ค้นหา :

ผลการค้นหา "คนไข้"

ต่างประเทศ
31 ม.ค. 61

สุดสยอง! เผยภาพ 'พยาธิตัวตืด' ยาวเกือบ 3 เมตร หลังพบในตัวหนุ่มสิงคโปร์ที่ชอบกินปลาดิบ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจกรณีพบพยาธิตัวตืดยาวถึง 9 ฟุต 2 นิ้ว หรือกว่า 2.8 เมตร ภายในท้องของชายคนหนึ่งซึ่งชื่นชอบการรับประทานปลาดิบหรือซูชิของญี่ปุ่น     ภาพของพยาธิที่ต้องพับถึง 18 ทบถึงสามารถถ่ายรูปในเฟรมเดียวกันได้ ถูกบันทึกโดยแพทย์จากแผนกจุลชีววิทยาของโรงพยาบาลในสิงคโปร์   ภาพประกอบข่าว   ด้านศาสตราจารย์ Hsu Li Yang ระบุว่าวัตถุประสงค์ที่ออกมาเปิดเผยกรณีศึกษาอันโด่งดังซึ่งเกิดขึ้นในปี 2016 เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คนตระหนักถึงอันตรายที่เกิดจากการกินอาหารดิบ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของพยาธิตัวตืดเพิ่มมากขึ้นในสิงคโปร์ ซึ่งก็คล้ายคลึงกับในหลายประเทศพัฒนาแล้วที่การบริโภคปลาดิบได้รับความนิยมสูง แต่การติดเชื้อกลับแตกต่างกันออกไป บางคนไม่มีอาการผิดปกติ ในขณะที่บางคนมีอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย ท้องเสีย และปวดท้อง อย่างเห็นได้ชัด   ภาพประกอบข่าว   สำหรับพยาธิตัวตืดส่วนใหญ่เกิดจากการกินเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงให้สุกก่อน    

 9,629
สังคม-อาชญากรรม
29 ม.ค. 61

แพทย์เตือน บีบจมูก-เม้มปากเวลาจาม เสี่ยงอันตราย 'ลมขึ้นสมอง'

เพจเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ได้โพสต์รูปภาพ พร้อมข้อความอุทาหรณ์จากการจาม โดยระบุว่า   เมื่อประมาณเดือน ธ.ค. 2559 ได้มีผู้ป่วยหญิงชาวไทย อายุ 82 ปี เป็นโรคเบาหวานและไขมันสูง มาหาตน โดยมีอาการพูดไม่ชัด และนึกคำพูดไม่ออก   จากนั้น 3 วันคุณหมอได้ทำ MRI คลื่นแม่เหล็ก พบว่าสมองมีลมอยู่บริเวณในเนื้อสมองข้างซ้าย ซึ่งหลังจากติดตามอาการพร้อมรักษา อาการหญิงคนดังกล่าวได้ดีขึ้นช้าๆ และปัจจุบันปกติ   คุณหมอระบุต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนเพิ่งทราบสาเหตุว่า ทำไมอยู่ดีๆลมเข้าสมองผู้ป่วยคนนี้ได้ (หลังจากอ่านรายงานในวารสาร BMJ Case Reports ของวันที่ 15 ม.ค. 2561 และกำลังเป็นข่าวดังไปทั่วโลกขณะนี้ ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของการเอามือบีบจมูก เม้มปากเวลาจาม ด้วยการกลับไปซักประวัติใหม่ว่าผู้ป่วยทำอย่างนั้นก่อนป่วยหรือไม่   ผู้ป่วยตอบว่าก่อนไม่สบาย กำลังจะสั่งน้ำมูก เกิดจามขณะเอามือบีบจมูก เอานิ้วอุดรูหูข้างขวาและเม้มปากพร้อมๆกัน หลังทำหูข้างซ้ายอื้อและมีเสียงดัง ลมจากการจามออกทางจมูกปากไม่ได้ คงผ่านจากท่อในปากเข้าหูชั้นกลางด้านซ้ายแล้วทะลุผ่านกระโหลกใต้สมองเข้าสมองด้านซ้าย   คนไข้รายนี้น่าจะเป็นรายแรกของโลกที่ลมรั่วเข้าสมองเกิดจากการบังคับไม่ให้จามออกทางปากและจมูก นอกจากปอดรั่ว แก้วหูทะลุ ผนังช่องคอทะลุ เส้นเลือดในสมองแตก ยังมีลมรั่วผ่านกระโหลกเข้าสมองได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าทำร้ายตัวเองด้วยการเอามือมาบีบจมูกและเม้มปากเวลาจามเด็ดขาด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N_3ebbAQz6Q    

 93,552
ต่างประเทศ
24 ม.ค. 61

แพทย์จีนรักษาสาวป่วยมะเร็งผิวหนัง เกิดมาพร้อมปานดำไซซ์ยักษ์บนหน้า

สำนักข่าว metro  นำเสนอเรื่องราวของ เสี่ยวเหยียน หญิงสาวเคราะห์ร้ายชาวจีนวัย 23 ปี ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาทำให้มีปานดำขนาดใหญ่บนใบหน้ามาตั้งแต่เกิด และทางเดียวที่จะสามารถรักษาไม่ให้มันลุกลามกลายเป็นมะเร็งร้ายคร่าชีวิตของเธอได้คือการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นใหม่     หญิงสาวที่ขณะนี้อยู่ระหว่างรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลรัฐในเซี่ยงไฮ้ หลังปานดำบนใบหน้าเริ่มแสดงอาการเมื่อปลายเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งแพทย์ได้ประเมินว่ามันเป็นการส่งสัญญาณถึงการเจริญเติบโตของมะเร็ง      ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจว่า แม้จะมีปานขนาดใหญ่อยู่บนหน้ามาตั้งแต่เกิด แต่เธอก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติ มีวัยเด็กที่เล่นสนุกกับเพื่อนๆ แต่เมื่อเธอเติบโตขึ้น ความแตกต่างดังกล่าวกลับส่งผลในทางลบ หลังต้องเผชิญกับคำวิจารณ์เรื่องรูปลักษณ์ต่างๆ นานาอย่างไร้เหตุผล     รายงานข่าวระบุว่า ครอบครัวของหญิงสาวตัดสินใจพาเธอมารักษาที่เซี่ยงไฮ้ตามคำแนะนำของแพทย์ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว พร้อมทุ่มเงินไปเกือบ 5 แสนบาท ซึ่งการรักษาได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยช่วงแรกของกระบวนการสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมาก เพราะใบหน้าถูกขยายใหญ่ผิดสัดส่วนจนเหมือนกับไข่ไก่ จากการถูกฉีดน้ำเกลือเข้าไปใบหน้า แต่แพทย์ก็ได้ให้คำสัญญาว่าจะมอบใบหน้าใหม่ให้กับเธอ ภายหลังจากกระบวนการการรักษาเสร็จสิ้น    

 108,440
ต่างประเทศ
22 ม.ค. 61

เหมือนได้ชีวิตใหม่! หนุ่มอินเดียผ่าตัดนำนิ้วเท้าทดแทนนิ้วโป้งที่ขาด หลังพลุระเบิดใส่มือ

สำนักข่าว metro รายงานข่าวนักเรียนชายชาวอินเดียสูญเสียนิ้วโป้งจากการเล่นดอกไม้ไฟ แต่ล่าสุดแพทย์ได้ทดแทนนิ้วมือที่ขาดหายไปด้วยนิ้วโป้งเท้า ซึ่งการผ่าตัดเพิ่งเกิดขึ้นในเดือนนี้ โดยฝีมือทีมศัลยแพทย์ถึง 8 ชีวิต และใช้เวลาในห้องผ่าตัดมากกว่า 8 ชั่วโมง     Ankur Yadav หนุ่มวัย 20 ปี จากรัฐอุตตรประเทศ สูญเสียนิ้วโป้งของมือขวาไปตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ขณะจุดพลุเฉลิมฉลองในเทศกาลของชาวฮินดู แต่พลุเกิดระเบิดใส่มือจนแพทย์จำเป็นต้องนิ้วโป้งทิ้ง ทำให้เขาพลาดโอกาสเรียนหนังสือ เพราะไม่สามารถเขียนหนังสือได้ แต่ตอนนี้เขาเด็กเหมือนได้ชีวิตใหม่ หลังแพทย์ของโรงพยาบาลรัฐผ่าตัดนำนิ้วเท้ามาทดแทน     ด้านเจ้าตัวเปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีครึ่ง เขาต้องพึ่งพาคนอื่นในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะไม่สามารถแม้กระทั่งจับปากกา ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจมาก  พร้อมทั้งยอมรับว่าไม่เคยได้ยินเรื่องการผ่าตัดปลูกถ่ายมาก่อน แต่เมื่อได้รับโอกาสเขาจึงไม่รีรอที่จะแสดงความต้องการ เพราะไม่อยากจะเป็นภาระให้ครอบครัวและอยากจะกลับไปเรียนอีกครั้ง ซึ่งนิ้วเท้าที่ถูกนำมาทดแทนนิ้วมือก็อยู่ในสภาพสมบูรณ์มาก ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกลับมาเป็นปกติแล้ว     ด้านแพทย์ผู้ทำการรักษาเปิดเผยว่า คนไข้ได้รับการผ่าตัดภายนอกมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งจากการที่เขาสูญเสียนิ้วหัวแม่มือไป ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของมือลดลงไปถึง 40% สำหรับการผ่าตัดปลูกถ่ายในครั้งนี้ แพทย์ได้ตัดนิ้วเท้ามาฝังไว้ที่มือขวาเพื่อทำหน้าที่เป็นนิ้วหัวแม่มือ พร้อมทำการเชื่อมต่อหลอดเลือดดำ หลอดเลือดแดง และเส้นประสาท ซึ่งผลลัพธ์จะทำให้คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และจะไม่ส่งผลกระทบกับการเดินแต่อย่างใด      หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเพียง 4 วัน คนไข้ก็สามารถเดินได้ โดยขณะนี้เขายังอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังผ่าตัด เพื่อกลับไปเรียนหนังสืออย่างที่ตั้งใจไว้อีกครั้ง    

 33,602
สังคม-อาชญากรรม
18 ม.ค. 61

จบศึก!! ตร.เรียกหมอ-คนไข้ เหตุวางมวยกลางคลินิก ทั้งคู่ยอมรับอารมณ์ร้อน

แพทย์ และคู่กรณีที่ทะเลาะวิวาทในคลินิกย่านสะพานสูง เข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางชัน เมื่อคืนวานนี้แล้ว ทั้งคู่ยอมรับต่างคนต่างอารมณ์ร้อน   พันตำรวจโท ปวิช นิลสุวรรณ รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางชัน เปิดเผยว่า แพทย์ และคู่กรณีซึ่งเป็นคนไข้ที่ทะเลาะวิวาทกันภายในคลินิกย่านสะพานสูง เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา และมีคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ล่าสุด เมื่อคืนวานนี้ทั้งคู่ได้เดินทางเข้ามาพบพันตำรวจเอก อดิศักดิ์ ชูพันธ์ ผู้กำกับการ สน.บางชัน และพนักงานสอบสวนแล้วเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย    ทั้งคู่ยอมรับว่าต่างฝ่ายต่างอารมณ์ร้อนทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ส่วนที่ระบุว่าชกต่อยกันนั้นทั้งคู่ได้พูดคุยกันแล้ว และระบุว่าเป็นเพียงการผลักกันไปมาเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้แพทย์ไม่พอใจและมาแจ้งความเนื่องจากคู่กรณีไปโพสต์คลิปลงโลกออนไลน์ แต่ล่าสุดลบคลิปไปแล้ว ซึ่งหลังจากการเจรจาทั้งคู่ตกลงกันด้วยดี ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายใด    ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 20,699
ต่างประเทศ
27 พ.ย. 60

ชวนสยอง! หมออินเดียผ่าตัดนำ ‘เหรียญ-ตะปู’ หนัก 7 กก. ออกจากท้องคนไข้ เชื่อป่วยทางจิต

สำนักข่าว The Sun รายงานข่าวชวนสยองที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณีศัลยแพทย์ผ่าตัดนำเหรียญ 263 อัน และตะปู 100 ตัว น้ำหนักรวมกว่า 7 กิโลกรัม ออกจากท้องของคนไข้ชายรายหนึ่ง     Maksud Khan ทำอาชีพเป็นคนขับรถตุ๊กตุ๊ก ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในมัธยประเทศ หลังมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ก่อนแพทย์จะส่องกล้องตรวจจนพบความจริงอันน่าสะพรึง เนื่องจากมีเหรียญและตะปูจำนวนมากกองอยู่ในกระเพาะอาหารของชายคนดังกล่าว     ด้านแพทย์ผู้ทำการรักษาเชื่อว่าคนไข้น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต อาจจะกำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้าและเสพติดการกลืนโลหะลงท้อง เพราะคงไม่มีคนสติดีคนไหนกล้าของพวกนี้ลงท้อง ขณะที่เจ้าตัวไม่เคยบอกให้ครอบครัวรับรู้ถึงพฤติกรรมการกินที่แปลกประหลาดของตัวเอง แต่บ่นว่าปวดท้องมานานกว่า 3 เดือน จึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่เหรียญและตะปูที่กลืนเข้าไปในช่วงแรกไม่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด       รายงานข่าวระบุว่า การผ่าตัดสำเร็จลุล่วงด้วยดี แม้จะพบว่ามีตะปูบางส่วนแทงช่องท้องจนทำให้เลือดออก ด้านเจ้าตัวที่ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว รับปากว่าจะไม่ทำอีก      

 8,773
ต่างประเทศ
20 พ.ย. 60

สยอง! หมอจีนผ่าตัดนำ ‘ปลาไหลเป็นๆ’ ออกจากท้องคนไข้ชาย หลังยัดเข้าไปในทวารหนักตอนเมา

สำนักข่าว metro รายงานข่าวชวนสยองที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีแพทย์ผ่าตัดนำปลาไหลตัวเป็นๆ ออกจากท้องของคนไข้ชายรายหนึ่ง   *** คลิปมีภาพที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ***    ชายอายุประมาณ 40 ปี ที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล Nanchang University hospital ในมณฑลเจียงซี ซึ่งผลเอกซเรย์ก็สร้างความตกตะลึงเมื่อพบว่ามีปลาไหลนากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในท้อง ก่อนแพทย์จะทำการผ่าตัดนำสิ่งแปลกปลอมมีชีวิตออกมาสำเร็จ ขณะที่คนไข้ยังคงพักฟื้นอาการอยู่ในโรงพยาบาล     ด้านศัลยแพทย์เชื่อว่าคนไข้ตั้งใจนำปลาไหลใส่เข้าไปในทวารหนักของตัวเอง แต่เจ้าตัวปฏิเสธไม่ยอมพูดถึงสาเหตุที่ทำให้ปลาไหลตัวดังกล่าวมาติดอยู่ในร่างกาย บอกแต่เพียงก่อนเกิดเหตุเขาดื่มสุราจนมึนเมาไม่ได้สติ     สำหรับเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในจีน ย้อนไปเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ ก็เคยเกิดกรณีชายวัย 49 ปี จากมณฑลกวางตุ้ง นำปลาไหลใส่เข้าไปในทวารหนักเพื่อรักษาอาการท้องผูก แต่สุดท้ายแพทย์ต้องผ่าตัดนำออกมาจากลำไส้                  

 39,921
ต่างประเทศ
08 พ.ย. 60

ยูกันดาวุ่น! คนไข้โดนลอยแพ หลังหมอนัดสไตรค์ประท้วงเงินเดือนต่ำ เผยหมอจบใหม่ได้แค่ 1 หมื่นบาท

สำนักข่าว The Sun นำเสนอเรื่องราวสะเทือนใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศยูกันดา กรณีผู้ป่วยจำนวนมากถูกทิ้งให้อยู่ในสภาพทุกข์ทรมาน หลังแพทย์ของโรงพยาบาลประท้วงนัดหยุดงาน ซึ่งเป็นถือเป็นการสไตรค์ของบุคลากรทางการแพทย์ครั้งแรกในรอบ 20 ปี     รายงานข่าวระบุว่า แพทย์ในยูกันดาได้ออกมาเดินขบวนประท้วง หลังประสบปัญหาค่าตอบแทนต่ำและการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 รายจากการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนจริง     ด้าน Faustus Kavuma นายกสมาคมแพทย์ยูกันดา เปิดเผยว่า การประท้วงครั้งนี้เกิดจากแพทย์ไม่ได้รับเงินเดือนที่เป็นธรรม โดยแพทย์จบใหม่ได้เงินเดือนเพียง 1 หมื่นบาท ส่วนแพทย์อาวุโสได้เงินเดือนเพียง 3 หมื่นบาท ซึ่งทางสมาคมต้องการให้ปรับขึ้นเงินเดือนแพทย์เป็น 7.7 หมื่นบาท และ 4.1 แสนบาทตามลำดับ     ขณะที่ Diana Atwine ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นค่อนข้างกินวงกว้าง เพราะไม่ใช่แค่แพทย์ที่ได้รับค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม แต่รวมไปถึงข้าราชการทุกคนก็ไม่ได้รับเงินเดือนที่น่าพอใจเช่นเดียวกัน ในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันได้เงินเดือนอยู่ที่ 2.1 แสนบาท โดยเบื้องต้นทางกระทรวงยินดีที่จะพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนให้แพทย์ แต่ขอให้ทุกคนอดทนรอไปก่อน       สำหรับการประท้วงที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจแก่ ประธานาธิบดี Yoweri Museveni วัย 73 ปี ซึ่งกุมอำนาจในตำแหน่งผู้นำประเทศมายาวนานกว่า 31 ปี ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่อเค้าทวีความร้อนแรง หลังเขามีความพยายามที่จะขยายฐานเสียงของตัวเองให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้พร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมีขึ้นในปี 2021    

 13,387
ต่างประเทศ
26 ก.ย. 60

เผยคลิปชวนสยอง! แพทย์อินเดียดึง ‘หนอนปรสิต’ ยาว 10 ซม. ออกจากหน้าคนไข้

สำนักข่าว  mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอชวนสยองที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ขณะแพทย์ดึงหนอนปรสิตตัวยาว 10 เซนติเมตรออกมาจากใบหน้าของคนไข้ชายรายหนึ่ง เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา     คลิปความยาว 1 นาที แสดงภาพตั้งแต่แพทย์ค่อยๆ ใช้อุปกรณ์ดึงเอาหนอนสีขาวตัวยาวคล้ายกับเส้นด้ายออกมาจากใบหน้าของคนไข้ชายวัย 28 ปี หลังมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล  KIMS Hospital  ในรัฐเกรละ ด้วยอาการใบหน้าด้านซ้ายบวม     ภายหลังตรวจอาการแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเขามีก้อนซีสต์อยู่ในบริเวณที่มีอาการบวมจึงตัดสินใจผ่าตัดเจาะก้อนเนื้อดังกล่าว แต่เมื่อเปิดปากแผลกลับพบว่ามีหนอนปรสิตซึ่งคาดว่าน่าจะเจริญเติบโตมาเป็นระยะเวลานานนับเดือน     ด้านนายแพทย์ Zuhail Bin Nazar ศัลยแพทย์ผู้ทำการรักษาเปิดเผยว่า คนไข้มาพบแพทย์หลังมีอาการบวมที่ใบหน้าซีกซ้ายและดวงตาซึ่งเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ผลจากการทำ CT สแกนพบว่ามีฝีอยู่ในบริเวณดังกล่าว จากการสอบถามได้ความว่าคนไข้เป็นมานานกว่า 10 เดือนแล้ว โดยเมื่อปีที่แล้วเขารู้สึกเหมือนมีหนอนไชที่ดวงตา หลังไปรักษาอาการก็หายไป     กระทั่งใบหน้าซีกซ้ายมีอาการบวม ก่อนจะลามไปดวงตาจึงมาพบแพทย์อีกครั้ง ภายหลังจากอ่านประวัติการรักษาทางการแพทย์ จึงพบข้อสังเกตว่าซีสต์ยังไม่เคยถูกผ่าออก ซึ่งทันทีที่เจาะเข้าไปก็พบว่ามีหนอนตัวยาวและยังคงมีอยู่ เชื่อว่าน่าจะเป็นหนอนชนิดหนึ่งของโรคพยาธิฟิลาเรียซึ่งเป็นโรคพยาธิที่เกิดจากพยาธิตัวกลม     สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นเคสที่ค่อนข้างหาได้ยาก เพราะถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยพบหนอนในส่วนต่างๆ ของร่างกายคนไข้ แต่ก็ยังไม่เคยเจอตัวที่มีขนาดยาวเท่านี้มาก่อน โดยในกรณีนี้อาจเป็นเพราะหนอนอาศัยอยู่ในถุงซีสต์จึงทำให้มันมีขนาดตัวยาวมากกว่าปกติ ซึ่งทางแพทย์ก็ได้ส่งหนอนตัวดังกล่าวไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านปรสิตวิทยา (Parasitology) ทำการศึกษาแล้ว          

 64,322
ต่างประเทศ
11 ก.ย. 60

สยอง! หมออินเดียผ่าตัดนำก้อนเส้นผมไซส์มหึมาออกจากท้องคนไข้หญิงป่วย ‘โรคราพันเซล’

สำนักข่าว The Sun เผยแพร่ภาพน่าตกใจ กรณีแพทย์ชาวอินเดียผ่าตัดนำก้อนเส้นผมความยาวกว่า 25 เซนติเมตร และกว้าง 12 เซนติเมตร ออกมาจากท้องของคนไข้หญิงรายหนึ่ง     รายงานข่าวระบุว่า หญิงสาวอายุประมาณ 20 ปี ได้รับความทรมานจากอาการป่วยที่เรียกว่า “โรคราพันเซล” ซึ่งเกิดจากการกินเส้นผมของตัวเองเข้าไป จนกลายเป็นก้อนขนาดมหึมาหนักกว่า 750 กรัม      โดยผลการสแกนตรวจพบว่า มีก้อนเส้นผมปรากฏอยู่บริเวณช่องท้องส่วนบนของคนไข้ ส่งผลให้กระเพาะอาหารเกิดการขยายตัวผิดปกติ ก่อนแพทย์จะตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าตัดด่วนไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังคนไข้อาเจียนตลอดเวลาและปวดท้องอย่างรุนแรง       ด้านแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองมุมไบ เปิดเผยว่า คนไข้รายนี้อยู่ระหว่างประเมินอาการป่วยทางจิตซึ่งน่าจะป่วยเป็น โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) โดยความผิดปกติจะไปกระตุ้นคนไข้กินผมตัวเอง     สำหรับแนวทางการรักษาคนไข้ประเภทนี้ หากเป็นก้อนผมขนาดเล็กนั้นไม่จำเป็นต้องผ่าตัด สามารถนำออกมาได้ด้วยวิธีการส่องกล้อง แต่ไม่ใช่ในกรณีที่ก้อนผมมีขนาดใหญ่มากจนไปกระทบกับกระเพาะอาหารอย่างเช่นคนไข้หญิงรายดังกล่าว    

 24,106
ต่างประเทศ
22 ส.ค. 60

สยอง! ชายจีนปวดหูรุนแรง หมอผงะเจอตุ๊กแกตัวเป็นๆ อยู่ข้างใน คาดดอดเข้าไปตอนนอนหลับ

สำนักข่าว UPI ของสหรัฐอเมริการายงานข่าวชวนสยองที่เกิดขึ้นในประเทศจีน กรณีแพทย์ของโรงพยาบาลในเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง นำตุ๊กแกตัวเป็นๆ ออกมาจากรูหูคนไข้ชายรายหนึ่ง     แพทย์ผู้ทำการรักษาเปิดเผยว่า หลังจากตื่นนอนคนไข้มีอาการเจ็บปวดภายในหูอย่างรุนแรงจึงตัดสินใจมาโรงพยาบาล เมื่อทำการตรวจก็พบว่ามีตุ๊กแกที่ยังคงมีชีวิตอยู่ภายใน แพทยจึงได้ใช้ยาชาและใช้คีมดึงสัตว์ชวนสยองออกมาจากหูของคนไข้โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที ก่อนจะอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านต่ออีก 2 วัน ไม่ต้องนอนพักรักษาตัว     ทั้งนี้แพทย์สันนิษฐานว่า ตุ๊กแกตัวนี้น่าจะคลานเข้าไปในหูขณะคนไข้กำลังนอนหลับสนิท ส่วนตุ๊กแกที่ถูกคีบออกมาอยู่ในสภาพหางขาดนั้น ก็เชื่อว่าหางของมันน่าจะขาดก่อนจะคลานเข้าไป        

 6,824
ต่างประเทศ
07 ส.ค. 60

หมอมะกันอัดคลิปชวนท้องไส้ปั่นป่วน นาทีเจาะฝีไซส์ยักษ์ใต้วงแขนคนไข้หญิง

สำนักข่าว metro เผยแพร่ภาพการรักษาชวนท้องไส้ปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในคลินิกแห่งหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา  ขณะแพทย์ทำการเจาะฝีขนาดยักษ์บริเวณใต้วงแขนให้คนไข้หญิงรายหนึ่ง   *** มีภาพที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ***     คลิปความยาวกว่า 3 นาที แสดงภาพตั้งแต่แพทย์ใช้อุปกรณ์เจาะเข้าไปที่ก้อนฝีขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นตรงรักแร้ จนน้ำหนองไหลทะลักออกมาราวกับเปิดก็อก ก่อนจะใช้มือบีบกระตุ้นให้หนองไหลลงถุงพลาสติกที่รองรับ และยังใช้กรรไกรถ่างปากแผลให้เปิดกว้าง ส่งผลให้หนองยิ่งพุ่งทะลักออกมากขึ้นกว่าเดิมจนกลายเป็นภาพอันน่าชวนสยอง     นายแพทย์ไมเคิล ลูอิส จากรัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำการเจาะฝีขนาดใหญ่ มันยังเป็นเรื่องที่เขาชอบมากๆ และไม่ได้เป็นปัญหารบกวนอะไรสำหรับตัวเขามากนัก แม้บางครั้งมันจะส่งกลิ่นไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ก็ตาม      

 106,977
ต่างประเทศ
01 ส.ค. 60

หนุ่มสวีเดนหัวใจวายตาย หลังผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวน่าตกใจซึ่งถูกเปิดเผยในวารสารทางการแพทย์ Journal of Forensic Sciences กรณีชายวัย 30 ปี หัวใจวายเสียชีวิต หลังเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศในสถานพยาบาลเอกชนในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน   ปอดของคนไข้หลังเสียชีวิต   รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังที่การผ่าตัดขยายขนาดอวัยวะเพศโดยใช้เซลล์ไขมันจากหน้าท้องเสร็จสิ้นในเวลา 4 โมงเย็น แพทย์ก็พบว่าอัตราการเต้นของหัวใจของคนไข้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ระดับออกซิเจนลดลง จึงได้ทำการปั๊มหัวใจและนำตัวคนไข้ส่งโรงพยาบาลแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ เขาเสียชีวิตในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา ซึ่งจากการวินิจฉัยระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากภาวะเส้นเลือดอุดตันในปอด ส่งผลให้หลอดเลือดแตกและทำให้หัวใจหยุดเต้น   วารสารดังกล่าวยังระบุอีกว่า การผ่าตัดเพิ่มขนาดความเป็นชายโดยใช้ไขมันจากร่างกายตัวเองเป็นวิธีการที่ง่ายและปลอดภัยที่สุด แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่มันเป็นสาเหตุทำให้ชายหนุ่มสุขภาพแข็งแรงต้องมาจบชีวิตลง ต่างจากคนไข้ชายกว่า 8,000 คน ที่ประสบความสำเร็จจากการผ่าตัดในลักษณะเดียวกันนี้ จึงเชื่อได้ว่าเขาน่าจะเป็นกรณีแรกที่เคยเกิดขึ้น      

 19,107
ต่างประเทศ
24 ก.ค. 60

อุทาหรณ์ หมอจีนผ่าตัดเอานิ่ว 200 ก้อนออกจากท้องคนไข้หญิง เผยไม่กินข้าวเช้าเกือบ 10 ปี

สำนักข่าว The Sun รายงานข่าวน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน กรณีแพทย์ผ่าตัดนำนิ่วในถุงน้ำดีจำนวนมากถึง 200 ก้อน ออกจากลำไส้ของคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งไม่เคยกินข้าวเช้ามานานเกือบสิบปี     หญิงแซ่เฉินอายุ 45 ปี เปิดเผยว่า เธอเริ่มมีอาการปวดท้องตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน แต่เพราะกลัวการผ่าตัดจึงปล่อยทิ้งเอาไว้ กระทั่งครั้งล่าสุดจึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด โดยยังยอมรับอีกว่าไม่ได้กินมื้อเช้ามานานกว่า 8 ปี  และบางครั้งก็เหนื่อยเกินไปที่จะทำอาหารเย็นกินอีกด้วย     ด้านศัลยแพทย์จากโรงพยาบาลในเมืองเฮ้อโจว เปิดเผยว่า จากผลการตรวจสอบพบว่าคนไข้มีก้อนนิ่วจำนวนมากอยู่ในถุงน้ำดีและท่อน้ำดี ซึ่งเกิดจากการสะสมมาเป็นระยะเวลานานหลายปี ทำให้บางก้อนมีขนาดใหญ่เท่าไข่ไก่ โดยเป็นผลมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมทำให้น้ำดีในกระเพาะปัสสาวะและท่อน้ำดีก่อตัวเป็นก้อนนิ่ว แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการและไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากเมื่อไหร่ที่มีนิ่วติดอยู่ในท่อภายในถุงน้ำดีก็จะทำให้ปวดท้องอย่างหนัก และยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาหรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคนิ่วในถุงน้ำดี  ซึ่งในกรณีของคนไข้หญิงรายนี้เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่คนไข้ไม่ได้รับประทานอาหารเช้ามาเป็นเวลานานหลายปี     สำหรับถุงน้ำดีเป็นอวัยวะเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้ตับเป็นสถานที่เก็บกักน้ำดี ซึ่งเป็นของเหลวที่ตับผลิตขึ้นเพื่อช่วยในการย่อยไขมัน ส่วนก้อนนิ่วเกิดจากความไม่สมดุลทางเคมีของน้ำดีในถุงน้ำดี โดยส่วนมากที่พบเกิดจากระดับคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงเกินไป จึงทำให้คอเลสเตอรอลกลายเป็นก้อนนิ่ว    

 93,335
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 60

ตำรวจหนองคาย รวบคนร้ายข่มขืนผู้ช่วยเหลือคนไข้โรงพยาบาลได้แล้ว หลังหนีกบดานฝั่งลาว

     ความคืบหน้ากรณีนายปุ้มปุ้ย เกษานุช อายุ 24 ปี ก่อเหตุใช้มีดบังคับข่มขู่ทำร้ายร่างกายก่อนลงมือข่มขืน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ โรงพยาบาลหนองคาย ที่บริเวณซอกตึกหลังอาคารสำนักงานซักฟอก เมื่อช่วงประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 16 ก.ค. ต่อมาตำรวจ สภ.เมืองหนองคายได้ขออนุมัติศาลจังหวัดหนองคายออกหมายจับ นั้น        ล่าสุด พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส ผกก.สภ.เมืองหนองคาย จัดกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และประสานกับหน่วยป้องกันความสงบ สปป. ลาว หลังจากทราบว่านายปุ้มปุ้ยได้ขโมยสกู๊ตเตอร์ของชาวหนองคายใช้เป็นพาหนะหลบหนีไปหาพ่อที่ประเทศลาว ก่อนที่ พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย ได้นำกำลังไปทำการจับกุมตัวที่ฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งทางการลาวได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ก่อนจะควบคุมตัวกลับมายังฝั่งไทย พบ พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย ทำการสอบสวนภายในห้องทำงาน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ        ต่อมา เวลา 17.00 น. ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่โรงพยาบาลหนองคาย โดยมีนายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย นพ.ศุภชัย จรรยาผดุงพงศ์ ผอ.รพ.หนองคาย ได้ควบคุมและอำนวยการทำแผนในครั้งนี้ โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 1 ชั่วโมง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่ทราบข่าวต่างมารอดูเหตุการณ์ พร้อมตะโกนสาปแช่งนายปุ้มปุ้ยอยู่เป็นระยะ        โดย นายปุ้มปุ้ย เผยว่า หลังจากที่ดื่มสุราก็เกิดอารมณ์ทางเพศ ตั้งใจจะไปข่มขืนใครก็ได้ที่พบภายในโรงพยาบาลหนองคาย จึงเดินเข้าไปในโรงพยาบาล โดยเข้าด้านหน้าอาคารอุบัติเหตุ และได้ขึ้นไปบนชั้น 5 ตึกอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อจะก่อเหตุ และได้พบเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งจะเข้าไปก่อเหตุ แต่ผู้เสียหายไหวตัวทัน จึงไม่ได้ก่อเหตุ จากนั้นได้เดินลงมาที่ชั้นล่างก่อนจะเดินไปทางด้านหลังของตึก และได้ไปพบผู้เสียหาย จึงลงมือโดยใช้มีดที่พกติดตัวมาด้วย จี้และบังคับให้เดินไปทางด้านหลังอาคารซักฟอก ก่อนจะวางมีดไว้บนหลังตู้และชกเข้าที่ท้องของผู้เสียหาย ก่อนจะชกเข้าที่ใบหน้า จนฟันหักและใบหน้าปูดบวด ทำให้ผู้เสียหายหมดแรงและทรุดลงไปกองที่พื้น        จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าของผู้เสียหายออกและลงมือบังคับขืนใจ เมื่อเสร็จกิจจึงรีบหลบหนีไป ขณะเดียวมี รปภ.เข้ามาพบเห็น จึงเกิดการฉุดกระชากกับ รปภ.แต่ได้สะบัดจนหลุดและก็หลบหนีไปทางด้านหลังก่อนปีนกำแพงหลบหนีไปได้        ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้นิ่งนอนใจได้กำชับเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหามาให้ได้ และได้ประสานกับทางการลาวจนทราบว่านายปุ้มปุ้ย ไปกบดานบริเวณเมืองควายแดง นครหลวงเวียงจันทน์ โดยได้ไปหาพ่อที่อยู่ฝั่งลาว ขอเงินจำนวนหนึ่งและทำการเปลี่ยนเสื้อผ้า หวังจะกบดานอยู่ในลาว จนกว่าเรื่องจะเงียบแล้วค่อยกลับเข้าหนองคาย ซึ่งนายปุ้มปุ้ยไม่ได้มีอาการป่วยทางจิต คาดว่าสาเหตุจากเมาสุราแล้วไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้จึงออกก่อเหตุโดยไม่เลือกว่าจะเป็นผู้ใด        หลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จแล้ว ได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองหนองคาย ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม และคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองหนองคาย เป็นที่เรียบร้อย.     ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 15,187

Top