ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

แม่ป่วยทางจิต คว้าสากกะเบือทุบหน้าลูกสาววัย 6 ขวบดับสลด ก่อนนอนกอดศพแนบกาย

สงขลา - ตำรวจ สภ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิต ภายในห้องเช่า อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบร่าง ด.ญ.อายุ 6 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน ในสภาพที่ใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งจนช้ำทั้งหน้าเลือดออกทางจมูกเปราะที่นอนและสภาพศพเพิ่งถูกทำร้าย และที่บริเวณหน้าห้องนอนพบสากกะเบือเปื้อนเลือดตกอยู่คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้าย   และจากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือแม่แท้ๆซึ่งมีอาการป่วยทางจิต และขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนยังอยู่ภายในห้องนอน แต่จากการสอบถามไม่ยอมพูดคุยหรือให้การใดๆ นิ่งเฉยตลอด ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.สะเดา   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบถาม ผู้เป็นยาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มเมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้กลับจากทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในอ.สะเดา เมื่อมากลับมาถึงบ้านได้เคาะประตูเรียกลูกสาว ได้เดินออกมาเปิดประตูให้ จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปนอนภายในห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   แต่รู้สึกผิดสังเกตเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงหลานสาวเลย จึงเดินเข้าไปดูภายในห้องนอนทีแรกก็เห็นหลานสาวนอนห่มผ้าคลุมหัวอยู่โดยมีแม่นอนกอดลูกแนบอก ตนจึงได้เรียกหลานเพื่อให้ลุกขึ้นไปฉี่เหมือนทุกคืนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ โดยเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ตื่นจึงได้ไปดึงผ้าห่มออกจากตัวก็แทบช๊อค เพราะที่ใบหน้าหลานถูกตีจนเละเลือดอาบ เมื่อถามลูกสาวก็ไม่ยอมพูดอะไรได้นั่งนิ่งอย่างเดียว จึงได้ออกไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาดูและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ   ยายเล่าอีกว่า น้องกำลังจะเข้าโรงเรียนในชั้นอนุบาล3 เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) เป็นวันแรกหลังจากที่ได้ไปสมัครเรียนไว้เมื่อวันศุกที่ผ่านมา เนื่องจากน้องเปียและแม่เพิ่งเดินทางมาอยู่กับตนที่ห้องเช่าเมื่อประมาณวันที่ 24-25 กันยายนที่ผ่านมา และอาศัยอยู่ในห้องเช่าด้วยกัน 3 คน ตนเป็นคนทำงานหาเลี้ยงเนื่องจากลูกสาวมีอาการป่วยทางจิตไม่สามารถทำงานได้ และก่อนหน้านี้ก็อาศัยอยู่กับตาที่จ.นครพนม แต่เมื่อตาเสียชีวิตทั้งสองคนก็มาอยู่กับตนเพราะไม่มีใครดูแล โดยคาดว่าสาเหตุที่ทำร้ายลูกน่าจะมาจากอาการป่วยทางจิตกำเริบและขาดยาเนื่องจากไม่กินยาต่อเนื่องมาหลายวัน   สำหรับศพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดหัวถนน ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านเกิดเหตุ และจะทำพิธีสวดอภิธรรมศพแค่คืนเดียวและในวันนี้ (5 พ.ย.)จะทำพิธีฌาปณกิจศพทันที เนื่องจากครอบครัวลำบากและไม่มีญาติพี่น้องมีเพียงเพื่อนบ้านและเพื่อนคนงานที่ร่วมกันเรี่ยไรเงินมาช่วยงานศพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dzxWhdolHc0

 7,562
สรุปข่าว
01 พ.ย. 62

แฟลชนิวส์ 1 พ.ย. 62 - อีโอดีตรวจสอบวัตถุระเบิด สภ.ไม้แก่น - เตียมนำตัว 'เอ็ม' มือฆ่าเศรษฐีนีแถลง

-  พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.อับดุลรอซัก ลอแม ผกก.สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอม เหตุเกิดขึ้นบริเวณริมกำแพงด้านนอกของบ้านพักตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สภ.ไม้แก่น หลังเก่า ม.4 ต.ไทรทอง ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันที่ 31 ตค.ที่ผ่านมา โดยในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตรลึก 1 เมตร และพบซากรถกระบะถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน เหลือเพียงเครื่องยนต์ ส่วนชิ้นส่วนตัวรถกลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดยังทำให้บ้านพักตำรวจ จำนวน 4 หลัง กระจกของแฟรตตำรวจทั้ง 3 ชั้นแตกกระจาย   นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 3 หลัง รวมไปถึงรถยนต์เสียหายอีก 3 คัน ในที่เกิดเหตุพบป้ายทะเบียนของรถคันดังกล่าว ระบุหมายเลข กข 5146 ปัตตานี โดยเหตุระเบิดครั้งนี้เกือบทำให้ภรรยาตำรวจนายหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือนเกิดอาการช๊อคและแน่นหน้าอก เนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ถูกนำส่ง รพ.ไม้แก่น ล่าสุดอาการปลอดภัยทั้งแม่และลูก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   - เปิดคำสารภาพของไอ้เอ็ม-วิฑูรย์ รับว่าทำคนเดียวทั้งหมด หลังหลบหนีกบดานกรุงเทพ พอตกเป็นข่าวก็หนีต่อไปนครปฐม ซื้อรถจักรยานยนต์อุปกรณ์ยังชีพค่ำไหนนอนนั่น อ้างว่ากำลังเดินทางยอนกลับมาบ้านเพื่อพบหน้าลูกเมีย และจะเข้ามอบตัวหลังถูกกดดันอน่างหนักหนีจนหมดแรงแต่ก็มาถูกรวบตัวก่อน ตำรวจภาค 5 เตรียมแถลงข่าววันนี้   - เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอส.และทหาร ซึ่งเป็น3 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงพ่อค้าหัวปลาตายคารถกระบะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุวางกำลังคุ้มกันหนาแน่นปิดหัวปิดท้ายใช้เวลาครึ่งชั่วและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเตรียมนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลาในวันนี้  

 397
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

มอบตัวแล้ว 'ทหาร - 2 อาสา' ไล่ยิงพ่อค้าหัวปลาดับคารถ ตร.เผยเมา-อารมณ์ค้างจากไล่ล่าหัวขโมย ทหารปัดมีส่วนเกี่ยวข้อง

กรณี 3 คนร้ายขับรถกระบะและรถจักรยานยนต์ ตามไล่ยิงรถกระบะขนหัวปลา ก่อนที่จะปาดหน้าและคนร้ายถือปืนลงมาใช้อาวุธลูกซองยิง นายนายดือรอแม สุรง อายุ 33 ปี หรือ บังแม คนขับและเป็นพ่อค้าปลาเสียชีวิตคารถ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านโหนด-ท่านางหอม หมู่ 2 ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อบ่าย 2 โมง วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภาพจากกล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน และเจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้ายทั้ง 3 คน แล้ว เป็น อส.อำเภอหาดใหญ่ ช่วยราชการ จ.สงขลา 2 นาย และเป็นทหารยศ จ.ส.อ. 1 นาย นั้น   ต่อมาผู้ต้องหาในคดีนี้ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.คูเต่า แล้ว 1 คน คือ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ บุญรัตน์ สังกัดฝ่ายสรรพาวุธ มทบ.42 โดยผู้บังคับบัญชา และ สห.นำมามอบตัว และมีการนำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที เพื่อทำการสอบสวน และแจ้งข้อหาให้รับทราบ แต่ในเบื้องต้นยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา และแวะดูเท่านั้น เพราะ รู้จักกับ อส. ทั้ง 2 คน เพราะ เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน   ต่อมาในเวลาประมาณ 11.00 น. ผู้ต้องหาในคดีนี้อีก 2 ราย คือ อส.เพลินชัย สุวรรณรัตน์ และ อส.ประดิษฐ์ จุลนวล ซึ่งเป็น อส.อำเภอหาดใหญ่ ช่วยราชการ จ.สงขลา ทางผู้บังคับบัญชา ได้นำมามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.คูเต่า แล้วเช่นกัน และรีบพาเข้าห้องสอบสวน และไม่ตอบคำถามใดๆ กับผู้สื่อข่าว   โดยทางพนักงานสอบสวนได้แยกกันสอบระหว่างผู้ต้องหาที่เป็นทหารกับ อส. โดยมี พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา เดินทางมาดูแลการสอบสวนด้วยตัวเอง และมีการประสานของตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จำนวน 2 นาย เข้ามาช่วยสอบสวนคดีนี้ด้วย   และจากการสอบถามภรรยาของ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ บอกว่า สามีไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยขณะเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ไปพบเหตุการณ์โดยบังเอิญ และแค่ลงไปดู เพราะ รู้จักกับ อส. ทั้ง 2 นาย เท่านั้น   นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน 9 ได้มาเก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝงอาวุธปืนลูกซองยาวของกลางที่ใช้ก่อเหตุซึ่งถูกนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้วเช่นกัน รวมทั้งตรวจสอบเก็บหลักฐานรถกระบะที่ถูกยิงอย่างละเอียดอีกครั้ง   สำหรับบรรยากาศที่สภ.คูเต่า ได้มีทั้งญาติของผู้ต้องหาทั้งสามคนรวมทั้งภรรยาและญาติของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาสังเกตการณ์อยู่ที่ สภ.คูเต่า โดยนางมารีย๊ะห์ เขปัน ภรรยาของผู้ตาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากต้องขับรถผ่านบ้านอส.ทั้ง 2 นายเป็นประจำทุกวัน พร้อมกับเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอย่างถึงที่สุด   ล่าสุดมีรายงานว่าผู้ต้องหาที่เป็นอส.2 คนให้การรับสารภาพแล้ว โดยอส.เพลินชัย สุวรรณรัตน์ หรือจ่าแรม เป็นคนลงมือยิง แต่ในส่วนของ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ ยังให้การปฏิเสธบอกว่าแค่เพียงขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเท่านั้น   ทั้งนี้ระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ควบคุม อส.ประดิษฐ์ หรือโก้ ออกจากสภ.คูเต่า ไปชี้จุดที่ฐานอส.เกาะแต้ว ที่ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา ซึ่งให้การว่าได้นำชุดที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไปเผา ส่วนอาวุธปืนของกลางเป็นปืนเถื่อนไม่ใช่ปืนของทางราชการ ซึ่งจากการสอบสวนทางพนักงานเตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้ง 3 คน อย่างน้อย 2 ข้อหาคือร่วมกันฆ่าผู้อื่น และข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และตำรวจคัดค้านการประกันเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์   โดยเรื่องนี้ทีแรกพบว่าสาเหตุมาจากการที่อส.ทั้ง 2 นาย ได้ขับรถกระบะตามรถกระบะของผู้ตายและขับปาดหน้าเพื่อขอตรวจปัสสาวะพร้อมกับนำอาวุธปืนลูกซองยาวลงมาบังคับให้คนขับลงจากรถ แต่คนขับไม่ยอมจึงใช้อาวุธปืนยิงล้อหลังด้านขวา แต่คนขับก็ยังไม่ลงจากรถสุดท้ายจึงโมโหและใช้อาวุธปืนยิงใส่ทางกระจกรถด้านขวาทำให้คนขับเสียชีวิต ส่วนทหารได้ขับรถจักรยานยนต์ตามมาสมทบทีหลัง   แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ทางอส.สำรองคนหนึ่งซึ่งตำรวจได้เรียกไปให้การเพิ่มเติมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสามคนได้เดินทางไปที่บ้านของตนซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก โดยอส.เพลินชัย หรือจ่าแรม ต้องการไปหาลูกชายของตน โดยอ้างว่าขโมยไซดักของจ่าแรมไป จึงได้บอกไปว่าลูกชายไม่อยู่เดินทางไปต่างจังหวัด 2 วันแล้ว ทำให้จ่าแรมโมโห และสับไกปืนจนลูกปืนตก 2 นัด จ่าแรมได้เก็บไป 1 นัด ส่วนอีกนัดตนได้เก็บไว้ให้ตำรวจ และระหว่างที่จ่าแรมกับพวกอีก 2 เดินออกจากบ้านก็ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงขู่ขึ้นฟ้าอีก 1 นัด   จากนั้นจ่าแรมกับพวกก็ไปเรียกตรวจรถที่ขับผ่านเส้นทางเกิดเหตุ และเป็นจังหวัดเดียวกันกับที่พ่อค้าหัวปลาขับรถผ่านมาพอดี จึงถูกไล่ตามและถูกยิงตายคารถ หลังจากที่ออกจากบ้านตนไปเพียงแค่ประมาณ 10 นาที ทั้งที่ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องมีราวอะไรกับจ่าแรมและพวกมาก่อน แต่ต้องมารับเคราะห์แทนเพียงแค่อารมณ์ค้างจากเรื่องอื่น ทั้งนี้อส.สำรอง คนนี้ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุ อส.เพลินชัย หรือจ่าแรม อยู่ในอาการมึนเมาจริง   ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าหลังจากที่ได้สอบสวนมาราธอนมาตลอดทั้งวัน ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง3 คน รวม 3 ข้อหา คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกัมมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, และปลอมเอกสารราชการเนื่องจากเครื่องหมายทะเบียนถูกลบ   ซึ่งอส.ทั้งสองนายยอมรับสารภาพ โดยอส.เพลินชัย หรือจ่าแรม เป็นคนถืออาวุธปืนลูกลงมายิง ส่วน อส.ประดิษฐ์ หรือโก้ เป็นคนขับรถ แต่ในส่วนของจ.ส.อ.ทรงวุฒิ ยังปฎิเสธว่าไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์   ด้านพล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ซึ่งลงมาคุมคดีนี้ด้วยตัวเองเ ปิดเผยว่า คดีนี้ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และทางผบ.มทบ.42 ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนผลการสอบสวนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงกลางวันและพยานหลักฐานชัดเจน โดยสอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปากและรอสอบเพิ่มอีก 3 ปาก ส่วนคนที่ยิงก็เป็นไปตามภาพที่ปรากฏในคลิปว่าใครเป็นถือปืนซึ่งมีโอกาสใช้อาวุธปืนมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ที่ชัดเจนที่สุดแล้วคืออส.2คน ซึ่งเป็นคนถือปืนและคนขับรถ และเมาทั้งคู่โดยเฉพาะคนถือปืนนั้นเมาหนัก ส่วนทหารจะเกี่ยวข้องอย่างไรนั้นต้องสอบในรายละเอียดอีกที   ส่วนสาเหตุนั้นมาจากความมึนเมาและครองสติไม่ได้และเป็นการทำความผิดด้วยตัวเองและไม่ใช่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้า และจากการสอบสวนในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสาเหตุอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงแต่มีเหตุการณ์ต่อเนื่องที่มีข้อขัดแย้งกับบางคนที่ไปตามหาแต่ไม่พบตัว ทำให้ยังคาใจและอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อเจอรถกระบะผู้ตายอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุจึงเข้าใจว่ามาติดตามเฝ้าดู จึงขอตรวจค้นพอไม่ให้ความร่วมมือจึงโกรธและครองสติไม่อยู่จึงเกิดเหตุยิงกันขึ้น และในทางการสอบสวนขณะนี้มีผู้ต้องหาเพียง 3 คน ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่นั้นต้องรอผลการสอบสวนและในชั้นการสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และในวันพรุ่งนี้จะควบคุมตัวทั้งสามคนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลา   ด้านญาติของผู้เสียชีวิต (พี่สาวภรรยาของผู้ตาย) เปิดเผยว่า พอใจและเชื่อมั่นกับการทำงานของตำรวจที่ดำเนินคดีกับทั้ง 3 คนอย่างเด็ดขาดและคัดค้านการประกันตัว   ด้านการดำเนินการทางวินัยในส่วยของ อส.2 นาย มีรายงานว่า นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ได้สั่งการให้อส.2 นายหยุดปฏิบัติหน้าที่และงดสวัดิการ จนกว่าคดีสิ้นสุด ส่วนทหารทางต้นสังกัดจะดำเนินการทางวินัยเช่นกันหลังจากที่สิ้นสุดกระบวนการของฝ่ายตำรวจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TRjC9KuCeDM

 347
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

เร่งล่าตัวคนใจบาป แทงฉมวกใส่หมาไส้ทะลุ คาค่ายทหารสงขลา

สงขลา-เจ้าหน้าที่จากองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์บ้านหมายิ้ม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับองค์กรด้านพิทักษ์สุนัขและสัตว์ WATCHDOG THAILAND เข้าช่วยเหลือสุนัขเพศเมียสีดำอายุประมาณ1ปี ซึ่งถูกยิงด้วยฉมวกแทงปลาเข้าที่บริเวณลำตัวจนทะลุ บริเวณบ้านพักในค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และรีบพาไปรักษาที่คลินิกหมอไก่สองทะเลสัตวแพทย์ ใน อ.เมืองสงขลา   จากการตรวจของสัตวแพทย์พบว่าฉมวกได้แทงทะลุตับ กระเพาะ กระบังลม และลำไส้ อาการน่าเป็นห่วงแต่หลังจากที่ได้ทำการผ่าตัดช่วยเหลือสุนัขตัวนี้ปลอดภัยแล้ว สามารถเดินได้และอยู่ระหว่างการพักฟื้น และตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าหมีดำ   โดยเรื่องที่สุนัขถูกยิงด้วยฉมวก จนท.ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของค่ายทหารแห่งนี้แล้ว ซึ่งก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุใช้ฉมวกยิงสุนัขตัวนี้ รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Of3HnCcIP2c

 1,549
สังคม
25 ต.ค. 62

เร่งล่าตัวคนใจบาป แทงฉมวกใส่หมาไส้ทะลุ คาค่ายทหารสงขลา

สงขลา-เจ้าหน้าที่จากองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์บ้านหมายิ้ม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับองค์กรด้านพิทักษ์สุนัขและสัตว์ WATCHDOG THAILAND เข้าช่วยเหลือสุนัขเพศเมียสีดำอายุประมาณ1ปี ซึ่งถูกยิงด้วยฉมวกแทงปลาเข้าที่บริเวณลำตัวจนทะลุ บริเวณบ้านพักในค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และรีบพาไปรักษาที่คลินิกหมอไก่สองทะเลสัตวแพทย์ ใน อ.เมืองสงขลา   จากการตรวจของสัตวแพทย์พบว่าฉมวกได้แทงทะลุตับ กระเพาะ กระบังลม และลำไส้ อาการน่าเป็นห่วงแต่หลังจากที่ได้ทำการผ่าตัดช่วยเหลือสุนัขตัวนี้ปลอดภัยแล้ว สามารถเดินได้และอยู่ระหว่างการพักฟื้น และตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าหมีดำ   โดยเรื่องที่สุนัขถูกยิงด้วยฉมวก จนท.ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของค่ายทหารแห่งนี้แล้ว ซึ่งก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุใช้ฉมวกยิงสุนัขตัวนี้ รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Of3HnCcIP2c

 1,549
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 62

ดราม่า เจ้าคณะ จ.สงขลา แจ้งวัดห้ามจัดแสดง 'หนังตะลุงน้องเดียว' หลังโพสต์คลิปด่าพระ

สงขลา-จากกรณี พระราชวรเวทีเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ลงนามในหนังสือ บันทึกข้อความเรื่องกรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของคณะหนังตะลุงชื่อดัง ส่งไปยังเจ้าคณะอำเภอ มีข้อความระบุว่า ตามที่ปรากฏตามสื่อเกี่ยวกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของหนังตะลุงที่ชื่อหนังเดียวโดยได้ใช้คำหยาบคายด่าพระภิกษุในการแสดงหนังตะลุงที่วัดเนินพิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลาตามที่ทราบแล้วนั้น   จากพฤติกรรมดังกล่าวนอกจากแสดงความไม่เคารพต่อสถานที่ ซึ่งเป็นศาสนสถานในพระพุทธศาสนา แล้วยังมีพฤติกรรมที่ไม่เคารพต่อพระสงฆ์ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผู้ได้ชื่อว่าศิลปินไม่ควร แสดงออกจากพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเสียหายให้พระสงฆ์ และเห็นว่าหากยังให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาแสดงในวัดยิ่งสร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์   เพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดสงขลา จึงขอความร่วมมือวัดต่างๆให้ระงับหรือยกเว้นการนำหนังตะลุงคณะดังกล่าวเข้ามาแสดงในวัดอีก จนกว่าบุคคลดังกล่าวได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบในพฤติกรรมของตนเอง โดยการขอขมาต่อคณะสงฆ์และบันทึกคลิปการขอขมาดังกล่าวโพสต์ลงใน YouTube และให้ลบโพสต์ที่กล่าวใส่ร้ายพระสงฆ์ใน YouTube ออกด้วย และขอให้เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอ แจ้งให้วัดในเขตการปกครองได้ทราบและปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน   สำหรับต้นเรื่องของปัญหา พระครูโสภิธาดาเจ้าอาวาส วัดเนินพิจิต อ.นาหม่อม จ.สงขลา ระบุว่าไม่ทราบว่าพระภิกษุรูปไหนไปพูดว่า รับหนังน้องเดียวมาตั้ง 8 หมื่นบาท มานั่งเล่นคนเดียว ถ้าเป็นอาตมา ก็จะไม่รับ ซึ่งระหว่างพูดไม่คิดว่าแม่ค้าที่ติดตามมาค้าขายกับหนังน้องเดียว จะได้ยิน จึงนำไปเล่าให้น้องเดียวฟัง   เมื่อน้องเดียวฟังก็โกรธแค้น จึงเล่นหนังตะลุงด่าพระอย่างรุนแรง โดยระบุว่าอาตมาเป็นคนพูด ซึ่งอาตมาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ขณะนี้ทราบว่าทุกวัดทั่วภาคใต้ ที่รับหนังตะลุงน้องเดียว ต่างได้บอกเลิกหมดแล้ว และจะไม่มีวัดไหนรับหนังน้องเดียวมาแสดงอีก เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาเหมือนที่วัดเนินพิจิต   ด้านเพจหนังน้องเดียว ลูกทุ่งวัฒนธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ผมหนังน้องเดียวยกคอนเสิร์ตหนังตะลุงนักร้องแดนซ์เซอร์เต็มเวที พร้อมพี่ชายที่น่ารักมโนราห์ ไข่เหลี้ยม ศรชัย บ่าวยาว นาโยง โทง ทองแดง แป๊ะเท่ง ศรีวิชัย คืนวันที่ 10 มิ.ย.2563 ณ สนามวัดเนินพิจิต อ.นาหม่อน จ.สงขลา บัตร 100 บาท ไม่หักค่าใช้จ่ายเงินรายได้ทั้งหมด ยกให้วัดเนินพิจิต   พระที่ดี ๆ มีหลายองค์ ผมไม่แคร์ พระเปรตหนังน้องเดียว คนจริงไม่กลัวถูกยิง เพราะผมทำในสิ่งที่ดี ผมเชื่อว่าชาวนาหม่อนยังเมตตาผมอยู่มาก ใครไปชมบ้าง 10 มิ.ย.2563 ช่วยคอมเมนต์ ให้ผมได้ชื่นใจทีครับ จากใจอันบริสุทธิ์ของนายหนังตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง ขอบคุณทุกความเมตตาครับ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yyoVzq3_zns

 1,949
สังคม
22 ต.ค. 62

ดราม่า เจ้าคณะ จ.สงขลา แจ้งวัดห้ามจัดแสดง 'หนังตะลุงน้องเดียว' หลังโพสต์คลิปด่าพระ

สงขลา-จากกรณี พระราชวรเวทีเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ลงนามในหนังสือ บันทึกข้อความเรื่องกรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของคณะหนังตะลุงชื่อดัง ส่งไปยังเจ้าคณะอำเภอ มีข้อความระบุว่า ตามที่ปรากฏตามสื่อเกี่ยวกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของหนังตะลุงที่ชื่อหนังเดียวโดยได้ใช้คำหยาบคายด่าพระภิกษุในการแสดงหนังตะลุงที่วัดเนินพิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลาตามที่ทราบแล้วนั้น   จากพฤติกรรมดังกล่าวนอกจากแสดงความไม่เคารพต่อสถานที่ ซึ่งเป็นศาสนสถานในพระพุทธศาสนา แล้วยังมีพฤติกรรมที่ไม่เคารพต่อพระสงฆ์ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผู้ได้ชื่อว่าศิลปินไม่ควร แสดงออกจากพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเสียหายให้พระสงฆ์ และเห็นว่าหากยังให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาแสดงในวัดยิ่งสร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์   เพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดสงขลา จึงขอความร่วมมือวัดต่างๆให้ระงับหรือยกเว้นการนำหนังตะลุงคณะดังกล่าวเข้ามาแสดงในวัดอีก จนกว่าบุคคลดังกล่าวได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบในพฤติกรรมของตนเอง โดยการขอขมาต่อคณะสงฆ์และบันทึกคลิปการขอขมาดังกล่าวโพสต์ลงใน YouTube และให้ลบโพสต์ที่กล่าวใส่ร้ายพระสงฆ์ใน YouTube ออกด้วย และขอให้เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอ แจ้งให้วัดในเขตการปกครองได้ทราบและปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน   สำหรับต้นเรื่องของปัญหา พระครูโสภิธาดาเจ้าอาวาส วัดเนินพิจิต อ.นาหม่อม จ.สงขลา ระบุว่าไม่ทราบว่าพระภิกษุรูปไหนไปพูดว่า รับหนังน้องเดียวมาตั้ง 8 หมื่นบาท มานั่งเล่นคนเดียว ถ้าเป็นอาตมา ก็จะไม่รับ ซึ่งระหว่างพูดไม่คิดว่าแม่ค้าที่ติดตามมาค้าขายกับหนังน้องเดียว จะได้ยิน จึงนำไปเล่าให้น้องเดียวฟัง   เมื่อน้องเดียวฟังก็โกรธแค้น จึงเล่นหนังตะลุงด่าพระอย่างรุนแรง โดยระบุว่าอาตมาเป็นคนพูด ซึ่งอาตมาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ขณะนี้ทราบว่าทุกวัดทั่วภาคใต้ ที่รับหนังตะลุงน้องเดียว ต่างได้บอกเลิกหมดแล้ว และจะไม่มีวัดไหนรับหนังน้องเดียวมาแสดงอีก เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาเหมือนที่วัดเนินพิจิต   ด้านเพจหนังน้องเดียว ลูกทุ่งวัฒนธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ผมหนังน้องเดียวยกคอนเสิร์ตหนังตะลุงนักร้องแดนซ์เซอร์เต็มเวที พร้อมพี่ชายที่น่ารักมโนราห์ ไข่เหลี้ยม ศรชัย บ่าวยาว นาโยง โทง ทองแดง แป๊ะเท่ง ศรีวิชัย คืนวันที่ 10 มิ.ย.2563 ณ สนามวัดเนินพิจิต อ.นาหม่อน จ.สงขลา บัตร 100 บาท ไม่หักค่าใช้จ่ายเงินรายได้ทั้งหมด ยกให้วัดเนินพิจิต   พระที่ดี ๆ มีหลายองค์ ผมไม่แคร์ พระเปรตหนังน้องเดียว คนจริงไม่กลัวถูกยิง เพราะผมทำในสิ่งที่ดี ผมเชื่อว่าชาวนาหม่อนยังเมตตาผมอยู่มาก ใครไปชมบ้าง 10 มิ.ย.2563 ช่วยคอมเมนต์ ให้ผมได้ชื่นใจทีครับ จากใจอันบริสุทธิ์ของนายหนังตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง ขอบคุณทุกความเมตตาครับ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yyoVzq3_zns

 1,949
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 62

พ่อเมาไม่รู้เรื่องรู้ราว เพื่อนร่วมวงเหล้าเมาหื่น บีบคอข่มขืนลูกสาววัย 13 คาบ้าน

สงขลา-ครอบครัวของน้องส้มโอ (นามสมมติ) เด็กหญิงอายุ 13 ปี ร้องขอความเป็นธรรม หลังจากเด็กหญิง ถูกชายในหมู่บ้านอายุ 29 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาเข้ามาข่มขืนภายในบ้าน และได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะนะ ไว้แล้ว แต่กลัวว่าจะไม่ปลอดภัยเนื่องจากชายคนดังกล่าวยังอยู่ในหมู่บ้านและยังขับรถวนเวียนไปมา เนื่องจากในทางคดียังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจร่างกายของแพทย์ตำรวจจึงจะเอาผิด   แม่ของเด็กเปิดเผยว่า คนร้ายได้นั่งตั้งวงดื่มเหล้าอยู่กับพ่อของเด็ก ที่ข้างบ้าน และต่างคนต่างเมา ชายคนนี้จึงฉวยโอกาสเข้าไปปลุกปล้ำข่มขืนลูกสาว ที่อยู่ภายในบ้านกับน้องสาวอายุ 4 ขวบ ส่วนตนได้ออกไปเก็บยางก้นถ้วนในสวนยาง พอกลับบ้านลูกสาวจึงบอกว่าถูกชายคนนี้ข่มขืน ในขณะที่พ่อของเด็ก ซึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่ก็ไม่รู้ว่าลูกสาวถูกข่มขืน   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทางญาติของชายคนนี้พยายามที่จะมาเคลียร์เพื่อขอจบปัญหา แต่ก็ไม่แสดงความจริงใจ ตนจึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด และตอนนี้เป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกสาวมากที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้   ขณะที่เด็กหญิงเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะที่ชายคนนี้เข้ามาในบ้านก็พยายามดันประตูเอาไว้ แต่สู้แรงไม่ไหวจึงถูกลากเข้าไปในห้องนอน เอามือบีบคอไม่ให้ส่งเสียงร้องและปลุกปล้ำข่มขืน 1 ครั้ง และข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร ก่อนที่จะออกจากบ้านขับรถจักรยานยนต์ออกไป   ส่วนทางด้านคดี ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ กำลังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลจะนะ ว่ามีร่องรอยของการถูกละเมิดทางเพศหรือไม่ หากผลตรวจยืนยันว่าถูกกระทำก็จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JXHPf-y9wGo

 17,487
สังคม
21 ต.ค. 62

พ่อเมาไม่รู้เรื่องรู้ราว เพื่อนร่วมวงเหล้าเมาหื่น บีบคอข่มขืนลูกสาววัย 13 คาบ้าน

สงขลา-ครอบครัวของน้องส้มโอ (นามสมมติ) เด็กหญิงอายุ 13 ปี ร้องขอความเป็นธรรม หลังจากเด็กหญิง ถูกชายในหมู่บ้านอายุ 29 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาเข้ามาข่มขืนภายในบ้าน และได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะนะ ไว้แล้ว แต่กลัวว่าจะไม่ปลอดภัยเนื่องจากชายคนดังกล่าวยังอยู่ในหมู่บ้านและยังขับรถวนเวียนไปมา เนื่องจากในทางคดียังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจร่างกายของแพทย์ตำรวจจึงจะเอาผิด   แม่ของเด็กเปิดเผยว่า คนร้ายได้นั่งตั้งวงดื่มเหล้าอยู่กับพ่อของเด็ก ที่ข้างบ้าน และต่างคนต่างเมา ชายคนนี้จึงฉวยโอกาสเข้าไปปลุกปล้ำข่มขืนลูกสาว ที่อยู่ภายในบ้านกับน้องสาวอายุ 4 ขวบ ส่วนตนได้ออกไปเก็บยางก้นถ้วนในสวนยาง พอกลับบ้านลูกสาวจึงบอกว่าถูกชายคนนี้ข่มขืน ในขณะที่พ่อของเด็ก ซึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่ก็ไม่รู้ว่าลูกสาวถูกข่มขืน   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทางญาติของชายคนนี้พยายามที่จะมาเคลียร์เพื่อขอจบปัญหา แต่ก็ไม่แสดงความจริงใจ ตนจึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด และตอนนี้เป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกสาวมากที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้   ขณะที่เด็กหญิงเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะที่ชายคนนี้เข้ามาในบ้านก็พยายามดันประตูเอาไว้ แต่สู้แรงไม่ไหวจึงถูกลากเข้าไปในห้องนอน เอามือบีบคอไม่ให้ส่งเสียงร้องและปลุกปล้ำข่มขืน 1 ครั้ง และข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร ก่อนที่จะออกจากบ้านขับรถจักรยานยนต์ออกไป   ส่วนทางด้านคดี ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ กำลังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลจะนะ ว่ามีร่องรอยของการถูกละเมิดทางเพศหรือไม่ หากผลตรวจยืนยันว่าถูกกระทำก็จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JXHPf-y9wGo

 17,487
ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 13 ถูกชายร่วมวงเหล้าพ่อข่มขืน ขู่ห้ามบอกใคร แม่ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

วันที่ 20 ต.ค. 62 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ครอบครัวของ ด.ญ.เอ (นามสมมุต) อายุ 13 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวและขอความเป็นธรรม หลังจาก ด.ญ.เอ ถูกชายในหมู่บ้านอายุ 29 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาเข้ามาข่มขืนภายในบ้าน   โดยได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ .รัฐศักดิ์ เตียนวล ร้อยเวร สภ.จะนะสภ.จะนะ ไว้แล้ว แต่กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากชายคนดังกล่าวยังอยู่ในหมู่บ้านและยังขับรถวนเวียนไปมา เนื่องจากในทางคดียังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจร่างกายของแพทย์ตำรวจจึงจะเอาผิดได้   แม่ของ ด.ญ.เอ ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย 3 โมง วันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยชายคนดังกล่าว ได้มานั่งตั้งวงดื่มเหล้าอยู่กับพ่อของ ด.ญ.เอ ที่ข้างๆ บ้าน และต่างคนต่างเมา ชายคนนี้จึงฉวยโอกาสเข้าไปข่มขืนด.ญ.เอ  ที่อยู่ภายในบ้านกับน้องสาวอายุ 4 ขวบ ส่วนตนได้ออกไปเก็บยางก้นถ้วยในสวนยาง เมื่อกลับถึงบ้านลูกสาวจึงบอกว่าถูกชายคนนี้ข่มขืน ในขณะที่พ่อของ ด.ญ.เอ ซึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่ก็ไม่รู้ว่าลูกสาวถูกข่มขืน   หลังเกิดเหตุทางญาติของชายคนนี้พยายามที่จะมาเคลียร์เพื่อขอจบปัญหาแต่ก็ไม่แสดงความจริงใจ ตนจึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุดและตอนนี้เป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกสาวมากที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้   ขณะที่ ด.ญ.เอ เล่าว่า ขณะที่ชายคนนี้เข้ามาในบ้านก็พยายามดันประตูเอาไว้แต่สู้แรงไม่ไหวจึงถูกลากเข้าไปในห้องนอน เอามือบีบคอไม่ให้ส่งเสียงร้องและข่มขืน 1 ครั้ง พร้อมข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร ก่อนที่จะออกจากบ้านขี่รถจักรยานยนต์ออกไป   ส่วนทางด้านคดี ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ กำลังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลจะนะ ว่ามีร่องรอยของการถูกละเมิดทางเพศหรือไม่ หากผลตรวจยืนยันว่าถูกกระทำ ก็จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา  

 15,697
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

พบศพทารกน้อยถูกทิ้งในพงหญ้า สุดเวทนาถูกหมากัดแทะ จนท.เร่งหาตัวแม่ใจยักษ์ คาดเป็นคนในพื้นที่

พบศพทารกเพิ่งคลอดถูกนำมาทิ้งไว้ในพงหญ้าชุมชนทุ่งรี 4 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ ในสภาพเปลือยเปล่าเพิ่งคลอดสายสะดือยังติดอยู่ เจ้าหน้าที่เร่งหาเบาะแสผู้ที่นำมาทิ้งและแม่ เชื่อน่าจะเป็นคนในพื้นที่เกิดเหตุ   วันที่ 16 ต.ค. เวลา 7.30 น. ร.ต.อ.เจตพร แก้วบุปผา รองสารวัตรสอบสวน สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ รับแจ้งพบศพทารกถูกทิ้งไว้ริมถนนภายในซอย 27 ถนนกาญจนนิช ชุมชนทุ่งรี 4 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ โดยหลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี เจ้าหน้าทั้งหมดต้องพบกับภาพที่สลดใจ เมื่อเจอร่างทารกเพศชายเพิ่งคลอดนอนเสียชีวิตในสภาพเปลือยเปล่าอยู่ริมถนน และสายสะดือยังคาอยู่ ขณะที่บริเวณแผ่นหลังมีร่องรอยบาดแผลคล้ายกับถูกสุนัขแทะ   จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุไม่พบหลักฐานใดๆ ที่พอจะเชื่อมโยงไปถึงคนที่นำมาทิ้ง คาดว่าศพทารกถูกใส่ถุงพลาสติก และนำมาโยนทิ้งไว้ในพงหญ้าริมทาง ต่อมาสุนัขได้ไปลากขึ้นมาอยู่บนถนน จากการชันสูตรของแพทย์พบว่าเพิ่งคลอดเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ต.ค.) และเป็นการคลอดเอง แต่ยังไม่ทราบอายุครรภ์ได้ ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถระบุได้ต้องส่งศพไปพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาล   ด้านชาวบ้านที่ไปพบศพทารกน้อย กล่าวว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาทีแรกก็นึกว่าเป็นตุ๊กตา แต่เมื่อเข้ามาดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นศพของเด็กทารก จึงรีบตั้งสติ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ    ทั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ อยู่ในระหว่างเร่งหาเบาะแสของผู้ที่นำศพทารกมาทิ้งไว้ ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกนำมาทิ้งตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณชุมชนทุ่งรี 4 เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย รวมทั้งหาเบาะแสของผู้เป็นแม่ และหญิงสาวที่ทั้งท้อง เพราะเชื่อว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ

 2,094
อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

พบศพทารกน้อยถูกทิ้งในพงหญ้า สุดเวทนาถูกหมากัดแทะ จนท.เร่งหาตัวแม่ใจยักษ์ คาดเป็นคนในพื้นที่

พบศพทารกเพิ่งคลอดถูกนำมาทิ้งไว้ในพงหญ้าชุมชนทุ่งรี 4 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ ในสภาพเปลือยเปล่าเพิ่งคลอดสายสะดือยังติดอยู่ เจ้าหน้าที่เร่งหาเบาะแสผู้ที่นำมาทิ้งและแม่ เชื่อน่าจะเป็นคนในพื้นที่เกิดเหตุ   วันที่ 16 ต.ค. เวลา 7.30 น. ร.ต.อ.เจตพร แก้วบุปผา รองสารวัตรสอบสวน สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ รับแจ้งพบศพทารกถูกทิ้งไว้ริมถนนภายในซอย 27 ถนนกาญจนนิช ชุมชนทุ่งรี 4 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ โดยหลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี เจ้าหน้าทั้งหมดต้องพบกับภาพที่สลดใจ เมื่อเจอร่างทารกเพศชายเพิ่งคลอดนอนเสียชีวิตในสภาพเปลือยเปล่าอยู่ริมถนน และสายสะดือยังคาอยู่ ขณะที่บริเวณแผ่นหลังมีร่องรอยบาดแผลคล้ายกับถูกสุนัขแทะ   จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุไม่พบหลักฐานใดๆ ที่พอจะเชื่อมโยงไปถึงคนที่นำมาทิ้ง คาดว่าศพทารกถูกใส่ถุงพลาสติก และนำมาโยนทิ้งไว้ในพงหญ้าริมทาง ต่อมาสุนัขได้ไปลากขึ้นมาอยู่บนถนน จากการชันสูตรของแพทย์พบว่าเพิ่งคลอดเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ต.ค.) และเป็นการคลอดเอง แต่ยังไม่ทราบอายุครรภ์ได้ ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถระบุได้ต้องส่งศพไปพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาล   ด้านชาวบ้านที่ไปพบศพทารกน้อย กล่าวว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาทีแรกก็นึกว่าเป็นตุ๊กตา แต่เมื่อเข้ามาดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นศพของเด็กทารก จึงรีบตั้งสติ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ    ทั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ อยู่ในระหว่างเร่งหาเบาะแสของผู้ที่นำศพทารกมาทิ้งไว้ ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกนำมาทิ้งตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณชุมชนทุ่งรี 4 เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย รวมทั้งหาเบาะแสของผู้เป็นแม่ และหญิงสาวที่ทั้งท้อง เพราะเชื่อว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ

 2,094
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 62

จับแล้วสามีโหด ฆ่าฝังดินภรรยา เจ้าตัวอ้างภรรยาตายเอง กลัวติดคุกจึงเอาศพไปฝัง

จับแล้วสามีฆ่าภรรยาฝังดิน หลังก่อนหน้านี้เป็นข่าวว่าวิญญาณภรรยาเข้าฝันหลาน บอกจุดฝังศพ จนนำไปสู่การพบเส้นผมและฟันกราม ก่อนที่จะค้นหาจนเจอศพถูกฝัง อยู่บริเวณที่เข้าฝัน ล่าสุดจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ จังหวัดยะลา     จากการสอบสวนสามี ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าภรรยา โดยในคืนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ไปตั้งวงกินเหล้าที่บ้านเพื่อนร่วมกัน 4 คน หมดไป 3 ขวด และพาภรรยานั่งซ้อนท้ายขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่ระหว่างทางด้วยความเมาและทางขรุขระภรรยาพลัดตกจากรถบาดเจ็บ แต่ตนก็ยังอุ้มขึ้นรถจักรยานยนต์กลับไปถึงบ้าน และยังคุยได้ปรกติบอกว่าหิวน้ำ ตนจึงเอาน้ำมาให้กินและเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนหลับไป กระทั่งตื่นมาตี 5 ก็พบว่าภรรยาตัวแข็งทื่อและเสียชีวิตแล้ว ในจังหวะนั้นรู้สึกกลัวมากและสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่คนเดียวและกลัวติดคุกจึงนำศพไปฝังในสวนลำใย หลังจากนั้นจึงได้เดินทางมาทำงานกับเจ้านายเก่าที่จ.ยะลา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/yghw3bo5Vzo

 1,317
อาชญากรรม
12 ต.ค. 62

จับแล้วสามีโหด ฆ่าฝังดินภรรยา เจ้าตัวอ้างภรรยาตายเอง กลัวติดคุกจึงเอาศพไปฝัง

จับแล้วสามีฆ่าภรรยาฝังดิน หลังก่อนหน้านี้เป็นข่าวว่าวิญญาณภรรยาเข้าฝันหลาน บอกจุดฝังศพ จนนำไปสู่การพบเส้นผมและฟันกราม ก่อนที่จะค้นหาจนเจอศพถูกฝัง อยู่บริเวณที่เข้าฝัน ล่าสุดจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ จังหวัดยะลา     จากการสอบสวนสามี ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าภรรยา โดยในคืนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ไปตั้งวงกินเหล้าที่บ้านเพื่อนร่วมกัน 4 คน หมดไป 3 ขวด และพาภรรยานั่งซ้อนท้ายขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่ระหว่างทางด้วยความเมาและทางขรุขระภรรยาพลัดตกจากรถบาดเจ็บ แต่ตนก็ยังอุ้มขึ้นรถจักรยานยนต์กลับไปถึงบ้าน และยังคุยได้ปรกติบอกว่าหิวน้ำ ตนจึงเอาน้ำมาให้กินและเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนหลับไป กระทั่งตื่นมาตี 5 ก็พบว่าภรรยาตัวแข็งทื่อและเสียชีวิตแล้ว ในจังหวะนั้นรู้สึกกลัวมากและสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่คนเดียวและกลัวติดคุกจึงนำศพไปฝังในสวนลำใย หลังจากนั้นจึงได้เดินทางมาทำงานกับเจ้านายเก่าที่จ.ยะลา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/yghw3bo5Vzo

 1,317
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ตาเลี้ยงน้อยใจ เลี้ยงหลานสาว 2 ขวบอย่างดี แต่ถูกแม่เด็กแจ้งความหาว่าข่มขืน

สงขลา-แม่พาลูกสาวอายุ 2 ขวบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สงขลา ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.สะเดา เนื่องจากสงสัยว่าลูกสาวอายุ 2 ขวบถูกตาเลี้ยงทำอนาจาร เนื่องจากที่อวัยวะเพศมีแผลฉีกขาด พร้อมกับนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ซึ่งได้เข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา   ด้านตาเลี้ยงที่ถูกกล่าวหาวัย 42 ปี ซึ่งไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังใช้ชีวิตตามปกติ และยายแท้ๆของเด็ก ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำอนาจารหลานสาวอายุ 2 ขวบ เนื่องจากได้เลี้ยงดูหลาน 4 คนมาตั้งแต่เกิด เพราะแม่แท้ๆ ทิ้งไว้ให้ดูแลและเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ และเพิ่งรู้ว่าถูกแจ้งความ   ตาเลี้ยงกล่าวด้วยความน้อยใจและน้ำตาซึมว่า เพิ่งทราบข่าววันนี้ว่าแม่พาหลานสาวอายุ 2 ขวบไปแจ้งความว่า ตนทำไม่ดีกับหลาน ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะรักเหมือนลูกแท้ๆ เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนมาตั้งแต่แรกคลอดตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี หาเงินส่งเสียให้เรียนกันสองคนตายาย เพราะแม่ไปอยู่กรุงเทพฯไม่ได้ดูแล ตอนนี้ก็เพิ่งผ่าตัดหลัง แต่ก็ต้องทนไปรับจ้างแบกไม้เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูหลาน ซึ่งน้อยใจมากไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้   ขณะที่ยายของเด็กบอกว่า สาเหตุที่หลานสาวมีแผลที่อวัยวะเพศ มาจากวิ่งไปหาตาด้วยความดีใจที่เห็นตากลับมาจากสวนยาง แล้วเกิดหกล้มและไม่ทราบว่าไปโดนหินหรือโดนอะไร ทำให้มีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศและร้องไห้ แต่ตนก็เข้าไปเช็ดไปเป่า ไม่ได้บอกตาเพราะกลัวว่าจะถูกด่าที่ดูแลหลานไม่ดี จึงเป็นไปได้ว่าลูกสาวสงสัยว่าตาทำไม่ดีกับหลาน จึงได้กลับมาที่บ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบเรื่องนี้ และมาทราบว่าได้ไปแจ้งความตำรวจพร้อมกับพาหลานสาวทั้ง 3 คนไปจากบ้าน   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของสองตายายและหลานทั้ง 4 คน และเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งแทบไม่มีใครเชื่อว่าตาเลี้ยงจะทำอนาจารหลานสาว โดยผู้ใหญ่บ้านระบุ ตายายคู่นี้เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนมาตั้งแต่เด็ก พาไปไหนมาไหนตลอด และไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้   ขณะที่ตำรวจ สภ.สะเดา ระบุว่า แม่เด็กพร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะสงสัยว่าจะถูกข่มขื นและยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์หากพบว่าไม่ได้มาจากถูกกระทำอนาจารก็ไม่สามารถเอาผิดหรือดำเนินคดีใดๆ ด้าน และเด็กก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QxU9RiBq8i8

 7,079

Top