ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 13 ถูกชายร่วมวงเหล้าพ่อข่มขืน ขู่ห้ามบอกใคร แม่ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

วันที่ 20 ต.ค. 62 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ครอบครัวของ ด.ญ.เอ (นามสมมุต) อายุ 13 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวและขอความเป็นธรรม หลังจาก ด.ญ.เอ ถูกชายในหมู่บ้านอายุ 29 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาเข้ามาข่มขืนภายในบ้าน   โดยได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ .รัฐศักดิ์ เตียนวล ร้อยเวร สภ.จะนะสภ.จะนะ ไว้แล้ว แต่กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากชายคนดังกล่าวยังอยู่ในหมู่บ้านและยังขับรถวนเวียนไปมา เนื่องจากในทางคดียังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจร่างกายของแพทย์ตำรวจจึงจะเอาผิดได้   แม่ของ ด.ญ.เอ ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย 3 โมง วันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยชายคนดังกล่าว ได้มานั่งตั้งวงดื่มเหล้าอยู่กับพ่อของ ด.ญ.เอ ที่ข้างๆ บ้าน และต่างคนต่างเมา ชายคนนี้จึงฉวยโอกาสเข้าไปข่มขืนด.ญ.เอ  ที่อยู่ภายในบ้านกับน้องสาวอายุ 4 ขวบ ส่วนตนได้ออกไปเก็บยางก้นถ้วยในสวนยาง เมื่อกลับถึงบ้านลูกสาวจึงบอกว่าถูกชายคนนี้ข่มขืน ในขณะที่พ่อของ ด.ญ.เอ ซึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่ก็ไม่รู้ว่าลูกสาวถูกข่มขืน   หลังเกิดเหตุทางญาติของชายคนนี้พยายามที่จะมาเคลียร์เพื่อขอจบปัญหาแต่ก็ไม่แสดงความจริงใจ ตนจึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุดและตอนนี้เป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกสาวมากที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้   ขณะที่ ด.ญ.เอ เล่าว่า ขณะที่ชายคนนี้เข้ามาในบ้านก็พยายามดันประตูเอาไว้แต่สู้แรงไม่ไหวจึงถูกลากเข้าไปในห้องนอน เอามือบีบคอไม่ให้ส่งเสียงร้องและข่มขืน 1 ครั้ง พร้อมข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร ก่อนที่จะออกจากบ้านขี่รถจักรยานยนต์ออกไป   ส่วนทางด้านคดี ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ กำลังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลจะนะ ว่ามีร่องรอยของการถูกละเมิดทางเพศหรือไม่ หากผลตรวจยืนยันว่าถูกกระทำ ก็จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา  

 15,233
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

พบศพทารกน้อยถูกทิ้งในพงหญ้า สุดเวทนาถูกหมากัดแทะ จนท.เร่งหาตัวแม่ใจยักษ์ คาดเป็นคนในพื้นที่

พบศพทารกเพิ่งคลอดถูกนำมาทิ้งไว้ในพงหญ้าชุมชนทุ่งรี 4 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ ในสภาพเปลือยเปล่าเพิ่งคลอดสายสะดือยังติดอยู่ เจ้าหน้าที่เร่งหาเบาะแสผู้ที่นำมาทิ้งและแม่ เชื่อน่าจะเป็นคนในพื้นที่เกิดเหตุ   วันที่ 16 ต.ค. เวลา 7.30 น. ร.ต.อ.เจตพร แก้วบุปผา รองสารวัตรสอบสวน สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ รับแจ้งพบศพทารกถูกทิ้งไว้ริมถนนภายในซอย 27 ถนนกาญจนนิช ชุมชนทุ่งรี 4 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ โดยหลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี เจ้าหน้าทั้งหมดต้องพบกับภาพที่สลดใจ เมื่อเจอร่างทารกเพศชายเพิ่งคลอดนอนเสียชีวิตในสภาพเปลือยเปล่าอยู่ริมถนน และสายสะดือยังคาอยู่ ขณะที่บริเวณแผ่นหลังมีร่องรอยบาดแผลคล้ายกับถูกสุนัขแทะ   จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุไม่พบหลักฐานใดๆ ที่พอจะเชื่อมโยงไปถึงคนที่นำมาทิ้ง คาดว่าศพทารกถูกใส่ถุงพลาสติก และนำมาโยนทิ้งไว้ในพงหญ้าริมทาง ต่อมาสุนัขได้ไปลากขึ้นมาอยู่บนถนน จากการชันสูตรของแพทย์พบว่าเพิ่งคลอดเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ต.ค.) และเป็นการคลอดเอง แต่ยังไม่ทราบอายุครรภ์ได้ ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถระบุได้ต้องส่งศพไปพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาล   ด้านชาวบ้านที่ไปพบศพทารกน้อย กล่าวว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาทีแรกก็นึกว่าเป็นตุ๊กตา แต่เมื่อเข้ามาดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นศพของเด็กทารก จึงรีบตั้งสติ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ    ทั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ อยู่ในระหว่างเร่งหาเบาะแสของผู้ที่นำศพทารกมาทิ้งไว้ ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกนำมาทิ้งตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณชุมชนทุ่งรี 4 เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย รวมทั้งหาเบาะแสของผู้เป็นแม่ และหญิงสาวที่ทั้งท้อง เพราะเชื่อว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ

 1,874
อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

พบศพทารกน้อยถูกทิ้งในพงหญ้า สุดเวทนาถูกหมากัดแทะ จนท.เร่งหาตัวแม่ใจยักษ์ คาดเป็นคนในพื้นที่

พบศพทารกเพิ่งคลอดถูกนำมาทิ้งไว้ในพงหญ้าชุมชนทุ่งรี 4 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ ในสภาพเปลือยเปล่าเพิ่งคลอดสายสะดือยังติดอยู่ เจ้าหน้าที่เร่งหาเบาะแสผู้ที่นำมาทิ้งและแม่ เชื่อน่าจะเป็นคนในพื้นที่เกิดเหตุ   วันที่ 16 ต.ค. เวลา 7.30 น. ร.ต.อ.เจตพร แก้วบุปผา รองสารวัตรสอบสวน สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ รับแจ้งพบศพทารกถูกทิ้งไว้ริมถนนภายในซอย 27 ถนนกาญจนนิช ชุมชนทุ่งรี 4 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ โดยหลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี เจ้าหน้าทั้งหมดต้องพบกับภาพที่สลดใจ เมื่อเจอร่างทารกเพศชายเพิ่งคลอดนอนเสียชีวิตในสภาพเปลือยเปล่าอยู่ริมถนน และสายสะดือยังคาอยู่ ขณะที่บริเวณแผ่นหลังมีร่องรอยบาดแผลคล้ายกับถูกสุนัขแทะ   จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุไม่พบหลักฐานใดๆ ที่พอจะเชื่อมโยงไปถึงคนที่นำมาทิ้ง คาดว่าศพทารกถูกใส่ถุงพลาสติก และนำมาโยนทิ้งไว้ในพงหญ้าริมทาง ต่อมาสุนัขได้ไปลากขึ้นมาอยู่บนถนน จากการชันสูตรของแพทย์พบว่าเพิ่งคลอดเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ต.ค.) และเป็นการคลอดเอง แต่ยังไม่ทราบอายุครรภ์ได้ ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถระบุได้ต้องส่งศพไปพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาล   ด้านชาวบ้านที่ไปพบศพทารกน้อย กล่าวว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาทีแรกก็นึกว่าเป็นตุ๊กตา แต่เมื่อเข้ามาดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นศพของเด็กทารก จึงรีบตั้งสติ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ    ทั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ อยู่ในระหว่างเร่งหาเบาะแสของผู้ที่นำศพทารกมาทิ้งไว้ ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกนำมาทิ้งตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณชุมชนทุ่งรี 4 เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย รวมทั้งหาเบาะแสของผู้เป็นแม่ และหญิงสาวที่ทั้งท้อง เพราะเชื่อว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ

 1,874
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 62

จับแล้วสามีโหด ฆ่าฝังดินภรรยา เจ้าตัวอ้างภรรยาตายเอง กลัวติดคุกจึงเอาศพไปฝัง

จับแล้วสามีฆ่าภรรยาฝังดิน หลังก่อนหน้านี้เป็นข่าวว่าวิญญาณภรรยาเข้าฝันหลาน บอกจุดฝังศพ จนนำไปสู่การพบเส้นผมและฟันกราม ก่อนที่จะค้นหาจนเจอศพถูกฝัง อยู่บริเวณที่เข้าฝัน ล่าสุดจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ จังหวัดยะลา     จากการสอบสวนสามี ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าภรรยา โดยในคืนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ไปตั้งวงกินเหล้าที่บ้านเพื่อนร่วมกัน 4 คน หมดไป 3 ขวด และพาภรรยานั่งซ้อนท้ายขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่ระหว่างทางด้วยความเมาและทางขรุขระภรรยาพลัดตกจากรถบาดเจ็บ แต่ตนก็ยังอุ้มขึ้นรถจักรยานยนต์กลับไปถึงบ้าน และยังคุยได้ปรกติบอกว่าหิวน้ำ ตนจึงเอาน้ำมาให้กินและเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนหลับไป กระทั่งตื่นมาตี 5 ก็พบว่าภรรยาตัวแข็งทื่อและเสียชีวิตแล้ว ในจังหวะนั้นรู้สึกกลัวมากและสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่คนเดียวและกลัวติดคุกจึงนำศพไปฝังในสวนลำใย หลังจากนั้นจึงได้เดินทางมาทำงานกับเจ้านายเก่าที่จ.ยะลา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/yghw3bo5Vzo

 1,221
อาชญากรรม
12 ต.ค. 62

จับแล้วสามีโหด ฆ่าฝังดินภรรยา เจ้าตัวอ้างภรรยาตายเอง กลัวติดคุกจึงเอาศพไปฝัง

จับแล้วสามีฆ่าภรรยาฝังดิน หลังก่อนหน้านี้เป็นข่าวว่าวิญญาณภรรยาเข้าฝันหลาน บอกจุดฝังศพ จนนำไปสู่การพบเส้นผมและฟันกราม ก่อนที่จะค้นหาจนเจอศพถูกฝัง อยู่บริเวณที่เข้าฝัน ล่าสุดจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ จังหวัดยะลา     จากการสอบสวนสามี ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าภรรยา โดยในคืนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ไปตั้งวงกินเหล้าที่บ้านเพื่อนร่วมกัน 4 คน หมดไป 3 ขวด และพาภรรยานั่งซ้อนท้ายขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่ระหว่างทางด้วยความเมาและทางขรุขระภรรยาพลัดตกจากรถบาดเจ็บ แต่ตนก็ยังอุ้มขึ้นรถจักรยานยนต์กลับไปถึงบ้าน และยังคุยได้ปรกติบอกว่าหิวน้ำ ตนจึงเอาน้ำมาให้กินและเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนหลับไป กระทั่งตื่นมาตี 5 ก็พบว่าภรรยาตัวแข็งทื่อและเสียชีวิตแล้ว ในจังหวะนั้นรู้สึกกลัวมากและสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่คนเดียวและกลัวติดคุกจึงนำศพไปฝังในสวนลำใย หลังจากนั้นจึงได้เดินทางมาทำงานกับเจ้านายเก่าที่จ.ยะลา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/yghw3bo5Vzo

 1,221
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ตาเลี้ยงน้อยใจ เลี้ยงหลานสาว 2 ขวบอย่างดี แต่ถูกแม่เด็กแจ้งความหาว่าข่มขืน

สงขลา-แม่พาลูกสาวอายุ 2 ขวบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สงขลา ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.สะเดา เนื่องจากสงสัยว่าลูกสาวอายุ 2 ขวบถูกตาเลี้ยงทำอนาจาร เนื่องจากที่อวัยวะเพศมีแผลฉีกขาด พร้อมกับนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ซึ่งได้เข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา   ด้านตาเลี้ยงที่ถูกกล่าวหาวัย 42 ปี ซึ่งไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังใช้ชีวิตตามปกติ และยายแท้ๆของเด็ก ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำอนาจารหลานสาวอายุ 2 ขวบ เนื่องจากได้เลี้ยงดูหลาน 4 คนมาตั้งแต่เกิด เพราะแม่แท้ๆ ทิ้งไว้ให้ดูแลและเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ และเพิ่งรู้ว่าถูกแจ้งความ   ตาเลี้ยงกล่าวด้วยความน้อยใจและน้ำตาซึมว่า เพิ่งทราบข่าววันนี้ว่าแม่พาหลานสาวอายุ 2 ขวบไปแจ้งความว่า ตนทำไม่ดีกับหลาน ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะรักเหมือนลูกแท้ๆ เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนมาตั้งแต่แรกคลอดตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี หาเงินส่งเสียให้เรียนกันสองคนตายาย เพราะแม่ไปอยู่กรุงเทพฯไม่ได้ดูแล ตอนนี้ก็เพิ่งผ่าตัดหลัง แต่ก็ต้องทนไปรับจ้างแบกไม้เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูหลาน ซึ่งน้อยใจมากไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้   ขณะที่ยายของเด็กบอกว่า สาเหตุที่หลานสาวมีแผลที่อวัยวะเพศ มาจากวิ่งไปหาตาด้วยความดีใจที่เห็นตากลับมาจากสวนยาง แล้วเกิดหกล้มและไม่ทราบว่าไปโดนหินหรือโดนอะไร ทำให้มีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศและร้องไห้ แต่ตนก็เข้าไปเช็ดไปเป่า ไม่ได้บอกตาเพราะกลัวว่าจะถูกด่าที่ดูแลหลานไม่ดี จึงเป็นไปได้ว่าลูกสาวสงสัยว่าตาทำไม่ดีกับหลาน จึงได้กลับมาที่บ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบเรื่องนี้ และมาทราบว่าได้ไปแจ้งความตำรวจพร้อมกับพาหลานสาวทั้ง 3 คนไปจากบ้าน   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของสองตายายและหลานทั้ง 4 คน และเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งแทบไม่มีใครเชื่อว่าตาเลี้ยงจะทำอนาจารหลานสาว โดยผู้ใหญ่บ้านระบุ ตายายคู่นี้เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนมาตั้งแต่เด็ก พาไปไหนมาไหนตลอด และไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้   ขณะที่ตำรวจ สภ.สะเดา ระบุว่า แม่เด็กพร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะสงสัยว่าจะถูกข่มขื นและยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์หากพบว่าไม่ได้มาจากถูกกระทำอนาจารก็ไม่สามารถเอาผิดหรือดำเนินคดีใดๆ ด้าน และเด็กก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QxU9RiBq8i8

 6,927
สังคม
10 ต.ค. 62

ตาเลี้ยงน้อยใจ เลี้ยงหลานสาว 2 ขวบอย่างดี แต่ถูกแม่เด็กแจ้งความหาว่าข่มขืน

สงขลา-แม่พาลูกสาวอายุ 2 ขวบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สงขลา ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.สะเดา เนื่องจากสงสัยว่าลูกสาวอายุ 2 ขวบถูกตาเลี้ยงทำอนาจาร เนื่องจากที่อวัยวะเพศมีแผลฉีกขาด พร้อมกับนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ซึ่งได้เข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา   ด้านตาเลี้ยงที่ถูกกล่าวหาวัย 42 ปี ซึ่งไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังใช้ชีวิตตามปกติ และยายแท้ๆของเด็ก ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำอนาจารหลานสาวอายุ 2 ขวบ เนื่องจากได้เลี้ยงดูหลาน 4 คนมาตั้งแต่เกิด เพราะแม่แท้ๆ ทิ้งไว้ให้ดูแลและเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ และเพิ่งรู้ว่าถูกแจ้งความ   ตาเลี้ยงกล่าวด้วยความน้อยใจและน้ำตาซึมว่า เพิ่งทราบข่าววันนี้ว่าแม่พาหลานสาวอายุ 2 ขวบไปแจ้งความว่า ตนทำไม่ดีกับหลาน ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะรักเหมือนลูกแท้ๆ เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนมาตั้งแต่แรกคลอดตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี หาเงินส่งเสียให้เรียนกันสองคนตายาย เพราะแม่ไปอยู่กรุงเทพฯไม่ได้ดูแล ตอนนี้ก็เพิ่งผ่าตัดหลัง แต่ก็ต้องทนไปรับจ้างแบกไม้เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูหลาน ซึ่งน้อยใจมากไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้   ขณะที่ยายของเด็กบอกว่า สาเหตุที่หลานสาวมีแผลที่อวัยวะเพศ มาจากวิ่งไปหาตาด้วยความดีใจที่เห็นตากลับมาจากสวนยาง แล้วเกิดหกล้มและไม่ทราบว่าไปโดนหินหรือโดนอะไร ทำให้มีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศและร้องไห้ แต่ตนก็เข้าไปเช็ดไปเป่า ไม่ได้บอกตาเพราะกลัวว่าจะถูกด่าที่ดูแลหลานไม่ดี จึงเป็นไปได้ว่าลูกสาวสงสัยว่าตาทำไม่ดีกับหลาน จึงได้กลับมาที่บ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบเรื่องนี้ และมาทราบว่าได้ไปแจ้งความตำรวจพร้อมกับพาหลานสาวทั้ง 3 คนไปจากบ้าน   ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของสองตายายและหลานทั้ง 4 คน และเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งแทบไม่มีใครเชื่อว่าตาเลี้ยงจะทำอนาจารหลานสาว โดยผู้ใหญ่บ้านระบุ ตายายคู่นี้เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนมาตั้งแต่เด็ก พาไปไหนมาไหนตลอด และไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้   ขณะที่ตำรวจ สภ.สะเดา ระบุว่า แม่เด็กพร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะสงสัยว่าจะถูกข่มขื นและยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์หากพบว่าไม่ได้มาจากถูกกระทำอนาจารก็ไม่สามารถเอาผิดหรือดำเนินคดีใดๆ ด้าน และเด็กก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QxU9RiBq8i8

 6,927
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

ด.ช.วัย 14 แจ้งความรองเท้าแตะคู่เก่งถูกขโมย เผย มีค่าทางจิตใจ เก็บเงินซื้อเองหลายเดือน

วันที่ 8 ต.ค. 62 ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด.ช.ฟ๊ก อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมด้วย นายสุเชาว์ อัศวจินดารัตน์ อาย 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ปกครอง ได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยน้องฟ๊ก มาในเครื่องแบบชุดพละสวมรองเท้าแตะ   น้องฟ๊ก บอกว่าเหตุที่มาแจ้งความก็เพราะรองเท้าแตะยี่ห้อลาคอสรุ่นที่วัยรุ่นกำลังนิยมถูกขโมยไปจากหน้าห้องพักครูขณะเดินทางไปส่งงานในช่วงปิดเทอม โดยเป็นรองเท้าสุดรักสุดหวงที่อดทนหยอดเงินใส่กระปุกซื้อเองคู่ละกว่า 1,000 บาท ซึ่งมีผลจากใจมาก แม้ว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กแต่สำหรับตนรองเท้าคู่นี้เป็นคู่เก่งที่ใส่ไปไหนมาไหนตลอด และต้องการให้ตำรวจติดตามคนที่ขโมยไป ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกัน    ด้าน นายสุเชาว์ พ่อน้องฟ๊กบอกว่า ทีแรกก็ได้บอกครูว่ารองเท้าหายเพื่อให้ช่วยสืบหาหรือไม่ก็ให้ทางโรงเรียนรับผิดชอบเพราะเหตุเกิดในโรงเรียนแต่ก็ไม่มีใครสนใจ จึงต้องมาแจ้งความเพราะรองเท้าคู่นี้มีความหมายทางใจของลูกชายมากเพราะเก็บเงินซื้อเองมาหลายเดือน   และแม้จะเป็นคดีเล็กๆ ของเด็กคนหนึ่งที่รองเท้าหายแต่ทางตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ก็จัดการให้โดยได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักและประสานให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อหาเบาะแสของคนที่ขโมยรองเท้าไป และน่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกันที่ไม่ส่งงานด้วยกันซึ่งมีเพียงไม่กี่คนและน่าจะหาไม่ยาก    

 11,313
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 62

หลวงพ่อใจเด็ด! เปิดใจโหนสลิงทำบุญแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล

สงขลา-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่จ.สงขลา ทางสังคมอออไลน์ได้มีการแชร์คลิปพระโหนสลิงขึ้นไปบนแท่นจุดเจาะน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย ซึ่งมีการนิมนต์พระขึ้นไปทำบุญ ซึ่งญาติโยมต่างแสดงความห่วงใยพระและชื่นชมในความกล้าหาญที่พระสามารถทำได้ทุกอย่าง   ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเรื่องนี้พบว่าเป็นพระจากวัดชะลอน หมู่ที่ 3 ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และได้เดินทางไปพบกับ พระครูขันตยารัต เจ้าอาวาสวัดชะลอน ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับกิจนิมนต์ไปสวดและทำบุญบนแทนขุนเจาะน้ำมันและให้พรแก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนแท่นขุดเจาะซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้   ซึ่งตนก็ไปพร้อมกับพระรวม 4 รูป พร้อมโต๊ะอีหม่ามของอิสลามด้วย และรู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้ไปกลางทะเล และต้องโหนสลิงจากเรือขึ้นไปบนแท่นขุดเจาะน้ำมันรวมทั้งโหนลงด้วยซึ่งก็มีความสูงพอสมควร ก็แอบขาสั่นบ้างแต่มีระบบความปลอดภัยดีมาก ถ้ามีโอกาสได้รับกิจนิมันต์ไปอีกก็จะไป   ด้านนายก่อเดช นิยมเดชา เจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์อาวุโส บริษัท ซีอีซี อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด สาขาประเทศไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 9 และ10 เมษายน รวม2 วันได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 5 รูป และเชิญโต๊ะอิหม่อม ไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัทที่อยู่ในอ่าวไทย จ.สงขลา 2 แท่นเพื่อเป็นการทำบุญแท่นขุดเจาะน้ำมันในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีไทยและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานที่ไม่มีโอกาสได้หยุดในช่วงสงกรานต์ และยังเป็นการทำบุญทั้งสองศาสนาอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/4WFPuVVpdgo

 21,125
สังคม
05 ต.ค. 62

หลวงพ่อใจเด็ด! เปิดใจโหนสลิงทำบุญแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล

สงขลา-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่จ.สงขลา ทางสังคมอออไลน์ได้มีการแชร์คลิปพระโหนสลิงขึ้นไปบนแท่นจุดเจาะน้ำมันกลางทะเลอ่าวไทย ซึ่งมีการนิมนต์พระขึ้นไปทำบุญ ซึ่งญาติโยมต่างแสดงความห่วงใยพระและชื่นชมในความกล้าหาญที่พระสามารถทำได้ทุกอย่าง   ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเรื่องนี้พบว่าเป็นพระจากวัดชะลอน หมู่ที่ 3 ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และได้เดินทางไปพบกับ พระครูขันตยารัต เจ้าอาวาสวัดชะลอน ซึ่งได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับกิจนิมนต์ไปสวดและทำบุญบนแทนขุนเจาะน้ำมันและให้พรแก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนแท่นขุดเจาะซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้   ซึ่งตนก็ไปพร้อมกับพระรวม 4 รูป พร้อมโต๊ะอีหม่ามของอิสลามด้วย และรู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้ไปกลางทะเล และต้องโหนสลิงจากเรือขึ้นไปบนแท่นขุดเจาะน้ำมันรวมทั้งโหนลงด้วยซึ่งก็มีความสูงพอสมควร ก็แอบขาสั่นบ้างแต่มีระบบความปลอดภัยดีมาก ถ้ามีโอกาสได้รับกิจนิมันต์ไปอีกก็จะไป   ด้านนายก่อเดช นิยมเดชา เจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์อาวุโส บริษัท ซีอีซี อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด สาขาประเทศไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 9 และ10 เมษายน รวม2 วันได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 5 รูป และเชิญโต๊ะอิหม่อม ไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัทที่อยู่ในอ่าวไทย จ.สงขลา 2 แท่นเพื่อเป็นการทำบุญแท่นขุดเจาะน้ำมันในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีไทยและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานที่ไม่มีโอกาสได้หยุดในช่วงสงกรานต์ และยังเป็นการทำบุญทั้งสองศาสนาอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/4WFPuVVpdgo

 21,125
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ย. 62

เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหาร ตัดขั้วหัวใจทะลุหลัง ไม่หนำใจขี่ จยย.เหยียบศพซ้ำ

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านพัก ซอย1 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ชุมชนบางมวง หมู่4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ พบถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ในที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน   ขณะที่แม่ของผู้ตายที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชาย แต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป      แม่ของนายอับดุลเล๊าะ บอกว่าทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อรักกันมาก่อนและนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งนายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน   สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิตเป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่1 พฤศจิกายนนี้แต่ก็มาถูกแทงตายก่อน ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x36BrWbNDQw

 5,771
อาชญากรรม
30 ก.ย. 62

เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหาร ตัดขั้วหัวใจทะลุหลัง ไม่หนำใจขี่ จยย.เหยียบศพซ้ำ

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านพัก ซอย1 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ชุมชนบางมวง หมู่4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ พบถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ในที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน   ขณะที่แม่ของผู้ตายที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชาย แต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป      แม่ของนายอับดุลเล๊าะ บอกว่าทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อรักกันมาก่อนและนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งนายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน   สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิตเป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่1 พฤศจิกายนนี้แต่ก็มาถูกแทงตายก่อน ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x36BrWbNDQw

 5,771
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ย. 62

อดีตเพื่อนรัก บุกบ้านแทงว่าที่พลทหารดับ ลากร่างออกมาขี่ จยย.เหยียบซ้ำ ก่อนหนี

วันที่ 29 ก.ย. 62 พ.ต.ท.สถาพร สุขสว่าง สารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านหลังหนึ่ง ชุมชนบางมวง หมู่ 4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก. พ.ต.ต.เฉลียว อนุสาร สวป.ฯ และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ   จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน แม่ของนายอับดุลเล๊าะที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชายแต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธได้ขี่รถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป    นางปรีดา สันบวชบู อายุ 55 ปี แม่ของนายอับดุลเล๊าะ ระบุว่าทั้ง 2 คนเคยเป็นเพื่อนรักกันมาก่อน และนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งในวันนี้ นายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน    สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิต เป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว   

 7,334
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

ร้อยโทปัดข่มขืนเด็ก 14 โอดถูกสังคมมองเป็นโรคจิต ซัดฝั่งเด็กบิดเบือนความจริง

กรณีที่มีแม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 14 ปี ถูกทหารยศร้อยโท ค่ายทหารแห่งหนึ่งที่จังหวัดสงขลา ล่อลวงไปข่มขืนนานกว่าครึ่งปี แล้วยังมีการถ่ายคลิปไว้ แม่เข้าแจ้งความเจอข่มขู่ อ้างเส้นใหญ่ ขณะที่ลูกสาวกลายเป็นเด็กเก็บกดและมีอาการซึมเศร้า   โดยแม่ของเด็กหญิงวัย 14 เล่าให้ฟังว่า ทราบเรื่องเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เมื่อคุณครูประจำชั้นโทรมาบอกว่ามีคนขับรถมารับเด็ก แต่เด็กขึ้นรถไปด้วยท่าทางไม่เต็มใจ ซึ่งเจ้าของรถก็คือนายทหารยศร้อยโท ที่บ้านอยู่ใกล้กัน ที่ผ่านมาแม่สงสัยในพฤติกรรมลูกมาตลอด ว่าทำไมดูกลัวนายทหารคนนี้เวลาวิ่งผ่านหน้าบ้านพัก    ด้านลูกสาวเล่าให้ฟังว่า ถูกกระทำชำเรามาแล้วกว่า 10 ครั้ง โดยครั้งแรกมาหลอกชวนไปกินไก่ทอดยี่ห้อดัง แต่สุดท้ายก็พาไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอจะนะ แล้วก็ข่มขืนถ่ายคลิป หากวันไหนต้องการมีเพศสัมพันธ์ก็จะส่งไลน์หาลูกสาว ถ้าไม่ไปก็ขู่จะเอาคลิปเผยแพร่ในโซเชียล ทำให้ลูกต้องอยู่ในภาวะจำยอม รวมทั้งเล่าให้ฟังว่า เคยลวงไปข่มขืนที่บ้านพักในค่ายทหารหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะถูกกระทำ ทั้งมัดด้วยสายไฟรัดข้อมือ และใช้ผ้าอุดปาก เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ตนเองจึงพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.นาทวี   หลังจากนั้น พอทหารยศร้อยโทรู้ว่าแม่แจ้งความ ทหารก็ถือปืนมาข่มขู่และยิงสามี กระสุนเข้าที่ชายโครงและแขนซ้ายแบบถากๆ ส่วนสามีก็ใช้ปืนยิงขู่ลงพื้น 2 นัด ซึ่งต่างฝ่ายต่างแจ้งความ แต่ปรากฎว่าสามีถูกตั้งกรรมการสอบ ถูกสั่งขังวินัย 7 วัน แถมครอบครัวยังถูกให้ย้ายออกจากบ้านพักราชการ ต้องไปเช่าบ้านอยู่   แม่ของผู้เสียหายบอกด้วยว่า ภรรยาของนายทหารพอทราบเรื่อง ได้ส่งข้อความไปถามเพื่อนๆ ของลูกสาว ถามว่าสามีตัวเองทำแบบที่โดนแจ้งความจริงหรือไม่ ทำให้เพื่อนของลูกจากที่ไม่มีใครรู้เรื่อง กลายเป็นรู้เรื่องกันหมด ลูกสาวเกิดความอับอาย ก็คิดสั้นพยายามผูกคอตายไปแล้วครั้งนึง และต่อมาพอรู้ว่าพ่อติดคุกก็พยายามจะคิดสั้นอีกครั้ง ส่วนพ่อก็คิดจะยิงตัวตาย ตอนนี้ก็ต้องไปพบจิตแพทย์ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว   ก่อนหน้านี้ทหารยศร้อยโทพยายามขอให้ผู้ใหญ่ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย โดยจะจ่ายเงินชดใช้ให้แต่แม่ไม่ขอรับ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และที่ผ่านมาทราบว่านายทหารรายนี้ไม่ได้ทำกับลูกสาวเป็นคนแรก มีเด็กผู้เสียหายหลายราย แต่ทุกคนรับเงินแล้วยอมความหมด ล่าสุดตอนนี้ทราบว่าในส่วนคดีของลูกสาว ตำรวจตั้ง 2 ข้อหาหนัก คือพรากผู้เยาว์ และข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี นอกจากนี้ยังข้อหาทำร้ายร่างกาย ถูกนำตัวฝากขังที่ศาลทหาร จากนั้นได้ประกันตัวออกมา   ส่วนทางด้านคดีสามี ถูกตั้งข้อหา พยายามฆ่าโดยไต่ตรองไว้ก่อน บุกรุกเคหะสถานยามวิกาล ขณะที่นายทหารคนก่อเหตุ ถูกคดีพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเรา และพยายามฆ่า แต่ตนเองสงสัยทำไมนายทหารผู้กระทำ จึงไม่ได้ถูกคุมขัง ขณะที่สามี ถูกขัง 7 วัน และให้ออกจากบ้านภายพักราชการภายใน 7 วัน แต่เมื่อถูกตัดสินโดยผู้บังคับบัญชาแล้ว ก็ต้องยอมรับ   ด้านพล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดของ ทหารทั้ง 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 อ.นาทวี จ.สงขลา ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องทหารยศร้อยโทก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิง ทางกรมทหารราบได้ประสานกับตำรวจ สภ.นาทวี เจ้าของคดีมาอย่างต่อเนื่อง ให้ดำเนินคดีไปตามหลักฐาน และตามกฎหมาย ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ กับผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งคดีที่ทหารทั้ง 2 นายมีเรื่องยิงกันในค่ายทหาร   ขณะที่ ร้อยโทที่ถูกกล่าวหาระบุว่า ไม่ได้ข่มขืนเด็ก โดยมีพยานและยืนยันได้ ซึ่งได้ให้การกับตำรวจหมดแล้ว โดยมีทนายความให้การช่วยเหลือในเรื่องคดี ผมไม่สามารถให้ข่าวใดๆ ได้ กลัวว่าจะมีผลต่อรูปคดี ตอนนี้ชีวิตตนกลายเป็นจำเลยสังคม หาว่าเป็นคนโรคจิต ทำร้ายเด็กหญิง ใช้สายเคเบิลรัดมือผ้าปิดปาก ซึ่งตนรักเหมือนลูกหลาน   ตนเครียดมากอยากฆ่าตัวตาย แต่มีภรรยาและลูกกำลังน่ารัก ตอนนี้แยกกับภรรยาออกมาอยู่ตัวคนเดียว ทีวีเอารูปภรรยาออกสื่อ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องจนสังคมประณาม ลูกไม่กล้าไปโรงเรียน การที่เป็นข่าวออกสื่อวันนี้ ฝ่ายแม่ของเด็กหญิงออกมาให้ข่าวฝ่ายเดียว จงใจบิดเบือนให้ข่าวเท็จ เนื่องจากสามีกระทำผิดวินัยร้ายแรง ก่อเหตุเมาสุรายิงปืนในค่ายทหารและพยายามฆ่า รวมทั้งพัวพันเรื่องอาวุธปืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z26dVnYSMt4

 6,561
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

ร้อยโทหื่น ขยี้กามวิปริตมัดมือ-อุดปากถ่ายคลิป นร.หญิงวัย 14 ซ้ำข่มขู่ลั่นเส้นใหญ่ ใครทำอะไรไม่ได้

สงขลา-นางแดง (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นภรรยาของเจ้าหน้าที่ทหารยศ จ.ส.อ.นายหนึ่ง ในสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งใน อ.นาทวี จ.สงขลา และเป็นแม่บุญธรรมของ ด.ญ.ฟ้าใส (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งของตัวอำเภอ ได้เดินทางมาร้องเรียนว่า   ลูกสาวถูกนายทหารยศ ร.ท.นายหนึ่งในสังกัดเดียวกัน ล่วงละเมิดทางเพศมานานหลายครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคมเรื่อยมา จนเด็กมีท่าทีหวาดกลัวเมื่อเห็นรถยนต์ของนายทหารคนดังกล่าว ขับผ่านหน้าบ้านพักของพ่อแม่เด็กซึ่งอยู่ใกล้กันในค่าย   โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ครูที่โรงเรียนโทรศัพท์มาบอกว่า มีนายทหารขับรถ 4 ประตูมารับลูกสาวที่โรงเรียนในเวลาบ่ายโมงเศษๆ โดยท่าทางลักษณะเด็กไม่อยากไป จึงตรวจสอบรถพบว่าเป็นของนายทหารยศ ร.ท.คนดังกล่าว จึงได้ออกตามหา จนทราบว่า ด.ญ.ฟ้าใสอยู่กับนายทหารยศ ร.ท.จริง และให้มารับตัวลูกสาวที่อู่ช่างวัฒน์ แถววัดนาทวี   จากนั้นเด็กสาวได้เล่าความจริงว่า เคยถูกลวงไปข่มขืนที่บ้านพักในค่ายหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งถูกข่มขืนอย่างทารุณ วิปริต ใช้สายเคเบิ้ลรัดข้อมือเอาผ้าอุดปาก ถ่ายคลิป ถ่ายภาพเปลือย หากวันไหนต้องการมีเพศสัมพันธ์จะส่งไลน์หาลูกสาว พร้อมข่มขู่จะประจานเอารูปไปลงในโซเชียล จนเด็กต้องจำยอม เป็นการกระทำอย่างป่าเถื่อน ทั้งๆ ที่ยังเป็นเด็ก ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตนเองจึงนำลูกสาวไปแจ้งความที่ สภ.นาทวี และพาไปตรวจร่างกายที่ รพ.นาทวี   แต่หลังจากที่ไปแจ้งความ นายทหารหื่นพกปืนมาข่มขู่ที่บ้านพัก ข่มขู่ว่าไปแจ้งความทำไม ทำไมไม่พูดเหมือนที่บอกให้พูด พร้อมตะคอกอีกว่า "กูเส้นใหญ่ พวกมึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก" พร้อมยิงข่มขู่สามีตนที่เป็นทหารยศต่ำกว่า และมีการยิงปืนตอบโต้กัน   จนสามีโดนตั้งกรรมการสอบสวน สั่งขัง 7 วัน ฐานยิงปืนในค่ายทหาร และให้พักราชการจนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ที่ผ่านมาเคยใช้เชือกแขวนคอตัวเอง เพราะคิดว่าเขาคือต้นเหตุ จนต้องไปพบแทพย์ที่โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาทุกสัปดาห์ ส่วนนายทหารหื่นคู่กรณีกลับใช้ชีวิตตามปกติ ยังมาออกกำลังที่ค่ายทหารทุกวัน   ขณะที่ลูกสาวได้รับความอับอาย ต้องออกจากโรงเรียนไปเรียนต่อที่ต่างจังหวัดกับยาย ที่ผ่านมามีนายทหารหลายท่าน บอกให้ยอมความรับค่าเสียหายของนายทหารหื่น ซึ่งยอมจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินสด 500,000 บาท และที่ดินอีก 1 แปลงราคา 800,000 บาท ย้ำด้วยว่าสู้ไปก็เจ็บตัว และพร้อมจะประสานให้โยกตำแหน่งไปที่อื่น จะได้ไม่ต้องเจอกัน   ซึ่งตนเองและสามีจะไม่ขอรับข้อเสนอใดๆ เนื่องจากไม่ต้องการเงิน อยากให้กฎหมายลงโทษคนผิดจิตวิปริต ทั้งที่นายทหารคนนี้มีภรรยาและลูกแล้ว แต่กลับมีพฤติกรรมแบบนี้กับเด็กอีกหลายคน ทั้งในค่ายและนอกค่าย   ด้านผู้บังคับบัญชาค่ายทหารดังกล่าวได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ยืนยันว่าตนพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 2 ฝ่าย โดยนายทหารยศ ร.ท. ได้โทรมาผมที่บ้าน บอกว่าฝ่าย จ.ส.อ.มายิงข่มขู่ที่บ้านพัก กลายเป็นว่ามีเรื่องเพิ่มคดี 1 คดี ทาง ร.ท.มีการแจ้งความกลับเอาผิด จ.ส.อ.เช่นกัน   ตนได้แนะนำให้ผู้เสียหายที่กลัวว่าไม่ได้รับความปลอดภัยให้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน ส่วน ร.ท.คู่กรณีที่ยังทำงานอยู่ในค่ายนั้น เนื่องจากได้เสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่คำสั่งยังไม่ตกลงมา เจ้าตัวจึงยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในค่าย จนกว่าจะมีคำสั่ง เรื่องทั้งหมดขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป   ด้านตำรวจระบุ ตอนนี้อยู่ในระหว่างรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์จากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พร้อมตั้งข้อหาไว้ 2 ข้อหาคือ พรากผู้เยาว์ และข้อห้าข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี นำตัวฝากขังที่ศาลทหาร จากนั้นได้ประกันออกมา อย่างไรก็ตามขอไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เนื่องจากเกรงงว่าจะเสียรูปคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j79eeyfLRjY

 19,445

Top