ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 60

ยายพลัดตกจากชั้น2 กระแทกพื้นชั้นล่างบาดเจ็บ คาดส่วนต่อเติมไม่แข็งแรง

เกิดเหตุผู้สูงอายุพลัดตกจากชั้น 2 ของบ้านร่วงกระแทกพื้นชั้น1 พร้อมกับถังแก๊สหุงต้ม ภายในตึกแถว 5 ชั้นกลางเมืองสงขลา ได้รับบาดเจ็บหลายจุด เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว จากการตรวจสอบพบบริเวณเกิดเหตุถูกต่อเติมเพิ่มแบบแบบไม่ได้มาตรฐาน             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5IZNO19V84Q

 861
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 60

เจอตัวแล้ว! คนขับเก๋งวิ่งสวนเลนไกลกว่า 3 กม.ที่สงขลา พบเป็นอดีตครูวัย63 อ้างเข้าใจผิด

เจอตัวแล้ว! คนขับรถเก๋งวิ่งสวนเลนไกลกว่า 3 กิโลเมตรที่ จ.สงขลา หลังชาวเน็ตแห่แชร์ ล่าสุดพบว่าเจ้าของรถคือ นางยุวนน กลิ่นเลขา อายุ 63 ปี ข้าราชการครูบำนาญเป็นผู้ขับขี่และครอบครองรถ จึงได้เชิญให้มาแสดงตัวที่กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง   จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นคนขับรถจริง เพราะเข้าใจผิดว่ามีการก่อสร้างถนนให้ใช้ทางเบี่ยงตนเลยขับรถย้อนศรไป ซึ่งในขณะนั้นไม่มีรถคันใดขับสวนมา ต่อมาเมื่อมีรถขับสวนมาตนเองจึงรู้ว่าตนเองขับผิดช่องทางแต่ไม่สามารถกลับรถได้จึงขับรถชิดขอบทางไปจนที่กลับรถเพื่อเข้าช่องทางปกติ ขณะเจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับ เป็นจำนวน 500 บาท ตามมาตรา 21 พรบ.จราจร เนื่องจากขับรถไม่ได้ไปในทิศทางที่กำหนด                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/DadV3EXgnFA

 7,488
ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 60

น้ำท่วมใต้วิกฤตหลายจังหวัด เมืองคอนอ่วม เกิดน้ำป่าพัดถล่ม ท่ามกลางฝนตกหนักต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้วิกฤต หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดเหตุน้ำป่าซัดรถบัสจมหายทั้งคน ทั้งรถ ระดมกำลังช่วย 51 ชีวิตท่ามกลางพายุฝน ล่าสุดพบแล้ว 46 ราย ยังสูญหายอีก 5ราย   นอกจากนี้ยังพบนักท่องเที่ยวติดในรีสอร์ทกลางป่า ใน อ.ลานสกา ที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย   ที่น้ำตกพรหมโลก อ.พรหมคีรี เกิดมวลน้ำสีแดงขุ่นไหลลงอย่างรวดเร็วและน่าระทึก จนท.เร่งเฝ้าระวัง ซึ่งน้ำป่ากำลังไหลเข้าท่วมชุมชนเมืองนครศรีธรรมราช กู้ภัยออกประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านอพยพของขึ้นที่สูง   ขณะที่จังหวัดอื่นๆ อาทิ ตรัง สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง ก็เกิดน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่เช่นกัน ทำให้สวนยางพาราจมน้ำ ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ต้องเร่งอพยพออกจากพื้นที่โดยด่วน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bcg8OEOdpd8    

 7,830
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 60

ฝนตกถนนลื่น กระบะบรรทุกกุ้งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟขาดสะบั้น คนขับบาดเจ็บ

สงขลา-เกิดเหตุรถกระบะบรรทุกเเม่พันธุ์กุ้งขาว เสียหลักพุ่งชนเสาไฟส่องสว่างกลางถนนใน อ.สทิงพระ จนขาดสะบั้นไป 1 ต้น ก่อนไปจอดเเน่นิ่งอยู่ในคูข้างทาง โชคดีที่คนขับบาดเจ็บไม่สาหัส เเละไม่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนตามมา   สอบถามคนขับบอกว่า ในช่วงเกิดเหตุได้ขับรถไปรับเเม่พันธุ์กุ้งขาวจำนวน 3 ลัง จากฟาร์มเพาะเลี้ยงใกล้กับจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปส่งยัง อ.สะเดา จ.สงขลา เเละรอส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย เเต่จู่ๆรถเกิดเสียหลักกะทันหันหัน เนื่องจากถนนลื่น เเละมีฝนตกหนักมาตลอดทาง จนควบคุมรถไม่อยู่ เเละไถลไปชนเข้ากับเสาไฟส่องสว่างกลางถนนจนขาดสะบั้นไป 1 ต้น ก่อนที่จะพุ่งลงไปหยุดอยู่ในคูข้างทาง เเต่ยังโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VKQXSsrak1M  

 2,076
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 60

ใต้ยังจมบาดาลหลายจุด พนังกั้นแม่น้ำตรังแตก-ดินสไลด์ทับสวนยางพาราสงขลาเสียหาย

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ยังคงวิกฤตในหลายพื้นที่ โดย ที่ จ.ตรัง พนังกั้นแม่น้ำตรังในพื้นที่ ต.หนองตรุด และ ต.บางรัก อ.เมืองตรัง ถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหายประมาณ 70 เมตร ทำให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลทะลักลงมาสมทบยังพื้นที่ลุ่มซึ่งเป็นจุดรองรับน้ำ และส่งผลให้น้ำในแม่น้ำตรัง มีระดับสูงกว่าพนังประมาณ 20-30 ซม. รวมทั้งไหลเชี่ยวกรากมาก   ขณะที่สภาพน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เริ่มคลี่คลายลงหลังจากมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล ทำให้การสัญจรไป-มา ของประชาชนได้เกือบทุกเส้นทาง แต่ยังต้องเดินทางสัญจรด้วยความระมัดระวัง   เกิดเหตุดินสไลด์จากภูเขาสันกาลาคีรีใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร น้ำได้พัดพาดิน หินขนาดใหญ่และต้นไม้ใหญ่ลงมายังเชิงเขาห่างจากหมู่บ้านเพียง 1 กิโลเมตร จนกลายเป็นทางน้ำขนาดใหญ่อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะสไลด์ตลอดเวลา เพราะดินยังชุ่มน้ำล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้และฝ่ายปกครองสะบ้าย้อยได้เข้าสำรวจความเสียหายแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4_hvBD1le78    

 6,921
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 60

น้ำท่วมสงขลาอ่วมหนัก! สะบ้าย้อยท่วมรอบ 3 สูงกว่า 2 เมตร และน้ำประชิดเมืองหาดใหญ่แล้ว

  จากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่องเกือบ 1 สัปดาห์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ส่งผลทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 16 อำเภอ 112 ตำบล 8,234 หมู่บ้าน 35 ชุมชน เสียชีวิต 3 ราย   ที่หมู่ 7 บ้านปากบาง อำเภอเทพา ชาวบ้านกว่า 20 หลังคาเรือน ซึ่งอยู่ริมทะเลถูกน้ำท่วมขังเกือบ 1 สัปดาห์ เริ่มขาดแคลนเสบียงอาหาร เนื่องจากไม่สามารถออกเรือไปจับปลาหรือหาซื้ออาหารได้ ขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐยังเข้าไม่ถึง เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง 7 ตำบล 67 หมู่บ้าน 2,233 ครัวเรือน 6,327 คน เสียชีวิต 1 รายอพยพ 5 รายไปอยู่บ้านญาติ    ขณะที่เทศบาลนครหาดใหญ่ชักธงเหลือง เตือน 8 ชุมชนรอบคลองอู่ตะเภาเตรียมรับมวลน้ำจากสะเดา ซึ่งขณะนี้ท่วมในหลายชุมชนโดยเฉพาะชุมชนต้นลุง ซึ่งอยู่ริมคลองอู่ตะเภา ระดับน้ำกำลังเอ่อล้นตลิ่ง   และหนึ่งในอำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดใน จ.สงขลาขณะนี้คือ อ.สะบ้าย้อย ซึ่งถูกน้ำท่วมหนักมา 3 รอบและครั้งนี้หนักสุดโดยเฉพาะที่บ้านแลแบง หมู่ 1 ต.สะบ้าย้อย ขณะนี้น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรและไม่มีท่าว่าจะลดลงแม้จะถูกน้ำท่วมสูงมา 5 วัน สภาพทั้งหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ตำรวจ สภ.สะบ้าย้อยต้องลำเลียงเครื่องยังชีพล่องเรือเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านบางส่วนที่ยังคงอยู่เฝ้าบ้านไม่อพยพออกมา ส่วนชาวบ้านที่เหลืออพยพออกมาหมดทั้งหมู่บ้านแล้วนับร้อยครัวเรือนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง ซึ่งมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ว่าอำเภอสะบ้าย้อย   นายประสิทธิ์ ชรินานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 เปิดเผยว่า ขณะนี้อ่างเก็บน้ำสะเดา คลองหลามีน้ำเต็มความจุ น้ำล้นสปิลเวย์ ระดับน้ำหน้าประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ หรือคลอง ร.1 บ้านหน้าควนยังต่ำกว่าตลิ่ง 1.95 เมตร ขณะนี้ทางสำนักงานชลประทานสงขลาได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ผลักดันน้ำออกทะเลสาบสงขลา ที่บ้านบางหยี อำเภอบางกล่ำ    ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีพยากรณ์อากาศระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนัก มากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดดังกล่าว ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนสะสม น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง    ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากลมแรงและคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1-2 วันนี้     

 3,890
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 60

น้ำป่ากัดเซาะถนนสงขลาเป็นหลุมใหญ่ เก๋งลื่นพุ่งตกหลุม โชคดีคนขับปลอดภัย

สงขลา-เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งตกถนนน้ำป่า หลังกัดเซาะถนนทางหมายเลข 43 หรือถนนสายเอเชีย สายสงขลา-ปัตตานี จนขาดระยะทางยาวประมาณ3เมตรและลึก3เมตร แต่โชคดีที่คนขับปลอดภัย     โดยเปิดใจว่าช่วงเกิดเหตุประมาณตี4 ได้ขับรถจาก จ.ชุมพร เพื่อเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่ อ.ยะรัง ปัตตานี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุถนนค่อนข้างมืดและเห็นทางที่ขาดในระยะกระชั้นชิดเบรกไม่ทัน ประกอบกับถนนลื่นทำให้รถพุ่งตกลงไปในทางแยก แม้ว่าก่อนที่จะถึงจุดที่ถนนขาดจะมีเจ้าหน้าที่พยายามโบกมือส่งสัญญาณแต่ยืนอยู่คนเดียวจึงไม่กล้าจอดและขับรถเลยมาจนมาประสบเหตุดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่เร่งกู้รถเก๋งขึ้นมา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GZtCzP1yBwU  

 747
การเมือง
30 พ.ย. 60

ภรรยา 'แบร์มุส' ผิดหวังคำพูด 'สรรเสริญ' โบ้ยหายตัวเที่ยวสาวอื่น เจ้าตัวยันไม่ได้กล่าวหา แค่ยกเคสในอดีต

นางสุไรนี สายนุ้ย ซึ่งเป็นภรรยาของ แบร์มุส และเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี ได้ชี้แจงตอบโต้กรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเดินหน้าประเทศไทย ถึงการจับกุมตัวแกนนำคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ อ.เทพา จ.สงขลา มีการกล่าวถึงนายมุสตาร์ซีดีน วาบา หรือ 'แบร์มุส' แกนนำ ที่มีภาพออกไปว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารจับไป และยังไม่ได้กลับบ้าน ด้วยการยกตัวอย่างว่าเคยเกิดในพื้นที่หายตัวไป แต่ปรากฎว่าไปเที่ยวกับผู้หญิงที่ไม่ใช่ครอบครัว   โดยนางสุไรนี กล่าวว่าขณะนี้ นายแบร์มุส ปลอดภัยดี แต่ต้องขอตอบด้วยความสัตย์จริงว่า ตนไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนในตอนนี้แบร์มุส ยังไม่ถูกออกหมายจับหรือหมายเรียกตัวหรือให้รายงานตัวแต่อย่างใด   ทั้งนี้รู้สึกผิดหวัง ที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ไม่ได้สอบถามมายังครอบครัวหรือตนโดยตรงถึงความเป็นมาและเป็นไป มันทำให้เราผิดหวังในคำพูด คนที่ก็ถือเป็นคนสำคัญในประเทศและมีบทบาทในการบริหารประเทศ ควรมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้และเรื่องของการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะขณะนี้ทางครอบครัวมีความกังวลและเมื่อได้รับการสื่อสารเช่นนี้จากบุคคลสำคัญของประเทศยิ่งทำให้รู้สึกผิดหวังหนักมากเข้าไปอีก   ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่าตนไม่ได้ระบุว่าคุณแบร์มุส เขาไปเที่ยวผู้หญิง แต่แค่เล่าให้ฟังว่าเขาอาจจะมีเหตุผลไปที่หนึ่งที่ใดหรือเปล่า ด้วยการพยายามปล่อยข้อมูลในโซเชียลว่าถูกจับตัวไปจนไม่กลับบ้าน ซึ่งตนก็ได้ยกตัวอย่างว่าเคสแบบนี้มีตัวอย่างแล้ว เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ที่สะบ้าย้อย มีครอบครัวหนึ่งแจ้งว่าสามีโดนจับ หรือถูกทหารโดนจับ แต่ผ่านมา 2-3 วัน ชายคนนั้นก็ออกมาเอง ระบุว่าไปเที่ยวสตูลกับเพื่อนผู้หญิง ซึ่งตนไม่ได้ว่าคุณแบร์มุสแบบนั้น แค่ตั้งข้อสังเหตุว่ามีจุดประสงค์ไปที่อื่นหรือเปล่า   มีการตัดต่อคำของผม หาว่าผมไปกล่าวหาเขาว่าไปเที่ยวผู้หญิง ผมบอกว่าเคสนั้นผู้ชายคนนั้น หนีไปเที่ยวกับผู้หญิงที่สตูล แค่ตัดคำพูดของผมแล้วมาลงเฟซบุ๊ก ก็เห็นแล้วว่าไม่ปรารถนาพูดความจริงให้สังคมฟัง จะเอาคำพูดอะไรก็ได้มาทำให้ผมดูเลว อันนี้คงไม่ใช่ ซึ่งผมไม่ได้พูดเช่นนั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D25GAmwOeUc

 9,397
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 60

ปล่อยตัว 15 แกนนำค้านโรงไฟฟ้าเทพา หลังใช้ตำแหน่ง 7 นักวิชาการยื่นประกัน

ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา ม็อบเครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งอยู่ในชุดเคลื่อนไหว ออกชูมือประสานเหนือศีรษะออกจากประตูเรือนจำ ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว 15 แกนนำ จากการที่มี 7 นักวิชาการใช้ตำแหน่งข้าราชการค้ำประกันแทนเงินสด ระหว่างรอพิจารณาส่งฟ้องคดี โดยตั้งเงื่อนไขให้มารายงานตัวทุก 12 วันเพื่อป้องกันการหลบหนี โดยมีบรรดาครอบครัวได้นำดอกกุหลาบมารอต้อนรับ   ขณะที่ 1 ใน 15 แกนนำนายเอกชัย อิสสระทะ เปิดเผยว่า เดินหน้าสู้คดี และคัดค้านโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อย่างแน่นอนอน ทั้งนี้สัปดาห์นี้ขอหารือกับแกนนำแะเครือข่ายว่าจะเดิน้าต่อไปอย่างไร สำหรับผู้ที่ถูกจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหาชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แจ้งดำเนินคดีเพียง ขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และพกพาอาวุธไปในที่ชุมชน สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CQbO3Qu6y2g  

 6,461
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 60

น้ำท่วมใต้อ่วมหลายจุด ต้องประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน

เกิดน้ำท่วมหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ จ.ยะลา โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอยะหา อำเภอบันนังสตา อำเภอเมือง และอำเภอรามัน เช่นเดียวกับที่นครศรีธรรมราช สงขลา ทำให้บ้านเรือนของประชาชน พื้นที่การเกษตร เส้นทางสาธารณะ ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ทางการต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f7hWKqTVt0A  

 6,511
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 60

ศาลให้ประกันแกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าเทพาแล้ว เพจรณรงค์หยุดถ่านหินยันเจอตัว "แบมุส" ปลอดภัย

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ศาลจังหวัดสงขลา อนุมัติให้ประกันตัว 15 แกนนำเครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โดยใช้ตำแหน่งนักวิชาการ 6 คน โดยกำลังรอการปล่อยตัวที่เรือนจำสงขลาวันนี้   ซึ่งเพจ "หยุดถ่านหินสงขลา" ได้ถ่ายทอดบรรยากาศหน้าเรือนจำสงขลาเมื่อเวลา 16.45 น. ซึ่งมีการให้สัมภาษณ์ว่าอีก 1 ชั่วโมงจะมีการปล่อยตัวแกนนำทั้งหมด ท่ามกลางความดีใจของญาติๆ และผู้ที่มาให้กำลังใจถึงหน้าเรือนจำ   และในคลิปการถ่ายทอดยังมีการระบุว่าพบตัวนายแบมุส ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำที่หายตัวไปแล้วและนายแบมุสปลอดภัย  

 5,598
การเมือง
29 พ.ย. 60

ราชกิจจาฯออกประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง 5 อำเภอสงขลา-ปัตตานี จากเหตุความไม่สงบ

วันที่ 28 พ.ย. 2560 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   โดยประกาศเรื่องนี้เริ่มประกาศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 โดยมีผลครั้งละ 1 ปี และมีการประกาศต่ออายุซ้ำทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนมาจนถึงปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่ยังเกิดเหตุโจมตีและความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และ 1 อำเภอของ จ.ปัตตานี (อ่านประกาศครั้งแรกในปี 2552 คลิกที่นี่)   อนึ่ง ประกาศฉบับปี 2560 ที่เพิ่งเผยแพร่ลงราชกิจจานุเบกษา มีใจความว่า   ด้วยสถานการณ์ในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ซึ่งปรากฏเห็นชัดในรูปแบบของเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการ ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผล ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ระดับหนึ่ง   ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการบริหารจัดการรักษาความสงบและความปลอดภัยให้มีเอกภาพและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ยังคงต้องกําหนดมาตรการป้องกันไว้เช่นเดิม เพื่อมิให้สถานการณ์ขยายตัวลุกลาม หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ดังต่อไปนี้   1. ให้เขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   2. ให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กําหนด   3. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ การป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไข หรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้บรรดาประกาศ คําสั่ง หรือการดําเนินการใดที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกําหนดขึ้น หรือการปฏิบัติการใดของศูนย์อํานวยการ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมายจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงมีผลใช้บังคับโดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกําหนดเป็นอย่างอื่น   ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561   ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HuzXREcAqDw    

 14,505
การเมือง
28 พ.ย. 60

ออกประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง 5 อำเภอรวม อ.เทพา เป็นการต่ออายุซ้ำตั้งแต่ปี 52 จากเหตุไม่สงบ

วันที่ 28 พ.ย. 2560 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   โดยประกาศเรื่องนี้เริ่มประกาศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 โดยมีผลครั้งละ 1 ปี และมีการประกาศต่ออายุซ้ำทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนมาจนถึงปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่ยังเกิดเหตุโจมตีและความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และ 1 อำเภอของ จ.ปัตตานี (อ่านประกาศครั้งแรกในปี 2552 คลิกที่นี่)   อนึ่ง ประกาศฉบับปี 2560 ที่เพิ่งเผยแพร่ลงราชกิจจานุเบกษา มีใจความว่า   ด้วยสถานการณ์ในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ซึ่งปรากฏเห็นชัดในรูปแบบของเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการ ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผล ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ระดับหนึ่ง   ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการบริหารจัดการรักษาความสงบและความปลอดภัยให้มีเอกภาพและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ยังคงต้องกําหนดมาตรการป้องกันไว้เช่นเดิม เพื่อมิให้สถานการณ์ขยายตัวลุกลาม หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ดังต่อไปนี้   1. ให้เขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   2. ให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กําหนด   3. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ การป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไข หรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้บรรดาประกาศ คําสั่ง หรือการดําเนินการใดที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกําหนดขึ้น หรือการปฏิบัติการใดของศูนย์อํานวยการ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมายจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงมีผลใช้บังคับโดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกําหนดเป็นอย่างอื่น   ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561   ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 10,715
สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ย. 60

กลุ่มนักกิจกรรมมก.ประณามความรุนแรงต่อกลุ่มต้านโรงไฟฟ้า 'ประวิตร' ชี้ม็อบตีตร.-คุมตัวแค่คนฮาร์ดคอร์

กลุ่มที่เรียกตนเองว่า "เครือข่ายนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์" ออกแถลงการณ์ถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาถูกจับกุมระหว่างการขอยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี    โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความสำคัญว่า การดำเนินการจัดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา นั้นมีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีส่วนร่วมของประชาชนในการรับฟังความคิดเห็นทั้ง 3 ครั้ง, กระบวนการศึกษา EHIA มีความบกพร่อง ไม่ครอบคลุม เพราะชาวบ้านไม่เห็นมีการเก็บข้อมูลเลยแต่กลับมีข้อมูลรายงานต่อภาครัฐ และการศึกษามีข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งกระบวนการอนุมัติโครงการที่มีการแยกส่วนการศึกษา EHIA นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อการบังคับโยกย้ายคนกว่า 180 หลังคาเรือน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทางเครือข่ายขอประณามการกระทำของรัฐที่ใช้ความรุนแรงทั้งในแง่กำลังและกฎหมายเข้าจัดการกับประชาชนที่ออกมาคัดค้าน ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและรับไม่ได้   ทั้งนี้เครือข่ายดังกล่าวได้ยื่นข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยตัวและไม่ดำเนินคดีต่อชาวบ้านที่เดินเท้ามายื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีเงื่อนไข, ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อประชาชน และควรปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนดังเช่นที่เคยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ รวมถึงปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน   ด้านพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าเทพา โดยชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า จริงๆแล้วกลุ่มดังกล่าวได้ประสานกับพลเอกวิลาศ อรุณศรี เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าจะยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (28 พ.ย.) แต่ได้เปลี่ยนใจกะทันหันขอยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรีโดยตรงเมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) ขณะที่นายกรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจอยู่ที่จ.ปัตตานี และไม่ยอมเจรจาต่อรองใดๆ บอกแต่เพียงว่าจะยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีเท่านั้น แม้จะมีการเจรจาต่อรองให้พลเอกวิลาศนั่งเฮลิคอปเตอร์จากจ.ปัตตานีมารับหนังสือ แต่แกนนำได้ปฏิเสธและยื่นคำขาดว่า หากพลเอกวิลาศมาหมายความว่าจะต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเท่านั้น จนสุดท้ายได้เกิดการปะทะและถูกจับกุม 16 คน   พลโทสรรเสริญยืนยันว่า รัฐบาลรับฟังข้อมูลประชาชนทุกด้านและทุกช่องทาง ส่วนกระแสข่าวรัฐบาลควบคุมตัวนายมุสตาร์ซีดีน วาบา หรือแบร์มุส ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มไว้ ยืนยันไม่ได้ทำเช่นนั้น   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการควบคุม 16 แกนนำคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลาว่า กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวที่ออกมาคัดค้านกระทำความผิดซึ่งหน้า ขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่ และตีตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ความจริงถ้าจะยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรี ส่งแค่กระดาษแผ่นเดียวก็ได้ และก่อนหน้านี้มีการประสานแล้วว่า ไม่ต้องเดินทางมา แต่เขาไม่หยุด แล้วจะให้ทำอย่างไร   เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมปะทะกันจนมีคนบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายคืออะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “คนหนึ่งถือไม้ก็มี เขามาทำเจ้าหน้าที่ โดยขณะนี้ทั้ง 16 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ ซึ่งเป็นพวกฮาร์ดคอร์ เป็นพวกใจร้อน ไม่ใช่แกนนำอะไรทั้งสิ้น เราไม่ได้ใช้เรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองเลย”   ทั้งนี้ จะแจ้งข้อกล่าวหาผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะกับ 16 คนด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ปล่อยให้เจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการไป   

 8,489
การเมือง
28 พ.ย. 60

ม็อบค้านสร้างโรงไฟฟ้าเทพา ปะทะ จนท.เจ็บเล็กน้อย ขณะบุกยื่นหนังสือถึงนายกฯ

สงขลา-กลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคน เข้ายื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ภาคใต้ และเปิดเวทีสาธาณะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่บริเวณสี่แยกสำโรง จังหวัดสงขลา   โดยกลุ่มคัดค้านดังกล่าวได้ประกาศอยู่บริเวณสี่แยกสำโรงพร้อมลงนอนที่บริเวณผิวการจราจร โดยแกนนำได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 และทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 โดยได้รับการยืนยันว่าจะมีตัวแทนของรัฐบาลหรือเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมารับหนังสือคัดค้านดังกล่าว แต่ปรากฏว่าจนถึงเวลา 14.40 น. ยังไม่ปรากฏผู้แทนจากฝ่ายรัฐบาลมารับ ทำให้แกนนำและชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเนื่องจากยังไม่มีใครได้รับประทานอาหารกลางวัน จึงได้เกิดการปะทะกันเล็กน้อยระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ เนื่องจากชาวบ้านต้องการที่จะฝ่าด่านดังกล่าวไปรับประทานอาหารกลางวัน   ทำให้ชาวบ้านได้รับการบาดเจ็บประมาณ 4-5 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที ภายหลังเข้าเจราจาแต่ไม่เป็นผล ทันทีที่ที่ผู้บัญชาการรณฑทลทหารบกที่ 42 ออกคำสั่ง ให้ควบคุม ตัวแกนนำ และกลุ่มผู้ชุมนุมไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sboJ_0Ns1VY    

 5,838

Top