ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
14 ม.ค. 62

คลิปเดือด อปพร.ชกไกด์กลิ้ง คาลานจอดรถตลาดน้ำดังหาดใหญ่ ปมปัญหาที่จอดรถ

สงขลา-เกิดเหตุชกต่อยทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณลานจอดรถตลาดน้ำคลองแห ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และมีการถ่ายคลิปภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้   โดยจากคลิปพบว่ามีชายคนหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร.ของเทศบาลเมืองคลองแห คนหนึ่งทั้งต่อยจนล้มลงและยังเตะซ้ำเข้าที่บริเวณใบหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่อปพร.อีก 2 คนและชายอีก 1 คนที่พยายามจะเข้ามาห้ามและแยกทั้งสองคน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ลานจอดรถของตลาดน้ำคลองแห สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่   สำหรับคู่กรณีทั้งสองฝ่ายคือ นายสิทธิชัย ชุมแก้ว อายุ 44 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ อปพร. โดยเป็นหัวหน้าชุดดูแลความเรียบร้อยบริเวณลานจอดรถตลาดน้ำคลองแห ส่วนอีกฝ่ายคือ นายไพบูลย์ วัชรพาณิชอมร อายุ 27 ปี เป็นมัคคุเทศก์หรือไกด์ ใน อ.หาดใหญ่ ที่พานักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวที่ตลาดน้ำคลองแห โดยพบว่ามีรอยช้ำที่บริเวณตาซ้าย   หลังเกิดเหตุทางตำรวจสายตรวจคลองแห สภ.หาดใหญ่ ได้เข้าไประงับเหตุและเชิญคู่กรณีทั้งสองคนไปเจรจากันที่ที่ทำการสายตรวจคลองแหซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดน้ำคลองแห ซึ่งแม้ว่าช่วงแรกต่างฝ่ายยังอยู่ในอาการโกรธและโมโหสุดขีด แต่เมื่อเริ่มสงบสติอารมณ์ลงก็สามารถเจรจาหาข้อยุติได้  โดยนายสิทธิชัย ยอมเสียค่าปรับเป็นเงิน1,000 บาท และจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับ นายไพบูลย์ ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด และตำรวจได้นำทั้งสองคนมาลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่สภ.หาดใหญ่   จากการสอบถาม นายไพบูลย์ ซึ่งเป็นไกด์ บอกว่า ขณะเกิดเหตุได้พานักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวที่ตลาดน้ำคลองแหและได้จอดรถที่บริเวณลานจอดรถแต่ถูกเจ้าหน้าที่อปพร.มาตักเตือนว่าให้จอดรถให้เป็นระเบียบ ตนจึงบอกว่าขอเวลาทำความสะอาดรถสักครู่ แต่เจ้าหน้าที่อพปร.ก็ไม่ยอมบอกให้เลื่อนรถทันที จึงเกิดมีปากเสียงกันขึ้นและถูกทำร้ายร่างกายอย่างที่ปรากฏในคลิป    ในขณะที่ นายสิทธิชัย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อปพร.ที่ลงมือทำร้าย ไม่ขอพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จากสอบถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายไพบูลย์ ได้จอดรถในลักษณะที่กีดขวางรถคันอื่นที่แรกเจ้าหน้าที่ อปพร.ซึ่งเป็นผู้หญิงได้ไปขอให้เลื่อนรถจอดให้ดีแต่ก็ถูก่ด่ากลับเสียๆหายๆ จึงไปตามนายสิทธิชัย ซึ่งเป็นหัวหน้ามาเคลียร์แต่เหตุการณ์บานปลายมีปากเสียงกันขึ้น ทำให้นายสิทธิชัย บันดาลโทสะชกต่อยตามภาพที่ปรากฏในคลิป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GskghnmuEDs

 5,523
ข่าวภูมิภาค
13 ม.ค. 62

ปส. ขยายผลยึดยาบ้า 5 หมื่นเม็ด เร่งล่าตัว ‘เบนซ์’ ตัดตอนเครือข่าย

วันที่ 13 ม.ค. 62 พ.ต.อ.กิตติชัย สังข์ถาวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดฯ หรือชุดตะวัน จับกุมยาบ้า 170,000 เม็ด ยาไอซ์ 2 กิโลกรัมมูลค่าเกือบ 40 ล้านบาท และควบคุมตัวนายวัชระพล ศรีนวลพุด อายุ 31 ปี ขยายผล ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีไปแล้วนั้น   ล่าสุด จากการขยายผลสามารถจับกุมนายฉัตรมงคล หรือ จอย ถิ่นจะนะ อายุ 32 ปี ได้ที่บ้านพักบิดาในต.ทุ่งตำเสา โดยควบคุมตัวไปค้นบ้านซอยโรงรับจำนำ ถนนปุณณกันฑ์ ต.คอหงส์ ยึดยาบ้า 50,000 เม็ด สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 2 เล่ม และรถจักรยานยนต์ 1 คัน   ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ซัดทอดนายกรชัช กิ่งทัพหลวงหรือ เบนซ์ อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของยาเสพติดทั้งหมด และเป็นผู้ว่าจ้างและบงการ ให้ตนเองนายวัชระพล หรือป้อม ศรีนวลพุด ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ เป็นผู้ดูแลและรับส่งยาเสพติดให้กับลูกค้า โดยได้ค่าจ้างเป็นยาเสพติด และเงินสดแล้วแต่จะตกลงกัน โดยนายเบนซ์จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด   เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนทันที   ทั้งนี้่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ กำชับให้ชุดจับกุมเร่งสืบสวนจับกุมนายกรชัช กิ่งทัพหลวง หรือ ‘เบนซ์’ ให้ได้โดยเร็ว เพื่อตัดตอนเครือข่าย และป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดสู่เยาวชน และฝากเตือนนายกรชัช หรือเบนซ์ให้เข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่พร้อมให้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ จากคำซัดทอด 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้  

 10,103
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 62

คุมตัวสอบเพิ่มอีก 5 ต้องสงสัยวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ อ.เทพา

ความคืบเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมที่บริเวณหน้าหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ใน อ.เทพา จ.สงขลา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย หลังจากได้ลงมือฆ่าแขวนคอ นายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี หรือครูจ้อง อดีตข้าราชการครูเกษียร ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 1 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย แล้วชิงรถนำไปประกอบเป็นคาร์บอมเหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมาและมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนแล้ว 3 คน    ล่าสุดวันที่ 10 ม.ค. 62 ที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา พล.ต.ต.ไพโรจน์ ทานธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 5 คน หลังจากที่มีการสนธิกำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ร่วมกับตำรวจสภ.บ้านโหนด เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย เมื่อคืนนี้    โดยยังพบวัตถุต้องสงสัย เช่น แผงวงจรโทรศัพท์ อุปกรณ์อิเล็คโทรนิคและเหล็กเส้นที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นระเบิดได้ โดยพบในขนำหลังหนึ่งซึ่งอาจจะใช้เป็นสถานที่ประกอบระเบิดในครั้งนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการนำไปตรวจพิสูจน์    สำหรับผู้ต้องสงสัยทั้ง5 คนขณะนี้ถูกส่งตัวไปยังศูนย์ซักถามที่หน่วยทหารพรานที่41 แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการซักถาม ซึ่งการเข้าควบคุมตัวทั้ง 5 คน เป็นการขยายผลมาจากการซักถาม 3 ผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่นำตัวมาสอบสวนในวันแรก   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฆ่าแขวนคออดีตครูสงขลา ชิงรถทำคาร์บอมบ์ ตชด.เจ็บ 6 โซเชียลให้กำลังใจ 'ผู้กองจอย' อาการโคม่า    

 972
ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 62

คนร้ายฆ่าแขวนคออดีตครู วัย 62 ชิงรถกระบะทำคาร์บอมบ์!

วันที่ 8 ม.ค. 62 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมริมถนนสายชนบท บ้านนิคม ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างฐานของหน่วยเฉพาะกิจสงขลา กับ สภ.ห้วยปลิง หมู่ 3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา  ทำให้รถกระบะที่คนร้ายใช้ประกอบคาร์บอมถูกระเบิดกลายเป็นเศษเหล็ก เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน เย็บสิบเข็ม ส่งโรงพยาบาลเทพา ร.ต.อ.(ญ) สินีนาถ คงพุทธ ถูกสะเก็ด หน้าอกซ้ายส่งโรงพยาบาลตำรวจยะลา   จากการตรวจสอบรถกระบะคันนี้พบว่าเป็นเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ซึ่งมี นายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี หรือ ครูจ้อง อดีตข้าราชการครูเกษียร และเป็นผู้ครอบครอง    แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะบ้าย้อย ไปตรวจสอบที่บ้านพักก็พบว่า นายอมตะ ถูกฆ่าแขวนคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุฆ่านายอมตะ และชิงรถกระบะไปประกอบระเบิดคาร์บอม และเป็นฝีมือของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์   ขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงกำลังอยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานทั้งสองจุด  

 4,384
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

ตำรวจทางหลวงนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ความเสียหายจากฤทธิ์ ‘พายุปาบึก’

วันที่ 6 ม.ค. 62 พ.ต.อ. ภาคิน ณ ระนอง ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวงร่วมกับหน่วยบินสงขลา นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจเส้นทางถนนสาย 408 ตั้งแต่ อ.สทิงพระ อ.ระโนด จ.สงขลา และ อ.หัวไทร อ.ปากพนัง จนถึงแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรม สำรวจสภาพความเสียหายของพื้นที่จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึก   โดย พ.ต.อ. ภาคิน ณ ระนอง ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า สภาพถนนสาย 408 ขณะนี้สามารถใช้การได้ดีทั้งขาขึ้นและขาล่อง โดยมีการเคลียร์พื้นที่นำสิ่งกีดขวางทั้งต้นไม้ที่หักโค่นและเสาไฟฟ้าที่ล้มออกจากถนนแล้ว รวมทั้งระบบสัญญาณโทรศัพท์ซึ่งสามารถใช้การได้ตลอด   แต่ในส่วนของพื้นที่ อ.ปากพนัง จนถึงแหลมตะลุมพุกที่พายุขึ้นฝั่งนั้นยังคงมีร่องรอยของความเสียหายของบ้านเรือนที่ถูกพายุพัดถล่มรวมทั้งยังมีน้ำท่วมขัง ซึ่งจะประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป      

 1,693
ข่าวภูมิภาค
05 ม.ค. 62

แพขนานยนต์ข้ามฟากทะเลสาบสงขลา เปิดบริการตามปกติแล้ว - เปิดความเชื่อชาวระโนดวางสากกะเบือหน้าบ้าน

วันนี้ (5 ม.ค.62) แพขนานยนต์ข้ามฟากทะเลสาบสงขลา ระหว่างฝั่งตัวเมืองสงขลากับฝั่งหัวเขาแดง อำเภอสิงหนคร เปิดให้บริการตามปรกติแล้ว หลังเมื่อวานนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ประกาศหยุดให้บริการแพขนานยนต์ข้ามฟากทะเลสาบสงขลา ระหว่างตัวเมืองสงขลากับอำเภอสิงหนคร ชั่วคราว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก   ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนเดินทางมาเพื่อใช้บริการหลังแพขนานยนต์ที่เปิดให้บริการตามปรกติ โดยสภาพอากาศดีขึ้น ลมไม่แรง แต่ท้องฟ้ายังคงมีเมฆฝนปกคลุม บางครั้งก็มีฝนตกลงมาปรอย ๆ เป็นระยะ    ขณะที่ประชาชนที่อาศัยที่ศูนย์อพยพทยอยเดินทางกลับบ้านแล้ว ส่วนเรือกว่า 200 ลำ ยังจอดเทียบท่า ยังไม่มีใครออกเดินเรือ แม้คลื่นลมสงบแล้ว    นอกจากนี้ ชาวระโนด จ.สงขลา มีความเชื่อว่า คนที่อยู่ติดริมฝั่งทะเลให้วางสากกะเบือตำน้ำพริกไว้หน้าบ้าน ป้องกันไม่ให้ลมพัดถล่ม ซึ่งหลังสถานการณ์พายุสงบ ชาวบ้านดีใจเผยทำตามความเชื่อแล้วได้ผลดีเกินคาด บ้านเรือนเสียหายน้อยกว่าที่คาดการณ์           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GooTGRMI7AE

 792
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

ชาวบ้านชุมชนชาวเล จ.สงขลา ขนย้ายของออกจากบ้าน เตรียมพร้อมรับมือพายุปาบึก

ชาวบ้านในชุมชนชาวเลบ้านหาดแก้ว อ.สิงหนคร จ.สงขลา เริ่มขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปเก็บไว้ที่อื่นชั่วคราวเตรียมพร้อมรับมือคลื่นลมแรงจากอิทธิพลของพายุปาบึก   วันที่ 3 ม.ค. 62 ที่ จ.สงขลา มีฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน รวมทั้งคลื่นลมที่มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ชาวบ้านชุมชนชาวเลที่อาศัยอยู่ริมทะเลเริ่มเตรียมย้ายสิ่งของออกจากบ้านและเตรียมอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว   โดยเฉพาะบ้านหาดแก้ว หมู่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา บางครอบครัวที่มีบ้านอยู่ติดริมทะเลต้องเร่งขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปเก็บไว้ที่อื่นชั่วคราว เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่อาจถูกคลื่นซัดเข้าถล่มบ้านซึ่งเกิดขึ้นทุกปี   นายนภดล มงคลดี อายุ 27 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ติดริมทะเลและอยู่กัน 2 คนกับภรรยา เผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าต้องขนข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านไปเก็บไว้ที่บ้านอีกหลังที่อยู่สูงขึ้นไปเพื่อป้องกันทรัพย์สินเสียหาย เนื่องจากอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะถูกคลื่นซัดเข้ามาถึงภายในบ้านในช่วง 2-3 วันนี้ ซึ่งพายุปาบึกจะเคลื่อนผ่าน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์คลื่นลมแรงเนื่องจากได้รับผลกระทบทุกครั้งที่คลื่นลมแรง และหากรอให้คลื่นแรงกว่านี้กลัวว่าจะขนไม่ทัน   ที่ชาวบ้านในชุมชนบ้านหาดแก้วอีกราว 10 ครอบครัวที่อยู่ติดทะเลก็เริ่มเก็บเรือเก็บอวนขึ้นฝั่งและหยุดออกเรือชั่วคราวและเตรียมพร้อมอพยพทันทีและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด   

 2,963
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

อส.สงขลาใช้ปืนสงคราม ยิงแฟนสาวแม่หม้ายดับคาบ้าน แค้นตีตัวออกห่าง

สงขลา-เกิดเหตุยิงกันที่บ้านพัก พื้นที่หมู่ 9 ต.คลองเปียะ อ.จะนะ ตรวจสอบทราบว่าผู้ที่ถูกยิงคือ น.ส.จิรพรรณ แก้วชนิด อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้จัดการห้างสรรพสินค้าโลตัสเอ็กซ์เพรส สาขานาหม่อม อ.หาดใหญ่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปืนเอ็ม 16 เข้าหน้าท้อง 1 นัด ญาตินำได้นำตัวส่งโรงพยาบาลจะนะ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการตรวจสอบบริเวณข้างบ้านพบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 ตกอยู่ข้างบ้าน 4 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และพบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปทางช่องกระจกหน้าต่างข้างบ้านที่แตกอยู่ ในขณะที่ น.ส.จิรพรรณ กำลังนั่งพิมพ์เอกสารอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ภายในบ้าน โดยมีลูกสาวอายุประมาณ 8-9 ขวบ นอนดูทีวีอยู่ข้างๆ รวมทั้งแม่ที่นอนอยู่ในห้องนอนและทั้งสองคนปลอดภัย   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบสวนพยานแวดล้อมกระทั่งทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือ อส.อภิเชษฐ์ แก้วนวล อายุ 31 ปี เป็นอาสารักษาดินแดนอำเภอจะนะ และเป็นมือกีต้าประจำวงใต้ใด ซึ่งเป็นวงดนตรีของ อส.อำเภอจะนะด้วย ซึ่งคบหาเป็นแฟนกับ น.ส.จิรพรรณ ซึ่งเป็นหม้ายลูกติด หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปซึ่งตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวพร้อมกับประสานต้นสังกัดให้ติดต่อเข้ามอบตัว   เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าสาเหตุน่าจะมาจากความหึงหวง ที่ อส.อภิเชษฐ์ คบหาเป็นแฟนกับผู้ตายแต่พักหลังผู้ตายไม่เล่นด้วยพยายามตีตัวออกห่างเนื่องจากทราบว่า อส.อภิเชษฐ์ มีครอบครัวอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้ก็เคยมาก่อเหตุยิงปืนข่มขู่ที่หน้าบ้านผู้ตายมาแล้ว และมีการเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.ควนมีด   ด้านนายสามารถ ไชยวิรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บอกว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.อภิเชษฐ์ ได้มาหาผู้ตายที่บ้าน และพบว่าผู้ตายกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนยิ่งไปทางช่องกระจกหน้าต่างที่แตกด้วยอารมณ์ของความหึงหวงและผิดหวังในลักษณะตนไม่ได้คนอื่นก็ต้องไม่ได้ด้วย   ทั้งนี้ ตำรวจ สภ.ควนมีด ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับ อส.อภิเชษฐ์ ผู้ต้องหารายนี้แล้ว ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และล่าสุดได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้วโดยประสานงานผ่านทางหัวหน้าฝ่ายปกครองอำเภอจะนะ แต่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าจะเข้ามอบตัวเมื่อไหร่ และแม้ว่าจะติดต่อเข้ามอบตัวแต่ทางชุดสืบสวนของ สภ.จะนะ ก็ยังคงออกติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zzFCrRCOV5w

 2,667
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

เด็กชาย 6 ขวบจมน้ำชายหาดแหลมสมิหลา เป็นรายที่ 2 ในช่วง 2 วันติด

สงขลา-เกิดเหตุเด็กชาย 6 ขวบ จมน้ำบริเวณแอ่งน้ำชายหาดแหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา จ.สงขลา โดยทางกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือเด็กในสภาพหมดสติ ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลาให้แพทย์รักษาจนอาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งจุดที่เด็กชาย 6 ขวบจมน้ำแห่งนี้อยู่ใกล้กับจุดที่เด็กหญิง 7 ขวบจมน้ำเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา   ทั้งนี้เด็กชายคนนี้ได้เดินทางมาเที่ยวกับครอบครัวและเดินลงไปเล่นน้ำในบริเวณแอ่งน้ำซึ่งอยู่ริมทะเล แต่เกิดเดินลงไปตรงจุดที่ลึกและจมหายไปชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงได้รีบลงไปช่วยนำร่างขึ้นมาในสภาพที่หมดสติ   หลังเกิดเหตุ นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา ได้สั่งการให้นำรถแบ็กโฮเข้าดำเนินการถมแอ่งน้ำตรงจุดเกิดเหตุทันที เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีก หลังเกิดเหตุเด็กจมน้ำซ้ำซ้อนกันถึง 2 ครั้ง สำหรับแอ่งน้ำชายหาดแหลมสมิหลานั้น จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมที่มีคลื่นซัดน้ำทะเลขึ้นมาจนกลายเป็นแอ่งน้ำ บางจุดก็ตื้นประมาณครึ่งเมตร บางจุดมีความลึกอาจทำให้เด็กเล็กจมได้ จึงแก้ปัญหาถมแอ่งน้ำทันที   นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีแอ่งน้ำบริเวณชายหาดสมิหลาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ 2 แอ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหน้ามรสุม แอ่งนี้ถ้ามองด้วยตามันจะดูว่าเป็นแอ่งไม่ลึกแต่เมื่อลงไปจริงๆ มันเป็นแอ่งที่ลึก เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุเด็กจมน้ำ เนื่องจากผู้ปกครองมาจากที่อื่นมีความชะล่าใจคิดว่าแอ่งนี้ไม่มีอะไรไม่ได้ลงไปเล่นในทะเล เพราะน้ำเพียงแค่หัวเขาเท่านั้น จริงๆ มันลึกเกือบถึงคอท่วมหัวเด็ก จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต   และเมื่อวานนี้ (2 ม.ค.) มีผู้ปกครองพาเด็กมาเล่นน้ำ มาจากกรุงเทพ พ่อนำลูกมาเล่นน้ำนึกว่าไม่มีอะไรเหมือนกัน พอเด็กเดินลงไปเล่นน้ำเด็กก็หายไป ก็ลงไปงมเจอที่น้ำลึก เลยตัดสินใจนำเครื่องจักรมาขุดดินถมแอ่งนี้ทั้งสองแอ่ง โดยไม่ต้องคอยตักเตือนอยู่อีก เพราะบางครั้งนักท่องเที่ยวไม่พอใจต่อว่าทำไมแอ่งน้ำลงเล่นน้ำไม่ได้ จึงตัดสินใจถมแอ่งน้ำเพื่อรักษาชีวิตนักท่องเที่ยวไว้ก่อน   อย่างไรก็ตามจากเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านในละแวกแหลมสมิหลาวิจารณ์ว่า อาจเป็นอาถรรพ์ของรูปปั้นนางเงือก สัญลักษณ์สำคัญของแหลมสมิหลา ที่ถูกระเบิดจนหางได้รับความเสียหาย เมื่อช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/erVy2TfWUgM

 13,229
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 62

นาทีระทึก เด็กหญิง 7 ขวบ จมน้ำหาดแหลมสมิหลา สุดท้ายยื้อชีวิตไม่สำเร็จ

สงขลา-ภาพเหตุการณ์ขณะที่เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ประสบเหตุจมน้ำบริเวณแอ่งน้ำชายหาดแหลมสมิหลา จ.สงขลา ซึ่งอยู่ใกล้กับรูปปั้นนางเงือกทอง โดยผู้เป็นพ่อได้นำร่างขึ้นมาจากน้ำและมีพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งมาเที่ยวและประสบเหตุได้ช่วยทำซีพีอาร์ เพื่อช่วยเหลือเด็กหญิงคนนี้   ในขณะเดียวกันผู้เป็นพ่อพยายามผายปอดช่วยลูกสาวอย่างสุดชีวิตเช่นกัน แม้ว่าลูกสาวจะไร้ชีพจรแล้ว ก่อนที่ทางหน่วยกู้ชีพเทศบาลนครสงขลาจะเดินทางมาช่วยเหลืออีกที และรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลเป็นการด่วน เนื่องจากเด็กไม่มีชีพจรแล้ว สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้   น.ส.สุรียาพร สะแปอิง พยาบาลวิชาชีพที่ประสบเหตุ เล่าว่า ทราบจากแม่ของเด็กว่ามาเที่ยวที่ชายหาดแหลมสมิหลา 3 คนพ่อแม่ลูก โดยพ่อกับลูกสาวได้ลงไปเล่นน้ำที่บริเวณแอ่งน้ำริมชายหาด ซึ่งไม่ได้ลึกมาก แต่พ่ออาจจะเผลอหรือเด็กอาจจะเดินออกไปเล่นน้ำคนเดียวทำให้ลูกสาวจมน้ำ แต่ไม่รู้ว่านานแค่ไหน จนเด็กลอยขึ้นมา พ่อจึงได้รีบเข้าไปอุ้มขึ้นมา และทุกคนก็พยายามเข้าไปชีวิต ก่อนจะจบลงด้วยเหตุสลดดังกล่าว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2kwIO67x7kc

 8,644
ข่าวภูมิภาค
30 ธ.ค. 61

นาทีระทึกเสียงปืนลั่นป่า จนท.ติดตามไล่ล่านักค้ายาเสพติดขณะเข้าค้น 3 จุด

ภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง จู่โจมเข้าตรวจค้นจับกุมกลุ่มนักค้ายาเสพติดพร้อมกัน 3 จุด ในพื้นที่บ้านช่องเขา หมู่ 9 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา   โดยหนึ่งใน 3 เป้าหมายเป็นการเข้าตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่ในป่าสวนยาง แต่ขณะเข้าตรวจค้นนักค้ายาเสพติดไหวตัวทันพยายามวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าสวนยาง เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อสกัดไม่ให้หลบหนีและเป็นการป้องกัน เพราะไม่แน่ใจว่าคนร้ายจะมีอาวุธหรือไม่ พร้อมกับวิ่งกวดไล่ตามจนจับกุมตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อ นายชยังกูร สุวรรณมะโน อายุ 26 ปี และนำไปตรวจค้นบนบ้านยึดยาบ้าได้ 10 เม็ด   ส่วนอีกจุดเป็นบ้านไม่มีเลขที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมบ้านเอาไว้ แต่จากการตรวจค้นไม่มีใครอยู่ในบ้านคาดว่าเพิ่งหลบหนีออกจากบ้านไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะบุกเข้าตรวจเพียงไม่นาน   ส่วนบ้านอีกหลัง จับกุม นายฤทธิพร ชูสัง อายุ 24 ปี พร้อมยาบ้าประมาณ 30 เม็ด อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอกที่แขวนไว้บนต้นไม้ และใบกระท่อมที่กำลังก่อไฟต้มอยู่ในหม้อสด ๆ ร้อน นอกจากนี้ยังพบสัตว์ป่าสงวนเป็นกระจง 1 ตัวที่เลี้ยงไว้ในคอก รวมทั้งไม้ป่าหายากที่นำมาประดับไว้รอบ ๆ บริเวณขนำ แต่ขณะเข้าตรวจค้นพี่ชายของนายฤทธิพร สามารถวิ่งหลบหนีไปได้   เจ้าหน้าที่เผยว่าบ้านเป้าหมายทั้ง 3 หลัง เป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ ต.ท่าชะมวง ซึ่งในทางการสืบสวนทราบว่ามีการนำยาเสพติดล๊อตใหญ่เข้ามาเก็บไว้ แต่คาดว่ามีการเคลื่อนย้ายออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นจับกุม โดยหลังจากนี้จะเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iteXRUjcSOM

 2,840
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 61

พบระเบิดอีก 1 ลูก ซุกในถังขยะชายหาดสมิหลา

วันที่ 27 ธ.ค.61 ความคืบหน้าเหตุระเบิด 2 ลูกบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา จ.สงขลา ทั้งตรงรูปปั้นนางเงือกทองและรูปปั้นแมวกับหนูที่ห่างกันราว 300 เมตรเมื่อคืนนี้   ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระหว่างที่ นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ลงตรวจพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุด EOD หรือชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจภูธรจังหวัด ปรากฏว่าพบระเบิดอีก 1 ลูกวางอยู่ในถังขยะบริเวณชายหาดใกล้กับทางเดินทางไปยังรูปปั้นนางเงือก    ทางชุดอีโอดีจึงรีบแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลารวมทั้งกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากจุดเกิดเหตุและใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายตัดวงจร ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดชนิดเดียวกันกับที่ระเบิดเมื่อคืนนี้ พร้อมกับเร่งเคลียร์พื้นที่โดยรอบและยังปิดถนนที่ผ่านจุดเกิดเหตุทั้งถนนราชดำเนินและถนนชลาทัศน์เลียบชายทะเลจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ   นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้จำเป็นต้องปิดพื้นที่ชายหาดแหลมสมิหลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเคลียร์พื้นที่จนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัยสูงสุด และวางแผนซ่อมแซมรูปปั้นนางเงือกที่ถูกวางระเบิดเสียหายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ จ.สงขลา    ข่าวที่เกี่ยวข้อง EOD หาหลักฐาน บึ้มรูปปั้นนางเงือกหาดสมิหลา หางขาดกระจุย    

 1,379
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 61

eod หาหลักฐาน บึ้มรูปปั้นนางเงือกหาดสมิหลา หางขาดกระจุย

สงขลา-เกิดเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น 2 จุดในเวลาไล่เลี่ยกันบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.สงขลา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลา โดยจุดที่เกิดเหตุอยู่ตรงบริเวณรูปปั้นนางเงือกทอง และรูปปั้นหนูกับแมวซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร และเป็นสัญลักษณ์ของชายหาดแหลมสมิหลา   แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุได้เนื่องจากมืดและเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมกับปิดกั้นบริเวณจุดเกิดเหตุทั้งสองจุด แต่ในเบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด   ส่วนจะเป็นระเบิดชนิดใดและเกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ที่เกิดเหตุและการประเมินเหตุการณ์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gqawq8bzAU4

 4,942
ข่าวภูมิภาค
25 ธ.ค. 61

ด.ญ.วัย 14 อ้างถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน แม่แท้ๆรู้เห็นช่วยจับขึงพืด ด้านพ่อเลี้ยงบอกเด็กแต่งเรื่อง เพราะไม่ชอบขี้หน้า

สงขลา-ตำรวจกองปราบกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม เข้าจับกุมนายสมพร อายุ 54 ปี และ น.ส.ราตรี อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา ตามหมายจับของศาลจังหวัดนาทวี ในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งไม่ใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม หลังจากที่ถูกแจ้งความว่า นายสมพร ได้ข่มขืน เด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงและลูกสาวแท้ๆ ของ น.ส.ราตรี และแม่เด็กเป็นคนช่วยจับตัวเด็กหญิงให้พ่อเลี้ยงข่มขืน   สืบเนื่องจากพี่สาวของเด็กได้มีการเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2560 แม่ได้ตามลูกสาวอายุ 14 ปี ให้ไปที่ขนำของพ่อเลี้ยงซึ่งอยู่ในสวนยาง ซึ่งทั้งแม่และพ่อเลี้ยงนอนอยู่บนขนำ และถูกพ่อเลี้ยงลวนลามและถอดเสื้อ แต่เด็กไม่ยอมแม่จึงได้ช่วยจับมือลูกสาวทั้งสองข้างในลักษณะขึงพืดและให้พ่อเลี้ยงข่มขืนต่อหน้าต่อตา และพยายามกระทำถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งที่สองเด็กได้วิ่งหลบหนีมาหาพี่สาวให้ช่วยเหลือเอาไว้   แต่จากการสอบสวน น.ส.ราตรี ผู้เป็นแม่ยังคงยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมาของลูกสาว ที่ไม่ชอบหน้าพ่อเลี้ยงคนนี้ และต้องการให้ตนแต่งงานกับพ่อเลี้ยงคนใหม่ โดย น.ส.ราตรี บอกว่า ในวันเกิดเหตุได้ตามให้ลูกสาวไปที่ขนำของพ่อเลี้ยงจริงซึ่งอยู่ติดกับบ้าน และตนกับสามีก็นอนอยู่ด้วยกันบนขนำ และตนได้ให้ลูกสาวช่วยเหยียบเพื่อคลายความเมื่อยล้า แต่ลูกสาวไม่ยอมตนจึงต่อว่าว่าขี้เกียจ ทำให้ลูกสาวน้อยใจนั่งร้องไห้นานเกือบ 2 ชั่วโมง ไม่ได้จับตัวลูกสาวให้พ่อเลี้ยงข่มขืนตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด   ด้าน นายสมพร พ่อเลี้ยงบอกว่า หลังเกิดเหตุได้ถูกญาติพี่น้องของภรรยานับ 10 คนมารุมซ้อมที่ขนำด้วยความโกรธแค้นจนกระอักเลือด เพราะเข้าใจผิดว่าตนข่มขืนลูกเลี้ยง ต้องเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวัน จากนั้นจึงได้ย้ายมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.บางกล่ำ กับภรรยา แต่ไม่ใช่เพราะหลบหนีแต่เพราะกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้เนื่องจากญาติพี่น้องฝ่ายภรรยาเข้าใจผิด   นายสมพร ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้เรื่องทุกอย่างเข้าใจกันดีหมดแล้ว ลูกเลี้ยงทั้งสองคนก็มาหาที่บ้านตนที่อ.บางกล่ำตามปกติ และลูกเลี้ยงก็สำนึกผิดได้ขอโทษตนที่แต่งเรื่องขึ้นมาเพราะ ไม่ชอบหน้าตนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และต้องการที่จะไปถอนแจ้งความที่สภ.สะเดา   แต่ทำไม่ได้เนื่องจากมีญาติเป็นผู้แจ้งความ และเรื่องนี้เป็นคดีอาญาถอนแจ้งความไม่ได้กำลังอยู่ระหว่างการหาทางออกว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้คดีจบลง ส่วนญาติพี่น้องที่รุมซ้อมตนนั้นก็จะไม่เอาเรื่องปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรมใครทำอะไรไว้ก็รับกรรมที่ทำกันเอาเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KcZ4JB400iY

 19,017
ข่าวภูมิภาค
22 ธ.ค. 61

เก๋งเสียหลักเหยียบคันเร่งผิดพุ่งชนรถ 4 คันรวด ร้านประดับยนต์เสียหายยับ

สงขลา-เก๋งเหยียบคันเร่งผิดพุ่งชนรถ 4 คันรวด ก่อนชนร้านประดับยนต์ ภายในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองหาดใหญ่   เจ้าของร้านประดับยนต์ เปิดเผยว่า รถเก๋งคันดังกล่าวหญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 50 ปี เป็นคนขับ กำลังถอยหลังออกจากลานจอด แต่รถเข้าช่องทางผิด ย้อนศร ด้วยความที่ตกใจ กับที่วิ่งสวนทาง จึงเหยียบคันเร่งอย่างแรง แทนที่จะเหยียบเบรค ส่งผลทำให้รถพุ่งชนรถยนต์ที่สวนทางมาและรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถ เสียหายรวม 5 คัน รวมรถผู้ก่อเหตุ ก่อนรถจะเสียหลักไปชนร้านประดับยนต์   ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าของรถยนต์เก๋งคันที่เสียหลักได้เรียกประกัน เข้าเจรจาจ่ายค่าสินไหม่ แต่ยังตกลงในรายละเอียดกันไม่ได้ พันตำรวจโทกันต์เกียรติ์ นุ้ยเนียม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ได้เชิญให้ผู้เสียหายลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเจรจาค่าสินไหมกับบริษัทประกันภัย    เจ้าของร้านประดับยนต์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายเบื้องต้นได้ เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่เป็นเครื่องเสียงติดรถยนต์ คาดว่าค่าเสียหายไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/vpHLC36_ZrM

 3,354

Top