ค้นหา :

ผลการค้นหา "เจ้าอาวาส"

สังคม
16 ต.ค. 62

สามเณรวัย 13 โวยถูกเจ้าอาวาสวัดดังขังในกุฎิ 5 วัน บังคับบีบนวด-อมนกเขา ทนไม่ไหวต้องย้ายวัด

กาญจนบุรี-นายพงษ์พิสุทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นำตัวสามเณรนัท (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรชาย เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองขาว อำเภอท่าม่วง หลังสามเณรนัท ถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง กักขังตัวให้อยู่แต่ในกุฎิของหลวงพ่อนาน 5 วัน ไม่ยอมให้ออกไปไหน   ก่อนบังคับให้บีบนวด และอมอวัยวะเพศให้จนสำเร็จความใคร่ทุกวัน จนสามเณรทนไม่ไหวต้องโทรบอกพ่อและพี่สาวให้ช่วยพาตัวย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น ก่อนตัดสินใจนำเอาข้อความแชทที่สามเณรเล่าเหตุการณ์ รวมถึงข้อความที่ทางหลวงพ่อส่งให้ตัวสามเณร เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ     โดยนายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ลูกชายของตนมาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 กระทั่งต้นเดือนกันยายน ลูกชายได้โทรมาหาน้องสาวของตน บอกว่าอยากย้ายวัดไม่อยากอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อน้องสาวของตนเค้นถาม จึงทราบความจริงว่าลูกชายถูกหลวงพ่อล่วงละเมิดทางเพศ หลังทราบเรื่อง ตนได้บอกให้ลูกชายอดทนและพยายามรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนาส่วนตนประสานกับพระในวัดเพื่อหาทางพาลูกชายไปอยู่ที่วัดอื่น กระทั่งสามารถพาลูกชายไปอยู่ที่วัดไชยชุมพลชนะสงครามได้   ขณะที่ตัวของสามเณรนัท ได้เล่าเหตุการณ์ว่า หลวงพ่อ มักจะเรียกให้ตนเข้าไปหาที่กุฎิ พร้อมบอกให้ช่วยบีบนวด ก่อนจะบังคับให้อมอวัยวะเพศให้ เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง บางช่วงถูกหลวงพ่อบังคับให้อยู่แต่ในกุฎิหลวงพ่อไม่ให้ออกไปไหน หากออกไปก็จะถูกตี ด้วยความกลัวหลวงพ่อเพราะหลวงพ่อมีมีดและชอบบอกว่ามีปืนอยู่ในกุฎิ สามเณรนัทจึงไม่กล้าขัดขืน เมื่อมีโอกาสจึงพยายามโทรหาน้าสาวและโทรบอกพ่อ ให้ช่วยย้ายตนเองไปจำวัดที่วัดอื่น   กระทั่งมีพระในวัดที่ยื่นมือเข้าช่วยจนสามารถพาตนออกจากกุฎิหลวงพ่อและย้ายไปอยู่วัดอื่นได้สำเร็จ ซึ่งภายหลังทราบว่า พระรูปดังกล่าว ถูกหลวงพ่อด่าว่าและทำร้ายร่างกายเช่นกัน โดยหลังเข้าแจ้งความแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวสามเณรไปสอบสวนหาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี หากพบว่ามีมูลเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาส เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป   ด้านเจ้าอาวาสได้ปฎิเสธว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ สามเณรนัทอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมทั้ง ไม่ได้ทำร้ายร่างกายและชักปืนข่มขู่พระลูกวัด มีเพียงการต่อว่าและผลักอก เนื่องจากไม่พอใจที่หายออกไปจากวัดโดยไม่บอกกล่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าคณะอำเภอท่าม่วง ได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสองกรณีอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนเรื่องคดีความทั้งสองกรณี ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l7XTqCYEwys

 8,655
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 62

จับสึก 'หลวงเจ๊' เจ้าอาวาสนัวเนียหนุ่มพนง. รับกอดจริงเพราะเอ็นดู ไม่ผิดเพราะไม่ใช่สีกา

เพชรบูรณ์-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัว พระครูวิเชียรปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดจอมศรี หรือฉายาหลวงเจ๊ ในข้อหากระทำอนาจารผู้อายุกว่า 18 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นได้นำตัวไปลาสิกขา จากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์   พร้อมแจ้งข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายตามคลิปภาพที่ปรากฎในโซเชียลที่ได้โอบกอดและจับอวัยวะเพศของพนักงานชายในร้านค้าแห่งหนึ่ง   โดยนายประมิตร อดีตเจ้าอาวาสได้ปฏิเสธในทุกข้อหา พร้อมทั้งกล่าวว่า ใช้พิจารณาหน่อยแล้วกัน อย่าฟังความข้างเดียว สังคมก็เห็นรู้อยู่แล้วว่าตั้งใจทำ หรือว่าล้อเล่น เขาเห็นกันหมดแล้วทั่วประเทศแล้ว ทั่วโลกแล้ว   ขณะที่หลานสาวนายประมิตร ได้เข้าเยี่ยม นายประมิตร (น้าชาย) ที่กองกำกับการสืบสวนภ.จว.เพชรบูรณ์ ภายหลังเปิดเผยว่า อดีตหลวงน้ามีโรครุมเร้ามาโดยตลอด ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เส้นเลือดหัวใจตีบ และยังป่วยด้านจิตเวช มีปัญหาเรื่องความจำ มักทำอะไรลงไปไม่รู้ตัว โดยที่ผ่านมาได้รักษากับแพทย์ รพ.รามาธิบดี มาโดยตลอด และอาการล่าสุดเส้นเลือดหัวใจที่ตีบนั้นก็เหลือเพียงเส้นเดียว เคยบ่นให้ตนฟังตลอดว่า คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินปี และก่อนจะตายอยากฝังลูกนิมิตรโบสถ์ให้แล้วเสร็จ ถึงตายก็ไม่เสียดายชีวิต   มีนิสัยเป็นผู้ที่รักใคร่และเอ็นดูเด็ก ที่ผ่านมาส่งเสียให้เรียบจบมาหลายคนแล้ว รวมทั้งสร้างคุณประโยชน์แก่ ต.น้ำร้อนอย่างมากมาย ส่วนคลิปที่ปรากฏออกมานั้นเป็นการโอบกอดผู้ชายด้วยความเอ็นดู และก็ไม่ได้กอดสีกาแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่มีการเดินขบวนไล่เจ้าอาวาสนั้น เนื่องมาจากมีชาวบ้านบางส่วนที่เสียผลประโยชน์ จึงต้องการกำจัดให้ออกจากพื้นที่   ส่วนทางความคืบหน้าทางคดี หลวงเจ๊ยอมรับสารภาพข้อกล่าวกระทำอนาจารผู้อื่น ขณะที่ทางตำรวจกำลังสอบเครียดว่ามีคดีอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเด็ก และอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อเอาผิดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qk3lJIxX5Ow

 1,934
สังคม
02 ต.ค. 62

จับสึก 'หลวงเจ๊' เจ้าอาวาสนัวเนียหนุ่มพนง. รับกอดจริงเพราะเอ็นดู ไม่ผิดเพราะไม่ใช่สีกา

เพชรบูรณ์-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัว พระครูวิเชียรปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดจอมศรี หรือฉายาหลวงเจ๊ ในข้อหากระทำอนาจารผู้อายุกว่า 18 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นได้นำตัวไปลาสิกขา จากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์   พร้อมแจ้งข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายตามคลิปภาพที่ปรากฎในโซเชียลที่ได้โอบกอดและจับอวัยวะเพศของพนักงานชายในร้านค้าแห่งหนึ่ง   โดยนายประมิตร อดีตเจ้าอาวาสได้ปฏิเสธในทุกข้อหา พร้อมทั้งกล่าวว่า ใช้พิจารณาหน่อยแล้วกัน อย่าฟังความข้างเดียว สังคมก็เห็นรู้อยู่แล้วว่าตั้งใจทำ หรือว่าล้อเล่น เขาเห็นกันหมดแล้วทั่วประเทศแล้ว ทั่วโลกแล้ว   ขณะที่หลานสาวนายประมิตร ได้เข้าเยี่ยม นายประมิตร (น้าชาย) ที่กองกำกับการสืบสวนภ.จว.เพชรบูรณ์ ภายหลังเปิดเผยว่า อดีตหลวงน้ามีโรครุมเร้ามาโดยตลอด ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เส้นเลือดหัวใจตีบ และยังป่วยด้านจิตเวช มีปัญหาเรื่องความจำ มักทำอะไรลงไปไม่รู้ตัว โดยที่ผ่านมาได้รักษากับแพทย์ รพ.รามาธิบดี มาโดยตลอด และอาการล่าสุดเส้นเลือดหัวใจที่ตีบนั้นก็เหลือเพียงเส้นเดียว เคยบ่นให้ตนฟังตลอดว่า คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินปี และก่อนจะตายอยากฝังลูกนิมิตรโบสถ์ให้แล้วเสร็จ ถึงตายก็ไม่เสียดายชีวิต   มีนิสัยเป็นผู้ที่รักใคร่และเอ็นดูเด็ก ที่ผ่านมาส่งเสียให้เรียบจบมาหลายคนแล้ว รวมทั้งสร้างคุณประโยชน์แก่ ต.น้ำร้อนอย่างมากมาย ส่วนคลิปที่ปรากฏออกมานั้นเป็นการโอบกอดผู้ชายด้วยความเอ็นดู และก็ไม่ได้กอดสีกาแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่มีการเดินขบวนไล่เจ้าอาวาสนั้น เนื่องมาจากมีชาวบ้านบางส่วนที่เสียผลประโยชน์ จึงต้องการกำจัดให้ออกจากพื้นที่   ส่วนทางความคืบหน้าทางคดี หลวงเจ๊ยอมรับสารภาพข้อกล่าวกระทำอนาจารผู้อื่น ขณะที่ทางตำรวจกำลังสอบเครียดว่ามีคดีอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเด็ก และอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อเอาผิดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qk3lJIxX5Ow

 1,934
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ย. 62

ชาวบ้านสุดทน ขับไล่ 'หลวงเจ๊' จับเป้าเด็กหนุ่ม แฉพฤติกรรมสุดเอือมไม่สมเป็นพระ

เพชรบูรณ์-ชาวบ้านตำบลน้ำร้อน จำนวนราว 30 คน รวมตัวกันหน้าวัดจอมศรี ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมชูป้ายข้อความ เพื่อขับไล่เจ้าอาวาสวัด ที่ทำตัวเป็นหลวงเจ๊ หลังจากที่ชาวบ้านทนมานานกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมหลายเรื่อง   ทั้งไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ไม่ออกบิณฑบาต แต่ไปนั่งฉันข้าวตามร้านอาหาร หรือสั่งมาฉันในกุฏิ กลายเป็นสถานที่แหล่งมั่วสุมรวมตัวของบรรดาวัยรุ่น ถึงขนาดเคยมีปัญหากับผู้ปกครองของเด็กเยาวชน หลายรายที่ตามมาเอาเรื่องถึงในวัดหลายครั้งหลายครา แต่เจ้าอาวาสวัด ก็ไม่เคยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้ชาวบ้านรับไม่ได้ รวมตัวประท้วง   นอกจากนี้นายเทพบุตร อายุ 23 ปี ผู้เสียหายซึ่งถูกหลวงเจ๊ แอบจับอวัยวะเพศ ขณะเข้าไปเลือกซื้อสินค้าในร้าน แล้วทำอนาจาร จนเจ้าตัวสุดทนนำคลิปจากกล้องวงจรปิด ออกมาโพสต์ประจานบนโลกโซเชียล จนกลายเป็นกระแสข่าวเกิดขึ้น โดยวันนี้ ได้เดินทางมา เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและให้ดำเนินคดีกับพระรูปดังกล่าวในข้อหาอนาจารในที่สาธารณ   นอกจากนี้ยังมีการนำคลิปอีกคลิปหนึ่งออกมาเปิดเผย คือ หลังเกิดเหตุเพียง 3 ชั่วโมง ได้มีพระรูปหนึ่งเดินทางมาที่ร้านเพื่อนำเงินใส่ซอง มามอบให้กับนายเทพบุตร ผู้เสียหาย ที่บริเวณหน้าเค้าน์เตอร์ของร้าน เพื่อหวังเป็นค่าปิดปาก ขณะเจ้าตัวเผย อยากให้ดำเนินการจับสึกพระรูปนี้เพราะรับไม่ได้ ที่เมื่อก่อเรื่องก็เอาเงินมาเที่ยวไล่ปิดปาก ซึ่งหากปล่อยไว้ก็ไปทำกับคนอื่นๆ อีก   ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียกพระรูปดังกล่าวเข้ามาให้ปากคำ ซึ่งหากออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งแล้วยังไม่มาเข้าพบกับพนักงานสอบสวน ก็จะต้องถูกออกหมายจับ ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ie04NcgF1A

 1,588
สังคม
30 ก.ย. 62

ชาวบ้านสุดทน ขับไล่ 'หลวงเจ๊' จับเป้าเด็กหนุ่ม แฉพฤติกรรมสุดเอือมไม่สมเป็นพระ

เพชรบูรณ์-ชาวบ้านตำบลน้ำร้อน จำนวนราว 30 คน รวมตัวกันหน้าวัดจอมศรี ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมชูป้ายข้อความ เพื่อขับไล่เจ้าอาวาสวัด ที่ทำตัวเป็นหลวงเจ๊ หลังจากที่ชาวบ้านทนมานานกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมหลายเรื่อง   ทั้งไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ไม่ออกบิณฑบาต แต่ไปนั่งฉันข้าวตามร้านอาหาร หรือสั่งมาฉันในกุฏิ กลายเป็นสถานที่แหล่งมั่วสุมรวมตัวของบรรดาวัยรุ่น ถึงขนาดเคยมีปัญหากับผู้ปกครองของเด็กเยาวชน หลายรายที่ตามมาเอาเรื่องถึงในวัดหลายครั้งหลายครา แต่เจ้าอาวาสวัด ก็ไม่เคยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้ชาวบ้านรับไม่ได้ รวมตัวประท้วง   นอกจากนี้นายเทพบุตร อายุ 23 ปี ผู้เสียหายซึ่งถูกหลวงเจ๊ แอบจับอวัยวะเพศ ขณะเข้าไปเลือกซื้อสินค้าในร้าน แล้วทำอนาจาร จนเจ้าตัวสุดทนนำคลิปจากกล้องวงจรปิด ออกมาโพสต์ประจานบนโลกโซเชียล จนกลายเป็นกระแสข่าวเกิดขึ้น โดยวันนี้ ได้เดินทางมา เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและให้ดำเนินคดีกับพระรูปดังกล่าวในข้อหาอนาจารในที่สาธารณ   นอกจากนี้ยังมีการนำคลิปอีกคลิปหนึ่งออกมาเปิดเผย คือ หลังเกิดเหตุเพียง 3 ชั่วโมง ได้มีพระรูปหนึ่งเดินทางมาที่ร้านเพื่อนำเงินใส่ซอง มามอบให้กับนายเทพบุตร ผู้เสียหาย ที่บริเวณหน้าเค้าน์เตอร์ของร้าน เพื่อหวังเป็นค่าปิดปาก ขณะเจ้าตัวเผย อยากให้ดำเนินการจับสึกพระรูปนี้เพราะรับไม่ได้ ที่เมื่อก่อเรื่องก็เอาเงินมาเที่ยวไล่ปิดปาก ซึ่งหากปล่อยไว้ก็ไปทำกับคนอื่นๆ อีก   ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียกพระรูปดังกล่าวเข้ามาให้ปากคำ ซึ่งหากออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งแล้วยังไม่มาเข้าพบกับพนักงานสอบสวน ก็จะต้องถูกออกหมายจับ ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ie04NcgF1A

 1,588
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ย. 62

จับสึกแล้ว! เจ้าอาวาสข่มขืน นร. 5 ปี จนท้อง กบดานสำนักสงฆ์โคราช

วันที่ 4 ก.ย. 62 ความคืบหน้ากรณีเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ใน ต.เมืองฝาง จ.บุรีรัมย์ ก่อเหตุข่มขืน น้องบี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.เมืองฝาง ตั้งแต่ปี 2558 หรือ 5 ปีที่ผ่านมา จนเด็กอายุได้ 18 ปี และเรื่องมาแดงขึ้นเพราะเด็กตั้งท้องได้ 5 เดือน หลังแม่แจ้งความเอาผิดและรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวน ก่อนจะขอจ่ายค่าเสียหาย 150,000 บาท แล้วไปเก็บข้าวของออกจากวัด ไปหาจำวัดที่อื่น จนสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับชาวพุทธเป็นอย่างมาก   ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการสอบสวนกลางได้สั่งการ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบฯ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บังคับการกองปราบปราม พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 ร.ต.อ.ชุมพร เพ็ชรเลิศ รองสารวัตรกองกำกับการ 3 ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเพื่อตามตัวเจ้าอาวาสดังกล่าวมาลาสิขาบท   โดย พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.หนองสองห้อง อ.เมือง บุรีรัมย์ ได้ให้ข้อมูลจากการสืบสวนในเชิงลึกในพื้นที่ กับกองปราบปราม จนกระทั่งทราบว่าเจ้าอาวาสได้หนีไปกบดานที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา จากนั้นตำรวจชุดกองปราบ ได้เดินทางไปที่ อ.ประทาย จนทราบว่าไปจำวัดที่สำนักสงฆ์สวนพุทธรรมโนนใหญ่ตาปู่ ต.ประทาย อ.ประทาย ซึ่งยังอยู่ในคราบของผ้าเหลือง ยังนั่งปฏิบัติธรรมตามปกติ    ตำรวจกองปราบฯจึงนำตัวเจ้าอาวาส ไปพบพระครูประทีป ธรรมนุจิตโต เจ้าอาวาสวัดกะโดน ต.ประทาย อ.ประทาย ก่อนจะเปร่งวาจาสึกต่อหน้าแล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย โดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด เพราะพนักงานสอบสวน สภ.หนองสองห้อง ได้ทำการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เจ้าอาวาสเคยอยู่สำนักสงฆ์นี้มาก่อน ซึ่งการมาจำวัดแห่งนี้เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ ไม่ทราบเรื่องมาก่อนเพราะไม่ได้ติดตามข่าวว่าไปก่อเหตุอะไรมา   ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ระบุว่า หลังจากทราบว่าชาวบ้านต่างไม่สบายใจที่เจ้าอาวาสหนีการสึกทั้งที่มีความผิดวินัย ทั้งนี้เพื่อความสบายใจของพุทธสาสนิกชน เพราะไม่ว่าพระจะอยู่ที่ไหน จะต้องถูกดำเนินคดี หากทำความเสื่อมเสียให้กับพระพุทธศาสนา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เจ้าอาวาสวัดข่มขืน ด.ญ.นาน 5 ปี จนตั้งท้อง ขู่แฉคลิปแบล็คเมล์ เด็กในหมู่บ้านโดนหลายคน      

 10,827
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

เจ้าอาวาสวัดข่มขืน ด.ญ.นาน 5 ปี จนตั้งท้อง ขู่แฉคลิปแบล็คเมล์ เด็กในหมู่บ้านโดนหลายคน

บุรีรัมย์-ชาวบ้านจับกลุ่มวิจารณ์ กรณีมีพระซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ขนข้าวของย้ายออกจากวัด แล้วไปจำวัดอื่นในพื้นที่ อ.นางรอง เนื่องจากได้ข่มขืน ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.เมืองฝาง ตั้งแต่ปี 2558  นาน 5 ปี จนตอนนี้เด็กอายุได้ 18 ปี แต่เรื่องมาแดงขึ้นเพราะเด็กตั้งท้องได้ 5 เดือน   นางอำพร (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี แม่ของน้องบี เล่าว่า ตนเป็นม่ายทำงานอยู่กรุงเทพฯ  โดยให้ลูกสาวอยู่กับตายายที่บ้าน เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แม่ของตน โทรศัพท์บอกว่าลูกสาวมีอาการผิดปกติคล้ายคนตั้งท้อง ตนจึงเดินทางกลับบ้านสอบถามลูกสาว จนลูกยอมรับว่าตั้งท้องกับ เจ้าอาวาส เพราะได้เสียกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 ภายในกุฎิวัด   โดยเหตุเกิดเมื่อปี 2558 ลูกสาวไม่สบายนอนอยู่ห้องพยาบาลโรงเรียน จากนั้นเจ้าอาวาสทราบข่าว ได้ขับรถไปรับ เพราะเด็กเคยเข้าวัดนั่งสมาธิเป็นประจำ ลูกสาวเล่าต่อว่า จากนั้นเจ้าอาวาสให้นั่งสมาธิในกุฎิ ต่อมาเจ้าอาวาสได้เอาขวดน้ำมาให้ดื่ม เวลาผ่านไปไม่นานก็ไม่รู้สึกตัว ตื่นมาอีกทีพบว่าไม่มีเสื้อผ้า โดยเจ้าอาวาสยังข่มขู่ด้วยว่า ห้ามนำเรื่องไปบอกใครเพราะได้ถ่ายคลิปไว้  และขู่ว่าจะนำคลิปไปเผยแพร่   หลังจากทราบเรื่องจากลูกสาว ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สองห้อง อ.เมือง ตำรวจได้เรียกตัวเจ้าอาวาสไปสอบสวน  และให้การรับสารภาพว่าทำจริง และจะขอชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 150,000 บาท ตอนนั้นตนไม่มีทางเลือก และไม่สามารถเอาผิดคดีพรากผู้เยาว์กับเจ้าอาวาสได้ เพราะลูกสาวอายุเกินกว่า 18 ปีแล้ว จึงรับเงินค่าเสียหายที่เจ้าอาวาสเสนอให้ต่อหน้าตำรวจ   แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคาใจคือ หลังจบเรื่องเจ้าอาวาสได้ขนข้าวของย้ายออกจากวัด ไปจำวัดที่วัดอื่นทางอำเภอนางรอง ซึ่งตนถือมองว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งตามหลักแล้ว เจ้าอาวาสควรจะสึกออกจากการเป็นพระ เพราะทำผิดวินัยสงฆ์   ทั้งนี้ที่ผ่านมาเจ้าอาวาส  เคยกระทำชำเราเด็กในหมู่บ้านหลายคน แต่ชาวบ้านไม่กล้าปริปาก เพราะเจ้าอาวาส เป็นพระนักพัฒนา ชาวบ้านเคารพนับถือ จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมาย และให้สึกออกจากการเป็นพระ เพราะอาจจะไปก่อเหตุกับเยาวชนในพื้นที่อื่นอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Txok1QWL-Us

 8,469
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 62

เจ้าอาวาส ข่มขืน นร.สาว นาน 5 ปี เรื่องแดงเพราะท้อง ล่าสุดย้ายวัดหนี

วันที่ 2 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่ามีเจ้าอาวาสแห่งหนึ่ง ใน ต.เมืองฝาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ขนข้าวของย้ายออกจากวัด ไปจำวัดอื่นในพื้นที่ อ.นางรอง เนื่องจากได้ข่มขืน น้องบี (นามสมมุติ) ซึ่งขณะนั้นอายุ 13 ปี ตั้งแต่ปี 2558 หรือ 5 ปีที่ผ่านมา จนขณะนี้เด็กสาวอายุ 18 ปีแล้ว ซึ่งเรื่องมาแดงขึ้นเพราะเด็กสาวตั้งท้องได้ 5 เดือน   จากการสอบถามแม่ของ น.ส.บี เล่าว่า ตนเป็นม่ายทำงานอยู่กรุงเทพฯ ให้ลูกสาวอยู่กับตายายที่บ้าน เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาแม่ของตน หรือยายของลูก โทรศัพท์บอกว่าลูกสาวมีอาการผิดปกติคล้ายคนตั้งท้อง ตนจึงเดินทางกลับบ้านสอบถามลูกสาว จนลูกยอมรับว่าได้ตั้งท้องกับเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว เพราะได้เสียกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 ภายในกุฎิเจ้าอาวาส   แม่ของ น.ส. บี เล่าต่อว่า จากการสอบถามลูกสาว เจ้าอาวาสมีพฤติกรรมที่ถือว่าโหดเหี้ยม วันเกิดเหตุเมื่อปี 2558 ลูกสาวไม่สบายนอนอยู่ห้องพยาบาลโรงเรียน เจ้าอาวาสทราบข่าว ได้ขับรถไปรับ เพราะเด็กเคยเข้าวัดนั่งสมาธิเป็นประจำ ลูกสาวเล่าต่อว่า จากนั้นเจ้าอาวาสให้นั่งสมาธิในกุฎิ ในเวลาต่อมาเจ้าอาวาสได้เอาขวดน้ำมาให้ดื่ม เวลาผ่านไปไม่นานลูกสาวไม่รู้สึกตัว ตื่นมาอีกทีพบว่าไม่มีเสื้อผ้า โดยเจ้าอาวาสยังมาขู่ด้วยว่า ห้ามนำเรื่องไปบอกใครเพราะได้ถ่ายคลิปไว้ มิเช่นนั้นจะเอามาแฉ    ซึ่งจากคำบอกเล่าของลูกสาว ยิ่งทำให้ตนรับไม่ได้ เพราะแต่ละครั้งเจ้าอาวาสจะสั่งให้ไปหา และขู่ทุกครั้ง ลูกสาวอึดอัดแต่ไม่มีที่ปรึกษา    โดยหลังจากทราบเรื่องจากลูกสาว ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.สองห้อง อ.เมือง ตำรวจได้เรียกตัวเจ้าอาวาสไปสอบสวน โดยเจ้าอาวาสได้ให้การรับสารภาพว่าทำจริง และจะขอชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 150,000 บาท ตนไม่มีทางเลือก และไม่สามารถเอาคดีพรากผู้เยาว์กับเจ้าอาวาสได้ เพราะลูกสาวอายุเกินกว่า 18 ปีแล้ว จึงรับเงินค่าเสียหายที่เจ้าอาวาสเสนอให้ต่อหน้าตำรวจ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคาใจคือ หลังจบเรื่องเจ้าอาวาสได้ขนข้าวของย้ายออกจากวัด ไปจำวัดที่วัดอื่นทาง อ.นางรอง ซึ่งตนถือว่าไม่ถูกต้อง ที่จริงแล้วควรจะสึกออกจากการเป็นพระเพราะถือว่าเป็นมารศาสนา   

 20,629
ข่าวภูมิภาค
14 ส.ค. 62

ขับไล่เจ้าอาวาสวัดดังเมืองคอนมั่วสีกา ค้นกุฏิเจอกางเกงในหญิง-ปืน-เบียร์แช่ตู้เย็น

นครศรีธรรมราช-ชาวบ้านกว่า 300 คน มารวมตัวกับปิดล้อมกุฏิเจ้าคณะตำบล และเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ใน อ.ร่อนพิบูลย์ หลังทนเห็นพฤติกรรมพาสีกาเข้ามาอยู่ภายในกุฏิมานานแล้ว โดยเจ้าอาวาสวัย 48 ปี ไม่ได้อยู่ภายในกุฏิแล้ว ทราบว่าได้หนีออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา   จากการตรวจสอบภายในกุฏิที่พักของเจ้าอาวาส พบเงินเป็นธนบัตรพัน ร้อย ยี่สิบ และเหรียญต่างๆ ตั้งระเนระนาดอยู่ทั่วบริเวณรวมถึงสมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่มและอาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก   นอกจากนี้ยังมีกางเกงใน เสื้อและผ้าถุงของผู้หญิงตากอยู่ภายในกุฏิ ขวดโหลเหล้ายาดองตั้งอยู่บนตู้ 4 ขวด รวมทั้งเบียร์ยี่ห้อหนึ่งแช่อยู่ในตู้เย็น 1 ขวด     ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บเงินที่พบอยู่บนโต๊ะ ใต้โต๊ะออกมานับ โดยนับได้ทั้งหมด 51,688 บาท และมีธนบัตรฉบับละ 1 พันบาทหลายใบก็มีรอยชำรุดจากการถูกปลวกกิน เนื่องจากทิ้งไว้ และในสมุดบัญชีมีเงินอีกจำนวนหนึ่ง โดยอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไปตรวจสอบที่ สภ.ร่อนพิบูลย์   กรรมการวัดและเป็นคนขับรถให้เจ้าอาวาสกล่าวว่า เห็นพฤติกรรมของเจ้าอาวาสมาหลายปีเกี่ยวกับการทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีกา และวาจาที่ด่าทอชาวบ้าน ทนเก็บไว้และเคยเตือนท่านแต่ก็ไม่ฟัง จนกระทั่งชาวบ้านทราบข่าวจึงเข้ามาจับผิด พบว่าเจ้าอาวาสได้พาสีกา เป็นคนในพื้นที่มาหลับนอนในวัด และชาวบ้านได้เข้ามาหาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ปิดประตูกุฏิไม่ให้เข้าไปด้านใน   พอช่วงชาวบ้านกลับไปหมดท่านก็ได้หนีออกจากวัดไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันนี้ชาวบ้านจึงมารวมตัวกันเพื่อที่จะพิสูจน์หลักในกุฏิก็พบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงกางเกงในผู้หญิง และพบว่าสมบัติของวัดสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆถูกทิ้งขว้างแบบไม่ได้รับการสนใจทำให้ชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก   สำหรับที่วัดแห่งนี้ชาวบ้านเค้าเสื่อมศรัทธาต่อเจ้าอาวาสและไม่มีใครเข้าวัดมานานแล้วมีอยู่เพียงไม่กี่ครอบครัว ที่เข้าออกวัด ส่วนพระลูกวัดเมื่อก่อนมีอยู่รูปหนึ่งเป็นพระชราและพิการ เจ้าอาวาสก็ไล่ออกจากวัดพระรูปนั้นก้มกราบขออยู่ก็ไม่ยอม   ทั้งวัดมีแต่เจ้าอาวาสรูปเดียวไม่มีพระรูปใดอยู่ เพราะแกไม่ยอมให้อยู่ ที่ผ่านมาแกจะรับนิมนต์และเป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับคนนอกพื้นที่เป็นหลัก แต่ในพื้นที่จะไม่มีใครนิมนต์เลยเพราะรู้พฤติกรรม ซึ่งหลังจากนี้ก็คงจะต้องช่วยกันพัฒนาวัดเพื่อให้กลับมาเป็นวัดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7v0oSAPdCT0

 4,111
ข่าวภูมิภาค
12 ส.ค. 62

ช็อก คนร้ายบุกยิง เจ้าอาวาสวัดทุ่งไก่ดัก มรณภาพ ท่ามกลางผู้ที่มาผู้ปฏิบัติธรรม

วันที่ 12 ส.ค. 62 เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.กัณตภณ สักขาพรม ร้อยเวร สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันเสียชีวิตที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดสุวรรณภักดี (วัดทุ่งไก่ดัก) ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ    ที่เกิดเหตุเป็นศาลา 8 เหลี่ยมซึ่งเป็นสถานที่ทำวัตรเช้าของพระ และผู้ปฏิบัติธรรม รวมทั้งสิ้น 60 คน ซึ่งทุกคนอยู่อาการตื่นตกใจ โดยพบเจ้าอาวาสวัดสุวรรณภักดี อายุ 59 ปี ถูกคนร้ายยิงมรณภาพอยู่บนอาสนะ จากการชันสูตรศพ พบถูกยิงที่หน้าท้อง 1 นัด และศีรษะอีก 2 นัด    นายธรรมฤทธิ์ จุลสินธุ์ อายุ 56 ปี โฆษกวัดสุวรรณภักดี ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เล่าว่า คนร้ายเดินเข้ามาทำทีจะเข้ามาถวายนมพระ แต่ได้หยิบปืนที่อยู่ในถุงพลาสติกยิงเจ้าอาวาสขณะสวดมนต์ ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป   ในเวลาต่อมา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตราด ทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายพินิจ ศิริรูป อายุ 61 ปี อยู่บ้านที่ ม.4 ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบนายพินิจ ศิริรูป อยู่ในอาการเคร่งเครียด อยู่ภายในบ้าน ก่อนที่จะเดินออกจากบ้านมามอบตัวกับตำรวจ เจ้าหน้าตำรวจจึงได้นำตัวนายพินิจ ศิริรูป ไป ยังสภ.เมืองตราด เพื่อทำการสอบสวนต่อไป   ขอบคุณข้อมูล : มติชน  

 3,684
การเมือง
08 ส.ค. 62

ศาลสั่ง 'สว.กิตติศักดิ์' ออกนอกพื้นที่ - ห้ามยุ่งกิจการวัดหลวงพ่อเงิน บางคลาน

ศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตร ได้คำพิพากษา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา กับพวกรวม 11คน ชุมนุมและยึดครองควบคุมพื้นที่วัดหิรัญญาราม หรือวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน จ.พิจิตร ด้วยการปิด-เปิดประตูวัด มิยอมให้บุคคลที่มิใช่ฝ่ายนายกิตติศักดิ์เข้าออกพื้นที่โดยอิสระ และได้ยึดครอบครองควบคุมและหวงกันพื้นที่บางส่วนไว้ เช่น กุฎิอดีตเจ้าอาวาส วิหารหลวงพ่อเงิน   โดยศาลให้ขับไล่จำเลยทั้ง 11 คน และบริวารออกจากวัดหิรัญญาราม หรือวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน พร้อมขนย้ายสิ่งของและสิ่งก่อสร้างออกจากวัด ห้ามจำเลยทั้ง 11 คน และบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของวัด ห้ามจำเลยทั้ง 11 คน และบริวาร พักอาศัยหรือชุมนุมในวัด และห้ามจำเลยทั้ง 11คน และบริวารขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ พระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ดังกล่าวอีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wvKXEbgfHco

 10,129
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

ชาวบ้านขับไล่ เจ้าอาวาสวัดดังสงขลา กกสีกาพม่าคากุฏิ-บริหารวัดไม่โปร่งใส

สงขลา-ชาวบ้านกว่า 500 คน ใน ต.พะวง อ.เมือง รวมตัวกันหน้ากุฎิเจ้าอาวาส เพื่อกดดันและขับไล่ให้ พระมหาเอกชัย ชุติมนุโต เจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย ออกจากวัดโดยทันที หลังชาวบ้านได้สังเกตุเห็นมีผู้หญิงอยู่ในกุฎิพระในยามวิกาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม   อีกทั้งที่ผ่านมาชาวบ้านยังตั้งข้อสงสัยถึงการบริหารเงินวัดที่ไม่โปร่งใสโดยไม่มีคณะกรรมการวัดคอยกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินของวัด อีกทั้งยังมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าอาวาส ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ   ซึ่งหลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้บุกเข้าไปตรวจสอบที่กุฏิเจ้าอาวาส พบว่าภายในกุฏิซึ่งอยู่ด้านหลังวัด พบผู้หญิงสัญชาติพม่า จำนวน 5 คน อยู่ในกุฎิ และพบพระสงฆ์สัญชาติพม่าจำนวน 2 รูป ซึ่งอยู่กุฎิติดกัน หลังจากที่เจ้าหน้าตำรวจตรวจสอบเอกสารพบว่าทั้งหมดได้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถถามถึงสาเหตุที่เข้ามาอยู่ในวัดนี้ได้เนื่องจากพูดจากันไม่รู้เรื่อง   หลังจากนั้นได้มีชาวบ้านเดินทางเข้ามาเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่วัด ขณะเดียวกันชาวบ้านอีกกลุ่มได้เข้าไปนำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาสซึ่งนั่งสวดมนต์ อยู่ในศาลาการเปรียญ พร้อมกับตะโกนขับไล่เจ้าอาวาสให้ออกจากวัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเจ้าอาวาสเข้าไปนั่งในรถเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากชาวบ้าน   ต่อมาเจ้าคณะตำบลพะวง พร้อมด้วยตำรวจ ได้เดินทางมาหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว โดยได้นำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาส พร้อมกับผู้หญิงสัญชาติพม่า และพระสงฆ์สัญชาติพม่า อีก 2 รูป ขึ้นรถตำรวจออกจากวัด ทันทีและยอมลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย และจะทำการย้ายวัดไปอยู่ที่วัดอื่น ทำให้ชาวบ้านต่างพอใจและแยกย้ายกับกลับบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xtt-u6Pt3T8

 4,330
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

สาวถูกจับก้นในโบสถ์ แจ้งความหลวงพ่อ-สื่อท้องถิ่น โพสต์ใส่ร้ายชอบนุ่งสั้นเข้าวัด เตือนแล้วไม่ฟัง

สงขลา-คดีหญิงสาวถูกจับก้นในวัดดังหาดใหญ่ยังวุ่นไม่จบ ล่าสุดหญิงสาวรายนี้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดและเพจข่าวท้องถิ่นในอ.หาดใหญ่ ที่ให้สัมภาษณ์ใส่ร้ายและนำเสนอข่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาท จากที่เป็นผู้ถูกกระทำและออกมาเตือนภัยสังคมให้ตำรวจจับคนร้ายแต่กลายเป็นฝ่ายถูกจับผิดแทน   จากคดีหญิงสาวถูกชายหนุ่มขยำก้นในโบสถ์วัดศรีสว่างวงศ์ หรือ วัดเกาะเสือ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังไม่จบและทำท่าจะวุ่นวายต่อ เพราะหลังจากที่เมื่อวานนี้หญิงสาวคนนี้ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดเกาะเสือ ที่นำภาพหญิงคนหนึ่งที่นุ่งสั้นไปนั่งไหว้พระในโบสถ์มาโพสต์ผ่านโซเชียล ตอบโต้ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหญิงสาวคนนี้ที่นุ่งสั้นห่มสั้นเข้าวัดและเคยตักเตือนแล้ว แต่กลับตอบกลับว่าพระยิ่งเตือนก็ยิ่งชอบ   ล่าสุดหญิงสาวคนนี้ก็ได้ไปแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ อีกรอบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พระครูปลัดภูวนัย สุเมธโส เจ้าอาวาสวัดศรีสว่างวงศ์ ที่พูดใส่ร้ายตน และเพจข่าวท้องถิ่นใน อ.หาดใหญ่ เพจหนึ่งที่นำบทสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปลงในลักษณะหมิ่นประมาท   โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ตนต้องการออกมาช่วยเหลือสังคม ให้ตำรวจจับกุมชายโรคจิตคนนี้ที่ก่อเหตุขยำก้นเธอในวัด เพื่อไม่ให้ไปก่อนเหตุกับลูกหลานใครอีก และไม่เคยพูดจาให้ร้ายวัดเกาะเสือและวัดก็ไม่ได้ผิดอะไร หรือเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เพียงแค่เหตุเกิดที่วัดเกาะเสือเท่านั้น   แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าอาวาส นำภาพขณะตนนุ่งสั้นมาโพสต์และให้สัมภาษณ์ ในลักษณะใส่ร้ายตนว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนุ่งสั้นมาวัดทำให้เป็นสาเหตุให้ถูกขยำก้น และเคยตักเตือนตนหลายครั้ง   ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยมีเจ้าอาวาส หรือพระองค์ไหนในวัดมาเตือน และก็ไม่เคยไม่พูดคุยหรือยุ่งเกี่ยวกับพระเพียงแค่มาสวดมนต์ขอพระในโบสถ์เท่านั้น   แต่กลับกลายเป็นว่าตนกลายเป็นจำเลยสังคม ทำให้วัดเสียหายและถูกเจ้าอาวาสตำหนิ แทนที่จะมาช่วยกันจับตัวคนร้ายแต่กลับมาโทษเธอคนเดียว ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวัดหรือพระในวัดเลย   เช่นเดียวกับเพจหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ ที่นำบทสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปลงจนตนเองกลายเป็นฝ่ายผิด และตกเป็นจำเลยสังคมทั้งๆที่เป็นผู้ถูกกระทำ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความอีกครั้ง เพื่อให้ดำเนินกับทั้งเจ้าอาวาสวัดเกาะเสือ และเพจที่เสนอข่าวบิดเบือน จนทำให้เธอเสียหาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และพรบ.คอมพิวเตอร์ด้วย   หญิงสาวคนนี้ยังบอกอีกว่า ที่ออกมาเพื่อต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เพราะเธอเป็นผู้ถูกกระทำและนำเรื่องที่เป็นภัยสังคมออกมาเตือน ไม่ได้จะหาเรื่องกับพระหรือทำให้วัดเสียหาย แต่กลับกลายเป็นว่าตนถูกพระจับผิด แทนที่จะมาช่วยกันแก้ปัญหาสังคมจับโจรโรคจิตเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9azzQ8ACI2E

 1,907
ข่าวภูมิภาค
24 มิ.ย. 62

คนใจบาปบุกยิงหมูป่า วัดดังสุพรรณฯ เลือดไหลน่าเวทนา คาดลอบยิงไปชำแหละ

สุพรรณบุรี-พระอธิการเช้ากมฺมสุทฺโธ อายุ 70 ปีเจ้าอาวาสวัดเขาใหญ่ หมู่ 2 ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช แจ้งว่ามีคนร้ายบุกเข้ามายิงเจ้สบิลลี่ หมูป่าอายุประมาณ 6 ปี ที่ทางวัดเลี้ยงไว้ ได้รับบาดเจ็บ   เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันล้อมจับอย่างทุลักทุเล เพื่อนำตัวไปรักษา ตรวจสอบเบื้องต้นพบเจ้าบิลลี่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่แก้มซ้ายใกล้ตาเลือดไหลเป็นทางเป็นที่น่าเวทนา เจ้าหน้าที่จึงอาบน้ำทำความสะอาดล้างบาดแผล และฉีดยาฆ่าเชื้อและยาแก้ปวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดิมบางนางบวช มาตรวจสอบเพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุ   เจ้าอาวาสบอกว่า ทางวัดได้เลี้ยงหมูป่าไว้ให้อยู่กับธรรมชาติ ครั้งแรกมีไม่กี่ตัวต่อมาได้ออกลูกออกหลานทำให้ปัจจุบันนี้มีหมูป่าทั้งหมดกว่า 20 ตัว โดยทางวัดจะนำข้าวก้นบาตรที่เหลือจากพระฉันแล้วมาเป็นอาหาร   กระทั่งวันนี้ขณะที่กำลังปฏิบัติภารกิจของสงฆ์ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นที่บริเวณทางเข้าวัดพร้อมกับเสียงหมูป่าที่เลี้ยงไว้ร้องขึ้นเสียงดังจึงรีบลงมาดูก็พบรถยนต์กระบะสีดำ จำทะเบียนไม่ได้ ขับออกไปจากบริเวณวัดอย่างรวดเร็ว จึงรีบไปดูเจ้าหมูป่าก็พบว่าเจ้าบิลลี่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ มีเลือดไหนไหลออกมาที่บริเวณแก้มซ้ายใกล้กับตา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยกันนำส่งไปรักษา   สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุยิงหมูป่าของวัดครั้งนี้ คาดว่าเป็นพวกที่ใจทรามเห็นว่าที่วัดแห่งนี้มีหมูป่าอยู่จำนวนมาก จึงเข้ามาลอบยิงเพื่อนำไปชำแหละเนื้อขาย หรือยิงไปทำอาหารกิน ก่อนหน้านี้ เจ้าโบ้ หมูป่าเพศผู้ของวัดที่เลี้ยงไว้อายุเกือบ 10 ปีน้ำหนัก ประมาณ 200 กิโลก็เคยถูกคนร้ายลอบยิงได้รับบาดเจ็บรอดตายมาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CP86f0_zRLA

 1,261
ข่าวภูมิภาค
20 มิ.ย. 62

จับแล้ว อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก ยักยอกพระพุทธรูป-วัตถุโบราณไปขายนับร้อย

จากกรณี กลุ่มชาวบ้านวัดถ้ำตะโก จ.ลพบุรี ได้เดินทางเข้าร้องตำรวจกองปราบ เพื่อขอความช่วยเหลือให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัว นายอนุชาติ สุนทร หรือ พระหนึ่ง เจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโก พุทธโสภา ที่แอบยักยอกวัตถุโบราณของวัดออกไปและหลบหนีหายไป มูลค่าหลายล้านบาท   ล่าสุดตำรวจจับกุมอดีตพระอนุชาติได้แล้ว ขณะหลบหนีมาพักอยู่ที่รีสอร์ทใน จ.ยโสธร โดยพฤติการณ์คือ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโกพุทธโสภา เมื่อปี พ.ศ.2551 และปฏิบัติหน้าที่เรื่อยมา ​ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี 2558 - 2560 ได้แอบยักยอกพระพุทธรูปหลวงพ่อพุทธโสภา (พระประธานในโบสถ์)   รวมทั้งพระพุทธรูปปางต่างๆ เครื่องลายครามสมัยโบราณ และของเก่าสมัยโบราณนับ 100 รายการ ซึ่งกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนไว้ จำนวน 69 รายการ จากการตรวจสอบพบว่าสูญหายไป 53 รายการ โดยอ้างว่าได้รับการประสานจากวัดดังในจังหวัดสิงห์บุรี จะนำไปสร้างพิพิธภัณฑ์ ที่วัดดังของจังหวัดสิงห์บุรีดังกล่าว โดยการค่อยๆ เคลื่อนย้ายออกไปทีละองค์สององค์ จนเกือบหมด   ต่อมาชาวบ้านพบความผิดปกติคือพระปางห้ามสมุทร มีการนำของใหม่มาทดแทน เนื่องจากสังเกตเห็นว่าจีวรไม่มีลายดอกพิกุล หลังจากนั้นชาวบ้านเริ่มสงสัยจึงได้มีการเข้ามาตรวจสอบภายในโบสถ์ ก็พบว่าหลวงพ่อพุทธโสภา และพระปางต่างๆ เครื่องลายครามสมัยสงครามโลก โอ่งเขียวไข่กา และของมีค่าในสมัยรัชกาลที่ 5 ถูกขโมยไปและนำของใหม่มาทดแทนไว้เกือบทั้งหมด   หลังจากนั้นชาวบ้านได้ไปถามพระครูอนุชาติ อภิชาโต เจ้าอาวาสในขณะนั้น ยอมรับว่าได้เป็นคนอนุญาตให้นำของมีค่าทั้งหมดไปไว้ในที่จังหวัดสิงห์บุรี ทั้งนี้ตำรวจจะนำตัวอดีตพระอนุชาติ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ou68UXdiBBk

 2,262

Top