ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

หนุ่มใหญ่ควบจยย.ย้อนศรประสานงาเก๋งมาเลเซียคอหักดับ

วันที่ 2 ม.ค. 63 พ.ต.ท.สุเทพ ฉุ้นประดับ สารวัตรสอบสวน สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถแวนชาวมาเลเซียชนกับรถ จยย. จนทำให้มีไฟลุกไหม้ และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้าเมืองหาดใหญ่ พื้นที่ ม.14 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับหน่วยกู้ชีพท่าช้าง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่   ที่เกิดเหตุพบรถแวน 5 ประตู ยี่ห้อ LEXUS สัญชาติมาเลเซีย สีขาว ทราบชื่อคนขับคือ นาย ZABIR BIN RAMLI ชาวมาเลเซีย ซึ่งภายในรถโดยสารมากัน 5 คน ส่วนรถคู่กรณีที่ถูกชนประสานงากันนั้น เป็นจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ    นอกจากนั้นในช่วงที่ชนกันยังได้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่หน้ารถแวน และพลเมืองในละแวกเกิดเหตุได้ช่วยกันหาถังดับมามาฉีดดับไฟเอาไว้ได้ทัน และพบร่างผู้เสียชีวิตสภาพคอหัก เป็นชายไทย อายยุราว 40-50 ปี ไม่ทราบชื่อ และสกุล เนื่องจากไม่พบเอกสารใดๆติดตัว โดยศพอยู่ห่างจากตัวรถราว 5 เมตร และจากการตรวจสอบบริเวณถนนที่เกิดเหตุพบรอยชนและลากเป็นทางยาวไปประมาณ 70 เมตร   สอบสวนชาวมาเลเซียที่นั่งมาในรถ ซึ่งพอที่จะให้การได้ระบุว่า ตนและครอบครัวกลับจากไปเที่ยวต่างจังหวัด และกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ จนมาถึงจุดเกิดเหตุได้เห็นรถ จยย. คันดังกล่าวขับย้อนศรมาท่ามกลางความมืด ทำให้คนขับรถแวนมองไม่เห็น และเกิดชนประสานงาเข้าเต็มๆ และลากมาประมาณ 70 เมตร และมีประกายไฟลุกขึ้น ทุกคนจึงรีบวิ่งลงจากรถ ก่อนที่จะมีพลเมืองดีวิ่งเข้ามาช่วยกันดับไฟไว้ได้ก่อนลุกลามไปมากกว่านี้   ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนคนขับและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะดำเนินการในทางคดีต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/8UfEgKSgvgE

 441
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 63

ไฟไหม้หาดใหญ่ 2 จุด 'ร้านขายเสื้อผ้า-ห้องพักครู' ต้อนรับปีใหม่

สงขลา -เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณร้านอมรรัตน์ แฟชั่น หาดใหญ่ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นตั้งอยู่ในย่าน ถ.แสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่    ที่เกิดเหตุพบมีไฟไหม้มาจากแผ่นป้ายไวนิลที่ติดอยู่บนชั้น 2 ของร้าน และลุกลามไปติดแผ่นพลาสติกที่คลุมอยู่ในส่วนของชั้น 2 โดยเจ้าหน้าที่ดับต้องฉีดน้ำ เพื่อให้แน่ใจไม่มีเปลวไฟหลงเหลืออยู่ และโชคดีที่ก่อนหน้านี้ทางเพื่อนบ้านข้างเคียงได้ช่วยกันต่อสายน้ำฉีดดับไฟไปก่อนที่ลุกลามใหญ่โต   สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่บ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ โดยก่อนหน้านั้นได้มีกลุ่มเด็กๆรวมกลุ่มกันเล่นประทัดและดอกไม้ไฟบนถนนหน้าร้านดังกล่าว ก่อนที่จะได้กลิ่นเหม็นไหม้ และเมื่ออกมาดูก็พบว่า ได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่ร้านดังกล่าว จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันดับไฟได้ทัน   นอกจากนี้ในเวลาไล่เลี่ยกันยังได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นอีก 1 จุด ที่บนอาคาร ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องพักของครูเวรโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหาดใหญ่) เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเมื่อตำรวจ เจ้าหน้าที่เทบาล รวมทั้งดับเพลิง มาถึง ก็ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟได้ เนื่องจากครูเวรที่อยู่คนเดียวได้ลิมลูกกุญแจประตูเหล็กชั้น 1 จึงได้ส่งขวานไปให้ครูเวรสับพังกุญแจที่ล็อคมาจากด้านใน และสามารถขึ้นไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ได้   โดยพบว่า ภายในห้องพักครูได้ถูกไฟไหม้ที่หมอนและเสื่อปูนอนเสียหายบางส่วน แต่ยังโชคดีที่ไฟไม่ได้ลุกลามขยายวงกว้าง และจากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดมาจาการที่เสียบที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือคาเต้าเสียบเอาไว้เต็มเต้ารับถึง 5 อัน พร้อมๆกัน และคาดว่า อาจจะเกิดอาการช็อตที่ปลายสายชาร์ตเมื่อกระทบกัน และเกิดเป็นประกายไฟไปติดเอาที่หมอนและเสื่อในห้องพักครูดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O-pjuxhxJcc

 1,003
สังคม
01 ม.ค. 63

ไฟไหม้หาดใหญ่ 2 จุด 'ร้านขายเสื้อผ้า-ห้องพักครู' ต้อนรับปีใหม่

สงขลา -เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณร้านอมรรัตน์ แฟชั่น หาดใหญ่ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นตั้งอยู่ในย่าน ถ.แสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่    ที่เกิดเหตุพบมีไฟไหม้มาจากแผ่นป้ายไวนิลที่ติดอยู่บนชั้น 2 ของร้าน และลุกลามไปติดแผ่นพลาสติกที่คลุมอยู่ในส่วนของชั้น 2 โดยเจ้าหน้าที่ดับต้องฉีดน้ำ เพื่อให้แน่ใจไม่มีเปลวไฟหลงเหลืออยู่ และโชคดีที่ก่อนหน้านี้ทางเพื่อนบ้านข้างเคียงได้ช่วยกันต่อสายน้ำฉีดดับไฟไปก่อนที่ลุกลามใหญ่โต   สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุเจ้าของไม่อยู่บ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ โดยก่อนหน้านั้นได้มีกลุ่มเด็กๆรวมกลุ่มกันเล่นประทัดและดอกไม้ไฟบนถนนหน้าร้านดังกล่าว ก่อนที่จะได้กลิ่นเหม็นไหม้ และเมื่ออกมาดูก็พบว่า ได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่ร้านดังกล่าว จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันดับไฟได้ทัน   นอกจากนี้ในเวลาไล่เลี่ยกันยังได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นอีก 1 จุด ที่บนอาคาร ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องพักของครูเวรโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหาดใหญ่) เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเมื่อตำรวจ เจ้าหน้าที่เทบาล รวมทั้งดับเพลิง มาถึง ก็ไม่สามารถขึ้นไปดับไฟได้ เนื่องจากครูเวรที่อยู่คนเดียวได้ลิมลูกกุญแจประตูเหล็กชั้น 1 จึงได้ส่งขวานไปให้ครูเวรสับพังกุญแจที่ล็อคมาจากด้านใน และสามารถขึ้นไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ได้   โดยพบว่า ภายในห้องพักครูได้ถูกไฟไหม้ที่หมอนและเสื่อปูนอนเสียหายบางส่วน แต่ยังโชคดีที่ไฟไม่ได้ลุกลามขยายวงกว้าง และจากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดมาจาการที่เสียบที่ชาร์ตโทรศัพท์มือถือคาเต้าเสียบเอาไว้เต็มเต้ารับถึง 5 อัน พร้อมๆกัน และคาดว่า อาจจะเกิดอาการช็อตที่ปลายสายชาร์ตเมื่อกระทบกัน และเกิดเป็นประกายไฟไปติดเอาที่หมอนและเสื่อในห้องพักครูดังกล่าว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/O-pjuxhxJcc

 1,003
สังคม
31 ธ.ค. 62

เจอภาพบาดตา! ภรรยานอนอยู่บนตียงกับชายชู้ ทนไม่ไหวคว้ามีดแทงยับเจ็บทั้งคู่ ก่อนหลบหนี

สงขลา-พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ในแมนชั่นแห่งหนึ่งใน เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับหน่วยกู้ชีพมิตรภาพสามัคคีทงเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่ และชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่   ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนสองราย รายแรกเป็นหญิงได้รับบาดเจ็บโดนของมีคมเป็นฉกรรจ์ บริเวณต้นแขนทั้งสองข้าง และมีบาดแผลบริเวณใต้คางยาวประมาณ 10 ซ.ม. บาดเจ็บสาหัส รายที่สองเป็นชาย ชาวอ.นาหม่อม จ.สงขลา ได้รับบาดเจ็บโดนของมีคม บริเวณหน้าท้องซ้าย ราวนมซ้ายใกล้กับหัวใจ ต้นแขนซ้าย และแขนขาวล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลและเร่วนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนสภาพห้องพักที่เกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายอยู่เต็มที่นอน และบริเวณพื้นห้อง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นสามีของฝ่ายหญิง โดยก่อนหน้านี้ได้บอกกับภรรยาว่าจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่สองสามวัน แต่เมื่อเช้าได้กลับที่ห้องพัก พบภรรยาพาชายอื่นมานอนฉลองคืนส่งท้ายปี อยู่บนเตียงนอนจึงใช้อาวุธมีดแทงทั้งสองฝ่ายอาการสาหัส หลังก่อเหตุขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตตี้ สีเทาหลบหนีไป พร้อมด้วยอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ   ขณะนี้ทางชุดสืบสวนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในหอพักและเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีและสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งเพื่อเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 3,837
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 62

ปิดคดีเผา 'ป้ามาลัย' จับแล้วมือเผาตัวการสำคัญคารีสอร์ท อ้างแค่จุดไฟแช็คขู่ไม่ได้ตั้งใจทำ

สงขลา-ความคืบหน้าคดีแก๊งค้ายาบ้านโคกเมา ใน ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ รุมซ้อมและจุดไฟเผาป้านางมาลัย ชุมประมาณ อายุ48ปี หรือป้ามาลัย อย่างโหดเหี้ยม เพราะไม่พอใจที่แอบนำยาไอซ์ที่ซุกซ่อนไว้บนขนำไปละลายน้ำทิ้ง เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดสามารถจับกุม นายยงยุทธ ชุมประมาณ อายุ 26 ปี หรือเป้ ผู้ต้องหาคนสำคัญซึ่งเป็นคนสุดท้ายในคดีนี้ได้แล้ว มีศักดิ์เป็นน้องสามีของป้ามาลัยด้วย ขณะหนีไปกบดานโดยเปิดห้องพักสมพรรีสอร์ท หมายเลขบี 7 ในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา หลังตระเวนหลบหนีอยู่นานเกือบ 1 เดือน   เบื้องต้น นายยงยุทธให้การภาคเสธโดยอ้างว่าเพียงแต่ราดน้ำมันและจุดไฟแช็คขู่ไม่ได้ตั้งใจเผา แต่ป้ามาลัยใช้มือปัดทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหาคือ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และกระทำการหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย   การจับกุมนายยงยุทธ หรือเป้ เป็นการปิดคดีนี้แบบเบ็ดเสร็จซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุครบทั้ง 5 คนแล้วหลังจากที่จับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ 4 คน ได้แก่   นายแบงค์ เยาวชนอายุ 17 ปี / น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี หรือแก้ว / นางนายส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ หรือแหละ อายุ 41 ปี / นางจันทิรา บินเสหาะ อายุ 36 ปี หรือแอด   ทั้งนี้ชนวนเหตุของเรื่องนี้มาจากปัญหาเรื่องยาเสพติด โดยกลุ่มนี้มีนางจันทิรากับนายนายส่อแหล๊ะ สองผัวเมียเป็นหัวหน้าแก๊ง และมีเครือข่ายโยงใยกลุ่มผู้ค้ายาทั้งหมด 14 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงหมดแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการขยายผลติดตามจับกุม   รวมถึงป้ามาลัยเองก็เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายา และติดยางอมแงม จนพักหลังเกิดอาการหลอนคุ้มดีคุ้มร้าย กระทั่งไปแอบเอายาไอซ์ที่ซุกซ่อนไว้ข้างขนำไปละลายน้ำทิ้งดังกล่าว   สำหรับอาการของป้ามาลัย ล่าสุดปลอดภัยแล้ว แต่ยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาลหาดใหญ่ และมีเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 9 คอยดูแลอยู่หน้าห้องตลอด 2 ชั่วโมง เนื่องจากป้ามาลัย เป็นพยานปากสำคัญ และเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานของสำนักงานคุ้มครองพยานจนกว่าคดีจะสิ้นสุดด้วย     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/ndTf8ASyU3A

 1,271
สังคม
27 ธ.ค. 62

ปิดคดีเผา 'ป้ามาลัย' จับแล้วมือเผาตัวการสำคัญคารีสอร์ท อ้างแค่จุดไฟแช็คขู่ไม่ได้ตั้งใจทำ

สงขลา-ความคืบหน้าคดีแก๊งค้ายาบ้านโคกเมา ใน ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ รุมซ้อมและจุดไฟเผาป้านางมาลัย ชุมประมาณ อายุ48ปี หรือป้ามาลัย อย่างโหดเหี้ยม เพราะไม่พอใจที่แอบนำยาไอซ์ที่ซุกซ่อนไว้บนขนำไปละลายน้ำทิ้ง เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดสามารถจับกุม นายยงยุทธ ชุมประมาณ อายุ 26 ปี หรือเป้ ผู้ต้องหาคนสำคัญซึ่งเป็นคนสุดท้ายในคดีนี้ได้แล้ว มีศักดิ์เป็นน้องสามีของป้ามาลัยด้วย ขณะหนีไปกบดานโดยเปิดห้องพักสมพรรีสอร์ท หมายเลขบี 7 ในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา หลังตระเวนหลบหนีอยู่นานเกือบ 1 เดือน   เบื้องต้น นายยงยุทธให้การภาคเสธโดยอ้างว่าเพียงแต่ราดน้ำมันและจุดไฟแช็คขู่ไม่ได้ตั้งใจเผา แต่ป้ามาลัยใช้มือปัดทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหาคือ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และกระทำการหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย   การจับกุมนายยงยุทธ หรือเป้ เป็นการปิดคดีนี้แบบเบ็ดเสร็จซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุครบทั้ง 5 คนแล้วหลังจากที่จับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ 4 คน ได้แก่   นายแบงค์ เยาวชนอายุ 17 ปี / น.ส.ภัทราพร เพชรรัตน์ อายุ 29 ปี หรือแก้ว / นางนายส่อแหล๊ะ จิสวัสดิ์ หรือแหละ อายุ 41 ปี / นางจันทิรา บินเสหาะ อายุ 36 ปี หรือแอด   ทั้งนี้ชนวนเหตุของเรื่องนี้มาจากปัญหาเรื่องยาเสพติด โดยกลุ่มนี้มีนางจันทิรากับนายนายส่อแหล๊ะ สองผัวเมียเป็นหัวหน้าแก๊ง และมีเครือข่ายโยงใยกลุ่มผู้ค้ายาทั้งหมด 14 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงหมดแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการขยายผลติดตามจับกุม   รวมถึงป้ามาลัยเองก็เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายา และติดยางอมแงม จนพักหลังเกิดอาการหลอนคุ้มดีคุ้มร้าย กระทั่งไปแอบเอายาไอซ์ที่ซุกซ่อนไว้ข้างขนำไปละลายน้ำทิ้งดังกล่าว   สำหรับอาการของป้ามาลัย ล่าสุดปลอดภัยแล้ว แต่ยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาลหาดใหญ่ และมีเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 9 คอยดูแลอยู่หน้าห้องตลอด 2 ชั่วโมง เนื่องจากป้ามาลัย เป็นพยานปากสำคัญ และเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานของสำนักงานคุ้มครองพยานจนกว่าคดีจะสิ้นสุดด้วย     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/ndTf8ASyU3A

 1,271
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 62

เร่งล่า นักโทษแหกคุกสงขลา ปีนขึ้นฝ้าเพดาน-เจาะหลังคา-ไต่ข้ามกำแพง รางวัลนำจับ 2 แสน

สงขลา-เกิดเหตุผู้ต้องขังหลบหนีทราบชื่อคือ นายดลกอนิ หมะประสิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนต้องโทษฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ได้ก่อเหตุหลบหนีจากแดนแรกรับโดยการปีนขึ้นฝ้าเพดาน และเจาะหลังคาปีนข้ามกำแพงเรือนจำ หลังจากนั้นได้ทำการขโมยเสื้อและกางเกงขายาวที่ตากไว้บริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่หลบหนีไป   โดยขณะนี้กรมราชทัณฑ์ ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ในเขตอำเภอสิงหนคร เพื่อระดมกำลังในการติดตามจับกุมและปิดล้อมตามพื้นที่ต้องสงสัยอย่างเร่งด่วน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในไม่ช้า   กรมราชทัณฑ์ขอเรียนให้ทราบว่าการที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้ง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุนหรือให้ที่พักอาศัยกับผู้หลบหนีจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน   จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขังเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา หมายเลขโทรศัพท์ 074 336 069 ได้ตลอด 24 ช.ม.มีรางวัลนำจับ 200,000 บาท   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/UpC7DpBgAMo

 3,335
สังคม
27 ธ.ค. 62

เร่งล่า นักโทษแหกคุกสงขลา ปีนขึ้นฝ้าเพดาน-เจาะหลังคา-ไต่ข้ามกำแพง รางวัลนำจับ 2 แสน

สงขลา-เกิดเหตุผู้ต้องขังหลบหนีทราบชื่อคือ นายดลกอนิ หมะประสิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนต้องโทษฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ได้ก่อเหตุหลบหนีจากแดนแรกรับโดยการปีนขึ้นฝ้าเพดาน และเจาะหลังคาปีนข้ามกำแพงเรือนจำ หลังจากนั้นได้ทำการขโมยเสื้อและกางเกงขายาวที่ตากไว้บริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่หลบหนีไป   โดยขณะนี้กรมราชทัณฑ์ ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ในเขตอำเภอสิงหนคร เพื่อระดมกำลังในการติดตามจับกุมและปิดล้อมตามพื้นที่ต้องสงสัยอย่างเร่งด่วน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในไม่ช้า   กรมราชทัณฑ์ขอเรียนให้ทราบว่าการที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้ง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุนหรือให้ที่พักอาศัยกับผู้หลบหนีจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน   จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขังเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา หมายเลขโทรศัพท์ 074 336 069 ได้ตลอด 24 ช.ม.มีรางวัลนำจับ 200,000 บาท   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/UpC7DpBgAMo

 3,335
สังคม
26 ธ.ค. 62

แฟนคลับชาวมาเล บินลัดฟ้าเซอร์ไพรส์ ‘เจ้าจ้อน’ ลิงชิมแปนซี ให้ฟุตบอลกีฬาสุดโปรดของเซเลปลิงน้อย

นายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูรณ์ ผอ.สวนสัตว์สงขลา เปิดเผยว่า ‘เจ้าจ้อน’ ลิงชิมแปนซีจอมซน ประจำสวนสัตว์สงขลา ที่ดังระเบิดในช่วงที่มีการทายผลบอลโลกคู่ชิงชนะเลิศระหว่างฝรั่งเศสกับโครเอเชีย อย่างถูกต้องเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสเป็นแชมป์บอลโลก ปี 2018 ทำให้สวนสัตว์สงขลาได้รับการชื่นชมไปด้วยและเจ้าจ้อนจอมซน ก็ได้เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นนักฟุตบอลชอบเล่นฟุตบอลสร้างสีสันให้กับสวนสัตว์สงขลา   ในขณะเดียวกันพฤติกรรมที่เจ้าจ้อนชอบวิ่งปรบมือ ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต้องการเรียกความสนใจให้มีกองเชียร์ปรบมือตามในขณะที่วิ่งออกมาบริเวณด้านหน้าด้วยความพึงพอใจส่วนนิสัยเจ้าจ้อนมีความเจ้าชู้ที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือ ชอบเสียงผู้หญิงหวาน ๆ ให้เรียกชื่อ “จ้อนจ๊ะ จ้อนจ๋า” เมื่อได้ยินก็เดินตัวอ่อนปรบมือออกมาแบบเขินอายเลยทีเดียว   ซึ่งตรงนี้พี่เลี้ยงจะรู้ว่าเจ้าจ้อนชอบแบบนี้ เวลานักท่องเที่ยวมาดูกันเยอะ ๆ ก็จะส่งเสียงเรียกชื่อเจ้าจ้อนพร้อมปรบมือไปพร้อมกับเจ้าจ้อนด้วย เจ้าจ้อนก็จะวิ่งออกมาและรับรางวัลน้ำแดง 1 ขวด จากพี่เลี้ยงและโชว์การกินน้ำแดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วยแบบเท่ ๆ เลยทีเดียว   และหลังจากที่เจ้าจ้อนลิงชิมแปนซีจอมซน เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นนักฟุตบอลชอบเล่นฟุตบอลแทนการหยิบก้อนหินขว้างปานักท่องเที่ยวสร้างสีสันให้กับสวนสัตว์สงขลา จนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาดูที่ส่วนจัดแสดงต่างชื่นชอบและถ่ายภาพเจ้าจ้อนเล่นฟุตบอลส่งกลับไปที่ประเทศมาเลเซีย ขณะนี้มีแฟนคลับเจ้าจ้อนในหมู่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ติดต่อเข้ามาจะเดินทางมาหาเจ้าจ้อนโดยตรงเพื่อมอบของขวัญปีใหม่ให้กับเจ้าจ้อน ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เจ้าจ้อนชอบมากก็คือน้ำแดงหรือน้ำหวานและผลไม้ที่เจ้าจ้อนชอบด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M2sl9KXNaQo  

 502
ข่าวภูมิภาค
21 ธ.ค. 62

อุกอาจ! คู่อรินัดเคลียร์กันไม่ลงตัว ชักปืนยิงดับ 1 ศพ หน้าศาลเยาวชนฯสงขลา

สงขลา - เกิดเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา ถนนชลาทัศน์ เลียบชายหาดชลาทัศน์แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา   หลังจากพ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผู้กำกับการสภ.เมืองสงขลา ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส1คนคือ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อายุประมาณ26 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าที่บริเวณหน้าท้อง3 นัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่จำนวน 8 ปลอก และหัวอีกกระสุนอีกจำนวนหนึ่งตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีรถกระบะที่จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าวโดนกระสุนปืนที่คนร้ายยิงอีก4 รูด้วย ส่วนคนร้ายมี 2-3 คน ได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป   จากการสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมีเรื่องกับคู่อริคนหนึ่งชื่อเล่นว่ามิน ที่บริเวณหัวพญานาคสวนสองทะเล แต่ก็จบไปกระทั่งมาเจอกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งริมหาดชลาทัศน์และมีเรื่องกันอีกรอบ กระทั่งมีคนกลางพาทั้งสองคนมาเคลียร์บริเวณจุดเกิดเหตุแต่ไม่จบและบานปลายอีกฝ่ายชักาอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง นายธัชชัย จำนวน 8 นัด และพยายามวิ่งหนีตายจนหมดแรงล้มลง   โดยหลังเกิดเหตุตำรวจกำลังเร่งติดตามนายมิน พร้อมพวกที่ร่วมกันก่อแหตุแล้วความคืบหน้าเรื่องนี้จะรายงานให้ทราบต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aNDo7n4fUVA

 1,623
อาชญากรรม
21 ธ.ค. 62

อุกอาจ! คู่อรินัดเคลียร์กันไม่ลงตัว ชักปืนยิงดับ 1 ศพ หน้าศาลเยาวชนฯสงขลา

สงขลา - เกิดเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา ถนนชลาทัศน์ เลียบชายหาดชลาทัศน์แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา   หลังจากพ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผู้กำกับการสภ.เมืองสงขลา ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส1คนคือ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อายุประมาณ26 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าที่บริเวณหน้าท้อง3 นัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่จำนวน 8 ปลอก และหัวอีกกระสุนอีกจำนวนหนึ่งตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีรถกระบะที่จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าวโดนกระสุนปืนที่คนร้ายยิงอีก4 รูด้วย ส่วนคนร้ายมี 2-3 คน ได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป   จากการสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมีเรื่องกับคู่อริคนหนึ่งชื่อเล่นว่ามิน ที่บริเวณหัวพญานาคสวนสองทะเล แต่ก็จบไปกระทั่งมาเจอกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งริมหาดชลาทัศน์และมีเรื่องกันอีกรอบ กระทั่งมีคนกลางพาทั้งสองคนมาเคลียร์บริเวณจุดเกิดเหตุแต่ไม่จบและบานปลายอีกฝ่ายชักาอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง นายธัชชัย จำนวน 8 นัด และพยายามวิ่งหนีตายจนหมดแรงล้มลง   โดยหลังเกิดเหตุตำรวจกำลังเร่งติดตามนายมิน พร้อมพวกที่ร่วมกันก่อแหตุแล้วความคืบหน้าเรื่องนี้จะรายงานให้ทราบต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aNDo7n4fUVA

 1,623
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 62

มอบตัวแล้ว! สามีหึงโหดแทงเมียปางตายต่อหน้าลูก อ้างไม่ได้ตั้งใจแทง แฉฝ่ายหญิงคบชายหลายคน

สงขลา-ความคืบหน้าคดี น.ส.อรอุมา มณีรักษ์ หรือ เปรี้ยว อายุ 30 ปี ถูก นายบุญนาค ระมะโน อายุ 34 ปี สามีแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าลูกสาววัย 9 ขวบ เพราะความหึงหวงหลังตามง้อให้กลับไปอยู่ด้วยกัน ต่อมาแพทย์ยื้อชีวิตเอาไว้ได้แม้จะมีโอกาสรอดไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางญาติได้เรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุม นายบุญนาค เพราะยังหลบหนีลอยนวลแม้ว่าคดีจะผ่านมากว่าครึ่งเดือน   ล่าสุดนายบุญนาค ได้ยอมเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพ ก่อนนำตัวไปทำแผนที่บ้านที่เกิดเหตุ แต่ปรากฎว่า ไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนี้ทั้งภรรยา ญาติ รวมทั้งลูกๆ น่าจะออกจากบ้านไปก่อนและไม่อยากพบหน้า ทั้งที่ก่อนนำตัวไปทำแผนได้โทรศัพท์ติดต่อกันไว้แล้ว โดยใช้เวลาทำแผนราว 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ   นายบุญนาค เผยว่า หลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังคงทำงานเป็นช่างเดินสายโทรศัพท์ของบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ แต่เมื่อเห็นข่าวที่ญาติของภรรยาออกมาเรียกร้องให้ตำรวจจับกุมตนเอง และพูดใส่ร้ายฝ่ายเดียวว่าตนแทงภรรยาต่อหน้าลูกอย่างโหดเหี้ยมเพราะความหึงหวงที่คิดว่าภรรยาไปมีคนใหม่ จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวและเปิดเผยเรื่องราว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะภรรยาไปมีชายอื่นจริง ซึ่งครอบครัวของภรรยาก็รู้เรื่องนี้ดี   หลายครั้งที่ภรรยาไปกับคนอื่นแต่ตนก็ให้อภัยมาตลอดและขอให้หยุด แต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมหยุด มีทั้งหลักฐานการแชทแต่น่าจะถูกลบไปแล้ว ส่วนที่บอกว่าเลิกกันมาสองเดือนก็ไม่ใช่เพราะแค่แยกกันอยู่ และตอนที่แยกกันก็ยังให้รถและโทรศัพท์ไปใช้    ในวันเกิดเหตุ มีผู้ชายมาหาถึงบ้านขณะมาพักอยู่กับพี่สาว ตนจะเข้าไปเคลียร์กับฝ่ายชาย แต่ภรรยาก็บอกไม่ต้องพูด ตนจึงดึงภรรยาเข้าไปคุยในบ้าน ซึ่งตอนนั้นตนพกมีดคัตเตอร์อยู่ ซึ่งเป็นมีดที่พกติดตัวตลอดขณะทำงาน แต่ตอนที่ยื้อยุดกันอยู่ก็ไม่รู้ไปแทงภรรยาตอนไหน   พร้อมยืนยันยังรักภรรยาเหมือนเดิมและให้อภัยมาตลอด แต่ที่ทำไปเพราะไม่มีใครรู้ว่าตนโดนอะไรมาบ้าง สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นหัวหน้าโรงงานแต่ก็ต้องลาออกมาปีกว่า เพราะถูกเพื่อนล้อเนื่องจากภรรยาไปทำงานร้านคาราโอเกะ ทั้งที่ตนมีให้ทุกอย่างแล้วและขอร้องให้เลิกแต่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็นำรถยนต์ไปจำนำเพื่อนำเงินมาลงทุนสร้างครอบครัวใหม่ และต้องเป็นหนี้ ภรรยาก็ไปมีคนอื่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JXkixk1BZFk

 2,336
อาชญากรรม
18 ธ.ค. 62

มอบตัวแล้ว! สามีหึงโหดแทงเมียปางตายต่อหน้าลูก อ้างไม่ได้ตั้งใจแทง แฉฝ่ายหญิงคบชายหลายคน

สงขลา-ความคืบหน้าคดี น.ส.อรอุมา มณีรักษ์ หรือ เปรี้ยว อายุ 30 ปี ถูก นายบุญนาค ระมะโน อายุ 34 ปี สามีแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าลูกสาววัย 9 ขวบ เพราะความหึงหวงหลังตามง้อให้กลับไปอยู่ด้วยกัน ต่อมาแพทย์ยื้อชีวิตเอาไว้ได้แม้จะมีโอกาสรอดไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางญาติได้เรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุม นายบุญนาค เพราะยังหลบหนีลอยนวลแม้ว่าคดีจะผ่านมากว่าครึ่งเดือน   ล่าสุดนายบุญนาค ได้ยอมเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพ ก่อนนำตัวไปทำแผนที่บ้านที่เกิดเหตุ แต่ปรากฎว่า ไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนี้ทั้งภรรยา ญาติ รวมทั้งลูกๆ น่าจะออกจากบ้านไปก่อนและไม่อยากพบหน้า ทั้งที่ก่อนนำตัวไปทำแผนได้โทรศัพท์ติดต่อกันไว้แล้ว โดยใช้เวลาทำแผนราว 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ   นายบุญนาค เผยว่า หลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังคงทำงานเป็นช่างเดินสายโทรศัพท์ของบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ แต่เมื่อเห็นข่าวที่ญาติของภรรยาออกมาเรียกร้องให้ตำรวจจับกุมตนเอง และพูดใส่ร้ายฝ่ายเดียวว่าตนแทงภรรยาต่อหน้าลูกอย่างโหดเหี้ยมเพราะความหึงหวงที่คิดว่าภรรยาไปมีคนใหม่ จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวและเปิดเผยเรื่องราว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะภรรยาไปมีชายอื่นจริง ซึ่งครอบครัวของภรรยาก็รู้เรื่องนี้ดี   หลายครั้งที่ภรรยาไปกับคนอื่นแต่ตนก็ให้อภัยมาตลอดและขอให้หยุด แต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมหยุด มีทั้งหลักฐานการแชทแต่น่าจะถูกลบไปแล้ว ส่วนที่บอกว่าเลิกกันมาสองเดือนก็ไม่ใช่เพราะแค่แยกกันอยู่ และตอนที่แยกกันก็ยังให้รถและโทรศัพท์ไปใช้    ในวันเกิดเหตุ มีผู้ชายมาหาถึงบ้านขณะมาพักอยู่กับพี่สาว ตนจะเข้าไปเคลียร์กับฝ่ายชาย แต่ภรรยาก็บอกไม่ต้องพูด ตนจึงดึงภรรยาเข้าไปคุยในบ้าน ซึ่งตอนนั้นตนพกมีดคัตเตอร์อยู่ ซึ่งเป็นมีดที่พกติดตัวตลอดขณะทำงาน แต่ตอนที่ยื้อยุดกันอยู่ก็ไม่รู้ไปแทงภรรยาตอนไหน   พร้อมยืนยันยังรักภรรยาเหมือนเดิมและให้อภัยมาตลอด แต่ที่ทำไปเพราะไม่มีใครรู้ว่าตนโดนอะไรมาบ้าง สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นหัวหน้าโรงงานแต่ก็ต้องลาออกมาปีกว่า เพราะถูกเพื่อนล้อเนื่องจากภรรยาไปทำงานร้านคาราโอเกะ ทั้งที่ตนมีให้ทุกอย่างแล้วและขอร้องให้เลิกแต่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็นำรถยนต์ไปจำนำเพื่อนำเงินมาลงทุนสร้างครอบครัวใหม่ และต้องเป็นหนี้ ภรรยาก็ไปมีคนอื่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JXkixk1BZFk

 2,336
สังคม
16 ธ.ค. 62

เร่งล่าตัวผัวหึงโหดแทงเมียปางตาย กลางงานวันเกิด ต่อหน้าลูก ฉุนง้อไม่สำเร็จ

ความคืบหน้าคดี สามีโหดแทงภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าลูก เพราะความหึงหวงหลังตามง้อให้กลับไปอยู่ด้วยกัน และแพทย์ยื้อชีวิตเอาไว้ได้แม้จะมีโอกาสรอดไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ใน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และญาติได้ออกมาเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุม นายบุญนาค เพราะยังหลบหนีลอยนวลแม้ว่าคดีจะผ่านมากว่าครึ่งเดือน   ล่าสุดในวันนี้ (16 ธ.ค.62)  ร.ต.อ.จิรศักดิ์ วงสุริยะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เจ้าของคดี ได้ประสานข้อมูลไปยังตำรวจ ชุดสืบสวนและชุดป้องกันและปราบปราม สภ.หาดใหญ่ เพื่อเร่งไล่ล่าติดตาม จับกุม นายบุญนาค ผู้ก่เหตุโดยเร็วที่สุด   และหลังจากที่ถูกออกหมายจบ นายบุญนาค เคยติดต่อขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว แต่หลังจากนั้นก็หายไปติดต่อไม่ได้อีกเลย แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ทั้งในพื้นที่อ.รัตภูมิ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาหรือไม่ก็ในพื้นที่อ.หาดใหญ่ และจากการส่งข้อความทางเฟสบุ๊คส่วนตัวก็พบว่ายังเปิดข้อความอ่านอยู่   ขณะเดียวกันทางตำรวจสภ.หาดใหญ่ ได้ประสานไปยังญาติที่อ.รัตภูมิ เพื่อให้ช่วยติดต่อ นายบุญนาค เข้ามอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี รวมถึงประสานตำรวจสภ.รัตภูมิ เพื่อให้ลงพื้นที่หาเบาะแสช่วยตามหาตัวอีกทางหนึ่ง   ด้านผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง เขาแค่มาตามกลับบ้าน บอกกับตนว่าไม่ยอมเลิก ไม่รู้ว่าเขาพกมีดใส่กระเป๋ามาด้วย พอง้อไม่สำเร็จก็มีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะชักควักมีดออกมาแทงตน 1 ครั้ง ล้มลงจมกองเลือด ขณะนั้นยังมีสติอยู่ ท่าทางนายบุญนาคโมโหมาก ตลอดที่คบหากันก็ทะเลาะกันเป็นประจำ ทุบตีตนบ่อยครั้งต่อหน้าลูก กล่าวหาว่าตนคนอื่น อยากบอกเขาว่าไม่ต้องขอโทษขอคืนดีและไม่ต้องมาคุยกันอีก ไม่อยากเจอหน้า หลังจากเกิดเรื่องเขาได้ส่งข้อความมาหาด่าว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เพราะตน  ตอนที่ตนไปอาศัยอยู่กับสามีที่บ้านใน อ. รัตภูมิ ถูกซ้อมรุนแรงมากจนร้องไห้ ไม่ใช่แค่ตบดีธรรมดากระทืบด้วย ถึงขั้นปิดห้องซ้อมทำร้าย ส่วนตอนที่เป็นห่วงคนในบ้านทุกคน ตั้งแต่วันเกิดเหตุพี่สาวก็ไม่ได้ทำงาน พี่สาวก็ต้องไปกู้เงินมาและก็ไม่รู้ว่าพี่สาวกู้มาเท่าไหร่ ลูกทั้ง 3 คน มี 2 คนที่ไม่ได้ไปโรงเรียน หลังจากเกิดเรื่องเขายังส่งข้อความมา ตนไม่ได้อ่านเพราะเขาส่งมาด่าว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เพราะตน    ส่วนแม่ของผู้บาสดเจ็บ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของลูกสาว ไม่รู้จะหายเป็นปกติไหม เห็นหมอบอกว่าภายในบาดเจ็บมาก และกลัวว่านายบุญนาคจะมาทำร้ายซ้ำทั้งลูกสาวตนและหลาน นางจริญยังเล่าอีกว่าก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องกันโดยลูกสาวได้หนีไปอยู่กับเพื่อน และนายบุญนาคมาตามแต่ไม่พบนายบุญนาคก็เลยขังมาเอาไว้ในบ้านและพาลูกชายคนเล็กไป เพื่อจะให้ลูกสาวกลับมา นางจริญยังกล่าวว่าจะไม่ให้อภัยนายบุญนาค และไม่ต้องมาพูดคุยใดๆทั้งสิ้น และของให้นายบุญนาครับโทษที่ทำ     อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าทเปิดเผยว่า หากทางครัวครัวของผู้บาดเจ็บกลัวความไม่ปลอดภัย ทางสภ.หาดใหญ่ก็จะจัดกำลังไปดูแลให้ที่บ้าน   

 464
สังคม
15 ธ.ค. 62

ปลูกจิตสำนึกเด็ก บรรยากาศของการอบรม - เรียนรู้กฎจราจร ของน้องๆอนุบาล จ.สงขลา น่ารักจริงๆ

เทศบาลเมืองเขารูปช้าง ที่จังหวัดสงขลา เข้ามาสอนเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้เคารพกฎจราจร เรียนรู้กฎจราจร โดนที่เด็กจะได้รู้เองด้วย นำไปบอกเล่า สอนพ่อแม่ได้อีกด้วย   แต่เนื่องจากว่าเด็กที่ไปสอนนั้นยังเล็กมาก หากจริงจังมากไปเด็กก็จะเบื่อ และทำให้ง่วงนอนได้ เลยต้องมีอะไรมาดึงดูดความสนใจเสียหน่อย โดยมีการทำการ์ตูน ที่ผสมผสานหนังตะลุงเข้าไป มีบทสนทนา สอนว่าการขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรนั้นอันตราย อันตรายจากการไม่เปิดไฟเลี้ยว เวลาเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือแม้อันตรายของการเมาแล้วขับ   โดยในตอนท้าย เจ้าหน้าที่ได้ถามเด็กๆว่าพ่อใครดื่มเหล้าบ้าง ด้วยความเป็นเด็กก็โกหกไม่เป็น เห็นอย่างไรก็พูดอย่างนั้น เมื่อเจอคำถามนี้ ก็พากันยกมือเต็มไปหมด น่าเอ็นดูจริงๆ         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/XuA3X69Ek8k

 3,673

Top