ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

สังคม
10 ต.ค. 62

ตาเลี้ยงน้อยใจ เลี้ยงหลานสาว 2 ขวบอย่างดี แต่ถูกแม่เด็กแจ้งความหาว่าข่มขืน

สงขลา-แม่พาลูกสาวอายุ 2 ขวบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สงขลา ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.สะเดา เนื่องจากสงสัยว่าลูกสาวอายุ 2 ขวบถูกตาเลี้ยงทำอนาจาร เนื่องจากที่อวัยวะเพศมีแผลฉีกขาด พร้อมกับนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ซึ่งได้เข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา   ด้านตาเลี้ยงที่ถูกกล่าวหาวัย 42 ปี ซึ่งไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังใช้ชีวิตตามปกติ และยายแท้ๆของเด็ก ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำอนาจารหลานสาวอายุ 2 ขวบ เนื่องจากได้เลี้ยงดูหลาน 4 คนมาตั้งแต่เกิด เพราะแม่แท้ๆ ทิ้งไว้ให้ดูแลและเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ และเพิ่งรู้ว่าถูกแจ้งความ   ตาเลี้ยงกล่าวด้วยความน้อยใจและน้ำตาซึมว่า เพิ่งทราบข่าววันนี้ว่าแม่พาหลานสาวอายุ 2 ขวบไปแจ้งความว่า ตนทำไม่ดีกับหลาน ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะรักเหมือนลูกแท้ๆ เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนมาตั้งแต่แรกคลอดตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี หาเงินส่งเสียให้เรียนกันสองคนตายาย เพราะแม่ไปอยู่กรุงเทพฯไม่ได้ดูแล ตอนนี้ก็เพิ่งผ่าตัดหลัง แต่ก็ต้องทนไปรับจ้างแบกไม้เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูหลาน ซึ่งน้อยใจมากไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้   ขณะที่ยายของเด็กบอกว่า สาเหตุที่หลานสาวมีแผลที่อวัยวะเพศ มาจากวิ่งไปหาตาด้วยความดีใจที่เห็นตากลับมาจากสวนยาง แล้วเกิดหกล้มและไม่ทราบว่าไปโดนหินหรือโดนอะไร ทำให้มีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศและร้องไห้ แต่ตนก็เข้าไปเช็ดไปเป่า ไม่ได้บอกตาเพราะกลัวว่าจะถูกด่าที่ดูแลหลานไม่ดี จึงเป็นไปได้ว่าลูกสาวสงสัยว่าตาทำไม่ดีกับหลาน จึงได้กลับมาที่บ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบเรื่องนี้ และมาทราบว่าได้ไปแจ้งความตำรวจพร้อมกับพาหลานสาวทั้ง 3 คนไปจากบ้าน   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของสองตายายและหลานทั้ง 4 คน และเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งแทบไม่มีใครเชื่อว่าตาเลี้ยงจะทำอนาจารหลานสาว โดยผู้ใหญ่บ้านระบุ ตายายคู่นี้เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนมาตั้งแต่เด็ก พาไปไหนมาไหนตลอด และไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้   ขณะที่ตำรวจ สภ.สะเดา ระบุว่า แม่เด็กพร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะสงสัยว่าจะถูกข่มขื นและยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์หากพบว่าไม่ได้มาจากถูกกระทำอนาจารก็ไม่สามารถเอาผิดหรือดำเนินคดีใดๆ ด้าน และเด็กก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QxU9RiBq8i8

 7,145
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

ด.ช.วัย 14 แจ้งความรองเท้าแตะคู่เก่งถูกขโมย เผย มีค่าทางจิตใจ เก็บเงินซื้อเองหลายเดือน

วันที่ 8 ต.ค. 62 ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด.ช.ฟ๊ก อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมด้วย นายสุเชาว์ อัศวจินดารัตน์ อาย 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ปกครอง ได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยน้องฟ๊ก มาในเครื่องแบบชุดพละสวมรองเท้าแตะ   น้องฟ๊ก บอกว่าเหตุที่มาแจ้งความก็เพราะรองเท้าแตะยี่ห้อลาคอสรุ่นที่วัยรุ่นกำลังนิยมถูกขโมยไปจากหน้าห้องพักครูขณะเดินทางไปส่งงานในช่วงปิดเทอม โดยเป็นรองเท้าสุดรักสุดหวงที่อดทนหยอดเงินใส่กระปุกซื้อเองคู่ละกว่า 1,000 บาท ซึ่งมีผลจากใจมาก แม้ว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กแต่สำหรับตนรองเท้าคู่นี้เป็นคู่เก่งที่ใส่ไปไหนมาไหนตลอด และต้องการให้ตำรวจติดตามคนที่ขโมยไป ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกัน    ด้าน นายสุเชาว์ พ่อน้องฟ๊กบอกว่า ทีแรกก็ได้บอกครูว่ารองเท้าหายเพื่อให้ช่วยสืบหาหรือไม่ก็ให้ทางโรงเรียนรับผิดชอบเพราะเหตุเกิดในโรงเรียนแต่ก็ไม่มีใครสนใจ จึงต้องมาแจ้งความเพราะรองเท้าคู่นี้มีความหมายทางใจของลูกชายมากเพราะเก็บเงินซื้อเองมาหลายเดือน   และแม้จะเป็นคดีเล็กๆ ของเด็กคนหนึ่งที่รองเท้าหายแต่ทางตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ก็จัดการให้โดยได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักและประสานให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อหาเบาะแสของคนที่ขโมยรองเท้าไป และน่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกันที่ไม่ส่งงานด้วยกันซึ่งมีเพียงไม่กี่คนและน่าจะหาไม่ยาก    

 11,450
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 62

หลวงพ่อใจเด็ด! เปิดใจโหนสลิงทำบุญแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล

สงขลา-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่จ.สงขลา ทางสังคมอออไลน์ได้มีการแชร์คลิปพระโหนสลิงขึ้นไปบนแท่นจุดเจาะน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย ซึ่งมีการนิมนต์พระขึ้นไปทำบุญ ซึ่งญาติโยมต่างแสดงความห่วงใยพระและชื่นชมในความกล้าหาญที่พระสามารถทำได้ทุกอย่าง   ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเรื่องนี้พบว่าเป็นพระจากวัดชะลอน หมู่ที่ 3 ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และได้เดินทางไปพบกับ พระครูขันตยารัต เจ้าอาวาสวัดชะลอน ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับกิจนิมนต์ไปสวดและทำบุญบนแทนขุนเจาะน้ำมันและให้พรแก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนแท่นขุดเจาะซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้   ซึ่งตนก็ไปพร้อมกับพระรวม 4 รูป พร้อมโต๊ะอีหม่ามของอิสลามด้วย และรู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้ไปกลางทะเล และต้องโหนสลิงจากเรือขึ้นไปบนแท่นขุดเจาะน้ำมันรวมทั้งโหนลงด้วยซึ่งก็มีความสูงพอสมควร ก็แอบขาสั่นบ้างแต่มีระบบความปลอดภัยดีมาก ถ้ามีโอกาสได้รับกิจนิมันต์ไปอีกก็จะไป   ด้านนายก่อเดช นิยมเดชา เจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์อาวุโส บริษัท ซีอีซี อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด สาขาประเทศไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 9 และ10 เมษายน รวม2 วันได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 5 รูป และเชิญโต๊ะอิหม่อม ไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัทที่อยู่ในอ่าวไทย จ.สงขลา 2 แท่นเพื่อเป็นการทำบุญแท่นขุดเจาะน้ำมันในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีไทยและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานที่ไม่มีโอกาสได้หยุดในช่วงสงกรานต์ และยังเป็นการทำบุญทั้งสองศาสนาอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/4WFPuVVpdgo

 21,643
สังคม
05 ต.ค. 62

หลวงพ่อใจเด็ด! เปิดใจโหนสลิงทำบุญแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล

สงขลา-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่จ.สงขลา ทางสังคมอออไลน์ได้มีการแชร์คลิปพระโหนสลิงขึ้นไปบนแท่นจุดเจาะน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย ซึ่งมีการนิมนต์พระขึ้นไปทำบุญ ซึ่งญาติโยมต่างแสดงความห่วงใยพระและชื่นชมในความกล้าหาญที่พระสามารถทำได้ทุกอย่าง   ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเรื่องนี้พบว่าเป็นพระจากวัดชะลอน หมู่ที่ 3 ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และได้เดินทางไปพบกับ พระครูขันตยารัต เจ้าอาวาสวัดชะลอน ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับกิจนิมนต์ไปสวดและทำบุญบนแทนขุนเจาะน้ำมันและให้พรแก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนแท่นขุดเจาะซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้   ซึ่งตนก็ไปพร้อมกับพระรวม 4 รูป พร้อมโต๊ะอีหม่ามของอิสลามด้วย และรู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้ไปกลางทะเล และต้องโหนสลิงจากเรือขึ้นไปบนแท่นขุดเจาะน้ำมันรวมทั้งโหนลงด้วยซึ่งก็มีความสูงพอสมควร ก็แอบขาสั่นบ้างแต่มีระบบความปลอดภัยดีมาก ถ้ามีโอกาสได้รับกิจนิมันต์ไปอีกก็จะไป   ด้านนายก่อเดช นิยมเดชา เจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์อาวุโส บริษัท ซีอีซี อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด สาขาประเทศไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 9 และ10 เมษายน รวม2 วันได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 5 รูป และเชิญโต๊ะอิหม่อม ไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัทที่อยู่ในอ่าวไทย จ.สงขลา 2 แท่นเพื่อเป็นการทำบุญแท่นขุดเจาะน้ำมันในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีไทยและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานที่ไม่มีโอกาสได้หยุดในช่วงสงกรานต์ และยังเป็นการทำบุญทั้งสองศาสนาอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/4WFPuVVpdgo

 21,643
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ย. 62

เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหาร ตัดขั้วหัวใจทะลุหลัง ไม่หนำใจขี่ จยย.เหยียบศพซ้ำ

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านพัก ซอย1 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ชุมชนบางมวง หมู่4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ พบถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ในที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน   ขณะที่แม่ของผู้ตายที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชาย แต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป      แม่ของนายอับดุลเล๊าะ บอกว่าทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อรักกันมาก่อนและนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งนายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน   สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิตเป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่1 พฤศจิกายนนี้แต่ก็มาถูกแทงตายก่อน ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x36BrWbNDQw

 5,947
อาชญากรรม
30 ก.ย. 62

เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหาร ตัดขั้วหัวใจทะลุหลัง ไม่หนำใจขี่ จยย.เหยียบศพซ้ำ

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านพัก ซอย1 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ชุมชนบางมวง หมู่4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ พบถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ในที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน   ขณะที่แม่ของผู้ตายที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชาย แต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป      แม่ของนายอับดุลเล๊าะ บอกว่าทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อรักกันมาก่อนและนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งนายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน   สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิตเป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่1 พฤศจิกายนนี้แต่ก็มาถูกแทงตายก่อน ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x36BrWbNDQw

 5,947
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ย. 62

อดีตเพื่อนรัก บุกบ้านแทงว่าที่พลทหารดับ ลากร่างออกมาขี่ จยย.เหยียบซ้ำ ก่อนหนี

วันที่ 29 ก.ย. 62 พ.ต.ท.สถาพร สุขสว่าง สารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านหลังหนึ่ง ชุมชนบางมวง หมู่ 4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก. พ.ต.ต.เฉลียว อนุสาร สวป.ฯ และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ   จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน แม่ของนายอับดุลเล๊าะที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชายแต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธได้ขี่รถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป    นางปรีดา สันบวชบู อายุ 55 ปี แม่ของนายอับดุลเล๊าะ ระบุว่าทั้ง 2 คนเคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน และนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งในวันนี้ นายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน    สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิต เป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว   

 7,411
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

ร้อยโทปัดข่มขืนเด็ก 14 โอดถูกสังคมมองเป็นโรคจิต ซัดฝั่งเด็กบิดเบือนความจริง

กรณีที่มีแม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 14 ปี ถูกทหารยศร้อยโท ค่ายทหารแห่งหนึ่งที่จังหวัดสงขลา ล่อลวงไปข่มขืนนานกว่าครึ่งปี แล้วยังมีการถ่ายคลิปไว้ แม่เข้าแจ้งความเจอข่มขู่ อ้างเส้นใหญ่ ขณะที่ลูกสาวกลายเป็นเด็กเก็บกดและมีอาการซึมเศร้า   โดยแม่ของเด็กหญิงวัย 14 เล่าให้ฟังว่า ทราบเรื่องเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เมื่อคุณครูประจำชั้นโทรมาบอกว่ามีคนขับรถมารับเด็ก แต่เด็กขึ้นรถไปด้วยท่าทางไม่เต็มใจ ซึ่งเจ้าของรถก็คือนายทหารยศร้อยโท ที่บ้านอยู่ใกล้กัน ที่ผ่านมาแม่สงสัยในพฤติกรรมลูกมาตลอด ว่าทำไมดูกลัวนายทหารคนนี้เวลาวิ่งผ่านหน้าบ้านพัก    ด้านลูกสาวเล่าให้ฟังว่า ถูกกระทำชำเรามาแล้วกว่า 10 ครั้ง โดยครั้งแรกมาหลอกชวนไปกินไก่ทอดยี่ห้อดัง แต่สุดท้ายก็พาไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอจะนะ แล้วก็ข่มขืนถ่ายคลิป หากวันไหนต้องการมีเพศสัมพันธ์ก็จะส่งไลน์หาลูกสาว ถ้าไม่ไปก็ขู่จะเอาคลิปเผยแพร่ในโซเชียล ทำให้ลูกต้องอยู่ในภาวะจำยอม รวมทั้งเล่าให้ฟังว่า เคยลวงไปข่มขืนที่บ้านพักในค่ายทหารหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะถูกกระทำ ทั้งมัดด้วยสายไฟรัดข้อมือ และใช้ผ้าอุดปาก เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ตนเองจึงพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.นาทวี   หลังจากนั้น พอทหารยศร้อยโทรู้ว่าแม่แจ้งความ ทหารก็ถือปืนมาข่มขู่และยิงสามี กระสุนเข้าที่ชายโครงและแขนซ้ายแบบถากๆ ส่วนสามีก็ใช้ปืนยิงขู่ลงพื้น 2 นัด ซึ่งต่างฝ่ายต่างแจ้งความ แต่ปรากฎว่าสามีถูกตั้งกรรมการสอบ ถูกสั่งขังวินัย 7 วัน แถมครอบครัวยังถูกให้ย้ายออกจากบ้านพักราชการ ต้องไปเช่าบ้านอยู่   แม่ของผู้เสียหายบอกด้วยว่า ภรรยาของนายทหารพอทราบเรื่อง ได้ส่งข้อความไปถามเพื่อนๆ ของลูกสาว ถามว่าสามีตัวเองทำแบบที่โดนแจ้งความจริงหรือไม่ ทำให้เพื่อนของลูกจากที่ไม่มีใครรู้เรื่อง กลายเป็นรู้เรื่องกันหมด ลูกสาวเกิดความอับอาย ก็คิดสั้นพยายามผูกคอตายไปแล้วครั้งนึง และต่อมาพอรู้ว่าพ่อติดคุกก็พยายามจะคิดสั้นอีกครั้ง ส่วนพ่อก็คิดจะยิงตัวตาย ตอนนี้ก็ต้องไปพบจิตแพทย์ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว   ก่อนหน้านี้ทหารยศร้อยโทพยายามขอให้ผู้ใหญ่ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย โดยจะจ่ายเงินชดใช้ให้แต่แม่ไม่ขอรับ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และที่ผ่านมาทราบว่านายทหารรายนี้ไม่ได้ทำกับลูกสาวเป็นคนแรก มีเด็กผู้เสียหายหลายราย แต่ทุกคนรับเงินแล้วยอมความหมด ล่าสุดตอนนี้ทราบว่าในส่วนคดีของลูกสาว ตำรวจตั้ง 2 ข้อหาหนัก คือพรากผู้เยาว์ และข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี นอกจากนี้ยังข้อหาทำร้ายร่างกาย ถูกนำตัวฝากขังที่ศาลทหาร จากนั้นได้ประกันตัวออกมา   ส่วนทางด้านคดีสามี ถูกตั้งข้อหา พยายามฆ่าโดยไต่ตรองไว้ก่อน บุกรุกเคหะสถานยามวิกาล ขณะที่นายทหารคนก่อเหตุ ถูกคดีพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเรา และพยายามฆ่า แต่ตนเองสงสัยทำไมนายทหารผู้กระทำ จึงไม่ได้ถูกคุมขัง ขณะที่สามี ถูกขัง 7 วัน และให้ออกจากบ้านภายพักราชการภายใน 7 วัน แต่เมื่อถูกตัดสินโดยผู้บังคับบัญชาแล้ว ก็ต้องยอมรับ   ด้านพล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดของ ทหารทั้ง 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 อ.นาทวี จ.สงขลา ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องทหารยศร้อยโทก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิง ทางกรมทหารราบได้ประสานกับตำรวจ สภ.นาทวี เจ้าของคดีมาอย่างต่อเนื่อง ให้ดำเนินคดีไปตามหลักฐาน และตามกฎหมาย ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ กับผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งคดีที่ทหารทั้ง 2 นายมีเรื่องยิงกันในค่ายทหาร   ขณะที่ ร้อยโทที่ถูกกล่าวหาระบุว่า ไม่ได้ข่มขืนเด็ก โดยมีพยานและยืนยันได้ ซึ่งได้ให้การกับตำรวจหมดแล้ว โดยมีทนายความให้การช่วยเหลือในเรื่องคดี ผมไม่สามารถให้ข่าวใดๆ ได้ กลัวว่าจะมีผลต่อรูปคดี ตอนนี้ชีวิตตนกลายเป็นจำเลยสังคม หาว่าเป็นคนโรคจิต ทำร้ายเด็กหญิง ใช้สายเคเบิลรัดมือผ้าปิดปาก ซึ่งตนรักเหมือนลูกหลาน   ตนเครียดมากอยากฆ่าตัวตาย แต่มีภรรยาและลูกกำลังน่ารัก ตอนนี้แยกกับภรรยาออกมาอยู่ตัวคนเดียว ทีวีเอารูปภรรยาออกสื่อ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องจนสังคมประณาม ลูกไม่กล้าไปโรงเรียน การที่เป็นข่าวออกสื่อวันนี้ ฝ่ายแม่ของเด็กหญิงออกมาให้ข่าวฝ่ายเดียว จงใจบิดเบือนให้ข่าวเท็จ เนื่องจากสามีกระทำผิดวินัยร้ายแรง ก่อเหตุเมาสุรายิงปืนในค่ายทหารและพยายามฆ่า รวมทั้งพัวพันเรื่องอาวุธปืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z26dVnYSMt4

 7,008
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

ร้อยโทหื่น ขยี้กามวิปริตมัดมือ-อุดปากถ่ายคลิป นร.หญิงวัย 14 ซ้ำข่มขู่ลั่นเส้นใหญ่ ใครทำอะไรไม่ได้

สงขลา-นางแดง (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นภรรยาของเจ้าหน้าที่ทหารยศ จ.ส.อ.นายหนึ่ง ในสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งใน อ.นาทวี จ.สงขลา และเป็นแม่บุญธรรมของ ด.ญ.ฟ้าใส (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งของตัวอำเภอ ได้เดินทางมาร้องเรียนว่า   ลูกสาวถูกนายทหารยศ ร.ท.นายหนึ่งในสังกัดเดียวกัน ล่วงละเมิดทางเพศมานานหลายครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคมเรื่อยมา จนเด็กมีท่าทีหวาดกลัวเมื่อเห็นรถยนต์ของนายทหารคนดังกล่าว ขับผ่านหน้าบ้านพักของพ่อแม่เด็กซึ่งอยู่ใกล้กันในค่าย   โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ครูที่โรงเรียนโทรศัพท์มาบอกว่า มีนายทหารขับรถ 4 ประตูมารับลูกสาวที่โรงเรียนในเวลาบ่ายโมงเศษๆ โดยท่าทางลักษณะเด็กไม่อยากไป จึงตรวจสอบรถพบว่าเป็นของนายทหารยศ ร.ท.คนดังกล่าว จึงได้ออกตามหา จนทราบว่า ด.ญ.ฟ้าใสอยู่กับนายทหารยศ ร.ท.จริง และให้มารับตัวลูกสาวที่อู่ช่างวัฒน์ แถววัดนาทวี   จากนั้นเด็กสาวได้เล่าความจริงว่า เคยถูกลวงไปข่มขืนที่บ้านพักในค่ายหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งถูกข่มขืนอย่างทารุณ วิปริต ใช้สายเคเบิ้ลรัดข้อมือเอาผ้าอุดปาก ถ่ายคลิป ถ่ายภาพเปลือย หากวันไหนต้องการมีเพศสัมพันธ์จะส่งไลน์หาลูกสาว พร้อมข่มขู่จะประจานเอารูปไปลงในโซเชียล จนเด็กต้องจำยอม เป็นการกระทำอย่างป่าเถื่อน ทั้งๆ ที่ยังเป็นเด็ก ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตนเองจึงนำลูกสาวไปแจ้งความที่ สภ.นาทวี และพาไปตรวจร่างกายที่ รพ.นาทวี   แต่หลังจากที่ไปแจ้งความ นายทหารหื่นพกปืนมาข่มขู่ที่บ้านพัก ข่มขู่ว่าไปแจ้งความทำไม ทำไมไม่พูดเหมือนที่บอกให้พูด พร้อมตะคอกอีกว่า "กูเส้นใหญ่ พวกมึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก" พร้อมยิงข่มขู่สามีตนที่เป็นทหารยศต่ำกว่า และมีการยิงปืนตอบโต้กัน   จนสามีโดนตั้งกรรมการสอบสวน สั่งขัง 7 วัน ฐานยิงปืนในค่ายทหาร และให้พักราชการจนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ที่ผ่านมาเคยใช้เชือกแขวนคอตัวเอง เพราะคิดว่าเขาคือต้นเหตุ จนต้องไปพบแทพย์ที่โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาทุกสัปดาห์ ส่วนนายทหารหื่นคู่กรณีกลับใช้ชีวิตตามปกติ ยังมาออกกำลังที่ค่ายทหารทุกวัน   ขณะที่ลูกสาวได้รับความอับอาย ต้องออกจากโรงเรียนไปเรียนต่อที่ต่างจังหวัดกับยาย ที่ผ่านมามีนายทหารหลายท่าน บอกให้ยอมความรับค่าเสียหายของนายทหารหื่น ซึ่งยอมจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินสด 500,000 บาท และที่ดินอีก 1 แปลงราคา 800,000 บาท ย้ำด้วยว่าสู้ไปก็เจ็บตัว และพร้อมจะประสานให้โยกตำแหน่งไปที่อื่น จะได้ไม่ต้องเจอกัน   ซึ่งตนเองและสามีจะไม่ขอรับข้อเสนอใดๆ เนื่องจากไม่ต้องการเงิน อยากให้กฎหมายลงโทษคนผิดจิตวิปริต ทั้งที่นายทหารคนนี้มีภรรยาและลูกแล้ว แต่กลับมีพฤติกรรมแบบนี้กับเด็กอีกหลายคน ทั้งในค่ายและนอกค่าย   ด้านผู้บังคับบัญชาค่ายทหารดังกล่าวได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ยืนยันว่าตนพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 2 ฝ่าย โดยนายทหารยศ ร.ท. ได้โทรมาผมที่บ้าน บอกว่าฝ่าย จ.ส.อ.มายิงข่มขู่ที่บ้านพัก กลายเป็นว่ามีเรื่องเพิ่มคดี 1 คดี ทาง ร.ท.มีการแจ้งความกลับเอาผิด จ.ส.อ.เช่นกัน   ตนได้แนะนำให้ผู้เสียหายที่กลัวว่าไม่ได้รับความปลอดภัยให้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน ส่วน ร.ท.คู่กรณีที่ยังทำงานอยู่ในค่ายนั้น เนื่องจากได้เสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่คำสั่งยังไม่ตกลงมา เจ้าตัวจึงยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในค่าย จนกว่าจะมีคำสั่ง เรื่องทั้งหมดขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป   ด้านตำรวจระบุ ตอนนี้อยู่ในระหว่างรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์จากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พร้อมตั้งข้อหาไว้ 2 ข้อหาคือ พรากผู้เยาว์ และข้อห้าข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี นำตัวฝากขังที่ศาลทหาร จากนั้นได้ประกันออกมา อย่างไรก็ตามขอไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เนื่องจากเกรงงว่าจะเสียรูปคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j79eeyfLRjY

 19,927
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

ควันพิษไฟป่าอินโดฯ ลอยปกคลุมภาคใต้ ค่าฝุ่นจิ๋วสงขลาเริ่มสูงเกินมาตรฐาน

สงขลา-พบหมอกควันไฟป่าจากอินโดนีเซียพัดเข้ามาปกคลุมเมืองสงขลาทั้งในทะเลและในตัวเมืองสงขลา เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนเรือประมงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินเรือ เพราะอาจทำให้เรือชนกันได้ เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำมาก ในขณะเดียวกันในตัวเมืองสงขลาก็ปกคลุมไปด้วยหมอกควันเช่นเดียวกันเต็มทั้งในตัวเมือง   สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณชายหาดสมิหลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของสงขลา หมอกควันได้ปกคลุมทะเลจนบดบังเกาะหนูเกาะแมว เห็นแต่ทะเลขาวโพลนไปหมด บางจุดค่าฝุ่นจิ๋วเริ่มสูงเกินมาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เตือนประชาชนใส่หน้ากากป้องกัน และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RUWy0QkFYEw

 1,002
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

ไซส์ไหนดี?? ปั๊มน้ำมันสงขลาติดป้ายบอกไซส์ที่โถฉี่เล็ก-ใหญ่ ช่อง xxl คนฮิตใช้เยอะสุด

สงขลา-ที่ห้องน้ำชายภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายสนามบินหาดใหญ่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบที่โถปัสสาวะมีการติดไซส์หรือขนาดเอาไว้บนโถปัสสาวะทุกอัน ซึ่งมีตั้งแต่ไซส์ S, M, L, XL,และ XXL เพื่อให้ผู้ที่ไปใช้บริการเลือกได้ตามใจชอบว่าจะปัสสาวะในโถไซส์ขนาดไหน   ซึ่งผู้ที่เข้าไปใช้บริการหากไม่สังเกตให้ดี หรือรีบๆ ก็อาจจะไม่รู้ว่ามีการติดไซส์เอาไว้ และไม่ได้คิดอะไร และเลือกตามความสะดวก แต่หากผู้ที่สังเกตเห็นก็อมยิ้ม และบางคนที่รู้ก็เจาะจงเลือกที่จะเข้าไปปัสสาวะในโถที่ไซส์ใหญ่สุดคือ XXL   จากการสอบถามพนักงานปั๊มน้ำมันถึงเหตุผลในการติดไซส์ที่โถปัสสาวะ ก็ได้รับคำตอบว่าเพื่อความสวยงามและความเป็นระเบียบเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่านี้ แต่ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ก็เดินอมยิ้มออกไป เช่น มีฝรั่งบางคนเมื่อเข้ามาใช้บริการก็เจาะลงเลือกที่ไซส์ XXL ทันที พร้อมกับบอกว่า XXL และหัวเราะชอบใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xq6drbBXmIw

 2,298
ข่าวภูมิภาค
31 ส.ค. 62

ลุงวัย 68 ปีกลัดมัน ย่องข่มขืนวัวสาววัย 2 ปี ก่อนถูกเจ้าของวัวจับได้

สงขลา - เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีชายสูงอายุกระทำอนาจารกับวัวสาวที่เจ้าของได้นำมาล่ามไว้   ที่เกิดเหตุพบ ลุง อายุ 68 ปี ถูกเจ้าของวัว และชาวบ้านช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้ในสภาพที่เปลือยกายล่อนจ้อน โดยลุงบอกว่ายังไม่ได้ลงมือทำอนาจารวัว แต่ยอมรับว่า เคยข่มขืนวัวตัวนี้มาแล้วถึง 2 ครั้ง เพราะทำตามเพื่อนอีกคนที่เคยข่มขืนวัวมาก่อน จึงนึกสนุกอย่างลองทำบ้าง แต่ครั้งนี้ยังทำไม่สำเร็จ เพราะวัวดิ้นและเจ้าของตามมาพบเสียก่อน    ด้านเจ้าของวัวบอกกับตำรวจว่า นำวัวมาเลี้ยงไว้ที่ชายป่าบริเวณนี้เป็นประจำ และก่อนหน้านี้ชาวบ้านมาบอกกับตนว่า มีชายต้องสงสัยแอบมากระทำอนาจารวัวของตนหลายครั้ง วันนี้จึงได้มาแอบซุ่มดู และพบกับ ลุงที่อยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนกำลังพยายามกระทำอนาจารวัวตนอยู่ แต่เมื่อเห็นตนก็ทำทีเหมือนกับว่าเข้ามาเก็บผักเก็บหญ้า และปฏิเสธว่า ไม่ได้ทำแต่อย่างใด จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนมาช่วยกันจับกุม    ทั้งนี้ในทางคดีทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัลโดยเปลือยกายหรือเปิดเผยร่างกาย แต่คดีนี้เป็นเพียงคดีลหุโทษเพียงแค่เปรียบเทียบปรับไป 300 เท่านั้น และได้ปล่อยตัวไป       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/FCsJV5JBjCg

 38,540
สังคม-อาชญากรรม
27 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' คาด 17 มือปล้นร้านทอง 85 ล้าน หนีเข้าประเทศเพื่อนบ้าน เร่งขอตัวดำเนินคดี

ประวิตร คาด 17 มือปล้นร้านทอง 85 ล้าน  'อ.นาทวี' หนีเข้าประเทศเพื่อนบ้าน รอตรวจสอบรายชื่อ ก่อนขอตัวดำเนินคดี   วันที่ 27 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุปล้นทอง จำนวน 85 ล้านบาท ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า ทาง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคใต้ ได้แถลงข่าวแล้วว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เกี่ยวกับความมั่นคงภาคใต้ โดยมีผู้เกี่ยวข้อง 17 คน ส่วนรายละเอียดยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่ อ.นาทวี อย่างไรก็ตามต้องให้เจ้าหน้าที่สอบสวนให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นกลุ่มไหน   เมื่อถามว่า เป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ปล้นทองเพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน แล้วไปซื้ออาวุธนำไปให้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้ แล้วเขาจะซื้อที่ไหนได้ จะซื้อนอกประเทศไทย หรือจะไปซื้อที่ประมาเลเซียก็ไม่ได้ โดยทางเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เพราะทองที่ปล้นได้ก็ไม่รู้จะไปขายที่ไหน ก็ต้องเป็นประเทศเพื่อนบ้าน    ส่วนการประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขอตัวมาดำเนินคดีนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อผู้ก่อเหตุทั้งหมด ทั้งนี้ทราบว่าร้านทองดังกล่าวถูกปล้นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ทราบว่า 2 เหตุการณ์นี้เกี่ยวโยงกันหรือไม่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - ตร.เชื่อคดีปล้นร้านทอง 85 ล้าน เอี่ยวความมั่นคง ขอเวลา 2 วันรู้ตัวคนร้าย คาดเป็นแก๊งใหญ่ 20 คน - รู้ตัวมือปล้นร้านทอง 85 ล้าน เชื่อกลุ่ม 'เจะอารง บาเฮง' เจ้าของร้านยังสู้ แม้เคยถูกปล้นมาแล้วเมื่อปี 48   

 1,155
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 62

รู้ตัวมือปล้นร้านทอง 85 ล้าน เชื่อกลุ่ม 'เจะอารง บาเฮง' เจ้าของร้านยังสู้ แม้เคยถูกปล้นมาแล้วเมื่อปี 48

สงขลา-ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากวาดทองรูปพรรณน้ำหนัก 3,300 บาท มูลค่ากว่า85 ล้านบาทพร้อมเครื่องเพชรและทองแท่งอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุซึ่งมีประมาณ 17-20 คนและเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ   ล่าสุด พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค9 เปิดถึงความคืบหน้าการสอบสวนว่า ในทางการเจ้าหน้าที่จะเก็บรายละเอียดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุที่ร้านทองร้านนี้เคยถูกปล้นเมื่อปี 48 แต่ยังบอกไม่ได้ว่าคนร้ายได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่   ส่วนที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มก่อความไม่สงบเพราะเหตุปล้นในครั้งนี้แผนปทุษกรรมก็เหมือนกันซึ่งครั้งนั้นก็เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ขณะนี้พอทราบกลุ่มแล้วว่ากลุ่มไหนรอเพียงหลักฐานที่ลงลึกในรายละเอียดให้มากกว่านี้ก็จะชี้ชัดได้ว่าเป็นใครและใครคนวางแผนเป็นใคร ส่วนเป้าหมายของการปล้นมาจากกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการเงินซึ่งก็เคยก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็มหลายครั้งนั้นไม่แน่แต่ขัดกับแนวทางของกลุ่มก่อความไม่สงบ   ส่วนความคืบหน้าในทางการสอบสวนมีรายงานว่าการสอบพยานแวดล้อมไปแล้ว 11 ปาก และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุพบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 6 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 5 กระบอก   นอกจากนี้ผลการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่คนร้ายยิงขู่ชาวบ้านขณะชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีในพื้นที่บ้านพอบิดใต้ หมู่4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี หลังนำรถตู้ไปจอดทิ้งไว้พบว่าเคยใช้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ต.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อปี 61 จึงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเหตุปล้นร้านทองเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างจ.ปัตตานีกับสีอำเภอชายแดนสงขลา   ทั้งนี้ ในแนวทางการสืบสวนเป็นได้สูงว่าการปล้นร้านทองครั้งนี้เป็นฝีมือกลุ่มของ นายเจะอารง เฮง อายุ 39 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่12 ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในระดับปฏิบัติการรับผิดชอบเคลื่อนไหวในพื้นที่4 อำเภอชายแดนสงขลา โดยเฉพาะนาทวี และเป็นระดับมือยิง มีหมายจับติดตัวของสภ.สะบ้าย้อย 1 หมายจับ รวม 8 ข้อหา เช่น ร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันมีระเบิดไว้ในครอบครอง ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด   เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มของเจะอารง เพราะเหตุปล้นร้านทองในครั้งนี้รูปแบบเหมือนกับการปล้นเต้นรถวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ใน อ.นาทวี เมื่อปี 60 ทั้งการปล้นรถมาก่อเหตุ ลักษณะการลงมือที่ทำกันเป็นทีมซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกัน และครั้งนั้นในทางการสืบสวนพบว่า นายเจะอารง มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมวางแผนด้วย   ส่วนเป้าหมายของการปล้นจะเป็นการสร้างสถานการณ์โดยตรงของกลุ่มก่อความไม่สงบหรือเพียงแค่รับงานมานั้นเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เพราะยังพบข้อพิรุธของคนร้ายหลายอย่างในการปล้นร้านทองครั้งนี้ ส่วนเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซียพร้อมกับทองที่ขโมยไปเพราะแค่ขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขับหลบหนีซึ่งน่าจะไปไม่ไกลและพื้นที่เกิดเหตุก็อยู่ใกล้กับชายแดนไทย-มาเลเซีย   ด้าน นายสมัคร อนุจร อายุ 56 ปี เจ้าของร้านทอง เปิดเผยว่า ขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ เพราะแม้คนร้ายจะถอดปลั๊กและขโมยกล้องไปแต่ก็เอาไปผิดตัว   โดยร้านทองของตนสาขานี้เมื่อปี 2548 ก็เคยถูกคนร้ายบุกปล้นมาแล้วครั้งหนึ่งและได้ทองไปจำนวนมากเช่นกันและคดียังไม่สิ้นสุด ครั้งนี้สามารถจับกุมคนร้ายได้ 3 คน มอบตัว 1 คนและยังหลบหนีอีก 1 คนและครั้งนั้นมีลูกจ้างในร้านร่วมด้วยและคนร้ายก็มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การปล้นครั้งนี้เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบเพราะมากันถึง 14 คนและอาวุธครบมือ และคนธรรมดาทำไม่ได้ และอาจเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนในซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างโดยเฉพาะที่เคยเกี่ยวข้องกับคดีปล้นครั้งเก่าร่วมด้วย   แต่แม้จะเคยถูกปล้นมาแล้วถึง 2 ครั้งและครั้งนี้คนร้ายได้ทองคำไปเกลี้ยงร้านมูลค่าประมาณ 85 ล้านบาท และทางร้านก็ไม่ได้ทำประกันเอาไว้ทุกอย่างหมดไม่มีเหลือ แต่ตนก็จะสู้ต่อโดยหลังจากนี้จะเร่งซ่อมแซมร้านที่ถูกคนร้ายทุบกระจกพังหมดและกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในอีก 1 สัปดาห์ เพราะยังมีลูกค้าที่ไว้ใจ และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/St9GkjAF8Ow

 3,841
ข่าวภูมิภาค
26 ส.ค. 62

ตร.เชื่อคดีปล้นร้านทอง 85 ล้าน เอี่ยวความมั่นคง ขอเวลา 2 วันรู้ตัวคนร้าย คาดเป็นแก๊งใหญ่ 20 คน

สงขลา-ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งคนร้ายกวาดทองคำไปเกือบเกลี้ยงร้านหนัก 2,400 บาท และเครื่องเพชรทองคำแท่งอีกบางส่วน รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 85 ล้านบาท   พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.นาทวีว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทั้งใน จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี ได้ดูพื้นที่เกิดเหตุและลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายให้น้ำหนักเชื่อมโยงว่าเกี่ยวกับคดีความมั่นคงถึง 80 เปอร์เซ็น ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ถึงจะฟันธงและสรุปได้   เหตุผลที่ให้น้ำหนักเกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพราะดูจากพฤติกรรมในการก่อเหตุของคนร้าย เมื่อมองย้อนหลังกลับไป เหมือนกับคดีปล้นเต็นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ใน อ.นาทวี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 คือ มีการปล้นรถมาก่อน แล้วนำมาใช้ก่อเหตุ โดยคนร้ายที่ลงมือปล้นร้านทองจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยานมีอย่างน้อย 17-20 คน   มีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำเป็นอย่างดี ทั้งคนที่ทำหน้าที่ปล้นรถ ส่วนหนึ่งก็คุมคนขับรถเอาไว้ กลุ่มหนึ่งก็เอารถมาส่งให้กับทีมปล้นร้านทอง โดยในส่วนของทีมปล้นน่าจะมี 12 คน บางคนแต่งกายเป็นผู้หญิงแฟงตัวเป็นลูกค้ามาเคาะประตูร้านทองเพื่อให้เปิดประตูเพราะต้องเปิดสวิทจากด้านในและดันประตูเอาไว้ จากนั้นคนร้ายที่ถืออาวุธปืนสงครามก็บุกเข้าไปในร้าน   ผบช.ภาค 9 กล่าวถึงกรณีคนร้ายที่สวมชุดคล้ายทหารว่า คนร้ายไม่ได้แต่งกายด้วยชุดทหาร อาจจะมีบางคนที่สวมเสื้อลายพรางและนุ่งกางเกงยีนส์ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหารเหมือนกับที่ไปก่อเหตุสร้างความไม่สงบ   คดีนี้ขอเวลา 2 วันก็น่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับตัวคนร้าย เพราะต้องรอผลการตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนพยาน เนื่องจุดเกิดเหตุมีหลายจุดทั้งจุดที่ปล้นรถที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จุดที่คนร้ายนัดรวมตัวรับคนขึ้นรถมาปล้น ซึ่งต้องตรวจทุกจุดอย่างละเอียดโดยเฉพาะรถตู้คันที่ใช้ก่อเหตุซึ่งได้ส่งไปตรวจเก็บลายนิ้วแฝงและร่องรอยของคนร้ายที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10   เส้นทางในการก่อเหตุของคนร้ายพบว่าขับรถมาจากตามเส้นทางแยกดอนยาง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังก่อเหตุเสร็จก็หนีนำรถไปทิ้งไว้ในพื้นที่สวนยางหมู่4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี พร้อมทองที่ขโมยไป   พบว่าในคดีนี้นอกจากรถตู้ที่ปล้นมาแล้ว ยังมีรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้จำนวน 3 คัน เป็นรถรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1 กค 1828 ปัตตานี ซึ่งถูกขโมยมาเช่นกันนำมาจอดทิ้งไว้บริเวณเดียวกับที่ทิ้งรถตู้ ซึ่งอาจจะขับมารับคนร้ายแต่รถเกิดเสียจึงทิ้งเอาไว้ ส่วนอีก2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน 1 กค 1827 ปัตตานี และรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ขทอ 640 ปัตตานี ที่คนร้ายจี้เอาไปจากใต้ถุนบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 11 ต.นาทวี อ.นาทวี ซึ่งยังไม่พบรถทั้งสองคันแต่ได้แจ้งเตือนให้เป็นรถอันตรายแล้ว   ผบช.ภาค9 ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของรายละเอียดอื่นของคดีทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีคนในร่วมด้วยหรือไม่หรืออดีตลูกจ้าง เพราะคนร้ายรู้ทุกอย่างภายในร้านเป็นอย่างดี และลงมืออย่างง่ายดาย ในเรื่องนี้ก็ต้องสอบสวนเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัยมาสอบสวนทุกคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XGISDlteCEg

 1,140

Top