ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

ลอบวางระเบิดหลังสถานีรถไฟจะนะ ดับ 1 เจ็บ 4 - ประกบยิงทหารพรานนราธิวาส เจ็บ 1 เสียชีวิต 1

สงขลา-เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งตั้งอยู่บนถนนด้านหลังสถานีรถไฟจะนะ พื้นที่ ม.3 บ้านคลองลึก ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะนะ ซึ่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวพอดี ถูกแรงอัดระเบิดเสียชีวิตคาที่ 1 นาย คือ ด.ต.โกศล คงสวัสดิ์ ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ   มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.ท.นิพล แก้วหนู รอง สว.(นปพ.) สภ.จะนะ / ด.ต.ชำนาญ สุขมี ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ / และ ด.ต.ศิริ ทองเทพ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.จะนะ นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวที่เป็นชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจะนะ และสงขลานครินทร์ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ลอบระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งยังไม่ทราบภาชนะบรรจุ และการจุดชนวน มาลอบวางเอาไว้ภายในท่อซีเมนต์ด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งเป็นป้อมใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ก่อนที่จะมีการจุดชวนระเบิดขึ้นในช่วงจังหวะที่เจ้าหน้าที่มีการนำกำลังออกมาตั้งจุดตรวจจุดสกัดชั่วคราวบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ด้านหน้าป้อม ชรบ. พอดี จนทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีชาวบ้านผู้หญิงโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่อำเภอชายแดนของ จ.สงขลา เพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสุดช่วงรอมฎอน หรือการถือศีลอด ซึ่งกลุ่มก่อความไม่สงบมักจะลงมือก่อเหตุด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาตัวคนร้าย   ขณะที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุคนร้ายตามประกบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 11 เสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ริมถนนบ้านบือแนปีแย ม.1 ต.ปะลุกาสาเมาะ   โดยศพของ อส.ทพ.สมชาย เชิญชมพู นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ข้างรถ จยย. ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน มาแซ พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลไม้แก่น จ.ปัตตานี ไปก่อนหน้าแล้ว โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่วัดเชิงเขา โดยมี อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน นั่งซ้อนท้าย เดินทางไปซื้ออาหารที่ตลาดต้นไทรเพื่อนำมารับประทานแก้บวชในช่วงรอมฏอน หรือ ถือศีลอด เมื่อซื้ออาหารเรียบร้อยแล้ว อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.เพื่อกลับฐาน   ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. 2 คัน เป็นพาหนะตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายทั้ง 2 คัน ได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ออกมายิงใส่ อส.ทพ.สมชาย และ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน จำนวนหลายนัด   เมื่อถูกกระสุนปืนรถ จยย.ได้เสียหลักล้มคว่ำ ทำให้ อส.ทพ.สมชาย เสียชีวิตคาที ส่วน อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน ได้รับบาดเจ็บ แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AsOzMXJtBps

 3,986
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

ชาวสงขลาอาลัย 'ป๋าเปรม' นร.ร้องเพลงความฝันอันสูงสุด เชิดชูเกียรติ

สงขลา-ประชาชนชาวจ.สงขลา ร่วมกันแสดงความไว้อาลัยให้กับพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของป๋าเปรม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1 ถนนจะนะ เขตเทศบาลเมืองสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา   โดยนักเรียนจากโรงเรียนเลิศคณิตย์ประมาณ 200 คน มารวมตัวกันที่หน้าบ้าน พร้อมกับถือธงชาติไทยและรูปของพล.อ.เปรมไว้เหนือหัว และร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุดเพื่อแสดงความอาลัยและเชิดชูเกียรติให้กับประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-Yf7ttXsUw

 3,915
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

จับแรงงานเถื่อน 13 คน ขนมากับรถไปรษณีย์ไทย ทำมาแล้วหลายครั้ง เพราะไม่ค่อยถูกตรวจค้น

สงขลา-เจ้าหน้าที่สนธิกำลังจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 13 คน ซึ่งใช้วิธีขนมากับรถบรรทุก 6 ล้อขนส่งไปรษณีย์ของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ไล่ติดตามรถขนส่งไปรษณีย์คันนี้ ขณะวิ่งมาบนถนนสายเอเซีย41 และได้สกัดจับก่อนถึง 4 แยกคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา   จากการตรวจค้นภายในรถพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเชื้อสายฮินดู 13 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด ลักษณะนั่งอยู่ในตู้ท้ายรถบรรทุกพร้อมกระเป๋าสัมภาระ ถือเป็นแรงงานเถื่อนที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใดๆ   เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนขับรถขนส่งไปรษณีย์ 2 คน มาสอบสวนทราบชื่อคือ นายธนาชัย มั่งทิม อายุ 34 ปี คนขับ และนายพงษ์พัฒน์ เหมาะเจาะ อายุ 29 ปี ที่นั่งมาคู่กัน โดยอาศัยอำนาจในการควบคุมตัวตามความในมาตรา 44 เพื่อทำการซักถามปากคำ โดยนำตัวไปควบคุมที่ มทบ.42 ค่ายเสนาณรงค์   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทราบว่าได้ขนแรงงานเถื่อนทั้งหมดมาจาก จ.สมุทรสงคราม ไปส่งให้กับนายหน้าในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ก่อนที่จะส่งต่อผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา ข้ามแดนเข้าไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้รับค่าจ้างในการขนหัวละ 1,500 บาทและลักลอบขนมากับรถขนส่งไปรษณีย์มาแล้วหลายครั้ง   โดยการจับกุมแรงงานเถื่อนที่ขนมากับรถขนส่งไปรษณีย์ในครั้งนี้ เป็นการสอบสวนขยายผลมาจากการจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ ที่ให้การซัดทอดว่าหนึ่งในวิธีการขนแรงงานเถื่อน คือการขนมากับรถขนส่งไปรษณีย์ ซึ่งง่ายกว่าการขนด้วยวิธีอื่น เช่น ขนมากับรถกระบะหรือรถบัสโดยสาร เพราะจะถูกตรวจค้น   แต่หากขนด้วยรถขนส่งไปรษณีย์จะไม่ผิดสังเกต และล็อตนี้ขนมาจำนวน 13 คน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนติดตามจับกุมขณะรถบรรทุกคันนี้ ขณะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.สงขลาเพื่อเตรียมนำไปส่งให้กับนายหน้าที่ อ.หาดใหญ่ และชาวเมียนมากลุ่มนี้ต้นทางลักลอบเข้ามาจากตะเข็บชายแดน จ.กาญจนบุรี ส่วนการดำเนินคดีได้เเจ้งข้อหา แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ควบคุมไว้ที่ สภ.รัตภูมิ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6uNSgIrD7oM

 2,119
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

เมียช่างกุญแจงง ช่วยเด็กติดในรถ โดนแม่ฟ้องทำรถเป็นรอย ทนายดังซัดแม่ประมาทเอง คนช่วยแล้วยังไม่สำนึก

สงขลา-เกิดเหตุเด็กติดอยู่ในรถยนต์ บริเวณหลังตลาดกิมหยง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นรถเก๋งเอ็มจีสีขาว เนื่องจากประตูล็อคทั้ง 4 ด้าน   ในรถมีเด็กหญิงอายุประมาณ1ขวบ ติดอยู่ในรถนั่งอยู่บนเก้าอี้เด็กตรงเบาะหลัง โดยสาเหตุมาจากแม่ซึ่งเป็นคนขับได้ลงจากรถโดยดับเครื่องและวางกุญแจซึ่งเป็นกุญแจแบบรีโมทไว้ในรถเมื่อปิดประตูรถจึงล็อคทันที   ซึ่งในช่วงเกิดเหตุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีและตำรวจสายตรวจสภ.หาดใหญ่ พร้อมทั้งชาวบ้านพลเมืองดี ได้พยายามเข้ามาช่วย ซึ่งระหว่างนั้นได้มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาของช่างกุญแจ และพอมีประสบการณ์ในการปลดล็อคประตูได้ใช้พยายามใช้ลวดสอดเข้าไปทางช่องกระจกเพื่อปลดกุญแจแต่ก็ไม่สำเร็จ   รวมทั้งชาวบ้านที่พยายามใช้มีดปลดประตูแต่ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน เมื่อพยายามช่วยกันอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมงแต่ก็ไม่สำเร็จ และชาวบ้านต่างเป็นห่วงเด็ก บอกให้ผู้เป็นแม่ทุบกระจกรถแต่ก็ไม่ยอม และได้ประสานไปยังบริษัทเจ้าของรถช่วยปลดล็อครีโมทแบบทางไกล ก่อนที่จะปลดล็อคได้และช่วยเด็กได้ปลอดภัย   อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์นี้ ทางหญิงสาวเจ้าของรถไม่พอใจที่ประตูรถมีรอยขูดขีด และถามหาความรับผิดจากชอบหญิงสาวที่พยายามช่วยปลดล็อค   ด้านพลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งเป็นภรรยาช่างกุญแจที่พอมีประสบการณ์ได้เปิดใจว่า "รู้สึกงงมาก พยายามช่วย แต่กลับถูกเจ้าของรถให้ชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งๆที่ตอนนั้นไม่มีใครว่าง แต่สามีจึงแนะนำวิธีเปิดให้ ก็พอรู้เรื่องอยู่บ้างจึงพยายามช่วยเปิดให้ และมีพลเมืองดีอีกหลายคนที่เข้ามาช่วยแต่ก็ไม่สำเร็จ   ต่อมาแม่ของก็ได้โทรศัพท์มาหาจริง ซึ่งสามีของเธอเป็นคนรับสาย สามีของตนก็รู้จักสามีแม่เด็ก เพราะเป็นช่างทำกุญแจอยู่ที่กรุงเทพฯ เลยบอกไปว่าจะเอาอะไรอีก เพราะช่วยอย่างเต็มที่แล้ว หากต้องการให้ชดใช้ค่าเสียหายก็ให้โทรมาคุย จากนั้นเขาก็วางสายไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อกลับมาอีก ก็ไม่รู้ว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่เพราะอีกฝ่ายยังเงียบอยู่ ตนก็ไม่คิดว่าการทำดีจะได้รับผลแบบนี้เหมือนกัน"   ด้านทนายเกิดผล แก้วเกิด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้ว่า การที่เด็กติดอยู่ในรถ เพราะความประมาทของตัวเอง แล้วมีคนไปช่วยลูก แทนที่จะสำนึกบุญคุณเขา กลับคิดจะเอาเรื่อง แบบนี้ใครอยากจะช่วยครับ แต่ถึงแม้รถคุณจะเสียหายแค่ไหน ผู้ที่เข้าไปช่วยเด็กก็ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา แม้แต่สลึงเดียว   ในทางอาญา ผู้กระทำก็ไม่ต้องรับโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ เพราะเป็นการกระทำด้วยความจำเป็น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น (1) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ (2) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ   ในส่วนทางแพ่ง ก็ไม่ต้องรับผิด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีรถบุบสลายแต่ประการใด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 450 ที่บัญญัติว่า ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉิน ท่านว่าไม่จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หากความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุภยันตราย   ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายอันมีแก่เอกชนโดยฉุกเฉิน ผู้นั้นจะต้องใช้คืนทรัพย์นั้น ถ้าบุคคลทำบุบสลายหรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะป้องกันสิทธิของตนหรือของบุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน เพราะตัวทรัพย์นั้นเอง เป็นเหตุบุคคลเช่นว่านี้ หาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ หากว่าความเสียหายนั้น ไม่เกินสมควรแก่เหตุ แต่ถ้าภยันตรายนั้นเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลนั้นเองแล้ว ท่านว่าจำต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zQP_z_NU5A0

 74,403
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ค. 62

จับ 13 แรงงานเถื่อน ซุกมากับรถไปรษณีย์ หวังตบตาเจ้าหน้าที่

วันที่ 14 พ.ค. 62 เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวเเละป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ หรือชุด ศพดส.ตร. ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนภาค 9 ตชด. 437 ตำรวจ สภ.รัตภูมิ และทหาร มทบ.42 สนธิกำลังจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 13 คน   ใช้วิธีขนมากับรถบรรทุก 6 ล้อ ขนส่งไปรษณีย์ของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ไล่ติดตามรถขนส่งไปรษณีย์คันนี้ ขณะวิ่งมาบนถนนสายเอเซีย 41 และได้สกัดจับก่อนถึง 4 แยกคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา    จากการตรวจค้นภายในรถพบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 13 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด นั่งอยู่ในตู้ท้ายรถบรรทุกพร้อมกระเป๋าสัมภาระ และเป็นแรงงานเถื่อนที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใดๆ โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนขับรถขนส่งไปรษณีย์ 2 คน มาสอบสวน   จากการสอบสวน ทราบว่า ได้ขนแรงงานเถื่อนทั้งหมดมาจาก จ.สมุทรสงคราม ไปส่งให้กับนายหน้าในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ก่อนที่จะส่งต่อผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา ข้ามแดนเข้าไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้รับค่าจ้างในการขนหัวละ 1,500 บาท และลักลอบขนมากับรถขนส่งไปรษณีย์มาแล้วหลายครั้ง   ด้านเจ้าหน้าที่เผยว่า การจับกุมแรงงานเถื่อนที่ขนมากับรถขนส่งไปรษณีย์ในครั้งนี้ เป็นการสอบสวนขยายผลมาจากการจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ให้การซัดทอดว่า หนึ่งในวิธีการขนแรงงานเถื่อนคือการขนมากับรถขนส่งไปรษณีย์ ซึ่งง่ายกว่าการขนด้วยวิธีอื่น เช่น ขนมากับรถกระบะหรือรถบัสโดยสารเพราะจะถูกตรวจค้น    แต่หากขนด้วยรถขนส่งไปรษณีย์จะไม่ผิดสังเกตุ และล็อตนี้ขนมาจำนวน 13 คน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนติดตามจับกุมขณะรถบรรทุกคันนี้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อเตรียมนำไปส่งให้กับนายหน้าที่ อ.หาดใหญ่ และชาวเมียนมากลุ่มนี้ต้นทางลักลอบเข้ามาจากตะเข็บชายแดน จ.กาญจนบุรี   ส่วนการดำเนินคดีได้เเจ้งข้อหาเเรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ควบคุมไว้ที่ สภ.รัตภูมิ ส่วนคนขับรถขนส่งไปรษณีย์ซึ่งทำหน้าที่ขนเเรงงานต่างด้าว ควบคุมตัวไปซักถามเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป  

 1,443
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ค. 62

เด็ก 1 ขวบ ติดในรถ แม่ไม่ยอมให้ทุบกระจก โวยคนช่วยทำรถเป็นรอย

ด.ญ.วัย 1 ขวบ ติดในรถ แม่ไม่ยอมให้ทุบกระจก ประสาน บ.รถ ช่วยปลดล็อครีโมทแบบทางไกล สุดท้ายเด็กปลอดภัย ถามหาความรับผิดชอบคนช่วย ทำประตูรถมีรอยขูดขีด   วันที่ 14 พ.ค. 62 เมื่อเวลา 07.30 น. ที่บริเวณหลังตลาดกิมหยง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เกิดเหตุเด็กติดในรถยนต์ ซึ่งเป็นรถเก๋ง เอ็มจี สีขาว โดยประตูล็อคทั้ง 4 ด้าน และมี ด.ญ.อายุประมาณ 1 ขวบ ติดอยู่ในรถ นั่งอยู่บนเก้าอี้เด็กตรงเบาะหลัง โดยพบว่าแม่ซึ่งเป็นคนขับได้ลงจากรถ โดยดับเครื่อง และวางกุญแจซึ่งเป็นกุญแจแบบรีโมทไว้ในรถ เมื่อปิดประตูรถจึงล็อคทันที   ช่วงเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีและตำรวจสายตรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้พยายามเข้ามาช่วย  ซึ่งระหว่างนั้น ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาของช่างกุญแจและพอมีประสบการณ์ในการปลดล็อคประตู ได้พยายามใช้ลวดสอดเข้าไปทางช่องกระจกเพื่อปลดกุญแจแต่ก็ไม่สำเร็จ   รวมทั้งชาวบ้านที่พยายามใช้มีดปลดประตูแต่ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน ซึ่งใช้เวลาอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแต่ก็ไม่สำเร็จ โดยชาวบ้านต่างเป็นห่วงเด็ก บอกให้ผู้เป็นแม่ทุบกระจกรถแต่ก็ไม่ยอม และได้ประสานไปยังบริษัทเจ้าของรถ ช่วยปลดล็อครีโมทแบบทางไกลให้ ประตูรถจึงเปิดออก ในขณะที่เด็กปลอดภัย   อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ ทางหญิงสาวเจ้าของรถไม่พอใจที่ประตูรถมีรอยขูดขีด และถามหาความรับผิดชอบจากหญิงสาวที่พยายามช่วยปลดล็อค  หญิงสาวคนนี้ จึงให้เบอร์โทรทิ้งไว้หากต้องการที่จะให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อพูดคุยเจรจากันภายหลัง  

 98,370
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ค. 62

สั่งย้าย 3 ด.ต.แก๊งอุ้ม ส.ต.ท. เรียกค่าไถ่ 5 แสน ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง-ยื่น ป.ป.ช.จัดการ

สงขลา-ความคืบหน้ากรณี ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กระพ้อ จ.ปัตตานี พร้อมเพื่อนอีก 5 คนซึ่งไม่ได้เป็นตำรวจ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 อุ้มขึ้นรถเรียกค่าไถ่ 5 แสนบาทที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 มี.ค. เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองอาวุธปืน แต่มีการต่อรองกันจนเหลือ 1.2 แสนบาทและต้องจำนำรถเก๋งส่วนตัว 1 คัน ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา และหลังเกิดทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ได้เข้าร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาและได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ไปแล้ว   ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ทำการสอบสวน ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ในรายละเอียดทุกอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานกว่า 4 ชั่วโมง และเร่งสรุปคดีเพื่อเตรียมยื่นเรื่องให้ ปปช.ภายใน 30 วัน เนื่องจากผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าพนักงานที่กระทำผิดไม่ใช่ประชาชน จึงต้องยื่นเรื่องให้ ปปช.ดำเนินการ โดยมีหลักฐานสำคัญหลายอย่างโดยเฉพาะข้อความที่มีการแชตคุยกันผ่านสื่อโซเชียล เรื่องรถเก๋ง ที่ถูกนำไปจำนำต่อให้กับผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานงานไปยังตำรวจ สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ไปยึดเก๋งคันนี้กลับมาแล้วเพราะเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับทางคดี   ส่วนกลุ่มตำรวจที่ถูกกล่าวหาขณะนี้รู้ตัวแล้วโดยเป็นตำรวจทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตรรวม 3 ราย และอีกรายเป็นหญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นคนติดต่อประสานงาน และอ้างตัวว่า เป็นเมียตำรวจ แต่ทั้งหมดยังเก็บตัวเงียบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ และอยู่ระหว่างการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งทาง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุดและจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย   ล่าสุดมีการลงนามในคำสั่งย้ายตำรวจที่ถูกกล่าวหา 3 นาย คือ ด.ต.ธีระยุทธ สุวรรณรัตน์ ด.ต.สิรภพ หมื่นหนู และ ด.ต.พิรชัย หวั้นเส้ง มาช่วยราชการที่สำนักตำรวจภูธรภาค 9 และตรวจสอบรายชื่อตำรวจเพิ่มเติม เนื่องจากคาดว่ายังมีตำรวจอีกหลายนายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง   ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำการสืบสวน ขยายผล และจับกุมผู้ที่สนับสนุนหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งได้สั่งการมาโดยตลอดห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ ประพฤติผิดในทางมิชอบ แสวงหา หรือ ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่สังคม   หากพบว่าตำรวจเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง จะ ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุดทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจ ไม่กำกับดูแลความประพฤติ การปฎับัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ก็จะถูกพิจารณาโทษด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมในการอำนวยความยุติธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/imAPKOFQANo

 3,919
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 พ.ค. 62

คลิปฉาวทิ้งทวนก่อนบวช นาคเต้นนัวโคโยตี้ เจ้าอาวาสชี้ไม่ถือว่าผิด เพราะตอนเต้นยังไม่เป็นพระ

สงขลา-โลกโซเชียลแชร์ภาพชายคนหนึ่ง ซึ่งกำลังบวชนาค และได้ขึ้นไปเต้นกับสาวๆ โคโยตี้ที่นุ่งน้อยห่มน้อยบนรถกระบะที่ติดตั้งเครื่องเสียง กลายเป็นกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมถึงความไม่เหมาะสม โดยเกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา นั้น   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ ซึ่งไม่ขอเผยตัวและเผยชื่อวัดรวมทั้งนาคที่ปรากฏอยู่ในคลิป ซึ่งขณะนี้ก็บวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งนี้จริงๆ และขอให้จบเรื่องนี้ไม่ต้องการให้ขยายความเป็นเรื่องราวใหญ่โต เพราะไม่ส่งผลดีกับใคร ทั้งกับวัดและพระพุทธศาสนา   ซึ่งได้มีการพูดคุยกับพระรูปนี้แล้ว และยอมรับว่า ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขณะนี้ก็ตั้งใจบวชเรียน และศึกษาธรรม รวมทั้งยังรู้สึกผิดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทำไปด้วยอารมณ์ที่คึกคะนอง และความสนุกสนานในขณะนั้น พร้อมกับขอโทษทุกคนที่ทำให้เกิดภาพที่ไม่เหมาะสมนี้ขึ้นด้วย   เจ้าอาวาสได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า คลิปที่ปรากฏเป็นข่าวเกิดขึ้นในงานบวชนาคเมื่อคืนวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานศาลาเอนกประสงค์นอกวัด แต่ในคืนนั้นตนได้ติดกิจนิมนต์ไม่ได้อยู่ที่วัด และมาทราบทีหลัง ซึ่งก็ไม่เหมาะสมจริงๆ   ส่วนที่สังคมตั้งคำถามว่า ผิดไหม เรื่องนี้ยังไม่ถือว่าผิด เพราะยังเป็นนาค ไม่ได้เป็นสงฆ์ และไม่ได้ห่มเหลือง เพียงแต่พฤติกรรมนั้น อาจจะไม่เหมาะสมที่นาคจะไปแสดงพฤติกรรมแบบนี้ ส่วนนาคในคลิปขณะนี้ก็บวชเป็นพระ และยังไม่มีกำหนดว่า จะสึกวันใด และขอโทษสังคม พร้อมกับขอโอกาสกับสิ่งที่ผิดพลาดไป และยืนยันว่า ตั้งใจบวชเรียนจริงๆ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bQ00-_v5DXc

 13,464
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 62

รวบหนุ่มโรคจิต ใช้มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงผ่านแอป ถูกตร.ปรับ 5 พันก่อนปล่อยตัว

สงขลา-เฟซบุ๊ก Treerat Kangha โพสต์เตือนสาวเดินห้าง นุ่งกระโปงสั้น ระวังมิจฉาชีพ แอบถ่ายใต้กระโปรงไปโพสต์ในโซเชียล หรือ ขายตามเว็ปโป๊ โชคดี พนักงานรักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าชื่อดัง (โลตัสหน้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) สามารถรวบตัวส่งเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรคอหงส์ นำตัวไปดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อย   โดยผู้โพสต์ระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้จะใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงผ่านแอป sc-s2 หรือ sc-s3 เป็นแอปที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ หน้าจอโทรศัพท์ปกติ แต่สามารถบันทึกวีดีโอได้ ซึ่งจะทำให้ไม่เป็นที่สังเกต วันเดียวถ่ายไว้ได้ถึง 26 คลิป แต่ไม่รู้ว่าโดนกี่ราย ส่วนใหญ่เป็นน้องๆ นักศึกษา และพนักงาน โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว โชคดีพนักงานรักษาความปลอดภัยสังเกตพฤติกรรมควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรคอหงส์ดำเนินคดีไปแล้ว   จากการพูดคุยผู้เสียหายเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ไปเดินซื้อขนมที่ร้านค้าแห่งหนึ่งภายในห้าง สังเหตุเห็นชายดังกล่าวเดินตามปกติ ไม่แน่ใจว่ามีการใช้โทรศัพท์มือแอบถ่ายคลิปไว้หรือไม่ กระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยของห้างโทรมาแจ้ง จึงได้ทราบว่าถูกแอบถ่ายใต้กระโปรง หลังเกิดเหตุพนักงานรักษาความปลอดภัยได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรคอหงส์รับตัวไปดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงอยากฝากเตือนสาวๆ ที่มักนุ่งกระโปรงสั้นเดินห้างให้ระมัดระวันตนเอง อาจจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบถ่ายใต้กระโปรง   ต่อมาพันตำรวจเอกพงษ์พันธ์ จันทรอาภา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ ได้ทำการเปรียบเทียบปรับนายพงศกร ลุละกนสัน อายุ 27 ปี ชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยกล่าวหาว่า กระทำการใดๆ ก่อให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ อันเป็นลักษณะส่อไปทางอนาจาร โดยผู้ต้องหายินยอมจ่ายค่าปรับ คดีละ 5 พันบาท ก่อนปล่อยตัวไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M3GUtBdoUbE

 2,677
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

ปศุสัตว์กวาดล้างโรงฆ่าสัตว์เถื่อน สงขลา-พังงา ลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง-ชำแหละสัตว์ปนเปื้อนเชื้อโรค

กรมปศุสัตว์ได้รับการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่า มีการลักลอบฆ่าชำแหละสัตว์เพื่อจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต และสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดพังงา จึงได้สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจของกรมปศุสัตว์เข้าตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์ เพื่อบังคับใช้กฎหมาย เมื่อกลางดึกของวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2562   ผลการตรวจสอบที่จังหวัดสงขลา พบโรงฆ่าสัตว์ไม่มีชื่อที่หมู่ 3 ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ของกลางประกอบด้วย ซากหมูจำนวน 3 ตัว และหมูมีชีวิตที่ขังอยู่ในคอกอีก 27 ตัว ที่กำลังรอเชือด และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ รวมมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท   ส่วนจังหวัดพังงา พบสถานที่ต้องสงสัยที่หมู่ 7 ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา กำลังฆ่าชำแหละโค 1 ตัว   กรมปศุสัตว์จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมควบคุมตัวผู้กระทำความผิด ของกลาง และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ รวมถึงได้นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินคดี  ดังนี้   ข้อหาแรก คือ ประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 15 แห่ง พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ข้อหาที่สอง ฆ่าสัตว์โดยไม่แจ้งการฆ่าต่อพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 31 แห่ง พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 ซึ่งมีโทษปรับตามรายตัว โค ตัวละไม่เกิน 5 หมื่นบาท สุกร ตัวละไม่เกิน 2 หมื่นบาท และข้อหาสุดท้ายคือ ฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์ ตามมาตรา 39 แห่ง พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 ซึ่งมีโทษ จำคุกไม่กิน 1 ปี ปรับไม่เกิน  1 แสนบาท   ทั้งนี้ การดำเนินการเข้าตรวจค้นจับกุมการประกอบกิจการฆ่าสัตว์โดยผิดกฎหมายครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรการปราบปรามโรงฆ่าสัตว์เถื่อนและการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นหลัก เนื่องจากสัตว์ที่นำมาฆ่านั้น จะไม่ทราบแหล่งที่มาของสัตว์ ไม่มีการตรวจสอบใดๆ ไม่ได้ผ่านการตรวจโรคมาก่อน และผ่านกระบวนการฆ่าสัตว์ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ   ทำให้มีความเสี่ยงที่เนื้อสัตว์ถูกชำแหละแล้วไปวางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคปนเปื้อนเชื้อโรคสูง อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคระบาดที่สำคัญ หรืออันตรายจากสารตกค้าง เช่น สารเร่งเนื้อแดง ฮอร์โมน และยาปฏิชีวนะ เป็นต้น ส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคและอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนของกลางที่เป็นซากสัตว์ทางกรมปศุสัตว์จะทำลายโดยการฝังหรือเผาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DZt_SC2g0Ns

 1,512
ข่าวภูมิภาค
19 เม.ย. 62

กระบะบรรทุกคนงาน ยางแตกชนต้นไม้ที่สงขลา เสียชีวิตสลด 7 เจ็บ 3

สงขลา-เกิดอุบัติเหตุรถกระบะบรรทุกคนงาน ชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 6 คน และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 คน รวมเสียชีวิตทั้งสิ้น 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดบนถนนสายเอเชียบริเวณหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงพรุพ้อ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา   ส่วนสาเหตุจากการตรวจสอบสภาพรถพบว่า ยางล้อหน้าด้านซ้ายแตกซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางตรงและไม่มีคู่กรณี ซึ่งล้ออาจระเบิดทำให้รถเสียชีวิตพุ่งไปชนต้นไม้และเสาไฟฟ้า   สำหรับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมด ทราบว่าเป็นคนงานขุดคลองระบายน้ำร.1(รอหนึ่ง)ขณะเกิดเหตุได้เดินทางกลับ จ.พัทลุง หลังเลิกงาน หลังเกิดเหตุญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางรับศพด้วยความเศร้าสลด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q0OTfWhmswM

 3,226
ข่าวภูมิภาค
13 เม.ย. 62

ไฟไหม้โรงแรมสงขลา นทท.หนีตายวุ่น - ภูเก็ตไฟไหม้กลางหาดป่าตอง เสียหาย 60 ล้าน

สงขลา - เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นที่โรงแรมไอพีดี ซึ่งตั้งอยู่ซอยจังโหลน 8 บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา เมืองท่องเที่ยวชายแดนไทยมาเลเซีย โดยเป็นโรงแรม 6 ชั้นมีห้องพักอยู่ประมาณ 60 ห้อง  โดยมีกลุ่มควันจำนวนมากออกมาจากโรงแรมเนื่องจากไฟได้ลุกไหม้มาจากด้านล่างและมีกลุ่มควันลอยขึ้นไปห้องพักชั้นบน นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในโรงแรม   ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต้องวิ่งหนีตายออกมาจากโรงแรม บางส่วนเจ้าหน้าที่ต้องใช้เชือกให้โรยตัวลงมา และบางส่วนยังติดค้างอยู่ตามห้องพักของโรงแรมต้องออกมายืนอยู่ที่ระเบียง และบางคนต้องปีนระเบียงข้ามระหว่างห้องเพื่อหนีตายเพราะมีควันไฟเข้าไปในห้องพักหายไม่ออก เจ้าหน้าที่ต้องนำรถกระเช้ามาช่วยเหลือ   เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสำนักขามได้ส่งรถดับเพลิงเข้าไปฉีดน้ำควบคุมไฟรวมทั้งประสานเทศบาลในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาเสริมรวมทั้งหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ระดมกำลังเข้ามาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ภายในโรงแรม โดยมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟ 17 ราย ในนี้ สาหัส 5 ราย กระจายไปตามโรงพยาบาลต่างๆ โดย โรงพยาบาลหาดใหญ่ 3 ราย โรงพยาบาลสงขลา 2 และโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ 2 ส่วนอีก 10 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณห้องอาหารชั้นล่างของโรงแรม ทำให้ควันไฟพวยพุ่งขึ้นไปภายในอาคารตามช่องทางบันได กระจายไปยังห้องพักต่างๆ    เทศบาลตำบลสำนักขามได้นำรถกระเช้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ชั้นบนภายในอาคาร และทุบกระจกบริเวณด้านหน้าอาคาร เพื่อให้ควันลอยออกมานอกอาคาร และเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ภายใน ภายหลังเพลิงสงบ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป       ภูเก็ต - ไฟไหม้หม้อแปลงไฟฟ้ากลางหาดป่าตองลุกลามร้านค้าวอด 3 คูหา เสียหาย 60 ล้าน    ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ตได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านค้าริมถนนทวีวงศ์หรือถนนเลียบหาดป่าตอง ต.ป่าตอง จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้สายไฟและลุกลามไปยังร้านค้าใกล้เคียง ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายหลักของหาดป่าตอง มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากเดินจับจ่ายซื้อของและเล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากอยู่ห่างจากซอยบางลาเพียงไม่ถึง 1 กม. โดยมีร้านค้าขนาดชั้นเดียวตั้งอยู่เรียงรายริมถนนสายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก    พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างหนักและรวดเร็ว จนลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นหลายคูหาที่อยู่บริเวณใกล้เคียง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตองได้ปิดการจราจรถนนสายดังกล่าว ซึ่งเป็นถนนวันเวย์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ทำงานสะดวก โดยได้ระดมฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน แต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยใช้เวลากว่า 2 ชม .จึงสามารถควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดและไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียง แต่ยังคงต้องฉีดน้ำสกัดกั้นไม่ให้เปลวเพลิงลุกขึ้นมาซ้ำสองตลอดเวลา โดยยังมีกลุ่มควันพวยพุ่งอยู่บริเวณร้านค้าและอาคารพาณิชย์ตลอดเวลา    เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบ อาคารพานิช 3 คูหา สูง 4ชั้น ติดถนนทวีวงศ์ มูลค่า 50 ล้านบาท และ ทรัพย์สินภายใน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท รวมความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาทเศษ ไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ   ขณะเกิดเหตุทางนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด.ภูเก็ต ได้นำเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ภูเก็ต นำรถดับเพลิงและรถกระเช้าอีก 3 คันมาสนับสนุนและอำนวยการดับเพลิงด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้      ส่วนความคืบหน้าไฟไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ล่าสุดชัดเจนแล้วว่าต้นเพลิงมาจากชั้น B2 แต่ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ เพราะที่ชั้นB2 ยังมีน้ำท่วมขังจากการดับเพลิง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถลงไปได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/R57lthqOwJY

 3,172
ข่าวภูมิภาค
12 เม.ย. 62

หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ คืนแรก นทท.ร่วมงานเนืองแน่น

สงขลา - เทศกาลสงกรานต์ 62 เริ่มต้นขึ้นแล้ว บรรยากาศงานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เริ่มต้นขึ้นแล้วเป็นคืนแรก ที่บริเวณถนนเสน่นุสรณ์ใจกลางเมืองหาดใหญ่ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ออกมาเล่นฉีดน้ำกันเต็มถนนระยะทางเกือบ 500 เมตร ด้วยความสนุกสนาน   ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ โดยจะเล่นน้ำต่อเนื่องจนถึงกลางดึกคืนนี้ ก่อนที่จะสู่บรรยากาศงานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันพรุ่งนี้จนถึง 13 เมษายน    ซึ่งภาพรวมการท่องเที่ยวของอ.หาดใหญ่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ยังคงเป็นไปอย่างคึกคักและมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียสิงคโปร์เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเต็มเมืองเหมือนเช่นทุกๆปี ท่ามกลางมาตรการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสูงสุด    

 1,051
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 62

ไล่ล่ากระบะขนแรงงานเมียนมา นั่งอัดเต็มรถ 15 คน ก่อนยางแตกจนมุม

สงขลา-เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่ารถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำตอนครึ่ง ซึ่งเป็นรถที่ลักลอบขนแรงงานเถื่อน โดยสกัดจับได้บนถนนลพบุรีราเมศวร์ พื้นที่บ้านโคกเมา อ.บางกล่ำ หลังจากล้อหลังด้านซ้ายแตกและบดจนละเอียดเหลือแต่ล้อแม็กซ์ไม่สามารถขับต่อไปได้   จากการตรวจสอบภายในรถพบแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ซึ่งเป็นแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองอัดแน่นอยู่ภายในรถคันนี้ทั้งนอนเรียงกันอยู่ที่กระบะท้ายคลุมด้วยสแลนสีดำ และที่นั่งอัดแน่นกันอยู่ในห้องโดยสารรวมทั้งหมด 15 คน เป็นชาย 14 คนและหญิง 1 คน โดยมีนายพงษ์ยุทธ น้อยวารี อายุ 36 ปี เป็นคนขับ   จากการสอบสวนทราบว่าลักลอบขนแรงงานต่างด้าวมาจาก จ.ชุมพร ไปส่งที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยมีปลายทางอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งตลอดเส้นทางจะมีรถอีกคันคอยนำทางเพื่อคอยดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ว่ามีการตั้งด่านตรวจหรือไม่   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นและจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาเพิ่มเติมได้อีก 9 คนเป็นชาย 5 คนและหญิง 4 คน ขณะถูกนำมาพักไว้ที่ข้างแคมป์คนงานก่อสร้างในซอยเพิ่มทรัพย์ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปควบคุมไว้ที่สภ.บางกล่ำ เพื่อสอบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายค้าแรงงานเถื่อนข้ามชาติกลุ่มนี้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lElOMwCHBeg

 1,163
การเมือง
01 เม.ย. 62

พลังประชารัฐขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวสงขลาชนะ 4 เขต หนุนลุงตู่อยู่ต่อ

แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวสงขลาที่มอบคะแนนเสียง จนทำให้พรรคได้ ส.ส. 4 คนในสงขลา รวม 13 คนในภาคใต้   นายสุวิทย์กล่าวว่า พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอบคุณชาวสงขลาและชาวใต้ที่สนับสนุนนายกฯลุงตู่เป็นนายกฯต่อ อย่าเพิ่งวิตกกังวลเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป ช่วงนี้ควรให้ความสำคัญกับพระราชพิธีก่อน หลังจากนั้นจะชัดเจนมากขึ้น อยากให้เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ไม่นิ่งนอนใจ ในช่วง 6 เดือนหลังเลือกตั้ง เมื่อจัดตั้งรัฐบาลต้องสร้างผลงานอย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vW8k8oOmMSk

 1,178

Top