ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 61

ผงะ พบศพหญิง 2 รายนอนตายปริศนาในรถ ขณะสตาร์ทเครื่องจอดนอนกลางเมืองหาดใหญ่

สงขลา-พบผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ริมถนนราษฏ์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่  ที่เกิดเหตุพบรถแวน ยี่ห้อฟอร์ด ESCAPE สีบรอนซ์ ซึ่งรถคันดังกล่าวยังคงจอดติดเครื่องเอาไว้ รวมทั้งเปิดแอร์ แต่ไม่ได้ล็อกประตูรถ ซึ่งจากการตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงจำนวน 2 ราย อายุ 53 ปี เสียชีวิตอยู่ฝั่งคนขับ และเป็นเจ้าของรถ ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 60 ปี ซึ่งยังไม่ทราบชื่อ และไม่มีเอกสารใดๆติดตัว ซึ่งนอนตายอยู่ด้านข้างคนขับในลักษณะคอพับ และเอียงศีรษะหันไปทางด้านฝั่งคนขับทั้งคู่   โดยหลังจากตรวจสอบตามร่างกาย เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ขณะที่สภาพภายในรถไม่มีร่องรอยของการรื้อค้นทรัพย์สิน และสิ่งของต่างๆ ยังอยู่ครบ นอกจากนี้จากการตรวจสอบตัวรถภายนอกรอบคันอย่างละเอียด ก็ไม่พบร่องรอยน่าสงสัยเช่นเดียวกัน   จากการสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ทั้งคู่ได้ขับรถมาจอดตั้งแต่เวลา 15.00 น.และมาจอดรถอยู่ที่จุดเกิดเหตุ โดยสตาร์ทเครื่องรถไว้ จึงไม่ได้มีใครสงสัย เพราะนึกว่าจะมาซื้อของหรือทำธุระ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเกือบ 5 ชั่วโมง ซึ่งมืดแล้ว กลับเห็นรถคันนี้ยังคงจอดสตาร์ทเครื่องอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน จึงลองเดินเข้าไป และเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีการตอบรับใดๆจากคนที่อยู่รถ จึงจัดสินใจโทรแจ้งตำรวจให้เข้ามาช่วยตรวจสอบ และพบว่าทั้งคู่ได้เสียชีวิตไปแล้ว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ทั้งคู่น่าจะนั่งรอหรือนอนในรถนานเกินไป จนกระทั่งเผลอหลับหมดสติไปโดยที่ไม่รู้สึกตัว เพราะ อากาศในรถเบาบางลงเรื่อยๆ โดยได้ส่งศพให้แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลหาดใหญ่ ทำการชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนประสานญาติของคนขับให้มารับศพต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DXR3jYUlGVg    

 16,362
ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 60

ยายพลัดตกจากชั้น2 กระแทกพื้นชั้นล่างบาดเจ็บ คาดส่วนต่อเติมไม่แข็งแรง

เกิดเหตุผู้สูงอายุพลัดตกจากชั้น 2 ของบ้านร่วงกระแทกพื้นชั้น1 พร้อมกับถังแก๊สหุงต้ม ภายในตึกแถว 5 ชั้นกลางเมืองสงขลา ได้รับบาดเจ็บหลายจุด เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว จากการตรวจสอบพบบริเวณเกิดเหตุถูกต่อเติมเพิ่มแบบแบบไม่ได้มาตรฐาน             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5IZNO19V84Q

 880
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 60

เจอตัวแล้ว! คนขับเก๋งวิ่งสวนเลนไกลกว่า 3 กม.ที่สงขลา พบเป็นอดีตครูวัย63 อ้างเข้าใจผิด

เจอตัวแล้ว! คนขับรถเก๋งวิ่งสวนเลนไกลกว่า 3 กิโลเมตรที่ จ.สงขลา หลังชาวเน็ตแห่แชร์ ล่าสุดพบว่าเจ้าของรถคือ นางยุวนน กลิ่นเลขา อายุ 63 ปี ข้าราชการครูบำนาญเป็นผู้ขับขี่และครอบครองรถ จึงได้เชิญให้มาแสดงตัวที่กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง   จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นคนขับรถจริง เพราะเข้าใจผิดว่ามีการก่อสร้างถนนให้ใช้ทางเบี่ยงตนเลยขับรถย้อนศรไป ซึ่งในขณะนั้นไม่มีรถคันใดขับสวนมา ต่อมาเมื่อมีรถขับสวนมาตนเองจึงรู้ว่าตนเองขับผิดช่องทางแต่ไม่สามารถกลับรถได้จึงขับรถชิดขอบทางไปจนที่กลับรถเพื่อเข้าช่องทางปกติ ขณะเจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับ เป็นจำนวน 500 บาท ตามมาตรา 21 พรบ.จราจร เนื่องจากขับรถไม่ได้ไปในทิศทางที่กำหนด                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/DadV3EXgnFA

 7,499
ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 60

น้ำท่วมใต้วิกฤตหลายจังหวัด เมืองคอนอ่วม เกิดน้ำป่าพัดถล่ม ท่ามกลางฝนตกหนักต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้วิกฤต หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดเหตุน้ำป่าซัดรถบัสจมหายทั้งคน ทั้งรถ ระดมกำลังช่วย 51 ชีวิตท่ามกลางพายุฝน ล่าสุดพบแล้ว 46 ราย ยังสูญหายอีก 5ราย   นอกจากนี้ยังพบนักท่องเที่ยวติดในรีสอร์ทกลางป่า ใน อ.ลานสกา ที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย   ที่น้ำตกพรหมโลก อ.พรหมคีรี เกิดมวลน้ำสีแดงขุ่นไหลลงอย่างรวดเร็วและน่าระทึก จนท.เร่งเฝ้าระวัง ซึ่งน้ำป่ากำลังไหลเข้าท่วมชุมชนเมืองนครศรีธรรมราช กู้ภัยออกประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านอพยพของขึ้นที่สูง   ขณะที่จังหวัดอื่นๆ อาทิ ตรัง สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง ก็เกิดน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่เช่นกัน ทำให้สวนยางพาราจมน้ำ ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ต้องเร่งอพยพออกจากพื้นที่โดยด่วน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bcg8OEOdpd8    

 7,842
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 60

ฝนตกถนนลื่น กระบะบรรทุกกุ้งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟขาดสะบั้น คนขับบาดเจ็บ

สงขลา-เกิดเหตุรถกระบะบรรทุกเเม่พันธุ์กุ้งขาว เสียหลักพุ่งชนเสาไฟส่องสว่างกลางถนนใน อ.สทิงพระ จนขาดสะบั้นไป 1 ต้น ก่อนไปจอดเเน่นิ่งอยู่ในคูข้างทาง โชคดีที่คนขับบาดเจ็บไม่สาหัส เเละไม่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนตามมา   สอบถามคนขับบอกว่า ในช่วงเกิดเหตุได้ขับรถไปรับเเม่พันธุ์กุ้งขาวจำนวน 3 ลัง จากฟาร์มเพาะเลี้ยงใกล้กับจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปส่งยัง อ.สะเดา จ.สงขลา เเละรอส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย เเต่จู่ๆรถเกิดเสียหลักกะทันหันหัน เนื่องจากถนนลื่น เเละมีฝนตกหนักมาตลอดทาง จนควบคุมรถไม่อยู่ เเละไถลไปชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างกลางถนนจนขาดสะบั้นไป 1 ต้น ก่อนที่จะพุ่งลงไปหยุดอยู่ในคูข้างทาง เเต่ยังโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VKQXSsrak1M  

 2,085
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 60

ใต้ยังจมบาดาลหลายจุด พนังกั้นแม่น้ำตรังแตก-ดินสไลด์ทับสวนยางพาราสงขลาเสียหาย

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ยังคงวิกฤตในหลายพื้นที่ โดย ที่ จ.ตรัง พนังกั้นแม่น้ำตรังในพื้นที่ ต.หนองตรุด และ ต.บางรัก อ.เมืองตรัง ถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหายประมาณ 70 เมตร ทำให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลทะลักลงมาสมทบยังพื้นที่ลุ่มซึ่งเป็นจุดรองรับน้ำ และส่งผลให้น้ำในแม่น้ำตรัง มีระดับสูงกว่าพนังประมาณ 20-30 ซม. รวมทั้งไหลเชี่ยวกรากมาก   ขณะที่สภาพน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เริ่มคลี่คลายลงหลังจากมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล ทำให้การสัญจรไป-มา ของประชาชนได้เกือบทุกเส้นทาง แต่ยังต้องเดินทางสัญจรด้วยความระมัดระวัง   เกิดเหตุดินสไลด์จากภูเขาสันกาลาคีรีใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร น้ำได้พัดพาดิน หินขนาดใหญ่และต้นไม้ใหญ่ลงมายังเชิงเขาห่างจากหมู่บ้านเพียง 1 กิโลเมตร จนกลายเป็นทางน้ำขนาดใหญ่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะสไลด์ตลอดเวลา เพราะดินยังชุ่มน้ำล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายปกครองสะบ้าย้อยได้เข้าสำรวจความเสียหายแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4_hvBD1le78    

 6,940
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 60

น้ำท่วมสงขลาอ่วมหนัก! สะบ้าย้อยท่วมรอบ 3 สูงกว่า 2 เมตร และน้ำประชิดเมืองหาดใหญ่แล้ว

  จากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องเกือบ 1 สัปดาห์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ส่งผลทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 16 อำเภอ 112 ตำบล 8,234 หมู่บ้าน 35 ชุมชน เสียชีวิต 3 ราย   ที่หมู่ 7 บ้านปากบาง อำเภอเทพา ชาวบ้านกว่า 20 หลังคาเรือน ซึ่งอยู่ริมทะเลถูกน้ำท่วมขังเกือบ 1 สัปดาห์ เริ่มขาดแคลนเสบียงอาหาร เนื่องจากไม่สามารถออกเรือไปจับปลาหรือหาซื้ออาหารได้ ขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐยังเข้าไม่ถึง เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง 7 ตำบล 67 หมู่บ้าน 2,233 ครัวเรือน 6,327 คน เสียชีวิต 1 รายอพยพ 5 รายไปอยู่บ้านญาติ    ขณะที่เทศบาลนครหาดใหญ่ชักธงเหลือง เตือน 8 ชุมชนรอบคลองอู่ตะเภาเตรียมรับมวลน้ำจากสะเดา ซึ่งขณะนี้ท่วมในหลายชุมชนโดยเฉพาะชุมชนต้นลุง ซึ่งอยู่ริมคลองอู่ตะเภา ระดับน้ำกำลังเอ่อล้นตลิ่ง   และหนึ่งในอำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดใน จ.สงขลาขณะนี้คือ อ.สะบ้าย้อย ซึ่งถูกน้ำท่วมหนักมา 3 รอบและครั้งนี้หนักสุดโดยเฉพาะที่บ้านแลแบง หมู่ 1 ต.สะบ้าย้อย ขณะนี้น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรและไม่มีท่าว่าจะลดลงแม้จะถูกน้ำท่วมสูงมา 5 วัน สภาพทั้งหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ตำรวจ สภ.สะบ้าย้อยต้องลำเลียงเครื่องยังชีพล่องเรือเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านบางส่วนที่ยังคงอยู่เฝ้าบ้านไม่อพยพออกมา ส่วนชาวบ้านที่เหลืออพยพออกมาหมดทั้งหมู่บ้านแล้วนับร้อยครัวเรือนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง ซึ่งมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ว่าอำเภอสะบ้าย้อย   นายประสิทธิ์ ชรินานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 เปิดเผยว่า ขณะนี้อ่างเก็บน้ำสะเดา คลองหลามีน้ำเต็มความจุ น้ำล้นสปิลเวย์ ระดับน้ำหน้าประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 บ้านหน้าควนยังต่ำกว่าตลิ่ง 1.95 เมตร ขณะนี้ทางสำนักงานชลประทานสงขลาได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ผลักดันน้ำออกทะเลสาบสงขลา ที่บ้านบางหยี อำเภอบางกล่ำ    ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีพยากรณ์อากาศระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนัก มากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดดังกล่าว ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนสะสม น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง    ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากลมแรงและคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1-2 วันนี้     

 3,900
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 60

น้ำป่ากัดเซาะถนนสงขลาเป็นหลุมใหญ่ เก๋งลื่นพุ่งตกหลุม โชคดีคนขับปลอดภัย

สงขลา-เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งตกถนนน้ำป่า หลังกัดเซาะถนนทางหมายเลข 43 หรือถนนสายเอเชีย สายสงขลา-ปัตตานี จนขาดระยะทางยาวประมาณ3เมตรและลึก3เมตร แต่โชคดีที่คนขับปลอดภัย     โดยเปิดใจว่าช่วงเกิดเหตุประมาณตี4 ได้ขับรถจาก จ.ชุมพร เพื่อเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่ อ.ยะรัง ปัตตานี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุถนนค่อนข้างมืดและเห็นทางที่ขาดในระยะกระชั้นชิดเบรกไม่ทัน ประกอบกับถนนลื่นทำให้รถพุ่งตกลงไปในทางแยก แม้ว่าก่อนที่จะถึงจุดที่ถนนขาดจะมีเจ้าหน้าที่พยายามโบกมือส่งสัญญาณแต่ยืนอยู่คนเดียวจึงไม่กล้าจอดและขับรถเลยมาจนมาประสบเหตุดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่เร่งกู้รถเก๋งขึ้นมา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GZtCzP1yBwU  

 768
การเมือง
30 พ.ย. 60

ภรรยา 'แบร์มุส' ผิดหวังคำพูด 'สรรเสริญ' โบ้ยหายตัวเที่ยวสาวอื่น เจ้าตัวยันไม่ได้กล่าวหา แค่ยกเคสในอดีต

นางสุไรนี สายนุ้ย ซึ่งเป็นภรรยาของ แบร์มุส และเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี ได้ชี้แจงตอบโต้กรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเดินหน้าประเทศไทย ถึงการจับกุมตัวแกนนำคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.เทพา จ.สงขลา มีการกล่าวถึงนายมุสตาร์ซีดีน วาบา หรือ 'แบร์มุส' แกนนำ ที่มีภาพออกไปว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารจับไป และยังไม่ได้กลับบ้าน ด้วยการยกตัวอย่างว่าเคยเกิดในพื้นที่หายตัวไป แต่ปรากฎว่าไปเที่ยวกับผู้หญิงที่ไม่ใช่ครอบครัว   โดยนางสุไรนี กล่าวว่าขณะนี้ นายแบร์มุส ปลอดภัยดี แต่ต้องขอตอบด้วยความสัตย์จริงว่า ตนไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนในตอนนี้แบร์มุส ยังไม่ถูกออกหมายจับหรือหมายเรียกตัวหรือให้รายงานตัวแต่อย่างใด   ทั้งนี้รู้สึกผิดหวัง ที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ไม่ได้สอบถามมายังครอบครัวหรือตนโดยตรงถึงความเป็นมาและเป็นไป มันทำให้เราผิดหวังในคำพูด คนที่ก็ถือเป็นคนสำคัญในประเทศและมีบทบาทในการบริหารประเทศ ควรมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้และเรื่องของการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะขณะนี้ทางครอบครัวมีความกังวลและเมื่อได้รับการสื่อสารเช่นนี้จากบุคคลสำคัญของประเทศยิ่งทำให้รู้สึกผิดหวังหนักมากเข้าไปอีก   ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่าตนไม่ได้ระบุว่าคุณแบร์มุส เขาไปเที่ยวผู้หญิง แต่แค่เล่าให้ฟังว่าเขาอาจจะมีเหตุผลไปที่หนึ่งที่ใดหรือเปล่า ด้วยการพยายามปล่อยข้อมูลในโซเชียลว่าถูกจับตัวไปจนไม่กลับบ้าน ซึ่งตนก็ได้ยกตัวอย่างว่าเคสแบบนี้มีตัวอย่างแล้ว เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ที่สะบ้าย้อย มีครอบครัวหนึ่งแจ้งว่าสามีโดนจับ หรือถูกทหารโดนจับ แต่ผ่านมา 2-3 วัน ชายคนนั้นก็ออกมาเอง ระบุว่าไปเที่ยวสตูลกับเพื่อนผู้หญิง ซึ่งตนไม่ได้ว่าคุณแบร์มุสแบบนั้น แค่ตั้งข้อสังเหตุว่ามีจุดประสงค์ไปที่อื่นหรือเปล่า   มีการตัดต่อคำของผม หาว่าผมไปกล่าวหาเขาว่าไปเที่ยวผู้หญิง ผมบอกว่าเคสนั้นผู้ชายคนนั้น หนีไปเที่ยวกับผู้หญิงที่สตูล แค่ตัดคำพูดของผมแล้วมาลงเฟซบุ๊ก ก็เห็นแล้วว่าไม่ปรารถนาพูดความจริงให้สังคมฟัง จะเอาคำพูดอะไรก็ได้มาทำให้ผมดูเลว อันนี้คงไม่ใช่ ซึ่งผมไม่ได้พูดเช่นนั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D25GAmwOeUc

 9,421
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 60

ปล่อยตัว 15 แกนนำค้านโรงไฟฟ้าเทพา หลังใช้ตำแหน่ง 7 นักวิชาการยื่นประกัน

ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา ม็อบเครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งอยู่ในชุดเคลื่อนไหว ออกชูมือประสานเหนือศีรษะออกจากประตูเรือนจำ ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว 15 แกนนำ จากการที่มี 7 นักวิชาการใช้ตำแหน่งข้าราชการค้ำประกันแทนเงินสด ระหว่างรอพิจารณาส่งฟ้องคดี โดยตั้งเงื่อนไขให้มารายงานตัวทุก 12 วันเพื่อป้องกันการหลบหนี โดยมีบรรดาครอบครัวได้นำดอกกุหลาบมารอต้อนรับ   ขณะที่ 1 ใน 15 แกนนำนายเอกชัย อิสสระทะ เปิดเผยว่า เดินหน้าสู้คดี และคัดค้านโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อย่างแน่นอนอน ทั้งนี้สัปดาห์นี้ขอหารือกับแกนนำแะเครือข่ายว่าจะเดิน้าต่อไปอย่างไร สำหรับผู้ที่ถูกจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหาชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แจ้งดำเนินคดีเพียง ขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และพกพาอาวุธไปในที่ชุมชน สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CQbO3Qu6y2g  

 6,476
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 60

น้ำท่วมใต้อ่วมหลายจุด ต้องประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน

เกิดน้ำท่วมหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ จ.ยะลา โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอยะหา อำเภอบันนังสตา อำเภอเมือง และอำเภอรามัน เช่นเดียวกับที่นครศรีธรรมราช สงขลา ทำให้บ้านเรือนของประชาชน พื้นที่การเกษตร เส้นทางสาธารณะ ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ทางการต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f7hWKqTVt0A  

 6,556
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 60

ศาลให้ประกันแกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าเทพาแล้ว เพจรณรงค์หยุดถ่านหินยันเจอตัว "แบมุส" ปลอดภัย

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ศาลจังหวัดสงขลา อนุมัติให้ประกันตัว 15 แกนนำเครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โดยใช้ตำแหน่งนักวิชาการ 6 คน โดยกำลังรอการปล่อยตัวที่เรือนจำสงขลาวันนี้   ซึ่งเพจ "หยุดถ่านหินสงขลา" ได้ถ่ายทอดบรรยากาศหน้าเรือนจำสงขลาเมื่อเวลา 16.45 น. ซึ่งมีการให้สัมภาษณ์ว่าอีก 1 ชั่วโมงจะมีการปล่อยตัวแกนนำทั้งหมด ท่ามกลางความดีใจของญาติๆ และผู้ที่มาให้กำลังใจถึงหน้าเรือนจำ   และในคลิปการถ่ายทอดยังมีการระบุว่าพบตัวนายแบมุส ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำที่หายตัวไปแล้วและนายแบมุสปลอดภัย  

 5,645
การเมือง
29 พ.ย. 60

ราชกิจจาฯออกประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง 5 อำเภอสงขลา-ปัตตานี จากเหตุความไม่สงบ

วันที่ 28 พ.ย. 2560 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   โดยประกาศเรื่องนี้เริ่มประกาศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 โดยมีผลครั้งละ 1 ปี และมีการประกาศต่ออายุซ้ำทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนมาจนถึงปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่ยังเกิดเหตุโจมตีและความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และ 1 อำเภอของ จ.ปัตตานี (อ่านประกาศครั้งแรกในปี 2552 คลิกที่นี่)   อนึ่ง ประกาศฉบับปี 2560 ที่เพิ่งเผยแพร่ลงราชกิจจานุเบกษา มีใจความว่า   ด้วยสถานการณ์ในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ซึ่งปรากฏเห็นชัดในรูปแบบของเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการ ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผล ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ระดับหนึ่ง   ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการบริหารจัดการรักษาความสงบและความปลอดภัยให้มีเอกภาพและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ยังคงต้องกําหนดมาตรการป้องกันไว้เช่นเดิม เพื่อมิให้สถานการณ์ขยายตัวลุกลาม หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ดังต่อไปนี้   1. ให้เขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   2. ให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กําหนด   3. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ การป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไข หรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้บรรดาประกาศ คําสั่ง หรือการดําเนินการใดที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกําหนดขึ้น หรือการปฏิบัติการใดของศูนย์อํานวยการ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมายจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงมีผลใช้บังคับโดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกําหนดเป็นอย่างอื่น   ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561   ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HuzXREcAqDw    

 14,531
การเมือง
28 พ.ย. 60

ออกประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง 5 อำเภอรวม อ.เทพา เป็นการต่ออายุซ้ำตั้งแต่ปี 52 จากเหตุไม่สงบ

วันที่ 28 พ.ย. 2560 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   โดยประกาศเรื่องนี้เริ่มประกาศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 โดยมีผลครั้งละ 1 ปี และมีการประกาศต่ออายุซ้ำทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนมาจนถึงปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่ยังเกิดเหตุโจมตีและความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และ 1 อำเภอของ จ.ปัตตานี (อ่านประกาศครั้งแรกในปี 2552 คลิกที่นี่)   อนึ่ง ประกาศฉบับปี 2560 ที่เพิ่งเผยแพร่ลงราชกิจจานุเบกษา มีใจความว่า   ด้วยสถานการณ์ในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ซึ่งปรากฏเห็นชัดในรูปแบบของเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการ ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผล ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ระดับหนึ่ง   ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการบริหารจัดการรักษาความสงบและความปลอดภัยให้มีเอกภาพและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ยังคงต้องกําหนดมาตรการป้องกันไว้เช่นเดิม เพื่อมิให้สถานการณ์ขยายตัวลุกลาม หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ดังต่อไปนี้   1. ให้เขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   2. ให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กําหนด   3. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ การป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไข หรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้บรรดาประกาศ คําสั่ง หรือการดําเนินการใดที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกําหนดขึ้น หรือการปฏิบัติการใดของศูนย์อํานวยการ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมายจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงมีผลใช้บังคับโดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกําหนดเป็นอย่างอื่น   ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561   ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 10,758
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ย. 60

กลุ่มนักกิจกรรมมก.ประณามความรุนแรงต่อกลุ่มต้านโรงไฟฟ้า 'ประวิตร' ชี้ม็อบตีตร.-คุมตัวแค่คนฮาร์ดคอร์

กลุ่มที่เรียกตนเองว่า "เครือข่ายนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์" ออกแถลงการณ์ถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาถูกจับกุมระหว่างการขอยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี    โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความสำคัญว่า การดำเนินการจัดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา นั้นมีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีส่วนร่วมของประชาชนในการรับฟังความคิดเห็นทั้ง 3 ครั้ง, กระบวนการศึกษา EHIA มีความบกพร่อง ไม่ครอบคลุม เพราะชาวบ้านไม่เห็นมีการเก็บข้อมูลเลยแต่กลับมีข้อมูลรายงานต่อภาครัฐ และการศึกษามีข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งกระบวนการอนุมัติโครงการที่มีการแยกส่วนการศึกษา EHIA นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อการบังคับโยกย้ายคนกว่า 180 หลังคาเรือน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทางเครือข่ายขอประณามการกระทำของรัฐที่ใช้ความรุนแรงทั้งในแง่กำลังและกฎหมายเข้าจัดการกับประชาชนที่ออกมาคัดค้าน ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและรับไม่ได้   ทั้งนี้เครือข่ายดังกล่าวได้ยื่นข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยตัวและไม่ดำเนินคดีต่อชาวบ้านที่เดินเท้ามายื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีเงื่อนไข, ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อประชาชน และควรปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนดังเช่นที่เคยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ รวมถึงปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน   ด้านพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าเทพา โดยชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า จริงๆแล้วกลุ่มดังกล่าวได้ประสานกับพลเอกวิลาศ อรุณศรี เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าจะยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (28 พ.ย.) แต่ได้เปลี่ยนใจกะทันหันขอยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรีโดยตรงเมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) ขณะที่นายกรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจอยู่ที่จ.ปัตตานี และไม่ยอมเจรจาต่อรองใดๆ บอกแต่เพียงว่าจะยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีเท่านั้น แม้จะมีการเจรจาต่อรองให้พลเอกวิลาศนั่งเฮลิคอปเตอร์จากจ.ปัตตานีมารับหนังสือ แต่แกนนำได้ปฏิเสธและยื่นคำขาดว่า หากพลเอกวิลาศมาหมายความว่าจะต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเท่านั้น จนสุดท้ายได้เกิดการปะทะและถูกจับกุม 16 คน   พลโทสรรเสริญยืนยันว่า รัฐบาลรับฟังข้อมูลประชาชนทุกด้านและทุกช่องทาง ส่วนกระแสข่าวรัฐบาลควบคุมตัวนายมุสตาร์ซีดีน วาบา หรือแบร์มุส ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มไว้ ยืนยันไม่ได้ทำเช่นนั้น   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการควบคุม 16 แกนนำคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลาว่า กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวที่ออกมาคัดค้านกระทำความผิดซึ่งหน้า ขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่ และตีตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ความจริงถ้าจะยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรี ส่งแค่กระดาษแผ่นเดียวก็ได้ และก่อนหน้านี้มีการประสานแล้วว่า ไม่ต้องเดินทางมา แต่เขาไม่หยุด แล้วจะให้ทำอย่างไร   เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมปะทะกันจนมีคนบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายคืออะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “คนหนึ่งถือไม้ก็มี เขามาทำเจ้าหน้าที่ โดยขณะนี้ทั้ง 16 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ ซึ่งเป็นพวกฮาร์ดคอร์ เป็นพวกใจร้อน ไม่ใช่แกนนำอะไรทั้งสิ้น เราไม่ได้ใช้เรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองเลย”   ทั้งนี้ จะแจ้งข้อกล่าวหาผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะกับ 16 คนด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ปล่อยให้เจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการไป   

 8,499

Top