ค้นหา :

ผลการค้นหา "น้ำท่วม"

ข่าวภูมิภาค
23 ต.ค. 60

ปภ.เผยน้ำท่วมกระทบ 18 จังหวัด นายกฯ ห่วงผู้ประสบภัยสั่งตั้งศูนย์อพยพชั่วคราว

นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัย น้ำไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น และการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 18 จังหวัด ได้แก่ กําแพงเพชร ตาก สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เพชรบููรณ์ ลพบุรี หนองบัวลําภู ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธ์ุ ร้อยเอ็ด และ อุบลราชธานี    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์อพยพหรือพักพิงชั่วคราวตามแผนเผชิญภัยพิบัติ พร้อมทั้งออกปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/q1m95fRpLjo

 2,768
สังคม-อาชญากรรม
22 ต.ค. 60

'สามารถ' จวก กทม. น้ำท่วมเพราะ 'งูเขียว' ตัวเดียว ติงควรเตรียมพร้อมรับมือมากกว่านี้

ความคืบหน้าจากกรณีที่ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯกทม. และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การทำงานของ กทม. เกี่ยวกับการระบายน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตดินแดงและวิภาวดี ปล่อยให้น้ำท่วมนานกว่า 9 ชั่วโมง     ด้าน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาชี้แจงว่า ปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่เขตดินแดงอยู่ที่ 174 มิลลิเมตร แต่กลับวิกฤติกว่าเขตพระนครซึ่งมีฝนตกมากที่สุด 203 มม. มาจากสาเหตุหลายประการ โดย 1 ในนั้น คือพบว่ามีงูเขียวเลื้อยพันสายไฟแรงสูงทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้อุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสันไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่งผลให้การระบายน้ำช่วง 10.00 – 14.00 น. ทำงานได้ช้าลง      พร้อมทั้งยืนยันว่าในคืนวันที่ 13 ต.ค. 60 ทาง กทม.ได้พร่องน้ำในคลองต่างๆ ก่อนเกิดฝนตกตั้งแต่เวลา 21.00 น. แต่เนื่องจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 30 ปี ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายน้ำ 55 จุดในถนนสายหลัก แต่ที่เขตพระนครแห้งเร็วกว่าบริเวณอื่นที่มีฝนตกน้อยกว่า เพราะอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา      โดยในเวลาต่อมา นายสามารถ ได้โพสต์ระบุว่า "อนิจจา! กรุงเทพฯ จมน้ำเพราะงูเขียวตัวเดียว"    เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ผมได้โพสต์บทความเรื่อง “ถ้าเป็นแบบนี้...ยังไงก็ท่วม” มีเนื้อหาสรุปได้ว่า ตามที่มีน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในหลายพื้นที่เมื่อเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2560 โดยในบางพื้นที่มีน้ำท่วมต่อเนื่องมาจนถึงตอนเย็นของวันเดียวกันนั้น ไม่ได้เป็นเพราะมีปริมาณฝนต่อชั่วโมงสูง เพราะเมื่อผมได้ตรวจสอบข้อมูลปริมาณฝนต่อชั่วโมงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้วพบว่า มีปริมาณฝนต่อชั่วโมงต่ำกว่า 60 มม. ซึ่งเป็นปริมาณที่ระบบท่อระบายน้ำของ กทม. มีขีดความสามารถรองรับได้เกือบทุกชั่วโมง ยกเว้นช่วงระหว่างเวลา 02.00-03.00 น. ของเช้าวันที่ 14 ตุลาคม 2560 เพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น ที่บางพื้นที่มีปริมาณฝนต่อชั่วโมงเกิน 60 มม. เช่น บริเวณดินแดง เป็นต้น โดยผมได้ตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมไว้ว่า (1) อาจเป็นเพราะเครื่องสูบน้ำที่บางสถานีสูบน้ำเสีย หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องไม่อยู่ และ (2) อาจเป็นเพราะ กทม.ไม่ได้พร่องน้ำก่อนฝนตก   หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ชี้แจงข้อสังเกตของผมซึ่งสรุปได้ดังนี้ (สรุปจากมติชนออนไลน์ 20 ตุลาคม 2560 เวลา 21.19 น.)   1. ในพื้นที่เขตดินแดงมีฝนตกต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 00.20 น. จนถึง 04.25 น. มีปริมาณฝนสะสมรวมกันเป็น 174 มม. ซึ่งระบบท่อของ กทม.สามารถรองรับปริมาณฝนตกสะสมในเวลา 3 ชั่วโมง ได้ไม่เกิน 80 มม. แต่ในขณะนั้นในช่วง 3 ชั่วโมง มีปริมาณฝนสะสมรวมสูง 135 มม. จึงทำให้ต้องใช้เวลาระบายน้ำนานขึ้น   จากคำชี้แจงดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดว่า กทม.ไม่ได้เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำทันทีที่ฝนเริ่มตก คือตั้งแต่เวลา 00.20 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ซึ่งมีฝนตกลงมาเพียง 17 มม.เท่านั้น แต่กลับปล่อยให้มีปริมาณฝนสะสมเพิ่มมากขึ้นก่อนจนเกิดน้ำท่วมขังจึงค่อยเดินเครื่องสูบน้ำ กล่าวคือในชั่วโมงแรกมีฝนตกเพียง 17 มม. เพิ่มขึ้นในชั่วโมงที่ 2 อีก 25 มม. รวมเป็น 42 มม. เพิ่มขึ้นในชั่วโมงที่ 3 อีก 93 มม. รวมเป็น 135 มม. จนกระทั่งฝนหยุดตกมีปริมาณฝนรวมทั้งหมด 174 มม. หาก กทม.เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำตั้งแต่ฝนเริ่มตกก็จะสามารถระบายน้ำได้ทัน ไม่ท่วมขังเป็นเวลานานดังที่ได้เกิดขึ้นแล้ว ผมได้ตรวจสอบปริมาณฝนต่อชั่วโมงที่ กทม.วัดในพื้นที่อื่นนอกเหนือจากที่ดินแดงดังกล่าวแล้วข้างต้น พบว่าในช่วงเวลา 02.00-03.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีฝนตกหนักที่สุดมีปริมาณฝนไม่สูง หรือไม่เกินขีดความสามารถของท่อระบายน้ำของกทม. เช่น ที่สำนักงานเขตจตุจักรมีปริมาณฝน 54.5 มม. ที่ถนนเทศบาลสงเคราะห์มีปริมาณฝน 43.5 มม. และที่ถนนรัชดาภิเษก-วิภาวดีรังสิต มีปริมาณฝน 56.5 มม.   2. กทม.ได้พร่องน้ำในคืนวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ก่อนฝนตกตอนเช้ามืดของวันที่ 14 ตุลาคม 2560   ผมขอแย้งว่า หากมีการพร่องน้ำจริงหรือมีการเดินเครื่องสูบน้ำตั้งแต่ฝนเริ่มตกจริง น้ำจะไม่ท่วมและขังนานเช่นนี้ ผมขอยกตัวอย่างที่ดินแดง ตามข้อมูลของ กทม.พบว่ามีปริมาณฝนสะสม 174 มม. หรือคิดเป็นปริมาตรฝน 831,605.99 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ครอบคลุมพื้นที่ 4.927 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ซึ่งในพื้นที่นี้ กทม.มีเครื่องสูบน้ำมีกำลังสูบรวมกันประมาณ 30 ลบ.ม./วินาที เพราะฉะนั้น จะต้องใช้เวลาเกือบ 8 ชั่วโมง จึงจะสามารถระบายน้ำฝนซึ่งมีปริมาตร 831,605.99 ลบ.ม.ได้หมด ซึ่งตามข้อมูลของ กทม.ระบุว่าบริเวณดินแดงฝนเริ่มตกเมื่อเวลา 00.20 น. ดังนั้น หาก กทม.เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำตั้งแต่ฝนเริ่มตกก็จะสามารถระบายน้ำได้หมดเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2560 แต่ตามรายงานของ กทม. พบว่า กทม.สามารถระบายน้ำบริเวณดินแดงได้หมดเมื่อเวลา 15.15 น.ของวันที่ 14 ตุลาคม 2560 นั่นคือ กทม.ใช้เวลาระบายน้ำนานถึงประมาณ 15 ชั่วโมง ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าหาก กทม.ได้มีการพร่องน้ำหรือเริ่มเดินเครื่องสูบน้ำตั้งแต่ฝนเริ่มตกก็จะสามารถระบายน้ำได้หมดโดยใช้เวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมง หรือไม่เกินเวลา 08.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2560 อย่างแน่นอน นอกจากนี้ กทม.ได้ชี้แจงว่า เหตุที่ทำให้มีน้ำท่วมขังถนนดินแดงเป็นเวลานานก็เพราะสถานีสูบน้ำที่วัดช่องลมไม่สามารถสูบน้ำได้ตามปกติ เนื่องจากมีงูเขียวเลื้อยพันสายไฟแรงสูงทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ต้องเสียเวลาซ่อมนาน ผมได้ฟังแล้วเห็นว่าเจ้างูเขียวตัวเดียวตัวนั้นช่างมีพิษสงร้ายแรงยิ่งนัก ถึงขนาดทำให้พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ เดือดร้อนกันอย่างหนัก เสียการเสียงาน เศรษฐกิจป่นปี้เลยทีเดียว   ด้วยเหตุนี้ ก่อนถึงหน้าฝนในปีหน้า กทม.ควรกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำรวมทั้งระบบไฟฟ้า ที่สำคัญ ควรหาวิธีป้องกันไม่ให้งูพันสายไฟอีก โดยอาจจะประสานขอความร่วมมือจากการไฟฟ้านครหลวงด้วยก็ได้ นอกเหนือจากการขุดลอกคูคลอง และการจัดเก็บขยะ                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/3XZiUbiaO4w              

 13,043
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 60

กลาง-อีสานอ่วม! น้ำทะลักท่วมสูงฉับพลัน ชาวบ้านโอดอยากได้ห้องน้ำ

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคกลางและอีสานยังคงวิกฤติ โดยที่  จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวบ้าน อ.บางบาล ต้องลุกขึ้นมาขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงกันจ้าละหวั่น หลังน้ำจากลำคลองเอ่อท่วมกลางดึก วอนหน่วยงานช่วยเหลือเรื่องห้องน้ำเป็นการด่วน ส่วนที่  อ.ผักไห่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำที่ผันเข้าพื้นที่แก้มลิง ไหลเข้าท่วมผิวถนนสายบางบาล-ผักไห่ และบ้านเรือนประชาชนสูงกว่า 30-40 ซม.    ขณะที่ จ.อ่างทอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังมีฝนตกหนัก จนเลยระวิกฤตที่ 8 เมตร มีระดับอยู่ที่ 8.74 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,530 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ย่านธุรกิจการค้า ยังคงอยู่ในภาวะเสี่ยงน้ำเอ่อล้น มีผู้ประสบอุทกภัยแล้ว 5 อำเภอ 5 ชุมชน 30 ตำบล 92 หมู่บ้าน 2,595 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหาย 6,626 ไร่ ด้านเจ้าหน้าที่ได้ทำการวางกระสอบทรายกั้น เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมขยายวงกว้าง พร้อมใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 6 เครื่อง สูบน้ำออกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเวลา   ส่วนที่ จ.เลย ชาวบ้านเลยวังไสย อ.ภูหลวง ผวากลางดึก หลังเกิดดินโคลนจากภูเขาสไลด์เข้าบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ก่อนเจ้าหน้าที่จะเร่งเข้ามาให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน   ขณะที่ จ.เพชรบูรณ์ เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับความเสียหาย 200 หลังคาเรือน  ขณะที่ จ.นครสวรรค์ แม่น้ำน่านเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บางจุดสูงกว่า 2 เมตร ต้องหนีน้ำขึ้นมาอาศัยอยู่บนสะพานชั่วคราว   ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสะแกกรัง จากภาพมุมสูงในขณะนี้พบว่ายังคงมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังแม่น้ำจากเจ้าพระยาไหลผ่านพื้นที่ จ.อุทัยธานี และปริมาณน้ำได้หนุนสูงเข้าแม่น้ำสะแกกรัง ส่งผลให้แม่น้ำสะแกกรังยังคงอยู่ในจุดวิกฤต มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งถึง 46 ซม. น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าจะมีการตั้งกระสอบทรายเป็นพนังกั้นน้ำไว้ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม  โดยบางจุดระดับสูงถึง 1 เมตร    สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่เขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำเพิ่ม 54 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะนี้น้ำจากลำน้ำพองได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตรใน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับความเสียหาย โดยระดับน้ำในแม่น้ำชี  ที่จุดวัดระดับน้ำแม่น้ำชี ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบว่ามีระดับน้ำสูง 9.15 เมตร เพิ่มสูงขึ้นมาตลอดทั้งสัปดาห์ จากภาวะพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง    ขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด น้ำชีไหลทะลักเข้าท่วมบ้านประชาชนในพื้นที่ บ้านดินแดง ม.3 ต.ดงสิงห์ อ.จังหาร ได้รับความเสียหาย 65 หลังคาเรือน  ชาวบ้านต้องอพยพขนข้าวของหนีน้ำมาสร้างเพิงพักอาศัยบนพนังกั้นน้ำ               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vzyjmfXt5dQ  

 7,941
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 60

ปภ.เตือน 3 จังหวัด 'นครสวรรค์-ชัยนาท-อุทัยธานี' เตรียมรับมือมวลน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่  จ.พิจิตร ยังคงวิกฤติ  โดยเฉพาะบ้านเกาะสาริกา ต.รังนก อ.สามง่าม หลังแม่น้ำยมเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำกว่า 20 หลังคาเรือนมานานกว่า 4 เดือนแล้ว ทำให้ชาวบ้านต้องสัญจรทางเรือได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยคาดว่าน้ำจะท่วมยาวนานไปจนถึงปลายปีนี้       ล่าสุดเช้าวันนี้ยังคงมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อ.สามง่าม ด้านเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเรือไว้คอยให้ความช่วยเหลือชาวบ้านตลอดเวลา    ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด อาทิ จ.พิษณุโลก , นครสวรรค์ , พระนครศรีอยุธยา น้ำได้เอ่อล้นทะลักจากแม่น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด   ส่วนที่ชุมชนบ้านท้องคุ้ง หมู่ 7 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรไปมา   ด้าน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำวัง แม่น้ำปิง เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไหลลงมาบริเวณตอนล่างของประเทศ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม   โดยเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี จ.นครสวรรค์ วัดได้ 2,849 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมาสมทบกับแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขา ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาที่ 16.98 ม.รทก. จากนั้นไหลเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 588 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเต็มความสามารถที่รับน้ำได้ในขณะนี้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาชะลอน้ำไว้   โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.20 เมตร อาจส่งผลกระทบในพื้นที่ จ.ชัยนาท (อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอวัดสิงห์ และอำเภอมโนรมย์) จ.อุทัยธานี(อำเภอเมืองอุทัยธานี) จ.นครสวรรค์ (อำเภอพยุหะคีรี) โดยน้ำจะเอ่อล้นตลิ่งทั้งสองฝั่งเข้าพื้นที่การเกษตรและชุมชนริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ ประมาณ 700 ครัวเรือน   ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ จึงได้ประสาน 3 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท และอุทัยธานี ศูนย์ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร และเขต 16 ชัยนาท จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ชุดเคลื่อนที่เร็วให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/3zfJmGowCTU

 12,013
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 60

ชาวบ้านขอนแก่นอ่วม น้ำทะลักท่วมบ้าน-พื้นที่ทางการเกษตร หลังเขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำเพิ่ม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่เขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำเพิ่ม 54 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนประชาชนให้พร้อมรับมือ ขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และเสริมคั้นกั้นน้ำ    ด้านกำนัน ต.ท่ากระเสริม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชาวบ้านช่วยกันทำกระสอบทรายกั้นน้ำรับมือระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นและล้นทะลักเข้ามา โดยมีการแจ้งข่าวผ่านทางหอกระจายข่าว เบื้องต้นพบว่าพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายแล้วนับหมื่นไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาข้าวและสวนฝรั่ง    ขณะที่ชาวบ้านในเขต อ.เมืองขอนแก่น ได้ออกมาซื้อเสบียงกักตุนเอาไว้ หลังเกิดน้ำท่วมสูงกว่า 80-120 ซม. มานานกว่า 2 วันแล้ว เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์น่าจะเหมือนกับเมื่อปี 54 โดยยอมรับว่าได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านที่ต้องใช้เรือเท่านั้น         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/bnN20suBDj4

 4,084
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 60

ชาวบ้านเพชรบูรณ์ผวา พบจระเข้หลุดจากฟาร์มโผล่ใต้ท้องรถ จนท.เร่งไล่ล่าตัว

เกิดกรณีชาวบ้าน ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ พบเห็นจระเข้บริเวณทางโค้งก่อนถึงโรงสีสหกรณ์ โดยยังสามารถถ่ายภาพขณะนอนอยู่ใต้ท้องรถ เบื้องต้น คาดว่าเป็นจระเข้หลุดจากฟาร์มเลี้ยงหลังเกิดน้ำท่วม     ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้จัดทีมไล่ล่าจระเข้ตัวดังกล่าวแล้ว หลังได้รับการยืนยันจากเจ้าของฟาร์มเลี้ยงจระเข้แห่งหนึ่งว่ามีจระเข้หลุดออกมาจริงจำนวน 1 ตัว ขนาดไม่ใหญ่มาก และพิการทางสายตา ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ จะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาทำการตรวจสอบฟาร์มดังกล่าวว่ามีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/s7DfyuksbFY

 6,613
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ต.ค. 60

ชาวเน็ตยกนิ้ว! ลุงแท็กซี่น้ำใจงามขับรถลุยน้ำท่วมกรุงไปส่งผู้โดยสาร เจ้าตัวลั่น "ไม่ต้องกลัว สบายมาก"

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม! ลุงแท็กซี่น้ำใจงามขับรถลุยน้ำท่วมไปส่งผู้โดยสาร หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ornut Sawangchuen โพสต์คลิปขณะนั่งรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทร 2815 กทม. ไปทำงาน จากดอนเมืองขึ้นโทลล์เวย์-ลงทางด่วนสุทธิสาร มายังถนนวิภาวดี ซึ่งขณะนั้นมีน้ำท่วมขังสูงมากและมีน้ำไหลเข้ามาในรถ แต่โชเฟอร์ก็ยืนยันว่าจะพาไปส่ง พร้อมกับบอกว่า "เมื่อเช้าลุงส่งผู้โดยสารผ่านมา 3 รอบแล้ว ไม่ต้องกลัว สบายมาก"       ด้านเจ้าของคลิประบุว่า จ่ายค่าโดยสารไป 137 บาท ค่าทางด่วน 70 บาท และให้ทิปลุงไปอีก 100 บาท เพราะรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของลุงท่านนี้เป็นอย่างมาก                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/t6V6dEFYQ-M

 6,273
สังคม-อาชญากรรม
15 ต.ค. 60

ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมพร้อมรับมือฝนตก-น้ำท่วม ช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร  เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ว่า ในส่วนของพื้นที่สนามหลวง ทาง กทม.ได้เพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และหน่วยเคลื่อนที่เร็วเตรียมพร้อมตลอดเวลา หากเกิดน้ำท่วมขังจะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด    ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า หากเกิดฝนตกหนักในช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะพยายามระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด แต่จะห้ามไม่ให้ฝนตกคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะพยายามวางแผนรับมือให้ดีที่สุด    ขณะที่ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุก สน. เตรียมแผนเผชิญเหตุกรณีมีฝนตกน้ำท่วมสูง โดยใช้ข้อมูลเมื่อวานนี้ไว้ปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ได้ทราบ รวมทั้งเตรียมกำลังตำรวจจราจร รถยก และช่าง เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/8zDmRICO-j8

 2,495
สังคม-อาชญากรรม
15 ต.ค. 60

กทม.เผยระบายน้ำท่วมกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เก็บขยะอุโมงค์พระรามเก้าพบ 'ฟูกที่นอน-โซฟา'

สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังหลายจุดในพื้นที่ กทม. หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ว่า เจ้าหน้าที่สามารถระบายน้ำให้แห้งกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเวลา 02.00 น. โดยระดับน้ำในคลองแสนแสบ คลองลาดพร้าวมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว      นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ ยังได้เร่งเก็บขยะอุโมงค์ระบายน้ำบึงพระรามเก้า เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น โดยขยะส่วนใหญ่ เป็นวัชพืชผักตบชวา ฟูกที่นอน  เก้าอี้โซฟา ล้อรถยนต์ และซากกิ่งไม้ขนาดใหญ่                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/9csvbFpE9_Y

 15,788
สังคม-อาชญากรรม
15 ต.ค. 60

'กฤต เจนพานิชการ' เผยน้ำท่วมลานจอดรถคอนโดคลี่คลายแล้ว หลังลูกบ้านช่วยกันลงขันจ้างรถสูบน้ำ

ความคืบหน้าจากกรณี กฤต เจนพานิชการ ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 จากรายการ ตู้ปณ.ข่าว 3  รถเบนซ์หรูกว่า 2 ล้านบาทถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย ขณะจอดไว้ในลานจอดรถคอนโดภายในซอยสุขุมวิท 65 หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ กทม. จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังสูงในหลายจุด   ล่าสุด คุณกฤต เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ตลอดทั้งวันทางคอนโดได้นำเครื่องสูบน้ำมาระบายน้ำออก แต่น้ำลดช้ามาก ผู้พักอาศัยในคอนโดจึงตัดสินใจลงขันจ้างรถสูบน้ำมาระบายน้ำออกจนแห้งขอดกลับสู่ปกติเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าของรถที่ได้รับความเสียหายได้ติดต่อประกันและมีรถยกมายกรถที่จมน้ำออกไป นอกจากนี้ไฟฟ้าก็ไม่สามารถใช้ได้ ซึ่งทางนิติบุคคลแจ้งว่าน่าจะต้องใช้เวลาแก้ไขอีก 1-2 วัน   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุลูกบ้านได้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะเรียกร้องให้ทางคอนโดหามาตรการป้องกันที่ดีกว่านี้ แม้จะอยู่มานานกว่า 6 ปีแต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้เลย ทำให้รู้สึกตกใจมาก ส่วนเรื่องรถก็ได้เรียกประกันมาจัดการแล้ว ส่วนรถคันอื่นๆ ที่ไม่มีประกันก็ยังไม่มีการพูดคุยกับทางคอนโดว่าจะมีการช่วยเหลืออย่างใด       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/cF-ewj68epM     อ่านข่าวเก่า 'กฤต เจนพานิชการ' ช็อก น้ำทะลักท่วมลานจอดรถคอนโดย่านสุขุมวิท รถเบนซ์หรูจมน้ำพังทั้งคัน 

 6,053
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 60

อีสานอ่วม! น้ำเอ่อท่วมบ้าน-นาข้าวกำลังตั้งท้องเสียหายหนัก หลังเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มการระบายน้ำ

ความคืบหน้าจากกรณีเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มการระบายน้ำเป็น 54 ล้าน ลบ.ม/วัน แบบขั้นบันได ล่าสุดขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนฯ อยู่ที่ 2,843 ล้าน ลบ.ม หรือคิดเป็น 160 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง ซึ่งน้ำที่ถูกระบายออกจากเขื่อนได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่บริเวณท้ายเขื่อนแล้ว โดยชาวบ้านที่อยู่ติดกับลำน้ำพองถูกมวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านได้รับความเสียหาย 100 หลังคาเรือน รวมทั้งนาข้าวที่กำลังตั้งท้องประมาณ 5 พันกว่าไร่ก็เริ่มได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน    ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำชี  อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เพิ่มสูงขึ้น ทะลักเข้าท่วม 4 หมู่บ้าน  ได้แก่ บ้านม่วงใหญ่ ม่วงน้อย ดอนจำปา และบ้านดอนน้อย และพื้นที่ทางการเกษตร โดยจำนวนนี้มีสวนมะระที่ปลูกไว้กว่า 10 ไร่ ถูกน้ำท่วมจมบาดาลทั้งหมด ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน โดยวันนี้วัดระดับน้ำในแม่น้ำชีอยู่ที่ 12.35 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,056.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 65 เซนติเมตร    ด้าน นายเสน่ห์ นนทะโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้สั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เชียงยืน อ.โกสุมพิสัย อ.กันทรวิชัย และอ.เมืองมหาสารคาม  ให้เร่งขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่ปลอดภัย และเสริมแนวกั้นกระสอบทรายให้สูงไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Un1PxjFzWRk

 7,331
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 60

ทั่วไทยอ่วม! ฝนถล่มหนัก น้ำทะลักท่วมสูง เชียงใหม่เจอดินสไลด์ทางขึ้นดอยสุเทพ

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.พิจิตร ยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะใน อ.ตะพานหิน หลังน้ำป่าและฝนตกสะสมทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 20 หลังคาเรือน โดยระดับน้ำสูงถึง 1 เมตร ต้องขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงไปไว้ในพื้นที่สูง   ขณะที่ จ.เชียงใหม่ มีฝนตกหนักทำให้เกิดดินสไลด์และต้นไม้โค่นล้มกีดขวางถนนหลายจุด บริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ บนเส้นทางถนนศรีวิชัยจากหน้าลานครูบาไปจนถึงหน้าพระตำหนักภูพิงค์ฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการแก้ไขแล้ว พร้อมประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง    ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ พื้นที่ลุ่มต่ำเกิดน้ำท่วมไปแล้ว 5 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน 676 ครัวเรือน ล่าสุดผู้ว่าฯ ได้เดินทางไปมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/MKbW_izEhBE

 1,983
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 60

ทุลักทุเล! ไฟไหม้โรงงานผลิตรองเท้าย่านบางบอน ซ้ำน้ำท่วมสูง 50 ซม. ทำรถดับเพลิงเข้าไม่ได้

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตรองเท้า บริษัท บางกอก เค.เอส.เอส.ชูส์ จำกัด ภายในซอยเอกชัย 66 แยก 1-2 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. ไฟโหมไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด 4 โกดัง     ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเข้าไประงับเหตุด้วยความยากลำบาก เนื่องจากภายในซอยมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 50 เซนติเมตร ทำให้รถดับเพลิงได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน ทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางเป็นระยะเวลานาน ก่อนช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้      ขณะที่ตำรวจระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุได้จัดให้เฉพาะรถขนาดใหญ่สามารถผ่านเข้าไปได้เท่านั้น พร้อมยอมรับว่าการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยขณะเกิดเหตุเป็นวันที่โรงงานปิดทำการ จึงไม่มีผู้ใดพักอาศัยอยู่ด้านในจึงไม่มีผู้ใดได้รับอาการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแม้แต่อย่างใด                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/U-kNxqmQWQ4

 2,679
การเมือง
14 ต.ค. 60

รัฐบาลแจงน้ำท่วม กทม.เหตุฝนกระหน่ำหนัก ปัดข่าวลือปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลเข้ากรุงเทพฯ

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายจุดของกทม.ว่า เกิดจากฝนที่ตกหนักอันเนื่องมาจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องฝนพาดผ่าน บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ หรือจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด หรือตื่นตระหนกกับข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง       โดยขณะนี้พบว่าได้มีการแชร์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่า จะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านคลองแสนแสบ เพื่อลงสู่แม่น้ำบางปะกง และจะทำให้น้ำท่วม กทม. นั้น ไม่เป็นความจริง โดยจากการตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ toptenthailand ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 54 จึงไม่ควรแชร์ส่งต่อกันจนเกิดความตื่นตระหนก ส่วนผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายได้       ขณะที่กรมชลประทานยืนยันว่า ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยปิดการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.60 เป็นต้นมา และขณะนี้ยังปิดอยู่ นอกจากนี้เขื่อนภูมิพลยังสามารถรับน้ำ ได้อีกร้อยละ 30 ของความจุ จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในช่วงนี้    ส่วนน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่จะควบคุมปริมาณน้ำ และผันน้ำเข้าสู่พื้นที่เก็บน้ำทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำช่วง จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นไม่เกิน 5 ซม.เท่านั้น                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/yEKMRaIWPro  

 3,431
ข่าวภูมิภาค
14 ต.ค. 60

ชาวบ้านร้อยเอ็ด-ชัยนาท อ่วมหนัก น้ำทะลักท่วมสูง หลังเขื่อนเพิ่มการระบายน้ำ

ชาวบ้าน อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด ในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำชี ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังน้ำทะลักท่วมสูง 1-2 เมตร จนกลายสภาพเป็นเกาะ ภายหลังเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพิ่มการระบายน้ำ ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน  ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำผ่านเป็น 2,593 ลบ.ม/วินาที ชาวบ้าน อ.สรรพยา ต้องอพยพออกมานอนริมถนนเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้ รวมทั้งทำกระสอบทรายกั้นน้ำและเร่งสูบน้ำออก ขณะที่สภาพอากาศในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/O9nekI3Hkgc

 7,004

Top