ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 62

ไฟไหม้ร้านกิ๊ฟช็อปรายใหญ่ในสงขลา พ่อแม่ลูกปีนบันไดหนีตาย รอดหวุดหวิด

สงขลา-เกิดเหตุไฟไหม้ร้านรุ่งโรจน์กิ๊ฟช็อปใน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้ากิ๊ฟช็อปทุกอย่าง 10 บาทรายใหญ่ ซึ่งมีสินค้าจำนวนมากอยู่ในร้านและเป็นเชื้อไฟอย่างดี   โดยไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงเสียหายหมดทั้ง 3 คูหาและลามไปติดตึก 4 ชั้นที่อยู่ติดกัน ทำให้เจ้าของร้าน เป็นพ่อแม่ลูกรวม 4 ชีวิตพักอาศัยอยู่บนชั้น3แต่ปีนบันไดหนีไฟออกมาได้ทัน แต่ผู้เป็นพ่อถูกกระจกบาดได้รับบาดเจ็บ   จากการสอบถาม นายสว่าง พรหมเมศร์ พนักงานรักษาความปลอดภัย บอกว่า ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่หน้าร้านและได้กลิ่นควันไฟออกมาจากร้านค้าพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบโทรศัพท์ไปหาเจ้าของร้านที่นอนอยู่บนชั้น 3 ของตึก แต่ไม่รับสายอาจจะตั้งเสียงสั่น จึงออกมาตะโกนเรียกและทั้ง 4 คนให้ปีนบันไดหนีไฟลงมาได้ทัน ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้คาดว่าอาจจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HkIpffo0_PQ

 2,147
สังคม
29 พ.ย. 62

ไฟไหม้ร้านกิ๊ฟช็อปรายใหญ่ในสงขลา พ่อแม่ลูกปีนบันไดหนีตาย รอดหวุดหวิด

สงขลา-เกิดเหตุไฟไหม้ร้านรุ่งโรจน์กิ๊ฟช็อปใน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้ากิ๊ฟช็อปทุกอย่าง 10 บาทรายใหญ่ ซึ่งมีสินค้าจำนวนมากอยู่ในร้านและเป็นเชื้อไฟอย่างดี   โดยไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงเสียหายหมดทั้ง 3 คูหาและลามไปติดตึก 4 ชั้นที่อยู่ติดกัน ทำให้เจ้าของร้าน เป็นพ่อแม่ลูกรวม 4 ชีวิตพักอาศัยอยู่บนชั้น3แต่ปีนบันไดหนีไฟออกมาได้ทัน แต่ผู้เป็นพ่อถูกกระจกบาดได้รับบาดเจ็บ   จากการสอบถาม นายสว่าง พรหมเมศร์ พนักงานรักษาความปลอดภัย บอกว่า ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่หน้าร้านและได้กลิ่นควันไฟออกมาจากร้านค้าพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบโทรศัพท์ไปหาเจ้าของร้านที่นอนอยู่บนชั้น 3 ของตึก แต่ไม่รับสายอาจจะตั้งเสียงสั่น จึงออกมาตะโกนเรียกและทั้ง 4 คนให้ปีนบันไดหนีไฟลงมาได้ทัน ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้คาดว่าอาจจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HkIpffo0_PQ

 2,147
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 62

สาวติดยาพาลูกตระเวนหลอกกินของแพง ไม่จ่ายเงิน โดนจับได้ร่ำไห้กราบขอโทษ

สงขลา-จากกรณีที่มีหญิงสาวขับรถจักรยานยนต์มากับลูกสาวและลูกชายที่ยังเล็กทำทีมาสั่งข้าวมันไก่ที่ร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็น ตั้งอยู่เลขที่ 4 ถ.จันทร์นิเวศน์ 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสั่งข้าวมันไก่ซุปเปอร์พิเศษ 3 กล่องและหยิบเค้กคีโตอย่างดี 3 ชิ้น รวมเป็นเงิน 649 บาท   แต่ตอนที่เจ้าของร้านมาเก็บเงินอ้างว่าสามีที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านข้างๆ จะมาจ่ายให้และขับรถออกไปทันที ทำเอาเจ้าของร้านได้แต่ยืนงงๆ และได้เข้าแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ไว้ และจากเบาะแสพบว่าหญิงสาวรายนี้ใช้วิธีก่อเหตุแบบนี้กับร้านอาหารในเมืองหาดใหญ่มาแล้วหลายราย   ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถติดตามจับกุมหญิงสาวรายนี้ได้แล้วชื่อว่า น.ส.อรุณศรี สังข์ทอง อายุ 36 ปี โดยแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามไปจับกุมได้ที่บริเวณคอกวัว ในซอยผักบุ้ง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง น.ส.อรุณศรี ไปรับจ้างเลี้ยงวัวอยู่ และพักอาศัยอยู่กับลูกอีก 3 คนรวมทั้งสามีในบริเวณคอกวัว   หลังถูกจับกุมและนำตัวมาสอบสวน น.ส.อรุณศรี ถึงกับร่ำไห้และสำนึกผิดขึ้นมาทันทีบอกว่าที่ทำไปเพราะความจำเป็นต้องการหาข้าวไปให้ลูกๆ กินเนื่องจากไม่มีเงิน และหลังถูกจับกุมได้มีผู้เสียหายอีกหลายรายที่เข้ามาชี้ตัวยืนยันเช่นเจ้าของร้านกุ๊กดำ ซึ่งเคยถูก น.ส.อรุณศรี พาลูกทั้งสองคนไปสั่งซื้ออาหารตามสั่งและสั่งแบบซุปเปอร์พิเศษเหมือนกันรวมทั้งสั่งหลายกล่องเป็นเงิน 400 กว่าบาท แต่ระหว่างที่ยืนอาหารให้ฉวยโอกาสขับรถออกไปเฉยๆ   หลังจากที่เจ้าของร้านอาหารกุ๊กดำมาดูตัวก็ยืนยันว่าเป็นคนคนเดียวกัน และน.ส.อรุณศรี ถึงกับยกมือไหว้และก้มลงกราบเท้าเพื่อขอโทษและไม่ให้เอาเรื่องบอกว่าหากถูกจับจะไม่มีใครดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คน แต่เจ้าของร้านอาหารกุ๊กดำไม่ยอมความ รวมถึงเจ้าของร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็นก็ไม่ยอมเช่นกัน สุดท้ายต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และข้อเสพยาเสพติดเนื่องจากผลตรวจปัสสาวะมีการเสพยาเสพติดด้วย   นอกจากนี้ตำรวจเผยว่าก่อนหน้านี้ น.ส.อรุณศรี ก็เคยพาลูกไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านใน ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ แต่ก็ไม่มีเงินจ่ายเจ้าของร้านแจ้งตำรวจจะเอาเรื่องแต่ด้วยความสงสารเด็กตำรวจจึงยอมจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวและสั่งว่าอย่าทำอีก แต่ น.ส.อรุณศรี ก็ยังมาหลาบจำยังคงพาลูกไปสั่งอาหารและเชิดหนีอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mm0Jw41WsKo

 1,328
สังคม
28 พ.ย. 62

สาวติดยาพาลูกตระเวนหลอกกินของแพง ไม่จ่ายเงิน โดนจับได้ร่ำไห้กราบขอโทษ

สงขลา-จากกรณีที่มีหญิงสาวขับรถจักรยานยนต์มากับลูกสาวและลูกชายที่ยังเล็กทำทีมาสั่งข้าวมันไก่ที่ร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็น ตั้งอยู่เลขที่ 4 ถ.จันทร์นิเวศน์ 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสั่งข้าวมันไก่ซุปเปอร์พิเศษ 3 กล่องและหยิบเค้กคีโตอย่างดี 3 ชิ้น รวมเป็นเงิน 649 บาท   แต่ตอนที่เจ้าของร้านมาเก็บเงินอ้างว่าสามีที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านข้างๆ จะมาจ่ายให้และขับรถออกไปทันที ทำเอาเจ้าของร้านได้แต่ยืนงงๆ และได้เข้าแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ไว้ และจากเบาะแสพบว่าหญิงสาวรายนี้ใช้วิธีก่อเหตุแบบนี้กับร้านอาหารในเมืองหาดใหญ่มาแล้วหลายราย   ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถติดตามจับกุมหญิงสาวรายนี้ได้แล้วชื่อว่า น.ส.อรุณศรี สังข์ทอง อายุ 36 ปี โดยแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามไปจับกุมได้ที่บริเวณคอกวัว ในซอยผักบุ้ง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง น.ส.อรุณศรี ไปรับจ้างเลี้ยงวัวอยู่ และพักอาศัยอยู่กับลูกอีก 3 คนรวมทั้งสามีในบริเวณคอกวัว   หลังถูกจับกุมและนำตัวมาสอบสวน น.ส.อรุณศรี ถึงกับร่ำไห้และสำนึกผิดขึ้นมาทันทีบอกว่าที่ทำไปเพราะความจำเป็นต้องการหาข้าวไปให้ลูกๆ กินเนื่องจากไม่มีเงิน และหลังถูกจับกุมได้มีผู้เสียหายอีกหลายรายที่เข้ามาชี้ตัวยืนยันเช่นเจ้าของร้านกุ๊กดำ ซึ่งเคยถูก น.ส.อรุณศรี พาลูกทั้งสองคนไปสั่งซื้ออาหารตามสั่งและสั่งแบบซุปเปอร์พิเศษเหมือนกันรวมทั้งสั่งหลายกล่องเป็นเงิน 400 กว่าบาท แต่ระหว่างที่ยืนอาหารให้ฉวยโอกาสขับรถออกไปเฉยๆ   หลังจากที่เจ้าของร้านอาหารกุ๊กดำมาดูตัวก็ยืนยันว่าเป็นคนคนเดียวกัน และน.ส.อรุณศรี ถึงกับยกมือไหว้และก้มลงกราบเท้าเพื่อขอโทษและไม่ให้เอาเรื่องบอกว่าหากถูกจับจะไม่มีใครดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คน แต่เจ้าของร้านอาหารกุ๊กดำไม่ยอมความ รวมถึงเจ้าของร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็นก็ไม่ยอมเช่นกัน สุดท้ายต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และข้อเสพยาเสพติดเนื่องจากผลตรวจปัสสาวะมีการเสพยาเสพติดด้วย   นอกจากนี้ตำรวจเผยว่าก่อนหน้านี้ น.ส.อรุณศรี ก็เคยพาลูกไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านใน ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ แต่ก็ไม่มีเงินจ่ายเจ้าของร้านแจ้งตำรวจจะเอาเรื่องแต่ด้วยความสงสารเด็กตำรวจจึงยอมจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวและสั่งว่าอย่าทำอีก แต่ น.ส.อรุณศรี ก็ยังมาหลาบจำยังคงพาลูกไปสั่งอาหารและเชิดหนีอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mm0Jw41WsKo

 1,328
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 62

สาวสั่งข้าวมันไก่ซุปเปอร์พิเศษอ้างสามีจะจ่ายให้ ก่อนเชิดของหนี ตร.สุดเอือมก่อเหตุหลายครั้ง-พบฉี่ม่วง

กรณีหญิงหอบลูกทำทีไปซื้ออาหาร สุดท้ายเชิดของหนีไม่จ่ายเงิน ล่าสุดตำรวจตามจับตัวได้แล้ว ร่ำไห้ก้มกราบเท้าผู้เสียหาย ที่มีหลายรายแห่มาชี้ตัว   เหตุการณ์ระหว่างที่เจ้าของร้านกุ๊กดำ ต่อว่า น.ส.อรุณศรี สังข์ทอง อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม กรณีพาลูกเล็ก ๆ 2 คน ไปสั่งอาหารแบบซุปเปอร์พิเศษหลายกล่อง เป็นเงินกว่า 500 บาท แล้วก็เชิดของหนีไป ไม่จ่ายเงิน ซึ่ง น.ส.อรุณศรี ก็ก้มลงกราบขอโทษ ขอให้เจ้าทุกข์ไม่เอาเรื่อง กลัวไม่มีคนเลี้ยงลูก แต่เจ้าทุกข์ไม่ยอม เพราะทำมาหลายครั้งแล้ว อีกทั้งตำรวจเคยช่วยจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวให้ เพราะสงสารเด็ก แต่ น.ส.อรุณศรี ก็ไม่หยุด   พฤติกรรมของ น.ส.อรุณศรี มีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ คลิปนี้เกิดขึ้นเมื่อวาน ที่ร้านข้าวมันไก่อิ่มเย็น ถ.จันทร์นิเวศน์ 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เธอขี่มอเตอร์ไซค์มากับลูกเล็ก ๆ 2 คน มาสั่งข้าวมันไก่ซุปเปอร์พิเศษ 3 กล่อง และเค้กคีโตอย่างดี 3 ชิ้น รวมเป็นเงิน 649 บาท แต่ไม่ยอมจ่ายเงิน อ้างว่า สามีที่ร้านข้าง ๆ จะมาจ่ายให้ และขับรถออกไปทันที ทิ้งให้เจ้าของร้านได้แต่ยืนงง และเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่   ทั้งนี้ น.ส.อรุณศรี ร่ำไห้ตลอดเวลาเหมือนสำนึกผิด บอกว่าครอบครัวลำบาก อาศัยอยู่ที่คอกวัวแห่งหนึ่ง ในซอยผักบุ้ง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรับจ้างเลี้ยงวัว แต่ได้เงินไม่พอใช้ จึงจำเป็นต้องทำ เพื่อให้ลูกๆ มีข้าวกิน สุดท้ายต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ และข้อหาเสพยาเสพติด เนื่องจากผลตรวจปัสสาวะมีสีม่วง  

 501
สังคม
26 พ.ย. 62

แต่งหล่อ ปั่นจักรยานขายน้ำเก๊กฮวย

ที่จังหวัดสงขลา อดีตรปภ. หนุ่ม ใส่สูท สวมหมวกคาวบอย ปั่นรถจักรยาน เร่ขายน้ำเก๊กฮวย     ชื่อนายวงศ์วิทย์ นนทพันธ์ อายุ 27 ปี เป็นชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อดีตเคยเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่กรุงเทพฯ แต่ 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทเลิกจ้าง ทำให้ตกงาน จึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด ที่อำเภอหาดใหญ่ ไปสมัครงานที่โรงแรมแต่ก็ไม่มีที่ไหนเรียกเสียที  จึงได้ไปขอยืมรถจักรยานคุณพ่อ มาทาสีแดงทั้งคันเพื่อให้โดดเด่น และขายน้ำเก๊กฮวย สรุปว่าขายไม่ดี       แต่ว่าเป็นคนที่มีสติปัญญา จบการศึกษาระดับชั้น ปวส.มา มีความคิดทางการตลาด จึงตัดสินใจไปซื้อสูทมือสองมาใส่ สวมหมวกคาวบอย ขายน้ำเก๊กฮวย ปรากฎว่าขายดีมาก ผู้คนที่ผ่านไปมาแล้วพบเห็นได้ถ่ายรูป แล้วไปโพสลงโซเชียลมีเดียมากมาย ทำให้กลายเป็นพ่อค้าน้ำเก๊กฮวยที่ดังเพียงข้ามคืน       โดยน้ำเก๊กฮวย ของคุณวงศ์วิทย์ มีด้วยกัน 2 สูตร เป็นสูตรธรรมดา ที่เป็นน้ำเก๊กฮวยปกติ และสูตรหวานน้อยสำหรับคนรักสุขภาพ

 815
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 62

อาลัยคุณทวด 5 แผ่นดิน สิ้นลมในวัย 105 ปี ชาวบ้านแห่หยิบช้อนในครัวไปบูชา หวังอายุยืนตาม

สงขลา-ลูกหลานและชาวบ้านต่างหลั่งไหลกันไปร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของคุณยายฉิ้น แก้วสวัสดิ์ อายุ 105 ปี 7 เดือน ซึ่งมีอายุยืนยาวที่สุดใน อ.บางกล่ำ   หลังจากที่คุณยายฉิ้น หรือบางคนเรียกว่าคุณทวดฉิ้น ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 09.30 น. วานนี้ (24 พ.ย.) ด้วยโรคชรา และมีลูกหลานรวมทั้งชาวบ้าน มาร่วมไว้อาลัยและร่วมพิธีรดน้ำศพกันอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณยายฉิ้น เป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในอ.บางกล่ำ รวมถึงเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวเกิน 100 ปี คนหนึ่งใน จ.สงขลา   ซางตามบัตรประชาชน คุณทวดฉิ้น เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2457 ปีขาล ซึ่งอยู่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเป็นคุณทวด 5 แผ่นดิน มีบุตรทั้งหมด 7 คน ชาย 4 หญิง 3 ลูกชายคนโตอายุ 76 ปี ลูกสาวคนเล็กอายุ 63 ปี ปัจจุบันบุตรเสียชีวิตไปแล้ว 1 คน   ร.ต.สมพงษ์ สมหมาย ซึ่งเป็นหลานเขย บอกว่า สิ่งที่ทำให้คุณยายฉิ้น อายุยืนยาวเป็นเพราะคนสมัยก่อนกินผักกินปลา แต่ที่คุณยายฉิ้น ชอบมากที่สุดและสมัยก่อนกินทุกวันคือหวาก หรือน้ำตาลเมา ซึ่งทำจากตาลโตนด แต่กินแค่ให้เจริญอาหารเท่านั้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพไม่ได้กินจะมึนเมา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คุณทวดฉิ้น เสียชีวิตลงและเป็นผู้ที่มีอายุเกินร้อยปี จึงมีความเชื่อตั้งแต่สมัยคนโบร่ำโบราณจนถึงทุกวันนี้ว่า หากนำช้อนกินข้าวจากในครัวของผู้เสียชีวิตที่มีอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านก็จะเป็นสิริมงคล อายุยืนยาวทำมาค้าขึ้นชีวิตจะมีความเจริญรุ่งเรือง ทำให้ช้อนในครัวที่บ้านของคุณทวดฉิ้น หายเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่เล่มเดียว   นางพรประภา พรรมศร อายุ 63 ปี ลูกสาวคนเล็ก บอกว่า ช้อนกินข้าวที่ใช้กินข้าวทุกวันหายเกลี้ยงไม่รู้ว่าใครหยิบไปตอนไหนแม้กระทั่งซ้อมและช้อนพลาสติกก็ไม่มีเหลือ และไปซื้อมาใหม่อีกชุดก็หายเกลี้ยงไม่มีเหลือเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเชื่อกันว่าหากนำช้อนในครัวของผู้ที่เสียชีวิตอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง และหลังจากนี้ซึ่งจะนำศพของแม่ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดก็น่าจะหายอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y2l4TNywfy4

 3,150
สังคม
25 พ.ย. 62

อาลัยคุณทวด 5 แผ่นดิน สิ้นลมในวัย 105 ปี ชาวบ้านแห่หยิบช้อนในครัวไปบูชา หวังอายุยืนตาม

สงขลา-ลูกหลานและชาวบ้านต่างหลั่งไหลกันไปร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของคุณยายฉิ้น แก้วสวัสดิ์ อายุ 105 ปี 7 เดือน ซึ่งมีอายุยืนยาวที่สุดใน อ.บางกล่ำ   หลังจากที่คุณยายฉิ้น หรือบางคนเรียกว่าคุณทวดฉิ้น ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 09.30 น. วานนี้ (24 พ.ย.) ด้วยโรคชรา และมีลูกหลานรวมทั้งชาวบ้าน มาร่วมไว้อาลัยและร่วมพิธีรดน้ำศพกันอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณยายฉิ้น เป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในอ.บางกล่ำ รวมถึงเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวเกิน 100 ปี คนหนึ่งใน จ.สงขลา   ซางตามบัตรประชาชน คุณทวดฉิ้น เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2457 ปีขาล ซึ่งอยู่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเป็นคุณทวด 5 แผ่นดิน มีบุตรทั้งหมด 7 คน ชาย 4 หญิง 3 ลูกชายคนโตอายุ 76 ปี ลูกสาวคนเล็กอายุ 63 ปี ปัจจุบันบุตรเสียชีวิตไปแล้ว 1 คน   ร.ต.สมพงษ์ สมหมาย ซึ่งเป็นหลานเขย บอกว่า สิ่งที่ทำให้คุณยายฉิ้น อายุยืนยาวเป็นเพราะคนสมัยก่อนกินผักกินปลา แต่ที่คุณยายฉิ้น ชอบมากที่สุดและสมัยก่อนกินทุกวันคือหวาก หรือน้ำตาลเมา ซึ่งทำจากตาลโตนด แต่กินแค่ให้เจริญอาหารเท่านั้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพไม่ได้กินจะมึนเมา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คุณทวดฉิ้น เสียชีวิตลงและเป็นผู้ที่มีอายุเกินร้อยปี จึงมีความเชื่อตั้งแต่สมัยคนโบร่ำโบราณจนถึงทุกวันนี้ว่า หากนำช้อนกินข้าวจากในครัวของผู้เสียชีวิตที่มีอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านก็จะเป็นสิริมงคล อายุยืนยาวทำมาค้าขึ้นชีวิตจะมีความเจริญรุ่งเรือง ทำให้ช้อนในครัวที่บ้านของคุณทวดฉิ้น หายเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่เล่มเดียว   นางพรประภา พรรมศร อายุ 63 ปี ลูกสาวคนเล็ก บอกว่า ช้อนกินข้าวที่ใช้กินข้าวทุกวันหายเกลี้ยงไม่รู้ว่าใครหยิบไปตอนไหนแม้กระทั่งซ้อมและช้อนพลาสติกก็ไม่มีเหลือ และไปซื้อมาใหม่อีกชุดก็หายเกลี้ยงไม่มีเหลือเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเชื่อกันว่าหากนำช้อนในครัวของผู้ที่เสียชีวิตอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง และหลังจากนี้ซึ่งจะนำศพของแม่ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดก็น่าจะหายอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y2l4TNywfy4

 3,150
สังคม
25 พ.ย. 62

ยายทวด 5 แผ่นดิน อายุ 105 ปี 7 เดือน เสียชีวิตแล้ว

วันที่ 24 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านเลขที่ 53 หมู่5 ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้มีลูกหลานและชาวบ้านต่างหลั่งไหลกันไปร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของคุณยาย ฉิ้น แก้วสวัสดิ์ อายุ 105 ปี 7 เดือน ซึ่งมีอายุยืนยาวที่สุดในอ.บางกล่ำ   หลังจากที่คุณยายฉิ้น หรือบางคนเรียกว่าคุณทวดฉิ้น ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 24 พ.ย. ด้วยโรคชรา ลูกหลานรวมทั้งชาวบ้านร่วมไว้อาลัย และร่วมพิธีรดน้ำศพกันอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณยายฉิ้น เป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในอ.บางกล่ำ รวมถึงเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวเกิน100ปี คนหนึ่งในจ.สงขลา และตามบัตรประชาชน คุณทวดฉิ้น เกิดเมื่อวันที่1 มกราคม พ.ศ. 2457 ปีขาล ซึ่งอยู่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6และเป็นคุณทวด 5 แผ่นดิน   คุณทวดมีลูกทั้งหมด 7 คน ชาย 4 หญิง 3 ลูกชายคนโตคือ นายประเสริฐ ธรรมใจ อายุ 76 ปี ลูกสาวคนเล็ก นาง พรประภา พรรมศร อายุ 63 ปี และเสียชีวิตไปแล้ว 1 คนซึ่งเป็นลูกชายคนที่4   ร.ต.สมพงษ์ สมหมาย ซึ่งเป็นหลานเขย บอกว่า สิ่งที่ทำให้คุณยายฉิ้น อายุยืนยาวเป็นเพราะคนสมัยก่อนกินผักกินปลา แต่ที่คุณยายฉิ้น ชอบมากที่สุดและสมัยก่อนกินทุกวันคือหวาก หรือน้ำตาลเมา ซึ่งทำจากตาลโตนด แต่กินแค่ให้เจริญอาหารเท่านั้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพไม่ได้กินแล้วจะมึนเมา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คุณทวดฉิ้น เสียชีวิตลงและเป็นผู้ที่มีอายุเกินร้อยปี จึงมีความเชื่อตั้งแต่สมัยคนโบร่ำโบราณจนถึงทุกวันนี้ว่าหากนำช้อนกินข้าวจากในครัวของผู้เสียชีวิตที่มีอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านก็จะเป็นสิริมงคล อายุยืนยาวทำมาค้าขึ้นชีวิตจะมีความเจริญรุ่งเรือง ทำให้ช้อนในครัวที่บ้านของคุณทวดฉิ้น หายเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่คันเดียว   นางพรประภา พรรมศร อายุ 63 ปี ลูกสาวคนเล็ก บอกว่า ช้อนกินข้าวที่ใช้กินข้าวทุกวันหายเกลี้ยงไม่รู้ว่าใครหยิบไปตอนไหนแม้กระทั่งส้อม และช้อนพลาสติกก็ไม่มีเหลือ และไปซื้อมาใหม่อีกชุดก็หายเกลี้ยงไม่มีเหลือเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเชื่อกันว่าหากนำช้อนในครัวของผู้ที่เสียชีวิตอายุเกิน 100 ปีไปเก็บไว้ที่บ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง และหลังจากนี้ซึ่งจะนำศพของแม่ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดก็น่าจะหายอีก   สำหรับศพของคุณทวดฉิ้น ลูกหลานจะนำไปตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัด นารังนก หมู่6 ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ และจะทำการปณากิจในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน ณ เมรุวัดนารังนก เช่นเดียวกัน

 654
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 62

ทรมานสัตว์? ด่านกักกันสัตว์สงขลา ขุดหลุมฝังไก่ 4 พันตัวทั้งเป็น ป้องกันโรคระบาด

สงขลา-มีคลิปภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ถนนถนนศรีภูวนารถ อ.หาดใหญ่ ทำลายไก่ของกลางที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียเกือบ 4,000 ตัว โดยใช้วิธีการขุดหลุมฆ่าฝังดินทั้งเป็น   ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการทรมานสัตว์ และมีการตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่ใช้วิธีทำลายที่ผิดระเบียบหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งจากภาพมีการจับไก่โยนลงไปในบ่อที่มีน้ำขังอยู่ทีละตัวจนขาดใจตายทับถมกันแน่นบ่อ และบางตัวพยายามตีปีกเพื่อเอาชีวิตรอดและสุดท้ายก็ไม่รอดและถูกฝังกลบจนตายทั้งเป็น   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลไปยังด่านกักกันสัตว์สงขลา เบื้องต้นทราบว่าไก่ที่ถูกฆ่าฝังดินมีจำนวน 3,984 ตัวนั้นเป็นไก่ที่ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรปาดังเบซาร์ และเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลาจับกุมได้ ขณะที่มีการลักลอบขนเข้ามาจากประเทศมาเลเซียหลายคันรถ เมื่อวันที่19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   เมื่อเสร็จกระบวนการทางระเบียบของศุลกกากร ก็ได้ส่งให้ด่านกักสัตว์สงขลาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยนำมากองรวมกันไว้ภายในบริเวณคอกกักปล่อยให้ตากแดดตากฝน 1 วัน พร้อมกับมีการขุดหลุมเตรียมเอาไว้และลงมือฝังทั้งเป็นตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพราะต้องโยนลงไปทีละตัว ซึ่งในบ่อมีน้ำขังอยู่ด้วยเนื่องจากระหว่างที่ขุดหลุมรอมีฝนตกลงมา   ซึ่งตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีกรวมทั้งไก่ที่ลักลอบนำเข้ามาแบบผิดกฎหมายต้องถูกกำจัดทำลายเท่านั้น ไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยงหรือขายทอดตลาด อันเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกสากล   แต่จากการตรวจสอบข้อมูลวิธีการทำลายพบว่าเป็นการทำลายโดยผิดวิธีและผิดหลักเกณฑ์ของกรมปศุสัตว์ แต่การที่เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลา ใช้วิธีฝังทั้งเป็นอาจเป็นไปได้ว่าจำนวนไก่ที่มีมากขนาดนี้ หากทำตามระเบียบค่อนข้างลำบากและยุ่งยากจึงใช้วิธีขุดหลุมฝังกลับแทนซึ่งสะดวกและง่ายกว่า และเป็นครั้งแรกที่มีการยึดไก่ได้มากขนาดนี้   สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือมีเหตุอันควรว่าเป็นโรคระบาดหรือสัตว์หรือซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดพ.ศ.2562 ตามประกาศของกรมปศุสัตว์ ให้ดำเนินการตามหลักการการุณยฆาต โดยเฉพาะกรณีนกไก่เป็ดห่าน ให้ใช้สารเคมีให้สัตว์กิน ฉีดหรือสูดดมเข้าร่างกายสัตว์ เพื่อให้สัตว์นั้นตายโดยไม่ทรมาน หรือใช้วิธีการดึงคอให้สัตว์ตาย   ล่าสุดทางกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ รับทราบแล้ว และได้สั่งการให้ทางหัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยด่วน เนื่องจากภาพที่ปรากฏออกมาสะเทือนใจและถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเป็นการทรมานสัตว์แม้จะเป็นไก่เลี้ยงจากฟาร์มก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JFDi9YTbU3Y

 1,875
สังคม
22 พ.ย. 62

ทรมานสัตว์? ด่านกักกันสัตว์สงขลา ขุดหลุมฝังไก่ 4 พันตัวทั้งเป็น ป้องกันโรคระบาด

สงขลา-มีคลิปภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ถนนถนนศรีภูวนารถ อ.หาดใหญ่ ทำลายไก่ของกลางที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียเกือบ 4,000 ตัว โดยใช้วิธีการขุดหลุมฆ่าฝังดินทั้งเป็น   ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการทรมานสัตว์ และมีการตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่ใช้วิธีทำลายที่ผิดระเบียบหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งจากภาพมีการจับไก่โยนลงไปในบ่อที่มีน้ำขังอยู่ทีละตัวจนขาดใจตายทับถมกันแน่นบ่อ และบางตัวพยายามตีปีกเพื่อเอาชีวิตรอดและสุดท้ายก็ไม่รอดและถูกฝังกลบจนตายทั้งเป็น   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลไปยังด่านกักกันสัตว์สงขลา เบื้องต้นทราบว่าไก่ที่ถูกฆ่าฝังดินมีจำนวน 3,984 ตัวนั้นเป็นไก่ที่ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรปาดังเบซาร์ และเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลาจับกุมได้ ขณะที่มีการลักลอบขนเข้ามาจากประเทศมาเลเซียหลายคันรถ เมื่อวันที่19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   เมื่อเสร็จกระบวนการทางระเบียบของศุลกกากร ก็ได้ส่งให้ด่านกักสัตว์สงขลาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยนำมากองรวมกันไว้ภายในบริเวณคอกกักปล่อยให้ตากแดดตากฝน 1 วัน พร้อมกับมีการขุดหลุมเตรียมเอาไว้และลงมือฝังทั้งเป็นตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพราะต้องโยนลงไปทีละตัว ซึ่งในบ่อมีน้ำขังอยู่ด้วยเนื่องจากระหว่างที่ขุดหลุมรอมีฝนตกลงมา   ซึ่งตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีกรวมทั้งไก่ที่ลักลอบนำเข้ามาแบบผิดกฎหมายต้องถูกกำจัดทำลายเท่านั้น ไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยงหรือขายทอดตลาด อันเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกสากล   แต่จากการตรวจสอบข้อมูลวิธีการทำลายพบว่าเป็นการทำลายโดยผิดวิธีและผิดหลักเกณฑ์ของกรมปศุสัตว์ แต่การที่เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลา ใช้วิธีฝังทั้งเป็นอาจเป็นไปได้ว่าจำนวนไก่ที่มีมากขนาดนี้ หากทำตามระเบียบค่อนข้างลำบากและยุ่งยากจึงใช้วิธีขุดหลุมฝังกลับแทนซึ่งสะดวกและง่ายกว่า และเป็นครั้งแรกที่มีการยึดไก่ได้มากขนาดนี้   สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือมีเหตุอันควรว่าเป็นโรคระบาดหรือสัตว์หรือซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดพ.ศ.2562 ตามประกาศของกรมปศุสัตว์ ให้ดำเนินการตามหลักการการุณยฆาต โดยเฉพาะกรณีนกไก่เป็ดห่าน ให้ใช้สารเคมีให้สัตว์กิน ฉีดหรือสูดดมเข้าร่างกายสัตว์ เพื่อให้สัตว์นั้นตายโดยไม่ทรมาน หรือใช้วิธีการดึงคอให้สัตว์ตาย   ล่าสุดทางกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ รับทราบแล้ว และได้สั่งการให้ทางหัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยด่วน เนื่องจากภาพที่ปรากฏออกมาสะเทือนใจและถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเป็นการทรมานสัตว์แม้จะเป็นไก่เลี้ยงจากฟาร์มก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JFDi9YTbU3Y

 1,875
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 62

ตำรวจมึนตึ้บ สาวสติไม่ดี หอบรองเท้าอ้างเป็นของ 'หมาก ปริญ' ขึ้นโรงพัก

สงขลา-ตร.สภ.หาดใหญ่ ถึงกับมึนตึ๊บ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ)  อายุ 44 ปี ลักษณะสติไม่ปกติ ได้หอบรองเท้าผ้าใบ 2 คู่ และเสื้ออีก 1 ตัว เข้าแจ้งความพร้อมกับกระดาษหนังสือพิมพ์รูปภาพพระเอกชื่อดัง หมาก ปริญ ซึ่งกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องจอมขมังเวทย์ภาค 2 ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้   โดย น.ส.เอ  บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้เงินชายชื่อโอไป 100 บาท เพื่อไปซื้อรองเท้ามา 2 คู่ แต่เมื่อตนเห็นรองเท้าก็รู้ทันทีว่า เป็นรองเท้าที่ถูกขโมยมา เนื่องจากรองเท้าทั้ง 2 คู่ มีราคาแพงคู่ละไม่ต่ำกว่า 5-6 พันบาท และเป็นรองเท้าของ หมาก ปริญ พระเอกดังที่สวมใส่รองเท้ายี่ห้อนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นไม่ได้ที่จะซื้อมาแค่ราคาคู่ละ 50 บาท   ตนจึงต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะกลัวว่าจะมีความผิดฐานรับของโจร ซึ่งขณะที่ น.ส.เอ กำลังนั่งแจ้งความ และเล่าเรื่องราวที่มาของรองเท้านั้น ทั้งตำรวจและประชาชนที่มาใช้บริการโรงพักถึงกับอมยิ้ม ในขณะที่พนักงานสอบสวนก็พยายามที่จะช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิต และไม่น่าจะเป็นคนปกติ แต่เมื่อพยายามติดต่อเบอร์ญาติ ก็ไม่สามารถติดต่อได้   ส่วน น.ส. เอ ก็ต้องการที่แจ้งความอย่างเดียว สุดท้ายเรื่องจึงจบลงลง ที่พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ น.ส.เอ  สบายใจ และให้เห็นว่า ตำรวจพร้อมรับเรื่องราวร้องทุกข์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะคนปกติหรือไม่ปกติก็ตาม   แต่ดูเหมือนว่าจะจบ แต่ก็ไม่จบ เพราะสุดท้ายแล้ว น.ส.เอ  ได้ขอเงินจำนวน 100 บาท ซึ่งเป็นเงินที่บอกว่า ซื้อรองทั้ง 2 คู่ มา และไม่มีเงินเหลือติดตัว และขอให้ตำรวจช่วยกันเรี่ยไรเงินมาให้ครบ 100 บาท ด้วย ซึ่งทางตำรวจก็ยอมทำตาม พร้อมกับพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ แต่ขณะพาออกจากโรงพัก น.ส.เอ  ยังขอให้ตำรวจที่รูปหล่อที่สุดในโรงพักเป็นคนพาไปส่งเท่านั้น และต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bOV1QR9xh6I

 928
สังคม
20 พ.ย. 62

ตำรวจมึนตึ้บ สาวสติไม่ดี หอบรองเท้าอ้างเป็นของ 'หมาก ปริญ' ขึ้นโรงพัก

สงขลา-ตร.สภ.หาดใหญ่ ถึงกับมึนตึ๊บ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ)  อายุ 44 ปี ลักษณะสติไม่ปกติ ได้หอบรองเท้าผ้าใบ 2 คู่ และเสื้ออีก 1 ตัว เข้าแจ้งความพร้อมกับกระดาษหนังสือพิมพ์รูปภาพพระเอกชื่อดัง หมาก ปริญ ซึ่งกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องจอมขมังเวทย์ภาค 2 ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้   โดย น.ส.เอ  บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้เงินชายชื่อโอไป 100 บาท เพื่อไปซื้อรองเท้ามา 2 คู่ แต่เมื่อตนเห็นรองเท้าก็รู้ทันทีว่า เป็นรองเท้าที่ถูกขโมยมา เนื่องจากรองเท้าทั้ง 2 คู่ มีราคาแพงคู่ละไม่ต่ำกว่า 5-6 พันบาท และเป็นรองเท้าของ หมาก ปริญ พระเอกดังที่สวมใส่รองเท้ายี่ห้อนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นไม่ได้ที่จะซื้อมาแค่ราคาคู่ละ 50 บาท   ตนจึงต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะกลัวว่าจะมีความผิดฐานรับของโจร ซึ่งขณะที่ น.ส.เอ กำลังนั่งแจ้งความ และเล่าเรื่องราวที่มาของรองเท้านั้น ทั้งตำรวจและประชาชนที่มาใช้บริการโรงพักถึงกับอมยิ้ม ในขณะที่พนักงานสอบสวนก็พยายามที่จะช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิต และไม่น่าจะเป็นคนปกติ แต่เมื่อพยายามติดต่อเบอร์ญาติ ก็ไม่สามารถติดต่อได้   ส่วน น.ส. เอ ก็ต้องการที่แจ้งความอย่างเดียว สุดท้ายเรื่องจึงจบลงลง ที่พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ น.ส.เอ  สบายใจ และให้เห็นว่า ตำรวจพร้อมรับเรื่องราวร้องทุกข์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะคนปกติหรือไม่ปกติก็ตาม   แต่ดูเหมือนว่าจะจบ แต่ก็ไม่จบ เพราะสุดท้ายแล้ว น.ส.เอ  ได้ขอเงินจำนวน 100 บาท ซึ่งเป็นเงินที่บอกว่า ซื้อรองทั้ง 2 คู่ มา และไม่มีเงินเหลือติดตัว และขอให้ตำรวจช่วยกันเรี่ยไรเงินมาให้ครบ 100 บาท ด้วย ซึ่งทางตำรวจก็ยอมทำตาม พร้อมกับพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ แต่ขณะพาออกจากโรงพัก น.ส.เอ  ยังขอให้ตำรวจที่รูปหล่อที่สุดในโรงพักเป็นคนพาไปส่งเท่านั้น และต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bOV1QR9xh6I

 928
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 62

'เทพาสตรีทอาร์ท' จุดเช็คอินใหม่สงขลา

อ. เทพา จังหวัดสงขลา จัดงานเทพาสตรีทอาร์ต ที่มีการวาดภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเทพาในอดีต ตามบ้านเรือนของประชาชน กระตุ้นการท่องเที่ยวที่อำเภอเทพาแห่งนี้ จนกลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดสงขลา       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/t1qPM25zAtw

 669
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

แม่ป่วยทางจิต คว้าสากกะเบือทุบหน้าลูกสาววัย 6 ขวบดับสลด ก่อนนอนกอดศพแนบกาย

สงขลา - ตำรวจ สภ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิต ภายในห้องเช่า อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบร่าง ด.ญ.อายุ 6 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน ในสภาพที่ใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งจนช้ำทั้งหน้าเลือดออกทางจมูกเปราะที่นอนและสภาพศพเพิ่งถูกทำร้าย และที่บริเวณหน้าห้องนอนพบสากกะเบือเปื้อนเลือดตกอยู่คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้าย   และจากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือแม่แท้ๆซึ่งมีอาการป่วยทางจิต และขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนยังอยู่ภายในห้องนอน แต่จากการสอบถามไม่ยอมพูดคุยหรือให้การใดๆ นิ่งเฉยตลอด ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.สะเดา   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบถาม ผู้เป็นยาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มเมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้กลับจากทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในอ.สะเดา เมื่อมากลับมาถึงบ้านได้เคาะประตูเรียกลูกสาว ได้เดินออกมาเปิดประตูให้ จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปนอนภายในห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   แต่รู้สึกผิดสังเกตเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงหลานสาวเลย จึงเดินเข้าไปดูภายในห้องนอนทีแรกก็เห็นหลานสาวนอนห่มผ้าคลุมหัวอยู่โดยมีแม่นอนกอดลูกแนบอก ตนจึงได้เรียกหลานเพื่อให้ลุกขึ้นไปฉี่เหมือนทุกคืนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ โดยเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ตื่นจึงได้ไปดึงผ้าห่มออกจากตัวก็แทบช๊อค เพราะที่ใบหน้าหลานถูกตีจนเละเลือดอาบ เมื่อถามลูกสาวก็ไม่ยอมพูดอะไรได้นั่งนิ่งอย่างเดียว จึงได้ออกไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาดูและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ   ยายเล่าอีกว่า น้องกำลังจะเข้าโรงเรียนในชั้นอนุบาล3 เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) เป็นวันแรกหลังจากที่ได้ไปสมัครเรียนไว้เมื่อวันศุกที่ผ่านมา เนื่องจากน้องเปียและแม่เพิ่งเดินทางมาอยู่กับตนที่ห้องเช่าเมื่อประมาณวันที่ 24-25 กันยายนที่ผ่านมา และอาศัยอยู่ในห้องเช่าด้วยกัน 3 คน ตนเป็นคนทำงานหาเลี้ยงเนื่องจากลูกสาวมีอาการป่วยทางจิตไม่สามารถทำงานได้ และก่อนหน้านี้ก็อาศัยอยู่กับตาที่จ.นครพนม แต่เมื่อตาเสียชีวิตทั้งสองคนก็มาอยู่กับตนเพราะไม่มีใครดูแล โดยคาดว่าสาเหตุที่ทำร้ายลูกน่าจะมาจากอาการป่วยทางจิตกำเริบและขาดยาเนื่องจากไม่กินยาต่อเนื่องมาหลายวัน   สำหรับศพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดหัวถนน ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านเกิดเหตุ และจะทำพิธีสวดอภิธรรมศพแค่คืนเดียวและในวันนี้ (5 พ.ย.)จะทำพิธีฌาปณกิจศพทันที เนื่องจากครอบครัวลำบากและไม่มีญาติพี่น้องมีเพียงเพื่อนบ้านและเพื่อนคนงานที่ร่วมกันเรี่ยไรเงินมาช่วยงานศพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dzxWhdolHc0

 7,612

Top