ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
01 เม.ย. 62

พลังประชารัฐขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวสงขลาชนะ 4 เขต หนุนลุงตู่อยู่ต่อ

แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวสงขลาที่มอบคะแนนเสียง จนทำให้พรรคได้ ส.ส. 4 คนในสงขลา รวม 13 คนในภาคใต้   นายสุวิทย์กล่าวว่า พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอบคุณชาวสงขลาและชาวใต้ที่สนับสนุนนายกฯลุงตู่เป็นนายกฯต่อ อย่าเพิ่งวิตกกังวลเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป ช่วงนี้ควรให้ความสำคัญกับพระราชพิธีก่อน หลังจากนั้นจะชัดเจนมากขึ้น อยากให้เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ไม่นิ่งนอนใจ ในช่วง 6 เดือนหลังเลือกตั้ง เมื่อจัดตั้งรัฐบาลต้องสร้างผลงานอย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vW8k8oOmMSk

 1,128
สังคม-อาชญากรรม
21 มี.ค. 62

เจอหลักฐานสำคัญ กล้องหน้ารถ ตร.นักแฉ 'ร.ต.อ.วัชรินทร์' ขณะถูกคนร้ายตามประกบยิงหน้าบ้านพัก

สงขลา-จากกรณีเหตุคนร้ายลอบยิง ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อายุ 48 ปี อดีตรองสารวัตร กก.สส.ภ.จว.สงขลา นักเคลื่อนไหวช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นจากเจ้าหน้าที่รัฐ จนเสียชีวิต ขณะขับรถเก๋งกลับเข้ามาจอดหน้าบ้านพักถนนประสานมิตร ซอย 2 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา   เบื้องต้นพบว่ากระสุนเจาะเข้าศีรษะและลำตัวจนเสียชีวิต ขณะที่พยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเห็น ร.ต.อ.วัชรินทร์ กำลังจะจอดรถที่หน้าบ้านพัก ระหว่างนั้นมีรถเก๋ง สีดำ ขับเข้ามาประกบแล้วมือปืนลดกระจกรัวปืนยิงใส่ไม่ยั้ง แล้วขับหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดพบหลักฐานชิ้นสำคัญ เป็นภาพจากกล้องหน้ารถเก๋งของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิต ขณะกำลังขับรถเก๋งกลับบ้านพัก มาตามเส้นทางชุมชนเคหะ ผ่านสะพานท่าสะอ้าน ก่อนเลี้ยวเข้าถนนประสานมิตร ซอย2 ซึ่งเป็นบ้านพัก และขณะจอดรถหน้าบ้านคนร้ายที่ขับรถเก๋งตามมาได้กระหน่ำยิงใส่ทันทีเสียงปืนดังขึ้นชัดเจน4 ซ้อน และรีบขับรถเก่งนิสสัน อัลเมร่า สีดำหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนรถของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ได้ถอยหลัง ก่อนที่ญาติๆ จะวิ่งมาช่วย   ทั้งนี้ เสียงในกล้องหน้ารถ ร.ต.อ.วัชรินทร์ กำลังคุยเรื่องคดีหนึ่งอยู่กับทนายและยังบอกว่าจะไลฟ์ในตอนกลางคืนด้วย และถูกยิงในจังหวะนั้นพอดี   ด้านญาติ ยังไม่กล้าเปิดเผยรายละเอียดเกรงจะกระทบหน้าที่การงาน ส่วนทนายความที่เคยทำงานร่วมกับให้รายละเอียดว่า ทำงานค้างอยู่กับร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์อยู่ 5-6 เรื่อง และที่สำคัญคือร้อยตำรวจเอกวัชรินทร์ได้มอบหมายให้ตนเองทำพินัยกรรมตั้งแต่ออกมาเคลื่อนไหว แฉพฤติกรรม สีกากี   ในส่วนของเบาะแสของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมีรายงานจากชุดสืบสวนว่าจากการตรวจสอบภาพของรถอย่างละเอียดคาดว่าคนร้ายน่าจะมี3-4 คนเพราะสภาพรถเก๋งบรรทุกหนักท้ายห้อย ส่วนเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุมุ่งหน้าไปตามถนนกาญจนวนิชเข้าสู่ตัวเมืองสงขลาก่อนที่จะหายไปซึ่งชุดสืบสวนกำลังตามแกะรอยต่อ และลักษณะของการก่อเหตุของคนร้ายซึ่งยิงมาจากในรถเป็นกลุ่มมือปืนรับจ้างแน่นอน   ส่วนปมการสังหารนั้นความเป็นไปได้ขณะนี้มีอยู่ 2 เรื่องคือ เรื่องที่ไปรับทำคดีของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอ.หาดใหญ่ ที่ไปฟ้องร้องพ.ต.อ.ซึ่งเป็นผู้กำกับคนหนึ่ง ที่มีปัญหาทางชู้สาวกับภรรยาของนักธุรกิจคนนี้และอยู่ในขั้นตอนของการตรวจดีเอ็นเอ และอีกประเด็นคือเรื่องส่วนตัวซึ่งพบว่ามีปัญหาเรื่องเงิน 5 ล้านบาทจากการรับเคลียร์เรื่องที่ดิน   ล่าสุดทาง พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้เรียกประชุมวางแผนการสืบสวนสอบสวนและสรุปความคืบหน้าของคดี ก่อนที่จะลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อดูพฤติการของคนร้ายขณะลงมือก่อเหตุ ในส่วนของเบาะแสรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีดำ หมายเลขทะเบียน 2515 นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลรถพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอมแต่ก็มีจุดสังเกตุที่ตำรวจพอจะแกะรอยได้เพราะมีสติ๊กเกอร์ออกสีขาวและเหลืองติดที่กระจกหลัง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pa2REao7YKo

 1,123
ข่าวภูมิภาค
20 มี.ค. 62

หนุ่มวัย 19 โดนคุก 15 ปี 3 เดือน ร่วมมือแฟนสาว ข่มขืนน้องป่วยออทิสติก

สงขลา-จากกรณีที่หญิงสาวอายุ 15 ปี รู้เห็นเป็นใจให้ นายสัณห์พิชย์ หรือหมอก โกบใบ อายุ 19 ปี แฟนหนุ่ม กระทำการข่มขืนน้องสาวที่ป่วยออทิสติก อายุ 12 ปี ในบ้านพัก จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหาดใหญ่   สอบถามพี่สาวซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย บอกเพียงว่าเอาแตงกวายัดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของน้องสาว แต่แพทย์พบร่องรอยของการถูกข่มขืน ซึ่งญาติได้เข้าแจ้งความที่ สภ.สะเดา แต่นายหมอกและพี่สาวเหยื่อได้หลบหนีไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2561   โดยก่อนหลบหนีนายหมอกและแฟนสาวยังได้จับตัวผู้เป็นย่าของผู้เสียหายมัดมือ มัดเท้า และชิงเอาแหวนทองที่ใส่อยู่ พร้อมกับเงินสด 300 บาทไปอีกด้วย จากนั้นญาติๆ ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรม เพื่อดำเนินคดี   ต่อมาตำรวจจับกุมตัวทั้งคู่ไว้ได้ ซึ่งนายหมอกให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้ข่มขืน ตนเองหลับอยู่และนอนกันคนละห้อง แฟนสาวเป็นคนใช้แตงกวายัดเข้าไปในอวัยวะเพศของน้องสาวเอง เพราะน้อยใจที่พ่อรักน้องสาวมากกว่าและชอบดุด่าตัวเอง ส่วนตัวผู้ต้องหาหญิง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างควบคุมของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ส.ค.61   คืบหน้าทางคดี วานนี้ (19 มี.ค.) ศาลจังหวัดนาทวี ได้อ่านคำพิพากษาตัดสินคดีดังกล่าว โดยศาลได้พิพากษาสั่งจำคุก นายหมอก อายุ 19 ปี จำเลยในคดีนี้ 30 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 15 ปี 3 เดือน   ตามฐานความผิด 4 ข้อหา คือร่วมกันชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม จำคุก 14 ปี, ฐานร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจำคุก 4 ปี, ฐานร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจจำคุก 12 ปี และฐานเสพเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนกฎหมายจำคุก 6 เดือน   นอกจากนี้ศาลริบของกลาง ให้จำเลยคืนแหวนทองคำและโทรศัพท์เคลื่อนที่แก่ผู้เสียหายที่สาม ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทน 50,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 ส.ค.61 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าธรรมเนียม ค่าทนายให้เป็นพับ หลังรับฟังคำตัดสินของศาล ญาติของนายหมอกยังไม่มีท่าทีจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s7SmXyo2s1Y

 1,941
สังคม-อาชญากรรม
20 มี.ค. 62

บุกยิง ‘ร.ต.อ.วัชรินทร์’ ตำรวจนักแฉ ดับหน้าบ้านพักที่สงขลา คาดปมเปิดโปงคดีที่มีตร.เกี่ยวข้อง

สงขลา-เกิดเหตุยิงกันที่หน้าบ้านพัก ถนนประสานมิตร ซอย2 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา โดยผู้ที่ถูกยิงคือ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อายุ 48 ปี อดีตรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ถูกคนร้ายบุกยิงภายใน รถเก๋ง สีขาว ขณะขับรถมาจอดที่หน้าบ้านพักและกำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ภายในรถ โดยถูกยิงด้วยอาวุธพกสั้นเข้าบริเวณลำตัวและที่คางรวม 3 นัด ขณะที่ยังนั่งอยู่ภายในรถ   มีรอยกระสุนปืน 3 รูที่ประตูรถฝั่งคนขับ และช่วงเกิดเหตุทางหน่วยกู้ภัยพยายามปั้มหัวใจช่วยชีวิตและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้ มีคลิปขณะที่กู้ภัยได้นำร่างผู้บาดเจ็บทำการปฐมพยาบาล CPR ก่อนนำตัวสงโรงพยาบาลสงขลา ความยาวประมาณ 2 นาทีเศษ   ส่วนเบาะแสของคนร้ายคาดว่ามีสองคนขับรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน 2515 ไม่ทราบหมวดอักษรและจังหวัด โดยขับตามรถของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ มาห่างๆ เมื่อมาจอดหน้าบ้านคนร้ายได้เดินลงมากระหน่ำยิง และรีบวิ่งขึ้นรถขับหลบหนีไป ซึ่งตำรวจกำลังไล่แกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย   ภายหลังเกิดเหตุพันตำรวจเอกจำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา และชุดพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และให้ชุดสืบสวนติดตามกล้อง CCTV เส้นทางซึ่งคาดว่าคนร้ายจะใช้รถหลบหนี เบื้องต้นทราบว่าป้ายทะเบียนปลอม 2515 ไม่ทราบหมวดอักษร จังหวัด ซึ่งเป็นรถของคนร้ายซึ่งตามประกบผู้เสียชีวิตออกจากที่ทำงานมาถึงบ้านพักก่อนลงมือ   ขณะที่ศพผู้เสียชีวิตแพทย์อยู่ระหว่างผ่าเอาหัวกระสุน เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่่พิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบว่าเป็นชนิดใด เคยก่อเหตุใดมาบ้าง เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ทั้งนี้ แหล่งข่าวในชุดพิสูจน์หลักฐานเก็บได้ส่วนใหญ่เป็นเศษหัวกระสุนซึ่งแตกออกเป็นชิ้นเล็กชนิดน้อย ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นกระสุนขนาดใดชนิดใด   นายรัตน์ ภาระคง พี่ชายของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะนั่งอยู่หน้าบ้านได้ยินเสียงปืนและจึงวิ่งออกมาดูและเห็นรถของน้องชายถอยหลังอยู่ และเห็นรถของคนร้ายขับออกไป ส่วนน้องชายพูดไม่ได้แล้วแต่ยังหายใจ   อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ยังไม่มีใครออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุของการถูกยิง โดยยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่มีรายงานว่าน่าจะเกี่ยวข้อง กับการออกมาเคลื่อนไหวช่วยเหลือชาวบ้านที่ต้องคดีอาญา ที่มีคู่กรณีเป็นตำรวจ และไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยร่วมกับกลุ่มทนายอาสาเข้ามาช่วยทางคดี รวมทั้งได้ไลฟ์ผ่านเพจส่วนตัวแฉพฤติกรรมของตำรวจทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและตำรวจที่มีพฤติกรรมส่วนตัวที่ไม่เหมาะสม   เช่น กรณีตำรวจสภ.หาดใหญ่ ตรวจฉี่ชาวบ้านและยัดข้อหาเสพยาเสพติดซึ่งมีทั้งตำรวจถูกสั่งพักราชการและให้ออกราชการ และคดีล่าสุดคือฟ้องร้องนายตำรวจระดับยศ พ.ต.อ.คนหนึ่งที่มีปัญหาชู้สาวกับภรรยานักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คนหนึ่งที่มีตำแหน่งเป็นรองนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.สงขลา ซึ่งเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) ศาลได้นัดไต่สวนคู่กรณี และขณะที่ถูกยิงก็กำลังพูดคุยกับทนายในคดีนี้ด้วย และทนายได้ยินเสียงปืนและร.ต.อ.วัชรินทร์บอกว่าตนถูกยิงและเสียงเงียบไป   สำหรับประวัติของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ได้ถูกให้ออกจากราชการเมื่อวันที่ 13 มกราคม 60 ในคดีหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย หลังจับกุมตัว นายอุทัย คงจันทร์ และนายรุ่งรัตน์ พงศ์หนองโน ผู้เสียหาย แล้วเอามือไพล่หลัง ก่อนมัดด้วยเชือกมัดสายเคเบิ้ล   โดย ร.ต.อ.วัชรินทร์ แอบอ้างที่ดินสาธารณะว่าเป็นของตนเอง และให้ผู้เสียหายออกจากที่ดินสาธารณะ เบ่งว่าตนเองเป็นตำรวจชั้นสูง ในชั้นศาล ร.ต.อ.วัชรินทร์ รับสารภาพว่ากระทำผิดจริง ศาลแขวงจังหวัดสงขลามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท แต่ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี   และทางผู้บังคับบัญชาได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ร.ต.อ.วัชรินทร์ กรณีต้องคดีอาญา มีพฤติการแสดงตนเป็นนายตำรวจ เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงเกียรติของข้าราชการ กระทำผิดแบบธรรมเนียมของข้าราชการที่ดี เป็นการเสื่อมเสียภาพพจน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรองการลงโทษมีความเห็นว่า พฤติการณ์ของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง รังแกประชาชน และมีคำสั่งปลดออกจากราชการ และหลังจากนั้น ร.ต.อ.วัชรินทร์ ก็ได้ฟ้องร้องผู้บังคับบัญชาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในในเรื่องนี้แต่ก็ไม่เป็นผลจนถูกออกจากราชการ และได้ผันตัวเองมาแฉวงการทุจริตและประพฤติมิชอบของตำรวจเรื่อยมาจนกระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Mb0QmGrETpg

 1,577
ข่าวภูมิภาค
19 มี.ค. 62

คนร้ายบุกยิง ‘ร.ต.อ.วัชรินทร์’ เคยแฉพฤติกรรมทุจริตตำรวจ เสียชีวิตหน้าบ้านพัก

วันที่ 19 มี.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. เกิดเหตุยิงกันที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ถนนประสานมิตร ซอย 2 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา โดยผู้ที่ถูกยิงคือ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อายุ 48 ปี อดีตรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ถูกคนร้ายบุกยิงภายในรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาว ขณะขับรถมาจอดที่หน้าบ้านพัก    โดยถูกยิงด้วยอาวุธพกสั้นเข้าบริเวณลำตัวและที่คางรวม 3 นัด ขณะที่ยังนั่งอยู่ภายในรถ โดยมีรอยกระสุนปืน 3 รู ที่ประตูรถฝั่งคนขับ และช่วงเกิดเหตุทางหน่วยกู้ภัยพยายามปั้มหัวใจช่วยชีวิตและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะนี้ตำรวจได้ปิดกั้นจุดเกิดเหตุห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป    ส่วนเบาะแสของคนร้ายคาดว่ามี 2 คนขับรถเก๋งตามรถของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ มาห่างๆ เมื่อมาจอดหน้าบ้านคนร้ายได้เดินลงมากระหน่ำยิง และรีบวิ่งขึ้นรถขับหลบหนีไป   ส่วนสาเหตุยังไม่มีใครออกมายืนยัน แต่น่าจะมีสาเหตุมาจากการที่ ร.ต.อ.วัชรินทร์ ร่วมกับกลุ่มทนายอาสาออกมาช่วยเหลือทางคดีอาญาให้กับผู้เสียหายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ รวมทั้งยังไลฟ์ผ่านเพจของตัวเอง แฉพฤติกรรมของตำรวจที่ตั้งด่านรีดไถ หรือตรวจปัสสาวะยัดข้อหา รวมถึงคดีอื่นๆ ที่ตำรวจเข้าข่ายทำผิดทั้งพฤติกรรมส่วนตัวและในหน้าที่การงาน  

 25,516
การเมือง
18 มี.ค. 62

พปชร.-ปชป. ตั้งเวทีประชันสงขลา 'ชวน' แขวะ คสช.ตั้ง รธน.ปราบโกง แต่ปราบไม่ได้สักนิด

2 พรรคใหญ่ พลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ตั้งเวทีปราศรัยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งที่ จ.สงขลา ในวันเดียวกัน   โดยพรรคพลังประชารัฐนำโดย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีปราศัยที่บริเวณสี่แยกสะพานดำ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชูนโยบาย เลือกพลังประชารัฐแล้วบ้านเมืองจะไม่วุ่นวาย จะทำให้ราคายางพาราและปาล์มน้ำมันพุ่งสูงขึ้น   ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ปราศรัยที่สงขลาเช่นกัน นายชวน หลีกภัย กล่าวว่า ต้องการพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ให้มากพอที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ จะทำตามนโยบายทุกอย่าง แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ประกันรายได้ ประกันราคาผลผลิตการเกษตร มั่นใจว่า ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ของพรรคทั้ง 8 เขต จะได้รับการเลือกตั้งทั้งหมด   มีประเด็นที่นายชวนพูดว่า รัฐบาล คสช.ที่ได้ประกาศไว้ว่าจะปฏิรูปการเมือง เป็นรัฐบาลมาเป็นเวลา 4 ปีกว่า ยังไม่มีการปฏิรูปการเมือง เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ตั้งฉายาว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ไม่ได้ปราบโกงแม้แต่สักนิด ยังมีการโกง รัฐมนตรีบางคนยังโกงกันอยู่ และยังส่งเสริมระบบการเมืองแบบซื้อเสียงเหมือนเดิม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IGt3K98q_oE

 1,388
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
18 มี.ค. 62

พปชร.-ปชป. ตั้งเวทีประชันสงขลา 'ชวน' แขวะ คสช.ตั้ง รธน.ปราบโกง แต่ปราบไม่ได้สักนิด

2 พรรคใหญ่ พลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ตั้งเวทีปราศรัยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งที่ จ.สงขลา ในวันเดียวกัน   โดยพรรคพลังประชารัฐนำโดย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีปราศัยที่บริเวณสี่แยกสะพานดำ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชูนโยบาย เลือกพลังประชารัฐแล้วบ้านเมืองจะไม่วุ่นวาย จะทำให้ราคายางพาราและปาล์มน้ำมันพุ่งสูงขึ้น   ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ปราศรัยที่สงขลาเช่นกัน นายชวน หลีกภัย กล่าวว่า ต้องการพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ให้มากพอที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ จะทำตามนโยบายทุกอย่าง แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ประกันรายได้ ประกันราคาผลผลิตการเกษตร มั่นใจว่า ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ของพรรคทั้ง 8 เขต จะได้รับการเลือกตั้งทั้งหมด   มีประเด็นที่นายชวนพูดว่า รัฐบาล คสช.ที่ได้ประกาศไว้ว่าจะปฏิรูปการเมือง เป็นรัฐบาลมาเป็นเวลา 4 ปีกว่า ยังไม่มีการปฏิรูปการเมือง เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ตั้งฉายาว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ไม่ได้ปราบโกงแม้แต่สักนิด ยังมีการโกง รัฐมนตรีบางคนยังโกงกันอยู่ และยังส่งเสริมระบบการเมืองแบบซื้อเสียงเหมือนเดิม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IGt3K98q_oE

 1,388
ข่าวภูมิภาค
06 มี.ค. 62

เครื่องบินกองทัพลงจอดฉุกเฉิน กลางสวนยางสงขลา ชาวบ้านเลี้ยงวัวฮีโร่ วิ่งเข้าพยุง 3 นักบินออกจากเครื่อง

สงขลา-เกิดเหตุเครื่องบินโจมตีแบบยุทธการ 2 (AU23A) ของกองทัพอากาศซึ่งขึ้นบินจากจังหวัดปัตตานี และร่อนลงจอดฉุกเฉินบริเวณสวนยางพารา ท้องที่หมู่ 6 บ้านทุ่งเจริญ ตำบลทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกองบิน 56 ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เป็นเขตหวงห้ามบุคคลภายนอกเข้า เนื่องจากมีกลิ่นน้ำมันคละคลุ้ง   โดยผู้ที่อยู่ในเครื่องสังกัด กองบิน 56 กองทัพอากาศ ประกอบด้วย เรืออากาศเอก ศรพล พาณิชสมัย อายุ 29 ปี นักบิน เรืออากาศโท จักรพรรดิ วรรณภาสชัยยง อายุ 26 ปี นักบิน จ่าอากาศเอก กิตติ ธรรมาเจริญราช อายุ 24 ปี ช่างเครื่อง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เครื่องบินลำนี้ได้ขึ้นบินออกมาจาก สนามบินบ่อทอง จ.ปัตตานี เพื่อเดินทางมาที่ กองบิน 56 อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา แต่เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุเกิดเครื่องขัดข้อง และร่อนลงฉุกเฉินที่บริเวณสวนยางพารา เป็นเหตุให้นักบินและช่างเครื่องได้รับบาดเจ็บ   ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวชื่มชมนักบิน มีทักษะอย่างมากที่สามารถบังคับให้เครื่องลงในสวนยางพาราได้ หากเครื่องร่อนลงบริเวณชุมชน คาดว่าจะมีความเสียหายใหญ่หลวง   นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์และเป็นฮีโร่เข้าไปช่วยพยุงนักบินทั้ง3 คนออกมาจากเครื่องคือ นายศักดา ขัดเขียว อายุ 29 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่เกิดเหตุ ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าเห็นเครื่องบินลำนี้ร่อนลงในป่า   จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือโดยนำนักบินและช้างเครื่องทั้ง 3 นายออกมาจากตัวเครื่อง โดยนักบิน2 นายบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนช่างเครื่องอาการหนักที่สุด และรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ นำนักบินและช่างเครื่องทั้ง3 นายส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NLH_Hfzz_qk

 2,737
ข่าวภูมิภาค
05 มี.ค. 62

หนุ่มทะเลาะกันปมติดพันสาว บานปลายไล่ยิงกันกลางตลาดสดหาดใหญ่ ตาย 1 เจ็บ 5

สงขลา-เมื่อช่วงตี 3 ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุไล่ยิงกันกลางตลาดสดพลาซ่า ถนนรัถการ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีผู้คนมาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก   เบื้องต้นมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตจำนวน 1 คน คือ นายธง แซ่แต้ อายุ 38 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ตรงหัวมุมถนนถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9มม. เข้าราวนมซ้าย 1 นัด และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 ราย หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ในจำนวนนี้มีผู้หญิง1 ราย ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่บนถนน 4 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   หลังจากที่ตำรวจสภ.หาดใหญ่ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชาย ได้มีเรื่องกับคู่กรณีมาจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ และมาไล่ยิงกันกลางถนนในตลาดสด   ล่าสุดผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้ว คือ นายไพริญ นาดเกลี้ยง อายุ 39 ปี พร้อมกับอาวุธปืน 9 มม.ที่ใช้ก่อเหตุ และยอมรับสารภาพ โดยให้การว่าก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นมามีเรื่องทะเลาะกันบริเวณจุดเกิดเหตุ และน้าชายของตนซึ่งขายของอยู่ใกล้ๆได้เข้าไปห้ามและถูกแทงเข้าที่คอบาดเจ็บรวมทั้งเพื่อนอีกคนที่เข้าไปช่วยห้ามก็ถูกฟันที่มือด้วยถูกส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่   และแม่ของตนซึ่งขายของอยู่แถวนั้นด้วยได้โทรศัพท์ไปบอกตนให้มาช่วยมาดู ก็พบกับกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คนเป็นชาย 4 คนหญิง 1 คน ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ผู้ตายกับเพื่อนพยายามจะเข้ามาทำร้ายตนโดยถือมีดสปาต้าเข้ามาด้วย ตนจึงชักอาวุธปืน 9 มม.ยิงขึ้นฟ้า แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมหยุด ยังเดินถือมีดเข้ามาหาจึงตัดสินใจยิงใส่ผู้ตายและกลุ่มเพื่อนทันทีเพื่อป้องกันตัว   จากการสอบถามวัยรุ่นหญิง พนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนราษฎร์อุทิศ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เรื่องนี้เริ่มจาก ผู้ตายได้มาติดพันเพื่อนของตนที่เป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่ร้าน และเป็นกิ๊กกันเนื่องจากเพื่อนบอกว่าไม่มีแฟน   ทำให้ผู้ตายมักจะมานั่งดื่มกินที่ร้านเป็นประจำและเมื่อคืนนี้ได้ให้ทิปถึง 500 บาท หลังร้านปิดช่วงตี 2 แฟนของเพื่อนก็มารับที่ร้าน แต่ผู้ตายเห็นพอดีจึงไม่พอใจขับรถตามมา โดยมาที่หน้าร้านสะดวกซื้อที่หน้าโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพราะเพื่อนกับแฟนแวะเข้าไปซื้อของ   จากนั้นผู้ตายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาจะเข้าไปหาเรื่อง แฟนของเพื่อนจึงวิ่งหนี แต่ถูกไล่ตามไปทันที่บริเวณสี่แยกตลาดตลาดสด และมีเรื่องชกต่อยกันขึ้น ปรากฏว่าระหว่างนั้นมีพ่อค้าขายหมูกับเพื่อนเข้ามาห้าม จึงถูกแทงเข้าที่คอและฟันเข้าที่มือ ซึ่งตนและเพื่อนของผู้ตายพยายามเข้าไปห้ามและยกทั้งสองฝ่าย โดยแฟนเพื่อนขึ้นรถออกไป ส่วนกลุ่มผู้ตายกับเพื่อนรวม 5 คนยังอยู่ที่เกิดเหตุโดยเฉพาะผู้ตายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาด้วย กระทั่งเกิดเหตุบานปลายยิงกันขึ้นตามมาดังกล่าว   ชมผ่านยทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/0mark1P-MSM  

 1,063
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.พ. 62

ครอบครัวเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ เสียหาย 80 ล้าน ร่ำไห้นำมาลัยขอขมา เจ้าของร้านบอกไม่ต้องเครียด-ให้อภัย

สงขลา-ที่ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ พนักงานสอบสวนได้นัดคู่กรณีคดีเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ เสียหาย 80 ล้านบาท มาพบกันเป็นครั้งแรกเพื่อเจรจาเรื่องค่าเสียหาย โดย นายพฤหัส แซ่จิว อายุ 26 ปี หรือแบงค์ ได้มาพร้อมกับพ่อและแม่ และยังอยู่ในอาการบาดเจ็บมีผ้าพันแผลที่ใบหน้า ที่คิ้วซ้าย ที่จมูก และที่มือ พร้อมกับเตรียมดอกไม้มาขอขมาเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์   และวินาทีเมื่อ นายอัชอารีย์ วันอับดุลเลาะฮ์ เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ เดินทางเข้ามายังห้องพนักงานสอบสวนและทั้งสองฝ่ายได้พบพบหน้ากันเป็นครั้งแรก ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกได้ยกมือไหว้ นายอัชอารีย์ เพื่อขอโทษ โดยเฉพาะ นายพฤหัสกับนางนงลักษณ์ ซึ่งเป็นแม่ถึงกับทรุดตัวก้มลงกราบเท้า นายอัชอารีย์ และร้องไห้พร้อมกับขอโทษตลอดเวลา   ในขณะที่ นายอัชอารีย์ ก็รับคำขอโทษและพยายามที่จะพยุงร่างของทั้งสองแม่ลูกขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และยังบอกว่าได้ให้อภัยตั้งแต่วันแรกแล้วไม่เคยถือโทษโกรธแค้น และความผิดพลาดทั้งหมดก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว และหาวิธีแก้กันต่อไป และบอกให้นายพฤหัส รวมทั้งพ่อและแม่ไม่ต้องเครียดและให้อภัยทุกคนด้วยความเต็มใจ และนายพฤหัส ก็ได้มอบพวงมาลัยดอกมะลิ เพื่อแสดงความขอโทษด้วยความบริสุทธิ์ใจ   ในขณะที่ นายพฤหัส เองก็กล่าวว่าหลังเกิดเหตุตัวเองเครียดมากทำอะไรไม่ถูก และที่ผ่านมาก็คิดที่จะมาพบและขอโทษแต่เครียดมากไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร และขออภัยทุกอย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างไร   จากนั้นทั้งสามคนก็ได้มานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน โดยนายอัชอารีย์ เปิดเผยว่า การที่น้องและครอบครัวมาขอโทษตนเองก็อภัยให้ด้วยความเต็มใจ ส่วนเรื่องขอความเสียหายหลังจากนี้ก็จะคุยกันว่าตัวน้องและครอบครัวจะว่าอย่างไร ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะเจรจาตั้งแต่แรกแล้วส่วนเรื่องของการอภัยก็อภัยให้หมดแล้ว เพราะความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ในขณะที่น้องแบงค์ ได้ยกมือไหว้ และกล่าวว่า ขอโทษในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น   นายอัชอารีย์ กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องค่าเสียหายจำนวน 80 ล้านบาทนั้น ก็จะดูว่าทางครอบครัวนี้มีความสามารถที่จะจ่ายได้แค่ไหนก็คงจะให้จ่ายเท่าที่จะจ่ายได้ ส่วนเรื่องคดีแพ่งก็ต้องว่ากันอีกทีหลังจากที่ได้ข้อสรุปหลังจากที่มีการคุยกันแล้ว และมีประโยคหนึ่งที่นายอัชอารีย์ บอกกับครอบครัวว่า เราอยู่ในโลกใบเดียวกันก็เหมือนอยู่บ้านเดียวกัน   ส่วนทางคดีพนักงานสอบสวนได้แจ้งดำเนินคดี นายพฤหัส ใน 2 ข้อหา คือ ขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย และขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยจะคุมตัวส่งฟ้องศาลในวันจันทร์ และนอกจากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายจะมาพบและคุยกันเรื่องค่าเสียหายแล้ว ยังมีเจ้าของร้านเหล็กที่อยู่ติดกันซึ่งได้รับความเสียหายราว 1 ล้าน 5 แสนบาทก็มาเจรจาเรื่องค่าเสียหายด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/c2z3M6pG83A

 16,841
ข่าวภูมิภาค
24 ก.พ. 62

จับเด็กแว้นซิ่งป่วนเมือง 2 จุด รวบรวม 70 คน พบอายุน้อยสุด 13 ปี ยึด จยย.เพียบ

สงขลา-ตำรวจหาดใหญ่ตั้งจุดสกัดทั่วเมือง สกัดเยาวชนขับรถจักรยานยนต์ป่วนเมือง 16 ราย ในจำนวนนี้เป็นเยาวชน 13 ราย ยึดรถ 12 คัน พบปัสสาวะสีม่วง 1 หลบหนีหมายจับคดีทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 1 และหัวโจ๊ก 1 ราย เชิญผู้ปกครองทำทัณฑ์บน   ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ และทหาร จำนวน 40 นาย เข้าปิดล้อมจับกุมกลุ่มวัยรุ่น ที่แข่งรถ จยย. บนถนนหทัยราษฏร์ ซอย 39 จนถึงถนนไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. โดยสามารถจับกุมกลุ่มเด็กแว้น รวม 54 ราย อายุตั้งแต่ 13-30 ปี และยึดรถจยย.ทั้งหมด 95 คัน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Axxwco7se58

 1,420
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ก.พ. 62

สุดฮา โซเชียลแชร์ภาพ ตร.ล่อควายออกจากหอพัก เผยสารพัดวิธีกว่าภารกิจจะสำเร็จ

วันที่ 20 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Puripan Suwannarat ซึ่งเป็นตำรวจจาก สภ.เมืองสงขลา ได้โพสต์ภาพที่ทำเอาฮากันทั้งโซเชียลฯ โดยเป็นภาพที่ตำรวจหนุ่มคนดังกล่าวกำลังหลอกล่อควายตัวหนึ่งที่เขาไปอยู่ในอพาร์ทเม้นต์ให้ออกมา   พร้อมระบุข้อความว่า ‘วันนี้เข้าร้อยเวร202 สภ.เมืองสงขลา พี่กลับบ้านช้าหน่อยนะที่รัก ต้องพาควายออกจากอพาร์ตเมนต์ เอาไปเข้าคอกก่อนนะ’   โดยภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยคอมเม้นต์ส่วนใหญ่ต่างสงสัยว่าเข้าไปอยู่ในหอพักได้อย่างไร   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ ได้สอบถาม ไปยัง ร.ต.อ.ภูริพันธุ์ สุวรรณรัตน์ รอง สวป.สภ.เมืองสงขลา ซึ่งเป็นผู้โพสต์ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวานนี้ (20 ก.พ.) เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น. ตนได้รับแจ้งว่ามีควายเข้าไปในอพาร์ทเม้นต์ ซึ่งควายตัวดังกล่าวได้ไล่ขวิดกับควายอีกตัวหนึ่ง แล้ววิ่งหนีเข้าไปด้านใน ตนจึงใช้วิธีต่างๆ เพื่อล่อควายออกมา ทั้งใช้ไม้ยาวที่ผูกด้วยเสื้อสะท้อนแสง ใช้เชือกเพื่อจะคล้องลากควายออกมา แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย ซึ่งวิธีสุดท้ายที่ทำให้ควายออกมาคือการจุดปะทัด เมื่อควายตกใจจึงวิ่งออกมา ภารกิจการล่อควายจึงเสร็จสิ้นลง โดยใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 1 ชั่วโมง   ร.ต.อ.ภูริพันธุ์ กล่าวต่อมาว่า ไม่ทราบว่าควายทั้ง 2 ตัวที่ไล่ขวิดกันมาเป็นของใคร เพราะไม่เจอเจ้าของ เมื่อควายออกมาได้ก็กลับไปที่ทุ่งนาเหมือนเดิม       

 7,086
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

แม่ร่ำไห้ยันลูกชายเป็นคนดี หลังขับเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ไฟลุกท่วม ยันจะชดใช้ค่าเสียหายเท่าที่จะทำได้

สงขลา-ความคืบหน้าเหตุรถเก๋งพุ่งชนร้านบางกอกลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อช่วงตี 3 ของคืนวันที่18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนเกิดไฟลุกไหม้รถเก๋งและลุกลามไหม้ร้านเฟอร์นิเจอร์หมดทั้งหลังค่าเสียหายประมาณ 80 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ขับรถชนนั้น พบว่าเกิดจากสาเหตุเมาแล้วขับ   ล่าสุดนายอัชอารีย์ วันดับดุลเลาะฮ์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านได้เข้าพบกับนายสมศักดิ์ จันทรชู นายอำเภอหาดใหญ่ เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการขอรับความช่วยเหลือเยียวยา พร้อมเปิดเผยว่า ในส่วนของคดีจะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งกับคู่กรณีเรื่องค่าเสียหายแต่สุดท้ายแล้วจะได้หรือไม่ได้นั้นก็ค่อยมาว่ากันอีกที   หลังเกิดเหตุยังไม่ได้รับการติดต่อหรือพูดคุยกับคู่กรณีแต่อย่างใด แต่ยืนยันว่าจะยังคงสู่ต่อไปและกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งหลังจากที่เสร็จสิ้นทางคดี และขณะนี้ได้รับกำลังใจจากทุกภาคส่วนที่เข้าไปเยี่ยมเยียนและแสดงความห่วงใย รวมถึงผู้นำศาสนาทั้งในพื้นที่และคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศและองค์กรด้านมนุษยธรรม   ขณะที่อาการของ นายพฤหัส แซ่จิว อายุ 26 ปี คนขับเก๋ง ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านพักแล้ว พร้อมยอมรับสารภาพโดยบอกว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปนั่งดื่มเบียร์กับเพื่อนและบอกเพียงว่าดื่มไปพอสมควร และขับรถกลับบ้าน แต่ระหว่างทางได้เกิดหลับในพุ่งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ แต่ขณะสภาพจิตใจยังย่ำแย่ไม่พร้อมที่จะพบหรือพูดคุยกับใคร   ทั้งนี้หลังจากที่ผลตรวจแอลกอฮอร์ออกมาทางพนักงานสอบสวนก็จะเรียกตัว นายพฤหัสมารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งได้ตั้ง 2 ข้อหาคือ ขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย และขับรถขณะเมาสุรา   นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะเชิญผู้เสียหายทั้งเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์และเจ้าของร้านเหล็กใต้ที่อยู่ข้างเคียงมาและได้รับความเสียหายด้วย มาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยในส่วนของร้านเหล็กนั้นค่าเสียหาย 1 ล้าน 5 แสนบาท ส่วนร้านเฟอร์เจอร์เบื้องต้นอยู่ที่ 80 ล้านบาท แต่ยังไม่สรุปตัวเลขที่ชัดเจน   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของ นายพฤหัส แซ่จิว อายุ 26 ปี คน คนขับรถเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ โดยยังมีอาการบาดเจ็บที่ใบหน้าและหัวไหล่จากแรงกระแทก และได้พูดคุยถึงเหตุการณ์นี้สั้นๆ แต่ไม่ขอเผยตัวหรือถ่ายบ้านพักซึ่งเป็นบ้านเช่า   โดยบอกว่าในคืนเกิดเหตุได้กลับจากบ้านเพื่อนแต่เกิดหลับในรถจึงพุ่งชนร้านเฟอร์นิเจอร์แต่รายละเอียดของสาเหตุนั้นไม่ขอพูดถึงได้ให้การกับตำรวจไปแล้ว และตนเองเสียใจมากและขอโทษเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ด้านแม่ของผู้ก่อเหตุกล่าวทั้งน้ำตาและยกมือท่วมหัวขอโทษเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ บอกว่า ลูกชายเป็นคนดีขยันทำมาหากินและเป็นเสาหลักของครอบครัว ทั้งเลี้ยงดูพ่อแม่ที่ป่วยและส่งน้องเรียน โดยพ่อเพิ่งออกจากโรงพยาบาลส่วนแม่ก็ป่วยโรคไต ต้องฟอกไตต่อเนื่อง น้องชายก็กำลังเรียนอยู่   ส่วนลูกชายเองก็ต้องดรอปเรียนชั่วคราวระหว่างที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เพราะต้องออกมาช่วยเหลือครอบครัว ประกอบอาชีพซ่อมโทรทัศน์ ขายเสื้อผ้า และปลูกต้นทานตะวันอ่อน ทำทุกทางเพื่อที่จะหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว และหลังจากนี้เมื่ออาการดีขึ้นทางครอบครัวก็จะไปขอโทษทางเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์อีกครั้งและยอมรับผิดพร้อมชดเชยค่าเสียหายเท่าที่จะมีความสามารถชดใช้ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9EVDikQmzUI

 56,298
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ก.พ. 62

ยายแก้บนชุดใหญ่ หอบพวงมาลัยไหว้ 'จ่าเฉย' หลังถูกหวย 3 งวดติด - ลูกสอบติดราชการ

โลกออนไลน์แชร์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก งานราชการ เป็นภาพของยายคนหนึ่ง ที่นำพวงมาลัย ธูป บายศรี มาไหว้รูปปั้นตำรวจจราจรจ่าเฉย ที่ตั้งหน้า สภ.สงขลา หรือ จ่าเฉย โดยมีข้อความระบุว่า   “ยายคนนี้บนจ่าเฉยไว้ถูกลอตเตอรี่ 3 งวดติดต่อกันแล้ว แถมบนลูกสอบราชการได้ เลยจัดแก้บนชุดใหญ่”   ซึ่งเมื่อมีภาพดังกล่าวออกไปทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ทั้งบอกว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ทำเพื่อความสบายใจ และไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย แต่อีกฝ่ายก็มองว่าเป็นความงมงาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MuQ8IFPI-p8

 7,590
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 62

สงขลาระทึก พบวัตถุต้องสงสัย หน้าถ้ำเสือ ใกล้รูปปั้นนางเงือกทอง เร่งหามือมืดนำมาวาง

สงขลา-พบวัตถุต้องสงสัย บริเวณกองหญ้าใกล้เสาไฟฟ้า หน้าถ้ำเสือ ใกล้กับชายหาดสมิหลาสงขลาและห่างจากรูปปั้นนางเงือกทอง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังประมาณ 250 เมตร จนท.ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทั้งหมด และประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรือ EOD ตำรวจภูธรภาค9 เข้าตรวจสอบ   โดยเจ้าหน้าที่ EOD ได้ทำการตรวจค้นบริเวณโดยรอบทั้งหมด โดยเฉพาะในถังขยะและกองขยะที่อยู่ใกล้เคียง และใช้เครื่องบินไร้คนขับหรือโดรนบินตรวจสอบบริเวณกล่องวัตถุต้องสงสัย จากการตรวจสอบพบว่าเป็นกล่องพลาสติกมีการต่อวงจรสายไฟฟ้าและมีปลั้กไฟเสียบต่อพวงออกมาข้างนอกกล่อง เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีจึงใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลาย    จากการตรวจสอบพบว่าด้านในไม่มีดินระเบิด หรือสะเก็ดระเบิด พบเพียงสายไฟที่ใช้ต่อวงจรไฟฟ้าและนาฬิกาข้อมือและปลั้กไฟ   หลังจากพบวัตถุต้องสงสัย ทางนายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังสงขลา ได้เดินทางมายังจุดที่พบวัตถุต้องสงสัย และเข้าตรวจสอบจุดดังกล่าว นายวีรนนท์เผยว่า วัตถุดังกล่าวอาจจะเป็นกล่องวงจรที่มีบุคคลนำมาทิ้งไว้โดยไม่ตั้งที่จะทำให้เกิดความเสียหายหรืออาจเป็นอุปกรณ์ที่คนร้ายนำมาทิ้งเพราะกลัวความผิด ซึ่งทางจังหวัดสงขลามีมาตรการเข้มงวดด้านความปลอดภัยอยู่แล้ว   ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสผู้ที่นำกล่องดังกล่าวมาทิ้งไว้และนำวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวไปตรวจสอบอย่างละเอียดและสอบอีกครั้งหนึ่ง   โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคมปลายปีที่แล้วในบริเวณใกล้เคียงกันรวมทั้งบริเวณนางเงือกทองแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังสงขลาเคยถูกคนร้ายลอบนำระเบิดมาวางไว้และเกิดระเบิดจนทำให้นางเงือนได้รับความเสียหายมาแล้วครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lkn7fv7pdWA

 1,521

Top