ค้นหา :

ผลการค้นหา "เจ้าอาวาส"

สังคม
29 พ.ย. 62

เจ้าอาวาสแจงคลิปโอบกอด-ลูบหัวเด็กสาว ยันเป็นหลานสาวที่รับอุปการะ ปัดมีสัมพันธ์เชิงชู้สาว

เชียงใหม่-มีการเผยแพร่ภาพกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นพฤติกรรมของพระครูเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.สันป่าตอง ที่กำลังอยู่กับเด็กสาววัยรุ่น โดยมีภาพโอบกอด ลูบศีรษะเด็กสาว บางครั้งยังจับศีรษะโน้มให้มาซบตรงหว่างขา รวมทั้งให้เด็กมานวด ก่อนพาเข้ากุฏิ   รายงานข่าวระบุว่า เจ้าอาวาสรายดังกล่าวอายุ 63 ปี ชาวบ้านเริ่มเห็นพฤติกรรมผิดปกติแต่ไม่มีหลักฐาน ต่อมามีการติดกล้องและพบหลักฐานจากคลิป ซึ่งพบว่ามีหญิงสาวผลัดเปลี่ยนมาไม่ซ้ำหน้า พร้อมกับแชทลับที่เจ้าอาวาสรายนี้ แชทหาเด็กสาว คุยกันลักษณะชู้สาว นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า มีการซื้อบ้านไว้ให้หญิงสาวอยู่อีกด้วย   ทั้งนี้ชาวบ้านได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ โดย พระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทราบข้อมูลนี้แล้วและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง   ต่อมาเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ในเบื้องต้นปฏิเสธว่าความสัมพันธ์กับหญิงสาว ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนในคลิปนั้นไม่ได้มีสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวแต่อย่างใด แต่ว่าเด็กหญิงในคลิปภาพนั้นเป็นหลานสาวแท้ๆ โดยสายเลือดของตนเอง เป็นลูกของน้องชายตนเองซึ่งมีปัญหาครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน ต่อมาน้องชายของตนได้เสียชีวิต ทำให้เด็กหญิงคนนี้ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า   ตนเองจึงรับอาสาในการเลี้ยงดูและส่งเสียเพื่อให้ได้เรียนหนังสือ โดยให้อาศัยอยู่ที่บ้านของของญาติ และได้รับอุปการะเลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนหนังสือโดยให้เงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสัปดาห์ละ 300 บาท   ในคลิปภาพจะเป็นการถูกเนื้อต้องตัวกัน แต่ก็เกิดความรักแบบลูกหลานที่ตนเองต้องรับภาระในการเลี้ยงดู และเงินที่ให้ก็คือเงินค่าใช้จ่ายประจำสัปดาห์ แต่ไม่ทราบเหตุผลของผู้ที่นำภาพวงจรปิดของทางวัดเองนำไปเผยแพร่และมีลักษณะในการบิดเบือนข้อเท็จจริงไป โดยยืนยันว่าตนเองทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ คาดว่าน่าจะเป็นคนใกล้ชิดภายในวัดนำไปเผยแพร่   พร้อมกันนี้เจ้าอาวาสได้นำหลักฐานเป็นบัตรประชาชนมายืนยันว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นหลานแท้ๆ อย่างไรก็ตามได้รับการติดต่อจากทางสำนักพุทธจังหวัดเชียงใหม่ว่าจะมาติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ก็พร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลความจริงให้กับทางสำนักพุทธได้รับทราบ   นอกจากนี้แล้วเจ้าอาวาสยังเปิดเผยว่า ตนเองได้รับอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียเด็กด้วยโอกาสทั้งหญิง และชายกว่า 10 คน  ทั้งที่ส่งเรียนตามสถาบันต่างๆ และเด็กที่่อุปการะและนำไปอยู่ที่บ้านของญาติที่่เดียวกับหลานสาวอีกหลายคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kmTu9yh5LXo

 60,354
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 62

ชาวบ้านเดือด ไล่เจ้าอาวาสสั่งแบ็คโฮ ไถเจดีย์เก็บกระดูกบรรพบุรุษ ไม่แจ้งล่วงหน้า

ชลบุรี-ชาวบ้านกว่า 50 คน รวมตัวขับไล่พระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาสเขาชะอางค์ หมู่ที่ 2 ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง หลังทางเจ้าอาวาสมีคำสั่งนำรถแบ็คโฮ มาไถเจดีย์ที่เป็นที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ ซึ่งนำมาไว้กว่า 20 ปี จนพังเสียหาย กระดูกกระจัดกระจาย ไม่รู้ว่าชิ้นไหนเป็นญาติใคร โดยไม่มีการแจ้งให้ทางญาติรู้ล่วงหน้า   หนึ่งในชาวบ้านผู้ได้รับความเสียหาย เผยว่า รู้สึกเสียใจกับการได้รับความกระทบสะเทือนใจอย่างแรง หลังจากเห็นภาพที่เก็บกระดูกพ่อแม่พังเสียหาย ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งทางเจ้าอาวาสมีการเตือนให้มีการย้ายกระดูก เมื่อ 5 ปี ก่อนอ้างจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว และก็ยังไม่มีการแจ้งอีกเลย จนมาเห็นอีกทีมากองรวมกันในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ทำให้รู้สึกงง ตนและชาวบ้านจึงอยากให้เจ้าอาวาสรับผิดชอบ โดยการสึกออกไป เหมือนกับทำให้พ่อแม่ของตนไม่มีที่อยู่   ด้านทางพระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาส กล่าวว่า ได้มีการแจ้งไปแล้ว และได้มีบางส่วนมาเก็บกระดูกออก ซึ่งเป็นหน้าที่ของตน จะพัฒนาสถานที่ให้สวยงามยิ่งขึ้น ไม่น่ากลัว แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลาย   เบื้องต้นพระมหาวิเชียร กันตะศรีโล เจ้าคณะอำเภอบ่อทอง ได้มีการสรุป หลังชาวบ้านพากันเรียกร้องร้องต้องการให้เจ้าอาวาสย้ายออกไป ให้หากระดูกมาคืน หากหาไม่เจอขอให้สึกจากการเป็นพระ   ซึ่งจากการสอบถามก็ทราบมาว่า รถแบ็คโฮมาเร็วกว่ากำหนด ทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องย้ายเจ้าอาวาสไปวัดอื่นก่อน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย แต่ยังไม่มีการตั้งความผิดในด้านวินัย คงต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบในข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2XArs1jQtJo

 1,794
สังคม
29 พ.ย. 62

ชาวบ้านเดือด ไล่เจ้าอาวาสสั่งแบ็คโฮ ไถเจดีย์เก็บกระดูกบรรพบุรุษ ไม่แจ้งล่วงหน้า

ชลบุรี-ชาวบ้านกว่า 50 คน รวมตัวขับไล่พระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาสเขาชะอางค์ หมู่ที่ 2 ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง หลังทางเจ้าอาวาสมีคำสั่งนำรถแบ็คโฮ มาไถเจดีย์ที่เป็นที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ ซึ่งนำมาไว้กว่า 20 ปี จนพังเสียหาย กระดูกกระจัดกระจาย ไม่รู้ว่าชิ้นไหนเป็นญาติใคร โดยไม่มีการแจ้งให้ทางญาติรู้ล่วงหน้า   หนึ่งในชาวบ้านผู้ได้รับความเสียหาย เผยว่า รู้สึกเสียใจกับการได้รับความกระทบสะเทือนใจอย่างแรง หลังจากเห็นภาพที่เก็บกระดูกพ่อแม่พังเสียหาย ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งทางเจ้าอาวาสมีการเตือนให้มีการย้ายกระดูก เมื่อ 5 ปี ก่อนอ้างจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว และก็ยังไม่มีการแจ้งอีกเลย จนมาเห็นอีกทีมากองรวมกันในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ทำให้รู้สึกงง ตนและชาวบ้านจึงอยากให้เจ้าอาวาสรับผิดชอบ โดยการสึกออกไป เหมือนกับทำให้พ่อแม่ของตนไม่มีที่อยู่   ด้านทางพระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาส กล่าวว่า ได้มีการแจ้งไปแล้ว และได้มีบางส่วนมาเก็บกระดูกออก ซึ่งเป็นหน้าที่ของตน จะพัฒนาสถานที่ให้สวยงามยิ่งขึ้น ไม่น่ากลัว แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลาย   เบื้องต้นพระมหาวิเชียร กันตะศรีโล เจ้าคณะอำเภอบ่อทอง ได้มีการสรุป หลังชาวบ้านพากันเรียกร้องร้องต้องการให้เจ้าอาวาสย้ายออกไป ให้หากระดูกมาคืน หากหาไม่เจอขอให้สึกจากการเป็นพระ   ซึ่งจากการสอบถามก็ทราบมาว่า รถแบ็คโฮมาเร็วกว่ากำหนด ทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องย้ายเจ้าอาวาสไปวัดอื่นก่อน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย แต่ยังไม่มีการตั้งความผิดในด้านวินัย คงต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบในข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2XArs1jQtJo

 1,794
สังคม
29 พ.ย. 62

เดือด! ชาวบ้านสุดทน บุกไล่เจ้าอาวาส หลังถูกทุบที่เก็บกระดูกบรรพบุรุษ

ชลบุรี - ชาวบ้านกว่า 50 คน พากันร้องเรียนสื่อ และพากันไปชี้จุด บริเวณที่ว่างของวัดเขาชะอางค์ หมู่ที่ 2 ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ที่ถูกทางพระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาส นำรถแบคโฮมาไถ เจดีย์ที่เป็น ที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ ซึ่งนำมาไว้กว่า 20 ปี จนพังเสียหาย กระดูกกระจัดกระจาย ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นญาติใคร โดยไม่มีการแจ้งให้ทางญาติรู้ล่วงหน้า ก่อนจะพากันเคลื่อนตัวไปที่ศาลาวัด ยื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมต่อทางนางวิภาวี แดงท่าขาม นายอำเภอบ่อทอง ซึ่งกำลังจัดงานเลี้ยงพระเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ในงานอำเภอเคลื่อนที่ ซึ่งได้มีการส่งเสียงโห่ไล่เจ้าอาวาส ให้สึกออกจากการเป็นพระ เป็นระยะๆ   ซึ่งทางนางวรกมล บุตรศิริ อายุ 47 ปี หนึ่งในชาวบ้านผู้ได้รับความเสียหาย เผยว่า รู้สึกเสียใจกับการได้รับความกระทบสะเทือนใจอย่างแรง หลังจากเห็นภาพที่เก็บกระดูกพ่อแม่ พังเสียหาย ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งทางเจ้าอาวาสมีการเตือนให้มีการย้ายกระดูก เมื่อ 5 ปี ก่อนอ้างจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว และก็ยังไม่มีการแจ้งอีกเลย จนมาเห็นอีกทีมากองรวมกันในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ทำให้รู้สึกงง ตนและชาวบ้าน จึงอยากให้เจ้าอาวาสรับผิดชอบ โดยการสึกออกไป เหมือนกับทำให้พ่อแม่ของตนไม่มีที่อยู่   ด้านทางพระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาส กล่าวว่า ได้มีการแจ้งไปแล้ว และได้มีบางส่วนมาเก็บกระดูกออก ซึ่งเป็นหน้าที่ของตน จะพัฒนาสถานที่ ให้สวยงามยิ่งขึ้น ไม่น่ากลัว แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลาย เบื้องต้น พระมหาวิเชียร กันตะศรีโล เจ้าคณะอำเภอบ่อทอง ก็ได้มีการสรุป หลังชาวบ้าน พากันเรียกร้องร้อง คือ ต้องการให้เจ้าอาวาสย้ายออกไป ให้หากระดูกมาคืน หากหาไม่เจอขอให้สึกจากการเป็นพระ ซึ่งจากการสอบถามก็ทราบมาว่า รถแบคโฮมาเร็วกว่ากำหนด ทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด   โดยที่อย่างไรก็ตามก็ต้องย้ายเจ้าอาวาสไปวัดอื่นก่อน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย แต่ยังไม่มีการตั้งความผิดในด้านวินัย คงต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบ ในข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย  

 1,988
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ย. 62

แฉอีก! เจ้าอาวาสวัย 80 มั่วสีกา ชอบเปิดหนังโป๊กลางดึก พบสาวพัวพันอายุต่ำสุด 18

ชลบุรี-จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งจากทางคณะกรรมการของวัดแห่งหนึ่งและชาวบ้านว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งของวัดดังกล่าวพร้อมด้วยคนขับรถได้ขับรถมาหาสีกา ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ซึ่งห่างจากวัดประมาณ 29 กิโลเมตร โดยชาวบ้านได้ปิดล้อมเอาไว้ เพื่อไม่ให้พระและสีกาหลบหนี พร้อมกับได้ถ่ายคลิปมือถือเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน   พบคนภายในห้องคือ เจ้าอาวาสวัด อายุ 80 ปี พร้อมหญิงสาว อายุ 30 ปี ที่ยังอยู่ในสภาพเปลือยกาย จึงได้ควบคุมตัวเจ้าอาวาสไปสอบสวนที่ สภ.เกาะจันทร์ โดยเจ้าวาสยอมสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอพนัสนิคม มาทำการสึกในช่วงเวลา 22.00 น. ในความผิดเสพเมถุน เพื่อให้ขาดจากการเป็นพระทันที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุดคนขับรถออกมาแฉเพิ่มเพราะตกกลางคืนที่กุฏิจะได้ยินเสียงหนังโป๊ดังออกมา ซึ่งจากการตรวจค้นบนหนังโป๊เต็มกุฏิ นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงเข้ามาติดพันธ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเด็กสุดอายุเพียง 18 ปี         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/1qPNfbw5eBA  

 4,362
สังคม
16 พ.ย. 62

แฉอีก! เจ้าอาวาสวัย 80 มั่วสีกา ชอบเปิดหนังโป๊กลางดึก พบสาวพัวพันอายุต่ำสุด 18

ชลบุรี-จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งจากทางคณะกรรมการของวัดแห่งหนึ่งและชาวบ้านว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งของวัดดังกล่าวพร้อมด้วยคนขับรถได้ขับรถมาหาสีกา ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ซึ่งห่างจากวัดประมาณ 29 กิโลเมตร โดยชาวบ้านได้ปิดล้อมเอาไว้ เพื่อไม่ให้พระและสีกาหลบหนี พร้อมกับได้ถ่ายคลิปมือถือเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน   พบคนภายในห้องคือ เจ้าอาวาสวัด อายุ 80 ปี พร้อมหญิงสาว อายุ 30 ปี ที่ยังอยู่ในสภาพเปลือยกาย จึงได้ควบคุมตัวเจ้าอาวาสไปสอบสวนที่ สภ.เกาะจันทร์ โดยเจ้าวาสยอมสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอพนัสนิคม มาทำการสึกในช่วงเวลา 22.00 น. ในความผิดเสพเมถุน เพื่อให้ขาดจากการเป็นพระทันที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุดคนขับรถออกมาแฉเพิ่มเพราะตกกลางคืนที่กุฏิจะได้ยินเสียงหนังโป๊ดังออกมา ซึ่งจากการตรวจค้นบนหนังโป๊เต็มกุฏิ นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงเข้ามาติดพันธ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเด็กสุดอายุเพียง 18 ปี         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/1qPNfbw5eBA  

 4,362
สังคม
15 พ.ย. 62

งามหน้า! ชาวบ้านล้อมจับ 'เจ้าอาวาส' มั่วสีกาคารีสอร์ท

ชลบุรี - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากทางคณะกรรมการของวัดแหลมประดู่ และชาวบ้าน หมู่ 6 ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ว่ามีพระภิกษุรูปหนึ่งของวัดแหลมประดู่ พร้อมด้วยคนขับรถได้ขับรถมาหาสีกา ที่เกาะโพธิ์รีสอร์ท ตำบลท่าบุญมี อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ที่ห่างจากวัดประมาณ 29 กิโลเมตร โดยทางชาวบ้านได้ทำการปิดล้อมเอาไว้ เพื่อไม่ให้พระและสีกาหลบหนี พร้อมกับได้ถ่ายคลิปมือถือเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน โดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่รีสอร์ทดังกล่าวก็ได้พบว่า ได้มีชาวบ้านยืนมุงดูที่ห้องพัก จึงได้เข้าบุกตรวจสอบ   พบคนภายในห้องคือพระใบฎีกาเฉลียว อายุ 80 ปี และยังเป็นเจ้าอาวาสวัดแหลมประดู่ พร้อมหญิงสาวทราบชื่อเล่นคือนางเติ้น อายุประมาณ 30 ปี ที่ยังอยู่ในสภาพเปลือยกาย จึงได้ทำการควบคุมตัวพระใบฎีกาเฉลียว เจ้าอาวาส ไปสอบสวนที่ สภ.เกาะจันทร์ พร้อมยอมรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอพนัสนิคม มาทำการสึกในช่วงเวลา 22.00 น.ในความผิดเสพเมถุน เพื่อให้ขาดจากการเป็นพระทันที ต่อมาเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 14 พ.ย.ทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่วัดแหลมประดู่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เพื่อสอบถามนายยา อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถของวัดและขับรถประจำตำเเหน่งเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวและยอมรับว่าเป็นคนขับไปส่งนายเฉี่ยว อดีตเจ้าอาวาสจริง พร้อมกล่าวว่าทุกครั้งนายเฉลี่ยวจะให้ตนเองไปส่งที่รีสอร์ทในช่วงเวลา 18.00 น.   โดยจะไปส่งประมาณเดือนละหลายครั้ง พอนายเฉลี่ยวเข้าไปในห้องตนเองก็จะนั่งรออยู่ในรถ และจะออกมาจากห้องช่วงเวลา ประมาณ 20.00 น.ทุกครั้ง ที่มาส่ง โดยจะขับรถมาส่งแบบนี้เป็นเวลานานหลายปีแล้ว โดยตนเองจะได้รับค่าตอบแทนในการขับรถให้ครั้งละ300 บาท ซึ่งตนเองไม่มีเงินจึงจำเป็นต้องทำบางครั้งก็เคยบอกกับนายเฉลี่ยวเหมือนกันว่ากระทำแบบนี้ไม่ดีและขอให้หยุดการกระทำแต่นายเฉลี่ยวไม่ฟัง แถมยังต่อว่าตนอีก ตนจึงคิดว่าจะไม่ยอมทำให้อีกแล้วจึงได้แจ้งกับคณะกรรมการวัดให้ทราบว่าไปที่ไหนบ้าง จนมาจับได้คาหนังคาเขาที่รีสอร์ทดังกล่าว  

 759
สังคม
15 พ.ย. 62

ล้อมจับเจ้าอาวาสวัย 80 มั่วสีกาคารีสอร์ท

ชาวบ้าน และตำรวจได้บุกล้อมจับสึกเจ้าอาวาสวัย 80 ปี ขณะกำลังมั่วสีกาที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ด้านคนขับรถเผยทำแบบนี้มานานกว่า 20 ปี     เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 พ.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากทางคณะกรรมการของวัดแห่งหนึ่ง และชาวบ้านในพื้นที่ ต.สระสี่เหลี่ยม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ว่ามีพระภิกษุรูปหนึ่งพร้อมด้วยคนขับรถได้ขับรถมาหาสีกา ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ซึ่งห่างจากวัดประมาณ 29 กิโลเมตร โดยชาวบ้านได้ปิดล้อมเอาไว้ เพื่อไม่ให้พระ และสีกาหลบหนี พร้อมกับได้ถ่ายคลิปมือถือเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน   เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงรีสอร์ตก็พบว่ามีชาวบ้านยืนมุงดูที่ห้องพัก จึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบคนภายในห้องคือ เจ้าอาวาส อายุ 80 ปี พร้อมหญิงสาว อายุ 30 ปี ที่ยังอยู่ในสภาพเปลือยกาย จึงได้คุมตัวเจ้าอาวาสไปสอบสวนที่ สภ.เกาะจันทร์ โดยเจ้าวาสยอมสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นิมนต์เจ้าคณะอำเภอพนัสนิคม มาทำการสึกในช่วงเวลา 22.00 น. ในความผิดเสพเมถุน ขาดจากการเป็นพระทันที   ด้านนายยา (นามสมมติ) อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถของวัด และขับรถประจำตำเเหน่งเจ้าอาวาส โดยยอมรับว่าเป็นคนขับไปส่งอดีตเจ้าอาวาสจริง พร้อมกล่าวว่าทุกครั้งเจ้าอาวาสจะให้ตนไปส่งที่รีสอร์ตในช่วงเวลา 18.00 น. เดือนละหลายครั้ง พอเจ้าอาวาสเข้าไปในห้อง ตนก็จะนั่งรออยู่ในรถ และจะออกมาจากห้องช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ทุกครั้ง ตนขับรถมาส่งแบบนี้เป็นเวลานานกว่า 20 ปีแล้ว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Ey6JoGExieo

 1,317
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

สามเณรวัย 13 โวยถูกเจ้าอาวาสวัดดังขังในกุฎิ 5 วัน บังคับบีบนวด-อมนกเขา ทนไม่ไหวต้องย้ายวัด

กาญจนบุรี-นายพงษ์พิสุทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นำตัวสามเณรนัท (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรชาย เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองขาว อำเภอท่าม่วง หลังสามเณรนัท ถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง กักขังตัวให้อยู่แต่ในกุฎิของหลวงพ่อนาน 5 วัน ไม่ยอมให้ออกไปไหน   ก่อนบังคับให้บีบนวด และอมอวัยวะเพศให้จนสำเร็จความใคร่ทุกวัน จนสามเณรทนไม่ไหวต้องโทรบอกพ่อและพี่สาวให้ช่วยพาตัวย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น ก่อนตัดสินใจนำเอาข้อความแชทที่สามเณรเล่าเหตุการณ์ รวมถึงข้อความที่ทางหลวงพ่อส่งให้ตัวสามเณร เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ     โดยนายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ลูกชายของตนมาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 กระทั่งต้นเดือนกันยายน ลูกชายได้โทรมาหาน้องสาวของตน บอกว่าอยากย้ายวัดไม่อยากอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อน้องสาวของตนเค้นถาม จึงทราบความจริงว่าลูกชายถูกหลวงพ่อล่วงละเมิดทางเพศ หลังทราบเรื่อง ตนได้บอกให้ลูกชายอดทนและพยายามรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนาส่วนตนประสานกับพระในวัดเพื่อหาทางพาลูกชายไปอยู่ที่วัดอื่น กระทั่งสามารถพาลูกชายไปอยู่ที่วัดไชยชุมพลชนะสงครามได้   ขณะที่ตัวของสามเณรนัท ได้เล่าเหตุการณ์ว่า หลวงพ่อ มักจะเรียกให้ตนเข้าไปหาที่กุฎิ พร้อมบอกให้ช่วยบีบนวด ก่อนจะบังคับให้อมอวัยวะเพศให้ เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง บางช่วงถูกหลวงพ่อบังคับให้อยู่แต่ในกุฎิหลวงพ่อไม่ให้ออกไปไหน หากออกไปก็จะถูกตี ด้วยความกลัวหลวงพ่อเพราะหลวงพ่อมีมีดและชอบบอกว่ามีปืนอยู่ในกุฎิ สามเณรนัทจึงไม่กล้าขัดขืน เมื่อมีโอกาสจึงพยายามโทรหาน้าสาวและโทรบอกพ่อ ให้ช่วยย้ายตนเองไปจำวัดที่วัดอื่น   กระทั่งมีพระในวัดที่ยื่นมือเข้าช่วยจนสามารถพาตนออกจากกุฎิหลวงพ่อและย้ายไปอยู่วัดอื่นได้สำเร็จ ซึ่งภายหลังทราบว่า พระรูปดังกล่าว ถูกหลวงพ่อด่าว่าและทำร้ายร่างกายเช่นกัน โดยหลังเข้าแจ้งความแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวสามเณรไปสอบสวนหาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี หากพบว่ามีมูลเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาส เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป   ด้านเจ้าอาวาสได้ปฎิเสธว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ สามเณรนัทอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมทั้ง ไม่ได้ทำร้ายร่างกายและชักปืนข่มขู่พระลูกวัด มีเพียงการต่อว่าและผลักอก เนื่องจากไม่พอใจที่หายออกไปจากวัดโดยไม่บอกกล่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าคณะอำเภอท่าม่วง ได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสองกรณีอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนเรื่องคดีความทั้งสองกรณี ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l7XTqCYEwys

 9,426
สังคม
16 ต.ค. 62

สามเณรวัย 13 โวยถูกเจ้าอาวาสวัดดังขังในกุฎิ 5 วัน บังคับบีบนวด-อมนกเขา ทนไม่ไหวต้องย้ายวัด

กาญจนบุรี-นายพงษ์พิสุทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นำตัวสามเณรนัท (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรชาย เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองขาว อำเภอท่าม่วง หลังสามเณรนัท ถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง กักขังตัวให้อยู่แต่ในกุฎิของหลวงพ่อนาน 5 วัน ไม่ยอมให้ออกไปไหน   ก่อนบังคับให้บีบนวด และอมอวัยวะเพศให้จนสำเร็จความใคร่ทุกวัน จนสามเณรทนไม่ไหวต้องโทรบอกพ่อและพี่สาวให้ช่วยพาตัวย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น ก่อนตัดสินใจนำเอาข้อความแชทที่สามเณรเล่าเหตุการณ์ รวมถึงข้อความที่ทางหลวงพ่อส่งให้ตัวสามเณร เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ     โดยนายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ลูกชายของตนมาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 กระทั่งต้นเดือนกันยายน ลูกชายได้โทรมาหาน้องสาวของตน บอกว่าอยากย้ายวัดไม่อยากอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อน้องสาวของตนเค้นถาม จึงทราบความจริงว่าลูกชายถูกหลวงพ่อล่วงละเมิดทางเพศ หลังทราบเรื่อง ตนได้บอกให้ลูกชายอดทนและพยายามรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนาส่วนตนประสานกับพระในวัดเพื่อหาทางพาลูกชายไปอยู่ที่วัดอื่น กระทั่งสามารถพาลูกชายไปอยู่ที่วัดไชยชุมพลชนะสงครามได้   ขณะที่ตัวของสามเณรนัท ได้เล่าเหตุการณ์ว่า หลวงพ่อ มักจะเรียกให้ตนเข้าไปหาที่กุฎิ พร้อมบอกให้ช่วยบีบนวด ก่อนจะบังคับให้อมอวัยวะเพศให้ เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง บางช่วงถูกหลวงพ่อบังคับให้อยู่แต่ในกุฎิหลวงพ่อไม่ให้ออกไปไหน หากออกไปก็จะถูกตี ด้วยความกลัวหลวงพ่อเพราะหลวงพ่อมีมีดและชอบบอกว่ามีปืนอยู่ในกุฎิ สามเณรนัทจึงไม่กล้าขัดขืน เมื่อมีโอกาสจึงพยายามโทรหาน้าสาวและโทรบอกพ่อ ให้ช่วยย้ายตนเองไปจำวัดที่วัดอื่น   กระทั่งมีพระในวัดที่ยื่นมือเข้าช่วยจนสามารถพาตนออกจากกุฎิหลวงพ่อและย้ายไปอยู่วัดอื่นได้สำเร็จ ซึ่งภายหลังทราบว่า พระรูปดังกล่าว ถูกหลวงพ่อด่าว่าและทำร้ายร่างกายเช่นกัน โดยหลังเข้าแจ้งความแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวสามเณรไปสอบสวนหาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี หากพบว่ามีมูลเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาส เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป   ด้านเจ้าอาวาสได้ปฎิเสธว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ สามเณรนัทอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมทั้ง ไม่ได้ทำร้ายร่างกายและชักปืนข่มขู่พระลูกวัด มีเพียงการต่อว่าและผลักอก เนื่องจากไม่พอใจที่หายออกไปจากวัดโดยไม่บอกกล่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าคณะอำเภอท่าม่วง ได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสองกรณีอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนเรื่องคดีความทั้งสองกรณี ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l7XTqCYEwys

 9,426
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 62

จับสึก 'หลวงเจ๊' เจ้าอาวาสนัวเนียหนุ่มพนง. รับกอดจริงเพราะเอ็นดู ไม่ผิดเพราะไม่ใช่สีกา

เพชรบูรณ์-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัว พระครูวิเชียรปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดจอมศรี หรือฉายาหลวงเจ๊ ในข้อหากระทำอนาจารผู้อายุกว่า 18 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นได้นำตัวไปลาสิกขา จากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์   พร้อมแจ้งข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายตามคลิปภาพที่ปรากฎในโซเชียลที่ได้โอบกอดและจับอวัยวะเพศของพนักงานชายในร้านค้าแห่งหนึ่ง   โดยนายประมิตร อดีตเจ้าอาวาสได้ปฏิเสธในทุกข้อหา พร้อมทั้งกล่าวว่า ใช้พิจารณาหน่อยแล้วกัน อย่าฟังความข้างเดียว สังคมก็เห็นรู้อยู่แล้วว่าตั้งใจทำ หรือว่าล้อเล่น เขาเห็นกันหมดแล้วทั่วประเทศแล้ว ทั่วโลกแล้ว   ขณะที่หลานสาวนายประมิตร ได้เข้าเยี่ยม นายประมิตร (น้าชาย) ที่กองกำกับการสืบสวนภ.จว.เพชรบูรณ์ ภายหลังเปิดเผยว่า อดีตหลวงน้ามีโรครุมเร้ามาโดยตลอด ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เส้นเลือดหัวใจตีบ และยังป่วยด้านจิตเวช มีปัญหาเรื่องความจำ มักทำอะไรลงไปไม่รู้ตัว โดยที่ผ่านมาได้รักษากับแพทย์ รพ.รามาธิบดี มาโดยตลอด และอาการล่าสุดเส้นเลือดหัวใจที่ตีบนั้นก็เหลือเพียงเส้นเดียว เคยบ่นให้ตนฟังตลอดว่า คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินปี และก่อนจะตายอยากฝังลูกนิมิตรโบสถ์ให้แล้วเสร็จ ถึงตายก็ไม่เสียดายชีวิต   มีนิสัยเป็นผู้ที่รักใคร่และเอ็นดูเด็ก ที่ผ่านมาส่งเสียให้เรียบจบมาหลายคนแล้ว รวมทั้งสร้างคุณประโยชน์แก่ ต.น้ำร้อนอย่างมากมาย ส่วนคลิปที่ปรากฏออกมานั้นเป็นการโอบกอดผู้ชายด้วยความเอ็นดู และก็ไม่ได้กอดสีกาแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่มีการเดินขบวนไล่เจ้าอาวาสนั้น เนื่องมาจากมีชาวบ้านบางส่วนที่เสียผลประโยชน์ จึงต้องการกำจัดให้ออกจากพื้นที่   ส่วนทางความคืบหน้าทางคดี หลวงเจ๊ยอมรับสารภาพข้อกล่าวกระทำอนาจารผู้อื่น ขณะที่ทางตำรวจกำลังสอบเครียดว่ามีคดีอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเด็ก และอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อเอาผิดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qk3lJIxX5Ow

 2,355
สังคม
02 ต.ค. 62

จับสึก 'หลวงเจ๊' เจ้าอาวาสนัวเนียหนุ่มพนง. รับกอดจริงเพราะเอ็นดู ไม่ผิดเพราะไม่ใช่สีกา

เพชรบูรณ์-เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัว พระครูวิเชียรปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดจอมศรี หรือฉายาหลวงเจ๊ ในข้อหากระทำอนาจารผู้อายุกว่า 18 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นได้นำตัวไปลาสิกขา จากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์   พร้อมแจ้งข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายตามคลิปภาพที่ปรากฎในโซเชียลที่ได้โอบกอดและจับอวัยวะเพศของพนักงานชายในร้านค้าแห่งหนึ่ง   โดยนายประมิตร อดีตเจ้าอาวาสได้ปฏิเสธในทุกข้อหา พร้อมทั้งกล่าวว่า ใช้พิจารณาหน่อยแล้วกัน อย่าฟังความข้างเดียว สังคมก็เห็นรู้อยู่แล้วว่าตั้งใจทำ หรือว่าล้อเล่น เขาเห็นกันหมดแล้วทั่วประเทศแล้ว ทั่วโลกแล้ว   ขณะที่หลานสาวนายประมิตร ได้เข้าเยี่ยม นายประมิตร (น้าชาย) ที่กองกำกับการสืบสวนภ.จว.เพชรบูรณ์ ภายหลังเปิดเผยว่า อดีตหลวงน้ามีโรครุมเร้ามาโดยตลอด ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เส้นเลือดหัวใจตีบ และยังป่วยด้านจิตเวช มีปัญหาเรื่องความจำ มักทำอะไรลงไปไม่รู้ตัว โดยที่ผ่านมาได้รักษากับแพทย์ รพ.รามาธิบดี มาโดยตลอด และอาการล่าสุดเส้นเลือดหัวใจที่ตีบนั้นก็เหลือเพียงเส้นเดียว เคยบ่นให้ตนฟังตลอดว่า คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินปี และก่อนจะตายอยากฝังลูกนิมิตรโบสถ์ให้แล้วเสร็จ ถึงตายก็ไม่เสียดายชีวิต   มีนิสัยเป็นผู้ที่รักใคร่และเอ็นดูเด็ก ที่ผ่านมาส่งเสียให้เรียบจบมาหลายคนแล้ว รวมทั้งสร้างคุณประโยชน์แก่ ต.น้ำร้อนอย่างมากมาย ส่วนคลิปที่ปรากฏออกมานั้นเป็นการโอบกอดผู้ชายด้วยความเอ็นดู และก็ไม่ได้กอดสีกาแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่มีการเดินขบวนไล่เจ้าอาวาสนั้น เนื่องมาจากมีชาวบ้านบางส่วนที่เสียผลประโยชน์ จึงต้องการกำจัดให้ออกจากพื้นที่   ส่วนทางความคืบหน้าทางคดี หลวงเจ๊ยอมรับสารภาพข้อกล่าวกระทำอนาจารผู้อื่น ขณะที่ทางตำรวจกำลังสอบเครียดว่ามีคดีอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเด็ก และอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อเอาผิดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qk3lJIxX5Ow

 2,355
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ย. 62

ชาวบ้านสุดทน ขับไล่ 'หลวงเจ๊' จับเป้าเด็กหนุ่ม แฉพฤติกรรมสุดเอือมไม่สมเป็นพระ

เพชรบูรณ์-ชาวบ้านตำบลน้ำร้อน จำนวนราว 30 คน รวมตัวกันหน้าวัดจอมศรี ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมชูป้ายข้อความ เพื่อขับไล่เจ้าอาวาสวัด ที่ทำตัวเป็นหลวงเจ๊ หลังจากที่ชาวบ้านทนมานานกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมหลายเรื่อง   ทั้งไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ไม่ออกบิณฑบาต แต่ไปนั่งฉันข้าวตามร้านอาหาร หรือสั่งมาฉันในกุฏิ กลายเป็นสถานที่แหล่งมั่วสุมรวมตัวของบรรดาวัยรุ่น ถึงขนาดเคยมีปัญหากับผู้ปกครองของเด็กเยาวชน หลายรายที่ตามมาเอาเรื่องถึงในวัดหลายครั้งหลายครา แต่เจ้าอาวาสวัด ก็ไม่เคยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้ชาวบ้านรับไม่ได้ รวมตัวประท้วง   นอกจากนี้นายเทพบุตร อายุ 23 ปี ผู้เสียหายซึ่งถูกหลวงเจ๊ แอบจับอวัยวะเพศ ขณะเข้าไปเลือกซื้อสินค้าในร้าน แล้วทำอนาจาร จนเจ้าตัวสุดทนนำคลิปจากกล้องวงจรปิด ออกมาโพสต์ประจานบนโลกโซเชียล จนกลายเป็นกระแสข่าวเกิดขึ้น โดยวันนี้ ได้เดินทางมา เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและให้ดำเนินคดีกับพระรูปดังกล่าวในข้อหาอนาจารในที่สาธารณ   นอกจากนี้ยังมีการนำคลิปอีกคลิปหนึ่งออกมาเปิดเผย คือ หลังเกิดเหตุเพียง 3 ชั่วโมง ได้มีพระรูปหนึ่งเดินทางมาที่ร้านเพื่อนำเงินใส่ซอง มามอบให้กับนายเทพบุตร ผู้เสียหาย ที่บริเวณหน้าเค้าน์เตอร์ของร้าน เพื่อหวังเป็นค่าปิดปาก ขณะเจ้าตัวเผย อยากให้ดำเนินการจับสึกพระรูปนี้เพราะรับไม่ได้ ที่เมื่อก่อเรื่องก็เอาเงินมาเที่ยวไล่ปิดปาก ซึ่งหากปล่อยไว้ก็ไปทำกับคนอื่นๆ อีก   ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียกพระรูปดังกล่าวเข้ามาให้ปากคำ ซึ่งหากออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งแล้วยังไม่มาเข้าพบกับพนักงานสอบสวน ก็จะต้องถูกออกหมายจับ ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ie04NcgF1A

 1,848
สังคม
30 ก.ย. 62

ชาวบ้านสุดทน ขับไล่ 'หลวงเจ๊' จับเป้าเด็กหนุ่ม แฉพฤติกรรมสุดเอือมไม่สมเป็นพระ

เพชรบูรณ์-ชาวบ้านตำบลน้ำร้อน จำนวนราว 30 คน รวมตัวกันหน้าวัดจอมศรี ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมชูป้ายข้อความ เพื่อขับไล่เจ้าอาวาสวัด ที่ทำตัวเป็นหลวงเจ๊ หลังจากที่ชาวบ้านทนมานานกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมหลายเรื่อง   ทั้งไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ไม่ออกบิณฑบาต แต่ไปนั่งฉันข้าวตามร้านอาหาร หรือสั่งมาฉันในกุฏิ กลายเป็นสถานที่แหล่งมั่วสุมรวมตัวของบรรดาวัยรุ่น ถึงขนาดเคยมีปัญหากับผู้ปกครองของเด็กเยาวชน หลายรายที่ตามมาเอาเรื่องถึงในวัดหลายครั้งหลายครา แต่เจ้าอาวาสวัด ก็ไม่เคยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้ชาวบ้านรับไม่ได้ รวมตัวประท้วง   นอกจากนี้นายเทพบุตร อายุ 23 ปี ผู้เสียหายซึ่งถูกหลวงเจ๊ แอบจับอวัยวะเพศ ขณะเข้าไปเลือกซื้อสินค้าในร้าน แล้วทำอนาจาร จนเจ้าตัวสุดทนนำคลิปจากกล้องวงจรปิด ออกมาโพสต์ประจานบนโลกโซเชียล จนกลายเป็นกระแสข่าวเกิดขึ้น โดยวันนี้ ได้เดินทางมา เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและให้ดำเนินคดีกับพระรูปดังกล่าวในข้อหาอนาจารในที่สาธารณ   นอกจากนี้ยังมีการนำคลิปอีกคลิปหนึ่งออกมาเปิดเผย คือ หลังเกิดเหตุเพียง 3 ชั่วโมง ได้มีพระรูปหนึ่งเดินทางมาที่ร้านเพื่อนำเงินใส่ซอง มามอบให้กับนายเทพบุตร ผู้เสียหาย ที่บริเวณหน้าเค้าน์เตอร์ของร้าน เพื่อหวังเป็นค่าปิดปาก ขณะเจ้าตัวเผย อยากให้ดำเนินการจับสึกพระรูปนี้เพราะรับไม่ได้ ที่เมื่อก่อเรื่องก็เอาเงินมาเที่ยวไล่ปิดปาก ซึ่งหากปล่อยไว้ก็ไปทำกับคนอื่นๆ อีก   ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียกพระรูปดังกล่าวเข้ามาให้ปากคำ ซึ่งหากออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งแล้วยังไม่มาเข้าพบกับพนักงานสอบสวน ก็จะต้องถูกออกหมายจับ ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ie04NcgF1A

 1,848
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ย. 62

จับสึกแล้ว! เจ้าอาวาสข่มขืน นร. 5 ปี จนท้อง กบดานสำนักสงฆ์โคราช

วันที่ 4 ก.ย. 62 ความคืบหน้ากรณีเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ใน ต.เมืองฝาง จ.บุรีรัมย์ ก่อเหตุข่มขืน น้องบี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.เมืองฝาง ตั้งแต่ปี 2558 หรือ 5 ปีที่ผ่านมา จนเด็กอายุได้ 18 ปี และเรื่องมาแดงขึ้นเพราะเด็กตั้งท้องได้ 5 เดือน หลังแม่แจ้งความเอาผิดและรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวน ก่อนจะขอจ่ายค่าเสียหาย 150,000 บาท แล้วไปเก็บข้าวของออกจากวัด ไปหาจำวัดที่อื่น จนสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับชาวพุทธเป็นอย่างมาก   ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการสอบสวนกลางได้สั่งการ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบฯ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บังคับการกองปราบปราม พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 ร.ต.อ.ชุมพร เพ็ชรเลิศ รองสารวัตรกองกำกับการ 3 ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเพื่อตามตัวเจ้าอาวาสดังกล่าวมาลาสิขาบท   โดย พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.หนองสองห้อง อ.เมือง บุรีรัมย์ ได้ให้ข้อมูลจากการสืบสวนในเชิงลึกในพื้นที่ กับกองปราบปราม จนกระทั่งทราบว่าเจ้าอาวาสได้หนีไปกบดานที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา จากนั้นตำรวจชุดกองปราบ ได้เดินทางไปที่ อ.ประทาย จนทราบว่าไปจำวัดที่สำนักสงฆ์สวนพุทธรรมโนนใหญ่ตาปู่ ต.ประทาย อ.ประทาย ซึ่งยังอยู่ในคราบของผ้าเหลือง ยังนั่งปฏิบัติธรรมตามปกติ    ตำรวจกองปราบฯจึงนำตัวเจ้าอาวาส ไปพบพระครูประทีป ธรรมนุจิตโต เจ้าอาวาสวัดกะโดน ต.ประทาย อ.ประทาย ก่อนจะเปร่งวาจาสึกต่อหน้าแล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย โดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด เพราะพนักงานสอบสวน สภ.หนองสองห้อง ได้ทำการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เจ้าอาวาสเคยอยู่สำนักสงฆ์นี้มาก่อน ซึ่งการมาจำวัดแห่งนี้เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ ไม่ทราบเรื่องมาก่อนเพราะไม่ได้ติดตามข่าวว่าไปก่อเหตุอะไรมา   ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ระบุว่า หลังจากทราบว่าชาวบ้านต่างไม่สบายใจที่เจ้าอาวาสหนีการสึกทั้งที่มีความผิดวินัย ทั้งนี้เพื่อความสบายใจของพุทธสาสนิกชน เพราะไม่ว่าพระจะอยู่ที่ไหน จะต้องถูกดำเนินคดี หากทำความเสื่อมเสียให้กับพระพุทธศาสนา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เจ้าอาวาสวัดข่มขืน ด.ญ.นาน 5 ปี จนตั้งท้อง ขู่แฉคลิปแบล็คเมล์ เด็กในหมู่บ้านโดนหลายคน      

 10,920

Top