ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

สามีเก่าสุดแสบ ฉุนง้อไม่สำเร็จ ล็อคกุญแจขังอดีตเมีย-ญาติ 4 ชีวิตในบ้าน ต้องกินข้าวใกล้บูดแก้หิว

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าของบ้าน เนื่องจากถูกอดีตสามีใช้กุญแจล็อคขังเอาไว้ข้างใน มีผู้ที่อยู่ในบ้าน 4 ชีวิตออกมาไม่ได้ ในจำนวนนี้มีเด็กชายอายุ 4 ขวบรวมอยู่ด้วยและต่างหิวโหย   ที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ 2 ซอยประสานมิตร ย่านชุมชนท่าเคียน เขตเทศบาลเมืองหาดใหญ่ ประตูเหล็กถูกล็อคกุญแจจากข้างนอก ขังคนในบ้านเอาไว้ทั้งหมด 4 คน ตำรวจต้องประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ใช้คีมขนาดใหญ่ไปช่วยตัดกุญแจออกจึงช่วยทุกคนออกมาได้   นางอารยา คำสุข อายุ 44 ปี เจ้าของบ้านบอกว่า คนที่นำกุญแจมาล็อคประตูขังคนในบ้านไว้คือ นายเดี่ยว อายุ 35 ปี เป็นอดีตสามีที่เลิกรากันไป 2 ปี แต่พักหลังเริ่มแวะเวียนมาหา เพื่อขอคืนดีเพราะเริ่มมีปัญหากับภรรยาใหม่ที่ทะเลาะกันบ่อย มีทั้งนำของมาฝาก มาคุย แต่ตนก็ไม่ยอมคืนดีและเพราะเข็ดและเคยขู่ทำร้ายด้วย   เมื่อช่วงเช้าราว 10 โมง ได้มาหาอีกอ้างว่าจะมาหาน้องชายเพราะสนิทกัน แต่ตนก็ไม่เปิดประตูให้เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัยและเข้าไปอยู่ในบ้าน มารู้อีกทีตอนบ่าย 2 โมงว่าประตูถูกล็อค เพราะจะออกไปหาอะไรกินกัน และน้องชายพยายามโทรหานายเดี่ยว ให้มาเปิดประตูแต่ก็ไม่ยอมมาเปิดให้ ด้วยความหิวตนกับหลานชายต้องใช้วิธีอุ่นข้าวผัดที่เริ่มบูดมากินแก้หิวแทน และโทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือจึงออกมาได้ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ถูกอดีตสามีใช้กุญแจล็อคขังไว้ในบ้าน   เบื้องต้นตำรวจได้ให้เจ้าของบ้าน ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.หาดใหญ่ หากอดีตสามีมาหาเรื่องอีกก็ให้แจ้งตำรวจเพื่อจับกุมทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VI5YFQlSNH

 5,513
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

สาวถูกจับก้นในโบสถ์ แจ้งความหลวงพ่อ-สื่อท้องถิ่น โพสต์ใส่ร้ายชอบนุ่งสั้นเข้าวัด เตือนแล้วไม่ฟัง

สงขลา-คดีหญิงสาวถูกจับก้นในวัดดังหาดใหญ่ยังวุ่นไม่จบ ล่าสุดหญิงสาวรายนี้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดและเพจข่าวท้องถิ่นในอ.หาดใหญ่ ที่ให้สัมภาษณ์ใส่ร้ายและนำเสนอข่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาท จากที่เป็นผู้ถูกกระทำและออกมาเตือนภัยสังคมให้ตำรวจจับคนร้ายแต่กลายเป็นฝ่ายถูกจับผิดแทน   จากคดีหญิงสาวถูกชายหนุ่มขยำก้นในโบสถ์วัดศรีสว่างวงศ์ หรือ วัดเกาะเสือ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังไม่จบและทำท่าจะวุ่นวายต่อ เพราะหลังจากที่เมื่อวานนี้หญิงสาวคนนี้ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดเกาะเสือ ที่นำภาพหญิงคนหนึ่งที่นุ่งสั้นไปนั่งไหว้พระในโบสถ์มาโพสต์ผ่านโซเชียล ตอบโต้ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหญิงสาวคนนี้ที่นุ่งสั้นห่มสั้นเข้าวัดและเคยตักเตือนแล้ว แต่กลับตอบกลับว่าพระยิ่งเตือนก็ยิ่งชอบ   ล่าสุดหญิงสาวคนนี้ก็ได้ไปแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ อีกรอบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พระครูปลัดภูวนัย สุเมธโส เจ้าอาวาสวัดศรีสว่างวงศ์ ที่พูดใส่ร้ายตน และเพจข่าวท้องถิ่นใน อ.หาดใหญ่ เพจหนึ่งที่นำบทสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปลงในลักษณะหมิ่นประมาท   โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ตนต้องการออกมาช่วยเหลือสังคม ให้ตำรวจจับกุมชายโรคจิตคนนี้ที่ก่อเหตุขยำก้นเธอในวัด เพื่อไม่ให้ไปก่อนเหตุกับลูกหลานใครอีก และไม่เคยพูดจาให้ร้ายวัดเกาะเสือและวัดก็ไม่ได้ผิดอะไร หรือเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เพียงแค่เหตุเกิดที่วัดเกาะเสือเท่านั้น   แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าอาวาส นำภาพขณะตนนุ่งสั้นมาโพสต์และให้สัมภาษณ์ ในลักษณะใส่ร้ายตนว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนุ่งสั้นมาวัดทำให้เป็นสาเหตุให้ถูกขยำก้น และเคยตักเตือนตนหลายครั้ง   ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยมีเจ้าอาวาส หรือพระองค์ไหนในวัดมาเตือน และก็ไม่เคยไม่พูดคุยหรือยุ่งเกี่ยวกับพระเพียงแค่มาสวดมนต์ขอพระในโบสถ์เท่านั้น   แต่กลับกลายเป็นว่าตนกลายเป็นจำเลยสังคม ทำให้วัดเสียหายและถูกเจ้าอาวาสตำหนิ แทนที่จะมาช่วยกันจับตัวคนร้ายแต่กลับมาโทษเธอคนเดียว ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวัดหรือพระในวัดเลย   เช่นเดียวกับเพจหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ ที่นำบทสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปลงจนตนเองกลายเป็นฝ่ายผิด และตกเป็นจำเลยสังคมทั้งๆที่เป็นผู้ถูกกระทำ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความอีกครั้ง เพื่อให้ดำเนินกับทั้งเจ้าอาวาสวัดเกาะเสือ และเพจที่เสนอข่าวบิดเบือน จนทำให้เธอเสียหาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และพรบ.คอมพิวเตอร์ด้วย   หญิงสาวคนนี้ยังบอกอีกว่า ที่ออกมาเพื่อต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เพราะเธอเป็นผู้ถูกกระทำและนำเรื่องที่เป็นภัยสังคมออกมาเตือน ไม่ได้จะหาเรื่องกับพระหรือทำให้วัดเสียหาย แต่กลับกลายเป็นว่าตนถูกพระจับผิด แทนที่จะมาช่วยกันแก้ปัญหาสังคมจับโจรโรคจิตเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9azzQ8ACI2E

 1,899
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ค. 62

สาวร้องถูกหนุ่มหื่นโรคจิต ขยำก้นขณะนั่งไหว้พระในโบสถ์

สงขลา-มีคลิปหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี ขณะเข้าไปไว้พระภายในพระอุโบสถที่วัดศรีสว่างวงศ์ หรือวัดเกาะเสือ ย่านถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา   ถูกหนุ่มหื่นโรคจิตอายุประมาณ 30 ปี เข้ามาใช้มือขยำก้นอย่างแรงถึง 2 ครั้งต่อหน้าองค์พระประธาน ก่อนวิ่งหลบหนีไป หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความไว้กับตรวจ สภ.หาดใหญ่ แล้วเพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุม และผลจากการที่ถูกขยำก้นอย่างแรงทำให้ตัวเองปวดอยู่หลายวัน   จึงนำคลิปมาเผยแพร่เป็นอุทาหรณ์ให้กับหญิงสาวคนอื่นๆให้ระวังตัว เพราะแม้จะอยู่ในโบสถ์ต่อหน้าองค์พระ ก็ยังไม่ปลอดภัยและยังกล้าก่อเหตุแบบนี้ และเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมชายหนุ่มคนนี้ เพื่อไม่ให้ก่อเหตุกับผู้หญิงคนอื่นอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5HjcoFAe2uM

 3,849
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ค. 62

บุกจับโรงฆ่าสัตว์เถื่อนลอบเปิดมา 5 ปี เหม็นรบกวนชาวบ้าน เจ้าของโวยใส่ จนท.ตัดทางทำกิน

สงขลา-เจ้าหน้าที่ สนธิกำลังบุกเข้าตรวจค้นโรงฆ่าสัตว์เถื่อน ไม่มีชื่อ ตั้งอยู่ใน อ.คลองหอยโข่ง ซึ่งลักลอบจำแหละหมูมานานกว่า5 ปี และยังส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง จึงร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ   ขณะเข้าตรวจค้นพบคนงาน 3 คนกำลังช่วยกันชำแหละหมู ยึดซากหมูที่ถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนแล้ว 5 ตัว หมูที่ยังมีชีวิต 3 ตัว พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับชำแหละหมูรวม 20 รายการ เช่นตาชั่ง มีด ขวาน กระทะใบบัว ถังแก๊ส เครื่องบดหมู และเขียง รวมมูลค่า123,800 บาท และสภาพภายในโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้ก็ไม่ได้มาตรฐานได้เรื่องของความปลอดภัยและกระบวนการชำแหละอาจปนเปื้อนเชื้อโรค   โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ได้มีหญิงสาวที่เป็นเจ้าของบ้านออกมาโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ว่าทำไมถึงต้องจับเพราะเดือดร้อนหมดทางทำมาหากิน   สำหรับโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้ มี นายธวัชชัย สุขงาม อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกเขยของเจ้าของบ้านรับเป็นเจ้าของและจากการสอบสวนก็ยอมรับสารภาพว่าลักลอบเปิดโรงฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจริง โดยหมูที่ผ่านการชำแหละจะนำไปส่งขายตามตลาดนัดในพื้นที่อ.คลองหอยโข่ง และอ.นาทวี จ.สงขลา และทำมาแล้วกว่า 5 ปี   เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดเอาไว้และควบคุมตัว นายธวัชชัยดำเนินคดีฐานทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 มาตรา 15 บทกำหนดโทษมาตรา 56 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำและปรับ และมาตรา 31 บทกำหนดโทษมาตรา 60 ปรับรายตัว สุกรตัวละไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนซากหมูเจ้าหน้าที่ได้เอาไปทำลายด้วยการฝังกลบเพื่อความปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4TYsHjFUfg8

 1,786
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 62

ตำรวจสงขลาทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถ บานปลายยิงกันตาย เสียชีวิต 1

สงขลา-เกิดเหตุยิงกันตายภายในบริเวณบ้านพักของตำรวจ สภ.รัตภูมิ จ.สงขลา ที่เกิดเหตุพบว่าทั้งคนยิงและคนถูกยิงตายเป็นตำรวจสังกัด สภ.รัตภูมิ ทั้งคู่ ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตคือ ด.ต.พรณรงค์ แก้วพิมพ์ อายุ 52 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปรามปราม ถูกด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าที่บริเวณหน้าอกจำนวน 3 นัด นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถเก๋ง ซึ่งจอดอยู่ในโรงจอดรถหน้าบ้านพักตำรวจ ในสภาพที่สวมชุดเครื่องแบบตำรวจครึ่งท่อน   ส่วนคนยิงคือ ร.ต.อ.สร้างสรรค์ นันธิโย อายุ 58 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.รัตภูมิ หลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหนยอมมอบตัวกับ พ.ต.อ.บัญชา มีบุญ ผู้กำกับการสภ.รัตภูมิพร้อมอาวุธปืน 9 มม.ที่ใช้ก่อเหตุและถูกควบคุมตัวไปสอบสวนบนโรงพัก   จากการสอบสวนทราบว่า สาเหตุมาจากทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องที่จอดรถบริเวณป้อมสายตรวจนาสีทอง เนื่องจาก ด.ต.พรณรงค์ ผู้ตาย ได้จอดรถทิ้งไว้หน้าตู้ยามมาประมาณ 3 เดือน เพราะเคยเป็นหัวป้อมสายตรวจนาสีทองมาก่อน   แต่ปัจจุบันมาทำหน้าที่ธุรการจราจร โดยมี ร.ต.อ.สร้างสรรค์ มือยิงไปเป็นหัวหน้าป้อมนาสีทองแทน และเมื่อช่วงเย็น ทางมือยิงได้สั่งให้คนไปย้ายรถของผู้ตายออก ทำให้ผู้ตายซึ่งนั่งอยู่ที่ป้อมไม่พอใจ และมีการโทรศัพท์ด่าทอโต้เถียงกันทางโทรศัพท์มาแล้วรอบหนึ่ง   ต่อมาผู้ตายได้ขับรถมาที่โรงพักเพื่อมาคุยกับมือยิง ซึ่งขณะนั้นกำลังถอยรถเข้าที่จอดรถบริเวณหน้าบ้าน และมีเรื่องกันอีกรอบ เนื่องจากผู้ตายได้ด่าบุพการีของอีกฝ่าย และตบหน้าไปหนึ่งครั้งทำให้มือยิงโกรธและลงจากรถชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงจำนวน 3 นัด จนล้มลงเสียชีวิตคาที่   จากการสอบสวน ร.ต.อ.สร้างสรรค์ ยอมรับสารภาพและตำรวจได้แจ้งข้อหา 2 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, และพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/213dAzgXQJM

 1,488
ข่าวภูมิภาค
26 มิ.ย. 62

สลด คนใจร้ายทิ้งกระต่าย 30 ตัว ในป่าแหลมสนอ่อน ชายหาดแหลมสมิหลา

สงขลา-พบกระต่ายจำนวนมากถูกนำมาทิ้งไว้ในป่าแหลมสนอ่อน ชายหาดแหลมสมิหลา อ.เมืองสงขลา นักศึกษาสาวไปพบและตามญาติมาช่วยเหลือเอาไว้ได้กว่า 30 ตัว ในจำนวนนี้ตายไป 3 ตัว เผยมีรถมิตซูบิชิปาเจโร่พร้อมชาย 2 คนและหญิง 1 คน พากระต่ายใส่กล่องมาโยนทิ้งไว้ด้วยความเร่งรีบและขับรถออกไป ล่าสุดมีคนสงสารรับกระต่ายไปช่วยเลี้ยงดูหมดแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cI44aXIO-HI

 2,071
ข่าวภูมิภาค
26 มิ.ย. 62

ระทึก รถเก๋งบริษัทสอนขับรถ เกิดไฟลุกกลางถนน 3 ชีวิตหนีตายวุ่น

สงขลา-เกิดเหตุไฟไหม้รถเก๋งซึ่งเป็นรถของบริษัทสอนขับรถยนต์ ขณะวิ่งมาบนถนนลพบุรีราเมศวร์ เส้นทางหาดใหญ่-สงขลา สายใหม่ จู่ๆเครื่องยนต์เกิดอาการวูบเร่งไม่ขึ้น ที่ปัดน้ำฝนเด้งขึ้นมาเฉยๆ   จากนั้นเสียงแตรดังต่อเนื่อง ต่อมาได้มีควันออกมาจากห้องเครื่องและลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที และลุกลามอย่างรวดเร็วจนไหม้รถทั้งคัน คนขับและพนักงานสาวรวม 3 ชีวิตรีบลงจากรถก่อนที่จะเกิดไฟลุกไหม้รถยนต์หมดทั้งคันในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนสาเหตุคาดว่าระบบเครื่องยนต์น่าจะมีปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4-I7pZjCkpA

 2,686
ข่าวภูมิภาค
21 มิ.ย. 62

ไม่เข็ด! รวบหนุ่มหวนค้ายา ต้องตั้งนะโม 3 จบ ถอนคำสาบานหลวงปู่ทวด หลังเคยลั่นวาจาจะไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด

สงขลา-เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจู่โจมเข้าปิดล้อม ตรวจค้นแหล่งค้ายาเสพติด บ้านพักในพื้นที่ ม.5 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และจับกุมนายอุทัย เพชรรัตน์ อายุ 41 ปี หรือเทิด ซึ่งเป็นหนึ่งในนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.รัตภูมิ ได้คาบ้านพัก   มีการปลูกต้นไม้ล้อมรอบบ้านแทบมองไม่เห็นจากข้างนอก และเขียนป้ายหน้าบ้านว่าบ้านสีขาว ซึ่งหมายถึงบ้านปลอดยาเสพติด จากการตรวจค้นในบ้านพักพบยาบ้า 89 เม็ด ไอซ์ 2 ถุง เล็กสำหรับแบ่งขายหนักประมาณ 4 กรัม อุปกรณ์การเสพไอซ์และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง   สำหรับนายอุทัย เคยถูกเจ้าหน้าที่ชุดนี้เข้าตรวจค้นและจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ได้ให้โอกาสกลับตัวกลับใจเนื่องจากต้องดูแลแม่ที่อยู่ในวัยชรา พร้อมกับให้ยกมือสาบานต่อหลวงปู่ทวดและดื่มน้ำหนึ่งขัน สัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก หากผิดคำสาบานก็ขอให้ถูกตำรวจจับกุม ครั้งนั้นตำรวจจึงยอมปล่อยตัวไป   แต่ปรากฏว่าหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายเสพติดใน อ.รัตภูมิ พบว่านายอุทัย ยังหวนกลับมาค้ายาบ้าและไอซ์อีก เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุม พร้อมกับให้นายอุทัย ยกมือพนมตั้งนะโม 3 จบ ถอนคำสาบานและขอขมากับหลวงปู่ทวดและสิ่งศักดิ์ที่ผิดคำสาบานและยอมให้ตำรวจจับกุม   และครั้งนี้ตำรวจต้องจับกุมดำเนินคดี ฐาน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากเคยให้โอกาสมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังผิดคำสาบานและไม่เกรงกลัวต่อกฏหมายหันมาค้ายาเสพติดอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/csZjOkTF78k

 878
ข่าวภูมิภาค
19 มิ.ย. 62

รวบ 'บังเล็ค' นักค้ายาหาดใหญ่ ผสมสารส้มในยาไอซ์ เพิ่มปริมาณฟันกำไรเท่าตัว

สงขลา-กำลังทหาร มทบ.42 ค่ายเสนาณรงค์ ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่43 และกอ.รมน.จังหวัดสงขลา ปฏิบัติการจู่โจมปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมนักค้ายาเสพติด ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา   ซึ่งขณะเข้าตรวจค้นนักค้ายาเสพติดรายนี้ไหวตัวทัน พยายามวิ่งหลบหนีออกจากบ้านสุดชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถไล่จับกุมตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อนาย วิรัตน์ หนีเส็นเบ็ญละ หรือ บังเล็ค อายุ 28 ปี   หลังจนมุม นายวิรัตน์ ให้การรับสารภาพว่าได้ขุดหลุมฝังไอซ์ไว้ใต้ต้นมังคุด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจค้นพบไอซ์จำนวน 52.72 กรัม เก็บไว้ในกล่องพลาสติกพร้อมกับเครื่องมือช่างที่ซ่อนไว้ใกล้ๆกัน   ขณะตรวจสอบของกลาง นายวิรัตน์ยังบอกอีกว่า ไอซ์ที่นำมาขายตนได้ใช้สารส้มผสมเข้าไปด้วยเพื่อให้ได้ปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ซึ่งจะได้ส่วนต่างของกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่รู้ ซึ่งตนจะไม่รับมาครั้งละ50 กรัม และนำมาคลุกเคล้าผสมกับสารส้มแบ่งขาย   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านพักและพบไอซ์อีก1 ถุงหนัก 02.00 กรัม ซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักในห้องนอนของพี่ชายจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลสาวไปถึงแหล่งที่มาของไอซ์   สำหรับ นายวิรัตน์ เจ้าหน้าที่ชุดนี้ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมมาพักใหญ่จนแน่ชัดว่าเป็นหนึ่งในนักค้ายาเสพติดใน อ.หาดใหญ่ โดยจะนำของมาพักไว้ที่บ้านเพื่อแบ่งขายให้กับลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นจึงได้วางแผนเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h1ig6jcGFBA

 11,810
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 62

‘ครูอร’ เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงานลวงโลก สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทบัตรพลังงาน

จากกรณีบัตรพลังงานลวงโลก ที่อ้างว่ารักษาโรคต่างๆได้เพียงแค่เอามาแปะตามร่างกายนั้น   ขอนแก่น - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองหญ้ารังกา ม.7 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับการเปิดเผยจากนางวริศรา สร้อยโพธิ์ อายุ 52 ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า เมื่อต้นปี นายสินธนู ได้มาขอใช้พื้นที่ศาลาประคมของหมู่บ้าน เพื่อเปิดตัวสินค้าบัตรพลังงานตามที่เป็นข่าวในขณะนี้ มีการนำรถขนชาวบ้านจากพื้นที่อื่นมาร่วมโปรโมทการใช้บัตรพลังงาน และโฆษณาชวนเชื่อว่าบัตรดังกล่าว รักษาโรคได้ ติดตู้เย็น ประหยัดไฟได้ ติดหม้อแปลงไฟฟ้า ประหยัดไฟ ติดฝาถังน้ำมันรถช่วยประหยัดน้ำมัน    “ในวันเปิดงานถูกเชิญให้ไปเป็นประธานกล่าวเปิด จึงไปตามคำเชิญ ซึ่งเห็นว่าในวันดังกล่าวนายสินธนูนำบัตรพลังมาโฆษณาขายจำนวนหลายพันใบ จึงกล่าวเปิดงานให้พร้อมกับแนะนำชาวบ้านที่เข้าร่วมงานให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าว”   นางวริศรา กล่าวต่ออีกว่า นายสินธนูมักจะเอาสินค้าขายตรงมาเดินขายในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารเสริม แต่ล่าสุดเห็นเป็นบัตรพลังงานที่มาโฆษณาขายให้กับชาวบ้านในวันดังกล่าว มีชาวบ้านหนองหญ้ารังกา มาร่วมงานเพียง 2-3 คน นอกนั้นเป็นคนถิ่นอื่นรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่อ.อุบลรัตน์ด้วย    สำหรับชาวบ้านหนองหญ้ารังกา ที่ซื้อบัตรดังกล่าวไปคือคือ ยายอายุ 60 กว่าปี ได้ซื้อบัตรพลังงานไปใช้ เพราะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน และปวดเมื่อยตามร่างกาย และเชื่อในคำโฆษณา กระทั่งในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ยายก็เสียชีวิตลง ซึ่งเท่ากับว่าบัตรพลังไม่ไดช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการป่วยไข้ได้เลย กระทั่งมีข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆ นานา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ และทำให้ทราบว่าบัตรพลังไม่ได้มีคุณสมบัตรใดๆ เลย จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงทางหอกระจายข่าวไปแล้ว พรอมทั้งเตือนว่าอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาสินค้าดังกล่าว และคงต้องพูดคุยกับนายสินธนู ว่าให้เลิกขายสินค้าดังกล่าว เพราะไม่เป็นผลดีต่อประชาชน   ขณะที่ ครูอร เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงาน ยันต้องการพิสูจน์ความจริงเพราะไม่อยากให้ถูกหลอก   นางสาวบังอร ตุ่นเฮ้า หรือ "ครูอร" อายุ 30 ปี อดีตครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหลานสาวของนางทองศรี วงษ์ไชยเวทศ์ อายุ 66 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกหลอกให้ซื้อบัตรพลังงาน ที่ตัวแทนจำหน่ายอ้างว่าสามารถนำไปแตะตามร่างกายรักษาโรคต่างๆ ได้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเรื่องนี้จากทองศรี ผู้เป็นป้า แล้วส่งข้อมูลให้กับผู้สื่อข่าวให้ช่วยตรวจสอบ จนนำมาสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานต่างๆ นั้น ตนเองและครอบครัว ได้ถูกตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงานต่อว่า ว่าเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน   ครูอร กล่าวว่า วันแรกที่มีข่าวออกไป ตนเองก็ได้ไปพูดคุยกับตัวแทนที่มาขายบัตรให้ป้าของตนเอง โดยอธิบายว่าสิ่งที่ตนได้ออกมาพูดไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ตัวแทนจำหน่ายถูกจับกลุ่มดำเนินคดี เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ว่าบัตรดังกล่าว สามารถใช้รักษาโรคได้จริงหรือไม่ เพราะจากคำบอกเล่าของยายที่เป็นคนใช้ ตนได้ฟังแล้วก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อ จึงต้องการไปอธิบายให้ตัวแทนจำหน่ายเข้าใจ แต่สิ่งที่ได้ตอบรับกลับมา กลับถูกมองว่า พาผู้สื่อข่าวมาหลอกซื้อบัตรกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตนก็บอกกลับไปว่าถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรรักษาได้จริงก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้บอกบุญต่อ แต่ถ้าไม่ดีก็จะให้ป้าของตนเองและคนที่ใช้อยู่หยุดใช้ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายยังยืนยันว่าเป็นบัตรที่ดีและสามารถใช้รักษาโรคได้จริง อีกทั้งยังผ่านพิธีการปลุกเสกที่วัดคำชะโนดจังหวัดอุดรธานี   นอกจากการถูกตำหนิโดยตรงแล้ว ยังลามไปถึงลุงของตนเอง ที่ทำอาชีพขับรถขายของเร่ในหมู่บ้าน ก็ถูกตำหนิว่า ลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องของชาวบ้าน เป็นครูสอนหนังสืออยู่กรุงเทพดีๆ ทำไมต้องมายุ่งกับเรื่องบัตรพลังงาน และพูดแรงถึงขั้นหาว่าเข้าไปเสือกเรื่องคนอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตนเพียงต้องการเตือน และช่วยป้าของตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งตอนแรกตนคิดว่ามีแค่ป้าที่ซื้อมาใช้ แต่กลับพบว่า มีชาวบ้านอีกไม่ต่ำกว่า 20 คน ได้ซื้อบัตรนี้มาใช้เช่นกัน ซึ่งราคาบัตรที่แต่ละคนซื้อมาก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำซึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็ปรากฏชัดแล้วว่า บัตรพลังงานที่ชาวบ้านซื้อมาใช้ไม่สามารถรักษาโรคได้จริง   อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้คนในสังคมอย่ามองว่าผู้สูงอายุที่ซื้อบัตรมาใช้เป็นคนโง่ และไม่มีลูกหลานคอยดูแล แต่อยากให้มองว่าชาวบ้านไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ไม่หวังดี ซึ่งป้าของตนเองยังโชคดีที่นำเรื่องนี้มาปรึกษาตนเอง จนนำไปสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานราชการ อีกทั้งอยากให้ลูกหลานที่มีคุณตาคุณยายช่วยกันสอบถามครอบครัว หนือ คุณตาคุณยายของตนเองว่าซื้อบัตรนี้มาใช้หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีหลายคนที่ซื้อมาใช้ โดยไม่บอกกับลูกหลานซึ่งอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบได้     ล่าสุด สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทเบัตรพลังงาน หลังพบสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแสดงสลากไม่ถูกต้อง   สงขลา-ที่ สภ.หาดใหญ่  เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์ หัวหน้าฝ่ายคุมครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา เจ้าหน้าที่นิติกรสำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา ได้เข้าแจ้งความกับพ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่  เพื่อให้ดำเนินคดีกับ บริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด โดยเบื้องต้นได้ดำเนินคดี ตามพรบ.อาหาร พ.ศ.2522 แสดงสลากไม่ถูกต้อง เลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์อาหาร หลังจากที่ได้ตรวจสอบสินค้าของบริษัทซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปตรวจสอบพบว่าสลากไม่ถูกต้องและเลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์   เภสัชกรวิไลวรรณ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบบริษัทแห่งนี้เมื่อวาน ได้มาแจ้งความในเรื่อง อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จากสินค้าที่พบในบริษัท แต่ในเรื่อของการ์ดพลังงานที่ตรวจพบทางสคบ.จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนของทางสำนักงานสาธารณสุขจ.สงขลา จะแจ้งความในเรื่องของอาหารปลอมกับอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง    ส่วนจากการตรวจสอบเลขอย.แล้วพบว่าไม่ตรงกับผลิตภัฑณ์ตัวที่ตรวจยึดมา และยังแนะนำประชาชนว่าก่อนที่จะซื้อผลิตภัฑณ์ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบเช่นที่อยู่ผู้ผลิต วันผลิตและเลขอย.ว่าตรงกับผลิตภัฑณ์หรือไม่ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่แอปปิเคชั่นของ อย. โดยกรอกเลข อย.และดูว่าตรงกับผลิตภัฑณ์นั้นหรือไม่ หรือสอบถามไปยัง สสจ.แต่ละจังหวัดได้เลย   และยังแนะนำว่าบัตรพลังงานหรืออุปกรณ์ต่างๆนั้นไม่สามารถรักษาโรคได้ถ้าหากเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์และทานยาตามที่แพทย์สั่งจะดีที่สุด       สอดคล้องกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ที่ออกมาเตือนว่ามีกัมมันตรังสี 3 ชนิดในบัตรพลังงาน   นายอำไพ สุขบำเพิง ผู้จัดการศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงชื่อตรวจรับรองแร่ธาตุในบัตรพลังงานเมื่อ ปี 2558 และพบว่า ขณะนี้มีการนำเอกสารมาอ้างอิงเพื่อใช้ในการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค โดยยืนยันว่า การตรวจครั้งนั้นเป็นบัตรสีเขียวคนละแบบกับบัตรพลังงานสีแดงที่แพร่หลายขณะนี้ เข้าข่ายมีพฤติกรรมส่อทุจริต หลอกลวง เพราะเอกสารนี้เป็นเพียงตรวจหาสารธาตุ ไม่ได้ยืนยันว่า บัตรสามารถรักษาโรคหรือช่วยประหยัดพลังงานได้    สำหรับผลตรวจ พบว่า มีสารธาตุถึง 21 ชนิด ในจำนวนนี้ มีสารกัมมันตรังสี 3 ชนิด ในกลุ่มทอเรียม ยูเรเนียม และสทรอนเชียม เป็นสารอันตรายที่ปกติใช้ผลิตนิวเคลียร์ แต่ที่เป็นห่วงมาก คือ กลุ่มทอเรียม จะปล่อยรังสี 3 ชนิด ทั้งเบตา แกมม่าและอัลฟ่า เมื่อเข้าไปในร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ จะทำลายอวัยวะหากได้รับเกินปริมาณ สอดคล้องกับ นักวิชาการวิศกรรมนิวเคลียร์ที่ได้ตรวจบัตรนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ก็พบว่า มีกัมมันรังสี และไม่มีธาตุใดในบัตรรักษาโรคและประหยัดพลังงานได้ จึงไม่ควรหลงเชื่อ ซึ่งก็มีผู้ร้องเรียนและเป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9VytlCjLmk0  

 2,679
ข่าวภูมิภาค
15 มิ.ย. 62

‘ครูอร’ เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงานลวงโลก สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทบัตรพลังงาน

จากกรณีบัตรพลังงานลวงโลก ที่อ้างว่ารักษาโรคต่างๆได้เพียงแค่เอามาแปะตามร่างกายนั้น   ขอนแก่น - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองหญ้ารังกา ม.7 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับการเปิดเผยจากนางวริศรา สร้อยโพธิ์ อายุ 52 ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า เมื่อต้นปี นายสินธนู ได้มาขอใช้พื้นที่ศาลาประคมของหมู่บ้าน เพื่อเปิดตัวสินค้าบัตรพลังงานตามที่เป็นข่าวในขณะนี้ มีการนำรถขนชาวบ้านจากพื้นที่อื่นมาร่วมโปรโมทการใช้บัตรพลังงาน และโฆษณาชวนเชื่อว่าบัตรดังกล่าว รักษาโรคได้ ติดตู้เย็น ประหยัดไฟได้ ติดหม้อแปลงไฟฟ้า ประหยัดไฟ ติดฝาถังน้ำมันรถช่วยประหยัดน้ำมัน    “ในวันเปิดงานถูกเชิญให้ไปเป็นประธานกล่าวเปิด จึงไปตามคำเชิญ ซึ่งเห็นว่าในวันดังกล่าวนายสินธนูนำบัตรพลังมาโฆษณาขายจำนวนหลายพันใบ จึงกล่าวเปิดงานให้พร้อมกับแนะนำชาวบ้านที่เข้าร่วมงานให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าว”   นางวริศรา กล่าวต่ออีกว่า นายสินธนูมักจะเอาสินค้าขายตรงมาเดินขายในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารเสริม แต่ล่าสุดเห็นเป็นบัตรพลังงานที่มาโฆษณาขายให้กับชาวบ้านในวันดังกล่าว มีชาวบ้านหนองหญ้ารังกา มาร่วมงานเพียง 2-3 คน นอกนั้นเป็นคนถิ่นอื่นรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่อ.อุบลรัตน์ด้วย    สำหรับชาวบ้านหนองหญ้ารังกา ที่ซื้อบัตรดังกล่าวไปคือคือ ยายอายุ 60 กว่าปี ได้ซื้อบัตรพลังงานไปใช้ เพราะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน และปวดเมื่อยตามร่างกาย และเชื่อในคำโฆษณา กระทั่งในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ยายก็เสียชีวิตลง ซึ่งเท่ากับว่าบัตรพลังไม่ไดช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการป่วยไข้ได้เลย กระทั่งมีข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆ นานา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ และทำให้ทราบว่าบัตรพลังไม่ได้มีคุณสมบัตรใดๆ เลย จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงทางหอกระจายข่าวไปแล้ว พรอมทั้งเตือนว่าอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาสินค้าดังกล่าว และคงต้องพูดคุยกับนายสินธนู ว่าให้เลิกขายสินค้าดังกล่าว เพราะไม่เป็นผลดีต่อประชาชน   ขณะที่ ครูอร เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงาน ยันต้องการพิสูจน์ความจริงเพราะไม่อยากให้ถูกหลอก   นางสาวบังอร ตุ่นเฮ้า หรือ "ครูอร" อายุ 30 ปี อดีตครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหลานสาวของนางทองศรี วงษ์ไชยเวทศ์ อายุ 66 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกหลอกให้ซื้อบัตรพลังงาน ที่ตัวแทนจำหน่ายอ้างว่าสามารถนำไปแตะตามร่างกายรักษาโรคต่างๆ ได้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเรื่องนี้จากทองศรี ผู้เป็นป้า แล้วส่งข้อมูลให้กับผู้สื่อข่าวให้ช่วยตรวจสอบ จนนำมาสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานต่างๆ นั้น ตนเองและครอบครัว ได้ถูกตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงานต่อว่า ว่าเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน   ครูอร กล่าวว่า วันแรกที่มีข่าวออกไป ตนเองก็ได้ไปพูดคุยกับตัวแทนที่มาขายบัตรให้ป้าของตนเอง โดยอธิบายว่าสิ่งที่ตนได้ออกมาพูดไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ตัวแทนจำหน่ายถูกจับกลุ่มดำเนินคดี เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ว่าบัตรดังกล่าว สามารถใช้รักษาโรคได้จริงหรือไม่ เพราะจากคำบอกเล่าของยายที่เป็นคนใช้ ตนได้ฟังแล้วก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อ จึงต้องการไปอธิบายให้ตัวแทนจำหน่ายเข้าใจ แต่สิ่งที่ได้ตอบรับกลับมา กลับถูกมองว่า พาผู้สื่อข่าวมาหลอกซื้อบัตรกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตนก็บอกกลับไปว่าถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรรักษาได้จริงก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้บอกบุญต่อ แต่ถ้าไม่ดีก็จะให้ป้าของตนเองและคนที่ใช้อยู่หยุดใช้ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายยังยืนยันว่าเป็นบัตรที่ดีและสามารถใช้รักษาโรคได้จริง อีกทั้งยังผ่านพิธีการปลุกเสกที่วัดคำชะโนดจังหวัดอุดรธานี   นอกจากการถูกตำหนิโดยตรงแล้ว ยังลามไปถึงลุงของตนเอง ที่ทำอาชีพขับรถขายของเร่ในหมู่บ้าน ก็ถูกตำหนิว่า ลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องของชาวบ้าน เป็นครูสอนหนังสืออยู่กรุงเทพดีๆ ทำไมต้องมายุ่งกับเรื่องบัตรพลังงาน และพูดแรงถึงขั้นหาว่าเข้าไปเสือกเรื่องคนอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตนเพียงต้องการเตือน และช่วยป้าของตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งตอนแรกตนคิดว่ามีแค่ป้าที่ซื้อมาใช้ แต่กลับพบว่า มีชาวบ้านอีกไม่ต่ำกว่า 20 คน ได้ซื้อบัตรนี้มาใช้เช่นกัน ซึ่งราคาบัตรที่แต่ละคนซื้อมาก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำซึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็ปรากฏชัดแล้วว่า บัตรพลังงานที่ชาวบ้านซื้อมาใช้ไม่สามารถรักษาโรคได้จริง   อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้คนในสังคมอย่ามองว่าผู้สูงอายุที่ซื้อบัตรมาใช้เป็นคนโง่ และไม่มีลูกหลานคอยดูแล แต่อยากให้มองว่าชาวบ้านไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ไม่หวังดี ซึ่งป้าของตนเองยังโชคดีที่นำเรื่องนี้มาปรึกษาตนเอง จนนำไปสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานราชการ อีกทั้งอยากให้ลูกหลานที่มีคุณตาคุณยายช่วยกันสอบถามครอบครัว หนือ คุณตาคุณยายของตนเองว่าซื้อบัตรนี้มาใช้หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีหลายคนที่ซื้อมาใช้ โดยไม่บอกกับลูกหลานซึ่งอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบได้     ล่าสุด สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทเบัตรพลังงาน หลังพบสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแสดงสลากไม่ถูกต้อง   สงขลา-ที่ สภ.หาดใหญ่  เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์ หัวหน้าฝ่ายคุมครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา เจ้าหน้าที่นิติกรสำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา ได้เข้าแจ้งความกับพ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่  เพื่อให้ดำเนินคดีกับ บริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด โดยเบื้องต้นได้ดำเนินคดี ตามพรบ.อาหาร พ.ศ.2522 แสดงสลากไม่ถูกต้อง เลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์อาหาร หลังจากที่ได้ตรวจสอบสินค้าของบริษัทซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปตรวจสอบพบว่าสลากไม่ถูกต้องและเลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์   เภสัชกรวิไลวรรณ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบบริษัทแห่งนี้เมื่อวาน ได้มาแจ้งความในเรื่อง อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จากสินค้าที่พบในบริษัท แต่ในเรื่อของการ์ดพลังงานที่ตรวจพบทางสคบ.จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนของทางสำนักงานสาธารณสุขจ.สงขลา จะแจ้งความในเรื่องของอาหารปลอมกับอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง    ส่วนจากการตรวจสอบเลขอย.แล้วพบว่าไม่ตรงกับผลิตภัฑณ์ตัวที่ตรวจยึดมา และยังแนะนำประชาชนว่าก่อนที่จะซื้อผลิตภัฑณ์ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบเช่นที่อยู่ผู้ผลิต วันผลิตและเลขอย.ว่าตรงกับผลิตภัฑณ์หรือไม่ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่แอปปิเคชั่นของ อย. โดยกรอกเลข อย.และดูว่าตรงกับผลิตภัฑณ์นั้นหรือไม่ หรือสอบถามไปยัง สสจ.แต่ละจังหวัดได้เลย   และยังแนะนำว่าบัตรพลังงานหรืออุปกรณ์ต่างๆนั้นไม่สามารถรักษาโรคได้ถ้าหากเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์และทานยาตามที่แพทย์สั่งจะดีที่สุด       สอดคล้องกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ที่ออกมาเตือนว่ามีกัมมันตรังสี 3 ชนิดในบัตรพลังงาน   นายอำไพ สุขบำเพิง ผู้จัดการศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงชื่อตรวจรับรองแร่ธาตุในบัตรพลังงานเมื่อ ปี 2558 และพบว่า ขณะนี้มีการนำเอกสารมาอ้างอิงเพื่อใช้ในการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค โดยยืนยันว่า การตรวจครั้งนั้นเป็นบัตรสีเขียวคนละแบบกับบัตรพลังงานสีแดงที่แพร่หลายขณะนี้ เข้าข่ายมีพฤติกรรมส่อทุจริต หลอกลวง เพราะเอกสารนี้เป็นเพียงตรวจหาสารธาตุ ไม่ได้ยืนยันว่า บัตรสามารถรักษาโรคหรือช่วยประหยัดพลังงานได้    สำหรับผลตรวจ พบว่า มีสารธาตุถึง 21 ชนิด ในจำนวนนี้ มีสารกัมมันตรังสี 3 ชนิด ในกลุ่มทอเรียม ยูเรเนียม และสทรอนเชียม เป็นสารอันตรายที่ปกติใช้ผลิตนิวเคลียร์ แต่ที่เป็นห่วงมาก คือ กลุ่มทอเรียม จะปล่อยรังสี 3 ชนิด ทั้งเบตา แกมม่าและอัลฟ่า เมื่อเข้าไปในร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ จะทำลายอวัยวะหากได้รับเกินปริมาณ สอดคล้องกับ นักวิชาการวิศกรรมนิวเคลียร์ที่ได้ตรวจบัตรนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ก็พบว่า มีกัมมันรังสี และไม่มีธาตุใดในบัตรรักษาโรคและประหยัดพลังงานได้ จึงไม่ควรหลงเชื่อ ซึ่งก็มีผู้ร้องเรียนและเป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9VytlCjLmk0  

 2,679
ข่าวภูมิภาค
14 มิ.ย. 62

หนุ่มหาดใหญ่เมาแล้วขับเหยียบคันเร่งแทนเบรค ขับเก๋งพุ่งชนร้านเสริมสวยพังยับ

สงขลา-เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งฮอนด้าซีวิค พุ่งชนเข้าไปในร้านเสริมสวยชื่อ แจ๊คกี้ แฮร์บิวตี้ซาลอน ย่านไทยโฮเต็ล เขตเทศบาลนครหาดใหญ่   ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกนาที ขณะที่รถเก๋งคันนี้พุ่งชนเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งพุ่งมาค่อนข้างเร็วภายในเสี้ยววินาทีแทบไม่ได้เหยียบเบรค และยังชนรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นรถของลูกค้าที่จอดอยู่หน้าร้านเสริมเสริมพาเข้าไปอยู่ในร้านเสริมสวยด้วย   ส่งผลให้ร้านเสริมเสริมพังเสียหายทั้งร้าน รวมทั้งอุปกรณ์เสริมสวย โต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ในร้านก็กระจัดกระจาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 คน คือ น.ส.พรทิพย์ การรัตน์ อายุ 33ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสริมสวย และนางสาวศิรดา บีเสน อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นลูกค้า ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่แต่โชดที่บาดเจ็บไม่สาหัส ส่วนอีกคนคือ นายกรต์รพี หอมภักดี อายุ 55 ปี คนขับรถเก๋ง ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าและอยู่ในอาการมึนเมา ยังไม่สามารถให้ปากคำได้   จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์บอกว่ารถเก๋งคันนี้ได้ขับออกมาจากซอย 12 ถนนราษฎร์อุทิศ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน และพุ่งตัดถนนข้ามเลนมาด้วยความเร็วพุ่งชนร้านเสริมสวยอย่างจัง แต่ยังโชคที่ช่วงเกิดเหตุไม่มีรถขับผ่านมาหรือมีผู้คนอยู่หน้าร้านซึ่งอาจจะมีผู้บาดเจ็บมากกว่านี้   คนขับเก๋งบอกว่า เป็นพนักงานขับรถบรรทุกหกล้อของเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งมาล้างที่ร้านคาร์แคร์ในย่านเกิดเหตุ และแวะไปนั่งดื่มกินกับเพื่อนจนเมา จากนั้นกลับมารับรถซึ่งช่วงที่ออกจากร้านคาร์แคร์ก็เฉี่ยวชนกับเสาร้านมาแล้วด้วย กระทั่งขับมาถึงปากซอยได้เหยียบคันเร่งเต็มพิกัด ข้ามเลนพุ่งชนร้านเสริมสวยโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจะด้วยความเมาไปเหยียบเอาคันเร่งแทนเหยียบเบรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6wUT2N7xu_I

 1,275
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ค. 62

ชาวสงขลาร่วมไว้อาลัยหน้าบ้าน 'ป๋าเปรม' คอหวยแห่ซื้อเลขเด็ดเกลี้ยงแผง

สงขลา-ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ ถนนจะนะ อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ และประธานองค์มนตรี นายวีระนันทร์ เพ็งจันทร์ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลานำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ตำรวจ ทหารและประชาชนชาวจ.สงขลา ร่วมกันแสดงความอาลัยโดยการยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ   โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้วางพวงมาลัยหน้ารูปถ่ายพล.อ.เปรม พร้อมกับกล่าวประวัติและสดุดีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศและจังหวัดสงขลา หลังจากนั้นหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ได้วางพวงมาลัยหน้ารูปถ่ายพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมในพิธีประมาณ 500 คน   พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดพล.อ.เปรม มีชีวประวัติรวมทั้งภาพถ่ายและความเป็นมาของต้นตระกูลติณสูลานนท์ รวมทั้งห้องนอนและเครื่องใช้ส่วนตัวของพล.อ.เปรม และเป็นภาพความทรงจำและความภาคภูมิใจในฐานะชาวสงขลาบ้านเดียวกับพล.อ.เปรม นอกจากนี้ที่ได้มีการนำภาพถ่ายและพานพุ่มมาวางไว้ตรงระเบียงหน้าบันไดเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความเคารพและรำลึกถึงพล.อ.เปรมด้วย   ขณะที่ความเชื่อของคนไทย ได้มีคนจำนนวนมากเสี่ยงโชคจากเลขที่เกี่ยวข้องกับพล.อ.เปรม อาทิ เลขอายุ 98-99 เลขวันถึงแก่อสัญกรรม 26 ซึ่งตรงกับเลขวันเกิด จนเลขดังกล่าวหมดเกลี้ยงแผงลอตเตอรี่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vjgVgiacjPM

 3,309
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

ลอบวางระเบิดหลังสถานีรถไฟจะนะ ดับ 1 เจ็บ 4 - ประกบยิงทหารพรานนราธิวาส เจ็บ 1 เสียชีวิต 1

สงขลา-เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งตั้งอยู่บนถนนด้านหลังสถานีรถไฟจะนะ พื้นที่ ม.3 บ้านคลองลึก ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะนะ ซึ่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวพอดี ถูกแรงอัดระเบิดเสียชีวิตคาที่ 1 นาย คือ ด.ต.โกศล คงสวัสดิ์ ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ   มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.ท.นิพล แก้วหนู รอง สว.(นปพ.) สภ.จะนะ / ด.ต.ชำนาญ สุขมี ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ / และ ด.ต.ศิริ ทองเทพ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.จะนะ นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวที่เป็นชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจะนะ และสงขลานครินทร์ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ลอบระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งยังไม่ทราบภาชนะบรรจุ และการจุดชนวน มาลอบวางเอาไว้ภายในท่อซีเมนต์ด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งเป็นป้อมใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ก่อนที่จะมีการจุดชวนระเบิดขึ้นในช่วงจังหวะที่เจ้าหน้าที่มีการนำกำลังออกมาตั้งจุดตรวจจุดสกัดชั่วคราวบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ด้านหน้าป้อม ชรบ. พอดี จนทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีชาวบ้านผู้หญิงโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่อำเภอชายแดนของ จ.สงขลา เพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสุดช่วงรอมฎอน หรือการถือศีลอด ซึ่งกลุ่มก่อความไม่สงบมักจะลงมือก่อเหตุด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาตัวคนร้าย   ขณะที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุคนร้ายตามประกบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 11 เสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ริมถนนบ้านบือแนปีแย ม.1 ต.ปะลุกาสาเมาะ   โดยศพของ อส.ทพ.สมชาย เชิญชมพู นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ข้างรถ จยย. ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน มาแซ พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลไม้แก่น จ.ปัตตานี ไปก่อนหน้าแล้ว โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่วัดเชิงเขา โดยมี อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน นั่งซ้อนท้าย เดินทางไปซื้ออาหารที่ตลาดต้นไทรเพื่อนำมารับประทานแก้บวชในช่วงรอมฏอน หรือ ถือศีลอด เมื่อซื้ออาหารเรียบร้อยแล้ว อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.เพื่อกลับฐาน   ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. 2 คัน เป็นพาหนะตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายทั้ง 2 คัน ได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ออกมายิงใส่ อส.ทพ.สมชาย และ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน จำนวนหลายนัด   เมื่อถูกกระสุนปืนรถ จยย.ได้เสียหลักล้มคว่ำ ทำให้ อส.ทพ.สมชาย เสียชีวิตคาที ส่วน อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน ได้รับบาดเจ็บ แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AsOzMXJtBps

 3,959
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

ชาวสงขลาอาลัย 'ป๋าเปรม' นร.ร้องเพลงความฝันอันสูงสุด เชิดชูเกียรติ

สงขลา-ประชาชนชาวจ.สงขลา ร่วมกันแสดงความไว้อาลัยให้กับพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของป๋าเปรม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1 ถนนจะนะ เขตเทศบาลเมืองสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา   โดยนักเรียนจากโรงเรียนเลิศคณิตย์ประมาณ 200 คน มารวมตัวกันที่หน้าบ้าน พร้อมกับถือธงชาติไทยและรูปของพล.อ.เปรมไว้เหนือหัว และร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุดเพื่อแสดงความอาลัยและเชิดชูเกียรติให้กับประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-Yf7ttXsUw

 3,814

Top