ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 62

อาลัยคุณทวด 5 แผ่นดิน สิ้นลมในวัย 105 ปี ชาวบ้านแห่หยิบช้อนในครัวไปบูชา หวังอายุยืนตาม

สงขลา-ลูกหลานและชาวบ้านต่างหลั่งไหลกันไปร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของคุณยายฉิ้น แก้วสวัสดิ์ อายุ 105 ปี 7 เดือน ซึ่งมีอายุยืนยาวที่สุดใน อ.บางกล่ำ   หลังจากที่คุณยายฉิ้น หรือบางคนเรียกว่าคุณทวดฉิ้น ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 09.30 น. วานนี้ (24 พ.ย.) ด้วยโรคชรา และมีลูกหลานรวมทั้งชาวบ้าน มาร่วมไว้อาลัยและร่วมพิธีรดน้ำศพกันอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณยายฉิ้น เป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในอ.บางกล่ำ รวมถึงเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวเกิน 100 ปี คนหนึ่งใน จ.สงขลา   ซางตามบัตรประชาชน คุณทวดฉิ้น เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2457 ปีขาล ซึ่งอยู่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเป็นคุณทวด 5 แผ่นดิน มีบุตรทั้งหมด 7 คน ชาย 4 หญิง 3 ลูกชายคนโตอายุ 76 ปี ลูกสาวคนเล็กอายุ 63 ปี ปัจจุบันบุตรเสียชีวิตไปแล้ว 1 คน   ร.ต.สมพงษ์ สมหมาย ซึ่งเป็นหลานเขย บอกว่า สิ่งที่ทำให้คุณยายฉิ้น อายุยืนยาวเป็นเพราะคนสมัยก่อนกินผักกินปลา แต่ที่คุณยายฉิ้น ชอบมากที่สุดและสมัยก่อนกินทุกวันคือหวาก หรือน้ำตาลเมา ซึ่งทำจากตาลโตนด แต่กินแค่ให้เจริญอาหารเท่านั้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพไม่ได้กินจะมึนเมา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คุณทวดฉิ้น เสียชีวิตลงและเป็นผู้ที่มีอายุเกินร้อยปี จึงมีความเชื่อตั้งแต่สมัยคนโบร่ำโบราณจนถึงทุกวันนี้ว่า หากนำช้อนกินข้าวจากในครัวของผู้เสียชีวิตที่มีอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านก็จะเป็นสิริมงคล อายุยืนยาวทำมาค้าขึ้นชีวิตจะมีความเจริญรุ่งเรือง ทำให้ช้อนในครัวที่บ้านของคุณทวดฉิ้น หายเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่เล่มเดียว   นางพรประภา พรรมศร อายุ 63 ปี ลูกสาวคนเล็ก บอกว่า ช้อนกินข้าวที่ใช้กินข้าวทุกวันหายเกลี้ยงไม่รู้ว่าใครหยิบไปตอนไหนแม้กระทั่งซ้อมและช้อนพลาสติกก็ไม่มีเหลือ และไปซื้อมาใหม่อีกชุดก็หายเกลี้ยงไม่มีเหลือเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเชื่อกันว่าหากนำช้อนในครัวของผู้ที่เสียชีวิตอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง และหลังจากนี้ซึ่งจะนำศพของแม่ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดก็น่าจะหายอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y2l4TNywfy4

 3,124
สังคม
25 พ.ย. 62

อาลัยคุณทวด 5 แผ่นดิน สิ้นลมในวัย 105 ปี ชาวบ้านแห่หยิบช้อนในครัวไปบูชา หวังอายุยืนตาม

สงขลา-ลูกหลานและชาวบ้านต่างหลั่งไหลกันไปร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของคุณยายฉิ้น แก้วสวัสดิ์ อายุ 105 ปี 7 เดือน ซึ่งมีอายุยืนยาวที่สุดใน อ.บางกล่ำ   หลังจากที่คุณยายฉิ้น หรือบางคนเรียกว่าคุณทวดฉิ้น ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 09.30 น. วานนี้ (24 พ.ย.) ด้วยโรคชรา และมีลูกหลานรวมทั้งชาวบ้าน มาร่วมไว้อาลัยและร่วมพิธีรดน้ำศพกันอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณยายฉิ้น เป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในอ.บางกล่ำ รวมถึงเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวเกิน 100 ปี คนหนึ่งใน จ.สงขลา   ซางตามบัตรประชาชน คุณทวดฉิ้น เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2457 ปีขาล ซึ่งอยู่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเป็นคุณทวด 5 แผ่นดิน มีบุตรทั้งหมด 7 คน ชาย 4 หญิง 3 ลูกชายคนโตอายุ 76 ปี ลูกสาวคนเล็กอายุ 63 ปี ปัจจุบันบุตรเสียชีวิตไปแล้ว 1 คน   ร.ต.สมพงษ์ สมหมาย ซึ่งเป็นหลานเขย บอกว่า สิ่งที่ทำให้คุณยายฉิ้น อายุยืนยาวเป็นเพราะคนสมัยก่อนกินผักกินปลา แต่ที่คุณยายฉิ้น ชอบมากที่สุดและสมัยก่อนกินทุกวันคือหวาก หรือน้ำตาลเมา ซึ่งทำจากตาลโตนด แต่กินแค่ให้เจริญอาหารเท่านั้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพไม่ได้กินจะมึนเมา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คุณทวดฉิ้น เสียชีวิตลงและเป็นผู้ที่มีอายุเกินร้อยปี จึงมีความเชื่อตั้งแต่สมัยคนโบร่ำโบราณจนถึงทุกวันนี้ว่า หากนำช้อนกินข้าวจากในครัวของผู้เสียชีวิตที่มีอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านก็จะเป็นสิริมงคล อายุยืนยาวทำมาค้าขึ้นชีวิตจะมีความเจริญรุ่งเรือง ทำให้ช้อนในครัวที่บ้านของคุณทวดฉิ้น หายเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่เล่มเดียว   นางพรประภา พรรมศร อายุ 63 ปี ลูกสาวคนเล็ก บอกว่า ช้อนกินข้าวที่ใช้กินข้าวทุกวันหายเกลี้ยงไม่รู้ว่าใครหยิบไปตอนไหนแม้กระทั่งซ้อมและช้อนพลาสติกก็ไม่มีเหลือ และไปซื้อมาใหม่อีกชุดก็หายเกลี้ยงไม่มีเหลือเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเชื่อกันว่าหากนำช้อนในครัวของผู้ที่เสียชีวิตอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง และหลังจากนี้ซึ่งจะนำศพของแม่ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดก็น่าจะหายอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y2l4TNywfy4

 3,124
สังคม
25 พ.ย. 62

ยายทวด 5 แผ่นดิน อายุ 105 ปี 7 เดือน เสียชีวิตแล้ว

วันที่ 24 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านเลขที่ 53 หมู่5 ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้มีลูกหลานและชาวบ้านต่างหลั่งไหลกันไปร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของคุณยาย ฉิ้น แก้วสวัสดิ์ อายุ 105 ปี 7 เดือน ซึ่งมีอายุยืนยาวที่สุดในอ.บางกล่ำ   หลังจากที่คุณยายฉิ้น หรือบางคนเรียกว่าคุณทวดฉิ้น ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 24 พ.ย. ด้วยโรคชรา ลูกหลานรวมทั้งชาวบ้านร่วมไว้อาลัย และร่วมพิธีรดน้ำศพกันอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณยายฉิ้น เป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในอ.บางกล่ำ รวมถึงเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวเกิน100ปี คนหนึ่งในจ.สงขลา และตามบัตรประชาชน คุณทวดฉิ้น เกิดเมื่อวันที่1 มกราคม พ.ศ. 2457 ปีขาล ซึ่งอยู่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6และเป็นคุณทวด 5 แผ่นดิน   คุณทวดมีลูกทั้งหมด 7 คน ชาย 4 หญิง 3 ลูกชายคนโตคือ นายประเสริฐ ธรรมใจ อายุ 76 ปี ลูกสาวคนเล็ก นาง พรประภา พรรมศร อายุ 63 ปี และเสียชีวิตไปแล้ว 1 คนซึ่งเป็นลูกชายคนที่4   ร.ต.สมพงษ์ สมหมาย ซึ่งเป็นหลานเขย บอกว่า สิ่งที่ทำให้คุณยายฉิ้น อายุยืนยาวเป็นเพราะคนสมัยก่อนกินผักกินปลา แต่ที่คุณยายฉิ้น ชอบมากที่สุดและสมัยก่อนกินทุกวันคือหวาก หรือน้ำตาลเมา ซึ่งทำจากตาลโตนด แต่กินแค่ให้เจริญอาหารเท่านั้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพไม่ได้กินแล้วจะมึนเมา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คุณทวดฉิ้น เสียชีวิตลงและเป็นผู้ที่มีอายุเกินร้อยปี จึงมีความเชื่อตั้งแต่สมัยคนโบร่ำโบราณจนถึงทุกวันนี้ว่าหากนำช้อนกินข้าวจากในครัวของผู้เสียชีวิตที่มีอายุเกิน 100 ปี ไปเก็บไว้ที่บ้านก็จะเป็นสิริมงคล อายุยืนยาวทำมาค้าขึ้นชีวิตจะมีความเจริญรุ่งเรือง ทำให้ช้อนในครัวที่บ้านของคุณทวดฉิ้น หายเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่คันเดียว   นางพรประภา พรรมศร อายุ 63 ปี ลูกสาวคนเล็ก บอกว่า ช้อนกินข้าวที่ใช้กินข้าวทุกวันหายเกลี้ยงไม่รู้ว่าใครหยิบไปตอนไหนแม้กระทั่งส้อม และช้อนพลาสติกก็ไม่มีเหลือ และไปซื้อมาใหม่อีกชุดก็หายเกลี้ยงไม่มีเหลือเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเชื่อกันว่าหากนำช้อนในครัวของผู้ที่เสียชีวิตอายุเกิน 100 ปีไปเก็บไว้ที่บ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง และหลังจากนี้ซึ่งจะนำศพของแม่ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดก็น่าจะหายอีก   สำหรับศพของคุณทวดฉิ้น ลูกหลานจะนำไปตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัด นารังนก หมู่6 ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ และจะทำการปณากิจในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน ณ เมรุวัดนารังนก เช่นเดียวกัน

 624
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 62

ทรมานสัตว์? ด่านกักกันสัตว์สงขลา ขุดหลุมฝังไก่ 4 พันตัวทั้งเป็น ป้องกันโรคระบาด

สงขลา-มีคลิปภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ถนนถนนศรีภูวนารถ อ.หาดใหญ่ ทำลายไก่ของกลางที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียเกือบ 4,000 ตัว โดยใช้วิธีการขุดหลุมฆ่าฝังดินทั้งเป็น   ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการทรมานสัตว์ และมีการตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่ใช้วิธีทำลายที่ผิดระเบียบหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งจากภาพมีการจับไก่โยนลงไปในบ่อที่มีน้ำขังอยู่ทีละตัวจนขาดใจตายทับถมกันแน่นบ่อ และบางตัวพยายามตีปีกเพื่อเอาชีวิตรอดและสุดท้ายก็ไม่รอดและถูกฝังกลบจนตายทั้งเป็น   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลไปยังด่านกักกันสัตว์สงขลา เบื้องต้นทราบว่าไก่ที่ถูกฆ่าฝังดินมีจำนวน 3,984 ตัวนั้นเป็นไก่ที่ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรปาดังเบซาร์ และเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลาจับกุมได้ ขณะที่มีการลักลอบขนเข้ามาจากประเทศมาเลเซียหลายคันรถ เมื่อวันที่19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   เมื่อเสร็จกระบวนการทางระเบียบของศุลกกากร ก็ได้ส่งให้ด่านกักสัตว์สงขลาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยนำมากองรวมกันไว้ภายในบริเวณคอกกักปล่อยให้ตากแดดตากฝน 1 วัน พร้อมกับมีการขุดหลุมเตรียมเอาไว้และลงมือฝังทั้งเป็นตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพราะต้องโยนลงไปทีละตัว ซึ่งในบ่อมีน้ำขังอยู่ด้วยเนื่องจากระหว่างที่ขุดหลุมรอมีฝนตกลงมา   ซึ่งตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีกรวมทั้งไก่ที่ลักลอบนำเข้ามาแบบผิดกฎหมายต้องถูกกำจัดทำลายเท่านั้น ไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยงหรือขายทอดตลาด อันเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกสากล   แต่จากการตรวจสอบข้อมูลวิธีการทำลายพบว่าเป็นการทำลายโดยผิดวิธีและผิดหลักเกณฑ์ของกรมปศุสัตว์ แต่การที่เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลา ใช้วิธีฝังทั้งเป็นอาจเป็นไปได้ว่าจำนวนไก่ที่มีมากขนาดนี้ หากทำตามระเบียบค่อนข้างลำบากและยุ่งยากจึงใช้วิธีขุดหลุมฝังกลับแทนซึ่งสะดวกและง่ายกว่า และเป็นครั้งแรกที่มีการยึดไก่ได้มากขนาดนี้   สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือมีเหตุอันควรว่าเป็นโรคระบาดหรือสัตว์หรือซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดพ.ศ.2562 ตามประกาศของกรมปศุสัตว์ ให้ดำเนินการตามหลักการการุณยฆาต โดยเฉพาะกรณีนกไก่เป็ดห่าน ให้ใช้สารเคมีให้สัตว์กิน ฉีดหรือสูดดมเข้าร่างกายสัตว์ เพื่อให้สัตว์นั้นตายโดยไม่ทรมาน หรือใช้วิธีการดึงคอให้สัตว์ตาย   ล่าสุดทางกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ รับทราบแล้ว และได้สั่งการให้ทางหัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยด่วน เนื่องจากภาพที่ปรากฏออกมาสะเทือนใจและถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเป็นการทรมานสัตว์แม้จะเป็นไก่เลี้ยงจากฟาร์มก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JFDi9YTbU3Y

 580
สังคม
22 พ.ย. 62

ทรมานสัตว์? ด่านกักกันสัตว์สงขลา ขุดหลุมฝังไก่ 4 พันตัวทั้งเป็น ป้องกันโรคระบาด

สงขลา-มีคลิปภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ถนนถนนศรีภูวนารถ อ.หาดใหญ่ ทำลายไก่ของกลางที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียเกือบ 4,000 ตัว โดยใช้วิธีการขุดหลุมฆ่าฝังดินทั้งเป็น   ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการทรมานสัตว์ และมีการตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่ใช้วิธีทำลายที่ผิดระเบียบหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งจากภาพมีการจับไก่โยนลงไปในบ่อที่มีน้ำขังอยู่ทีละตัวจนขาดใจตายทับถมกันแน่นบ่อ และบางตัวพยายามตีปีกเพื่อเอาชีวิตรอดและสุดท้ายก็ไม่รอดและถูกฝังกลบจนตายทั้งเป็น   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลไปยังด่านกักกันสัตว์สงขลา เบื้องต้นทราบว่าไก่ที่ถูกฆ่าฝังดินมีจำนวน 3,984 ตัวนั้นเป็นไก่ที่ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรปาดังเบซาร์ และเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลาจับกุมได้ ขณะที่มีการลักลอบขนเข้ามาจากประเทศมาเลเซียหลายคันรถ เมื่อวันที่19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   เมื่อเสร็จกระบวนการทางระเบียบของศุลกกากร ก็ได้ส่งให้ด่านกักสัตว์สงขลาในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยนำมากองรวมกันไว้ภายในบริเวณคอกกักปล่อยให้ตากแดดตากฝน 1 วัน พร้อมกับมีการขุดหลุมเตรียมเอาไว้และลงมือฝังทั้งเป็นตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพราะต้องโยนลงไปทีละตัว ซึ่งในบ่อมีน้ำขังอยู่ด้วยเนื่องจากระหว่างที่ขุดหลุมรอมีฝนตกลงมา   ซึ่งตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีกรวมทั้งไก่ที่ลักลอบนำเข้ามาแบบผิดกฎหมายต้องถูกกำจัดทำลายเท่านั้น ไม่เปิดโอกาสให้เลี้ยงหรือขายทอดตลาด อันเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกสากล   แต่จากการตรวจสอบข้อมูลวิธีการทำลายพบว่าเป็นการทำลายโดยผิดวิธีและผิดหลักเกณฑ์ของกรมปศุสัตว์ แต่การที่เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สงขลา ใช้วิธีฝังทั้งเป็นอาจเป็นไปได้ว่าจำนวนไก่ที่มีมากขนาดนี้ หากทำตามระเบียบค่อนข้างลำบากและยุ่งยากจึงใช้วิธีขุดหลุมฝังกลับแทนซึ่งสะดวกและง่ายกว่า และเป็นครั้งแรกที่มีการยึดไก่ได้มากขนาดนี้   สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือมีเหตุอันควรว่าเป็นโรคระบาดหรือสัตว์หรือซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดพ.ศ.2562 ตามประกาศของกรมปศุสัตว์ ให้ดำเนินการตามหลักการการุณยฆาต โดยเฉพาะกรณีนกไก่เป็ดห่าน ให้ใช้สารเคมีให้สัตว์กิน ฉีดหรือสูดดมเข้าร่างกายสัตว์ เพื่อให้สัตว์นั้นตายโดยไม่ทรมาน หรือใช้วิธีการดึงคอให้สัตว์ตาย   ล่าสุดทางกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ รับทราบแล้ว และได้สั่งการให้ทางหัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยด่วน เนื่องจากภาพที่ปรากฏออกมาสะเทือนใจและถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเป็นการทรมานสัตว์แม้จะเป็นไก่เลี้ยงจากฟาร์มก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JFDi9YTbU3Y

 580
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 62

ตำรวจมึนตึ้บ สาวสติไม่ดี หอบรองเท้าอ้างเป็นของ 'หมาก ปริญ' ขึ้นโรงพัก

สงขลา-ตร.สภ.หาดใหญ่ ถึงกับมึนตึ๊บ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ)  อายุ 44 ปี ลักษณะสติไม่ปกติ ได้หอบรองเท้าผ้าใบ 2 คู่ และเสื้ออีก 1 ตัว เข้าแจ้งความพร้อมกับกระดาษหนังสือพิมพ์รูปภาพพระเอกชื่อดัง หมาก ปริญ ซึ่งกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องจอมขมังเวทย์ภาค 2 ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้   โดย น.ส.เอ  บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้เงินชายชื่อโอไป 100 บาท เพื่อไปซื้อรองเท้ามา 2 คู่ แต่เมื่อตนเห็นรองเท้าก็รู้ทันทีว่า เป็นรองเท้าที่ถูกขโมยมา เนื่องจากรองเท้าทั้ง 2 คู่ มีราคาแพงคู่ละไม่ต่ำกว่า 5-6 พันบาท และเป็นรองเท้าของ หมาก ปริญ พระเอกดังที่สวมใส่รองเท้ายี่ห้อนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นไม่ได้ที่จะซื้อมาแค่ราคาคู่ละ 50 บาท   ตนจึงต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะกลัวว่าจะมีความผิดฐานรับของโจร ซึ่งขณะที่ น.ส.เอ กำลังนั่งแจ้งความ และเล่าเรื่องราวที่มาของรองเท้านั้น ทั้งตำรวจและประชาชนที่มาใช้บริการโรงพักถึงกับอมยิ้ม ในขณะที่พนักงานสอบสวนก็พยายามที่จะช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิต และไม่น่าจะเป็นคนปกติ แต่เมื่อพยายามติดต่อเบอร์ญาติ ก็ไม่สามารถติดต่อได้   ส่วน น.ส. เอ ก็ต้องการที่แจ้งความอย่างเดียว สุดท้ายเรื่องจึงจบลงลง ที่พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ น.ส.เอ  สบายใจ และให้เห็นว่า ตำรวจพร้อมรับเรื่องราวร้องทุกข์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะคนปกติหรือไม่ปกติก็ตาม   แต่ดูเหมือนว่าจะจบ แต่ก็ไม่จบ เพราะสุดท้ายแล้ว น.ส.เอ  ได้ขอเงินจำนวน 100 บาท ซึ่งเป็นเงินที่บอกว่า ซื้อรองทั้ง 2 คู่ มา และไม่มีเงินเหลือติดตัว และขอให้ตำรวจช่วยกันเรี่ยไรเงินมาให้ครบ 100 บาท ด้วย ซึ่งทางตำรวจก็ยอมทำตาม พร้อมกับพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ แต่ขณะพาออกจากโรงพัก น.ส.เอ  ยังขอให้ตำรวจที่รูปหล่อที่สุดในโรงพักเป็นคนพาไปส่งเท่านั้น และต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bOV1QR9xh6I

 915
สังคม
20 พ.ย. 62

ตำรวจมึนตึ้บ สาวสติไม่ดี หอบรองเท้าอ้างเป็นของ 'หมาก ปริญ' ขึ้นโรงพัก

สงขลา-ตร.สภ.หาดใหญ่ ถึงกับมึนตึ๊บ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ)  อายุ 44 ปี ลักษณะสติไม่ปกติ ได้หอบรองเท้าผ้าใบ 2 คู่ และเสื้ออีก 1 ตัว เข้าแจ้งความพร้อมกับกระดาษหนังสือพิมพ์รูปภาพพระเอกชื่อดัง หมาก ปริญ ซึ่งกำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องจอมขมังเวทย์ภาค 2 ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในขณะนี้   โดย น.ส.เอ  บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้เงินชายชื่อโอไป 100 บาท เพื่อไปซื้อรองเท้ามา 2 คู่ แต่เมื่อตนเห็นรองเท้าก็รู้ทันทีว่า เป็นรองเท้าที่ถูกขโมยมา เนื่องจากรองเท้าทั้ง 2 คู่ มีราคาแพงคู่ละไม่ต่ำกว่า 5-6 พันบาท และเป็นรองเท้าของ หมาก ปริญ พระเอกดังที่สวมใส่รองเท้ายี่ห้อนี้เท่านั้น ซึ่งเป็นไม่ได้ที่จะซื้อมาแค่ราคาคู่ละ 50 บาท   ตนจึงต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะกลัวว่าจะมีความผิดฐานรับของโจร ซึ่งขณะที่ น.ส.เอ กำลังนั่งแจ้งความ และเล่าเรื่องราวที่มาของรองเท้านั้น ทั้งตำรวจและประชาชนที่มาใช้บริการโรงพักถึงกับอมยิ้ม ในขณะที่พนักงานสอบสวนก็พยายามที่จะช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิต และไม่น่าจะเป็นคนปกติ แต่เมื่อพยายามติดต่อเบอร์ญาติ ก็ไม่สามารถติดต่อได้   ส่วน น.ส. เอ ก็ต้องการที่แจ้งความอย่างเดียว สุดท้ายเรื่องจึงจบลงลง ที่พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ น.ส.เอ  สบายใจ และให้เห็นว่า ตำรวจพร้อมรับเรื่องราวร้องทุกข์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะคนปกติหรือไม่ปกติก็ตาม   แต่ดูเหมือนว่าจะจบ แต่ก็ไม่จบ เพราะสุดท้ายแล้ว น.ส.เอ  ได้ขอเงินจำนวน 100 บาท ซึ่งเป็นเงินที่บอกว่า ซื้อรองทั้ง 2 คู่ มา และไม่มีเงินเหลือติดตัว และขอให้ตำรวจช่วยกันเรี่ยไรเงินมาให้ครบ 100 บาท ด้วย ซึ่งทางตำรวจก็ยอมทำตาม พร้อมกับพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ แต่ขณะพาออกจากโรงพัก น.ส.เอ  ยังขอให้ตำรวจที่รูปหล่อที่สุดในโรงพักเป็นคนพาไปส่งเท่านั้น และต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bOV1QR9xh6I

 915
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 62

'เทพาสตรีทอาร์ท' จุดเช็คอินใหม่สงขลา

อ. เทพา จังหวัดสงขลา จัดงานเทพาสตรีทอาร์ต ที่มีการวาดภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเทพาในอดีต ตามบ้านเรือนของประชาชน กระตุ้นการท่องเที่ยวที่อำเภอเทพาแห่งนี้ จนกลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดสงขลา       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/t1qPM25zAtw

 635
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

แม่ป่วยทางจิต คว้าสากกะเบือทุบหน้าลูกสาววัย 6 ขวบดับสลด ก่อนนอนกอดศพแนบกาย

สงขลา - ตำรวจ สภ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิต ภายในห้องเช่า อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบร่าง ด.ญ.อายุ 6 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน ในสภาพที่ใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งจนช้ำทั้งหน้าเลือดออกทางจมูกเปราะที่นอนและสภาพศพเพิ่งถูกทำร้าย และที่บริเวณหน้าห้องนอนพบสากกะเบือเปื้อนเลือดตกอยู่คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้าย   และจากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือแม่แท้ๆซึ่งมีอาการป่วยทางจิต และขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนยังอยู่ภายในห้องนอน แต่จากการสอบถามไม่ยอมพูดคุยหรือให้การใดๆ นิ่งเฉยตลอด ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.สะเดา   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบถาม ผู้เป็นยาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มเมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้กลับจากทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในอ.สะเดา เมื่อมากลับมาถึงบ้านได้เคาะประตูเรียกลูกสาว ได้เดินออกมาเปิดประตูให้ จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปนอนภายในห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   แต่รู้สึกผิดสังเกตเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงหลานสาวเลย จึงเดินเข้าไปดูภายในห้องนอนทีแรกก็เห็นหลานสาวนอนห่มผ้าคลุมหัวอยู่โดยมีแม่นอนกอดลูกแนบอก ตนจึงได้เรียกหลานเพื่อให้ลุกขึ้นไปฉี่เหมือนทุกคืนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ โดยเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ตื่นจึงได้ไปดึงผ้าห่มออกจากตัวก็แทบช๊อค เพราะที่ใบหน้าหลานถูกตีจนเละเลือดอาบ เมื่อถามลูกสาวก็ไม่ยอมพูดอะไรได้นั่งนิ่งอย่างเดียว จึงได้ออกไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาดูและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ   ยายเล่าอีกว่า น้องกำลังจะเข้าโรงเรียนในชั้นอนุบาล3 เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) เป็นวันแรกหลังจากที่ได้ไปสมัครเรียนไว้เมื่อวันศุกที่ผ่านมา เนื่องจากน้องเปียและแม่เพิ่งเดินทางมาอยู่กับตนที่ห้องเช่าเมื่อประมาณวันที่ 24-25 กันยายนที่ผ่านมา และอาศัยอยู่ในห้องเช่าด้วยกัน 3 คน ตนเป็นคนทำงานหาเลี้ยงเนื่องจากลูกสาวมีอาการป่วยทางจิตไม่สามารถทำงานได้ และก่อนหน้านี้ก็อาศัยอยู่กับตาที่จ.นครพนม แต่เมื่อตาเสียชีวิตทั้งสองคนก็มาอยู่กับตนเพราะไม่มีใครดูแล โดยคาดว่าสาเหตุที่ทำร้ายลูกน่าจะมาจากอาการป่วยทางจิตกำเริบและขาดยาเนื่องจากไม่กินยาต่อเนื่องมาหลายวัน   สำหรับศพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดหัวถนน ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านเกิดเหตุ และจะทำพิธีสวดอภิธรรมศพแค่คืนเดียวและในวันนี้ (5 พ.ย.)จะทำพิธีฌาปณกิจศพทันที เนื่องจากครอบครัวลำบากและไม่มีญาติพี่น้องมีเพียงเพื่อนบ้านและเพื่อนคนงานที่ร่วมกันเรี่ยไรเงินมาช่วยงานศพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dzxWhdolHc0

 7,541
อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

แม่ป่วยทางจิต คว้าสากกะเบือทุบหน้าลูกสาววัย 6 ขวบดับสลด ก่อนนอนกอดศพแนบกาย

สงขลา - ตำรวจ สภ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิต ภายในห้องเช่า อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบร่าง ด.ญ.อายุ 6 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน ในสภาพที่ใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งจนช้ำทั้งหน้าเลือดออกทางจมูกเปราะที่นอนและสภาพศพเพิ่งถูกทำร้าย และที่บริเวณหน้าห้องนอนพบสากกะเบือเปื้อนเลือดตกอยู่คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้าย   และจากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือแม่แท้ๆซึ่งมีอาการป่วยทางจิต และขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนยังอยู่ภายในห้องนอน แต่จากการสอบถามไม่ยอมพูดคุยหรือให้การใดๆ นิ่งเฉยตลอด ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.สะเดา   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบถาม ผู้เป็นยาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มเมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้กลับจากทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในอ.สะเดา เมื่อมากลับมาถึงบ้านได้เคาะประตูเรียกลูกสาว ได้เดินออกมาเปิดประตูให้ จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปนอนภายในห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   แต่รู้สึกผิดสังเกตเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงหลานสาวเลย จึงเดินเข้าไปดูภายในห้องนอนทีแรกก็เห็นหลานสาวนอนห่มผ้าคลุมหัวอยู่โดยมีแม่นอนกอดลูกแนบอก ตนจึงได้เรียกหลานเพื่อให้ลุกขึ้นไปฉี่เหมือนทุกคืนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ โดยเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ตื่นจึงได้ไปดึงผ้าห่มออกจากตัวก็แทบช๊อค เพราะที่ใบหน้าหลานถูกตีจนเละเลือดอาบ เมื่อถามลูกสาวก็ไม่ยอมพูดอะไรได้นั่งนิ่งอย่างเดียว จึงได้ออกไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาดูและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ   ยายเล่าอีกว่า น้องกำลังจะเข้าโรงเรียนในชั้นอนุบาล3 เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) เป็นวันแรกหลังจากที่ได้ไปสมัครเรียนไว้เมื่อวันศุกที่ผ่านมา เนื่องจากน้องเปียและแม่เพิ่งเดินทางมาอยู่กับตนที่ห้องเช่าเมื่อประมาณวันที่ 24-25 กันยายนที่ผ่านมา และอาศัยอยู่ในห้องเช่าด้วยกัน 3 คน ตนเป็นคนทำงานหาเลี้ยงเนื่องจากลูกสาวมีอาการป่วยทางจิตไม่สามารถทำงานได้ และก่อนหน้านี้ก็อาศัยอยู่กับตาที่จ.นครพนม แต่เมื่อตาเสียชีวิตทั้งสองคนก็มาอยู่กับตนเพราะไม่มีใครดูแล โดยคาดว่าสาเหตุที่ทำร้ายลูกน่าจะมาจากอาการป่วยทางจิตกำเริบและขาดยาเนื่องจากไม่กินยาต่อเนื่องมาหลายวัน   สำหรับศพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดหัวถนน ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านเกิดเหตุ และจะทำพิธีสวดอภิธรรมศพแค่คืนเดียวและในวันนี้ (5 พ.ย.)จะทำพิธีฌาปณกิจศพทันที เนื่องจากครอบครัวลำบากและไม่มีญาติพี่น้องมีเพียงเพื่อนบ้านและเพื่อนคนงานที่ร่วมกันเรี่ยไรเงินมาช่วยงานศพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dzxWhdolHc0

 7,541
สรุปข่าว
01 พ.ย. 62

แฟลชนิวส์ 1 พ.ย. 62 - อีโอดีตรวจสอบวัตถุระเบิด สภ.ไม้แก่น - เตียมนำตัว 'เอ็ม' มือฆ่าเศรษฐีนีแถลง

-  พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.อับดุลรอซัก ลอแม ผกก.สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอม เหตุเกิดขึ้นบริเวณริมกำแพงด้านนอกของบ้านพักตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สภ.ไม้แก่น หลังเก่า ม.4 ต.ไทรทอง ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันที่ 31 ตค.ที่ผ่านมา โดยในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตรลึก 1 เมตร และพบซากรถกระบะถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน เหลือเพียงเครื่องยนต์ ส่วนชิ้นส่วนตัวรถกลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดยังทำให้บ้านพักตำรวจ จำนวน 4 หลัง กระจกของแฟรตตำรวจทั้ง 3 ชั้นแตกกระจาย   นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 3 หลัง รวมไปถึงรถยนต์เสียหายอีก 3 คัน ในที่เกิดเหตุพบป้ายทะเบียนของรถคันดังกล่าว ระบุหมายเลข กข 5146 ปัตตานี โดยเหตุระเบิดครั้งนี้เกือบทำให้ภรรยาตำรวจนายหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือนเกิดอาการช๊อคและแน่นหน้าอก เนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ถูกนำส่ง รพ.ไม้แก่น ล่าสุดอาการปลอดภัยทั้งแม่และลูก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   - เปิดคำสารภาพของไอ้เอ็ม-วิฑูรย์ รับว่าทำคนเดียวทั้งหมด หลังหลบหนีกบดานกรุงเทพ พอตกเป็นข่าวก็หนีต่อไปนครปฐม ซื้อรถจักรยานยนต์อุปกรณ์ยังชีพค่ำไหนนอนนั่น อ้างว่ากำลังเดินทางยอนกลับมาบ้านเพื่อพบหน้าลูกเมีย และจะเข้ามอบตัวหลังถูกกดดันอน่างหนักหนีจนหมดแรงแต่ก็มาถูกรวบตัวก่อน ตำรวจภาค 5 เตรียมแถลงข่าววันนี้   - เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอส.และทหาร ซึ่งเป็น3 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงพ่อค้าหัวปลาตายคารถกระบะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุวางกำลังคุ้มกันหนาแน่นปิดหัวปิดท้ายใช้เวลาครึ่งชั่วและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเตรียมนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลาในวันนี้  

 395
อาชญากรรม
01 พ.ย. 62

มอบตัวแล้ว 'ทหาร - 2 อาสา' ไล่ยิงพ่อค้าหัวปลาดับคารถ ตร.เผยเมา-อารมณ์ค้างจากไล่ล่าหัวขโมย ทหารปัดมีส่วนเกี่ยวข้อง

กรณี 3 คนร้ายขับรถกระบะและรถจักรยานยนต์ ตามไล่ยิงรถกระบะขนหัวปลา ก่อนที่จะปาดหน้าและคนร้ายถือปืนลงมาใช้อาวุธลูกซองยิง นายนายดือรอแม สุรง อายุ 33 ปี หรือ บังแม คนขับและเป็นพ่อค้าปลาเสียชีวิตคารถ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านโหนด-ท่านางหอม หมู่ 2 ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อบ่าย 2 โมง วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภาพจากกล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน และเจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้ายทั้ง 3 คน แล้ว เป็น อส.อำเภอหาดใหญ่ ช่วยราชการ จ.สงขลา 2 นาย และเป็นทหารยศ จ.ส.อ. 1 นาย นั้น   ต่อมาผู้ต้องหาในคดีนี้ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.คูเต่า แล้ว 1 คน คือ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ บุญรัตน์ สังกัดฝ่ายสรรพาวุธ มทบ.42 โดยผู้บังคับบัญชา และ สห.นำมามอบตัว และมีการนำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที เพื่อทำการสอบสวน และแจ้งข้อหาให้รับทราบ แต่ในเบื้องต้นยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา และแวะดูเท่านั้น เพราะ รู้จักกับ อส. ทั้ง 2 คน เพราะ เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน   ต่อมาในเวลาประมาณ 11.00 น. ผู้ต้องหาในคดีนี้อีก 2 ราย คือ อส.เพลินชัย สุวรรณรัตน์ และ อส.ประดิษฐ์ จุลนวล ซึ่งเป็น อส.อำเภอหาดใหญ่ ช่วยราชการ จ.สงขลา ทางผู้บังคับบัญชา ได้นำมามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.คูเต่า แล้วเช่นกัน และรีบพาเข้าห้องสอบสวน และไม่ตอบคำถามใดๆ กับผู้สื่อข่าว   โดยทางพนักงานสอบสวนได้แยกกันสอบระหว่างผู้ต้องหาที่เป็นทหารกับ อส. โดยมี พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา เดินทางมาดูแลการสอบสวนด้วยตัวเอง และมีการประสานของตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จำนวน 2 นาย เข้ามาช่วยสอบสวนคดีนี้ด้วย   และจากการสอบถามภรรยาของ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ บอกว่า สามีไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยขณะเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ไปพบเหตุการณ์โดยบังเอิญ และแค่ลงไปดู เพราะ รู้จักกับ อส. ทั้ง 2 นาย เท่านั้น   นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน 9 ได้มาเก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝงอาวุธปืนลูกซองยาวของกลางที่ใช้ก่อเหตุซึ่งถูกนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้วเช่นกัน รวมทั้งตรวจสอบเก็บหลักฐานรถกระบะที่ถูกยิงอย่างละเอียดอีกครั้ง   สำหรับบรรยากาศที่สภ.คูเต่า ได้มีทั้งญาติของผู้ต้องหาทั้งสามคนรวมทั้งภรรยาและญาติของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาสังเกตการณ์อยู่ที่ สภ.คูเต่า โดยนางมารีย๊ะห์ เขปัน ภรรยาของผู้ตาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากต้องขับรถผ่านบ้านอส.ทั้ง 2 นายเป็นประจำทุกวัน พร้อมกับเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอย่างถึงที่สุด   ล่าสุดมีรายงานว่าผู้ต้องหาที่เป็นอส.2 คนให้การรับสารภาพแล้ว โดยอส.เพลินชัย สุวรรณรัตน์ หรือจ่าแรม เป็นคนลงมือยิง แต่ในส่วนของ จ.ส.อ.ทรงวุฒิ ยังให้การปฏิเสธบอกว่าแค่เพียงขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเท่านั้น   ทั้งนี้ระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ควบคุม อส.ประดิษฐ์ หรือโก้ ออกจากสภ.คูเต่า ไปชี้จุดที่ฐานอส.เกาะแต้ว ที่ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา ซึ่งให้การว่าได้นำชุดที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไปเผา ส่วนอาวุธปืนของกลางเป็นปืนเถื่อนไม่ใช่ปืนของทางราชการ ซึ่งจากการสอบสวนทางพนักงานเตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้ง 3 คน อย่างน้อย 2 ข้อหาคือร่วมกันฆ่าผู้อื่น และข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และตำรวจคัดค้านการประกันเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์   โดยเรื่องนี้ทีแรกพบว่าสาเหตุมาจากการที่อส.ทั้ง 2 นาย ได้ขับรถกระบะตามรถกระบะของผู้ตายและขับปาดหน้าเพื่อขอตรวจปัสสาวะพร้อมกับนำอาวุธปืนลูกซองยาวลงมาบังคับให้คนขับลงจากรถ แต่คนขับไม่ยอมจึงใช้อาวุธปืนยิงล้อหลังด้านขวา แต่คนขับก็ยังไม่ลงจากรถสุดท้ายจึงโมโหและใช้อาวุธปืนยิงใส่ทางกระจกรถด้านขวาทำให้คนขับเสียชีวิต ส่วนทหารได้ขับรถจักรยานยนต์ตามมาสมทบทีหลัง   แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ทางอส.สำรองคนหนึ่งซึ่งตำรวจได้เรียกไปให้การเพิ่มเติมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสามคนได้เดินทางไปที่บ้านของตนซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก โดยอส.เพลินชัย หรือจ่าแรม ต้องการไปหาลูกชายของตน โดยอ้างว่าขโมยไซดักของจ่าแรมไป จึงได้บอกไปว่าลูกชายไม่อยู่เดินทางไปต่างจังหวัด 2 วันแล้ว ทำให้จ่าแรมโมโห และสับไกปืนจนลูกปืนตก 2 นัด จ่าแรมได้เก็บไป 1 นัด ส่วนอีกนัดตนได้เก็บไว้ให้ตำรวจ และระหว่างที่จ่าแรมกับพวกอีก 2 เดินออกจากบ้านก็ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงขู่ขึ้นฟ้าอีก 1 นัด   จากนั้นจ่าแรมกับพวกก็ไปเรียกตรวจรถที่ขับผ่านเส้นทางเกิดเหตุ และเป็นจังหวัดเดียวกันกับที่พ่อค้าหัวปลาขับรถผ่านมาพอดี จึงถูกไล่ตามและถูกยิงตายคารถ หลังจากที่ออกจากบ้านตนไปเพียงแค่ประมาณ 10 นาที ทั้งที่ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องมีราวอะไรกับจ่าแรมและพวกมาก่อน แต่ต้องมารับเคราะห์แทนเพียงแค่อารมณ์ค้างจากเรื่องอื่น ทั้งนี้อส.สำรอง คนนี้ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุ อส.เพลินชัย หรือจ่าแรม อยู่ในอาการมึนเมาจริง   ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าหลังจากที่ได้สอบสวนมาราธอนมาตลอดทั้งวัน ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง3 คน รวม 3 ข้อหา คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกัมมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, และปลอมเอกสารราชการเนื่องจากเครื่องหมายทะเบียนถูกลบ   ซึ่งอส.ทั้งสองนายยอมรับสารภาพ โดยอส.เพลินชัย หรือจ่าแรม เป็นคนถืออาวุธปืนลูกลงมายิง ส่วน อส.ประดิษฐ์ หรือโก้ เป็นคนขับรถ แต่ในส่วนของจ.ส.อ.ทรงวุฒิ ยังปฎิเสธว่าไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์   ด้านพล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ซึ่งลงมาคุมคดีนี้ด้วยตัวเองเ ปิดเผยว่า คดีนี้ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และทางผบ.มทบ.42 ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนผลการสอบสวนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงกลางวันและพยานหลักฐานชัดเจน โดยสอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปากและรอสอบเพิ่มอีก 3 ปาก ส่วนคนที่ยิงก็เป็นไปตามภาพที่ปรากฏในคลิปว่าใครเป็นถือปืนซึ่งมีโอกาสใช้อาวุธปืนมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ที่ชัดเจนที่สุดแล้วคืออส.2คน ซึ่งเป็นคนถือปืนและคนขับรถ และเมาทั้งคู่โดยเฉพาะคนถือปืนนั้นเมาหนัก ส่วนทหารจะเกี่ยวข้องอย่างไรนั้นต้องสอบในรายละเอียดอีกที   ส่วนสาเหตุนั้นมาจากความมึนเมาและครองสติไม่ได้และเป็นการทำความผิดด้วยตัวเองและไม่ใช่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้า และจากการสอบสวนในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสาเหตุอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงแต่มีเหตุการณ์ต่อเนื่องที่มีข้อขัดแย้งกับบางคนที่ไปตามหาแต่ไม่พบตัว ทำให้ยังคาใจและอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อเจอรถกระบะผู้ตายอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุจึงเข้าใจว่ามาติดตามเฝ้าดู จึงขอตรวจค้นพอไม่ให้ความร่วมมือจึงโกรธและครองสติไม่อยู่จึงเกิดเหตุยิงกันขึ้น และในทางการสอบสวนขณะนี้มีผู้ต้องหาเพียง 3 คน ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่นั้นต้องรอผลการสอบสวนและในชั้นการสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และในวันพรุ่งนี้จะควบคุมตัวทั้งสามคนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลา   ด้านญาติของผู้เสียชีวิต (พี่สาวภรรยาของผู้ตาย) เปิดเผยว่า พอใจและเชื่อมั่นกับการทำงานของตำรวจที่ดำเนินคดีกับทั้ง 3 คนอย่างเด็ดขาดและคัดค้านการประกันตัว   ด้านการดำเนินการทางวินัยในส่วยของ อส.2 นาย มีรายงานว่า นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ได้สั่งการให้อส.2 นายหยุดปฏิบัติหน้าที่และงดสวัดิการ จนกว่าคดีสิ้นสุด ส่วนทหารทางต้นสังกัดจะดำเนินการทางวินัยเช่นกันหลังจากที่สิ้นสุดกระบวนการของฝ่ายตำรวจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TRjC9KuCeDM

 347
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

เร่งล่าตัวคนใจบาป แทงฉมวกใส่หมาไส้ทะลุ คาค่ายทหารสงขลา

สงขลา-เจ้าหน้าที่จากองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์บ้านหมายิ้ม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับองค์กรด้านพิทักษ์สุนัขและสัตว์ WATCHDOG THAILAND เข้าช่วยเหลือสุนัขเพศเมียสีดำอายุประมาณ1ปี ซึ่งถูกยิงด้วยฉมวกแทงปลาเข้าที่บริเวณลำตัวจนทะลุ บริเวณบ้านพักในค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และรีบพาไปรักษาที่คลินิกหมอไก่สองทะเลสัตวแพทย์ ใน อ.เมืองสงขลา   จากการตรวจของสัตวแพทย์พบว่าฉมวกได้แทงทะลุตับ กระเพาะ กระบังลม และลำไส้ อาการน่าเป็นห่วงแต่หลังจากที่ได้ทำการผ่าตัดช่วยเหลือสุนัขตัวนี้ปลอดภัยแล้ว สามารถเดินได้และอยู่ระหว่างการพักฟื้น และตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าหมีดำ   โดยเรื่องที่สุนัขถูกยิงด้วยฉมวก จนท.ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของค่ายทหารแห่งนี้แล้ว ซึ่งก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุใช้ฉมวกยิงสุนัขตัวนี้ รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Of3HnCcIP2c

 1,532
สังคม
25 ต.ค. 62

เร่งล่าตัวคนใจบาป แทงฉมวกใส่หมาไส้ทะลุ คาค่ายทหารสงขลา

สงขลา-เจ้าหน้าที่จากองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์บ้านหมายิ้ม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับองค์กรด้านพิทักษ์สุนัขและสัตว์ WATCHDOG THAILAND เข้าช่วยเหลือสุนัขเพศเมียสีดำอายุประมาณ1ปี ซึ่งถูกยิงด้วยฉมวกแทงปลาเข้าที่บริเวณลำตัวจนทะลุ บริเวณบ้านพักในค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และรีบพาไปรักษาที่คลินิกหมอไก่สองทะเลสัตวแพทย์ ใน อ.เมืองสงขลา   จากการตรวจของสัตวแพทย์พบว่าฉมวกได้แทงทะลุตับ กระเพาะ กระบังลม และลำไส้ อาการน่าเป็นห่วงแต่หลังจากที่ได้ทำการผ่าตัดช่วยเหลือสุนัขตัวนี้ปลอดภัยแล้ว สามารถเดินได้และอยู่ระหว่างการพักฟื้น และตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าหมีดำ   โดยเรื่องที่สุนัขถูกยิงด้วยฉมวก จนท.ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของค่ายทหารแห่งนี้แล้ว ซึ่งก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุใช้ฉมวกยิงสุนัขตัวนี้ รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Of3HnCcIP2c

 1,532
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 62

ดราม่า เจ้าคณะ จ.สงขลา แจ้งวัดห้ามจัดแสดง 'หนังตะลุงน้องเดียว' หลังโพสต์คลิปด่าพระ

สงขลา-จากกรณี พระราชวรเวทีเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ลงนามในหนังสือ บันทึกข้อความเรื่องกรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของคณะหนังตะลุงชื่อดัง ส่งไปยังเจ้าคณะอำเภอ มีข้อความระบุว่า ตามที่ปรากฏตามสื่อเกี่ยวกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของหนังตะลุงที่ชื่อหนังเดียวโดยได้ใช้คำหยาบคายด่าพระภิกษุในการแสดงหนังตะลุงที่วัดเนินพิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลาตามที่ทราบแล้วนั้น   จากพฤติกรรมดังกล่าวนอกจากแสดงความไม่เคารพต่อสถานที่ ซึ่งเป็นศาสนสถานในพระพุทธศาสนา แล้วยังมีพฤติกรรมที่ไม่เคารพต่อพระสงฆ์ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผู้ได้ชื่อว่าศิลปินไม่ควร แสดงออกจากพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเสียหายให้พระสงฆ์ และเห็นว่าหากยังให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาแสดงในวัดยิ่งสร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์   เพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดสงขลา จึงขอความร่วมมือวัดต่างๆให้ระงับหรือยกเว้นการนำหนังตะลุงคณะดังกล่าวเข้ามาแสดงในวัดอีก จนกว่าบุคคลดังกล่าวได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบในพฤติกรรมของตนเอง โดยการขอขมาต่อคณะสงฆ์และบันทึกคลิปการขอขมาดังกล่าวโพสต์ลงใน YouTube และให้ลบโพสต์ที่กล่าวใส่ร้ายพระสงฆ์ใน YouTube ออกด้วย และขอให้เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอ แจ้งให้วัดในเขตการปกครองได้ทราบและปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน   สำหรับต้นเรื่องของปัญหา พระครูโสภิธาดาเจ้าอาวาส วัดเนินพิจิต อ.นาหม่อม จ.สงขลา ระบุว่าไม่ทราบว่าพระภิกษุรูปไหนไปพูดว่า รับหนังน้องเดียวมาตั้ง 8 หมื่นบาท มานั่งเล่นคนเดียว ถ้าเป็นอาตมา ก็จะไม่รับ ซึ่งระหว่างพูดไม่คิดว่าแม่ค้าที่ติดตามมาค้าขายกับหนังน้องเดียว จะได้ยิน จึงนำไปเล่าให้น้องเดียวฟัง   เมื่อน้องเดียวฟังก็โกรธแค้น จึงเล่นหนังตะลุงด่าพระอย่างรุนแรง โดยระบุว่าอาตมาเป็นคนพูด ซึ่งอาตมาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ขณะนี้ทราบว่าทุกวัดทั่วภาคใต้ ที่รับหนังตะลุงน้องเดียว ต่างได้บอกเลิกหมดแล้ว และจะไม่มีวัดไหนรับหนังน้องเดียวมาแสดงอีก เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาเหมือนที่วัดเนินพิจิต   ด้านเพจหนังน้องเดียว ลูกทุ่งวัฒนธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ผมหนังน้องเดียวยกคอนเสิร์ตหนังตะลุงนักร้องแดนซ์เซอร์เต็มเวที พร้อมพี่ชายที่น่ารักมโนราห์ ไข่เหลี้ยม ศรชัย บ่าวยาว นาโยง โทง ทองแดง แป๊ะเท่ง ศรีวิชัย คืนวันที่ 10 มิ.ย.2563 ณ สนามวัดเนินพิจิต อ.นาหม่อน จ.สงขลา บัตร 100 บาท ไม่หักค่าใช้จ่ายเงินรายได้ทั้งหมด ยกให้วัดเนินพิจิต   พระที่ดี ๆ มีหลายองค์ ผมไม่แคร์ พระเปรตหนังน้องเดียว คนจริงไม่กลัวถูกยิง เพราะผมทำในสิ่งที่ดี ผมเชื่อว่าชาวนาหม่อนยังเมตตาผมอยู่มาก ใครไปชมบ้าง 10 มิ.ย.2563 ช่วยคอมเมนต์ ให้ผมได้ชื่นใจทีครับ จากใจอันบริสุทธิ์ของนายหนังตัวเล็ก ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง ขอบคุณทุกความเมตตาครับ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yyoVzq3_zns

 1,939

Top