ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

สังคม
07 ก.พ. 63

ญาติแค้นตามล็อคตัวไอ้หื่นลวง ด.ญ.ป.6 หวังข่มขืน อ้างเห็นเด็กมีประจำเดือนเลยหมดอารมณ์

สงขลา-มีคลิปเหตุการณ์ไลฟ์สด ขณะญาติของเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ใน อ.หาดใหญ่ เข้าไปล็อคคอจับตัว นายเฉลิมพล คำนิยม อายุ 37 ปี ขณะนั่งอยู่ในร้านค้าหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ แห่งที่ 1 อ.หาดใหญ่ และกำลังรอขึ้นรถโดยสารหลบหนีไป จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่จะแจ้งตำรวจประจำสถานีขนส่งให้มาจับกุมตัว   หลังจากที่ได้ก่อเหตุหลอกเด็กหญิงอายุ 12 ปี ไปล่วงละเมิดทางเพศ โดยแม่ของเด็กได้เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ต่อมาศาลจังหวัดสงขลา ได้ออกหมายจับนายเฉลิมพล ในข้อหาพรากและพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารโดยขู่เข็นใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หลังญาติๆ ทราบเรื่องจึงได้พยายามตามหาตัว จนกระทั่งมาพบนั่งรอรถอยู่ที่สถานีขนส่งหาดใหญ่   เบื้องต้นนายเฉลิมพล ยอมรับสารภาพว่า ได้ล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 12 ปี จริง แต่ไม่ได้ข่มขืน และเมื่อกลับไปถึงบ้านก็ยังถูกต่อยและเตะด้วยความโกรธ เนื่องจากน้าของเด็กได้นำเรื่องนี้ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กด้วยความแค้น   พร้อมเล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ไปพบกับเด็กหญิงคนนี้ ขณะกำลังเดินอยู่คนเดียว จึงออกอุบายหลอกเด็กว่าจะพาไปส่งโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเด็กหลงเชื่อขึ้นซ้อนท้ายไป แต่ตนได้ขับพาเข้าไปในป่าแถวสนามบินหาดใหญ่ ซึ่งขณะนั่งรถไปเด็กได้ด่าตลอดทาง แต่ตนได้ขับเร็ว เพื่อไม่ให้เด็กหนี กระทั่งพาเข้าไปในป่า และใช้กรรไกรขนาดเล็กจี้คอเด็กถอดเสื้อนักเรียนออก และขยำนม แต่ตอนกำลังจะลงมือข่มขืน เห็นเด็กมีประจำเดือน จึงหมดอารมณ์ไม่ได้ข่มขืน และขับรถพามาส่งที่โรงเรียน   กระทั่งมาทราบภายหลังว่า เด็กนำเรื่องไปบอกพ่อแม่และน้า รวมทั้งมีการเข้าแจ้งความ และโพสต์เรื่องนี้พร้อมภาพของตนลงในสังคมออนไลน์ จึงกบดานเงียบ และในวันนี้กำลังจะเดินทางไป จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้เรื่องเงียบ แต่ญาติตามมาพบเสียก่อน   จากการตรวจสอบประวัติของ นายเฉลิมพล ว่าเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคดีวิ่งราวทรัพย์ ศาลตัดสินจำคุก 2 ปีกว่า แต่ขณะอยู่ในเรือนจำได้ก่อเหตุแทงเพื่อนนักโทษด้วยกันศาลลงโทษเพิ่มอีก 12 ปี พอออกมาไม่นานก็ถูกจับคดีค้ายาเสพติด และออกมาได้ 2 ปี กว่า กระทั่งมาก่อนเหตุพยายามข่มขืนเด็กหญิง ป.6 ดังกล่าว      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/P1u_CBmz044

 1,889
ข่าวภูมิภาค
06 ก.พ. 63

ออกหมายจับ ไอ้หื่นลวงเด็ก ป.6 เข้าป่าหมายข่มขืน แต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กมีประจำเดือน

สงขลา-กรณีนายเฉลิมพล ธรรมนิยม อายุ 37 ปี หลอกนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หวังมาไปกระทำอนาจาร แต่ไม่สำเร็จ เหตุเกิดบริเวณป่าละเมา ถนนสายสนามบินหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   โดยญาติของเด็กได้โพสต์เล่าว่า คนร้ายเอามีดจี้เด็กขณะเดินไปโรงเรียน โดยข่มขู่นานหลาย ชม.ก่อนพาเข้าไปหวังข่มขืน แต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กมีประจำเดือน   ต่อมาพนักงานสอบสวนเชิญผู้เสียหาย นางนพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี และบุตรสาวเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) มาสอบปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ล่าสุดพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GoIr08iN7v4

 4,937
สังคม
06 ก.พ. 63

ออกหมายจับ ไอ้หื่นลวงเด็ก ป.6 เข้าป่าหมายข่มขืน แต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กมีประจำเดือน

สงขลา-กรณีนายเฉลิมพล ธรรมนิยม อายุ 37 ปี หลอกนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หวังมาไปกระทำอนาจาร แต่ไม่สำเร็จ เหตุเกิดบริเวณป่าละเมา ถนนสายสนามบินหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   โดยญาติของเด็กได้โพสต์เล่าว่า คนร้ายเอามีดจี้เด็กขณะเดินไปโรงเรียน โดยข่มขู่นานหลาย ชม.ก่อนพาเข้าไปหวังข่มขืน แต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กมีประจำเดือน   ต่อมาพนักงานสอบสวนเชิญผู้เสียหาย นางนพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี และบุตรสาวเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) มาสอบปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ล่าสุดพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GoIr08iN7v4

 4,937
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 63

หนุ่มคลั่งยาจุดไฟเผาบ้านตัวเอง เมียหอบลูก 3 เดือนวิ่งหนีตาย

สงขลา-เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นภายในหมู่บ้านบ้านสวนวงศ์ทอง หมู่1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ โดยบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ไฟได้ลุกไหม้มาจากโซฟาภายในห้องรับแขกและลุกลามอย่างรวดเร็ว   เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองควนลัง นำรถดับเพลิงเข้าฉีดน้ำดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามบ้านทั้งหลัง ในขณะที่หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองควนลังก็มาเตรียมพร้อมในที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อาจจะได้รับบาดเจ็บ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงดับไฟได้   จากการตรวจสอบภายในบ้านพบว่า เครื่องใช้ที่อยู่ภายในบ้านทั้งห้องรับแขกห้องครัว ห้องนอน ทุกอย่างถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ฟ้าเพดานพังลงมาเหลือเพียงโครงเหล็ก แต่ยังโชคดีที่ตัวบ้านยังไม่เสียหายมากนัก เพราะเจ้าหน้าที่ดับไฟไว้ได้ทัน และไม่มีผู้บาดเจ็บเนื่องจากผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านจำนวน 5 คนวิ่งออกมาได้ทัน    หลังเกิดเหตุสืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายกวิรัชน์ พู่กัน อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าของบ้าน ซึ่งญาติบอกว่าติดยาบ้าอย่างหนักและในช่วงเช้าได้เอะอะโวยวายใส่คนในบ้าน ก่อนที่จะใช้ไฟแช็คจุดโซฟาจนไฟลุกลามไหม้บ้าน โดยขณะเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่ในบ้าน 5 คน คือตัวนายกวิรัชน์ ภรรยา ลูกสาววัย 3 เดือน และน้าสาว ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด และไม่มีใครสามารถทำอะไรได้   ด้านมารดาผู้ก่อเหตุให้การว่า บุตรชายเป็นคนลงมือเผา ขณะเกิดเหตุตนเองและสามีออกไปทำธุระนอกบ้าน โดยขณะเกิดเหตุลูกสะใภ้อุ้มหลานวัย 3 ขวบ วิ่งหลบหนีออกจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนสาเหตุเกิดจากบุตรชายกับลูกสะใภ้ มีปัญหาทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง เนื่องจากบุตรชายเสพยาติดจนงอมแงม ไม่สามารถควบคุมสติได้ ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง   ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นายกวิรัชน์ ไปสวนสวนที่สภ.หาดใหญ่ ซึ่งยังมีอาการปกติและให้การกับตำรวจโดยอ้างว่าไม่ได้จุดไฟเผา แต่ก่อนเกิดเหตุได้ดีดขี้บุหรี่ทิ้งในบ้านซึ่งตัวเองก็ไม่รู้ว่าไปตกที่โซฟา และเดินออกจากบ้านไปและมาเห็นอีกทีก็ตอนมีไฟลุกไหม้แล้ว จึงรีบวิ่งไปที่ห้องบอกให้ภรรยานำลูกสาวอายุ 3 เดือนออกมาจากห้องรวมทั้งคนอื่นๆที่อยู่ในบ้านซึ่งพากันวิ่งออกมาได้ทัน   อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพ่อแม่ของนายกวิรัชน์ บอกให้ตำรวจจับกุมตัวลูกชายดำเนินคดีไปตามกฏหมาย เนื่องจากทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมของลูกชายที่ติดยาอย่างหนัก และมักจะใช้อารมณ์รุนแรงกับคนในบ้านโดยเฉพาะครั้งนี้ที่ถึงขั้นจุดไฟเผาบ้านตัวเอง เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีเจตนาวางเพลิง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z5U4GbptWDQ

 4,807
สังคม
03 ก.พ. 63

หนุ่มคลั่งยาจุดไฟเผาบ้านตัวเอง เมียหอบลูก 3 เดือนวิ่งหนีตาย

สงขลา-เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นภายในหมู่บ้านบ้านสวนวงศ์ทอง หมู่1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ โดยบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ไฟได้ลุกไหม้มาจากโซฟาภายในห้องรับแขกและลุกลามอย่างรวดเร็ว   เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองควนลัง นำรถดับเพลิงเข้าฉีดน้ำดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามบ้านทั้งหลัง ในขณะที่หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองควนลังก็มาเตรียมพร้อมในที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อาจจะได้รับบาดเจ็บ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงดับไฟได้   จากการตรวจสอบภายในบ้านพบว่า เครื่องใช้ที่อยู่ภายในบ้านทั้งห้องรับแขกห้องครัว ห้องนอน ทุกอย่างถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ฟ้าเพดานพังลงมาเหลือเพียงโครงเหล็ก แต่ยังโชคดีที่ตัวบ้านยังไม่เสียหายมากนัก เพราะเจ้าหน้าที่ดับไฟไว้ได้ทัน และไม่มีผู้บาดเจ็บเนื่องจากผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านจำนวน 5 คนวิ่งออกมาได้ทัน    หลังเกิดเหตุสืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายกวิรัชน์ พู่กัน อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าของบ้าน ซึ่งญาติบอกว่าติดยาบ้าอย่างหนักและในช่วงเช้าได้เอะอะโวยวายใส่คนในบ้าน ก่อนที่จะใช้ไฟแช็คจุดโซฟาจนไฟลุกลามไหม้บ้าน โดยขณะเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่ในบ้าน 5 คน คือตัวนายกวิรัชน์ ภรรยา ลูกสาววัย 3 เดือน และน้าสาว ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด และไม่มีใครสามารถทำอะไรได้   ด้านมารดาผู้ก่อเหตุให้การว่า บุตรชายเป็นคนลงมือเผา ขณะเกิดเหตุตนเองและสามีออกไปทำธุระนอกบ้าน โดยขณะเกิดเหตุลูกสะใภ้อุ้มหลานวัย 3 ขวบ วิ่งหลบหนีออกจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนสาเหตุเกิดจากบุตรชายกับลูกสะใภ้ มีปัญหาทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง เนื่องจากบุตรชายเสพยาติดจนงอมแงม ไม่สามารถควบคุมสติได้ ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง   ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นายกวิรัชน์ ไปสวนสวนที่สภ.หาดใหญ่ ซึ่งยังมีอาการปกติและให้การกับตำรวจโดยอ้างว่าไม่ได้จุดไฟเผา แต่ก่อนเกิดเหตุได้ดีดขี้บุหรี่ทิ้งในบ้านซึ่งตัวเองก็ไม่รู้ว่าไปตกที่โซฟา และเดินออกจากบ้านไปและมาเห็นอีกทีก็ตอนมีไฟลุกไหม้แล้ว จึงรีบวิ่งไปที่ห้องบอกให้ภรรยานำลูกสาวอายุ 3 เดือนออกมาจากห้องรวมทั้งคนอื่นๆที่อยู่ในบ้านซึ่งพากันวิ่งออกมาได้ทัน   อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพ่อแม่ของนายกวิรัชน์ บอกให้ตำรวจจับกุมตัวลูกชายดำเนินคดีไปตามกฏหมาย เนื่องจากทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมของลูกชายที่ติดยาอย่างหนัก และมักจะใช้อารมณ์รุนแรงกับคนในบ้านโดยเฉพาะครั้งนี้ที่ถึงขั้นจุดไฟเผาบ้านตัวเอง เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีเจตนาวางเพลิง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z5U4GbptWDQ

 4,807
ข่าวภูมิภาค
30 ม.ค. 63

แฟนใหม่สาวโคโยตี้เผชิญหน้าแฟนเก่า วางมวยใส่กัน ถูกแทงเจ็บ 1

สงขลา-แฟนใหม่กับแฟนเก่าสาวโคโยตี้เผชิญหน้ากัน วางมวยใส่กัน สุดท้ายแฟนเก่าถูกแทงปางตาย   เมื่อวันที่ 29 ม.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและแทงกันได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านในซอย 7 คลองเตย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบ   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุทราบว่า มีผู้ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 1 คน เป็นชายอายุ 19 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว โดยถูกแทงด้วยอาวุธมีดทำครัวยาว 4 นิ้ว เข้าบริเวณหน้าท้อง 1 แผล เลือดอาบ ส่วนคนแทงไม่ได้หลบหนีไปไหนยังอยู่ที่บ้านเกิดเหตุ ทราบชื่อ นายวัชรพงศ์ สุภามาลา อายุ 24 ปี   จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า สาเหตุมาจากปัญหารักสามเส้าระหว่างแฟนเก่ากับแฟนใหม่ ที่มาเจอหน้ากันที่บ้านเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านของฝ่ายหญิงที่เป็นสาวโคโยตี้   โดยนายวัชรพงศ์ ซึ่งเป็นแฟนใหม่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนขี่รถจักรยานยนต์มากับแฟนสาว ขณะมาจอดหน้าบ้านแฟนสาว แฟนเก่าของแฟนสาวที่เลิกรากันไปได้เดือนกว่าได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมา และบอกว่าจะเข้าไปเอาตู้ลำโพงภายในบ้านคืน ซึ่งตอนนั้นก็เกือบจะมีเรื่องกันขึ้น   สักพักตนได้เข้าไปตามแฟนเก่าของแฟนสาวให้ออกมา และเกิดการมองหน้ากันขึ้น อีกฝ่ายจึงชกหน้าตน ตนจึงสวนกลับและถูกตีด้วยลำโพง ตนจึงไปหยิบมีดในกล่องเครื่องมือช่างมาแทงมั่ว ๆ ไป และถูกที่ท้องอีกฝ่ายจนล้มลง ซึ่งขณะนั้นตนก็ยังช่วยห้ามเลือด และแจ้งรถพยาบาลให้มารับตัว   ทั้งนี้ ด้านคดีทางพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าเอาไว้ก่อน และจะสอบสวนในรายละเอียดว่าเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมข้อหาใดอีกหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lpDhIN3abXk

 1,608
อาชญากรรม
30 ม.ค. 63

แฟนใหม่สาวโคโยตี้เผชิญหน้าแฟนเก่า วางมวยใส่กัน ถูกแทงเจ็บ 1

สงขลา-แฟนใหม่กับแฟนเก่าสาวโคโยตี้เผชิญหน้ากัน วางมวยใส่กัน สุดท้ายแฟนเก่าถูกแทงปางตาย   เมื่อวันที่ 29 ม.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและแทงกันได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านในซอย 7 คลองเตย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบ   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุทราบว่า มีผู้ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 1 คน เป็นชายอายุ 19 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว โดยถูกแทงด้วยอาวุธมีดทำครัวยาว 4 นิ้ว เข้าบริเวณหน้าท้อง 1 แผล เลือดอาบ ส่วนคนแทงไม่ได้หลบหนีไปไหนยังอยู่ที่บ้านเกิดเหตุ ทราบชื่อ นายวัชรพงศ์ สุภามาลา อายุ 24 ปี   จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า สาเหตุมาจากปัญหารักสามเส้าระหว่างแฟนเก่ากับแฟนใหม่ ที่มาเจอหน้ากันที่บ้านเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านของฝ่ายหญิงที่เป็นสาวโคโยตี้   โดยนายวัชรพงศ์ ซึ่งเป็นแฟนใหม่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนขี่รถจักรยานยนต์มากับแฟนสาว ขณะมาจอดหน้าบ้านแฟนสาว แฟนเก่าของแฟนสาวที่เลิกรากันไปได้เดือนกว่าได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมา และบอกว่าจะเข้าไปเอาตู้ลำโพงภายในบ้านคืน ซึ่งตอนนั้นก็เกือบจะมีเรื่องกันขึ้น   สักพักตนได้เข้าไปตามแฟนเก่าของแฟนสาวให้ออกมา และเกิดการมองหน้ากันขึ้น อีกฝ่ายจึงชกหน้าตน ตนจึงสวนกลับและถูกตีด้วยลำโพง ตนจึงไปหยิบมีดในกล่องเครื่องมือช่างมาแทงมั่ว ๆ ไป และถูกที่ท้องอีกฝ่ายจนล้มลง ซึ่งขณะนั้นตนก็ยังช่วยห้ามเลือด และแจ้งรถพยาบาลให้มารับตัว   ทั้งนี้ ด้านคดีทางพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าเอาไว้ก่อน และจะสอบสวนในรายละเอียดว่าเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมข้อหาใดอีกหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lpDhIN3abXk

 1,608
ข่าวภูมิภาค
26 ม.ค. 63

รวบ 2 โจ๋ ตั้งตนเป็นเอเย่นต์ค้ายา ยึดยาบ้ากว่า 6 พันเม็ด! สารภาพ “เอาเงินส่งเสียกิ๊ก”

ร้อยตำรวจเอกพงศ์ศักดิ์ หนูบูรณ์รองสารวัตรสืบสวน หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ นำกำลังชุดปราบปรามฯ จับกุมนายมาน อายุ 16 ปี และกริช อายุ 19 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 6 พันเม็ด ยาไอซ์ 7.7 กรัม ได้คาบ้านพัก สารภาพรับจ้างส่งและขายปลีก ครั้งละ 2 - 3 หมื่นบาท พากิ๊กเที่ยว   โดยชุดจับกุมได้ส่งสายลับทำการล่อซื้อยาไอซ์ 10 กรัมจากผู้ต้องหา ในราคา 5 พันบาท นัดส่งมอบกันที่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 2 ซอยไพศาลอุทิศ 3 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนแสดงตัวจับกุมและนำตัวไปขยายผล พบยาบ้า 6 พันเม็ด และยาไอซ์ที่เหลือของกลางอื่น ๆ เช่น ถุงแบ่งบรรจุ เครื่องช่างน้ำหนัก โทรศัพท์มือถือซุกซ่อนอยู่ภายในห้องครัว   แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย   ทั้งนี้จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การยอมรับสารภาพว่า ได้เก็บยาบ้าจำนวน 1 แสนเม็ด ไอซ์ 1 กิโลกรัม จากเอเย่นต์รายใหญ่อีกทอดโดยนำมาทิ้งไว้ตามจุดต่าง ๆ โดยนำมาเก็บไว้ที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนจะกระจายไปยังผู้เสพตามคำสั่ง ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 2 - 3 หมื่นบาท โดยเงินที่ได้จากการส่งและจำหน่ายนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและส่งเสียกิ๊ก     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/B1c17Dgt0d4    

 9,619
ข่าวภูมิภาค
26 ม.ค. 63

ระทึก! ไฟไหม้ร้านหนังสือเก่าแก่กลางเมืองหาดใหญ่ คนติดในห้องหนีตายทางระเบียง

เมื่อเวลา 13.20 น. เมื่อวานนี้ (25 ม.ค.) ได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นที่ร้านแพร่วิทยา ซึ่งเป็นร้านหนังสือเก่าแก่ของเมืองหาดใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 181/4 - 6 ถนนนิพัทธิ์อุทิศ 3 ใจกลางเมืองหาดใหญ่   ที่เกิดเหตุเป็นตึก 3 ชั้น 3 คูหา ไฟได้ลุกไหม้ขึ้นจากชั้น 1 และกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นไปชั้นบนเนื่องจากบริเวณชั้นล่างมีหนังสืออยู่เต็มร้าน และช่วงเกิดเหตุมีผู้ที่ติดอยู่บนชั้น 2 จำนวน 4 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด หนึ่งในนั้นเป็นหญิงชราเจ้าของร้านที่ป่วยติดเตียง หน่วยกู้ภัยต้องใช้บันใดปีนขึ้นไปนำตัวทั้ง 4 คน ออกมาทางระเบียงด้านหน้าได้ทันและปลอดภัย   ก่อนที่เทศบาลนครหาดใหญ่จะระดมรถดับเพลิงจำนวน 7 คันมาฉีดน้ำควบคุมไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงที่อยู่ติดกันซึ่งมีทั้งร้านค้าที่พักอาศัยและโรงแรม โดยระดมฉีดน้ำเข้าไปในตัวอาคารเพื่อเร่งดับไฟ รวมถึงกลุ่มควันที่อยู่ในตัวอาคารและลอยขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ควันไฟกระทบกับชั้นบนของโรงแรมใช้เวลานับชั่วโมงจึงควบคุมไฟได้แต่ก็ต้องฉีดน้ำเลี้ยงตลอดเวลา   จากการเข้าไปตรวจสอบภายในตัวอาคารไม่พบใครติดค้างอยู่ในตัวอาคาร มีเพียงผู้หญิง 4 คนที่ ติดอยู่บนชั้น 2 ซึ่งเจ้าหน้าที่ช่วยออกมาได้ทันและมีอาการสำลักควันไฟต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ หนึ่งในนั้นเป็นหญิงชราที่ป่วยติดเตียงซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ส่วนอีก 3 คนเป็นลูก ๆ   อย่างไรก็ตามควันไฟได้ส่งกระทบกับโรงแรมหาดใหญ่เซ็ลทรัลที่ตั้งอยู่ติดกันเนื่องจากมีควันไฟเข้าไปภายในโรงแรม ต้องใช้เครื่องดูดควันดูดควันออกมา และจากการเข้าตรวจสอบภายในอาคารพบว่าต้นเพลิงมาจากแผงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 และลุกลามไปติดกองหนังสือพิมพ์ที่วางกองอยู่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร   ล่าสุด นางทิพาพร อารีรัตนา บุตรสาว เจ้าของร้านหนังสือแพร่วิทยา ให้รายละเอียดเบื้องต้น เพลิงไหม้ทำให้อาคารเลขที่ 181/4 ได้รับความเสียหาย ส่วนอาคารที่อยู่ใกล้เคียงส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันที่ฟุ้งกระจ่าย เช่นเดียวกับโรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัล ก็สามารถเปิดให้บริการตามปกติจากการพูดคุยกับโอเปอร์เรเตอร์โรงแรม   นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เหตุเพลิงไหม้ร้านจำหน่ายหนังสือย่านการค้าใจกลางเมืองหาดใหญ่ โดยมีกลุ่มควันกระจายเข้าไปยังห้องพักโรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัล ซึ่งอยู่ติดกัน ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียกว่า 60 ชีวิตวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่น เหตุที่เกิดขึ้นไม่น่าจะกระทบการท่องเที่ยว เนื่องจากเหตุที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อยเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/R9Fs4EMbmnE  

 703
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 63

บรรยากาศวันตรุษจีน 63 ชาวไทยเชื้อสายจีนกราบไหว้ 'เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย' - 'คหบดีเมืองอุดรฯ-อดีต ส.ส.ชลบุรี' แจกอั่งเปาชาวบ้าน

บรรยากาศในเขตกลางเมืองระนอง จ.ระนอง มีการประดับโคมไฟสีแดง บนถนนเรืองราษฎร์ ตลอดสายชุมชนตลาดเก่า และบริเวณศาลเจ้าต่ายเต่เอี๋ย มีประชาชน ออกมาเพื่อกราบไหว้ เทพไฉ่ซิงเอี๊ย โดยมีฤกษ์ไหว้ตั้งแต่เวลา 23.00-01.00 น. และผู้ดูแลศาลเจ้าได้อ่านสาร เพื่ออัญเชิญเทพไฉ่ซิงเอี้ย เจ้าแห่งโชคลาภ เทพเจ้าสิริมงคล เทพเจ้าอุปถัมภ์ มาประทานพรในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ ในช่วงตรุษจีน   ขณะที่ จ.นครนายก มหาอุทยานเทพเจ้าแห่งโชคลาภ พุทธสถานจีเต๊กลิ้ม ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมือง มีชาวไทยเชื้อสายจีนเดินทางร่วมพิธีในคืนมหามงคลรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิงเอี๊ย ในเทศกาลตรุษจีน ด้วยพิธีบวงสรวงเทพนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ เสริมดวงชะตาเพื่อลาภผลพูลทวี เปรมปรีด้วยทรัพย์อันสมบูรณ์   ส่วน จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีน นำธูปเทียนขนาดใหญ่ จุดบูชาไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนหรือวันตรุษจีน จึงได้มากราบไหว้ขอพรเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย โดยชาวจีนถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ เนื่องจากเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในวันตรุษจีน และจุดประทัด 3 แสนนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศาลเจ้าพ่อหลักเมือง   ขณะที่ จ.อุดรธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าที่บริเวณหน้าบ้านสำลีเงิน ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานีมีประชาชนคนยากคนจนในพื้นที่จ.อุดรธานี เกือบ 10,000 คนต่างพากันมารับบัตรคิว เพื่อเข้าไปรับอั่งเปาจากคหบดีเมืองอุดรธานี ที่แจกอั่งเปาแก่คนยากคน ซึ่งได้ปฎิบัติเป็นประจำทุกปี    โดยในปีนี้เจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการนำเอาเต็นท์มากาง และนำเก้าอี้มาให้ผู้มารับแจกอั่งเปาประมาณ 7,000 ที่มาคนนั่งรอ และมีการแจกบัตรคิว เพื่อความเป็นระเบียบ โดยให้คนพิการ คนชรา เด็ก เข้ามานั่งรอภายในบ้านเพื่อรับอั่งเปาก่อน โดยบางคนมารอตั้งแต่ตี 5 เพื่อรอรับบัตรคิว และในปีนี้ทางครอบครัวชัยรัตน์ยังได้ทำโรงทานน้ำดื่มและโรตีแจกฟรีแก่คนยากคนจนจำนวน 20,000 ชิ้นอีกด้วย   ต่อมา นายปรีชา ชัยรัตน์ อายุ 70 ปี คหบดีใจบุญ ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่างเช่น เจ้าของโรงงานน้ำตาลเริ่มอุดม โรงแรมบ้านเชียง ตลาดปรีชา และกิจการอสังหาริมทรัพย์ พร้อม ด้วยนางนางสรรค์นรา ชัยรัตน์ ภริยา พร้อมครอบครัว ได้นำอั่งเปาในซองสีแดงภายในบรรจุเงินจำนวน 200 บาทจำนวน 2,00,000 บาทแจกจ่ายให้แก่คนยากไร้ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน และสำรองไว้อีก 3 ล้านบาทหากไม่พอ    โดยให้ชาวบ้านเข้าแถว 2 แถวเดินเข้ามาทางประตูทิศตกวันตก และเมื่อรับแล้วให้เดินออกไปทางประตูทิศตะวันออก ซึ่งจะมีน้ำดื่มและโรตีแจกให้กินฟรี เมื่อหมดคนที่ได้บัตรคิว ก็ได้ให้คนที่ไม่มีบัตรคิวเข้ามารับต่อจนกว่าจะหมด   นายปรีชา พร้อมภรรยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตรุษจีนปีนี้ก็เหมือนเช่นทุกปี ไม่ต้องถามว่าแจกอั่งเปาเท่าไหร่ เอาเป็นว่าแจกจนกว่าจะไม่มีคนมารับ ถ้าจะทำบุญก็อย่าไปคิดอะไรมาก ยิ่งปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี อีกทั้งมีภัยพิบัติน้ำท่วม ต่อด้วยภัยแล้งที่จะแล้งยาวนาน ดูได้จากคนนำอาหารมาขายริมฟุตปาทจำนวนมาก ถือว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีปัญญาไปกินก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ไม่มี เงินไปกินร้านอาหารหรู ต้องซื้อกับข้าวริมทางไปกินที่บ้าน   นายปรีชา ยกมือพนม พูดปนสะอื้นพร้อมกับน้ำตาคลอ บอกีอกว่า ผมขอภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เศรษฐกิจเราดี ช่วยให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขทุกท่าน รู้สึกสงสารประชาชน เศรษฐกิจไม่ดี เราเคยเห็น เราเคยรู้ เราเคยสัมผัสว่า มันเป็นอย่างไร มาเจอแบบนี้มันอดไม่ได้ เรามาถึงตรงนี้ได้เพราะบุญเก่าไม่เป็นอะไร เมื่อเรามีจึงอยากเผื่อแผ่ให้คนด้อยโอกาส แม้ว่าจะดูน้อยนิด แต่ก็อยากให้ เงินน้อยนิดแต่อาจจะมากมายสำรับบางคน เรามาช่วยกันให้เศรษฐกิจอุดรธานีดีขึ้น แต่ยังดีใจที่เหตุฆาตกรรมไม่มาก หรือแทบไม่มี ตนเป็นพ่อค้าก็จะช่วยไป คนละไม้ละมือ มันก็จะดีขึ้น    สุดท้าย ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วเมืองอุดรธานี ช่วยปกปักษ์ รักษา คุ้มครองให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง ช่วยให้อุปสรรคที่อยู่ข้างหน้าไปลุล่วงผ่านพ้นไปด้วยดีด้วยเทอญ ท่ามเป็นเรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกต่อคหบดีใจบุญเมืองอุดรแจกอั่งเปาคนยากไร้ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้   ขณะที่ จ.ชลบุรี อดีต ส.ส.มานิตย์ ภาวสุทธิ์ แจกอั่งเปาชาวบ้านคนละ 300 บาท ตั้งใจแจกเพราะหนึ่งปีมีครั้งเดียว เว้นช่วงเลือกตั้งเพราะผิดกฎหมาย   ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์ประสานงานพรรคได้เดินทางมารอแต๊ะเอียกันอย่างมาก ซึ่งเป็นปกติในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลังจากไหว้บรรพบุรุษเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการแต๊ะเอีย หรือแจกอั่งเปาให้กับบุตรหลาน ญาติสนิทมิตรสหาย เพราะถือว่าแจกเท่าไหร่จะได้คืนเท่านั้น    นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และอดีตผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางกังสดาล ภาวสุทธิ์ ภรรยา พร้อมด้วยซองอั่งเปาซองแดงจำนวนมากได้เดินแจกให้กับประชาชนที่มาเข้าแถวรอรับอั่งเปาจำนวนมาก  โดย นายมานิตย์กล่าวว่า ปกติช่วงวันตรุษจีนถือว่า 1 ปีมีครั้งเดียว ตั้งใจแจกอั่งเปาให้กับทุกๆคนที่มารอรับที่บ้าน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่ง เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ถึงแม้ว่าตนเองไม่ได้ร่ำรวย ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกัน จะได้มีเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว ยอมรับว่าจะแจกทุกปี เว้นแต่ปีใดมีการเลือกตั้งจะแจกไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย   จากการสอบถามชาวบ้านที่มารอรับแต๊ะเอียในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตำบลหนองไม้แดง และตำบลข้างเคียง ที่ทราบข่าว โดยมีการชักชวนลูกหลานมารับแจกอั่งเปาในครั้งนี้ด้วย ภายในซองแดงจะมีเงินบรรจุอยู่ภายในซองๆละ 300 บาท สร้างความดีใจกับผู้ที่เดินทางมารับอั่งเปาในครั้งนี้อย่างมากมาย เพราะจะได้มีเงินไปใช้จ่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวจีนเพราะอย่างน้อยเงิน 300 บาท ก็สามารถซื้อกับข้าวทำกินกันได้ทั้งครอบครัว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Cwg30y1bMH4

 1,413
สังคม
25 ม.ค. 63

บรรยากาศวันตรุษจีน 63 ชาวไทยเชื้อสายจีนกราบไหว้ 'เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย' - 'คหบดีเมืองอุดรฯ-อดีต ส.ส.ชลบุรี' แจกอั่งเปาชาวบ้าน

บรรยากาศในเขตกลางเมืองระนอง จ.ระนอง มีการประดับโคมไฟสีแดง บนถนนเรืองราษฎร์ ตลอดสายชุมชนตลาดเก่า และบริเวณศาลเจ้าต่ายเต่เอี๋ย มีประชาชน ออกมาเพื่อกราบไหว้ เทพไฉ่ซิงเอี๊ย โดยมีฤกษ์ไหว้ตั้งแต่เวลา 23.00-01.00 น. และผู้ดูแลศาลเจ้าได้อ่านสาร เพื่ออัญเชิญเทพไฉ่ซิงเอี้ย เจ้าแห่งโชคลาภ เทพเจ้าสิริมงคล เทพเจ้าอุปถัมภ์ มาประทานพรในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ ในช่วงตรุษจีน   ขณะที่ จ.นครนายก มหาอุทยานเทพเจ้าแห่งโชคลาภ พุทธสถานจีเต๊กลิ้ม ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมือง มีชาวไทยเชื้อสายจีนเดินทางร่วมพิธีในคืนมหามงคลรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิงเอี๊ย ในเทศกาลตรุษจีน ด้วยพิธีบวงสรวงเทพนพเคราะห์ทั้ง 9 พระองค์ เสริมดวงชะตาเพื่อลาภผลพูลทวี เปรมปรีด้วยทรัพย์อันสมบูรณ์   ส่วน จ.สงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีน นำธูปเทียนขนาดใหญ่ จุดบูชาไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนหรือวันตรุษจีน จึงได้มากราบไหว้ขอพรเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย โดยชาวจีนถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ เนื่องจากเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในวันตรุษจีน และจุดประทัด 3 แสนนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศาลเจ้าพ่อหลักเมือง   ขณะที่ จ.อุดรธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าที่บริเวณหน้าบ้านสำลีเงิน ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานีมีประชาชนคนยากคนจนในพื้นที่จ.อุดรธานี เกือบ 10,000 คนต่างพากันมารับบัตรคิว เพื่อเข้าไปรับอั่งเปาจากคหบดีเมืองอุดรธานี ที่แจกอั่งเปาแก่คนยากคน ซึ่งได้ปฎิบัติเป็นประจำทุกปี    โดยในปีนี้เจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการนำเอาเต็นท์มากาง และนำเก้าอี้มาให้ผู้มารับแจกอั่งเปาประมาณ 7,000 ที่มาคนนั่งรอ และมีการแจกบัตรคิว เพื่อความเป็นระเบียบ โดยให้คนพิการ คนชรา เด็ก เข้ามานั่งรอภายในบ้านเพื่อรับอั่งเปาก่อน โดยบางคนมารอตั้งแต่ตี 5 เพื่อรอรับบัตรคิว และในปีนี้ทางครอบครัวชัยรัตน์ยังได้ทำโรงทานน้ำดื่มและโรตีแจกฟรีแก่คนยากคนจนจำนวน 20,000 ชิ้นอีกด้วย   ต่อมา นายปรีชา ชัยรัตน์ อายุ 70 ปี คหบดีใจบุญ ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่างเช่น เจ้าของโรงงานน้ำตาลเริ่มอุดม โรงแรมบ้านเชียง ตลาดปรีชา และกิจการอสังหาริมทรัพย์ พร้อม ด้วยนางนางสรรค์นรา ชัยรัตน์ ภริยา พร้อมครอบครัว ได้นำอั่งเปาในซองสีแดงภายในบรรจุเงินจำนวน 200 บาทจำนวน 2,00,000 บาทแจกจ่ายให้แก่คนยากไร้ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน และสำรองไว้อีก 3 ล้านบาทหากไม่พอ    โดยให้ชาวบ้านเข้าแถว 2 แถวเดินเข้ามาทางประตูทิศตกวันตก และเมื่อรับแล้วให้เดินออกไปทางประตูทิศตะวันออก ซึ่งจะมีน้ำดื่มและโรตีแจกให้กินฟรี เมื่อหมดคนที่ได้บัตรคิว ก็ได้ให้คนที่ไม่มีบัตรคิวเข้ามารับต่อจนกว่าจะหมด   นายปรีชา พร้อมภรรยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตรุษจีนปีนี้ก็เหมือนเช่นทุกปี ไม่ต้องถามว่าแจกอั่งเปาเท่าไหร่ เอาเป็นว่าแจกจนกว่าจะไม่มีคนมารับ ถ้าจะทำบุญก็อย่าไปคิดอะไรมาก ยิ่งปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี อีกทั้งมีภัยพิบัติน้ำท่วม ต่อด้วยภัยแล้งที่จะแล้งยาวนาน ดูได้จากคนนำอาหารมาขายริมฟุตปาทจำนวนมาก ถือว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีปัญญาไปกินก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ไม่มี เงินไปกินร้านอาหารหรู ต้องซื้อกับข้าวริมทางไปกินที่บ้าน   นายปรีชา ยกมือพนม พูดปนสะอื้นพร้อมกับน้ำตาคลอ บอกีอกว่า ผมขอภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เศรษฐกิจเราดี ช่วยให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขทุกท่าน รู้สึกสงสารประชาชน เศรษฐกิจไม่ดี เราเคยเห็น เราเคยรู้ เราเคยสัมผัสว่า มันเป็นอย่างไร มาเจอแบบนี้มันอดไม่ได้ เรามาถึงตรงนี้ได้เพราะบุญเก่าไม่เป็นอะไร เมื่อเรามีจึงอยากเผื่อแผ่ให้คนด้อยโอกาส แม้ว่าจะดูน้อยนิด แต่ก็อยากให้ เงินน้อยนิดแต่อาจจะมากมายสำรับบางคน เรามาช่วยกันให้เศรษฐกิจอุดรธานีดีขึ้น แต่ยังดีใจที่เหตุฆาตกรรมไม่มาก หรือแทบไม่มี ตนเป็นพ่อค้าก็จะช่วยไป คนละไม้ละมือ มันก็จะดีขึ้น    สุดท้าย ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วเมืองอุดรธานี ช่วยปกปักษ์ รักษา คุ้มครองให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง ช่วยให้อุปสรรคที่อยู่ข้างหน้าไปลุล่วงผ่านพ้นไปด้วยดีด้วยเทอญ ท่ามเป็นเรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกต่อคหบดีใจบุญเมืองอุดรแจกอั่งเปาคนยากไร้ในเทศกาลตรุษจีนปีนี้   ขณะที่ จ.ชลบุรี อดีต ส.ส.มานิตย์ ภาวสุทธิ์ แจกอั่งเปาชาวบ้านคนละ 300 บาท ตั้งใจแจกเพราะหนึ่งปีมีครั้งเดียว เว้นช่วงเลือกตั้งเพราะผิดกฎหมาย   ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์ประสานงานพรรคได้เดินทางมารอแต๊ะเอียกันอย่างมาก ซึ่งเป็นปกติในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลังจากไหว้บรรพบุรุษเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการแต๊ะเอีย หรือแจกอั่งเปาให้กับบุตรหลาน ญาติสนิทมิตรสหาย เพราะถือว่าแจกเท่าไหร่จะได้คืนเท่านั้น    นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และอดีตผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางกังสดาล ภาวสุทธิ์ ภรรยา พร้อมด้วยซองอั่งเปาซองแดงจำนวนมากได้เดินแจกให้กับประชาชนที่มาเข้าแถวรอรับอั่งเปาจำนวนมาก  โดย นายมานิตย์กล่าวว่า ปกติช่วงวันตรุษจีนถือว่า 1 ปีมีครั้งเดียว ตั้งใจแจกอั่งเปาให้กับทุกๆคนที่มารอรับที่บ้าน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่ง เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ถึงแม้ว่าตนเองไม่ได้ร่ำรวย ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกัน จะได้มีเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว ยอมรับว่าจะแจกทุกปี เว้นแต่ปีใดมีการเลือกตั้งจะแจกไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย   จากการสอบถามชาวบ้านที่มารอรับแต๊ะเอียในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตำบลหนองไม้แดง และตำบลข้างเคียง ที่ทราบข่าว โดยมีการชักชวนลูกหลานมารับแจกอั่งเปาในครั้งนี้ด้วย ภายในซองแดงจะมีเงินบรรจุอยู่ภายในซองๆละ 300 บาท สร้างความดีใจกับผู้ที่เดินทางมารับอั่งเปาในครั้งนี้อย่างมากมาย เพราะจะได้มีเงินไปใช้จ่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวจีนเพราะอย่างน้อยเงิน 300 บาท ก็สามารถซื้อกับข้าวทำกินกันได้ทั้งครอบครัว     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Cwg30y1bMH4

 1,413
สังคม
25 ม.ค. 63

บรรยากาศคนไทยเชื้อสายจีน กราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ช่วงตรุษจีน 63

บรรยากาศชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดสงขลา นำธูปเทียนขนาดใหญ่ จุดบูชาเทพเจ้าไฉ่ซึ้งเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนหรือวันตรุษจีน    โดยชาวจีนถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ เนื่องจากเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในวันตรุษจีน และจุดประทัดรับไฉ่ซึ้งเอี้ย 3 แสนนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศาลเจ้าพ่อหลักเมือง   ขณะที่บรรยากาศในเขตกลางเมืองระนอง จ.ระนอง มีการประดับโคมไฟสีแดง บนถนนเรืองราษฎร์ ตลอดสายชุมชนตลาดเก่า และบริเวณศาลเจ้าต่ายเต่เอี๋ย ซึ่งมีประชาชน ออกมาเพื่อกราบไหว้เทพไฉ่ซิงเอี้ย โดยมีฤกษ์ไหว้ตั้งแต่เวลา 23.00-01.00 น. และผู้ดูแลศาลเจ้าได้อ่านสาร เพื่ออัญเชิญเทพไฉ่ซิงเอี้ย เจ้าแห่งโชคลาภ เทพเจ้าสิริมงคล เทพเจ้าอุปถัมภ์ มาประทานพรในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ ในช่วงตรุษจีน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/GJVtvoph3Lk

 1,566
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 63

สะเทือนใจ! แม่อุ้มศพลูกวัย 6 เดือนดับปริศนาแนบอก นั่งร้องไห้ริมถนน

สงขลา-หญิงอายุ 28 ปี อุ้มศพลูกสาววัย 6 เดือน นั่งร้องไห้อยู่ริมถนนบ้านด่านนอกชายแดนไทย-มาเลเซีย ถามอะไรไม่ยอมตอบร้องไห้อย่างเดียว ต้องส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลหาสาเหตุการเสียชีวิต และเรียกแม่มาสอบสวนอีกครั้ง   เมื่อวันที่ 21 ม.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา รับแจ้งมีหญิงสาวอุ้มร่างลูกน้อยที่เสียชีวิตมานั่งร้องไห้อยู่ริมถนน หน้าห้องเช่าภายในซอยลมโชย บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบหญิงสาว อายุ 28 ปี นั่งกอดศพลูกสาวอายุ 6 เดือน โดยศพลูกสาวตัวเริ่มเขียว ที่ตามีรอยช้ำและเลือดซึมออกมา น่าจะเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน   จากการสอบถาม หญิงสาวไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ทางตำรวจจึงได้พาทั้งแม่และลูกสาวที่เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจากสาเหตุใด   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นที่ห้องพัก ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่หญิงสาวอุ้มศพลูกมาร้องไห้ พบผ้าอ้อมที่มีรอยเลือดติดอยู่วางไว้บนเบาะที่นอน ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกเกิดเหตุ บอกว่า หญิงสาวคนดังกล่าวมีแฟนเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน และเช่าห้องอยู่ด้วยกัน พักหลังทะเลาะกันบ่อย และมักจะได้ยินเสียงเด็กร้องบ้าง กระทั่งขณะเกิดเหตุเห็นแม่อุ้มลูกสาวลงมาจากห้อง ทีแรกก็นึกว่าลูกหลับ แต่เมื่อเห็นแม่นั่งร้องไห้พอเข้าไปดูก็พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k7q-KGmXDWs

 3,449
สังคม
22 ม.ค. 63

สะเทือนใจ! แม่อุ้มศพลูกวัย 6 เดือนดับปริศนาแนบอก นั่งร้องไห้ริมถนน

สงขลา-หญิงอายุ 28 ปี อุ้มศพลูกสาววัย 6 เดือน นั่งร้องไห้อยู่ริมถนนบ้านด่านนอกชายแดนไทย-มาเลเซีย ถามอะไรไม่ยอมตอบร้องไห้อย่างเดียว ต้องส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลหาสาเหตุการเสียชีวิต และเรียกแม่มาสอบสวนอีกครั้ง   เมื่อวันที่ 21 ม.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา รับแจ้งมีหญิงสาวอุ้มร่างลูกน้อยที่เสียชีวิตมานั่งร้องไห้อยู่ริมถนน หน้าห้องเช่าภายในซอยลมโชย บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบหญิงสาว อายุ 28 ปี นั่งกอดศพลูกสาวอายุ 6 เดือน โดยศพลูกสาวตัวเริ่มเขียว ที่ตามีรอยช้ำและเลือดซึมออกมา น่าจะเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน   จากการสอบถาม หญิงสาวไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ทางตำรวจจึงได้พาทั้งแม่และลูกสาวที่เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจากสาเหตุใด   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นที่ห้องพัก ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่หญิงสาวอุ้มศพลูกมาร้องไห้ พบผ้าอ้อมที่มีรอยเลือดติดอยู่วางไว้บนเบาะที่นอน ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกเกิดเหตุ บอกว่า หญิงสาวคนดังกล่าวมีแฟนเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน และเช่าห้องอยู่ด้วยกัน พักหลังทะเลาะกันบ่อย และมักจะได้ยินเสียงเด็กร้องบ้าง กระทั่งขณะเกิดเหตุเห็นแม่อุ้มลูกสาวลงมาจากห้อง ทีแรกก็นึกว่าลูกหลับ แต่เมื่อเห็นแม่นั่งร้องไห้พอเข้าไปดูก็พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k7q-KGmXDWs

 3,449
สังคม
22 ม.ค. 63

สุดสลด แม่อุ้มศพลูกสาววัย 6 เดือนนั่งร้องไห้ริมถนนไม่พูดไม่จา

เมื่อช่วงบ่าย 2 วันที่ 21 ม.ค. 63 ตำรวจ สภ.สะเดา จ.สงขลา รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งอุ้มร่างลูกน้อยที่เสียชีวิตมานั่งร้องให้อยู่ริมถนนหน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ภายในซอยลมโชย บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา   หลังจากไปตรวจที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหญิงคนนี้ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.พุทธชาด วามะชาติ อายุ 28 ปี เป็นชาว อ.สะเดา จ.สงขลา นั่งกอดศพลูกสาวอายุ 6 เดือนกว่า โดยศพลูกสาวตัวเริ่มเขียว ที่ตามีรอยช้ำและเลือดซึมออกมา น่าจะเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน   แต่จากการสอบถาม น.ส.พุทธชาด เธอไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่ร้องให้อย่างเดียว ทางตำรวจจึงได้พาทั้งแม่และลูกสาวที่เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอีกครั้งว่ามาจากสาเหตุใด เพราะจากการสอบถาม น.ส.พุทธชาด ไม่ยอมบอกว่าลูกตายเพราะอะไร    ทางตำรวจจะรอให้น.ส.พุทธชาดสงบสติอารมณ์ได้ก่อน แล้วจะทำการสอบปากคำ น.ส.พุทธชาด อีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาว รวมทั้งรอผลการชันสูตรของแพทย์ว่ามาจากสาเหตุใด เพราะ น.ส.พุทธชาด เอาแต่ร้องให้อย่างเดียวไม่ยอมพูดหรือบอกอะไร ขณะนี้จึงไม่สามารถบอกถึงสาเหตุของการตายได้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือถูกทำให้ตาย   จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกเกิดเหตุบอกว่า น.ส.พุทธชาด มีแฟนเป็นชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันและเช่าห้องอยู่ด้วยกันแต่ไม่มีอาชีพที่แน่นอน พักหลังทะเลาะกันบ่อย และมักจะได้ยินเสียงเด็กร้องบ้าง กระทั่งขณะเกิดเหตุเห็นแม่อุ้มลูกสาวลงมาจากห้องที่แรกก็นึกว่าลูกหลับ แต่เมื่อเห็นแม่นั่งร้องให้พอเข้าไปดูก็พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/DjLKn6FzWIc

 752

Top