามาดูแลเรื่องเงินๆทองๆ จึงสอดแทรกคนของตนเข้าคัดเลือกเป็นกรรมการวัดชุดใหม่ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะชาวบ้านไม่เลือก ทำให้คนกลุ่มนี้ใช้วิชามารหาเรื่องใส่ร้ายเรื่อยมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีหมายเรียกพระทั้งสองมาให้ปากคำ หากไม่มาตามหมายครบ 2 ครั้ง ก็จะออกหมายจับทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FIO3h8P9EEc

 1,600
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 61

แม่ชีเดินหน้าร้อง พศ.เอาผิดเจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม มีสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว

จากกรณี นายปรเมษฐ เนติธรรมรักษ์ ประธานชมรมเนติธรรมรักษ์ พร้อมกับพระครูธรรมธร หรือ พระปู พระวินยาธิการ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เข้ายื่นเอกสารหลักฐานต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อเอาผิด   กล่าวหาว่า พระอธิการทองพูน เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม ว่านำมวลชนมาปิดล้อมขับไล่ออกจากกุฏิ และไล่ทำร้ายร่างกาย และยังอ้างว่าพัวพันแม่ชีรายหนึ่ง ต่อมา พระอธิการทองพูน แถลงโต้กลับพระคู่กรณี และงัดหลักฐานเด็ด อ้างคำสารภาพของแม่ชีว่ารับจ้างสร้างเรื่อง หาเงินเรียน ปริญญาโท   ล่าสุดแม่ชีเดินหน้าร้องเรียนยืนหนังสื่อ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถระสมาคม พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัด นครปฐมตรวจสอบ เอาผิดเจ้าอาวาสมีสัมพันธ์กับตน ยืนยันพยานหลักฐานชัดเจน   โดยนายปรเมษฐ เปิดเผยว่า นำหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดดัง ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่่างเจ้าอาวาสฯ กับแม่ชี และพระบางรูปที่ออกมาเป็นพยานเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ รวมทั้งตรวจสอบเรื่ิองเจ้าอาวาสคนดังกล่าวระบุว่าพระผู้ใหญ่ 2 รูปทุจริตเงินทอนวัด   ขณะที่ แม่ชีคนดังกล่าว ระบุยืนยันว่าในส่วนของตนมีข้อมูลและหลักฐานที่แสดงถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสคนดังกล่าวว่ามีความสัมพันธ์กับตนจริง จึงนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากต้องการให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบว่าอาจเข้าข่ายการอาบัติปาราชิกหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ก็เคยร้องเรียนไปแล้วตั้งแต่ปี 2548 แต่เรื่องก็ไม่คืบหน้า   กระทั่งล่าสุดเมื่อปี 2559 ก็มีคำสั่งไม่ให้ตนเข้าวัดที่พระรูปดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาสหรือไม่ โดยตนสงสัยว่าทำอะไรผิด ทั้งที่เคยเป็นลูกศิษย์วัดดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2516 ทั้วนี้ตนไม่ขอให้รายละเอียด เนื่ิองจากเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องตรวจสอบ ขอให้ทางหน่วยงานออกมาให้รายละเอียดเอง   ด้านผู้รับเรื่องเปิดเผยว่าจะตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดก่อน แบ่งเป็นเรื่ิองการทุจริต และเรื่ิองธรรมวินัย จึงต้องขอเวลาในการตรวจสอบให้รอบคอบและรัดกุม พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   จากนั้นแม่ชีได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑลเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมีทนายความมาด้วย ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำส่งต่อไปที่ต้น ที่เกิดเหตุจังหวัดจันทบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N8qhaDXFdIw

 6,357
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ค. 61

เจ้าอาวาสคนใหม่นำ จนท.บุกตรวจสอบเงินบริจาควัดบางคลาน ด้านลูกศิษย์เจ้าอาวาสเก่าเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง

พิจิตร-ที่วัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล ทางคณะสงฆ์พร้อมด้วย รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน พร้อมกับตัวแทนเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาพิจิตร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนกว่า 50 นาย ได้เข้าตรวจสอบเงินบริจาค และ เงินที่จำหน่ายวัตถุมงคล วัดบางคลาน ซึ่งเป็นวัดของหลวงพ่อเงิน พระเกจิ ชื่อดังของจังหวัดพิจิตร   โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ ได้มีชาวบ้านกว่า 200 คน ที่เป็นฝ่ายสนับสนุนเจ้าอาวาสองค์เก่า ที่มีการปลดออกจากเจ้าอาวาส หลังพบมีการร้องเรียนในการบริหารวัดไม่โปร่งใส โดยชาวบ้านได้มีการมาจุดธูปเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง คณะกรรมการตรวจสอบเงิน และ มีการโต้เถียง กับทางคณะกรรมการที่จะเข้าตรวจสอบ โดยมีการโต้เถียงกันประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่คณะกรรมการจะเข้าตรวจสอบเงิน   จากนั้นทางคณะกรรมการตรวจสอบ ได้มีการตัดลูกกุญแจที่ล็อควิหารหลวงพ่อเงิน ที่ทางคณะกรรมการวัดชุดเก่าได้ล็อคไว้ แต่ไม่ได้มอบลูกกุญแจให้กับทางเจ้าหน้าที่ โดยหลังจากที่เข้าไปในวิหารได้มีการเปิดตู้บริจาค โดยมีคณะกรรมการสงฆ์ สำนักพุทธศาสนา และเจ้าหน้าที่กว่า 40 คน ทำการตรวจนับเงินในตู้บริจาคซึ่งจะใช้เวลาในการตรวจสอบและนับเงินในตู้บริจาค จำนวน 19 ตู้ ตู้ละ 1 ชั่วโมง   ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจนับเงินบริจาคแล้วเสร็จประมาณตี 3 และจะได้นำเงินในตู้ที่รับบริจาคทั้งหมดนำไปฝากที่ธนาคารในชื่อของบัญชีวัด คาดว่าเงินทั้งหมดเกือบล้านบาท ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกไปยังบริเวณศาลาการเปรียญอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นสถานที่เก็บวัตถุมงคลจำนวนมาก คาดว่ามีมูลค่ามหาศาลกว่าสิบล้านบาท แต่ยังมีกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนอดีตเจ้าอาวาสมายืนคุมเชิงบริเวณศาลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงลดการเผชิญหน้า โดยชะลอระยะเวลาออกไปก่อน ส่วนอดีตเจ้าอาวาสยังเก็บตัวอยู่ในกุฏิ   ขณะที่พระราชสิทธิเมธี เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า กรณีเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินวัดบางคลาน หลังกระบวนการของศาลจังหวัดพิจิตรทั้ง 3 ศาล ให้อดีตเจ้าอาวาสวัดส่งคืนทรัพย์สินวัด ให้รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งผู้มารวมตัวกันขัดขวางคงไม่รู้กระบวนการของศาล ที่มีเรื่องฟ้องร้องเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งแพ่ง อาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง และทุกเรื่อง เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา   โดยเป็นวัดเดียวในจังหวัดพิจิตรที่มีปัญหามากที่สุด “การออกมาใส่ร้ายกล่าวหาพระผู้ใหญ่ คือกล่าวหาตนไปเรียกเงิน ตนบอกไปแล้วว่า การที่เราขอยืมเงินไปสร้างอุโบสถ์ วัดถ้ำชาละวัน วัดบางคลานไม่ให้ ก็จบแล้ว ไม่เกี่ยวกับการสั่งปลดใคร อย่านำมาเป็นประเด็นหาว่าตนสั่งปลดเจ้าอาวาส จริงๆ แล้วการสั่งปลดพระครูวิสิฐ สีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลานนั้น เพราะถูกร้องเรียนหลายเรื่องหลายประเด็น กระทั่ง พระเถระสมาคมตั้งกรรมการสอบและสั่งปลดออกจากตำแหน่ง ไม่ใช่อยู่ๆ จะมาปลดกันได้ ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานคนที่ชูเอกสารเพื่อดำเนินคดี   พระราชสิทธิเมธี  กล่าวอีกว่า ยอมรับว่า วัดบางคลาน หลวงพ่อเงิน มีผลประโยชน์มาก ดังนั้น จะไปปรึกษาหลายฝ่าย เพื่อขอยกวัดบางคลาน เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเงินเกจิชื่ดังของชาวพิจิตรให้อยู่ในความดูแลภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ในรัฐกาลที่ 10 เพราะต่อไปใครจะขอสร้างหลวงพ่อเงิน หรือทำอะไร จะโดยตรงที่พระบรมราชูปถัมภ์ในรัฐกาลที่ 10 เพราะทุกวันนี้ ใครจะสร้างหลวงพ่อเงิน ไม่มีการขออนุญาต มีแต่แสวงหาผลประโยชน์     ด้านพระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม กล่าวว่า ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งมา 4 ปี ไม่สามารถเข้ามาจัดระเบียบบริหารวัด หรือ ตรวจสอบบัญชี วัตถุมงคล ภายในวัดได้เลย เนื่องจากมีกลุ่มมวลชนของอดีตเจ้าอาวาสมาขัดขวางตลอดเวลา จึงนำมาด้วยคำสั่งศาลในวันนี้ เพื่อตรวจนับเงินบริจาค ตรวจสมุดบัญชีธนาคารอื่นๆ   สำหรับข้อพิพาทขัดแย้ง ระหว่างชาวบ้าน วัดบางคลาน และ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เนื่องจากมีคดีความฟ้องร้องถึงศาลฎีกาพิพากษา ที่ปลดอดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ชอบด้วยกฎหมายถูกต้องแล้ว คำพิพากษาฎีกาที่ 5437/2560 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2560 รวมถึงการใช้อำนาจในแต่งตั้ง รักษาการเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน องค์ใหม่ และแต่งตั้งคณะไวยาวัจกรชุดใหม่เพื่อดูแลวัดวาอารามและทรัพย์สินเงินทองของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน แต่ยังมีกลุ่มชาวบ้าน ที่ยังสนับสนุน เจ้าอาวาสองค์เก่า จึงมีการขัดแย้ง กับทางเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oTqosCZu260

 14,054
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
14 มิ.ย. 61

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า เปิดปูม 'พิสิฐชัย' จนท.ดีเอสไอ ปมโพสต์แฉเงินทอนวัด

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามประเด็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีคำสั่งให้นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษระดับซี 8 กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ้นจากหน้าที่ทันที   หลังโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดชื่อดังใน กทม. เกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด โดยให้ไปปฎิบัติหน้าที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่นายพิสิฐชัย มีความสนิทสนมกับพระดังหลายราย ทั้งวัดธรรมกาย รวมทั้งอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม  อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม  ที่หลบหนีคดีเงินทอนวัดอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NsbwqxydLtc

 9,066
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 61

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่ให้ประกัน5พระผู้ใหญ่คดีโกงเงินทอนวัด-จับสึก ก่อนคุมส่งเรือนจำฯ

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  หลังจากตำรวจกองบังคับการปราบปราม นิมนต์เชิญ  พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศ, พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ // พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร  และ พระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา   ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด  มาฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง          ศาลฯใช้เวลาพิจารณานานหลายชั่วโมงกระทั่งล่าสุด ศาลได้มีคำสั่ง ไม่ให้ประกันพระผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูป ทำให้ตามกระบวนการต้องสึกจากความเป็นพระ และคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ        ขณะที่ น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา มารดาของร.ท.ฐิติทัศน์ พิพนธ์พิทยา นาย ทหารสังกัด ศรภ. และ น.ส.นุชรา สิทธินอก ศาลไม่ให้ประกันตัวเช่นกัน  ก่อนจะคุมตัวทั้งหมด เข้าเรือนจำฯ      

 8,812
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 61

สึก 'พระพุทธอิสระ' พร้อมคุมตัวเข้าเรือนจำ หลังศาลไม่ให้ประกันตัว

     จากกรณีตำรวจกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว “พระพุทธะอิสระ” หรือพระสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์และเป็นหัวหน้าอังยี่ ซ่องโจร และคดีปลอมพระปรมาภิไธย 2 สำนวน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมายื่ขอฝากขังต่อศาลอาญา ถ.รัชดาฯ พร้อมคัดค้านการประกันตัว นั้น        ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้ใช้เวลาในการพิจารณาคำร้องฝากขังนานกว่า  4 ชั่วโมง ก่อนที่อนุญาตตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวนรับฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.- 4 มิ.ย.นี้  พร้อมให้นำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ         นอกจากนี้ มีรายงานว่าเมื่อเวลา 16.00 น.  ทางสำนักพุทธทาสศาสนาได้นิมนต์พระชั้นผู้ใหญ่จากวัดเสมียนนารี 3 รูป มายังศาลอาญาเพื่อทำการลาสิกขาพระพุทธะอิสระที่ห้องควบคุมอย่างเงียบๆ เพราะเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย จากนั้นเจ้าหน้าที่กรมราชฑัณฑ์ นำรถคุมขัง 4 ประตูมารับด้านใน โดยพบนายสุวิทย์สวมชุดขาวเดินออกมาจากห้องคุมขังด้วยสีหน้าสงบนิ่ง นอกจากนี้ยังพบลูกศิษย์ที่ยกมือไหว้ร่ำไห้ และตะโกนว่า "หลวงปู่สู้ๆ"  

 16,512
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

รวบแล้ว! 2 โจ๋ใจบาป แทงเจ้าอาวาสขอนแก่น 27 แผล มรณภาพคากุฏิ

ตำรวจตามจับตัว 2 วัยรุ่น หลังก่อเหตุใช้มีดแทงเจ้าอาวาสวัดศีลขันธาราม จ.ขอนแก่น 27 แผล มรณภาพคากุฏิ   เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.แวงน้อย ควบคุมตัว 2 วัยรุ่นต้องสงสัย ชาว อ.พล จ.ขอนแก่น มาทำการสอบปากคำตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมา(9 พ.ค.2561)โดยวัยรุ่นทั้ง 2 คือ นายทรงวุฒิ แก้วพรรณา หรือต้อ อายุ 24 ปี และนาย ธีรวัฒน์ จันทร์วงษ์ หรือวัต อายุ 21 ปี ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าพระครูน้อย   โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แวงน้อย รับแจ้งเหตุพระถูกฆ่าตายที่วัดศีลขันธาราม บ้านโนนศิลา ม.19 ต.แวงน้อย อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น จุดเกิดเหตุพบศพพระครูโพธิอินทสาร หรือพระครูน้อย อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดศีลขันธาราม ถูกแทง 27 แผล มรณภาพภายในกุฏิ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 6,903
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ค. 61

โจรใจบาปใช้มีดแทงเจ้าอาวาสขอนแก่น 27 แผลมรณภาพคากุฏิ ตั้งประเด็นฆ่าชิงทรัพย์

ขอนแก่น-พบศพพระครูโพธิอินทสาร หรือพระครูน้อย อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัด ศีลขันธาราม มรณภาพภายในกุฏิ โดยสภาพศพถูกแทงด้วยของมีคมรวม 27 แผล   เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาที่หน้ากุฏิ ซึ่งทุกคนที่มาต่างอยู่ในอาการตกใจและโศกเศร้า เมื่อเจ้าหน้าหน่วยกู้ภัยนำร่างเคลื่อนย้ายออกจากวัด ชาวบ้านต่างร้องไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมสาปแช่งคนร้ายที่ ลงมือก่อเหตุฆ่าเจ้าอาวาส   ทางมัคทายกวัดเล่าว่า ช่วงเช้าตนเองผิดสังเกตว่าทำไมเจ้าอาวาส ไม่ได้ตีกลองในช่วงเช้า ตนจึงเดินเข้ามาดูพบว่าที่กุฏิได้แง้มประตูไว้จึงเปิดเข้าไปก็ต้องตกใจ เมื่อพบศพเจ้าอาวาส นอนจมกองเลือดข้างที่นอน พร้อมกับข้าวของภายในกุฏิถูกรื้อกระจายไปทั่วห้อง ตนจึงได้ออกมาตีกลอง เพื่อเรียกชาวบ้าน   ก่อนที่จะแจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สร้างความเสียใจให้กับ ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะพระครูโพธิอินสารเป็นพระที่เป็นที่รักของชาวบ้าน และเป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง ของอำเภอแวงน้อย     โดยก่อนพบศพ ตนเองพบว่ามีชายรูปร่างใหญ่ ขับรถจักรยานยนต์มาหาที่กุฏิเพื่อขอเงิน แต่ทางเจ้าอาวาสไม่ให้เงิน จึงคาดว่าชายดังกล่าวได้ย้อนกลับมาเพื่อฆ่าชิงทรัพย์ ก่อนหลบหนีไป เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเบาะแสของผู้ต้องสงสัยแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัว คาดว่าจะเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์มากกว่าเรื่องอื่น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qfn_R1Tkjnk    

 3,097
ข่าวภูมิภาค
27 มี.ค. 61

เจ้าอาวาสรับแล้วเสพเมถุนจริง ยอมลาสิกขา สีกาไม่เอาความเพราะมีใจรักด้วย

ศรีสะเกษ-จากกรณีที่ นางลี (นามสมมติ) ได้เข้าร้องทุกข์กับผู้ใหญ่บ้านว่า ถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ล่วงละเมิดทางเพศจนทำให้ตั้งท้องและถูกบังคับให้ไปทำแท้ง ซึ่งทางเจ้าอาวาสวัดได้ปฏิเสธ อ้างว่าเพราะสีกาไปขอเงิน 5,000 บาทแล้วไม่ให้ จึงถูกใส่ร้ายป้ายสี ก่อนย้ายไปอยู่วัดอื่นตามคำขอของชาวบ้าน   ล่าสุด จนท.และพระผู้ใหญ่ได้ตั้งโต๊ะเพื่อเจรจาหาข้อยุติในเรื่องนี้ตามกฎหมาย โดยทางเจ้าอาวาสได้สารภาพว่าได้ยเสพเมถุนกับนางลีจริง และยินยอมลาสิกขาบท   ทั้งนี้นางลี ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาเจ้าอาวาสวัดในครั้งนี้ ไม่ได้เรียกร้องเงินทองหรือว่าทรัพย์สินใดๆ จากเจ้าอาวาสวัดแต่อย่างใด โดยนางลี ได้แจ้งให้ทุกคนทราบว่า การที่ได้ร้องทุกข์เรื่องนี้ขึ้นมา เนื่องจากว่านางลี มีใจรักเจ้าอาวาสวัดมาก ซึ่งหลังจากเจ้าอาวาสสึกไปแล้วจะมาเอานางลี เป็นภรรยาหรือไม่ก็ตาม นางลีก็ยังคงรักทิดสมานอย่างไม่เสื่อมคลาย และไม่ติดใจเอาความในเรื่องนี้แต่อย่างใด   ด้านตำรวจกล่าวว่า กรณีการล่วงละเมิดทางเพศเรื่องนี้ จากการสอบสวนแล้วพบว่า นางลี บรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นการสมยอมกัน อีกทั้งนางลีไม่ติดใจเอาความกัน ดังนั้น จึงไม่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับอดีตเจ้าอาวาส แต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mouPNyp8Bro  

 87,342
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 มี.ค. 61

หนังคนละม้วน! สีกาอ้างเจ้าอาวาสเสพเมถุนจนท้อง-บังคับทำแท้ง ด้านพระแจงไม่ให้เงินกินเหล้า เลยสร้างเรื่องมาใส่ร้าย

ศรีสะเกษ-สีกาโวยถูกเจ้าอาวาสวัดดังกันทรลักษ์กระทำชำเราจนตั้งท้อง แถมไล่ให้ไปทำแท้ง ขณะที่ชาวบ้านไล่ตะเพิดเจ้าอาวาสออกจากวัด เหตุเชื่อว่าเป็นจริงทำให้ชื่อเสียงของวัดมัวหมอง ด้านเจ้าอาวาสโต้ลั่นปฏิเสธไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาเหตุเพราะสีกาไปขอเงิน 5,000 บาทแล้วไม่ให้ จึงถูกใส่ร้ายป้ายสี เตรียมดำเนินการตามกฎหมายหากไม่หยุด   โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในเขต ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ ถูกผู้หญิงร้องเรียนกล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้มีท้อง แต่ว่าเจ้าอาวาสวัดดังกลับให้ไปทำแท้ง   ด้านผู้ใหญ่บ้านระบุ ได้รับโทรศัพท์จากนางลี (นามสมมติ) ซึ่งเป็นภรรยาของช่างวาดภาพตามผนังโบสถ์และศาลาวัด ได้ร้องเรียนกับตนว่า ถูกเจ้าอาวาสวัดล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้ตั้งท้อง และต่อมาเจ้าอาวาสได้ให้ไปทำแท้ง แต่ไม่ทำ จึงได้มาร้องทุกข์กับผู้ใหญ่บ้าน ทางชาวบ้านจึงมาร่วมชุมนุมประมาณ 50 คน พร้อมทั้งได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ มาร่วมรับทราบด้วย   โดยตนได้ให้นางลี เล่าพฤติกรรม เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านได้รับทราบ โดยได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดมานั่งฟังด้วย ซึ่งนางลีได้เล่าพฤติการณ์ที่โดนเจ้าอาวาสวัดล่วงละเมิดทางเพศตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในรถ ในโบสถ์ ในกุฎิพระ ซึ่งตนและผู้นำหมู่บ้าน รวมทั้งชาวบ้านทุกคนได้พากันรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น   ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้สอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาสวัดแล้ว ท่านได้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหาและท่านไม่ได้พูดอะไรอีก ขณะเดียวกัน ทางด้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ได้ทำบันทึกข้อตกลงขึ้นมา เพื่อให้เจ้าอาวาสวัดได้ลงนามรับทราบว่า ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ไม่ต้องการให้เจ้าอาวาสอยู่ในวัดนี้อีกต่อไป เนื่องจากเห็นว่าทำให้ชื่อเสียงของวัดมัวหมอง อีกทั้งชาวบ้านส่วนมากพากันเสื่อมศรัทธาในตัวเจ้าอาวาส   อย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนเป็นผู้นำหมู่บ้าน ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเจ้าอาวาสจะทำผิดจริง เนื่องจากว่าเป็นเพียงคำบอกเล่าของฝ่ายหญิงและไม่มีพยานหลักฐานที่จะเชื่อได้ว่าเจ้าอาวาสได้เสพเมถุนกับนางลีจริง ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ ก็ได้แจ้งให้ตนทราบว่าหากมีการเสพเมถุนจริงตามที่นางลีกล่าวอ้าง อีกทั้งนางลีก็มีความยินยอม ทางกฎหมายไม่สามารถจะเอาผิดได้ เพราะว่าเป็นความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย หากแต่เป็นเรื่องทางวินัยของสงฆ์ที่จะต้องดำเนินการต่อไป และเจ้าอาวาสวัดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง โดยยินยอมย้ายออกไปจากวัดไปอยู่ที่อื่น เพื่อเห็นแก่ความสงบ ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 23 มี.ค.61 ที่ผ่านมา   ทางด้าน เจ้าอาวาสวัดที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งความเป็นจริงนั้นอาตมาได้ให้ความเมตตานางลีกับบุตรชายอายุประมาณ 3 ขวบ ที่มากินอยู่ที่วัดเป็นประจำ ทั้งให้เงินไว้ใช้สอยเล็กน้อย รวมทั้งให้ขนมแก่ลูกของนางลี เนื่องจากว่าสามีของนางลีได้ทิ้งไปมีภรรยาใหม่ แต่ตนไม่ใช่ว่าให้เงินนางลีเฉยๆ แต่ให้ช่วยทำงานวัดด้วย   ต่อมาตนเห็นว่านางลีมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราและมักนำเอาเงินที่ตนให้ไปซื้อสุรามาดื่มกินอย่างเมามายอยู่เป็นประจำ อีกทั้งมีพฤติกรรมในการไปคบกับผู้ชายหลายๆ คน เงินที่ให้ก็เอาไปซื้อเหล้าเลี้ยงผู้ชาย ต่อมาแม่ของนางลีได้โทรศัพท์มาบอกว่า ไม่ควรจะให้เงินนางลี เพราะว่าแม่ป่วยอยู่ที่ รพ.ศรีสะเกษ นางลีก็ไม่เคยไปสนใจดูแล ส่วนการที่นางลีบอกว่าตั้งท้อง และให้ไปทำแท้งนั้น แม่ของนางลีแจ้งว่า นางลีทำหมันแล้ว จะท้องได้อย่างไร ส่วนที่อาเจียนออกมานั้น เนื่องจากว่านางลีเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ไม่ใช่เกิดจากการอาเจียนเพราะแพ้ท้องแต่อย่างไร   เมื่อได้ทราบความจริงจากแม่ของนางลีแล้ว ปรากฏว่าต่อมา นางลีได้มาขอเงินอาตมาภาพ จำนวน 5,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับพระตามบ้านนอก ซึ่งนางลีบอกว่า จะนำเอาเงินเป็นค่าเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด แต่อาตมาภาพบอกว่าไม่มีเงินให้ นางลีจึงขู่ว่าหากไม่ให้เงิน จะสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีขึ้นมา อาตมาไม่ได้ทำผิดอยู่แล้ว จึงไม่กลัวและไม่คิดว่าจะมีการใส่ร้ายป้ายสีอาตมาภาพและเพื่อให้วัดสงบและไม่ให้ชาวบ้านแตกแยก เนื่องจากว่าชาวบ้านที่ศรัทธาก็มีอยู่จำนวนมากแล้วนั้น อาตมาภาพจึงได้ยอมออกจากวัด มาพักจำวัดอยู่ที่ วัดหนองตึก ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ทั้งนี้ได้ปรึกษาทนายความ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามก็พร้อมที่จะให้อภัยทานกับทุกคนอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pLDJq3dO27U  

 21,128
ข่าวภูมิภาค
05 มี.ค. 61

ไม่กลัวบาป 2 ชายฉกรรจ์ บุกสำนักสงฆ์กลางดึก ตบบ้องหูเจ้าอาวาส พร้อมซักปืนขู่ฆ่า คาดฝีมือขบวนการค้าไม้พะยูง

มุกดาหาร-เกิดเหตุชาย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันเข้ามา ภายในวัดสำนักสงฆ์พระธาตุภูก่อ ตำบลนาโสก อำเภอเมือง แล้วขึ้นไปกุฏิของเจ้าอาวาส ก่อนก่อเหตุตบเข้าที่บ้องหูเจ้าอาวาสได้รับบาดเจ็บอย่างแรง แล้วยังชักปืนข่มขู่เอาชีวิต จนเจ้าอาวาสต้องขอบิณฑบาตยังไม่อยากตาย   คาดปมสาเหตุเกิดจากเจ้าอาวาสไม่เห็นด้วยกับการที่มีขบวนการค้าไม้พะยูงเข้ามาลักลอบติดไม้ทำลายป่าและบุกรุกแพ้วถางป่าเพื่อครอบครองที่สาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ ทำให้ขบวนการค้าไม้พะยูงไม่พอใจส่งคนมาทำร้ายร้างกายใช้อาวุธปืนขู่ฆ่าให้เจ้าอาวาสออกไปจากพื้นที่   ด้านเจ้าอาวาสอยู่ในผ้าเหลือง 18 พรรษาไม่หวั่นกลัวถูกคุกคามได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ 3 หน่วยงานให้สืบหาผู้ก่อเหตุมารับโทษ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kJK7sjVEdaI  

 4,609
สังคม-อาชญากรรม
09 ม.ค. 61

'พุทธะอิสระ' เข้าแจงกองปราบฯ ถูกกล่าวหาผิด ม.112

  พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย เข้าพบตำรวจกองปราบ หลังถูกร้องเรียนมีการเชิญอักษรพระปรมาภิไธย หรือ อักษรพระนามาภิไธยประดิษฐานที่หน้าบันอุโบสถผิดระเบียบมหาเถรสมาคม   พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ พระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อชี้แจงและแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีเมื่อวันที่ 11 เมษายนปีที่ผ่านมา มีผู้ร้องเรียนว่า ตนเองได้ประกอบพิธีปลุกเสกพระเครื่อง “พระนาคปรก” รุ่น “หนึ่งในปฐพี” โดยที่ด้านหลังของพระเครื่อง มีการอันเชิญพระปรมาภิไธย ภปร. และมีการใช้เลือดตนเองปลุกเสก      โดยพระพุทธอิสระ เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ตลอดระยะเวลา 3-4 เดือน พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาแฝงตัวอยู่ภายในวัด พร้อมมีการเรียกบุคคลใกล้ชิดมาสอบถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตนเอง และประสานไปยังทนายความให้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ในความผิดตามมาตรา112 หมิ่นสถาบันเบื้องสูง หลังมีนักวิชาการของวัดพระธรรมกาย มากล่าวโทษก่อนหน้านี้ จากนั้นพระพุทธอิสระได้ประสานผ่านทางทนายความว่าจะเข้าให้ข้อมูลแต่ไม่ขอให้ปากคำ และขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงขอเลื่อนนัดและยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการแจ้งข้อหา    โดยยืนยันว่าช่วงที่ผ่านมาที่เจ้าหน้าที่พยายามเข้าค้นวัด ทางวัดไม่มีสิ่งผิดกฎหมายและยินดีให้เข้าตรวจค้น แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชัดเจน หากวันนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐาน หรือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความผิด ก็ว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่หากการตรวจสอบพบแล้วว่าไม่เป็นจริง ก็พร้อมที่ฟ้องร้องดำเนินคดีกลับเช่นกัน      ภายหลังที่เข้าพบพนักงานสอบสวน นานกว่า 1 ชั่วโมง พระพุทธอิสระ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่มีความชัดเจน ในการแจ้งข้อกล่าวหาให้กับตนเอง และไม่แสดงหลักฐานใด ๆ เกี่ยวกับความผิดหรือสิ่งที่มีผู้มาร้องเรียนก่อนหน้านี้ บอกเพียงแต่ว่าอยู่ในขั้นตอนของการทำงานของคณะกรรมการ ซึ่งหลังจากนี้เตรียมเดินทางเข้าพบ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อสอบถามขั้นตอนการปฎิบัติงานของพนักงานสอบสวนกองปราบปราบ ซึ่งหากเป็นการทำงานตามขั้นตอนของกฎหมายตนเองก็ยอมรับ แต่หากไม่ได้รับความเป็นธรรมตนเองก็จะไม่ยอมเป็นผู้โดนกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 25,291
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ย. 60

ผู้ปกครองร้องศูนย์ดำรงธรรม ดคีรักษาการเจ้าอาวาสตุ๋ยสามเณร 3 รายไม่คืบจนทั้งหมดต้องสึกออกมา

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ปกครองของเด็กชายรวม 3 ราย อายุ 13,14,15 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.สกลนคร ระบุว่า บุตรชายซึ่งก่อนหน้านี้บวชเป็นสามเณรเพื่อบวชเรียนที่วัดแห่งหนึ่ง ใน ต.วาริชภูมิ ได้ถูกรักษาการเจ้าอาวาสข่มขืนกระทำชำเรา จนทนไม่ได้ต้องสึกออกมา ขณะที่มีการแจ้งความแต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า        โดยผู้ปกครองของเด็ก เผยว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เด็กทั้ง 3 คน ได้ไปบวชเรียนเป็นสามเณรเพื่อเล่าเรียนการศึกษาชั้นต้น จากนั้นประมาณเดือน เม.ย. ได้ย้ายมาจำวัดอยู่ที่วัดที่เกิดเหตุ และในวันที่ 7 ก.ค. สามเณรทั้ง 3 คนได้ถูกพระรักษาการเจ้าอาวาสวัด เรียกเข้าไปพบในห้องนอนเวลากลางคืนตามลำดับ ก่อนจะกระทำการล่วงละเมิดทางเพศจนสำเร็จความใคร่ สามเณรทั้ง 3 ทนไม่ไหว ได้นำเรื่องมาบอกผู้ปกครอง ก่อนจะมีการแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบ        ต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้ไปพบกับพระรูปดังกล่าว และได้ยอมรับว่าได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กทั้ง 3 จริง แต่ผู้ใหญ่บ้านได้บอกกับพวกตนว่า ให้อภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่พวกตนได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.วาริชภูมิ เพื่อให้เอาผิดกับพระรูปดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 ส.ค. แต่จนถึงตอนนี้กลับไม่มีความคืบหน้าทางคดี และส่งผลกระทบต่อการศึกษาเล่าเรียนของเด็กทั้ง 3 คน เนื่องจากต้องลาสิกขาจากการเป็นสามเณร        นอกจากนี้ สมาชิกสภา อบต.วาริชภูมิ หมู่ที่ 13 ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะสงฆ์อำเภอวาริชภูมิ ให้สอบสวนความผิดทางพระธรรมวินัยคณะสงฆ์ ซึ่งต่อมาได้มีคำสั่งให้พระรักษาการเจ้าอาวาส พ้นจากการทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ 19 ส.ค. แต่พระรูปดังกล่าวกลับยังทำตัวตามปรกติ พวกตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมเพื่อให้ดำเนินการกับพระรูปดังกล่าว        ด้าน พ.ต.อ.ณรงค์ นาคทั่ง ผกก.สภ.วาริชภูมิ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว และได้เรียกผู้ปกครองฯเด็ก ซึ่งเป็นผู้กล่าวหามาสอบปากคำที่สำนักงานอัยการจังหวัดสว่างแดนดิน และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหา เสนอพยานหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน และรอผลพิมพ์มือจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรของผู้ถูกกล่าวหา จะได้สรุปสำนวนการสอบสวนส่งอัยการจังหวัดสว่างแดนดิน ภายในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีอำนาจที่จะให้พระภิกษุสึกเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะสงฆ์เป็นผู้ดำเนินการ

 4,772

Top